วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 81 “ลาก่อน!?”



“ศรเพทายมันบอกว่าพวกตากับยายน่ะสมควรอยู่อย่างสงบและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ซะที”
“หนูเซคพูดอย่างนี้จริงๆรึ?”
“ฉันไม่ได้ประโยชน์อะไรสักนิดเลยแล้วจะโกหกไปทำไม?”
“มันน่านักเชียว!!!...ข้าก็เคยเลี้ยงดูหนูเซคมาแต่เล็ก...เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง”
“ถ้าตาๆยายๆทั้งหลายยอมมาเป็นกำลังให้พี่ชายก็จะเป็นอะไรที่ดีมากๆ...ช่วยหน่อยเถอะน๊า”
“นั่นไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงหรอก...แล้วเจ้าดินมันว่าไงบ้างล่ะ?”
“เฮอะจะว่าไง?...ตาแก่บ้านฉันน่ะหงอให้หลานสาวตัวเองจนไม่กล้าโต้แย้งอะไรมาตั้งนานแล้ว!!”
“อุวะ!!...นี่มันกลายเป็นตาเฒ่ากลัวหลานไปซะแล้วเรอะ?”
“ไม่ได้เรื่องเล้ย!!!...ข้าเห็นมันด่าคนโน้นขู่คนนี้ฉอดๆประจำ...เธ่อ!!...นึกว่าจะแน่”
“ใครไม่ได้เรื่อง?”
“ก็เอ็งนั่นแหละ!!!”
“อ้าวๆๆ!?...นี่มันเรื่องอะไรพวกเอ็งถึงได้พร้อมใจประสานเสียงด่าข้าแบบนี้เนี่ย?”
“ยังจะมีหน้ามาถาม?...ถ้าเจ้าอ๋อมไม่เล่าพวกข้าก็ไม่รู้ว่าเอ็งน่ะกลัวหลานสาวจนขึ้นสมอง!!”
“หลานสาวคนโตของแกชักจะเอาใหญ่ขึ้นทุกวัน...เดี๋ยวนี้ทำอะไรไม่เห็นแก่หัวหงอกหัวดำแล้ว!!!”
“ยิ่งแก่ยิ่งเลอะเลือน...สมัยหนุ่มห้าวเป้งไม่กลัวใครแต่พอแก่ตัวไหงถึงหงอให้หลานตัวเองได้วะห๊ะ?”
“หงออะไรข้าเปล่า?...เอ้ยเจ้าอ๋อม!?...ใส่ไฟให้เพื่อนๆข้าฟังทำไมวะ?”
“ฉันพูดความจริงนะตาเฒ่า”
“ความจริงบ้าบอคอแตกสิไม่ว่า!?...พวกเอ็งอย่าไปฟังยัยเสือบ้านี่แล้วก็เชื่อไปซะทุกอย่างซี่!!”
“อย่าไปโทษเด็กโว้ย!!”
“อืม--...มันไม่ใช่คนผิด”
“หึๆ”
“เอ๊ะเจ้าบ้า!!!...ยักคิ้วล้อเลียนข้ารึ?”
“ยายๆๆ...ดูหน้าตาแก่สิ...ดุชะมัดเลย”
“ไอ้ดิน!!!...ปะเดี๋ยวข้าจะแพ่นกบาลเอ็งด้วยสากกะเบือซะหรอก”
“อึ๋ย!!”
“ทำไม่ดีแล้วอย่าเที่ยวไปโทษคนอื่นและเจ้าอ๋อมก็เหมือนหลานข้าคนหนึ่งเหมือนกัน...คนที่เจ้าอ๋อมชอบข้าก็ต้องชอบด้วย”
“แกคงไม่ว่าอะไรนะถ้าพวกข้าจะขออยู่ฝ่ายพ่อเอกคเชนทร์?”
“จะทำอย่างนี้ไปทำไมเล่า?”
“เพื่อไม่ให้อำนาจของวิษณุมนตรีตกไปอยู่กับหนูเซคเพียงคนเดียวน่ะเซ่!!”
“หากวิษณุมนตรีเปรียบเสมือนหัวใจหรือร่างกาย...พวกข้าก็ไม่ต่างจากแขนและขา...มีร่างกายกับหัวใจแต่หยิบจับเดินไม่ได้...เอ็งลองคิดดูเอาเองเหอะ!!”
“นี่ไม่ใช่ทวงบุญคุณหรือจะเรียกร้องอะไรแต่พวกเรามีส่วนช่วยแกก่อร่างสร้างวิษณุมนตรีจนมั่นคงร่ำรวยขนาดนี้และสนับสนุนมาตลอดรวมไปถึงอนาคตอย่างไม่เคยคิดเปลี่ยนใจด้วย”
“แต่หลานเซคกำลังมองไม่เห็นหัวพวกข้า!!!”
“ไม่!!...เจ้าเซคไม่ใช่คนแบบนั้น...เอ่อ--...ถึงมันจะทำตามใจตัวเองไปบ้างแต่...”
“นั่นแหละ!!...การทำตามใจตัวเองมากๆเข้าก็จะเกิดผลเสียที่คาดไม่ถึง”
“ดินเอ๊ย!!...ความมั่นใจน่ะมันเป็นดาบสองคม...จงตักเตือนหรือฉุดรั้งหลานคนโตของเอ็งไว้ซะมั่ง”
“ที่พวกข้ามานี่ก็เพื่อจะบอกแกด้วยความหวังดีนะ...หากแกไม่ทำหรือยังให้ท้ายแม่เซคต่อไปเรื่อยๆสักวันหนึ่งจะไม่มีทางห้ามปรามเธอได้อีก”
“.......................................................”
“เอ็งช่วยบอกหนูเซคด้วยว่าถ้ายังมีความเคารพนับถือเหลืออยู่บ้างก็อย่าเพิ่งเห็นพวกข้าเป็นหัวหลักหัวตอ...ไปล่ะ”
“เจ้าสองคนนี่หาเรื่องปวดหัวมาให้ข้าอีกแล้ว...มันน่าถีบจริงๆว่ะหือ?”
“อย่า--...ฉันสู้นะเว้ย!!”
“แน่ะๆ...มีสู้เรอะเจ้าหลานเวร?...หนอยแน่~~...เจ้ากี้เจ้าการไปดึงพวกเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของข้ามาเกี่ยวด้วย”
“น่าสนุกจะตายและตาๆยายๆเขาก็ถูกใจบอลมาก”
“ไปถูกใจกันตอนไหน?”
“เอ๊า!!...ก็ในงานเลี้ยงคืนสิ้นปีไง...พี่ชายเดินทักทายแขกเหรื่อทุกโต๊ะอย่างไม่ถือตัวและปีใหม่ก็ไปขอพรกับชาวบ้านด้วย”
“อ้อ!!...มันจึงกลายเป็นผลดีอย่างคาดไม่ถึงว่างั้นเหอะ?”
“ยัยซกมกแอบจิตนั่นจะทำอะไรก็ช่างแต่ในเมื่อฉันหาคนมาช่วยหนุนหลังบอลได้แล้ว...หึๆ...ไม่ธรรมดาซะด้วยนา--...ตาแก่ก็รู้ไม่ใช่เรอะว่าพวกเขามีความสำคัญยังไงกับวิษณุมนตรีบ้าง?”
“ข้าล่ะยอมซูฮกพวกเจ้าจริงๆที่ทำเพื่อเจ้าบอลถึงขนาดนี้”
“ก็เป็นผู้ชายที่หนูกับพี่อ๋อมรักนี่”
“แต่พวกเจ้ารู้กันหรือยัง?”
“อะไร?”
“เมื่อกี้ข้าเพิ่งโทรไปหาเจ้าฝน”
“พี่ฝนทำไมคะ?”
“เธอบอกว่าวันนี้เจ้าบอลไปลำปางกับเจ้าแคท”
“ฮ้า!!!”
“วะ...ว่าไงนะ?”
..............................................................................................................................................
“นั่นไงฝัน!!!...พี่ได้ยินเสียงผู้หญิงดังมาจากชั้นบน”
“โธ่พี่แตง~~...ก็เสียงของนายหญิงกับคุณศรมุกดาอย่างไรเล่า?”
“ไม่ๆๆ...ไม่ใช่เลยๆมีคนอื่นอีกและหัวเราะร่วนแบบนั้นจะเป็นของนายหญิงหรือคุณหนูสี่ไปได้ไงยะ?...จนป่านนี้แล้วยังจะปิดบังกันอีกเหรอ?”
“คือ...”
