"กลอย โกอินเตอร์ 7"
อาทิตย์ต่อมาผมก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่แหวนว่าขอตัวลงไปเที่ยวพักผ่อนที่กรุงเทพฯ กับภูเก็ตสักเดือนเดี๋ยวค่อยพบกันใหม่ ผมกับกลอยก็ขาดการติดต่อกับเธอตั้งแต่นั้น
ผมยุ่งอยู่กับงานจนลืมพี่แหวนไปชั่วขณะก่อนที่จะได้รับโทรศัพท์ของเธอในเที่ยงวันของวันพฤหัสบดีวันหนึ่ง เธอถามผมว่าผมกับกลอยว่างหรือไม่? ให้ออกไปที่บ้านเธอตอนเย็นจะได้เลี้ยงต้อนรับลูกชายของเดวิดที่มาเที่ยวที่เมืองไทยหน่อย เธอย้ำว่าต้องไปให้ได้ทั้งสองคน กลอยว่างเวรส่วนผมติดเวรบ่ายพอดีแต่ก็ไม่มีปัญหาสำหรับผมเพราะสามารถเปลี่ยนเวรได้อยู่แล้ว
สักหนึ่งทุ่มผมกับกลอยก็ถึงบ้านพี่แหวนที่ดูมีคนเยอะพอสมควร ผมเห็นเด็กๆ ลงเล่นน้ำกันอยู่เกือบๆ สิบคน และเห็นคนสูงอายุสอง-สามคนกำลังทำพานบายศรีเล็กๆ อยู่ในบ้านพร้อมคนอีกกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมวงกินเหล้าพร้อมกับแกล้มเต็มวง พี่แหวนยิ้มกว้างเดินมาจูงมือเราไปที่ซุ้มไม้ข้างสระน้ำ
ผมเห็นเดวิดนั่งอยู่กับชายหนุ่มชาวตะวันตกคนหนึ่งที่เห็นแว๊บแรกก็ทำให้นึกถึงดาราฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่าง เบน แอฟเฟล็ค ป๋าเดฟกับพี่แหวนแนะนำเราทั้งสองคนให้รู้จักกับ "เจค"
เจค เป็นลูกคนเดียวของเดวิดกับภรรยาคนเก่า เจคทำงานเกี่ยวกับธุรกิจการขายอยู่ในลอสเแองเจลิส ป๋าเดฟบอกว่า เจคอายุเท่ากันกับกลอยนี่แหละท่าจะเข้ากันได้ดี และพอเราร่วมสนทนากันสักครู่ก็เกิดความสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว จากที่ผ่านๆ มากลอยได้ฝึกภาษากับเดวิดบ้างแล้วก็ทำให้การพัฒนาการพูดภาษาอังกฤษของเธอดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยสื่อสารกับเจคได้โดยตรงมากขึ้น
การสนทนาเราหยุดลงชั่วครู่เมื่อมีคนมาตามให้เจคไปบายศรีสู่ขวัญในตัวบ้าน ซึ่งก็ตามประเพณีอีสานที่แขกไปไทยมาก็ต้องมีการเรียกขวัญให้มาปกป้องคุ้มครองคนๆ นั้นให้พ้นทุกข์พ้นโศกและนำความดีเข้าสู่ตัว
เมื่อทำพีธีเสร็จก็ถึงเวลาเฮฮากันได้ พวกเราห้าคนก็ออกมาประจำการที่ซุ้มไม้อีกครั้งปล่อยให้เหล่าญาติๆ ของพี่แหวนสนุกสนานกันอยู่ภายในตัวบ้านส่วนเด็กๆ ก็พากันขึ้นจากน้ำหมดแล้ว ลูกสาวของพี่แหวนมานั่งคลอเคลียพูดคุยกับเจคไม่ห่าง พี่แหวนบอกว่า น้องติดพี่เจคมากตั้งแต่พี่เจคลงเครื่องมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
พี่แหวนเล่าต่อว่า เจคจะมาอยู่ในไทยหนึ่งเดือนโดยที่ครอบครัวเธอพากันไปรับเจคที่สนามบินแล้วก็พาไปเที่ยวที่ภูเก็ตต่อก่อนจะกลับมาบ้านโดยที่เหลือเวลาอีกสองสัปดาห์ก่อนที่จะกลับก็จะพาเจคเที่ยวแถบภาคอีสานกันบ้าง แล้วเธอก็ถามผมกับกลอยว่า มีเวลาว่างหรือไม่จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน
ผมสำรวจรูปร่างของเจคก็รู้ว่าเขาดูดีทีเดียว ใบหน้าดูหล่อเหลาไว้หนวดไว้เคราสั้นสีเขียวครึ้มเสริมหน้าให้หล่อเข้มตามแบบชาวตะวันตกเข้าไปอีก ส่วนสูงก็น่าจะสูงกว่าเดวิดสัก 5 ซม. รูปร่างไม่ได้อ้วนไม่ผอมมาตฐานของชายฝรั่ง ใต้เสื้อเชิร์ตค่อนข้างรัดรูปทำให้พอมองเห็นกล้ามเนื้อตามแขนและหน้าท้องได้ชัดซึ่งน่าจะเกิดจากการออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ โดยรวมๆ เจคถือว่าหน้าตาหล่อเหลาและรูปร่างดีทีเดียว
เสาร์-อาทิตย์นั้นผมกับกลอยก็ได้พาเจคไปท่องเที่ยวปราสาทหินหลายๆ แห่งหลายๆ จังหวัดกับครอบครัวพี่แหวน กลอยกับเจคเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้นจนผมเห็นเจคเดินประคองกลอยขึ้นบันไดปราสาทหินเลยทีเดียว เมื่อกลับมาบ้านผมก็แซวกลอยว่า หลงเสน่ห์ฝรั่งเข้าแล้วสิอย่าลืมคนไทยน๊า กลอยเขินทุบอกผมเบาร้องว่า บ้า ก่อนจะพูดตามมาว่า ก็เจคเขาหล่อดีนี่ ผมก็ร้องแซวไปอีกว่า นี่กะจะกินทั้งพ่อทั้งลูกเลยเหรอเนี่ย กลอยยิ้มหวานตอบผมด้วยหน้ากวนๆ ว่า จะกินให้เรียบเลยฝรั่งเนี่ย ก็มันอร่อยนี่นา
อาทิตย์ถัดไปผมกับกลอยก็ลางานเตรียมไว้เพื่อจะพาเจคเที่ยวแบบเต็มๆ แต่ก็ต้องมีเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ แม่ของพี่แหวนเสียชีวิตลงด้วยวัยชรา ขณะที่ตัวบ้านที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงทำใหม่ไม่มีพื้นที่ตั้งศพ พี่แหวนจึงต้องนำศพของแม่มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านของเธอที่มีพื้นที่กว้างขวางกว่า พี่แหวนคิดว่าเจคอาจจะไม่สามารถอยู่ที่บ้านเธอในสถานการณ์เช่นนั้นได้จึงจะให้ผมพาเจคออกไปเช่ารีสอร์ทพักจนกว่าว่างานจะเสร็จสิ้น ส่วนเดวิดนั้นคุ้นชินกับคนไทยและญาติพี่น้องของพี่แหวนอยู่แล้วก็จะพักอยู่ที่บ้านนั่นแหละ
ไม่รู้ว่าผมคิดได้ยังไงจึงเสนอว่า ให้เจคมาพักที่บ้านผมดีกว่าเพราะมีทุกอย่างครบครันการกินการอยู่ก็สะดวก ที่สำคัญมีผมมีกลอยที่ลางานไว้แล้วคอยเป็นเพื่อนพูดคุยด้วยเจคจะได้ไม่เหงา ตอนแรกพี่แหวนก็ดูท่าจะเกรงใจผมอยู่บ้างแต่เมื่อผมอธิบายสาเหตุต่างๆ แล้วเธอกับเดวิดก็ตกลงใจให้เจคมาพักอยู่กับผมได้
ผมพาเจคกลับเข้าบ้านตอนเย็นก็เห็นกลอยกำลังออกกำลังกายโดยวิ่งอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้า เธอทำหน้าสงสัยเมื่อเห็นเจคถือกระเป๋าเดินทางมาด้วยผมจึงอธิบายเรื่องราวให้เธอรับทราบ กลอยที่อยู่ในชุดเสื้อกล้ามสปอร์ตรัดรูปกางเกงกีฬาขาสั้นมานั่งคุยกับเราที่โชฟากล่าวต้อนรับเจคด้วยความยินดี ผมเห็นเจคมองกลอยแล้วก็คิดไปใหญ่ด้วยว่าชุดที่เธอใส่นั้นมันอาจจะธรรมดามากสำหรับชาวตะวันตก แต่สำหรับคนไทยก็ต้องถือว่าน่าเซ็กซี่พอสมควร แต่ผมก็คิดเตลิดไปไกลแล้วล่ะ กลอยลากกระเป๋าของเจคเดินเข้าไปในห้อนนอนรับแขกที่มีสายตาของเจคมองตามจนสุดสายตา
