วันอังคารที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560

Chinese Family 1/5



ยังมีเรื่องให้เรียนรู้

เราตั้งโต้ะมื้ออาหารค่ำง่ายๆแค่กับข้าวถุงที่ซื้อมาจากตลาดมีเสียงฝนที่หยุดสลับกับตกปรอยๆและชุดแก้วจานช้อนสวยๆของรีสอร์ทและไวน์หนึ่งขวดเสริมเพิ่มบรรยากาศ มื้อนี้เรามีแขกพิเศษเป็นคุณแอนเมียของเจ้าทุยที่เราชวนร่วมโต้ะด้วยกัน

"ฝนตกก็ดีไปอย่างนึงค่ะคือไม่ร้อน ปกติจะค่อนข้างอบอ้าวยกเว้นตอนเช้าๆ"
"สถานที่มันหลบเข้ามาคล้ายๆทะเลในเล็กๆคนสมัยก่อนเขาใช้เป็นที่เอาเรือมาจอดหลบลมพายุค่ะ"

ผมมองไปก็ยังเห็นมีเรือประมงจอดลอยลำหลบคลื่นลมอยู่หลังโขดหินใหญ่ คุณแอนมีชุดวิสกี้น้ำแข็งโซดาโต้ะวางเล็กๆส่วนตัวเพราะเธอออกตัวว่าไม่ถนัดดื่มไวน์สักเท่าไหร่ ผมมองของเหลวในขวดไวน์ของพวกเราก็เลยพร่องลงไปในอัตราเร่งที่ช้ากว่าของเหลวในขวดวิสกี้ของคุณแอนเพราะผมเองปกติก็นานทีปีหนส่วนแบมไม่ต้องพูดถึงรินให้เท่าไหร่ก็ยังอยู่เท่าเดิมส่วนคุณแอนนั้นคาดว่าคงเป็นชุดเครื่องดื่มประจำของเธอที่นี่

"นี่แอนไม่มีเพื่อนดื่มมาตั้งนานแล้วนะคะเนี่ย" คุณแอนเติมเหล้าแก้วใหม่
"อ้าว แล้วเจ้าทุยล่ะครับมันไม่ดื่มเป็นเพื่อนเหรอ"
"รายนั้นน่ะเหรอ.. วันๆนึงก็ไม่ค่อยได้คุยกันหรอกค่ะอาจมีบ้างพวกเรื่องค่าน้ำค่าไฟอะไรแบบนั้น" คุณแอนอมยิ้ม

คุณแอนนับเป็นสาวรุ่นใหญ่ที่ยังคงดูแลรูปร่างของตัวเองได้เป็นอย่างดีคนนึงทีเดียว ตอนเดินออกมาจากห้องผมเห็นคุณแอนนั่งดื่มอยู่ที่โต้ะอาหารแล้วไม่กล้ามองเธอตรงๆแต่ก็มั่นใจว่าเห็นสองจุกนูนทะลุเสื้อสายเดี่ยวสีดำคลุมด้วยผ้าคลุมไหล่สไตล์อินดี้ ถ้าไม่นับเรื่องรอยแผลตั้งแต่ครึ่งแก้มลงมาถึงคอที่ครั้งนึงมันคงเป็นแผลฉกรรจ์ถึงได้กรีดลึกกัดกินจนเป็นแผลคล้ายรอยสักที่บรรจงลงเข็มโดยช่างสักระดับซาตานติดตราไปชั่วชีวิตก็ถือว่าเจ้าทุยก็ได้ของดีมาครอบครองคล้ายๆผมเหมือนกันนะ ผมฟังคุณแอนคุยอยู่คนเดียวไปเรื่อยๆอาจมีตอบรับบ้างคงเพราะปกติไม่ค่อยจะมีเพื่อนมาให้คุยเท่าไหร่เพราะเจ้าทุยเพื่อนของผมก็เคยเล่าให้ฟังว่าเมียมันชอบที่จะอยู่บ้านในรีสร์อทมากว่าบ้านอาคารพานิชย์ในตัวจังหวัด

"คุณภพสนใจรอยแผลเหรอคะ" คุณแอนหันมาถามผมที่กำลับแอบพิจารณาเพลินไปหน่อย
"อ๋อ.. เอ่อ ขอโทษครับ"
"โอ้ยไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะแผลขนาดนี้ใครเห็นก็ต้องมองค่ะ"
"พี่ก็เลยต้องดูแลตัวเองหน่อยออกกำลังอะไรแบบนี้เผื่อคนอื่นเค้าอาจอยากมองอย่างอื่นมากกว่ามองแผลน่าเกลียดนี้ล่ะค่ะ" ผมเหล่สบตากับแบม  
"โอ้ยแต่ก่อนพี่แอนสวยแฟนเยอะนะถามน้องแบมสิ"

"แล้วคุณแอนรู้จักกับแบมได้ยังไงครับ" ผมเปลี่ยนบรรยาศเพราะสังเกตุว่าแบมตาปรือเหมือนกำลังจะหลับ
"ก็พี่แอนอยู่ห้องตรงข้ามห้องแบมไง" แบมหันมาบอกผมพยามทำตาโตขึ้นมาหน่อย
"โน!! พี่ไม่ได้อยู่ห้องตรงข้ามพี่อยู่ห้องข้างๆ น้องแบมจำสลับกันแล้ว"
"อ้าว.. แบมนึกว่าห้องตรงข้ามเป็นห้องพี่แอนซะอีก"
"ห้องตรงข้ามน้องแบมก็ห้องเพื่อนพี่ที่หล่อๆไง สงสัยน้องแบมจำสลับกับห้องพี่รึเปล่า 55" พี่แอนโยนระเบิดลูกที่หนึ่ง
"นี่ถ้าแบมมีเรื่องกับคุณแอนสงสัยห้องตรงข้ามถูกตำรวจจับไปแล้วนะฮะ" ผมตลกฝืดๆแบมยกไวน์ขึ้นทำหน้าขมๆแก้อาการมึนงงกับความทรงจำของตัวเอง
"ตั้งแต่ย้ายกลับมาในบรรดาคนรู้จักตอนอยู่กรุงเทพที่พี่แอนขอให้ได้เจออีกสักครั้งก็มีหลายคนนะ ได้เจอน้องแบมนี่ล่ะคนแรกค่ะ"
"อยากเจอแบมทำไมเหรอคะ" แบมถาม
"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่คิดถึงอยากเจอเฉยๆ" คุณแอนยกแก้วขึ้นดื่ม

"คุณภพคงอายุเท่าทุยงั้นพี่แอนแทนตัวเองว่าพี่เลยแล้วกันนะคะ" พี่แอนดื่มหมดแก้ว
"ตอนนั้นน้องแบมเค้าแต่งชุดนักศึกษาน่ารักมากพวกน้องชายพี่เห็นแล้วคะยั้ยคะยอจะให้พี่แนะนำให้รู้จักให้ได้"
"พี่ก็เตือนมันนะจีบดอกฟ้าจะไหวเร้อมันก็ไม่เชื่อพี่" ผมฟังแล้วรู้สึกว่าเวลาพี่แอนพูดคุยจะแฝงทัศนคติแปลกๆโดยเฉพาะเมื่อพูดเรื่องแบม