“คายออกมาให้หมดเดี๋ยวนี้!!”
“มิทราบเจ้าค่ะ”
“ยัง!...ยังๆ”
“พี่อย่ารู้อะไรที่มิใช่เรื่องของตนเลย!!”
“มิเห็นเป็นไรนี่ฝัน?...มาถึงขั้นนี้ก็บอกๆไปเสียจะได้จบ”
“มีน!?...เธอบ้าไปแล้วหรือ?”
“ถ้าเธอมิเอ่ยปากงั้นฉันพูดเอง...พี่แตงเจ้าคะ...เสียงหัวเราะนั่นเป็นของ...ของคุณหนูอ้อ...น้องสาวฝาแฝดของคุณเอ้”
“!!!!!!”
“คุณ...หนูอ้อ...น้องสาวฝาแฝดของคุณเอ้...งั้นรึ?”
“อืม”
“มีน!!!...นี่เธอ...”
“ใช่ไหมล่ะฝัน?”
“อะไร...ของเธอเนี่ย?”
“ในเมื่อพี่แตงอยากรู้นักก็บอกๆไปซะแต่หลังจากนี้รีบไปแจ้งให้คุณนิดทราบ”
“โอ๊ย~~...มิรู้ว่าเราจะโดนลงโทษอะไรหรือเปล่า?”
“ชู่ว~~”
“พวกเธอซุบซิบอะไรกันน่ะ?”
“หนูกำลังปรึกษากับฝันว่าต่อไปนี้จะหาเหตุผลใดไปขออภัยต่อนายหญิงเจ้าค่ะ”
“พูด...พูดอย่างนั้นออกไปได้ยังไง?...แย่จริง!!!”
“แต่มันจริงเหรอ?...คุณเอ้มีฝาแฝดจริงๆหรือเนี่ย?...ไม่ใช่ว่า...”
“หยุดคิดเช่นนั้นเลยนะเจ้าคะ!!!...คุณเอ้หาได้เป็นดังที่พี่แตงสงสัยไม่”
“มีน...หากนายหญิงหรือคุณเอ้ทราบเรื่องนี้เข้า...มิใช่สิ...แค่คุณนิดรู้เราก็จะพากันแย่ทุกคน”
“พี่สัญญา!!...พี่สัญญาว่าจะไม่พูดให้ใครฟังเลยแม้กับคนที่บ้าน”
“...แน่ใจนะเจ้าคะ?”
“แน่!!!...เมื่อพี่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีตัวตนอยู่จริงไม่ใช่ผีหรือตาฝาดไปเองและยังเป็นน้องสาวฝาแฝดของคุณเอ้...พี่ก็หายสงสัยแล้วล่ะ”
“เช่นนั้นต่อไปพี่แตงจงอย่าถามให้พวกเราลำบากใจอีกนะเจ้าคะ”
“ได้ๆ...เอ่อ--...แต่ขออีกคำถามเดียว...แค่คำถามเดียวเท่านั้น...คือคุณอ้อเนี่ยไม่ค่อยมีใครในตำบลพูดถึงกันเลยเธอเป็นคนยังไงเหรอจ๊ะ?...มีนิสัยคล้ายคุณเอ้ใช่มั้ย?...ถ้าเป็นฝาแฝดงั้นก็ต้องเกิดวันเดือนปีเดียวกันน่ะสิ?”
“นี่หรือเจ้าคะคำถามเดียว?”
“เหอะน่า!!!”
“...เจ้าค่ะ...ทั้งสองนั้นคล้ายกันมากแต่ก็ยังมีอะไรที่แตกต่างอยู่มิใช่น้อย...คุณเอ้ยังออกไปไหนมาไหนพบปะผู้คนบ้างทว่าคุณอ้อมักจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้องแลมีคุณศรบุษราคัมเป็นสหายที่สนิทมากที่สุด”
“คุณอ๋อมน่ะเรอะ?...ถึงว่า...เห็นมาที่บ้านนี้บ่อยๆที่แท้ก็ซี้กันนี่เอง”
“อุปนิสัยเอาแน่เอานอนมิค่อยได้...บางครั้งก็ร่าเริงบางทีก็เงียบขรึม”
“เห?”
“มีฝีมือดาบสูสีกับคุณเอ้แลใช้วิชากระบวนท่าเดียวกันด้วย”
“โห~~”
“แต่ฝันว่า...คุณอ้อจะโจมตีรุนแรงกว่าคุณเอ้นะมีน?”
“!?”
“ถูกต้อง...เธอเคยสังหารศัตรูโดยที่มิปริปากหรือมีคำถามใดๆทั้งสิ้น...ดาบเดียว...ปลิดชีพ”
“ว้าย!!!!...น่า...น่ากลัวขนาดนั้นเชียว?”
“หากหลงใหลไปกับใบหน้าอันงดงามนั่นรับรองว่าจะต้องเสียใจอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
“อ้า!!...อีกอย่างที่มีนลืมบอกพี่แตงไป...คือคุณอ้อน่ะ”
“อะไรรึ?”
“เธอเคยพูดหลายครั้งว่าเกลียดคนปากสว่างกับคนขี้สงสัยที่สุดเลยเจ้าค่ะ”
“อึ๊ก!!!”
“เมื่อรู้ดังนี้แล้ว...เอ๊ะคุณ!?...”
“นีย์อยู่มั้ย?”
“จะ...เจ้าค่ะ!!...อยู่...หนูจะไปเรียนให้ท่านทราบ”
“ฉันรู้แล้ว...พวกเธอมีงานอะไรก็จงรีบไปสะสางซะให้เรียบร้อย”
“หนูจะไปเตรียมน้ำมารับรอง...”
“ฉันบอกว่าอย่างไรมิเข้าใจรึ?”
“อย่าไปดุเด็กเลยน่ะ...พวกเธอไม่รู้เรื่องหรอก”
“ท่านมิสมควรจะอยู่ที่นี่...กลับไปซะเถิด”
“ผมจะไม่กลับจนกว่าคุณยอมอนุญาตให้พบลูก!”
“เช่นนั้น...ท่านก็มาเสียเวลาเปล่า”
“ไม่!!...ผมจะไม่เสียเวลาเปล่าแน่”
“กลับไปเสีย!!!”
“ก็บอกว่าผมไม่กลับ!!!”
“หากท่านยังพูดมิรู้เรื่องอีกเช่นนั้นจะมาหาว่าฉันใจร้ายมิได้!!”
“นีย์...เธอรู้ไหมว่าการพรากลูกพรากพ่อนี่มันบาปกรรมแค่ไหน?...ยังไงวันนี้ผมก็จะพบลูกเอ้ให้ได้!!!!”
“เขามิพบกับคุณดอก...กลับไปซะเถิดเจ้าค่ะถือว่าฉันขอร้องแลอีกประการลูกกับภรรยาของท่านก็รออยู่”
“นีย์~~”
“ส่งแขก”
“อ่า--...เชิญคุณกลับไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ...วันนี้นายหญิงอารมณ์มิค่อยดีนัก”
“แล้วจะให้อารมณ์ดีได้ตอนไหนล่ะ?...ฉันมากี่ครั้งๆก็ไล่กลับตลอด...แย่จริง!!”
“นายหญิงคงมีเหตุผลของท่านแล้วอีกประการหากนายท่านเอกบดินทร์รู้ว่าคุณมาที่นี่เกรงว่าเรื่องราวจะบานปลายนะเจ้าคะ”
“เฮอะ!!...คุณพ่อน่ะแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยชอบหน้าฉันอยู่แล้วแต่ฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะ!!!...ฝากบอกนีย์ด้วยว่าถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ฉันจะมาอีก...เดินทางผ่านเมื่อไหร่ก็จะแวะมาทุกครั้ง”
“ฝัน...มีน...ทำไมนายหญิงไม่ให้พบล่ะก็เขาเป็น...”
“พี่แตงกำลังจะหาเรื่องใส่ตนอีกแล้วนะเจ้าคะ!!!”
“ปละ...เปล่าสักหน่อย~~”
“พวกเรามิรับรู้ด้วยแล้ว!!”
“ไม่เห็นจะต้องปิดบังกันถึงขนาดนั้นเลย”
“................................................”
“จริงมั้ย?...ว้าย!!!...คุณ...คุณหนูสี่”
“?”
“กลัว...กลัวแล้วเจ้าค่า!!!!”
“อะไรของเจ้า?...แล้วเป็นผู้หญิงก็จงอย่าวิ่งทั้งที่ยังแต่งกายเช่นนั้น!!”
