วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ผมถูกเลี้ยง ต้อยภาค2(ตอนที่1)

หลังจากที่ผมตัดสินใจที่จะเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมปลายเพื่อมุ่งที่จะ เรียน ต่อเข้ามห าวิทยาลัย แม้ว่าจะยังไม่มีจุดมุ่งหมายที่แน่ชัดว่าจะเรียนสาขาวิชาใด พ่อและแม่ก็บอกว่ายังไม่ต้องรีบเร่งที่จะต้องตัดสินใจหรือมุ่งหมายว่าจะ เรียนอะไร ให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนเช่นขั้นแรกจะเรียนมัธยมปลายกันที่ไหนโรงเรียน อะไร เพราะอะไรแล้วก็มุ่งไปตามนั้น
&n bsp; เราปรึกษาพูดคุยกันว่าจะเรียนที่โรงเรียนไหนโดยออกความคิดเห็นกันทั้งสามคน สรุปได้ว่ าผมจะเลือกเรียนมัธยมปลายในโรงเรียนที่เป็นทางผ่านของแม่ที่จะไปทำงานซึ่ง ไม่ไกลมากน ักจากบ้านเรา การที่เราตัดสินใจอย่างนั้นก็เพราะพ่อและแม่ให้ความเห็นว่าไม่จำเป็นต้อง ตะเกียกตะกา ยวิ่งหาโรงเรียนดังๆ โรงเรียนที่ไกล้บ้านชื่อเสียงปานกลางเดินทางสะดวกแม้จะเดินทางไปกลับด้วยรถ โดยสารด้ว ยตนเอง พ่อและแม่บอกว่าถ้าเราใช้เวลาเดินทางน้อยลงเราก็จะเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลีย น้อยลง มีเวลาที่จะทำอะไรได้มากขึ้น ซึ่งผมก็เห็นด้วย


&n bsp; ภาคเรียนสุดท้ายของปีสุดท้ายของมัธยมต้น ผมก็มีอายุสิบสามปีเต็มย่างสิบสี่ ครอบครัวเรายังอบอุ่นเหมือนเดิม การเรียนของผมดูจะหนักมากขึ้นเพราะต้องรักษาเกรดเอาไว้พร้อมๆกับต้องเตรียม ตัวไว้เพื ่อการสอบเข้าแข่งขันในโรงเรียนมัธยมปลายที่หมายตากันไว้ แม้จะดูว่าเรียนมากขึ้นแต่ชีวิตประจำวันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

&n bsp; ในบ้านพ่อไม่เคยตั้งกฎกติกาเอา ไว้เพียงแต่พ่อเป็นทหารมีวินัยที่เข้มงวด พ่อดัดแปลงเอากฎระเบียบนั้นมาใช้กับในบ้าน พ่อไม่พูด พ่อไม่สั่งแต่พ่อทำให้ดูทำให้เห็นเป็นกิจวัตร จนกลายเป็นความเคยชินของเราทั้งสาม พ่อยังตื่นเช้าพร้อมเราแม่ลูก วิ่งออกกำลังกายเป็นประจำ อาบน้ำรับประทานมื้อเช้าแล้วก็แยกกันไปตามภารกิจแต่ละคนที่มีอยู่ สำหรับบางคนอาจจะดูซ้ำซากจำเจหน้าเบื่อหน่ายแต่เราสามคนไม่เคยมีความรู้สึก แบบนั้นเล ย


&n bsp; ผมเลิกเรียนกลับบ้านก่อนพ่อและแม่ก็ยังมี เวลาได้ออกกำลังกาย ดูแลทำความสะอาดบ้านก่อนแม่กลับเวลาอาหารของมื้อเย็น แม่จะเป็นคนกลับมาจัดการสำหรับเราสามคนเป็นอาหารง่ายๆที่เปลี่ยนเมนูกันไป ทุกวันแม่ม ีฝีมือในเรื่องนี้พอสมควรแม่รู้จักและเข้าใจที่จะเลือกหาวัตถุมาทำอาหารที่ มีประโยชน ์ต่อร่างกายและปรุงอย่างมีรสชาติ ในวันหยุดบางครั้งพ่อก็แสดงฝีมือเองก็ได้รสชาติไปอีกแบบจนไม่มีความจำเป็น ใดๆที่เราจ ะต้องออกไปหาอะไรกินกันนอกบ้าน