"พี่ก็แนะนำให้มันรู้จักกับน้องแบมจำได้ไหมล่ะที่สูงๆผอมๆผมยาวหล่อๆน้องชายพี่อ่ะ" พี่แอนถามแบม
"จำ.. จำไม่ได้ค่ะ.. มันนานมากแล้ว" แบมตอบ
"แหม.. ถ้าน้องพี่มันมาได้ยินเข้ามันคงเสียใจมากนะ"
"พี่ก็นึกว่ามันจีบติดเป็นแฟนกับน้องแบมไปแล้วซะอีกเห็นว่าเคยไปรับไปส่งกันนี่นา" พี่แอนรินแก้วใหม่
"เอ.. สงสัยพี่แอนจำคนผิดแล้วล่ะค่ะ ไม่น่าจะใช่แบมหรอก" น้ำเสียงของแบมฟังดูมั่นใจแบบอารมณ์ขึ้นหน่อยๆ
"ถ้าน้องแบมพูดแบบนั้นพี่ก็กลายเป็นคนพูดจาเพ้อเจ้อน่ะสิคะ" พี่แอนไม่ยอมลดรา
"เดี๋ยวคุณภพเค้าจะมองว่าพี่เป็นคนโกหกเอานา..55"

"แบมได้มาเจอพี่แอนที่นี่โลกมันกลมจริงๆนะครับ" ผมไม่รู้จะพูดอะไรส่วนแบมนั้นเงียบไปนานแล้ว
"แล้วไปไงมาไงถึงมาเป็นแฟนกับน้องแบมได้ล่ะคะเนี่ย"
"คุณแม่ผมแนะนำให้รู้จักกันครับ เราแต่งงานกันได้เกือบเดือนแล้ว"
"โอ้โห!!.. คุณภพนี่ชายหนุ่มผู้โชคดีตัวจริงเลยนะคะเนี่ย ยินดีด้วยค่ะ" พี่แอนชวนผมกับแบมชนแก้ว
"ขอโทษนะคะแบมขอเสียมารยาทไปนอนก่อนดีกว่าเห็นกำลังคุยกันสนุกเลย แบมฝากเป็นเพื่อนคุยพี่ภพด้วยนะคะ" แบมพูดน้ำเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์ที่แท้จริงแล้วลุกเดินไปทางห้องนอนทันที

"โอ้ย.. คนกันเองคงไม่เสียมารยาทอะไรหรอกค่ะ" พี่แอนพูดกับผมรินแก้วใหม่ให้ตัวเอง
"แล้ววันพรุ่งนี้คุณภพมีแพลนจะทำอะไรคะ"
"ก็คิดว่าจะไปดูอาจารย์นาโอะทำงานแถวๆนี้รอเจอเจ้าทุยแล้วก็กลับครับ"
"โอ้ย!!.. สองสามวันโน่นแหละกว่าทุยจะกลับน่ะค่ะ"
"เห็นเจ้าทุยมันว่าจะกลับพรุ่งนี้บ่ายๆเย็นๆนี่ครับ"

"ทุยเค้าถ้าลองได้เข้ากรุงเทพนะหลายวันกว่าจะกลับค่ะ" พี่แอนหัวเราะ
"เค้ามีบ้านมีผู้หญิงที่โน่น ไปแล้วกลับยากค่ะคุณภพ" พี่แอนชวนผมชนแก้วอีกครั้ง
"อ้าว.. เห็นมันบอกผมว่ามันไปส่งลูกนี่ครับ"
"ทุยเค้าก็ให้ลูกเรียกผู้หญิงทางโน้นว่าแม่ด้วยค่ะ" พี่แอนหัวเราะต่อ

"พี่ขี้เกียจเข้าไปขวางความสุขของเขาเราอยู่ของเราที่นี่ดีกว่า"
"ดีครับ กรุงเทพน่าเบื่อ" ผมส่งข้อความไปบอกแบมว่ากำลังจะชิ่งตามเข้าไป.. ใกล้แล้ว
"แต่พี่ไม่โกรธทุยนะคะตอนนี้เราอยู่เหมือนคนรู้จักกัน พี่แอนเองก็หน้าอย่างกับผีทุยเค้าคงจะอาย"
"ขอบคุณคุณภพนะคะที่อยู่เป็นเพื่อนดื่มไม่รังเกียจพี่" เธอชวนผมชนแก้วอีกครั้ง

จบประโยคนี้พี่แอนเมียเจ้าทุยก็ยกขาขาวของคนวัยสี่สิบกว่าที่ยังรูปร่างดีเหมือนพวกสาวๆผมมองตามไปจนถึงโคนขาขาวเรื่อยขึ้นไปจนถึงสองจุกเนื้อนมสองเต้ากลมอัดแน่นอยู่ในเสื้อยืดแขนกุด ผมเคยอยากลองมีอะไรสาวใหญ่หัวใจยังเปลี่ยวอยู่บ้างเหมือนกันยิ่งพวกที่ดูแลตัวเองดีๆเหมือนพี่โบพี่เบียร์และพี่แอนเมียของเพื่อนรักที่กำลังจู่โจมผมอยู่ตอนนี้แต่ถ้าผมจะต้องหักกับเพื่อนทุยเพราะผู้หญิงคนนี้ผมตามเข้าไปนัวเนียกับแบมเมียสาวคนสวยที่เพิ่งอารมณ์บูดเดินหนีเข้าห้องนอนไปน่าจะดีกว่าเยอะ

"พี่แอนกับทุยก็เหมือนเป็นเพื่อนกันน่ะค่ะเราอยู่กันด้วยธุรกิจ เค้าจะทำอะไรมีใครก็ตามใจเค้าคิดแบบนี้ซะพี่แอนก็ไม่ต้องโกรธใคร" เท้าของพี่แอนถูไถไปตามท่อนเนื้อทรยศที่มันดันแข็งตัวเป็นท่อนรับสัมผัสเท้าเปล่าของสาวใหญ่ใจถึง
"อย่าเลยครับพี่ผมว่าไม่ดีหรอก.. ผมเกรงใจทุย" ผมจับเท้าของพี่แอนให้นิ่งๆไว้
"คุณภพบอกว่าแต่งงานกับน้องแบมแล้ว.." พี่แอนมีแผนอะไรสักอย่าง
"สามคนก็ได้นะ เปลี่ยนรสชาติ" พี่แอนจับมือผมไปลูบไล้หน้าอกกลมแน่น
"อืมมม.. มม คุณภพกล้าขอน้องแบมรึเปล่าล่ะ พี่แอนว่าคำตอบอาจมีเซอไพรซ์นะคะ คุ้มค่าน่าลอง" เธอจับนิ้วของผมวนรอบๆจุกแข็งเป็นเม็ด

"แบมเค้าคงไม่กล้าหรอกครับ" ผมลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์
"น้องแบมคนสวยเค้าอาจจะร้ายเดียงสากว่าที่คุณภพคิดก็ได้นะคะ" พี่แอนทิ้งระเบิดอีกลูก
"คุณภพโดนคุณแม่ช่วยเขาใส่ตะกร้าล้างน้ำมาหรือเปล่า55" เมียเพื่อนทุยนี่วอนโดนตีนจริงๆ
"คุณภพลองถามน้องแบมดูนะว่าสนใจไหมพี่แอนจะดื่มรอคำตอบอยู่ตรงนี้แหละ"

