บางคนเชื่อว่า การได้มาซึ่งความสำเร็จต้องแลกกับความตั้งใจ ขยัน และอดทน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีบางคนที่ต้องการให้ถึงฝั่งฝันโดยเร็วแม้ตัวเองจะมีความสามารถแอบแฝงอยู่ภายในก็ตาม สิ่งลี้ลับบางอย่างจึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ถวิลหาความสำเร็จด้วยทางลัด ชาวตะวันตกเชื่อกันว่า ซาตาน จะดลบันดาลในสิ่งที่เราต้องการได้ หากแต่ต้องทำสัญญาเพื่อได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้น และแน่นอนว่ามันเป็นสัญญาต่างตอบแทน
ห้องทำงานซึ่งแยกโซนเป็นส่วนหนึ่งของห้องนอน ภายในมีหนังสือและเอกสารต่าง ๆ มากมาย ขณะเวลาใกล้จะห้าทุ่ม ยังมีหนุ่มใหญ่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขาใช้มือขวาบีบนวดต้นคอตนเองเพื่อคลายความเมื่อยล้าก่อนจะจรดปลายนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง เพียงแป้นพิมพ์ยุบตัวด้วยแรงกดหนุ่มใหญ่ก็ปวดเบ้าตาด้านซ้ายลามขึ้นไปถึงสมองทันที
‘อะไรวะ’ หนุ่มใหญ่คิดไปพร้อมยกฝ่ามือขึ้นทาบไปที่เบ้าตาพลางส่ายศีรษะ ดวงตาด้านขวาที่ยังเปิดอยู่มองไปที่ตัวอักษรบนหน้าจอ มันพล่ามัวจนแทบจะอ่านไม่ออก
ณวัฒน์ หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบเอ็ดปีเศษ เขาเป็น Chief Marketing Officer (CMO) ของบริษัทแห่งหนึ่ง นอกจากหน้าที่การงานในตำแหน่งที่ใหญ่โต ณวัฒน์ยังมีความชื่นชอบในการรังสรรค์งานเขียนเรื่องเสียว โดยแนวที่เขาชอบคือการมีความสัมพันธ์กันเองในครอบครัว แต่นั่นก็เป็นแค่เพียงรสนิยมความชอบและดื่มด่ำกับมันภายในจินตนาการ ซึ่งณวัฒน์ไม่เคยคิดอยากจะให้มันเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนในครอบครัวเลยแม้แต่น้อย
ด้วยความที่ตั้งแต่เด็ก ครอบครัวของณวัฒน์พักอาศัยอยู่ในอาคารพาณิชย์ เมื่อเติบโตมีหน้าที่การงานประกอบกับได้รับมรดกก้อนโต เขาจึงเลือกที่จะซื้อที่ดินเปล่าภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร อาณาบริเวณซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด ณวัฒน์สร้างอาคารพาณิชย์สไตล์โมเดิร์นกว้างสามคูหาตีทะลุถึงกัน มันสูงสี่ชั้น ลึกสิบสองเมตร ภายในบ้านประกอบไปด้วยเจ็ดห้องนอน แปดห้องน้ำ พร้อมลิฟต์สำหรับอำนวยความสะดวก ด้านข้างของตัวบ้านยังมีสระว่ายน้ำขนาดความกว้างสี่เมตร ยาวแปดเมตร และพื้นที่สำหรับจัดแต่งเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ ไว้ให้พักผ่อนหย่อนใจ
