วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

หนูอายจังค่ะ 4












หลังจากนั้นซักพักพ่อก็เปลี่ยนเป็นฝ่ายอยู่ด้านบน พลิกตัวให้แม่นอนหงายบ้าง หนูหลับตาตั้งแต่เค้าเริ่มขยับตัวแล้ว จนมั่นใจก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นดูอย่างช้า ๆ ไม่รู้สิ แทนที่จะนอนนิ่ง ๆ แล้วหลับไปซะ กลับทะลึ่งอยากรู้อยากดูอยากเห็นอยู่ได้ แล้วนี่ก็แม่ตัวเองแท้ ๆ ทำไมถึงต้องอยากดูด้วย หนูไม่รู้ใจตัวเองเลย ตอบคำถามตัวเองก็ไม่ได้ด้วย แต่ที่แน่ ๆ คือคืนนั้นทำเอาหนูนอนแทบไม่หลับ บรรยากาศทุกบรรยากาศ ท่าทางทุกท่าทาง การกระทำแต่ละอย่างล้วนอยู่ในความทรงจำของหนูอย่างช่วยไม่ได้ นอกจากนั้นหนูเองยังคิดไปถึงความรู้สึกที่ได้รับจากการกระทำเช่นนั้นเหมือนกัน คืนนั้นทั้งคืนแทบจะไม่ได้นอน แม้สิ่งที่เห็นจะเพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมงแล้วก็จบสิ้นไปพร้อมกับการนอนหลับไปทั้ง ๆ ที่ยังเปลือยอยู่ แต่หนูเองก็ยังไม่กล้าที่จะขยับตัวไปไหน ยังนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น แม้สายตาจะหลับลงแล้วก็ตามที แต่ในหัวนั้นกลับเต็มไปด้วยเรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อสักครู่นี้

แทนที่จะตื่นเช้าเหมือนที่เคยมา กลับเป็นฝ่ายถูกปลุก ลืมตาขึ้นมาก็เห็นตะวันขึ้นมาทอแสงให้เห็นแทบแสบตาแล้ว แม่เป็นคนปลุกให้ตื่น แต่หนูกลับไม่กล้ามองหน้าแม่ ไม่กล้าสบสายตา ความรู้สึกเมื่อคืนมันยังคอยตามมาติด ๆ ว่าแล้วก็ลุกเข้าห้องน้ำโดยที่ไม่ได้คิดอะไร ในเมื่อในห้องเห็นแค่แม่อยู่คนเดียว ไม่ได้นึกว่าที่เหลืออยู่ที่ไหน แต่ก็ต้องค้างอยู่ที่หน้าห้องน้ำ ตะลึงกับความรู้สึก ทั้ง ๆ ที่แต่ละอย่างของแต่ละคนก็เคยเห็นมานักต่อนักแล้ว สงสัยเหตุการณ์เมื่อคืนมันคงตามหลอนอยู่ ก้าวขาไม่ออกทั้ง ๆ ที่เบื้องหน้าก็คือพ่อเลี้ยงกับน้องชายกำลังยืนอาบน้ำกันอยู่ แล้วมือที่แม่เอื้อมจับมายังไหล่ของหนูก็ปลุกสติกลับคืนมา

แม่ชวนหนูเข้าไปอาบน้ำพร้อม ๆ กันโดยที่เมื่อซักครู่ที่ผ่านมาที่แม่มาปลุกคือแม่เจตนาจะมาชวนให้หนูเข้าไปอาบน้ำพร้อม ๆ กัน ทันทีที่รู้ว่าแม่กำลังชวนเข้าไปอาบน้ำ ความสับสนและวกวนก็กลับเข้ามาหาหนูอีกครั้ง ความรู้สึกและสั่งการของหนูเหมือนขาดหายไปชั่วขณะ ในขณะที่กำลังพยายามทบทวนตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย กำลังทำอะไรลงไป หนูเองก็ถูกจับถอดเสื้อผ้าทั้งท่อนบนและท่อนล่างออกจนเปลือยกายล่อนจ้อน แม่เป็นคนถอดเสื้อผ้าให้หนูอยู่หน้าห้องน้ำ หนูเองก็ยกแขนยกขาให้แม่ถอดเสื้อผ้าออกแต่โดยดี ไม่ได้ขัดข้องอะไรแต่ประการใด หนูรู้สึกเคลิ้มและทำตามที่แม่บอกให้ทำทุกอย่าง ชั่วโมงนั้นที่หนูแก้ผ้าล่อนจ้อนอยู่ต่อหน้าทุก ๆ คน หนูไม่รู้ว่าใครมีปฏิกิริยายังไงบ้าง และที่แน่ ๆ หนูเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหนูกำลังทำอะไรลงไป



มารู้สึกตัวอีกทีที่พอมีสติกลับคืนมาก็อีกตอนน้ำจากฝักบัวถูกรดลงบนตัวที่เปลือยเปล่า หนูก้าวเดินออกจากจุดนั้นได้ก้าวนึง แม่ก็คว้าแขนไว้พร้อมกำชับให้อาบพร้อมกันเนี่ยแหละจะไปไหน หนูเองก็ไม่รู้อะไรดลใจหรือยังไงไม่รู้ มันสับสนในความรู้สึก จึงก้าวถอยกลับมาในจุดเดิม ในขณะที่พ่อเลี้ยงและน้องชายต่างอาบน้ำเสร็จแล้วกำลังใช้ผ้าขนหนูซับตัวพร้อมกับเดินออกจากห้องน้ำไป ภายในที่ดูคับแคบอย่างอึดอัดทำให้ค่อนข้างโล่งกว่าเดิมมาก ตอนนี้มีแค่แม่กับหนูเท่านั้นที่ยืนอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ โดยแม่ทำหน้าที่ฟอกสบู่ชำระล้างให้กับหนู หนูแทบแค่จะยืนเฉย ๆ เท่านั้นพอ ในขณะที่พ่อกับน้องชายต่างเช็ดตัวอยู่หน้าห้องน้ำที่ไม่ได้ปิดประตูไว้เหมือนเดิม ชั่วโมงนี้มันมึนไปหมด แม่สั่งให้ทำอะไรหนูก็ทำตามทุกอย่าง

เสร็จจากการอาบน้ำ แม่ยังคงอาบต่อ ส่วนหนูคว้าผ้าเช็ดตัวที่แม่เตรียมไว้ให้แล้ว เอามานุ่งยืนรอแม่อยู่หน้าห้องน้ำ เหลือบเห็นพ่อกับน้องชายเช็ดตัวเรียบร้อยแล้ว ปะแป้งแล้ว หวีเผ้าหวีผมแล้ว ทำอะไรเรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งคู่กลับยังไม่สวมใส่เสื้อผ้าเหมือนเป็นปกติ หนูเองที่ทำอะไรไม่ถูกด้วยความสับสนจึงยืนอยู่หน้าห้องน้ำ จนแม่อาบน้ำเสร็จจึงจูงมือหนูไป แม่ชวนหนูเช็ดตัวไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งแม่ก็เข้ามาช่วยเช็ดหัวเช็ดตัวให้หนูด้วย เราสองคนกึ่งล่อนจ้อนกึ่งเปลือย พ่อกับน้องชายช่วยกันเตรียมอาหารเช้า แม่เร่งเร้าให้หนูรีบเช็ดตัว ปะแป้ง พอเสร็จเรียบร้อยแม่จูงมือให้หนูไปช่วยจัดเตรียมอาหาร