ผมปิดประตูห้องเห็นแบมเอนหลังกึ่งนอนดูโทรทัศน์ตาแดงๆอยู่บนเตียงเสียบสายชาร์ตโทรศัพท์แล้วก็ล้มตัวลงนอนลงข้างๆแบมหยิบกล้องดิจิตัลมาเปิดดูรูปและกดปุ่มศึกษาฟังชั่นช่วยเหลือต่างๆ

"ไม่คุยกันแล้วเหรอ" แบมเอ่ยขึ้นมาก่อน
"อืมมม.. ขี้เกียจคุยแล้ว"
"แม่งเหี้ยมากเลยพี่ภพ" ผมเพิ่งเคยได้ยินแบมสบถเป็นครั้งแรก
"ใคร.. พี่เหรอ" หรือว่าพิธีกรรายการเล่าข่าวรอบดึกในทีวี
"ไม่ใช่..พี่ภพ!!" แบมยันตัวนั่งแล้วหันมาทำหน้าจริงจัง
"มันโกหก เรื่องที่เค้าเล่าอ่ะมันไม่จริงเลยพี่ภพ!!" แบมอธิบายให้ผมฟัง
"ที่เค้าบอกว่าน้องเค้ามาจีบแบมก็มาจริงๆแหละแต่แบมไม่เคยพูดด้วยเลยสักครั้งนะพี่ภพแบมเดินหนีตลอด"
"แล้วพี่แอนเค้าพูดให้ร้ายแบมอย่างนั้นทำไมล่ะ" ผมสงสัย
"ถ้าแบมจำห้องผิดจริงๆนะแบมพอรู้แล้วล่ะว่าเค้าโกรธอะไรแบม"

"ตอนแบมเรียนมหาลัยเช่าหอนี้อยู่ก็เจอพี่แอนแบบผ่านกันไปมาไม่ได้สนิทอะไรเลยเคยคุยทักทายกันบ้างแค่นั้นเองอ่ะพี่ภพ แบมก็อยู่กับเพื่อนใช่ป่ะวันนึงข้างห้องมีแบบกินเหล้าเสียงดังแล้วตรงข้างห้องที่หอเค้าจะมีช่องเป็นประตูเล็กๆเอาไว้ซ่อมพวกท่อน้ำอ่ะมันแทรกตัวเข้ามาดูแบมกับเพื่อนอาบน้ำทางช่องลม"
"แล้วแบมรู้ได้ไง" ผมชักสนใจเรื่องที่แบมเล่าว่าโดนแอบดูอาบน้ำอีกแล้วผมชักอยากเห็นหน้าเพื่อนแบมที่อยู่ด้วยกัน
"แน่ใจสิพี่ภพเพื่อนแบมเห็นหัวเห็นตามันเลย"
"แล้วแบมทำไง"
"เพื่อนแบมก็กรี๊ดเลยห้องอื่นเค้าก็ออกมาคนดูแลหอก็มาเค้าก็รีบวิ่งมาแบมเล่าให้เค้าฟังเค้าก็เรียกตำรวจ"
"แบมไม่กล้าออกไปดูแต่เห็นเพื่อนบอกว่ามันมากินเหล้ากันแล้วมาแอบดูตั้งหกเจ็ดคนอ่ะพี่ภพ" ผลัดกันแอบดูหกเจ็ดคนเลยเหรอแบม

"แล้วไงต่อ.. หาอะไรอ่ะ" แบมเหมือนจะมองหาอะไรสักอย่าง
"ขนม.. โมโหอ่ะพี่ภพ" ผมยื่นห่อขนมโปเต้ที่ล้มตัวลงนอนทับไว้ให้แบม
"แล้ววันหลังแม่บ้านก็มาบิวท์แบมอีก" ผมรับห่อขนมมาแกะให้เพราะดูท่าทางการวางมือของแบมนาทีนี้แล้วน่าจะดึงทีเดียวขนมกระจายทั่วเตียงแน่ๆ
"แม่บ้านเค้าบอกว่าคืนนั้นอ่ะตำรวจจับไปก็แค่ปรับลงบันทึกแค่นั้น"
"แล้วแม่บ้านเค้าก็บอกว่าไอ้ประตูช่องเนี้ยจริงๆมันมีกุญแจแต่มันหายไปตั้งนานแล้ว"
"แม่บ้านเค้าก็น่าจะบอกเจ้าของ"
"ใช่ สงสัยไม่ได้บอก" แบมจกขนมกรุบกรอบเคี้ยวให้หายโมโห
"แสดงว่ามันต้องเคยมาแอบดูก่อนหน้านั้นหลายวันแล้ว" ผมกำลังสืบสวนคดีแอบดูนางฟ้า(นักศึกษา)อาบน้ำ
"นั่นอ่ะ แบมก็อะไรวะแค่ปรับเองเดี๋ยววันหลังมันก็มาอีกมันไม่เข็ดหรอกใช่ป่ะ"
"แบมก็เลยบอกพ่อ.."

"ห่ะ.."
"แบมก็เลยบอกพ่อ"
"แล้วมันตายไหม.."
"ไม่รู้ดิ"

"ถ้าเป็นเรื่องนี้จริงๆและแบมจำห้องผิดจริงๆนั่นก็น่าจะเป็นห้องของพี่แอนเขา" ผมโชว์ฝีมือการเดา
"อาจเป็นน้องชายที่ว่า เขาก็เลยโกรธ"
"แต่ถ้าเป็นคดีความผิดแค่นี้โทษก็ไม่น่าจะเท่าไหร่"
"แบมไม่รู้น่ะสิว่าป๊าแบมจัดหนักขนาดไหน เห็นว่ามียาเสพติดในห้องด้วย"
"ถ้างั้นก็ยาว.."
"เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นแล้วเราก็กลับกันเถอะหรือไม่ก็นอนค้างพัทยาอีกคืนก็ได้"

"แล้วพี่ภพเชื่อที่เค้าเล่าหรือเปล่า"
"เรื่องไหน.." แม่ง..หลายเรื่องเกิ๊น
"ที่มันว่าแบมเป็นแฟนกับน้องมันอ่ะ ที่ว่าไปรับไปส่งกันอ่ะ"
"พี่จะไปรู้ได้ไงล่ะตอนั้นยังอยู่ญี่ปุ่นเลยมั้ง"
"แล้วพี่ภพเชื่อรึเปล่าล่ะ!!" แบมจะเอาคำตอบให้ได้

"หมายถึงพี่คิดว่ามันจริงหรือไม่จริงน่ะเหรอ" ผมตอบคำถามด้วยคำถามบ้าง
"หมายถึงว่าพี่ภพเชื่อหรือเปล่า"
"มันไม่สำคัญหรอก มันสำคัญจากวันนี้ที่เราอยู่ด้วยกันมากกว่า" ผมปลอบเธอ
"พี่ภพว่าไม่สำคัญเหรอ!!"
"ใช่.. ถึงยังไงพี่ก็ไม่รู้อยู่แล้วเรื่องจริงเรื่องปลอม ปัจจุบันที่เราอยู่ด้วยกันสิที่พี่เชื่อ" ผมพยามปลอบแบมตามความเป็นจริงตามวิถีพุทธ
"แล้วสำหรับพี่ภพมีอะไรที่สำคัญบ้างเหรอ!!" พูดเสร็จชาวพุทธก็งอนลุกเดินเข้าห้องน้ำไปเลย จริงๆตอบว่าไม่เชื่อไปซะก็หมดเรื่องแล้วงานงอกเพราะผมเสือกท่ามากไม่เข้าเรื่อง