นอกจากหนุ่มใหญ่จะเพียบพร้อมไปด้วยหน้าที่การงาน และปัจจัยภายนอกที่ครบครัน ด้านครอบครัว ณวัฒน์ก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน เขาแต่งงานกับภรรยาที่อายุห่างกันเกือบแปดปี โดยมีพยานรักด้วยกันห้าคน ตลอดมาณวัฒน์มีร่างกายที่แข็งแรงแม้จะมีดื่มเหล้า สูบบุหรี่บ้าง แต่เขาก็พยายามออกกำลังและตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากแต่ระยะสองสามเดือนที่ผ่านมา เมื่อเขาเขียนเรื่องเสียวก็จะมีอาการปวดที่เบ้าตาลามไปถึงสมองโดยที่อาการมันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“วัฒน์คะ... ดึกแล้ว นอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้คุณต้องไปดูงานต่างประเทศนะคะ” สาวใหญ่ผมยาวสลวยส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรยืนแอบอิงมือจับขอบประตูซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนอนเอ่ยเรียกสามี
ด้วยท่ายืนที่แอ่นอกเล็กน้อยส่งให้เต้าอวบขนาดสามสิบห้านิ้วเบียดเข้ากับท่อนแขนจนเน้นออกมาเป็นลูก รอบเอวยี่สิบสี่นิ้วลาดลงมารับกับสะโพกกลมกลึงขนาดสามสิบห้านิ้วอย่างสวยงาม เธอชื่อ บุษกร ภรรยาวัยสี่สิบสามปีของณวัฒน์ เธอแต่งงานตอนอายุเพียงสิบเจ็ดปีในขณะที่ยังเรียนพาณิชย์ไม่จบเพราะเกิดพลาดท่าตั้งท้องเสียก่อน แม้ว่าบุษกรจะมีลูกแล้วถึงห้าคน แต่ด้วยการดูแลผิวพรรณเป็นอย่างดี เธอจึงยังดูเป็นหญิงสาวที่อ่อนกว่าวัยจนใคร ๆ ต่างทักว่าเป็นพี่สาวของบรรดาลูก ๆ
“อื่ม... ปิดคอมก่อน” ณวัฒน์ตอบภรรยาไปอย่างมึน ๆ ศีรษะก่อนจะปิดคอมพิวเตอร์แล้วเดินเข้าห้องนอน
บนเตียงนุ่ม ๆ ภายในห้องที่เย็นฉ่ำ ณวัฒน์ซึ่งนอนด้านขวาของเตียงตะแคงหันหลังให้บุษกรพยายามครุ่นคิดบางอย่างในความมืด การปวดเบ้าตาเฉพาะเวลาเขียนเรื่องเสียวมันเกิดจากอะไร
‘ที่แท้ก็ก๊อปเค้ามา... นึกว่าจะเขียนเอง... โถ่ก๊อปมาหนิหว่า...’ ถึงแม้จะเป็นเพียงตัวหนังสือจากความคิดเห็น แต่มันก็เหมือนมีคนคอยกระซิบที่ข้างหูอยู่ซ้ำ ๆ
“อยากเขียนเก่งใช่มั้ย” ชายหนุ่มใส่สูทสีดำท่าทางภูมิฐานเอ่ยถามอยู่เบื้องหน้า
“ครับ ผมอยากเขียนเก่ง อยากเขียนงานที่เป็นที่จดจำ”
“ผมว่าอีกสักสี่ห้าปี คุณก็เขียนดีขึ้น” ชายหนุ่มทำท่าจะหันหลังกลับ
“ไม่... ผมต้องการวันนี้ เดี๋ยวนี้” ณวัฒน์ทรุดตัวลงคุกเข่าร่ำไห้กับความไม่เอาไหนของตัวเอง
“งั้นเหรอ...” ชายหนุ่มค่อย ๆ เดินเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าณวัฒน์
“คุณจะได้สิ่งที่ต้องการ แต่ทุกอย่างมันไม่มีอะไรได้เปล่า พร้อมจะแลกรึเปล่าล่ะ” ชายหนุ่มก้มมองหน้าณวัฒน์พูดพลางแสยะยิ้ม