เย็นวันนั้นเรานั่งดื่มกันที่โชฟา เจคบอกกับผมว่า ถนัดเบียร์มากกว่า ผมเลยหอบเบียร์มาใส่ตู้เย็นซะหนึ่งลัง กลอยบอกว่า จะกินเบียร์เป็นเพื่อนกับเจค เรานั่งละเลียดแอลกอฮอล์พร้อมกับสนทนากันไปอย่างคนคุ้นเคย กลอยนั่งหัวร่อต่อกระซิกกับเจคอย่างสนุกสนาน จะเกือบๆ จะสี่ทุ่มผมจึงไล่เจคไปอาบน้ำ กลอยหาผ้าขนหนูให้กับเจคแล้วนั่งมองร่างขาวที่มีมัดกล้ามงามในชุดผ้าขนหนูเดินผ่านหน้าลับไปในห้องครัว เธอหันมายิ้มกับผมบอกว่า หุ่นเจคดูดีมากเลย ผมยิ้มๆ ถามเธอว่า อยากกินอะดิ เธอหัวเราะตอบกลับมาเบาๆ บอกว่า ช่าย ผมจึงบอกเธอว่า งั้นวันนี้กินงูเขียวไปก่อน กลอยทำปากแบะบอกว่า เบื่อแล้วงูเขียวอยากกินอนาคอนด้า
วันรุ่งขึ้นผมกับกลอยก็พาเจคเข้าไปเที่ยวในตัวจังหวัด ผมพาเข้าดูหนังแล้วก็รับประทานอาหารก่อนจะไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ กว่าจะกลับก็เย็นแล้วจึงได้ไปร่วมสวดอภิธรรมศพแม่ของพี่แหวน เสร็จแล้วก็มีการดื่มกันนิดหน่อยก่อนจะพาเจคกลับบ้านก็เกือบๆ จะสามทุ่ม
คงเพราะแอลกอฮอล์ยังไม่ถึงขั้นและเจคก็ยังอยากจะดื่มต่อ เราสองคนนั่งคุยพร้อมละเลียดแอลกอฮอล์กันไปขณะที่กลอยขอตัวไปอาบน้ำ ผมก็เลยไล่เจคไปอาบน้ำเหมือนกันเพราะเที่ยวมาทั้งวันแล้ว เจคอาบน้ำแป๊บเดียวก็กลับมานั่งดื่มเบียร์ต่อสักครู่กลอยก็เดินหอมฟุ้งลงมาจากข้างบนด้วยชุดนอนสีชมพูเสื้อคอกว้างกางเกงขาบานสั้น
ผมขยับตัวให้กลอยนั่งตรงกลางกลิ่นหอมจากตัวเธอทำเอาผมควยแข็งไปเหมือนกัน แล้วเจคล่ะจะขนาดไหน? กลอยดื่มน้ำผลไม้ที่เธอถือลงมาด้วยพร้อมกับการสนทนาที่เราเริ่มจะสอบถามเรื่องส่วนตัวของเจคมากขึ้น ผมสอบถามเรื่องครอบครัวเจคบอกว่า กำลังวางแผนกับแฟนสาวว่าจะแต่งงานกันในอีกปีสองปีข้างหน้า เขาเดินเข้าไปในห้องถือกระเป๋าสตางค์ออกมาโชว์รูปแฟนสาวให้เราดู กลอยก้มหน้าเข้าไปชิดเจคเพื่อดูชัดๆ จนร่างแนบชิดกับเจคก่อนจะหันมาบอกผมว่า สวยมาก
ช่วงหนึ่งผมเห็นกลอยจับแขนของเจคแล้วลูบคลำไปมาก่อนจะหันมาทางผมแล้วก็ลูบที่แขนของผมบ้าง ผมหัวเราะถามเธอว่า อะไร? เธอไม่ตอบจับแขนผมไปวางที่หน้าขาขวาของเธอก่อนจะจับแขนเจคมาวางที่หน้าขาซ้ายพร้อมกับลูบแขนของเราทั้งสองไปมา
"แขนเจคมีขนแขนขึ้นเต็มเลยแต่ก็ไม่สากอะไรนะดูนุ่มๆ ดีอีกต่างหาก"
กลอยิ้มหันมาบอกผมจนผมต้องหัวเราะกับความขี้เล่นของเธอพร้อมกับมองขนแขนสีน้ำตาลอ่อนๆ ที่เห็นขึ้นอยู่เต็มแขนของเจคแล้วก็ใช้มือลูบคลำที่ขาอ่อนขาวของกลอยเบาๆ เธอสะบัดแขนผมออกบอกว่า ไม่ต้องเลยให้เจคทำได้คนเดียว เนาะเจค แล้วก็หันไปพูดกับเจคก่อนที่ทั้งสองคนจะหัวเราะออกมา ผมได้ทีก็ขอตัวไปอาบน้ำปล่อยให้ทั้งสองคนพูดคุยกันต่อ ไม่เร่งเร้าไม่รวบรัดปล่อยให้ทั้งสองคนมีอารมณ์ร่วมกันไปก่อนเวลานั้นมาถึงคงจะได้สนุกกันอย่างไม่ต้องเคอะเขิน