“หนูจะไม่อู้งานอีกแล้วววววววววว~~”
“...เด็กนั่นเป็นใครกันกิริยามารยาทมิงามเลยสักนิดแลสำเนียงพูดจาก็หาได้มีความเป็นกุลสตรีไม่?”
........................................................................................................................................
“เลี้ยวซ้ายไปลำปาง,เชียงใหม่...เลี้ยวขวาไปแพร่,น่าน,พะเยา,เชียงราย...อีกประมาณ 90 กิโลก็จะถึงแล้วเธอเป็นอะไรถึงนั่งบิดไปบิดมา?”
“ผม...ปวดฉี่”
“ฮื่อ~~...พี่อุตส่าห์เตือนแล้วว่าเวลาเดินทางอย่าดื่มน้ำมาก...เท่าที่จำได้เส้นทางนี้ปั๊มน้ำมันจะไม่มีไปจนเกือบถึงตัวเมืองลำปางนั่นแหละ”
“ผมคงทนไปถึงที่นั่นไม่ไหว...แถวนี้มีป่าเยอะ...พี่จอดให้ผมหน่อย”
“อย่าเป็นคนมักง่าย!!...พี่จะย้อนเข้าเมืองไปหาปั๊มแถวนั้น”
“ขอโทษครับที่ทำให้พี่แคทเสียเวลา”
“ไม่เห็นจะต้องขอโทษเลย”
...พี่แคทเลี้ยวรถกลับเข้าเมืองเด่นชัยและไปจอดแวะที่ปั๊มน้ำมันริมถนน...เวลานี้บ่ายสองสี่สิบห้าถ้าไม่แวะที่ไหนอีกก็น่าจะถึงลำปางประมาณสี่โมงกว่าๆ...
“เร็วๆเข้าสิ”
“พาผมไปหน่อยได้มั้ย?”
“ให้ฉันพาเธอเข้าห้องน้ำชายเนี่ยนะ?”
“น่าพี่~~...ก็รู้อยู่ว่าผมไม่เหมือนเดิม”
“...ให้ตายเถอะ!...พี่คงไม่ถึงกับต้องเข้าไปช่วยจับไอ้นั่นประคองตอนฉี่หรอกนะ?”
“โอ้!!...ได้ก็ดีสุดๆ”
“ประชดเฉยๆย่ะ!!!”
“ผมก็พูดเล่น~~”
“เจ้าคนบ้า!!...ไป...ยังจะมามัวทำหน้าทะเล้น”
“อย่าใจร้ายกับผมนักเลยครับคนสวย”
“...แล้วแค่นี้ยังใจดีไม่พออีกหรือ?...เอ้า!!”
“เฮ่ย!?...นี่มันห้องน้ำสำหรับคนสูงอายุหรือคนพิการนะครับ?”
“ก็ใช่ไงจ๊ะ...เธอตอนนี้น่ะถูกต้องเลย”
“โห!!”
“อย่าเรื่องมาก...ทำตัวให้น่ารักว่าง่ายเข้าไว้แล้วจะดีเอง”
...มันน่าจับปล้ำนักเชียวแต่ก็ได้แค่คิดเพราะสารรูปอย่างผมขนาดจะทำธุระด้วยตัวเองยังทุลักทุเลไม่ใช่น้อย!?...ฮืย~~...แล้วใครโทรมาตอนนี้เนี่ย?...
(ฝน)
“ไงค่ะสุดที่รักใกล้จะถึงหรือยัง?”
“ยังเลย...ตอนนี้อยู่ที่อำเภอเด่นชัย...แวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊ม”
“อ้าว!?...ทำไมเจ๊ขับรถช้าจัง?”
“ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรนี่...เธอล่ะว่าไง?”
“สนุกมากเลยละ!!...นกกระจอกเทศตัวเบ้อเริ่มและลูกนกก็น่ารักด้วยนะ...เออ!!!...ที่นี่เขามีไวน์องุ่นขายแต่อาจาอานไม่ให้นักศึกษาซื้ออ่ะ!!”
“ขืนปล่อยให้เอามากินเดี๋ยวก็หน้าแดงกรึ่มร้องเฮเสียงดังลั่นรถ”
“ฮะๆๆ...เอาไว้ให้ตัวเองขาหายดีค่อยพาเค้ามาซื้อนะ”
“ก็ได้”
“เฮ!!...บอลใจดีที่สุดเพราะแบบนี้แหละฝนถึงรัก”
“เธอก็พูดเกินไป”
“มัวคุยกับใครอยู่ห๊ะ?”
“พี่แคท!?”
(เออใช่!!...สาวเจ้ายืนเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำนี่นา)
“เจ๊ได้ยินเรอะ?”
“เอ่อ--...ฝนโทรมาหาครับ”
“แล้วที่เธอมัวคุยอยู่นี่ทำธุระเสร็จหรือยัง?”
“เสร็จแล้วครับ”
“งั้นก็รีบไปขึ้นรถ!!”
“ทำไม...พี่ต้องโมโหด้วยล่ะ?”
“ไม่ได้โมโห!!!”
...โมโหอยู่ชัดๆยังจะบอกว่าไม่ว่าแต่อะไรของเค้าเนี่ยผมแค่รับสายคุยกับฝนก็ต้องหงุดหงิดใส่ด้วยและใช่คนอื่นไกลซะที่ไหนกัน?...น้องสาวของตัวเองแท้ๆ...
“หึๆ...ตัวเองโดนดุซะแล้ว...เจ๊นี่น๊านับวันก็ยิ่งเก็บอาการไม่อยู่ขึ้นทุกทีๆ”
“เก็บอาการอะไร?”
“ม่ายรู้ซี~~...อ๊ะ!!...อาจาอานเรียกรวมให้ขึ้นรถ...ไว้ฝนถึงบ้านจะโทรไปหาอีกทีนะ...จุ๊บๆ...แล้วก็อีกอย่างนะ...”
“?”
“ถ้าตัวเองกล้านอกใจเค้าล่ะก็...เจอดีแน่!!!”
“ฮึ๊ย!!...อาสนกับอานิภาก็อยู่ฉันจะทำอะไรได้ฟะ?”
“ให้มันจริงเท้อ~~...แล้วกลางคืนก็อย่าแอบเข้าไปนอนกับพี่แคทเด็ดขาดเลย!!!”
“เตือนตัวเองจะดีกว่ามั้ย?...นั่นมันเธอต่างหาก!!”
“เค้าทำได้แต่ตัวเองห้าม!!”
“นี่เดี๋ยว!...ฮื่อ~~...แสบไม่เลือกข้างขึ้นข้างแรมจริงๆและตรงนั้นก็อีกคน”
(ขามาช่วยพยุงให้แต่ขากลับเราต้องเดินกระย่องกระแย่งพร้อมไม้ค้ำคู่ใจโดยที่ญาติสาวผู้พี่ไปยืนพิงประตูกอดอกมองด้วยหางตาก่อนจะเปิดประตูสตารท์เครื่องยนต์และกลับรถทำท่าจะขับออกไป)
“เอ้ย!?...รอผมด้วยครับ!!!”
“...................................................”
“โอ่ย~~...ไปกินรังแตนมาจากไหนน้อถึงได้ดุนัก?...เกือบจะทิ้งผมไว้ที่นี่แล้ว!!”
“...ถ้าทิ้งไปซะได้จริงๆก็คงดี!!!”
“ทำไมวันนี้พี่หงุดหงิดง่ายจังเลย?”
“ก็วันนี้มันกี่ครั้งกี่หนแล้ว?”
(กี่ครั้งกี่หนอะไรของเจ้าหล่อนไม่เห็นจะเข้าใจสักนิด...ผมไปทำอะไรให้ตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า?)
.................................................................................................................................................
“ถ้าจะโทรมาบ่นมาว่าก็เอาไว้เท่านี้ก่อนเถอะ”
“แค่นี้ทนฟังไม่ได้หรือไง?...แม่สาวหน้าบาง”
“...พี่กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่นะ”
“แล้วฉันมีความสุขอยู่เรอะ?...หล่อนกล้าดียังไงถึงพาผัวฉันไปลำปางโดยไม่บอกกล่าวกันก่อน?”
“พี่อ๋อมเสียงดังไปแล้วค่ะส่วนพี่แคทก็ไม่น่าทำด้วย...ขาพี่ชายยังหักแท้ๆให้นั่งรถเดินทางไกลได้ไง?”
“เธอจะอธิบายหรือแก้ตัวอะไรก็เชิญว่ามา”
“ครั้งที่แล้ว...อัญเชิญยมทูต”
“หือ?”