เพียงได้เห็นนัยน์ตาสีแดงคู่นั้นชัด ๆ ณวัฒน์ก็รู้สึกได้ถึงพลังที่แฝงไปด้วยความน่ากลัวราวกับมาจากขุมนรก แต่ถึงกระนั้น ในใจลึก ๆ เขาก็ยังต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดในการเขียนงานของตัวเอง
“ครับ... ผมแลก...”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” สิ้นเสียงหัวเราะชายหนุ่มก็ใช้ปลายเล็บสะกิดที่หางคิ้วซ้ายของณวัฒน์จนเลือดซิบ แล้วหันหลังเดินกลับไป
“เดี๋ยว... แล้วสิ่งที่ผมต้องแลกคืออะไร...” ณวัฒน์ตะโกนถาม
“ก็แค่การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายหนุ่มพูดแล้วเดินหายไปในความมืด
ณวัฒน์สะดุ้งตื่นเมื่อบุษกรสวมกอดเขาจากด้านหลัง เธอเบียดหน้าอกเข้ากับแผ่นหลังของสามีสุดที่รัก
“ทำไมวันนี้แอร์หนาวจังคะวัฒน์” บุษกรไม่พูดเปล่า เธอไล้มือลงมายังกลางลำตัวของสามี แต่ยังไม่ทันจะได้จับเข้ากับเครื่องเพศณวัฒน์ก็ขยับพลิกหันมาหาเธอเสียก่อน
“ไหนบุษว่าพรุ่งนี้ผมต้องไปดูงานไม่ใช่เหรอ” หนุ่มใหญ่แกล้งพูดเย้าภรรยา ณวัฒน์รู้ดีว่าบุษกรเป็นผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูง ซึ่งก็ไม่ต่างจากตัวเขาเอง
“แหม... ก็พักหลังวัฒน์ทำแต่งาน... ไม่ค่อยสนใจบุษ ใช่สิ... บุษมันแก่แล้ว ไม่ใช่สาว ๆ เหมือนเมื่อก่อน” บุษกรพูดเสียงเง้างอดทำท่าจะขยับตัวหันหลังกลับ
“ผมล้อเล่นเฉย ๆ ... อย่าโกรธนะ...” ณวัฒน์รีบจับไหล่ภรรยาไม่ให้หันหนี
“บุษยังสาว ยังสวย บุษยังเป็นเหมือนวันแรกที่ผมเจอ”
“ก็ปากหวานอย่างนี้ไง บุษถึงเรียนไม่จบ”
“อย่างอื่นก็หวานนะ”
“บ้า...” บุษกรตีแขนณวัฒน์เบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวลงไปเพื่อหาแก่นกลางลำตัวของสามีอย่างรู้งาน
นิ้วมือเรียวสวยเกาะเกี่ยวเข้ากับขอบกางเกงแพรของณวัฒน์แล้วดึงมันลงจนพ้นปลายเท้า ดุ้นเนื้อที่คุ้นเคยยังคงหลับใหลรอการปลุกเร้า บุษกรก้มหน้าเข้าหอมไซ้เข้ากับควยของณวัฒน์พลางใช้ปลายลิ้นเลียที่พวงสวรรค์ เธอเลียไล้ลูกอัณฑะพร้อมขยับชักหนังควยขึ้นลงช้า ๆ จนมันเริ่มขยายตัว บุษกรโลมเลียจากด้านใต้ของลำควยขึ้นมายังเส้นสองสลึงก่อนจะค่อย ๆ อมส่วนหัวเข้าไปในปากอุ่น ๆ ของเธอ
“ซี๊ดดส์...” ณวัฒน์ครางกระเส่าเมื่อความอุ่นผสานกับเรียวลิ้นที่หยุ่นนุ่มตวัดเลียหัวควยไปมา เขารู้สึกได้ถึงท่อนเอ็นที่กระตุกงึก ๆ อยู่ภายในปากภรรยา
บุษกรขยับศีรษะขึ้นลงโม้กลำควยขนาดหกคูณห้านิ้วที่บัดนี้แข็งตัวเต็มที่พร้อมใช้งานอย่างชำนาญ ความเป็นสามีภรรยากันมากว่ายี่สิบห้าปีส่งให้ทั้งคู่รู้จังหวะของกันและกัน บุษกรในชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวผ้านุ่มลื่นยาวแค่เข่าไม่สวมชั้นในละจากท่อนเอ็นขยับขึ้นประกบจูบกับสามีอย่างเร่าร้อน เธอใช้มือขวาสอดผ่านหน้าท้องลงไปจับประคองแก่นเนื้อให้หัวควยถูกไถกับปากรูหีที่เปียกเยิ้มด้วยความเงี่ยน ด้วยความเสียวณวัฒน์จึงจับสะโพกผายของภรรยาแล้วแอ่นดันให้ลำลึงค์แทรกผ่านรูสวรรค์เข้าไปอย่างช้า ๆ