&n bsp; แต่พ่อและแม่ก็หาโอกาสในวัน หยุดพาเราไปโน่นนี่ เข้าวัดทำบุญ ทานอาหารกันนอกบ้านเพื่อให้ผมได้รู้จักกับสังคมนอกบ้าน แม้แต่การไปเดินจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้าเราก็มักจะไปกันสามคนพ่อแม่ ลูก

&n bsp; หลังอาหารมื้อเย็นเราก็จะรวมกันอยู่ที่ห้องพักผ่อนดูทีวีจอเดียวกันคุยกัน สัพเพเหระท ุกเรื่องราว ได้เวลาที่เหมาะสมผมก็จะขึ้นห้องนอนเพื่อทบทวนและตระเตรียมวิชาความรู้ที่ ได้เรียนมา ตลอดวัน พ่อและแม่สอนให้ผมรู้จักวิธีอ่านหนังสือเพื่อที่จะไม่ต้องใช้เวลามากและท่อง บ่นจดจำ พ่อบอกว่าเราต้องพยามทำความเข้าใจกับเรื่องที่เราต้องการรู้ให้ได้ก่อน แล้วจึงเก็บประเด็นหัวข้อแยกย่อยออกมาทำความเข้าใจหรือแม้แต่จดจำเอาไว้ มีบ้างหลายๆครั้งที่ไม่รู้ไม่เข้าใจพ่อและแม่ก็ช่วยบอกวิธีคิดวิธีที่จะหาคำ ตอบให้ ดังนั้นจากการที่ใช้วิธีที่พ่อและแม่อบรมบ่มสอน ผมจึงใช้เวลามากนักในการทบทวนและตระเตรียมในแต่ละวัน

&n bsp; การเรียนอย่างมีหลักเกณท์การ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ภายในบ้านมีแต่ความรักและความอบอุ่นทำให้ผมไม่ต้องมีเรื่องวิตกกังวลและหมก มุ่นอยู่ก ับมัน แม้แต่เรื่องของเพศหรืออารมณ์ทางเพศ บางครั้งบางคืนผมก็ฝันเปียก บางครั้งบางวันผมก็ช่วยตัวเองและหลายๆครั้งผมก็ยังมีความสุขสุดๆกับมือและ ปากของแม่ ผมไม่มีความเบื่อหน่ายชืดชากับอารมณ์หรือโหยหาตลอดเวลา เมื่อมันเกิดขึ้นผมก็บำบัดมันด้วยตนเอง แม่เข้ามาช่วยก็เพราะผมไม่ได้เรียกร้องแต่แม่มาช่วยด้วยความประสงค์ของแม่ และอาจจะขอ งพ่อด้วยอาจจะเป็นเพราะว่าท่านทั้งสองคิดว่าการช่วยเหลือตนเองบ่อยๆแม้จะไม่ มีอะไรผิ ดปกติก็เป็นการซ้ำซากจำเจ นานครั้งแต่ก็ไม่นานเกินรอที่แม่และผมจะปล่อยกันแบบสุดๆกับลีลาของหกเก้า แต่การที่มีคนช่วยพร้อมๆกับเปลี่ยนวิธีการในบางครั้งบางคราวน่าจะทำให้ผม ผ่อนคลายได้ มากขึ้น