พวกเราสี่คนเปลือยกายล่อนจ้อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเหมือนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทุกคนก็เหมือนเดิม ไม่ได้ทะลึ่งตึงตัง ไม่ได้มานั่งจ้องมองอะไรกันอย่างออกหน้าออกตา ทุกคนทำตัวปกติอย่างที่เคย แต่ตัวหนูเองกลับไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น ความรู้สึกนึกคิดมันเปลี่ยนไป แต่ก็ไม่ได้เรียกร้องหรือขัดข้องอะไร เหมือนอยากพูดแต่พูดไม่ออก พวกเราช่วยกันคนละไม่ละมือ หลังจากจัดเตรียมเสร็จพวกเราก็ลุยอาหารเช้ากัน แม่พูดติดตลกจะให้ออกไปกินที่ระเบียงด้านหน้า แต่ความเป็นจริงไม่กล้าออกไปอย่างนี้กันหรอก พวกเรานั่งล้อมวงกินกันอยู่ข้างใน แม่หนูน่ะเหรอนั่งขัดสมาธิเหมือนคนอื่น ๆ เลย เรียกว่าเห็นเข้าไปถึงเนื้อในเลย แต่นั่นก็เรียกว่าคุ้นเคยกันตลอดมาแล้ว มันก็เลยดูไม่ค่อยขัดกันเท่าไหร่ แต่สำหรับหนูนั่งอย่างนั้นคงไม่ได้แน่ จึงต้องเรียบร้อยหน่อยด้วยการนั่งพับเพียบ แต่ก็นั่นแหละ มันก็ไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างมันดีขึ้นเท่าไหร่หรอก เพราะรู้ทั้งรู้ว่าหนูเองก็ล่อนจ้อนเหมือนคนอื่น ๆ

แม้จะกินด้วยความรวดเร็วปานใด แต่เหมือนเวลาจะผ่านไปแต่ละวินาทีค่อนข้างช้ามาก ๆ เลย หลังจากหนูกินอิ่มเรียบร้อยหนูเก็บจานชามของหนูก่อนแล้วขอตัวเข้าห้องน้ำ ไม่ได้ปวดท้องหรือมีธุระอะไรหรอก แต่ความรู้สึกมันเหมือนรับไม่ได้กับสิ่งเหล่านี้ หนูยืนทำใจอยู่สักพักนึง ในนี้ไม่มีเสื้อผ้าหรือผ้าขนหนูที่จะให้ห่อหุ้มตัวให้เดินออกไปเลย นี่หนูจะต้องเดินล่อนจ้อนออกไปอย่างนี้อีกเหรอเนี่ย หลังจากทำใจได้ระดับนึงจึงเปิดประตูก้าวออกไป และนี่คือเซอร์ไพร์ที่ทุกคนเตรียมไว้สำหรับหนูโดยเฉพาะ

ใช่แล้ว วันนี้วันคล้ายวันเกิดหนู หนูครบรอบ 14 ปีพอดี นี่มันช่างประจวบเหมาะซะเหลือเกิน ทุกคนยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ ฉากแรกที่หนูเปิดประตูออกมาก็ทำให้หนูตกใจกับร่างอันเปลือยเปล่าของแต่ละคนแล้ว สัญชาติญาณทำให้อุทานออกมาด้วยความตกใจเบา ๆ พร้อมกับกุมเป้ากุมหน้าอกตัวเองเอาไว้ หลังจากนั้นแต่ละคนยื่นของขวัญให้หนูกันคนละชิ้น ก่อนมอบให้ก็มีขั้นตอนการอวยพร แล้วยังมีการถ่ายรูปตอนส่งมอบรวมถึงถ่ายรูปในช่วงจังหวะต่าง ๆ เอาไว้ด้วย หนูเองล่ะไม่อยากมีรูปตัวเองอยู่ในกล้องเลย มันอาจสร้างความอับอายได้ถ้าตกอยู่ในมือของคนอื่น

กิจกรรมที่เหลือระหว่างที่อยู่เที่ยวกันก่อนกลับบ้าน แต่ละช่วงเวลาที่ไม่ประเจิดประเจ้อ ทั้งแม่และพ่อก็มักชวนหนูและน้องให้ล่อนจ้อนโดยที่แม่กับพ่อเป็นคนถอดเสื้อผ้าตัวเองออกให้เห็นเป็นตัวอย่าง 2-3 วันที่ไปเที่ยวด้วยกันมา เรียกว่าหนูเองก็เห็นของคนอื่น ๆ ที่แบบว่าเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว มางานนี้ก็ได้เห็นแบบจะจะอีก และที่สำคัญเรือนร่างหนูเองกลับต้องให้คนอื่นได้เห็นอีก ยังดีนะที่ทุกอย่างเกิดขึ้นแค่กับคนในครอบครัว ยังคิดเหมือนกันว่าถ้าแม่กับพ่อของหนูชอบเปิดเผยเรือนร่างให้คนอื่น ๆ นอกจากคนในครอบครัวเราได้เห็นกันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น หนูว่าหนูเองก็คงต้องทำตามที่แม่กับพ่อบอกอย่างเป็นแน่