“อุ้ยยยย์...” บุษกรครางอย่างเสียวกระสันพร้อม ๆ กับหย่อนบั้นท้ายให้ร่องหีรับท่อนเอ็นที่แทงเข้ามา
แม้ว่าทั้งคู่จะเย็ดกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่หลืบสวาทของบุษกรก็ยังมัดใจณวัฒน์ผู้เป็นสามีได้ตลอดมา เมื่อรูหีกลืนลำควยเข้าไปจนหมด มันก็ทำการดูดและโอบรัดสิ่งแปลกปลอมจนณวัฒน์เสียวสะท้าน
“บุษ... ของบุษดูดควยผมเสียวมาก... อู้ยยย์”
“บุษไม่ได้แกล้งนะคะวัฒน์ มันดูดเอง... ซี๊ดดดส์” บุษกรยันตัวขึ้นนั่งแอ่นหน้าอกพร้อมบดเนินหีเข้ากับหนอกควยของสามี
ในห้องที่มืดสลัวแต่ยังเพียงพอมองเห็นได้ หน้าอกอวบใหญ่คัพจีลอยเด่นเบื้องหน้าเชิญชวนให้ณวัฒน์ยกมือทั้งสองขึ้นเพื่อเคล้าคลึงมัน ถึงจะผ่านการมีลูกมาแล้วถึงห้าคน แต่เต้านมในมือของเขากลับยังแน่นนุ่มไม่คล้อยยาน
“ซี๊ดดดส์... วัฒน์ขา... บุษเสียว...” บุษกรครางกระเส่าเมื่อสามีบี้บีบเบา ๆ เข้าที่ยอดปทุมถันด้วยปลายนิ้วพร้อมกันทั้งสองข้าง
“ผมก็เสียว... บุษนมใหญ่มาก... ครั้งแรกที่ผมจีบบุษก็เพราะนมใหญ่ ๆ นี่แหละ... อื่มมม...”
“วัฒน์... วัฒน์ขา... ดูดนมให้บุษหน่อย... ซี๊ดดดส์”
บุษกรพูดโดยที่เอวยังบดเย็ดพลางสอดปลายนิ้วเรียวงามผ่านใต้สายเดี่ยวที่คล้องไหล่แล้วเปลื้องมันออกทีละข้างจนผ้านุ่มลื่นไหลหล่นลงมากองที่เอวพร้อมกับณวัฒน์ที่ยันตัวลุกขึ้นนั่ง
“อ้าาห์... เสียวจังค่ะวัฒน์...” บุษกรโอบศีรษะสามีครางกระเส่า เมื่อปลายลิ้นของณวัฒน์ตวัดเข้าที่หัวนมเธอ
เพียงถูกสัมผัสเบา ๆ ยอดปทุมก็ชี้ชัน ปลายถันที่เต่งสู้เรียวลิ้นพาให้หนุ่มใหญ่ดูดดุนพลางคลึงเคล้าใบหน้าเข้ากับทรวงอกอันนุ่มเนียน
“ซี๊ดดดดส์...” บุษกรซ่านสยิวจนเผลอตัวขมิบร่องหี
“อื่มมมม...” เมื่อหลืบเสียวขมิบภายในก็เหมือนจะดูดท่อนเอ็นของณวัฒน์เข้าไปจนเขาต้องปล่อยเสียงครางในลำคอ
“ควยแข็งจังค่ะวัฒน์... ซี๊ดดดส์” เลือดที่ไหลมาคั่งจากแรงดูดของรูหีทำเอาองคชาตแข็งจนแทบปริ และยิ่งมันแข็ง บุษกรก็ยิ่งเน้นบดเนินเสียวเย็ดควยสามีหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ณวัฒน์รู้สึกได้ถึงน้ำเงี่ยนของภรรยาที่ถูกขับออกมาจนไหลย้อยไปที่พวงสวรรค์ แต่ถึงกระนั้นภายในร่องหลืบก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลวมไปกับความลื่นเหนียว มันกลับยิ่งดูดและโอบกระชับรัดดุ้นเนื้อ
“บุษ... ผมจะไม่ไหวแล้ว... อืมมมม...”