ที่จริงแล้วโรงเรียนเดิม ที่ผมเรียนอยู่นั้นก็มีชั้นมัธยมปลายให้ผมได้เรียน ต่อโดยไม่ ต้องย้ายโรงเรียน ผลการเรียนของผมตั้งแต่ชั้นประถมคุณสมบัติในตัวผมสามารถที่จะเข้าเรียนต่อ โดยไม่ต้อง สอบแข่งขัน ผมเชื่อในข้อคิดของพ่อที่ว่า เรียนมาตั้งแต่ชั้นประถมแล้วถ้ามัธยมปลายจะย้ายโรงเรียนสิ่งที่ได้ก็คือ โรงเรียนใหม่ เพื่อนกลุ่มใหม่ๆครูบาอาจารย์คนใหม่หน้าตาใหม่ๆสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ อาจจะทำให้เราหูตากว้างขึ้น แม่ก็สนับสนุนแนวคิดนี้และผมก็เห็นด้วย

&n bsp; ผมไม่ได้ทำให้ตัวเองผิดหวังผมสอบผ่านเข้าโรงเรียนนั้นได้ด้วยคะแนนที่จัด อยู่ในขั้นด ีมาก พ่อและแม่คงจะคาดหวังไว้แล้วว่า การสอบคัดเลือกคงไม่ใช่สิ่งที่เกินความสามารถของผม ท่านทั้งสองแสดงความยินดีพอประมาณกับคำชมว่าเก่งมาก เท่านั้นก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว แม่เคยบอกว่าถ้าเรารอบคอบรัดกุมเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการแล้ว การแสดงความยินดีปรีดาอย่างเอิกเกริกก็ไม่จำเป็นเพราะสิ่งที่เราได้มานั้น เป็นเพียงก ารพิสูจน์คุณสมบัติในตัวเราเองระดับหนึ่งเท่านั้น โตขึ้นจะต้องเรียนรู้มากขึ้นมีการแข่งขันมากขึ้น เราอาจจะไม่พบกับความสำเร็จทุกครั้งไปแม้ว่าเราจะเตรียมการไว้ดีมากเท่าไร


&n bsp; ก่อนเปิดเทอมใหม่ไม่นานนักหลังจากจัดการทุกอย่างตามขั้นตอนของโรงเรียนแล้ว สายของวัน เสาร์วันหนึ่ง ผมและแม่ออกไปหาซื้อเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับในบ้านและของส่วนตัวที่ผมจะใช้ ที่โรงเรีย นใหม่ พ่อไม่ได้ไปด้วยเพราะมีราชการต่างจังหวัดจะกลับก็ในวันอาทิตย์บ่ายๆ ผมก็ไม่ได้ซื้ออะไรมากมายเสร็จสรรพจากการจับจ่ายใช้สอยเข้าบ้านก็ตอนบ่าย ช่วยแม่จัดโน่นนี่เสร็จผมก็เตรียมออกไปเล่นกีฬาอย่างที่เป็นมา ก่อนออกจากบ้านแม่บอกผมยิ้มๆว่า

“เด็กน้อย อย่าหักโหมมากนักวันนี้เราอยู่กันสองคนนะ”

ผมยังตามไม่ทันกับคำ พูดของแม่ได้แต่รับคำ “ฮะแม่”

จน ได้เวลา.ใกล้อาหารมื้อเย็นผมกลับบ้านตามปกติ แม่เตรียมอาหารสำหรับเราสองคนไว้แล้ว เสียงแม่ร้องให้ได้ยินแว่วๆจากห้องพักผ่อนว่า “ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าว หิวมากไหมลูก”

“ครับแม่ ยังไม่หิวเลยครับ วันนี้ไม่หนักมาก” ผมร้องตอบโดยไม่ได้เห็นหน้าตา

. ต้ฝักบัวที่ผมปล่อยน้ำเย็นออกมาแรงสุดผมยืนหลับตานิ่งผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุก ส่วนมีเพ ียงเสีงดังของน้ำที่พุ่งผ่านฝักบัวเท่านั้นที่ผมได้ยิน ความเย็นจากสายน้ำทำความสดชื่นชุ่มฉ่ำให้ผมเป็นอย่างดี อยู่ๆน้ำก็หยุดไหลผมลืมตาขึ้นก็ตะลึงไปที่ได้พบกับร่างเปลือยเปล่าของแม่ยืน ประจันหน ้าผมด้วยใบหน้าหวานหยาดเยิ้ม