“กับเขี้ยวพยัคฆ์ของเธอ...ยังไม่รู้แพ้ชนะกัน...ทีนี้ต่างคนน่าจะใช้เต็มที่เพื่อตัดสินกันไปเลยดีไหม?”
“!?”
“อ๋อๆๆ...นี่หมายความว่าเธอจะประกาศศึกกับฉัน...สุรีย์พรรณ...แน่จริงกลับมาเดี๋ยวนี้เซ่!!!”
“พี่อ๋อม!!...เดี๋ยวยายได้ยิน”
“ใจเย็นๆก่อน...พี่แคทกับอ๋อมค่อยพูดค่อยคุยกันดีๆ”
“ก็นายฟังยัยแมวขโมยมันพล่ามสิ...ฟัง!!...คราวนี้เป็นฝ่ายท้าฉันเชียวเว้ย!!!”
“เธอก็อย่าเต้นตามไปด้วยซี่~~...นิสัยมุทะลุนี่ช่วยเบาๆลงหน่อย”
“นี่นาย!!”
“ฉันบอกแล้วไงว่ามาเป็นเพื่อนพี่แคทและอานิภาขอร้องด้วย”
“แต่พี่ชายแวะที่โยนกจัตุรัสก็น่าจะไปหาพวกเราบ้างนี่คะ...ใจร้ายจัง~~...ถ้าตาไม่บอกพวกเราก็ไม่รู้เลย”
“นั่น...พี่ม่อนบอกว่าไม่ต้องน่ะเพราะมันจะเสียเวลา”
“ยัยซกมกแอบจิตหมายเลขสองอีกแล้วรึ?...มันจะเป็นมารขวางคอหอยฉันไปถึงไหนวะ?”
“แต่ล่ะคนทำตามใจตัวเองทั้งนั้น...พี่ฝนก็อีกคนไม่ยอมบอกเรา...คอยดูเหอะ!!”
“สุรีย์พรรณ!!!”
“?”
“ค่ำวันนี้ฉันจะโทรไปคุยอีก...เธอเตรียมตัวไว้ให้ดี!!”
“อย่าเพิ่งวางสาย!!...หนูอยากคุยกับพี่ชาย”
“ยายเดินมาโน่นแล้ว...ไว้ทีหลัง”
“.......................................................”
“หนวกหู...วางสายไปซะก็ดี”
“พี่แคทก็ไม่น่าโยนฟืนเข้ากองไฟเพิ่ม...รู้ทั้งรู้ว่าอ๋อมหัวแข็งจะตาย”
“ครั้งที่สี่...”
“?”
“ครั้งที่สี่แล้วที่เธอยั่วอารมณ์ฉัน”
“ผม...ผมน่ะเรอะยั่วอารมณ์พี่ตั้งสี่ครั้ง?”
“ไม่ได้รู้สึกตัวซะบ้างเลยนะ!!”
...แทนที่จะพี่แคทจะเบาโทสะแต่กลับกลายเป็นยิ่งพลุ่งพล่านกว่าเก่า...หายากมากที่ญาติสาวผู้พี่คนนี้จะหลุดโมโหออกมาถึงขนาดออกปากอยากไปตัดสินว่าไม้ตายของใครจะแน่กว่าระหว่างตัวเองกับของอ๋อมนี่ก็ไม่ใช่ธรรมดาๆแล้ว...ไม่ได้การ!!...หาวิธีทำให้สาวเจ้าอารมณ์เย็นลงกว่านี้ดีกว่า...
“พี่แคท”
“......................................................”
“พี่แคทครับ”
“......................................................”
“คือผมอยากถาม...”
“......................................................”
“พี่แคทจ๋า~~”
“ไม่ต้องมาจ๊ะจ๋ากับพี่!!”
“โธ่~~...โกรธบ่อยๆระวังแก่เร็วน๊า!!!”
“ฮึ่ม!!!”
“อุ๊ย!!...ไม่ใช่ๆ...ผมไม่ได้...”
(ไอ้บ้าๆๆๆ...นี่มึงจะง้อให้สาวเจ้าอารมณ์เย็นลงหรือจะยียวนให้มีรอยตีนประทับบนหน้ากันแน่วะเนี่ย?)
“ผมแค่อยากรู้ว่าสี่ครั้งที่พี่แคทหมายถึงน่ะ...”
“......................................................”
“คือมันมีอะไรมั่ง...บอกหน่อยได้มั้ยครับพี่สาวคนสวย?”
“นึกว่าไม้นี้จะใช้ได้ผลเหรอ?”
(ได้ผลหรือไม่ก็แอบยิ้มแล้วนี่แต่หญิงสาวรีบเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงโดยฉับพลัน)
“ก็...ผมรู้ว่าพี่แคทเกลียดผู้ชายปากหวานพูดอะไรเกินความจริงแต่...”
“แต่?”
“ถ้าผมไม่รู้อะไรเลยแล้วจะง้อพี่แคทถูกได้ไงล่ะจริงมั้ย?”
“ทำไมจะต้องง้อ?”
“น่าๆ...พี่ช่วยเฉลยให้หนุ่มน้อยหน้าโง่คนนี้เข้าใจสักทีเถอะ...นะๆๆ?”
“ใช่~~...เธอน่ะทั้งโง่และก็ไร้เสน่ห์เป็นที่สุด!!!”
(ว่าเราไร้เสน่ห์เป็นครั้งที่ร้อยแล้วมั้งนี่?)
“ในเมื่ออยากรู้นักพี่ก็จะบอก...ครั้งแรก...ทั้งที่พี่เตือนแล้วเตือนอีกว่าอย่าไปใกล้ชิดกับน้องม่อนจนเกินไปแต่เธอกลับไม่ฟังและยังไปจ้องมองด้วยสายตาลุกวาวเหมือนคนบ้ากามไม่มีผิด”
(เฮ้ย!?...เราไม่ได้มองแม่คนประหลาดนั่นชนิดจะให้ทะลุเสื้อผ้าเข้าไปสักหน่อย...พี่แคทน่ะพูดเกินไปแต่ไม่ขอแย้งดีกว่า)
“ครั้งที่สอง...โสระยา”
“ทำไมหรือครับ?”
“ผู้หญิงคนนี้ก็ร้ายไม่ยิ่งหย่อนกว่าบุศยาเพราะฉะนั้นเธอห้ามไปยุ่งเกี่ยวด้วยถ้าไม่อยากมีเหาบนหัวเพิ่มอีก”
“.................................................”
“ครั้งที่สาม...กล้ามากที่คุยกับฝนโดยไม่เกรงใจพี่เลยสักนิด”
“นั่น...เธอโทรหาผมๆก็ต้อง...”
“พอแล้ว!!!”
...ญาติสาวผู้พี่ชิงตัดบทเอาซะดื้อๆ...นี่เหรอคือสาเหตุที่เธอไม่ค่อยสบอารมณ์และเมื่อรวมกับที่อ๋อมโทรมาหาผมจึงกลายเป็นครั้งที่สี่?...พี่แคทคนนั้น...ผู้หญิงที่เย็นชาต่อเพศตรงข้ามจนคิดว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่คบหาดูใจกับใครแต่บัดนี้หล่อนกลับหึงผมอย่างไม่ปิดบังอาการ...ฮิๆ...น่าดีใจที่สุดเลย!!!!...
“ยิ้มอะไรน่ะ?”
“อืม--...เปล่านี่จ๊ะ”
“วอนหาเรื่องถูกต่อยใช่ไหม?”
“ผมบอกไปหลายครั้งแล้วนี่ว่ายังไงๆพี่ก็ต่อยผมไม่ลงหรอก...หึๆ”
“มั่นใจตัวเองจริงนะ?”
“ก็พี่ไม่ได้โกรธผมนี่นา--”
“ฉันโกรธจนมือสั่นไปหมดแล้วต่างหาก!!”
(ไม่เห็นจะสั่นตรงไหนเลยแต่ถ้าสั่นจริงๆก็คงเพราะหึงเราแน่นอน!?)
“ช่วยจอดรถใกล้โค้งข้างหน้านั่นหน่อยสิครับ?”
“ทำไมต้องจอดด้วย?...เราเสียเวลาไปมากแล้วนะที่จริงป่านนี้จะต้องเข้าตัวเมืองลำปาง...”
“ถ้าพี่แคทไม่โกรธก็ต้องจอดให้ผมสิ”
“มันเกี่ยวกันตรงไหน?”