เดินไปแง้มประตูดูเห็นพี่แอนยังนั่งอยู่ที่เดิมคนเดียวเหมือนที่บอกว่ายังรอคำตอบจากผมเรื่องที่เธอชวนผมกับแบมสวิงบนสังเวียนสามมุมคืนนี้ ผมเอนหลังลงนอนดูเพดานคิดเรื่องที่พี่แอนเล่าและที่แบมเพิ่งอธิบายคิดเรื่องเชื่อหรือไม่เชื่อจริงหรือไม่จริง หรือว่าแบมจะเคยมีแฟนมาก่อนจริงๆ หรือว่าอาจแอบมีลูกแล้วแต่แม่ผมช่วยแม่แบมใส่ตะกร้าล้างน้ำมาจริงๆ ผมไม่เคยเห็นเลือพรหมจรรย์ของแบมตามที่ใครๆเขาพูดกันเรื่องสาวบริสุทธิ์และก็ไม่เคยถามเธอตรงๆ

แต่ผมไม่สน.. แบมก็น่ารักกิริยามารยาทดีนิสัยดีพูดจาดีเข้ากับพ่อแม่ผมได้ แต่ถ้าวันนึงแบมบอกว่าเคยมีลูกแล้วผมจะทำยังไงคิดจนเผลอหลับฝันไปเพราะยังไม่ได้นอนเลยทั้งคืนทั้งวัน

ผมรู้สึกตัวตื่นได้ยินเสียงแปลกๆแทรกมากับเสียงพายุทั้งลมทั้งฝนที่โหมกระหน่ำใส่ตัวบ้านแสงไฟในห้องมืดสนิทแบมยังนอนนิ่งไม่สะทกสะท้านกับพายุ

ปึ้ก.. ปึ้ก.. ผมนอนฟังเสียงดังมาจากประตูทุกครั้งที่เสียงดังประตูก็จะสั่นสะเทือนเป็นจังหวะใกล้กันสองครั้งแล้วก็ห่างสลับกันไปสักพักใหญ่ๆจบเงียบเสียงไปนานจึงแง้มประตูออกไปดู พี่แอนไม่อยู่แล้วแสงไฟกลางบ้านสีส้มสว่างจางๆอยู่ดวงเดียวมองเห็นแก้วจานช้อนขวดโซดาล้มระเกะระกะ ที่หน้าประตูมีมีดปอกผลไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่หล่นอยู่สองเล่มผิวสัมผัสประตูไม้ที่เมื่อตอนเย็นผมยังชมในใจว่าสวยตอนนี้เป็นแผลบาดเจาะเนื้อไม้คล้ายโดนปามีดใส่เหมือนเป็นฉากรับในการแสดงกายกรรมปามีด

ผมรู้ได้ทันทีโดยสัญชาติญาณนักเดาว่าเสียงแปลกประหลาดแทรกกับเสียงฝนที่ผมนอนฟังอยู่ต้องเป็นของเจ้ามีดสองเล่มนี้แน่ๆ ตอนแรกคิดว่าจะเก็บไปไว้ตรงอื่นเพราะไม่อยากให้แบมเห็นแต่นึกขึ้นได้ว่าไม่อยากมีลายนิ้วมือบนด้ามมีดเลยเอาเท้าเขี่ยๆไปให้พ้นหน้าห้อง

แล้วใครเป็นคนปามีดพวกนี้ใส่ประตูห้องที่ผมกับแบมนอนอยู่ล่ะผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในใจผมก็คงจะไม่พ้นพี่แอนไปได้เพราะแรงจูงใจมันเยอะเหลือเกิน เธออาจโกรธเรื่องที่น้องชายโดนตำรวจจับเพราะแบมหรือไม่ก็เพราะผมปล่อยทิ้งให้เธอดื่มรอคำตอบอยู่คนเดียวจนเมาและโมโหที่ไม่ได้สมสวาทดังใจหวัง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าตกใจหรืออันตรายเกินไปนักจึงปิดประตูแล้วค่อยๆคลำทางไปล้มตัวลงนอนต่อ คิดว่าตื่นแล้วจะชวนแบมเก็บข้าวของกลับกันเลยดีกว่าหรือไม่ก็ไปนอนเล่นพัทยาอีกสักคืนก็ได้

ผมรู้สึกตัวได้ยินเสียงปลุกจากโทรศัพท์ของแบมดังได้สักพักแล้วคิดว่าเธอคงลืมปิดเพราะเรามาเที่ยวกันไม่ได้ต้องลงไปเปิดประตูให้ช่างเหมือนนอนอยู่ที่บ้าน แบมงัวเงียปิดเสียงสัญญาณปลุกแล้วเดินเข้าห้องน้ำส่วนผมก็หลับตายังอยากนอนต่ออีกหน่อย

"พี่ภพ" แบมพันผ้าเช็ดตัวหอมกลิ่นสบู่เดินออกมาจากห้องน้ำ
"ฮึ.."
"เจ็ดโมงกว่าแล้วนะเค้าพี่ภพนัดเจ็ดโมงครึ่งไม่ใช่เหรอ"

ผมทะลึ่งตัวเข้าห้องน้ำทันทีแต่ก็ได้แค่แปรงฟันล้างหน้าทำธุระส่วนตัวน้ำท่าไม่ต้องอาบเพื่อออกมายืนรอรถตู้คณะทำงานของอาจารย์นาโอะที่ผมตอบรับคำชวนให้ไปเที่ยวดูการทำงาน รถตู้เลี้ยวโค้งผ่านมาทางหน้าทางเดินเข้าบ้านที่ผมกับแบมยืนรออยู่แล้วด้วยไม่อยากเสียหน้ากับคนญี่ปุ่นเรื่องเวลา

"ไม่มีกระเป๋าอะไรเลยเหรอ" อาจารย์นาโอะนั่งหน้าคู่คนขับเปิดหน้าต่างถามผม
"มีกล้องอันเดียวครับ" ด้วยความเร่งรีบกลัวไม่ทันเวลานัดแผนที่ว่าจะเก็บของออกไปพักที่อื่นจึงต้องล้มเลิก
"เมื่อวานผมลืมบอกกับคุณไป งานนี้ทุกคนที่อยู่ในสถานที่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำนะ"
"ผมไม่ได้หยิบออกมาครับ"
"งั้นคุณก็เข้าไปเอามาเรายังพอมีเวลา ผมเก็บงานรอบเช้าเสร็จไปแล้ว"
"เดี๋ยวแบมไปเอาให้ก็ได้" แบมเดินกลับเข้าไปในบ้าน

เมื่อแบมกลับมาเราก็ขึ้นบนรถตู้ที่มีสามสาวนางแบบกับกระเทยอีกสองคนที่ผมไม่เคยเห็นหน้า ผมกับแบมแทรกตัวไปนั่งเบาะหลังที่เดิมสังเกตุว่ายังมีรถตู้หรูหรายี่ห้อแพงตามมาอีกหนึ่งคันเรานั่งกันเงียบๆโยกเยกไปตามสภาพผิวทาง แบมไม่คุยกับผมเลยไม่แม้แต่จะมองหน้าตลอดระยะทางไม่ไกลนักลัดเลาะไปตามสวนมะพร้าวจนมาเจอกำแพงซีเมนต์ทึบสูงทางเข้าตกแต่งไว้คล้ายรีสอร์ทหรู