“แม่มา เงียบจัง” ผมพึมพำแผ่วๆ

แม่ ไม่ ไม่พูดอะไรจับตัวผมเบี่ยงออกจากไต้ฝักบัว แม่เข้าไปยืนแทนที่ผมเปิดน้ำรินไหลระดับปานกลางแล้วแม่ก็โอบกอดผมเข้าไปแนบ บชิด ตั้งแต่ท่อนขาอ่อน เนินหน้าท้องแผ่นท้องและหน้าอกแนบชิดสนิทแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน แก้มแนบแก้มผมป่ายมือทั้งสองข้างดึงรั้งให้ร่างเบียดรัดกันมากขึ้น

“หิวข้าวไหม” แม่กระซิบผ่านข้างหูพร้อมกับขบเม้มที่*หู

“ยัง ไม่หิวข้าวฮะ แต่หิวอย่างอื่น” แม่ไม่พูดเอาแต่ใบหน้าเคล้นคลึงกับใบหน้าผมปลายลิ้นแลบเลียแผ่วเบาทั่วใบ หน้า ริมฝีปากผมเผยอให้ลิ้นอันอบอุ่นของแม่เข้าไปล้วง ควาน ตวัดพันกับลิ้นของผม สะโพกแม่ส่ายไหวเล็กน้อยเหมือนจะสำรวจดูว่าเจ้าน้องชายคนเก่งของผมนั้นหาย จากนอนหมอบ สงบนิ่งหรือยัง จนเมื่อเนินนูนที่ปกคลุมด้วยพงไหมอยู่นั้นสัมผัสกับการตื่นตัวเต็มที่แล้ว แม่จึงถอนป ากออกประคองหน้าผมไว้ด้วยสองมือนุ่มเนียน ตาฉ่ำหยาดเยิ้มด้วยความรักอันอบอุ่น ริมฝีปากอิ่มแดงขยับเหมือนพูดว่า “แปลกใจไหมลูกแม่”

ผมเพลินกับการมองปากอิ่มนั้น กอดกระหวัดรัดตัวแม่เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ตาจ้องตา ผมพยักหน้าแทนคำตอบว่า แปลกใจ

แม่ ยิ้มกว้าง “พ่อเขาบอกว่าแม่ควรจะให้รางวัล ลูกที่ลูกเป็นเด็กดีไม่ทำให้พ่อและแม่ผิดหวัง” “แม่ก็เลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้วิเศษกว่าครั้ง ที่แล้วมา ก่อนอาหารเย็นเป็นสิ่งที่แม่คิดได้”

สุขใดไหนปานผมบอกตัว เองอย่าง นั้นเนื้อแนบเนื้อความรัก อารมณ์ความต้องการเหมือนกับกระแสไฟวิ่งซาบซ่านจากปลายเท้าสู่เสันผม ผมเป็นฝ่ายประคองหน้าแม่เพื่อที่จะประกบปากอย่างแผ่วเบา ครานี้เป็นปากลิ้นของผมบ้างที่จะเชาะไซร้ชอนไชใบทั่วใบหน้า เม้มขบกัดไปที่ใบหูทั้งสองข้างท่อนร่างของแม่สั่นไหวมากขึ้นแต่ว่าหนักแน่น และรุนแรง ปลายลิ้นผมซอกซอนเข้าปากออกจากปากแลบเลียที่ซอกหูและควานหาความสุขที่รูหู ทั้งสองข้า งเสียงครางกระเส่าเบาๆได้ยิน ท่อนล่างยื่งมายิ่งแนบชิดจนแม่ต้องยืนเขย่งด้วยปลายนิ้วทั้งสองข้าง