...ผมจะแสดงความเห็นแก่ตัวอย่างที่พี่แคทชอบว่าบ่อยๆเดี๋ยวนี้แหละ!!!!...พอญาติสาวผู้พี่จอดรถหลบข้างทางแล้วก็ขยับแว่นก่อนหันมาถามผม...
“ทีนี้เธอจะพูดอะไรหรือต้องการอะไรก็ว่ามาเล...อุ๊!?”
(สาวเจ้าผมยาวมีอาการตกใจไม่น้อยที่จู่ๆก็ถูกเราคว้าตัวเข้ามาจูบชนิดที่ไม่ปล่อยให้ตั้งตัวได้)
“อื๊ออออ...อึม~~...เธอ...เกิดบ้าอะไรขึ้นมา?”
“นี่ก็คือความเห็นแก่ตัวของผมไง!!!”
“อุ๊บ!!!...อื้มๆๆ”
(พี่แคทพยายามดันตัวเราออกและพอดิ้นมากๆเข้าแว่นตาที่ใส่จึงหลุด)
“ไม่กลัวโดนตบเลือดกบปากรึ?”
“ช่วยไม่ได้!!...ในเมื่อพี่แคทห้ามไม่ให้ผมพูดงั้นก็ต้องใช้วิธีนี้...นี่คือจูบแทนความรู้สึกของผมไงครับ!!!”
“อึ๊ก!!...อื๊อๆๆๆ”
(หลังจากนี้ต่อให้หญิงสาววัย 22 หักขาอีกข้างเราก็จะไม่เรียกร้องหรือแค้นใจใดๆอีกแต่ขอเพียงให้ความรู้สึกนี้เท่านั้น...ขอให้ส่งไปถึงเธอด้วย!!!!)
“บะ...บอล...เธอนี่มัน!!...ผู้ชายอย่างเธอ...”
“ก่อนที่จะโดนอัดผมขออีกครั้งให้เต็มที่เถอะ!!!!”
“อุ๊!!”
(อา~~...ช่างเป็นรสจูบที่หอมหวานอะไรอย่างนี้...ได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากเรือนร่างของญาติสาวผู้พี่โชยมาเข้าจมูกด้วย...อะ...อื๋อ?)
“................................................”
(นะ...นี่มัน!?)
“อื้มมมมมมมมมมม...อื้อออออออออออ”
(พี่แคทเป็นฝ่ายดึงตัวเราเข้ามาจูบและยังบดบี้ริมฝีปากขยี้อย่างร้อนแรงกว่าเดิมเสียด้วยหรือว่า...หรือว่าความรู้สึกของเราที่ไม่อาจจะพูดออกมาได้นั้น...ส่งไปถึงหัวใจของเธอแล้ว!?)
“...พี่รับรู้แล้วว่าความเห็นแก่ตัวของเธอน่ะมีมากมายเหลือเกิน...ทะลึ่งลามกเจ้าชู้ยิ่งกว่าใครและยังหวงก้างกับไร้เสน่ห์ที่สุดด้วยแต่...
“.................................................”
“แต่พี่ก็เกลียดเธอไม่ลงจริงๆ”
“ขอ...อีกครั้งได้ไหมครับ?”
“เดี๋ยว~~”
“?”
“ความจริงแล้วพี่มีสถานที่หนึ่งที่อยากจะไปก่อนเข้าบ้าน”
“ที่ไหนครับ?”
“แล้วเธอจะรู้เอง...ช่วยไปด้วยกันหน่อย”
“แต่ตอนนี้ผมขอจูบพี่อีกทีก่อนนะ...นะจ๊ะ?”
“............................................................
(พี่แคทไม่ตอบและหลับตาให้ซึ่งก็ไม่ต้องถามซ้ำหรือมัวรีรออะไรอีก!!!!)
...........................................................................................................................................
“แม่คิดว่าน่าจะถึงเร็วกว่านี้แต่ที่ช้าไปเกือบสองชั่วโมงนี่...มีอะไรกันเหรอ?”
“หนูไม่ได้ขับเร็วมาก”
“อืมๆๆ...อ๋า!!”
“!?”
(ทำไมอยู่ดีๆอานิภาก็ร้องเสียงดัง?)
“หยุด!!...หยุดอยู่ตรงนั้นเลย!!!...หยุดตรงนั้น!!!!”
“...บอลถอยไปหน่อย”
“ครับ?”
...แล้วผมก็ได้รู้ว่าอานิภาวิ่งเข้ามาโถมกอดพี่แคทและหอมแก้มจูบพรมไปทั่วหน้าลูกสาวคนโตราวกับไม่ได้เจอกันมาเป็นปีๆทั้งที่พบเมื่อล่าสุดก็เพิ่งจะช่วงปลายปีต้นปีที่ผ่านมานี่เอง...
(เหมือนที่ฝนทำกับอาสนไม่มีผิดเพี้ยน...หวะ!!...มีโดดขี่หลังพี่แคทด้วย)
“คุณแม่~~”
“ฮิๆๆๆ...แม่เคยพูดไม่ใช่เหรอว่าถ้ากลับมาช้าจะต้องโดนปรับ?...นี่ๆๆ”
(ว้าว!!...จูบปากต่อปากซะด้วย...มันชวนให้คิดลึกง่ายๆเลยนะเนี่ย?)
“ทุกทีเลย--...บอลมองอยู่นะคะ”
“ไม่เห็นเป็นไร...บอลก็มาจูบพี่เขาด้วยสิ”
“เอ๊อะ!!”
“หืม~~...ทำหน้าหวอแบบนั้น...รึว่า...ก่อนหน้านี้บอลจูบแคทไปเรียบร้อยแล้ว?”
(เฮย!?...เดาแม่นอย่างกะตาเห็นเลยวุ้ย!!!)
“หนูจะเข้าบ้าน”
“โฮ่~~...ตัดบทแบบนี้น่าสงสัย...บอลจ๋า~~...อาคิดว่าเราคงต้องมีเรื่องคุยกันอีกแล้วละ!!”
“เอ่อ--...ฮะๆๆ”
(พูดทีเล่นทีจริงอย่างนี้แหละรับมือยากนักแล!?)
“คุณแม่หยุดซะทีค่ะ”
“เชอะ!!...ปิดใครก็ปิดไปแต่อย่าได้มาปิดแม่เชียวนะยัยหนู”
“หนูพูดตั้งหลายทีว่าแม่น่ะอายุ 40 แล้วให้เลิกทำตัวเป็นเด็ก”
“แม่ยังอ่อนกว่าป้าของเราน๊ะ!!...คิก!...แล้วก็สวยกว่าด้วยล่ะขอบอก”
(พูดเองตอบเองแถมชมเองเสร็จสรรพ...ไม่อยากจะนึกเลยจริงๆว่าถ้าฝนมาด้วยจะยิ่งสร้างความปั่นป่วนมากขนาดไหน?)
“คุณพ่อไม่อยู่บ้านหรือคะ?”
“อีตานี่ต่อให้เป็นวันหยุดก็ไม่ค่อยอยู่บ้านร้อก!!...ป่านนี้คงไปอยู่กับอีหนูเอ๊าะๆที่ไหนแล้วมั้ง?”
(ฮ้า!?)
“พูดความจริงมาซะดีๆค่ะ...มุกนี้ใช้บ่อยเกินไป”
“แหะๆๆ...พ่อเขาไปราชการด่วนที่กรุงเทพฯจะกลับพรุ่งนี้จ้า~~”
“ก็แค่นี้”
(ฮูย~~...ค่อยยังชั่วที่อาสนมีกิ๊กเด็กเป็นแค่มุกตลกแต่เมื่อกี้เล่นเอาซะเราตกอกตกใจ!!!)
“เลิกเกาะแกะบอลด้วยค่ะ...มันไม่งาม”
“เกาะแกะอะไร?...แม่ช่วยพยุงให้บอลต่างหากจ้ะ...เนอะ?”
“...ครับ”
“นั่นแน่~~...หึงๆๆ”
“ฝันซะเถอะค่ะ!!!”
“.......................................................”
“ฮึๆๆ...อาขอชมบอลว่าทำได้ดีมาก”
“ผมหรือ?”
“ความจริงแล้วเด็กคนนั้นน่ะหึงเก่งจะตายไป”
(!?)