"เดี๋ยวพาทีมงานไปสระน้ำริมทะเลนะ" ผู้ชายที่ลงมาจากรถตู้หรูหราสั่งงานชายรับใช้ของสถานที่
"ตามสบายนะครับ ถ้าเห็นคนแต่งตัวคล้ายคนเมื่อกี้ก็เรียกใช้ได้ครับขนมเครื่องดื่ม.. ไวน์.. แชมเปญ มีครับ"
"เอ่อ.. ผมยังไม่ทราบชื่อ" ชายในชุดเหมือนจะไปตีกอล์ฟคุยกับแบมก่อนเลยทั้งที่ผมยืนอยู่ข้างๆ
"ชื่อแบมค่ะ" แบมยิ้ม
"เห็นอาจารย์ว่าจะมีลูกศิษย์มาช่วยงานตอนแรกผมเห็นคุณแบมแล้วคิดว่านางแบบซะอีก"
"อ๋อ.. ไม่ใช่หรอกค่ะ" แบมหัวเราะมุขจีบหญิงเห่ยๆ
"เอ๊ะ..ตอนนี้ผมขอยกเลิกนางแบบฝรั่งยังทันไหมครับ" ชายในชุดนักกอล์ฟหันไปพูดเสียงดังกับกระเทยสไตลิส
"สันดาน.." อาจารย์นาโอะกระซิบเป็นภาษาญี่ปุ่นกับผมว่า ไอ้เหี้ยนี่แม่งสันดาน

"คุณไม่ต้องมาช่วยผมหรอก ไปนั่งคอยดูอยู่กับแฟนคุณก็พอ" อาจารย์นาโอะบอกผม
"ไม่เป็นไรครับอาจารย์แบมเค้าคงดูแลตัวเองได้ เราก็อยู่กันแถวๆนี้ไม่ได้ไปไหนไกล"
"ผมหมายถึงคุณอาจไม่มีสมาธิในการทำงาน"
"อ๋อ.. ก็ถ้าเห็นผมไม่ไหวตอนไหนอาจารย์บอกผมได้เลยครับ"
"ก็บอกอยู่เนี่ย.." อาจารย์นาโอะเห็นผมอึ้งไปก็หัวเราะเสียงดังชวนให้ผมช่วยยกข้าวของไปวางไว้รวมกัน

"โอะๆ อย่าเลยครับน้องแบม" แบมไม่ฟังชายในชุดนักกอล์ฟร้องห้ามยังคงช่วยผมยกของที่ไม่หนักมากเดินตามผมมาแต่พอผมยิ้มให้ขยับจะพูดด้วยเธอก็ทำเฉยๆเหมือนไม่มองไม่สนใจ เราเดินสวนกันไปมาคนละสองสามรอบข้าวของก็ถูกย้ายมาวางกองรวมกันที่กำแพงปูนดิบหน้ากรอบประตูทางเข้าบริเวณสระว่ายน้ำที่ด้านหลังเห็นวิวทะเลเมฆมืดครึ้ม  

"ทุกคนเชิญทางนี้หน่อยค่า.." กระเทยสไตลิสร้องเรียกผู้เกี่ยวข้องกับการถ่ายแบบแฟชั่นในวันนี้มารวมกัน
"ตอนนี้นะคะจะเป็นการถ่ายเซ็ทต่อจากเมื่อตอนเช้า"
"และขอต้อนรับคณะของคุณวีริศซึ่งเป็นทั้งเจ้าของหนังสือเจ้าของสถานที่และเป็นเจ้านายดิชั้นด้วยค่าาา"

เสียงปรบมือต้อนรับคณะของนายทุนเจ้าของงานและสถานที่ในวันนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือชายในชุดนักกอล์ฟคนนี้นี่เองนอกจากนี้ก็ยังมีสปอนเซอร์ใหญ่ของหนังสือซึ่งมาพักผ่อนนอนเล่นอยู่ในบ้านพักหรูริมทะเลแห่งนี้หลายวันแล้ว

"เดี๋ยวเชิญอาจารย์นาโอะและล่ามภาษาญี่ปุ่นค่ะ" อาจารย์นาโอะขอตัวออกไปยืนกลางวงรอน้องผู้หญิงในชุดสูทสีดำใส่ส้นสูงเดินกระย่องกระแย่งบนพื้นหญ้าเปียกๆจากกลุ่มของชายในชุดนักกอล์ฟ
"สวัสดีค่ะช่ืออ๋อมนะคะวันนี้มาเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นให้อาจารย์ ถ้าพี่ๆท่านใดสงสัยในขั้นตอนการทำงานก็บอกอ๋อมเดี๋ยวอ๋อมถามให้ค่ะ"
"… เดี๋ยวอาจารย์จะบรีฟงานและระเบียบในการทำงานให้ทุกท่านฟังนะคะ" อาจารย์นาโอะอธิบายให้ล่ามสาวฟรีแลนซ์หน้าตาน่ารักฟังออกท่าทางมือไม้
"การทำงานอาจารย์จะแบ่งเป็นสองช่วงนะคะ ในช่วงแรกบริเวณสระว่ายน้ำจะอนุญาติเพียงฝ่ายช่างภาพช่างแต่งหน้าทำผมฝ่ายเสื้อผ้าและวีไอพีเท่านั้นนะคะนอกจากนี้ไม่อนุญาตให้เข้าภายในส่วนของการทำงานค่ะ" ล่ามสาวน้อยสอบถามอะไรบางอย่างซึ่งเหมือนเธอเองก็ยังงงๆไม่มั่นใจความหมายในการสื่อสารสองภาษา

"ช่วงที่สอง.. " อาจารย์นาโอะทำท่าให้พูดไปเพราะล่ามสาวน้อยหันมามองเขาให้แน่ใจอีกครั้ง
"ช่วงที่สองจะเป็นคอนเสพท์ปาร์ตี้ริมสระน้ำ ท่านที่จะเข้าบริเวณทำงานต้องขอความร่วมมือว่าให้แต่งกายเป็นชุดว่ายน้ำเท่านั้น" อาจารย์เข้ามาอธิบายเสริม
"ถึงแบ็คกราวด์ภาพจะเบลอแต่ขอความกรุณาห้ามใส่ชุดอื่นๆเข้าในบริเวณอย่างเด็ดขาดค่ะ"

อาจารย์ทำมือเรียกพวกทีมภาพซึ่งมีเพียงอาจารย์นาโอะและลูกมือยกของเด็กคนไทยอีกคน

"แบมนั่งเล่นแถวนี้ก่อนแป้ปนึงนะ" ผมเดินมาบอกแบม
"พี่ภพเห็นอะไรสำคัญก็ทำไปเถอะค่ะ" อ๋อ.. ผมถึงบางอ้อแล้วว่าทำไมแบมถึงงอนผมนานถึงตอนนี้ก็ไอ้เรื่องสำคัญไม่สำคัญห่าอะไรเมื่อคืนนี่แหละ
"เดี๋ยวแบมอยู่กับน้องเค้าก็ได้" แบมเขยิบตัวไปยืนข้างล่ามสาวน้อยที่ยังยืนงงๆ
"เอ่อ.. แล้วไม่ต้องตามเข้าไปทำงานเหรอคะ" แบมถามล่ามสาวน่ารักรุ่นน้อง
"ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่แปลให้เองน้องอยู่เป็นเพื่อนแฟนพี่ก่อนก็แล้วกันนะ"
"ระวังคนตัวใหญ่ๆที่ใส่ชุดตีกอล์ฟให้พี่ด้วย ชอบมาคุยกับแฟนพี่" ผมแซวแบมเล่นแบบไม่ดูกาละเทศะแล้วรีบขนชุดขาตั้งไฟที่ยังกองเหลืออยู่ตามเข้าไปสมทบที่ริมสระน้ำ