ผมกระซิบแหบพร่าที่ข้างหูแม่ “รางวัล ของพ่อ รวมทั้งการสอดใส่ด้วยไหมฮะแม่”

ร่าง แม่หยุดเคลื่อนไหวโยกส่าย แต่ทุกส่วนยังสนิทแบบแน่น แม่เอนท่อนบนออกห่างเปลี่ยนเป็นเอาแขนทั้งสองมาโอบกอดรอบคอ เพื่อที่จะมองตาผมได้ถนัดมากขึ้น

“ลูกต้อง การมากหรือ แม่กับพ่อคุยกันบ่อยสุดท้ายแล้วพ่อเป็นคนอนุญาตแม้ในวันนี้ แต่ว่าลูกแม่ ลูกก็รู้ว่าแม่รักพ่อมาก นอกจากพ่อแล้วแม่ไม่เคยมีของใครอื่นสอดใส่มาก่อนเลย แม่รักลูกมากและรู้ว่าลูกไม่ใช่คนอื่น แต่ว่าขอเวลาให้แม่ตัดสินใจอีกสักระยะได้ไหม การจะเอาของลูกสอดใส่เข้าไปในแม่ แม่เองก็อยากจะรู้ว่ารสสัมผัสนั้นจะดูดด่ำล้ำลึกเท่าไร แต่แม่ยังทำใจไม่ได้”

ยังไม่ทันที่แม่จะพูดอะไรต่อผมจูบปากแม่ด้วยความรักใคร่เป็นจูบที่ออกมาจาก ใจไม่ใช่จ ูบที่เกิดจากความใคร่

“ผม เข้าใจครับแม่ ผมรอได้ และว่าที่จริงแล้วเท่าที่แม่ให้ผมมาตลอดก็ถือเป็นความเมตตาปราณีที่หาที่สุด ไม่ได้แล ้วครับ แม่อย่ากังวลเลยครับถึงอย่างไรความสุขของผมก็ไม่เคยขาดตอน ทุกครั้งที่มีแม่ นับวันมีแต่มากขึ้นมากขึ้น ผมสัญญาครับแม่ ไม่ว่าแม่จะให้ผมสอดใส่หรือไม่เมื่อไรก็ตามผมก็คิดแต่เพียงว่าแม่คือแม่ ไม่เคยแม้แต่จะนึกจะคิดว่าการสอดใส่ของผมนั้นจะไปเป็นการแทนที่พ่อ แม่คือแม่พ่อคือพ่อครับ”

“ขอบใจลูกแม่อีกไม่นานหรอก จ๊ะ”แม่พูดยิ้มๆแววตามีเลิศนัยที่ ผมอ่านไม่ออก ผมมองลึกเข้าไปในตาแม่เห็นแต่แววของ ความรักความเมตตา ความอบอุ่นอยู่ในนั้นเหมือนที่ผมเคยเห็นเสมอมา

เราสองแม่ ลูกยืนกอดก่ายเคล้า เคลียอยู่ไต้ฝักบัว สบู่ในมือแม่ฟอกขัดถูที่ตัวผมทุกซอกมุมเช่นกันกับ มือผมฟองสบู่ลูบไล้แผ่วเบาซอกซอนไปทั่วตัวแม่ทุกหลืบทุกซอกทุกมุมร่องน้ำ ลำธารไปไม่ไ ด้ด้วยฝ่ามือก็ใช้ปลายนิ้วขุดคุ้ยซอกซอนชอนไชไปจนสุดปลายนิ้ว “จะต่อกันหรือไปกินข้าวก่อนลูก”

“ได้ฮะแม่ ไปกินข้าวก่อนก็ได้ ที่นี่แม่สอนแล้ว เหลือแต่ห้องพักผ่อนกับในครัว”

“บ้า เซี้ยวใหญ่แล้วนะเรา”

เราสองยังอ้อยอิ่งกันในห้องน้ำ พักใหญ่ ก่อนที่จะแยกกันไปแต่งตัวเพื่อลงไปรัปทานมื้อเย็น