“เย็นชารึ?...เงียบขรึมไม่แสดงความรู้สึกรึ?...นั่นเพราะคนนอกยังรู้ไม่ลึกพอ!!!...เดี๋ยวอาจะเล่าให้ฟังทีหลัง...เข้าไปพักผ่อนให้หายเหนื่อยแล้วจะได้กินข้าวกัน...อาทำอาหารพื้นเมืองไว้ตั้งหลายอย่างเลยรับรองบอลต้องติดใจแน่ๆ”
“ครับ...ต้องอร่อยเหมือนที่ฝนทำแน่เลย”
“อร่อยกว่าต่างหากจ้ะ...เจ้าแต้มมาพอดี...นี่หลานชายของฉันรู้จักกันไว้นะ”
“มันกัดหรือเปล่าครับ?”
“ปกติไม่กัดแต่ถ้าอาสั่งเมื่อไหร่ก็งับทันที!!”
(มีผู้รู้กล่าวว่าถ้าหมาหูลู่ไปข้างหลังกับกระดิกหางให้เราก็แปลว่าปลอดภัยแต่ทำไมมันถึงมองไปทางหน้าบ้านตลอดเลย?)
“เป็นไรน่ะแต้ม?...มีใครมาอีกเรอะ?”
“ก็...ไม่เห็นมีนี่ครับ?”
“ฮี่!!...ไม่แน่น๊าว่าอาจจะเป็น...ผี!!!”
“หวา~~”
“ฮ่าๆๆๆ...ตกใจเหรอ?...ที่แท้บอลเป็นคนกลัวผีนี่เอง”
“ผม...ผมตกใจเสียงของอามากกว่าครับ!!”
“เอาน่าๆ...กลัวผีไม่ใช่เรื่องน่าอาย...ไป!!...เข้าบ้านกัน”
...ลักษณะการพูดการจากกิริยาท่าทางของอานิภาช่างเหมือนกับฝนอย่างไม่ผิดเพี้ยนประหนึ่งว่าเป็นฝาแฝดกันทีเดียว...แบบนี้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลจะเล่นหัวกับหมอและคนไข้ด้วยหรือเปล่าอีกทั้งตอนไปงานเลี้ยงหรือเข้าสมาคมที่ต้องแต่งตัวสวยๆก็คงจะไม่ไปวิ่งไปกระโดดโลดเต้นตรงนั้นตรงนี้หรอกนะ?...
............................................................................................................................................
“ฮื่อ~~...ยายนะยาย!!...ว่าหลานสาวผู้น่ารักเป็นผีเดี๋ยวโดนแกล้งแน่!!!”
“อย่าเล่นซนไม่เข้าเรื่อง--”
“หยุดก่อน!!...พวกเจ้ามาจากไหนกัน?”
“หือ?...ท่านลุงเป็นผู้ปกปักรักษาบ้านหลังนี้หรือ?”
“แม้มิต้องเอ่ยปากทว่าท่านย่อมรับรู้ได้ด้วยวาระจิตของตนเองว่าเราทั้งสองเป็นผู้ใด”
“นี่...นี่พวกท่านคือ...ขะ...ข้าผิดไปแล้วได้โปรดอภัยให้ด้วยเถิดขอรับ!!!!”
“ไม่เอาน่า--...เรามาเป็นสหายกันดีกว่า”
“ข้า...ข้าไม่บังอาจตีตนเสมอพวกท่าน”
“อย่างนั้นท่านก็จะไม่ขวางพวกเราแล้วใช่ไหม?”
“ขอรับ...ข้าน้อยไม่บังอาจแต่เหตุใดพวกท่านจึงมาที่นี่?”
“หนูกับพี่รีย์ตามพ่อกับแม่มาจ้ะ”
“พ่อ...กับแม่?”
“ริน...เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ”
“แล้วหนูกับพี่จะออกมาสนทนาด้วยนะจ๊ะ”
“ขอ...ขอรับ”
“.....................................................”
“จะเกิดอะไรขึ้นหากเมื่อสักครู่เราต่อต้านพวกนาง?...ใช่แล้ว!!...เทพบดีผู้มีนามว่าสุริยนนุจรินทร์นั้นแค่นางเพ่งตามองก็จะบังเกิดเพลิงกาฬลุกเผาไหม้ร่างของเราอย่างไม่ต้องสงสัยและเทวะนารีวสันตะนุจรินทร์นั้นเล่าก็จะบันดาลเม็ดฝนขนาดมหึมาทำให้ที่อยู่ของเราถล่มจมลงใต้ผืนน้ำภายในชั่วพริบตา!!!”
.............................................................................................................................................
“คุณแม่เตรียมชุดของหนูไว้หรือเปล่าคะ?”
“อยู่ในห้องของลูกแล้วจ้ะ”
“คืนนี้ผมจะนอนที่ไหนหรือครับ?”
“...ในห้องครัว”
(เฮ่ๆๆ)
“ไม่งั้นก็ที่ห้องรับแขก”
“แหมๆๆลูกแคทก็...เราตกลงกันว่าจะให้บอลนอนที่ห้องฝนไง?”
“ห้องของฝน?”
(เอ--...นอนในห้องผู้หญิง...มันคงจะไม่ค่อยดีล่ะมั้ง?)
“คือห้องอื่นก็มีหรอกนะจ๊ะแต่อายังไม่ได้เก็บกวาดเช็ดถูและมันมีแต่กองหนังสือกับเอกสารของอีตาคนน่าหมั่นไส้เต็มไปหมด”
(นินทาสามีตัวเองต่อหน้าลูกสาว...เจริญละ!!!)
“หนูบอกคุณแม่หลายครั้งแล้วแต่ไม่เชื่อกันเลย”
“ชิๆๆๆ...บ้านหลังนี้กว้างขวางใหญ่โตแล้วแม่คนเดียวจะทำไหวได้ไงอ่ะ?...จะให้อีตาบ้านั่นช่วยก็ได้เรื่องได้ราวซะที่ไหน?”
“คำก็อีตาคนน่าหมั่นไส้สองคำก็อีตาบ้า...คนที่คุณแม่พูดถึงนั่นคือคุณพ่อนะคะ!!!”
“ก็ใช่ไงจ๊ะ...เหอะๆเห้อ!!”
“น่าจะจ้างคนรับใช้นะครับ?”
“ก็อยากจ้างนะแต่สมัยนี้ไว้ใจคนยาก...เอางี้สิ!!...บอลเรียนจบแล้วมาสมัครเป็นคนรับใช้บ้านนี้มั้ย?”
“หา!?”
“มีข้าวให้กินสามมื้อทุกวันกับที่นอนพร้อมสรรพแถมโบนัสสิ้นปีด้วยนะเออ!!!”
(พนักงานทำความสะอาดในบริษัทหรือไง?)
“เพราะ...งกมากกว่า”
“เมื่อกี้ว่าไงน๊ะ!?”
(ถ้าไม่เห็นตัวนี่เรานึกว่าเป็นฝนชัดๆ...แยกเขี้ยวร้องแหวเหมือนกันเป๊ะ!!!)
“ฮื่อ~~...แค่หยอกเล่นนิดๆหน่อยๆ...เดี๋ยวก็โยนแมวใส่ซะเลยนะยัยหนู!!”
(แมว?)
“แต่เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ...อาน่ะอยากรู้ว่าทำไมถึงมาช้าจัง?”
“...ก่อนหน้านี้พี่แคทพาผมไปที่ๆหนึ่งครับ”
“ไปหาคุณสันต์”
“คุณอารู้!?”
“ฮะแฮ่ม!!...นั่นเพราะว่าอาเป็นพยาบาลไงล่ะจ๊ะ”
(มันเกี่ยวกันตรงไหนหว่า?)
“แล้วยังรู้อีกด้วยว่าลูกแคทไปเพื่อจะบอกลาคุณสันต์”
“!?”
“แต่รายละเอียดนี่รอให้บอลเล่า...อ่ะ!!...อายินดีจะรับฟังอย่างตั้งใจ”
...ยังไม่ได้พูดเลยสักคำว่าจะเล่าแต่มานั่งอมยิ้มตรงหน้าผมอย่างนี้ก็เลี่ยงไม่ได้น่ะสิ...อานิภานี่ช่างสมกับที่เป็นแม่ของฝนอย่างเต็มภาคภูมิจริงๆ...มีลูกล่อลูกชนสารพัดแถมยังเฉลียวฉลาดเป็นกรด...ผมเชื่อว่าต่อให้พี่แคทกับอาสนจะมีไหวพริบดีสักแค่ไหนก็ไม่ใช่คู่ต่อกรของน้องสาวพ่อวัย 40 ปีคนนี้หรอกและอีกอย่างเขาว่าฝาแฝดส่วนมากจะนิสัยเหมือนกันแต่อาอรนิภานั้นก็ไม่ได้เหมือนอาอรศินีย์เลยแม้แต่นิด...