“วัฒน์ขา... บุษก็จะเสร็จแล้ว... อีกนิดเดียว... ซี๊ดดดส์...”
บุษกรกอดสามีพลางเร่งขยับเอวให้ร่องเสียวรับการแทรกเข้าออกของท่อนเอ็น หนุ่มใหญ่ที่ก็ใกล้ถึงสวรรค์เต็มทนก้มลงดูดเน้นเข้าที่หัวนมของภรรยาพร้อมจับสะโพกรั้งให้ท่อนควยกระแทกสวนเข้ารูหีจนเสียงครางดังไปทั่วห้องอันมืดมิด
“วัฒน์ขา... ไม่ไหวแล้ว... ซี๊ดดดส์... อู้ยยยยย์...” ร่างของบุษกรเกร็งกระตุก เธอกอดรัดณวัฒน์ไว้แน่น ภายในร่องสวาทขมิบตอดอย่างรุนแรง
“ผมก็... ก็... อูวววว์...” ณวัฒน์ซาบซ่านไปทั้งร่าง น้ำเงี่ยนพุ่งออกจากปลายควยพร้อม ๆ กับการดูดของรูหี เขาบีบรั้งแก้มก้นของภรรยาเพื่อระบายความเสียวก่อนจะฉีดน้ำควยเข้าไปอีกเป็นครั้งที่สอง
“ซี๊ดดดดส์... วัฒน์ขา... ควยวัฒน์กระตุกอยู่ข้างในของบุษ... อู้ยยยยย์...” บุษกรสะดุ้งเมื่อน้ำอุ่น ๆ พุ่งเข้าไปในตัวเธออีกครั้ง เธอรู้สึกได้ถึงดุ้นเนื้อที่อยู่ภายในกำลังกระตุกงึก ๆ คายน้ำเงี่ยนที่เหลือออกมาเป็นจังหวะพร้อม ๆ กับค่อย ๆ อ่อนตัวลง
“บุษรักคุณที่สุดเลยค่ะ” บุษกรประคองหน้าสามีพลางจุมพิตที่ริมฝีปากเขาเบา ๆ ก่อนจะขยับลุกไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย
บทรักของสามีภรรยาที่แต่งงานกันมากว่ายี่สิบปีไม่มีอะไรโลดโผนเหมือนหนุ่มสาว แต่มันก็สร้างความสุขสุดยอดและเติมเต็มความรักให้แก่กันได้ไม่มีเบื่อ เมื่อบุษกรออกจากห้องน้ำณวัฒน์จึงลุกไปเข้าต่อ ขณะที่เดินผ่านกระจกบานใหญ่เหนือเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าหลังจากล้างคราบเหนียวเรียบร้อยแล้วเขาก็หันไปหยุดมอง ความวาวใสนั้นสะท้อนราวกับเงาในกระจกเป็นคนจริง ๆ นิ้วมือถูกยกขึ้นลูบไปที่ปลายคิ้วด้านซ้ายพลางเพ่งพินิจรอยแผลเป็นที่บังเอิญเกิดขึ้นหลังจากความฝันเมื่อสิบเก้าปีก่อน
‘ฝัน... ละเมอ...’ ณวัฒน์ยังคงเชื่อว่ารอยนั้นเกิดขึ้นจากการที่เขาละเมอเอาเล็บข่วนโดนเข้าพอดี
เที่ยงคืนกว่า หนุ่มใหญ่ยังคงนอนก่ายหน้าผาก ความฝันเมื่อครู่มันช่างเหมือนกับความฝันเมื่อครั้งสิบเก้าปีก่อน เขาพยายามหวนคิดถึงอดีต ปี พ.ศ. 2546 ในยุคที่การเขียนเรื่องเสียวในโลกอินเตอร์เน็ตกำลังเบ่งบาน มีนักเขียนรุ่นลายครามที่ได้รับการยกย่องจากผู้อ่านหลายต่อหลายท่าน แต่ด้วยความที่เว็บไซต์เรื่องเสียวส่วนใหญ่เป็นเว็บเปิดเสรี งานเขียนของท่านเหล่านั้นจึงมักถูกคัดลอกไป บ้างก็นำไปเผยแพร่เพราะเห็นว่าเป็นงานเขียนที่ดี บ้างก็นำไปใช้ในเชิงการค้าหาประโยชน์ส่วนตน จึงเกิดมีการต่อต้านจากผู้อ่านที่ชื่นชอบเรื่องเสียว และคอมเมนต์ต่อว่างานที่คัดลอกมาโดยไม่ให้เครดิตผู้แต่ง