หนูเหมือนไม่มีอะไรจะต้องอายแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาก็เหมือนกับเปิดเผยซะหมดเปลือกเลย ยังดีที่ไม่ถึงขนาดกับที่ต้องแหกให้ดูกัน ยังไม่ถึงขนาดที่จะมาจับมาล้วงอะไรกัน นี่ก็แค่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าแค่นั้นเอง แต่ภาพที่ฝังตาฝังใจหนูก็คือได้เห็นแม่กับพ่อเค้านัวเนียกัน มันเป็นอะไรที่เหนือคำบรรยายจริง ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียวตรงนั้นของตัวเอง และรู้สึกกลัวไปด้วยพร้อม ๆ กัน ไอ้จู๋ของผู้ชายจากที่รู้ที่แม่กับพ่อเล่าให้ฟังก็บอกว่ามีขนาดประมาณเนี้ยแหละ โอ้โหแล้วมันกว่าจะเข้าไปได้ในจิ๋มของหนู ยิ่งคิดยิ่งน่ากลัว

และสิ่งที่ทำให้หนูรู้สึกน่ากลัวและหวาดระแวงคือ ในวันที่จะกลับ แม่กับพ่อก็มีกิจกรรมที่ทำให้แต่ละคนเปลือยกายล่อนจ้อนให้เป็นปกติ แต่แว๊บนึงของสายตาที่หนูไว้ใจมาตลอด คือพ่อเลี้ยงหนู ห้องน้ำที่แคบอยู่แล้วจึงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าอาบน้ำ แต่นั่นก็ทำให้คนที่อยู่ด้านนอกก็ยังล่อนจ้อนอยู่ หนูเข้าอาบน้ำพร้อม ๆ กับแม่ แล้วแม่เกิดปวดท้องจึงผละไปนั่งส้วมที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ประตูห้องน้ำที่ไม่ได้ปิดไว้อยู่แล้ว ทำให้ตำแหน่งที่หนูยืนอาบน้ำถูกเปิดกว้างสำหรับการผ่านไปผ่านมาที่หน้าประตู ฉับพลันหนูก็เห็นพ่อยืนอยู่ด้านหน้าประตูห้องน้ำ จุดนั้นแม่จะมองไม่เห็นพ่อเพราะมีกำแพงบังอยู่ แรกที่หนูเหลือบเห็นหนูก็ไม่ได้คิดอะไร แต่หันไปอีกทีพ่อก็ยังยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับจ้องมองมาทางหนู ในมือของพ่อจับไอ้จู๋ของตัวเองจนแข็งตัว ตาก็จ้องมองมาทางเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของหนูที่หนูเพียงหันข้างให้

สายตาที่หนูรู้สึกน่ากลัวของพ่อที่จ้องมองเหมือนจะกลืนกินหนูให้ได้ มันรวดเร็วมาก สายตาพ่อก็จ้องมองมาทางหนู มือข้างนึงของพ่อจับไอ้จู๋แล้วชักว่าวให้ตัวเอง แล้วมืออีกข้างนึงก็แบมือรองรับน้ำที่ออกมาจากไอ้จู๋พ่อ แล้วพ่อก็หลบฉากจากหน้าประตูห้องน้ำไป หนูได้แต่ตาค้างที่ได้เห็นสิ่ง ๆ นั้น ตะลึงกับความรู้สึกที่ได้เห็นพฤติกรรมอย่างนั้น มันรวดเร็วจนทำอะไรไม่ถูก เรื่องนี้หนูไม่ได้บอกใคร และคาดว่าทั้งแม่และน้องชายก็คงไม่รู้เหมือนกันสำหรับเรื่องนี้ เห็นแม่ออกจะรักและเทิดทูนพ่อเลี้ยงมาก ครั้นจะเอ่ยปากออกไป แม่คงไม่เชื่อตามที่หนูบอกเป็นแน่