ผม จัดแจงปิดประตูหน้าต่างตามหน้าที่ที่ได้ทำมาทุกวันเปิดแอร์ที่ห้องพักผ่อน แล้วเข้า ไปนั่งรอแม่ที่โต๊ะกินข้าว แวบแรกที่ผมเห็นแม่เดินมาผมบอกตนเองว่าวันนี้แม่สวยกว่าทุกวัน ชุดนอนบางเบาสึดำสนิทแต่โปร่งใสขับให้เห็นสีขาวเหมือนไข่ปอกของแม่ คอเสื้อเว้าลึกเห็นเนินอวบอิ่มชูชันทั้งสองเต้าชายเสื้อนอนยาวสุดแค่ครึ่งขา อ่อนของแ ม่ แม้จะเป็นสีดำ แต่ก็โปร่งใสเห็นได้ว่ากางเกงในตัวน้อยของแม่ก็สีดำปกปิดพงไหมสีดำสนิทของ นูนเนินแห่ งสวรรค์ ผมมองไม่วางตาจนแม่เดินเข้ามาไกล้ “อื้อฮือ แม่ฮะวันนี้แม่สวย เอ๊ยเซ็กซี่ที่สุดเลยฮะ”

แม่ยิ้มหวานสะบัดผมที่คลอเคลียอยู่กับไหล่ให้สะบัดไปด้านหลังหลังช่วงการ สะบัดผมสองเ ต้าชูชันสั่นไหวน่ามอง

แม่เดินเข้ามาชิดไกล้ขยี้หัวผม ด้วยความรักใคร่นั่งลงเคียงข้างผม

“แม่ เพิ่งจะสวยเอาวันนี้เองหรือ จ๊ะ แม่ไม่ได้แต่งมายั่วลูกนะ เพียงทำตามบัญชาของพ่อที่สั่งให้แม่ปรนนิบัติพัดวีลูกสุดที่รักให้ดีที่สุด สำหรับคืน นี้และพรุ่งนี้ก่อนพ่อมาก็เท่านั้น”

ผมยกมือแม่มาสูดดม “แม่สวยจังหอมจัง”

“เอาละกินข้าวกันเถอะลูก”

ใน ระหว่างอาหารเราคุยกันเรื่อง เบาๆจิปาถะ อาหารมื้อเย็นทั้งพ่อและแม่เคยบอกว่าคนไทยกินกันไม่ค่อยจะเป็นนักกินกันแบบ อัดเข้าไป อิ่มจนเรอแล้วเรออีก ควรจะกินกันแต่พออิ่มเพราะหลังมื้อเย็นแล้วคนเรามักจะไม่ค่อยได้ทำอะไร กินแล้วก็นอนท้องก็เลยกลายเป็นที่สะสมไขมัน บ้านผมก็เลยทำกินกันแต่พอดีเลือกอาหารที่มีประโยชน์และย่อยง่าย อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ แม่และพ่อจึงไม่มีไขมันสะสมที่หน้าท้อง

เสร็จ อาหาร ผมมาครึ่งนั่งครึ่งนอนเปิดดูทีวีไปตามเรื่องราว เสียงแม่คุยโทรศัพท์เสียงชัดเจนแจ่มใสสักพักหนึ่งแม่หน้าแดงตาเยิ้มยื่นโทร ศัพท์ให้ผ มบอกว่าพ่อจะคุยด้วยทักทายกันอย่างอบอุ่นเสียงของพ่อเล็ดลอดมาให้แม่ได้ยิน ด้วยว่า “เป็นไงบ้างวันนี้เรียบร้อยดีไหม”

&n bsp; “ดีเยี่ยมครับพ่อทุกอย่างเรียบ ร้อย”

&n bsp; “วันนี้เป็นพ่อบ้านแทนพ่อด้วยนะ ทำได้ทุกอย่างให้มีความสุขนะลูกนะ”