ณวัฒน์ในวัยสามสิบปีเศษ ขณะที่กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาโทเพื่อเพิ่มพูนความรู้ เขาก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบในการเสพเรื่องเสียว แต่เรื่องที่ณวัฒน์ชอบกลับเป็นแนว Incest ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับโลกใบนี้ ส่งผลให้งานเขียนที่เขาสามารถหาอ่านได้มีจำนวนน้อย ประกอบกับความรู้สึกอยากมีงานเขียนของตัวเอง ณวัฒน์จึงลองเขียนเรื่องเสียวโดยนำเค้าโครงเรื่องจากหนังสือโป๊ที่ยังพอมีวางขายในขณะนั้นมาทำการดัดแปลง เสียงตอบรับมีทั้งชื่นชม และก่นด่าด้วยรับไม่ได้กับเรื่องราวการมีเพศสัมพันธ์ภายในครอบครัว แต่สิ่งที่ทำให้ณวัฒน์รู้สึกแย่คือการกล่าวหาว่าเขาคัดลอกงานของนักประพันธ์ท่านอื่น มันจึงทำให้เขาเริ่มเขียนเรื่องราวที่เกิดจากความคิดของตัวเอง แต่งานเขียนที่ออกมานั้นกลับดูไร้ค่า ทั้งในเรื่องของเนื้อหา และภาษาหนังสือที่อ่อนด้อย
ทั้งคอมเมนต์ว่าลอกงาน ทั้งเรื่องเขียนที่ดูราวกับเรียงความของเด็กประถม มันทำให้เขารู้สึกแย่ และในค่ำคืนนั้นเอง ณวัฒน์ได้ฝันถึงชายในชุดสูทสีดำที่อ้างว่าจะให้ในสิ่งที่เขาต้องการ หากแต่ต้องแลกมาด้วยบางอย่างที่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด โดยสุดท้ายในความฝันนั้น ณวัฒน์ได้ทำสัญญากับชายหนุ่ม และตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยแผลที่คิ้วซ้าย ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกันกับที่ชายหนุ่มใช้ปลายเล็บสะกิดฝากรอยแผลไว้ในความฝัน และเพียงชั่วข้ามคืน เช้าของวันรุ่งขึ้น พล็อตเรื่องเสียวก็พรั่งพรูเข้ามาในสมองเขาดังน้ำที่ไหลบ่าไม่ขาดสาย ในที่สุด Story of Incest ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกอินเตอร์เน็ตนับแต่นั้นเป็นต้นมา ณวัฒน์คิดไปพลางขยับแขนที่ก่ายหน้าผากแล้วใช้ปลายนิ้วถูเข้ากับรอยแผลเป็นที่หางคิ้วซ้าย
“ปวดเหรอ” น้ำเสียงที่เปล่งถามในความมืดช่างคุ้นเคย
ณวัฒน์รีบลุกขึ้นเดินไปยังห้องทำงานที่มาของเสียง เขาพยายามเปิดสวิตช์ไฟอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีทีท่าว่ามันจะติด แล้วจู่ ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็สว่างขึ้น แสงอ่อน ๆ สาดให้เห็นต้นเสียงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของเขา ชายหนุ่มใส่สูทสีดำค่อย ๆ หันมาสบสายตาเขาอย่างช้า ๆ เพียงได้เห็น ณวัฒน์ก็รู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลัง นัยน์ตาสีแดงคู่นั้นเขายังคงจดจำมันได้ไม่มีวันลืม หนุ่มใหญ่มั่นใจว่าชายที่อยู่เบื้องหน้าเป็นคน ๆ เดียวกันกับที่เจอในฝันเมื่อสิบเก้าปีก่อน แต่เมื่อลองเพ่งพินิจให้ดี ๆ เขากลับพบว่าชายในชุดสูทไม่มีร่องรอยของความชราตามวัยแม้แต่น้อย ซึ่งผิดกับเขาที่เส้นผมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดอกเลาแซมเกือบทั่วศีรษะ
“ผมถามว่าปวดตาเหรอ” ชายหนุ่มขยับเอนหลังนั่งไขว่ห้าง ใช้นิ้วเคาะแป้นคีย์บอร์ดเล่นพลางถามย้ำ
“คะ... ครับ...” ณวัฒน์ตอบไปด้วยความประหม่า
“คิดดี ๆ ว่าปวดที่ไหน เริ่มจากตาจริง ๆ เหรอ...” ชายใส่สูทยังคงถามต่อโดยตามองไปยังจอคอมพิวเตอร์ที่มีเพียงแสงสีขาว
“ครับ... เบ้าตา...”