"สวัสดีค่ะน้อง..อ๋อม ใช่ไหมคะ พี่ชื่อแบมนะ" แบมทำความรู้จักกับล่ามสาวที่น่าจะเป็นรุ่นน้อง
"สวัสดีค่ะ" ล่ามสาวยิ้มสวยให้สาวสวย
"เดี๋ยวเราไปนั่งกันทางด้านโน้นไหมคะยืนตรงนี้ไม่รู้จะเกะกะเขาทำงานหรือเปล่า" แบมชวนเดินไปที่โต้ะไม้ริมระเบียง

"อ้าว.. น้องอ๋อมน้องแบมเดี๋ยวเชิญนั่งในห้องกระจกเย็นๆดีกว่าครับมีน้ำมีกาแฟมีขนมโทรทัศน์ไวไฟปลั๊กชาร์ตแบ็ตพร้อมบริการครับ" คุณวีริศกดวางโทรศัพท์บอกทางแล้วเดินมาทางสองสาว
"ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวแบมอยู่ตรงนี้ดีกว่ากลัวเกะกะเค้าค่ะ"
"โอ้ย.. ห้องใหญ่ค่ะน้องแบม พวกนางแบบเค้าเข้าไปทำงานกันแล้วด้วย ไปเถอะ.. น้องอ๋อมพาน้องแบมไปสิ" คุณวีริศสั่งลูกน้อง
"เชิญค่ะพี่แบม.. เอ่อ..เดี๋ยวนะคะ.. คุณวีริศคะ" ล่ามสาวเหมือนยังสงสัยไม่กระจ่างอะไรบางอย่าง
"ครับ.. น้องอ๋อม เอ่อ.. เช็คงานที่แล้วน้องอ๋อมไปรับแล้วยัง"
"รับมาแล้วค่ะ" อ๋อมตอบ
"มารับเช็ควันหลังเจอกันทานข้าวกันด้วยสิ นะ.. มีเบอร์ส่วนตัวพี่แล้วนี่" แบมพอเดาออกว่าคนคนนี้เป็นคนชนิดไหน
"คือที่อาจารย์นาโอะบอกว่าทุกคนต้องใส่ชุดว่ายน้ำอ่ะค่ะ.."
"อืมม.. ก็เพิ่งรู้เหมือนกันเนี่ย"
"หนู.. ไม่ได้เตรียมชุดมาด้วยค่ะ" น้องอ๋อมสารภาพกับเจ้านาย
"งั้นเอางี้.. เดี๋ยวน้องอ๋อมขึ้นไปกับพี่ พวกแฟนพวกวีไอพีเค้าน่าจะเตรียมติดมาว่ายน้ำกันคนละหลายชุดอยู่นะ"
"เดี๋ยวแบมให้น้องยืมก็ได้ค่ะพอดีติดมาสองชุด"

เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าเครื่องของคุณวีริศ เขาขอตัวแต่ไม่ลืมบุ้ยหน้าชักชวนให้สองสาวเข้าไปนั่งพักผ่อนในตัวบ้านทันทีที่แบมและอ๋อมนั่งลงบนชุดโซฟาป้าในชุดฟอร์มแม่บ้านก็เข้ามาถามเครื่องดื่มเพราะเล็งสองสาวตั้งแต่เดินมาแล้ว

"รอถ่ายแบบกันเหรอคะ" ป้าเอาน้ำเปล่าเย็นๆมาเสริฟ
"เปล่าหรอกค่ะมาทำงานน่ะจ้ะ" แบมรีบตอบ
"คุณๆสวยน่ารักกว่านางแบบฝรั่งพวกนั้นอีกนะคะเค้าน่าจะชวนไปถ่ายแทนซะเลย" แม่บ้านถอยหลบไปเพราะสองสาวเอาแต่ยิ้มไม่คุยด้วยต่อ

"น้องอ๋อมทำงานกับคุณวีริศเหรอคะ" แบมชวนคุย
"อ๋อ.. อ๋อมเพิ่งเริ่มงานเองค่ะยังเป็นพนักงานฝึกหัดอยู่เลย"
"แต่ว่าอ๋อมเคยเป็นฟรีแลนซ์รับของคุณวีริศมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบแล้วค่ะพวกงานล่ามและงานแปลเอกสารภาษาญี่ปุ่นภาษาฝรั่งเศษ" แบมสนใจเพราะตัวเองก็ชื่นชอบภาษาฝรั่งเศษเช่นกันสืบไปสืบมาพบว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องจากมหาวิทยาลัยแถวท่าพระจันทร์เหมือนกันถึงจะคนละคณะแต่ก็คุยกันสนุกสนิทกว่าเดิม

"ว่าแต่.. เรื่องชุดว่ายน้ำอ่ะค่ะพี่แบมทำไมพี่แบมถึงได้เตรียมมาล่ะรู้ก่อนเหรอ"
"ก็อาจารย์เค้าบอกแฟนพี่เมื่อตอนเช้า"
"แสดงว่าคุณวีริศไม่ใช่เพิ่งรู้หรอก จะหาเรื่องถ้าอ๋อมทำไม่ได้น่ะสิ"
"อ้าว.. ทำไมล่ะ"
"ก็สงสัยเค้าชอบแกล้งอ๋อมมั้ง พี่แบมคิดดูตอนที่วงโอเอ็กซ์ของเกาหลีมาอ่ะให้แบมคอยเทคแคร์"
"อ้าว.. ไม่ดีเหรอ"
"โอ้โหพี่แบม แค่ต้องลุยกับพวกติ่งอ๋อมก็แทบจะไม่ได้หลับได้นอนแล้วนี่ยังต้องเทคแคร์ผู้ชายตั้งหลายคน แล้วอ๋อมรู้แต่ภาษาญี่ปุ่นรู้เกาหลีซะเมื่อไหร่" อ๋อมเล่าวีรกรรมหมาดๆ
"อ้าว.. แล้วคุยกันยังไงล่ะ"
"ภาษาอังกฤษพี่แบมมันพูดได้หลายคนอยู่ โชคดีไป.."
"แล้วคุณวีริศเค้าไม่รู้เหรอว่าน้องอ๋อมพูดเกาหลีไม่ได้" แบมถามต่อ
"โอ้ย.. สนุกเขาเลยพี่แบม แล้วไอ้วงเนี้ยตอนบริษัทจ้างมาคราวที่แล้วแต่ละคนโคตรเรื่องมากเลย ปีนี้มันมีเพลงดังเลยซื้อทัวร์มันอีก" น้องอ๋อมเล่าเรื่องงานที่เธอต้องรับผิดชอบในฐานะพนักงานฝึกหัด
"เค้าชอบแบบ..กดดัน จะทำได้ไหม..ไหมไหม อะไรแบบนั้นอ่ะพี่แบม มันก็ต้องได้อยู่แล้วแหละ"