&n bsp; “ขอบคุณครับพ่อ”

ผม ขยับตัวให้แม่นั่งห้อยขาบนโซฟาด้านนอกสุด แม่นั่งตัวตรงชุดนอนหดสั้นไปจนถึงเนินรำไรเอนหลังพิงพนักสบายๆ ผมทรุดนั่งลงปลายเท้าก้มกราบพึมพำ “ขอบคุณฮะ แม่ ขอบคุณฮะพ่อ”

ผม คุกเข่าซบหน้าบนเรียวขาคู่ งามสองแขนเกาะกุมสะโพกผายของแม่ไว้ แม่ขยับตัวให้นั่งสบายผมขยับตัวเพื่อให้ใบหน้าฝังอยู่บนเนินสวรรค์จมูกสูดดม กลิ่นหอม จากเนินเนื้อ

&n bsp; แขนซ้ายที่เกาะกุมสะโพกอยู่นั้นผมสอดเลยไปที่แผ่นหลังด้านล่างแขนขวาผม เปลี่ยนมาสอดล งไต้ท่อนขาอวบขาวแล้วค่อยพยุงช่วงล่างของแม่ขึ้นไปเหยีดยาวบนโซฟาร์ แม่หลับตาพร้มแย้มยิ้มโดยไม่กล่าวอะไร แม่ขยับตัวเพื่อที่จะใช้หมอนรองแขนของโซฟาร์หนุนศรีษะ ผมนั่งกับพื้นหันหลังพิงโซฟาร์ตรงกลางตัวของแม่พอดี

&n bsp; จับมือนุ่มนิ่มอ่อนโยนของแม่มาลูบไล้ใบ หน้าปากเม้มลิ้นเลียปลายนิ้วไล่ไปทีละนิ้ว แม่ชันขาข้างติดกับพนักพิงขึ้นโดยที่อีกข้างยังเหยีดยางราบไปบนเบาะนิ่มของ ที่รองนั่ ง ผมเอี้ยวมองกลางลำตัวแม่ ชุดนอนเลิกไปอยู่หน้าท้องเนินขาวอวบอูมถูกปกคลุมด้วยพงไหมและผ้าฉลุสีดำไก ล้เพียงแค่ นั้นผมมองเห็นริ้วรอยเส้นบางของธารน้ำวิ่งผ่ากลางเนินอวบ

&n bsp;

อีก ครั้งที่ผมขยับตัวไปอยู่กลางหว่างขาของแม่ ปลายจมูกไล้เลียแผ่วเบาไปที่ผ้าดำลายโปร่งบางเบาที่ปิดเนินอวบไม่มิด ผมใช้ปลายจมูกขุดเขี่ยคุ้ยแคะพร้อมทั้งสูดดมกลิ่นหอมยวนใจที่เล็ดลอดออกมา จากธารน้ำ แม่ยังนอนนิ่งเหมือนหลับลึก คงจะอยากดูว่าผมมีฝีไม้ลายมือแค่ไหน

&n bsp; จมูกปลายลิ้นและริมฝีปากเม้มเน้นดูดขบย้ำเลียไปที่เนื้อผ้าที่บางเบานั้น พร้อมๆกับที ่ผมสอดมือเข้าเกาะเกี่ยวขอบยางยืดของกางเกงและรูดลงแผ่าเบาทางปลายเท้า แม่ขยับร่างวางขาราบกับพื้นเพื่ออำนวยความสะดวกแพนตี้สีดำโปร่งบางเบาเลื่อน หลุดตามก ารเคลื่อนมือของผม พอหลุดพ้นเนิน จมูกปากลิ้นของผมกดฝังชำแรกแทรกลงไปตามรอยแยกของเนินเนื้อนั้น แม่ขยับแบะขาเนินเนื้ออวบอูมจึงลอยเด่น จมูกปากลิ้นผมบดขยี้มิดเม้มเล็มเลียจนเรียงลำดับไม่ถูก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น