(“ที่นี่ไง”
“พี่มาหาใครครับ?”
“...หาผู้ที่...ไม่ได้อยู่ในโลกนี้”
“หมายถึง...”
“อืม--...เขาเป็นคนที่พี่รู้สึกผิดมาโดยตลอด...ผิดที่ไม่อาจจะมอบความรักกลับคืนไปได้”
“งั้นพี่แคทก็หลอกผมน่ะสิ?”
“ใช่...ฉันหลอกลวงเธอและก็ทุกๆคนด้วย”
“รวมทั้งที่พี่บอกว่าเคย...มีอะไรกับเขานั้นก็โกหกใช่ไหม?”
“...................................................”
“ว่ายังไงครับ?”
“...................................................”
...พี่แคทถอดแว่นพลางหลับตาและถอนหายใจส่วนผมก็ใจเต้นแรงรอฟังคำตอบด้วยความลุ้นระทึก...มันจะออกมาแบบไหนเล่า?...
“พี่กับคุณสันต์...ไม่เคยมีอะไรกัน”
“ไชโย!!!!”
“จะบ้าหรือ?...ร้องเสียงดังไปได้!!!”
“ก็ผมดีใจนี่นา--...งั้นแสดงว่าที่กระท่อมในวันนั้นผมเป็นคน...”
“ไม่ใช่”
“อ้าว!?...จะยังมีใครอีกล่ะครับ?...ระ...รึว่า...”
(จะเป็นไอ้คุณพี่เอ้ตัวแสบอีกแล้ว!?)
“ลงมา”
“เดี๋ยวก่อนสิ...พี่ยังไม่บอกผมเลย”
“................................................”
(อุ๊ย!?...แววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจ)
“ถ้าถึงเวลาที่สมควรแล้วบอลก็จะได้รู้เอง”
“................................................”
“โอ--...บังเอิญจริงๆเลยสุริคุง”
“อาจารย์...มาด้วยหรือคะ?”
...คุณโตโด ทาดะโกโร่คนนี้ผมเคยเจอครั้งหนึ่งแล้วเขาเป็นครูดาบชาวญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่ในไทยตั้งแต่สมัยหนุ่มส่วนสุริคุงนั้นเป็นอีกชื่อหนึ่งของพี่แคทแต่เธอไม่ชอบให้ใครเรียก...ผมเคยเรียกครั้งหนึ่งแล้วโดนมองตาขวางไปตั้งสองสามวันเลย...
(คงจะมีแค่ฝนกับคุณโตโดเท่านั้นที่ยกเว้น...อ้อ!!...ฝนก็มีอีกชื่อหนึ่งว่าเรนโดรจัง)
“บ้านอาจารย์ก็อยู่ไม่ไกลเลยแวะมาได้บ่อย...คนนี้...”
“ผมบอลครับ...เคยเจอกับคุณที่บ้านของพ่อ”
“จำได้ๆ...ว่าแต่ขาเป็นอะไรไปหรือ?”
“อ๋อ!!...นี่อุบัติเหตุสุดวิสัยน่ะครับ”
“...........................................”
“สันต์กำลังรออยู่...เขาคงจะดีใจมากแน่”)
“เจอโตโดจังด้วยเหรอ?”
(เรียกซะแบ๊วเชียว!?)
“พวกเขาเป็นศิษย์อาจารย์กันมาก่อนจะรู้จักสองยัยหนูจอมซ่าของอาน่ะ”
“...ผมก็พอจะรู้มาบ้าง”
“เล่าต่อซิ”
(“อาจารย์ไหว้เสร็จแล้ว...ไปกัน”
“ครับ”
“...........................................”
...พี่แคทลงนั่งคุกเข่าพนมมือหน้าที่เก็บกระดูกพลางหลับตาโดยที่ใบหน้าของหญิงสาวยังหลงเหลือร่องรอยแห่งความเศร้าสร้อย...เธอกำลังอฐิษฐานอะไรอยู่ในใจน๊า?...ขอโทษ,ระบายความคับข้อง,ตัดพ้อต่อว่าหรือยังมีเหตุผลอีกร้อยแปด...
“เธอชื่อเอกคเชนทร์สินะ?”
“...ครับ”
“อืม--...คล้าย...เธอกับสันต์มีอะไรหลายอย่างๆที่คล้ายกันมาก”
“!?”
“เธออาจจะไม่รู้หรอกเพราะสุริคุงคงไม่ปริปากพูดแน่”
“จริงครับ...พี่แคทแทบจะไม่พูดถึงคุณสันต์ให้ผมรู้เลย”
“ตอนที่ผมเห็นเธอครั้งแรกก็พอจะเข้าใจอะไรๆได้หลายอย่าง”
“เข้าใจ?”
“ว่าเพราะเหตุใดสุริคุงจึงไม่ปลงใจกับสันต์และยังตบตาให้คนอื่นเข้าใจผิดว่ากำลังคบหากัน”
“...............................................”
“แต่เวลานี้ผมแน่ใจแล้วและสันต์ก็คงรู้มาโดยตลอดเหมือนกันว่าเขาจำต้องอยู่เบื้องหลังเป็นได้เพียงตัวแทนของใครคนหนึ่งเท่านั้น”
“ทั้งสองคนคุยอะไรกันอยู่คะ?”
“พี่แคทไหว้เสร็จแล้วเหรอ?”
“เธอจะไปไหว้สันต์ไหม?”
“แน่นอนสิครับ!!...อุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้วแท้ๆ”
“งั้นยืนไหว้ก็ได้พี่จะช่วยพยุง”
“..............................................”
(“คุณสันต์ครับ...ผมไม่เคยพบกับคุณมาก่อนและไม่ค่อยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับคุณมากนักแต่เราต่างเป็นผู้ชายฉะนั้นผมจึงเข้าใจความรู้สึกของคุณๆสมควรจะได้รับความรักจากพี่แคทเพราะคุณเป็นคนดีที่หาได้ยากยิ่ง...ผู้ชายที่ให้เกียรติผู้หญิงไม่เคยคิดเอาเปรียบล่วงเกินหรือเรียกร้องหวังผลตอบแทนอะไรในโลกนี้จะหาได้สักกี่คนกันเล่า...คุณเคารพในศักดิ์ศรีของพี่แคทและคอยดูแลเธอมาตลอดแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นได้เพียงคนรักปลอมๆแต่คุณก็ยังยอมทำนั่นเพราะคุณรักพี่แคทด้วยความจริงใจ...อ่า--...ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่ออีกดี...เอาเป็นว่า...ผม...ขอขอบคุณคุณสันต์...ขอบคุณมากๆและจะให้สัญญากับคุณว่าต่อจากนี้ไปผมจะเป็นคนดูแลพี่แคทเอง...แม้ผมจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีเทียบเท่าคุณแต่ก็จะพยายามอย่างเต็มความสามารถครับ”)
“นานเชียวนะ?”
“ผมขอบคุณคุณสันต์”
“ขอบคุณรึ?”
“แล้วพี่ล่ะครับ?”
“ไม่บอก”
“อ้าว!?...ทีผมยังพูดเลยน๊า~~”
“ฉันก็ไม่ได้ถามเธอสักคำนี่”
“โห!!...เล่นไม้นี้งั้นเหรอ?”
“อาจารย์คะ...หนูอยากเชิญไปทานอาหารเย็นที่บ้านค่ะ”
“คงไม่ได้นะเอาไว้วันหลังล่ะกัน...สุริคุงจะอยู่ที่นี่ถึงวันไหน?”
“กลับวันจันทร์ค่ะ”
“ตกลง...พรุ่งนี้ตอนเย็นอาจารย์จะไปเยี่ยม”
“สวัสดีค่ะ”
“..............................................”
“เราก็กลับบ้านกันเถอะ...ป่านนี้คุณแม่คงจะรอแย่แล้ว”
“ตกลงพี่บอกอะไรคุณสันต์มั่ง?”
“เธอจะรู้ไปทำไม?”
“บอกกันหน่อยก็ไม่ได้หรือครับ?”
“...หลายเรื่อง”
“อ่ะๆ...เมื่อพี่ไม่เต็มใจพูดผมก็ไม่อยากสอดรู้สอดเห็น”
“..............................................”
“พี่แคท?”
(ก่อนจะขึ้นรถญาติสาวผู้พี่โปรยกลีบดอกไม้ในมือให้ลอยปลิวไปทั่วบริเวณโดยที่ใบหน้ายามนี้ของเจ้าหล่อนช่างดูสงบและเยือกเย็นเหลือเกิน!?)