"เอ่อ.. แล้วพี่แบมเอามาสองชุดทำไมอ่ะคะ" น้องอ๋อมยังสงสัย
"..อืมม.. ..ตัวนึงพี่ซื้อมาแล้วไม่กล้าใส่อ่ะมันโป๊เกินแต่ติดอยู่ในถุงเดียวกัน" แบมอธิบายแบบเอาตัวรอด
"แล้ว.. แล้ววันนี้พี่แบมจะใส่ตัวโป๊หรือตัวไม่โป๊อ่ะ" น้องอ๋อมไม่แน่ใจว่าสาวรุ่นพี่อารมณ์แบบไหน
"เดี๋ยวให้น้องอ๋อมเลือกแหละเพราะพี่คงรออยู่ตรงนี้ถ้าไม่เข้าไปที่เขาถ่ายก็ไม่ต้องเปลี่ยนชุดใช่ป่ะ" แบมอวดแผนฉลาด
"ดูทีวี ดูทีวี.." แบมกดรีโมทเปลี่ยนภาพในจอยักษ์
"โหย.. ไม่เอาอ่ะพี่แบมเป็นเพื่อนกันแล้วก็ต้องเป็นให้ตลอดสิ" น้องอ๋อมเห็นแววว่าแบมจะชิ่ง
"แล้วเชื่อป่ะถ้าพี่แบมนั่งอยู่คนเดียวนะเดี๋ยวคุณวีริศต้องมาชวนพี่แบมไปเลือกชุดข้างบนแน่ๆ" ก็จริงนะ..แบมคล้อยตาม
"งั้น..เดี๋ยวพี่หลบในห้องน้ำ"
"หนูว่าป้าแม่บ้านเค้าก็รู้อยู่ดีแหละว่าพี่แบมไปหลบอยู่ตรงไหนถ้าเจ้านายเขาถาม" แบมหันไปมองป้าแม่บ้านกำลังนั่งหาวว่างงาน

"อ่ะ.. ระหว่างนี้น้องอ๋อมเอาไปลองดูลองทำใจก่อนได้" แบมแกล้งวางชุดบิกินี่สีเหลืองเลมอนสุดเซ็กซี่ข้างๆน้องอ๋อม
"โหย..!! นี่พี่แบมซื้อมาจะใส่ที่ไหนเนี่ย" น้องอ๋อมหยิบบิกินี่สายสปาเก็ตตี้ตัวจิ๋วไปพิจารณาเส้นสายตะขอยึดความมั่นคงปลอดภัยไม่อยากหลุดโชว์จอแบนต่อหน้าใคร
"ขออ๋อมดูชุดพี่แบมอีกชุดหน่อยดิ" น้องอ๋อมคงยังอยากได้เลือก
"อ่อมใส่ตัวนั้นแหละดีแล้ว ชุดแบบนี้คนนมเล็กใส่ได้ดูไม่โป๊มาก" สองสาวเงียบกันไปมองที่หน้าอกของน้องอ๋อมกันโดยมิได้นัดหมาย
"ไม่หรอก.. พี่ก็นมเล็ก ..แต่อ๋อมใส่อ่ะดีแล้วสวยแหละ" แบมยังคะยั้นคะยอต่อไป

"โห.. สงสัยซื้อมาใส่ให้พี่คนนั้นดูกันสองคนในห้องแน่ๆเล้ยยย" น้องอ๋อมแซว
"อ๋อ.. พี่แต่งงานแล้วอ่ะ" แบมรีบออกตัวเพื่อไม่ให้ดูก๋ากั่น
"จริงอ่ะ!! พี่แบมอายุเท่าไหร่แล้วอ่ะ"
"ยี่สิบหก.." แบมปัดเศษที่เป็นเดือนออกไม่เอามานับรวม
"โหย.. สุดยอดเลยอ่ะ อ๋อมอยากแต่งงานตอยอายุแบบพี่แบมอย่างเงี้ยเลย"
"แต่งเร็วไม่แก่ดี.."
"ดียังไงอ่ะ.." แบมสงสัย
"แค่คิดแล้วขนลุกแล้วพี่แบมอย่าเพิ่งมีลูกนะ!!ไปเที่ยวก่อน พี่สาวอ๋อมเค้าแต่งงานช้าแต่งแล้วมีลูกเลยอ้วนแผละผัวหนีไปมีเมียน้อยเลยอ่ะ"
"อ้าว.. คนมันก็ต้องแก่ก็ต้องอ้วนเป็นธรรมดา" แบมยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
"ผู้ชายเขาไม่ได้มองแบบนั้นน่ะสิพี่แบม ยังไงก็ชอบคนสวยหุ่นดี" อ๋อมหยิบชิ้นท่อนล่างตัวจิ๋วมาพลิกไปพลิกมาดูเล่น

"โอ้ย..!! นี่ถ้าเป็นอ๋อมมากับสามีนะอ๋อมจะใส่โชว์ซะเลยพี่แบมมีสามีมาด้วยทั้งคนจะกลัวอะไร ถ้าพี่แบมใส่ชุดนี้นะรับรองเกิดออร่าแผ่รังสีเลยอ่ะ..และก็ต้องมีแต่คนอิจฉาแฟนพี่แบมแน่ๆ"

"น้องอ๋อมใส่อ่ะดีแล้วค่ะ สวยแหละ อื้ออ.." แบมไม่หลงกลง่ายๆ

สามสาวนางแบบในชุดว่ายน้ำแบบทูพีซถ่ายรวมเซ็ทสุดท้าย วันนี้บรรยากาศการทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่นอาจเพราะเจ้าของแบรนด์และเจ้าของหนังสือต่างชื่นชอบในผลงานการถ่ายภาพแฟชั่นระดับโลกของอาจารย์นาโอะเป็นทุนอยู่แล้วจึงไม่ค่อยยุ่งวุ่นวายอะไร ส่วนอาจารย์นาโอะก็จะอธิบายสิ่งที่เขาต้องการให้นายทุนและสไตลิสฟังอย่างชัดเจนและให้ดูมอนิเตอร์ไปด้วยอาจมีบ้างที่ลูกค้าขออาจารย์ก็จัดให้อย่างเต็มใจ

ผมมองเห็นเหล่าวีไอพีที่กระเทยสไตลิสและผู้จัดการกองพูดถึงไว้ก่อนทำงานเริ่มลงมาเดินพูดคุยบ้างก็นั่งเล่นดูเราทำงานหรือไม่ก็ดูนางแบบในชุดบิกินี่แฟชั่น

"เดี๋ยวช่วงที่สองผมอยากได้อารมณ์แปลกไปกว่าชุดเมื่อกี้อีกหน่อย" อาจารย์บอกเป็นภาษาญี่ปุ่นผมแปลเป็นไทยและอังกฤษให้หนึ่งในสามสาวนางแบบแปลเป็นฝรั่งเศษอีกที
"ชุดเมื่อกี๊มันเป็นแบบถ่ายแฟชั่นซึ่งผมก็คิดว่าได้งานที่เพอร์เฟคทีเดียว" กระบวนการแปลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระงม
"แล้วอาจารย์อยากได้อารมณ์แบบไหนคะหนูจะได้คิดท่าให้น้องๆ" กระเทยสไตลิสถามเป็นภาษาไทย
"อืมม.. ผมต้องการแววตา.. สีหน้า แบบ อืมม อธิบายยาก"
"เดี๋ยวผมขอดูชุดและคุยเรื่องแต่งหน้าทำผมก่อนแล้วเราค่อยคุยกันทีเดียว"
"เบรกครึ่งชั่วโมงค่า.." กระเทยผู้จัดการกองร้องประกาศ
"เดี๋ยวพวกคุณก็เปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำกันด้วยนะ" อาจารย์นาโอะเตือนทีมงานทุกคน