“งั้นลองทบทวนดูอีกที” พูดจบชายหนุ่มก็กดปุ่ม Enter
“โอ๊ะ... โอ๊ะ... โอ๊ยยยยย !!!” ความเจ็บปวดที่ค่อย ๆ เริ่มมาจากรอยแผลเป็นที่คิ้วซ้าย ลามมายังเบ้าตาจนแผ่ซ่านไปที่ก้านสมอง ณวัฒน์ถึงกับทรุดตัวลงยกสองมือบีบศีรษะไว้แน่นพร้อมแผดร้องด้วยความทรมาน
“ประมาณนี้ใช่รึเปล่า...” เสียงพูดของชายหนุ่มยิ่งกระตุ้นให้ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
“ชะ... ใช่... ใช่... โอ้ยยยยยย !!!”
ชายใส่สูทมองร่างของณวัฒน์ที่สองมือกุมศีรษะ นอนคู้ตัวงอกลิ้งไปมาอย่างทุรนทุรายด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะกดปุ่ม Esc
โดยพลันอาการปวดจนแทบอยากตายของณวัฒน์ก็ค่อย ๆ บรรเทาลง ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้เดินมาหยุดยืนตรงหน้าณวัฒน์
“ผมให้รอยแผลไว้เป็นสัญลักษณ์... คุณยังจำสัญญาระหว่างเราได้มั้ย...” ชายหนุ่มก้มมองณวัฒน์ที่กำลังพยายามลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
“เท่าไหร่... จะเอาเท่าไหร่...” หนุ่มใหญ่ค่อย ๆ ยันตัวขึ้นพลางเหลือบตามองด้วยใจที่แฝงไปด้วยความโกรธ
“คุณจะมาโกรธผมทำไม ในเมื่อคุณเป็นคนเอ่ยปากเองว่า... ผมแลก” เพียงได้ยินณวัฒน์ก็ต้องตกใจที่ชายหนุ่มรู้ว่าเขากำลังรู้สึกนึกคิดอะไร
“แล้วคุณต้องการอะไรจากผม...”
“ก็ไม่มีอะไรมาก... ก็แค่การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม”
“อะไร !!! มันคืออะไร !!!” ณวัฒน์เริ่มโกรธจนตะโกนออกมา เขาหวังเพียงให้เรื่องบ้า ๆ นี้จบลงโดยเร็ว
“คุณคิดเหรอว่าลำพังตัวคุณเองเพียงชั่วข้ามคืนจะสามารถเขียนงานอะไรออกมาได้ คุณก็แค่เขียนงานตามที่ผมคอยกระซิบบอก” ชายหนุ่มเอียงคอมองหน้าณวัฒน์พูดด้วยสีหน้าเย้ยหยัน ก่อนจะหันหลังกลับ
“แล้วมันคืออะไรกันแน่... อะไรที่เท่าเทียม !!!”