“...คุณสันต์...”
“..............................................”
“ลาก่อนค่ะ”)
“เป็นอย่างที่อาพูดจริงๆใช่มั้ยล่ะ?”
“ครับ...คำว่าลาก่อนที่พี่แคทพูดผมได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหูทีเดียว”
“การเอาแต่ยึดติดอยู่กับอดีตมันไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นมาเลย...อาดีใจที่ลูกแคททำได้”
“..............................................”
“โฮ่~~...ว่าแต่โตโดจังจะมา...หวังว่าจะเอาสาเกญี่ปุ่นอร่อยๆมาฝากด้วยนะ?”
“คุณแม่ทำอะไรอยู่น่ะคะไม่เตรียมตัวไปทำงานสักที?”
“ทำงานวันหยุดด้วย?”
“ไม่ว่าเอกชนหรือรัฐโรงพยาบาลก็ไม่มีวันหยุดนะจ๊ะ”
“วันนี้อานิภาเข้าเวรกลางคืน...มะ...หมายความว่า...ผมจะได้อยู่กับพี่แคทแค่สองคนรึ?”
“แม่นแย้ว~~”
(หรือว่านี่คือโอกาสที่ในรอบร้อยปีจะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง!!!!)
“เอ่อ--...หนูจ๋า~~...แม่มีอะไรจะสารภาพแน่ะ”
“คะ?”
“คือแม่ลืมซื้อผ้าเช็ดตัวมาให้บอลน่ะ”
“แม่บ้านแม่เรือนอย่างฝนเตรียมของใช้ส่วนตัวใส่มาหมดแล้วคุณแม่ไม่ต้องวุ่นวายหรอกค่ะ”
“เอ๊ะ!?...ไม่...ไม่มี!!...ผ้าเช็ดตัวของผม”
“อะไรนะ?”
“แม้แต่แปรงสีฟันก็ไม่มีครับ...ฝนลืมงั้นเหรอ?”
“รู้กัน...ใช่ไหมคะ?”
“อื๋อ?...แม่เปล่าน๊า~~”
“อะไรมันจะบังเอิญซะขนาดนี้?...เมื่อกี้คุณแม่ยังพูดเลยว่าลืมซื้อผ้าเช็ดตัว”
“เอ๋~~...แม่พูดเหรอ?”
“ฮื่อ~~”
“ก็ได้ๆ...แม่จะไปซื้อให้ก็ได้...บอลไปกับอาทีนะ”
“ทำไมบอลจะต้องไปด้วยคะ?”
“จะได้ไปลองขนาดไงละเออ!!”
“ผ้าเช็ดตัวนะคะไม่ใช่กางเกงจะต้องไปลองขนาดเอวแล้วเอาของคุณพ่อมาใช้ก่อนก็ได้”
“ยี้!!...ใช้ของร่วมกันได้ไงอ่ะ?”
“หนูหมายถึงเอาผ้าเช็ดตัวของคุณพ่อที่ซักเก็บไว้ในตู้ต่างหาก”
“มันก็ไม่ค่อยจะเข้าทีอยู่ดีนา--”
“งั้นผมกับพี่แคทออกไปซื้อเองครับ...มีผ้าเช็ดตัวแล้วก็แปรงสีฟัน”
“ไม่...พี่จะไปคนเดียว...เธออยู่บ้านนี่แหละ”
“โอ้!!...งั้นไปที่ห้างเลยดีกว่าแล้วก็ซื้อแป้งมาให้แม่สักขวดด้วยนะจ๊ะ”
“.................................................”
“อ้อ!!...แวะซื้อมะละกอกับฝรั่งมาฝากด้วย...เลือกไม่ต้องสุกมาก”
“...แคทไม่รู้หรอกนะคะว่าคุณแม่กับฝนมีแผนการอะไรอยู่แต่อย่าให้มันมากเกินไป”
“ฮี่!!...รีบๆไปเหอะน่า--”
“.................................................”
“ชักช้าเดี๋ยวโยนแมวใส่นะ!!”
“ชิ!”
(พี่แคทจะต้องมีความหลังอะไรสักอย่างกับแมวแน่ๆเลย...รึว่า...ความจริงแล้วญาติสาวผู้พี่คนนี้ “กลัว” แมว!?)
“เอาล่ะบอล”
“ครับ?”
“ยังจำที่คุยกับอาสนในวันนั้นได้มั้ย?”
“วันนั้น?”
“ก็ที่คุยกับอาสองคนไง”
“อ๋อ~~...จะ...จำ...จำได้สิครับ!!”
(ทำไมถึงมาถามเอาตอนนี้?)
........................................................................................................................................
“หาตัวช่วยที่มันดีกว่านี้ไม่ได้แล้วหรือยังไงหือน้องรักของพี่?”
“จะหาที่ดีกว่านี้คงมิได้แล้วเจ้าค่ะ”
“ฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละ...ที่จริงตาๆยายๆกลุ่มนี้รับมือได้ยากมาก...น่าหนักใจเหมือนกันนะ”
“คุณหนูใหญ่”
“หึ!!...แค่ถอยออกมาสักก้าวไม่ถือว่าเสียหน้าหรอก...หมากกระดานนี้ยังอีกยาวไกล”
“พี่เซค”
“ว้าย!!...มาแล้วน้องฝนของพี่”
“หนูหิวจังเลย~~”
“งั้นไปหาอะไรอร่อยๆทานกันแล้วคืนนี้ฝนต้องไปค้างบ้านพี่นะ”
“ก็สัญญากันแล้วนี่จ๊ะ”
“ต่อให้ไม่สัญญาพี่ก็ไม่ปล่อยให้น้องฝนอยู่บ้านหลังนั้นคนเดียวแน่!!...เวลานี้ยัยม่อนไม่อยู่ฉะนั้นน้องฝนต้องมาแทน”
“ฟังดูทะแม่งๆยังไงชอบกลแฮะ--”
“ไม่!...ไม่มีอะไรสักนิด”
................................................................................................................................
...ตัวอย่างในตอนหน้า...ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ตอนที่ 82 “จงลืมไปเสียให้หมด!?”
“ท่านแม่คงจะมิเคยลืมเลือนเป็นแน่ว่าที่ชีวิตของลูกต้องยุ่งเหยิงผิดเพี้ยนไปถึงเพียงนี้ก็เพราะผู้ชายคนนั้น”
“แล้วที่มาตัดพ้อกับแม่...ตกลง...ลูกอ้อเกลียดเขาหรืออย่างไรกันแน่เล่า?”
“มิว่าจะเกลียดหรือชอบก็มีความเป็นไปได้ทั้งนั้นเจ้าค่ะ”
.......................................................
“อชินีสุราลัยเพิ่งสั่งให้บริวารมาแจ้งข่าวว่าฝ่ายนั้นมีความเคลื่อนไหวไม่ปกติ...สถานที่ๆควรอยู่กลับไม่อยู่”
“อือ--...ลองคิดในแง่ที่เลวร้ายที่สุดก็คือการเผชิญหน้ากันตรงๆ...พี่รีย์มีความเห็นว่าอย่างไรคะ?”
“ถ้ารวมอชินีสุราลัยด้วยทางเราจะมีสามส่วนทางนั้นมีสี่...ไม่ว่าจะมองในแง่มุมไหนทางเราก็เสียเปรียบ”
.......................................................
“วันนี้ลูกแคทจะต้องไปธุระนะจ๊ะ...แม้ยังไม่ถึงเวลาแต่ก็ไม่ควรจะนอนตื่นสาย”
“ค่ะๆ...หนู...หนูจะลุกเดี๋ยวนี้...เธอนี่...อย่าขยับตัวสิ!!”
“ก็ขาผม...ขาพี่แคททับเฝือกผมอยู่”
“ชู่ว~~”
(สาธุ!!!!...ยะ...อย่าให้อานิภาเดินมาเลิกผ้าห่มเชียวนะไม่งั้นเรื่องไม่จบลงแค่ก้มกราบขอขมาแน่!!!)
“แล้วก็...ผ้าปูที่นอนนั่นน่ะรีบเอามาให้แม่ซักซะนะเพราะถ้าปล่อยไว้นานเข้าคราบมันจะซักออกยากจ้ะ”
(เอื๊ยก!!!!!!...ฉิบ...ฉิบโผง!!!...ที่...ที่แท้...ที่แท้ก็...ระ...ระ...รู้...รู้อยู่แล้วไม่ใช่เรอะ!?)
..........................................