ผมเดินกลับมาหาแบมที่กำลังนั่งเมาท์กับล่ามสาวน่ารักดีอย่างถูกคอบนโต้ะมีชุดมะม่วงน้ำปลาหวาน พวกนางแบบนั่งอยู่หน้ากระจกอีกด้านของห้อง

"เหนื่อยไหมพี่ภพ" แบมอารมณ์ดีขึ้นแล้ว
"ไม่หรอก แค่ช่วยหยิบๆจับๆนิดหน่อย"
"ช่วยหยิบๆจับๆเสื้อผ้านางแบบรึเปล่าคะ" อ้าว.. อีนี่เขี่ยทำไมเนี่ยแบมกำลังอารมณ์ดีๆ
"ล้อเล่นนะคะพี่ๆ..55" เออ.. กูรับคำขอโทษเพราะมึงน่ารักเนี่ยแหละ

"เดี๋ยวแบมก็เปลี่ยนชุดได้แล้วมั้ง" แค่พูดกับแบมแค่นี้กะจู๋ผมก็แข็งแล้วอ่ะเดี๋ยวต้องใส่กางเกงว่ายน้ำมีหวังชักธงรบตลอดรายการแน่
"ให้พวกนางแบบเค้าเปลี่ยนให้เสร็จก่อนก็ได้พี่ภพ เดี๋ยวแบมกับน้องเปลี่ยนพร้อมกันเลย" พูดแล้วสองสาวก็หัวเราะคิกคักตีกันแบบมีความลับ
"น้องใส่บิกินี่แบบสายไม่เป็น"

คราวนี้สองสาวหัวเราะกันยาวเลยผมยังงงว่าตอนตลกมันผ่านไปตอนไหนทำไมผมไม่ได้ยินวะเนี่ย หยิบกางเกงว่ายน้ำแบบคล้ายๆขาสั้นอยู่บ้านเข้าห้องน้ำเปลี่ยนทับกางเกงชั้นในแบบบอกเซอร์ เดินกลับเข้าไปบริเวณริมสระว่ายน้ำซึ่งเหล่าแม่บ้านและคนงานชายกำลังช่วยกันจัดโต้ะคล้ายปาร์ตี้ริมสระ

"พี่ภพ!!" เสียงเรียกจากทางด้านหลัง
"อ้าว แน้ต.." ผมรับไหวุ้่นน้องคนรู้จักกัน
"ผมเพิ่งมาถึงเมื่อกี๊เนี้ยะ พี่ภพมาทำอะไรพี่"
"มาเที่ยว" ผมตอบไม่เน้นรายละเอียด
"มาดูนางแบบเหรอพี่" เจ้าแน้ตนักศึกษาที่ผมเคยสอนเย้าแหย่
"เฮ้ย!! มาเที่ยวกับเมีย ..ว่าแต่นางแบบอะไรวะ"
"อ้าว.. นี่ไงเต็มรถตู้มาพร้อมคันเดียวกับผมเลย"
"ผมมาเปิดเพลงเนี่ย" นี่เขาปาร์ตี้กันจริงจังไม่ใช่แค่จัดฉากถ่ายเลยเหรอวะเนี่ย
"เออ.. เออ.. เดี๋ยวเจอกันพี่ขอตัวก่อน"

จากบรรยากาศการทำงานในรอบแรกก่อนเที่ยงมีคนอยู่แค่สิบกว่าคนเปลี่ยนเป็นคนสักห้าสิบคนเดินกันขวักไขว่เสียงเพลงอาร์แอนด์บีที่เจ้าแน้ตอุ่นเครื่องเบาๆสร้างบรรยากาศจากกองถ่ายริมสระว่ายน้ำเป็นปาร์ตี้สุดชิค.. ผมมองดูวีไอพีคนนึงคุ้นๆหน้าในข่าวโทรทัศน์กำลังคล้องเอวสาวน้อยร่างเล็กดัดฟันในชุดบิกินี่โยกย้ายไปตามสเต็ปเต้นแก่ๆ

"อีกสิบนาทีค่า" กระเทยผู้จัดการกองเดินร้องบอกทีมงาน อาจารย์นาโอะเรียกนางแบบและผู้เกี่ยวข้องมาซักซ้อมทำความเข้าใจอีกที
"เดี๋ยวผมจะถ่ายแบบแคนดิดลองเทคไปเลยนะพวกคุณก็ดื่มกินเต้นกันตามปกติถ้าเห็นกล้องมาก็โพส แต่อย่าลืมแววตาและอารมณ์"

"แบบนี้นะ ..คุณเห็นพวกหื่นกามนั่นไหม" อาจารย์ชี้ชวนให้พวกเราดูเหล่าวีไอพีซึ่งบางคนก็คุ้นหน้าคุ้นตาทั้งหมดมากับสาวๆรุ่นลูกทั้งสิ้น
"คุณคิดตามผมนะ.. เมื้อกี๊ตอนคุณโพสท่าถ่ายอยู่น่ะคนพวกนี้มันมองดูพวกคุณกันตาเป็นมัน พวกมันพิจารณาทุกส่วนสัดผิวพรรณเรือนร่างของสาวสวยระดับนางแบบอย่างพวกคุณกันสบายอารมณ์ ไม่ว่าชุดที่ปกปิดส่วนสำคัญของคุณไว้จะงดงามหรือแพงสักเท่าไหร่พวกเขาก็มองเหมือนไม่เห็นมันในจินตนาการของเขา"
"ผมอยากให้แววตาของคุณแสดงถึงความเสียวซ่านที่ต้องตกเป็นเป้าสายตา ผมจะโฟกัสให้คุณเลอค่ากว่าสาวๆคนอื่นๆเบลอๆที่เป็นได้แค่เพียงแบ็คกราวด์ให้คุณ"
"ขออารมณ์แบบนั้น.. ขอให้สนุก" อาจารย์นาโอะสรุปง่ายแต่ไม่รู้ว่าทำง่ายหรือเปล่า
"เดี๋ยวคุณกับผมถือคนละกล้องแล้วก็เดินลุยถ่ายเลย ผมรับผิดชอบนางแบบเองส่วนคุณเจออะไรชอบใจก็ถ่ายเก็บไว้เป็นสต๊อคบรรยากาศ น่าจะสนุกนะ"
"ขอบคุณครับอาจารย์" ผมดีใจจนบอกไม่ถูกที่อยู่ดีๆก็ได้เป็นกล้องสองให้อาจารย์นาโอะ ถ้าภาพที่ผมถ่ายได้ตีพิมพ์สักภาพผมคงดีใจมากๆ

"จะถือว่าเป็นการขอโทษเรื่องเอริก็ได้นะ" อาจารย์นาโอะบอกก่อนแยกตัวไปเตรียมเพราะเหลืออีกไม่ถึงสิบนาที