ตลอดระยะเวลาการเดินทางกลับบ้าน หนูภาวนาให้เดินทางกลับถึงบ้านเร็ว ๆ ภาวนาอย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวหนูเลย ขอให้ทุกอย่างปกติสุขดี ตอนนี้หนูไม่ไว้ใจพ่อเลี้ยงคนนี้แล้ว สายตาคู่นั้นที่จ้องมองมาทางหนู มันน่ากลัวและติดตราอยู่ในความทรงจำตลอด ภาพที่เห็นแม่กำลังนัวเนียกับพ่ออยู่นั้น ถูกลบข้อมูลและแทนที่โดยอัตโนมัติ ซึ่งพ่อเองก็แสดงออกกับทุก ๆ คนด้วยอาการและท่าทางปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สำหรับหนูเองนั้นไม่กล้าแม้กระทั่งจะสบสายตาหรือเดินเฉียดไปใกล้ ๆ เลย



ระยะเวลาจากช่วงจังหวะที่เห็นสายตาอันน่ากลัวของพ่อเลี้ยงตั้งแต่วันนั้นแล้ว ทุกอย่างปลอดภัยดี เพราะไม่นานหลังกลับจากการไปเที่ยวครั้งนั้น หลังจากจบเทอมสุดท้ายของชั้น ม.3 หนูก็แยกตัวออกไปพักอยู่กับเพื่อนสาวที่หอพัก โดยให้เหตุผลกับแม่และคนอื่น ๆ ว่าใกล้กว่า สะดวกกว่า ประหยัดกว่า ทุกอย่างดีกว่าในขณะที่เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนพาณิชน์ที่ออกจะไกลกว่าที่เรียนที่เดิมเยอะ ทันทีที่ได้รับอนุญาต หนูรู้สึกปลอดโปร่งและปลอดภัยอย่างที่สุด แม้แม่จะคอยกำชับและคอยเตือนเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเมื่อต้องออกไปดูแลรักษาตัวเอง

และทุกอย่างก็ปกติดี ทุกวันนี้เรื่องเรียนหนูก็ไม่เป็นรองใคร เพื่อนฝูงก็ปกติไม่ได้คบใครที่เกเร สังคมที่อยู่ก็ปลอดภัยดี ทุกอย่างดำเนินชีวิตไปตามปกติวัยรุ่น แต่เรื่องลับ ๆ นั้นอย่าบอกใครเชียว เห็นติ๋ม ๆ อย่างนี้นะ หนูหุ่นดีนะ หนูภูมิใจกับสรีระของหนู หน้าอกหน้าใจของหนูสวยได้รูปมากเลย เอวที่กระชับ หน้าท้องที่ค่อนข้างแบนเรียบ สะโพกผายกำลังดี จิ๋มโหนกนูนเหมือนเดิม แต่ไม่คิดเป็นปมด้อยแล้ว ภาคภูมิใจซะมากกว่า ขนขึ้นพองามไม่ถึงกับดกมากซะน่ากลัว ทุกอย่างสวยสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับวัยรุ่นผู้โชคดี

หนูแต่งตัวค่อนข้างเชย ไม่ค่อยตามกระแส เพราะรู้ดีว่านี่คือช่องทางที่จะสูญเสียบางสิ่งบางอย่างได้ หนูเลือกเพื่อนที่จะคบหา คบเพื่อนดีก็ดีไป คบเพื่อนแย่อาจนำเราลงนรกได้ ทุกวันนี้หนูยังปกติดี แม้แต่นิ้วของตัวเองก็ยังไม่ได้กล้ำกลายเข้าไปเลย แต่อย่างว่าแหละ มนุษย์นะไม่ใช่ก้อนอิฐ ถ้าจะเรียกว่าใจแตกก็พอได้ เพราะทุกอย่างที่ต้องการอยากรู้อยากเห็น หนูได้จากในเน็ตทั้งนั้นเลย หนำซ้ำยังต้องตอบคำถามเพื่อนสาวที่อยู่ห้องเดียวกันอีก หนูรู้อะไรดี ๆ เยอะ แต่ก็อย่างว่าแหละ หนูเก่งนะ แต่เก่งแค่ทฤษฎี แต่เรื่อง " ปฏิบัติ " นั้น ไม่รู้เรื่องเลย.