ผมอาบน้ำเสร็จเดินลงมาข้างล่างก็เห็นทั่งสองคนนั่งเบียดกันอยู่พร้อมกับคุยกระหนุงกระหนิงกันอยู่เบาๆ ผมทำไม่รู้ไม่ชี้เดินไปนั่งโชฟายกแก้วเหล้าขึ้นซดจนหมดแก้ว เรานั่งคุยกันอยู่จนถึงห้าทุ่ม ผมเห็นกลอยหาวอยู่หวอดๆ ท่าจะเหนื่อยจากการท่องเที่ยวทั้งวัน สักครู่เธอก็ขอตัวขึ้นไปนอนบอกว่าไม่ไหวแล้ว ผมนั่งอยู่กับเจคสักพักแล้วเราก็กล่าวราตรีสวัสดิ์กัน ผมขึ้นมาบนห้องก็เห็นว่ากลอยนอนหลับไปแล้วจึงหอมแก้มนุ่มๆ ของเธอฟอดใหญ่แล้วล้มตัวลงนอนข้างๆ
ผมตื่นขึ้นมาในเวลาสองโมงเช้ามองเห็นกลอยกำลังทาโลชั่นอยู่ ผมลงจากเตียงเข้าไปกอดเอวเธอหลวมๆ จากข้างหลังพร้อมซุกหน้าลงซอกคอ เสียงเธอร้องมาว่า ไม่ต้องเลยๆ ไปอาบน้ำเลย ผมซุกหน้าหนักแล้วถามเธอว่า เมื่อคืนคุยอะไรกันน้อถึงเห็นหัวเราะคิกๆ อยู่ตลอดเวลา กลอยบอกกับผมว่า เธอ...เขาถูกจูบด้วยแน่ะเมื่อคืน ผมเงยหน้าสบตากับกลอยที่กระจก เธอยิ้มกริ่มเมื่อเห็นผมทำท่าทีสนใจในคำพูด เธอเล่าว่า ตอนที่ผมขึ้นมาอาบน้ำ เจคยังคววางมือไว้ที่ต้นขาของเธออยู่ตลอดเวลา แล้วเขาก็ถามว่า ทำไมตัวหอมจังเลย เธอบอกว่า ทาโลชั่นน่ะ แล้วเจคก็จับมือเธอขึ้นไปดมและจูบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาบอกว่า หอมจริงๆ แล้วที่แก้มจะหอมแบบนี้ไหม? เธอตอบไปว่า แล้วทำไมไม่มาหอมดูละ เจคไม่รอช้ายื่นจมูกโด่งเป็นสันเข้ามาหอมที่แก้มของเธอทันที เขาหอมแล้วแนบจมูกลงที่แก้มเนิ่นนานจนเธอถึงกับสยิวกับลมหายใจอุ่นๆ ของเขา กลอยตัวแข็งทื่อปล่อยให้เจคแนบจมูกอยู่อย่างนั้นก่อนที่เขาจะค่อยๆ เลื่อนจมูกมาที่ปาก
และแล้วปากของเจคก็ประกบกับปากของกลอยแนบแน่นลิ้นของเจคก็ตวัดลิ้นของเธออย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน แต่เธอไม่ขัดขืนใดๆ กลับส่งลิ้นออกไปเล่นกับเจคเสียอย่างนั้น สักครู่หนึ่งเจคก็ถอนปากออกแล้วจ้องตากับเธอแล้วก็ขยับตัวออกก่อนจะพูดละล่ำละลักขอโทษเธอที่เขาทำอย่างนั้น เจคบอกว่า เขาอดใจไม่ได้ที่เห็นเธอสวยเหลือเกินและพอได้กลิ่นกายของเธอทำให้เขาเผลอใจไปหน่อย กลอยเขินอายที่ได้รับคำชมก่อนจะบอกกับเจคไปว่า ไม่เป็นไรเธอเข้าใจ ก่อนที่ทั้งสองจะกลับมาคุยกันอีกครั้ง
"แล้วทำไมไม่ต่อเลยละโอกาสจะได้กินฝรั่งอีกลูกแล้วนะนั่น"
ผมถามกลอยพร้อมกับดันเจ้างูเขียวไปมาที่สะโพก กลอยหันมาตีมันเบาๆ บอกว่า ไปอาบน้ำเถอะ ก่อนที่จะโยนผ้าขนหนูให้กับผม เหมือนเจคเขายังเกร็งๆ อยู่คงจะกลัวเธอจะไปเห็นเข้ามั๊ง เสียงกลอยพูดไล่หลังผมมา
เรื่องของกลอยกับเจคจะเดินทางไปถึงขั้นไหนขอยกยอดไปเล่าต่อตอนหน้านะครับ
วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
เรื่องเล่าของผัวเมีย #74
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น