“คุณไม่ต้องรีบร้อน คุณกำลังจะมอบมันให้ผมในไม่ช้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” สิ้นเสียงหัวเราะหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ดับลงพร้อมกับร่างของชายใส่สูทที่เดินหายเข้าไปในมุมมืดของห้อง
“เดี๋ยว... เดี๋ยวก่อน...” ณวัฒน์พยายามตะโกนพร้อมจะก้าวเท้าตามชายหนุ่มไปแต่กลับไม่สามารถขยับได้
“ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ... ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ...” เสียงนาฬิกาปลุกฉุดให้ณวัฒน์ตื่นขึ้นพร้อม ๆ กับเหงื่อกาฬที่แตกจนชุ่มไปทั้งร่าง เขาค่อย ๆ ขยับลุกขึ้นนั่งชันเข่าแล้วยกมือทั้งสองขึ้นแตะที่หน้าผากทบทวนเรื่องราว
“ฝันอีกแล้วเหรอ...” หนุ่มใหญ่บ่นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะลงจากที่นอน
< ------------- >
บรรยากาศเวลาเกือบหกโมงเช้าของวันศุกร์ ณ บริเวณโถงชั้นล่างของบ้านยังคงเงียบสงัด มีเพียงแม่บ้านชื่อยายฉิม คอยดูแลความเรียบร้อยในยามเช้า ยายฉิมอายุหกสิบเจ็ดปี เป็นแม่บ้านเก่าแก่ตั้งแต่สมัยณวัฒน์อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ เมื่อท่านทั้งสองสิ้นบุญประกอบกับณวัฒน์ย้ายมาปลูกบ้านหลังใหม่ บุษกรจึงขอให้รับเอายายฉิมมาอยู่ด้วยเพื่อช่วยเลี้ยงลูก ๆ ของเธอ
หนุ่มใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวทรงสลิมฟิต กางเกงสแล็คสีดำ แขนซ้ายพาดเสื้อสูทสีเดียวกับกางเกง ผมสั้นดำธรรมชาติแซมไปด้วยสีดอกเลาด้านข้างสั้น ด้านหน้าเสยขึ้น ด้วยส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ณวัฒน์จึงเป็นหนุ่มใหญ่ที่ดูภูมิฐาน เขาเดินลงบันไดโดยมีภรรยาอันเป็นที่รักจูงกระเป๋าตามมาด้านหลัง
“นุ่น... นุ่นโว้ย... มาช่วยคุณท่านหน่อย...” ยายฉิมตะโกนเรียกหลานสาวที่อยู่ในห้องนอนชั้นล่างทันทีเมื่อเห็นณวัฒน์ก้าวเท้าลงมา
“ค่ะ ๆ ... มาแล้ว” เสียงใส ๆ ตะโกนออกมาจากในห้อง
หนุ่มใหญ่ยังไม่ทันเดินพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเด็กสาวก็รีบขึ้นไปรับกระเป๋าจากบุษกรด้วยความกระตือรือร้น เธอมีชื่อว่าอริสา และด้วยความที่เด็กสาวเป็นลูกครึ่งซึ่งเกิดจากพ่อชาวอเมริกัน แม่ของเธอจึงตั้งเล่นให้ว่า อริส แต่อาจเป็นเพราะโชคชะตาที่ถูกกำหนดมา สุดท้ายแล้วพ่อกับแม่ของเธอก็มีอันต้องเลิกรากันไป โดยเธอถูกนำมาฝากให้ยายเลี้ยงตั้งแต่อายุได้ห้าขวบ จากนั้นแม่ก็ไม่เคยกลับมาหาเธออีกเลย
บุษกรซึ่งมีจิตใจอ่อนโยนประกอบกับฐานะทางบ้านที่สามารถเลี้ยงดูเด็กน้อยได้ เธอจึงรับอริสาที่มีอายุเท่ากับลูกคนสุดท้องมาอุปการะและให้การศึกษาราวกับเป็นลูกของตน อีกทั้งยังตั้งชื่อเล่นใหม่ว่า ปุยนุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับลูก ๆ ของเธอ มาถึงวันนี้เด็กน้อยเติบโตขึ้นเป็นสาววัยสิบหกปี ผิวขาวใบหน้าสวยคมแบบลูกครึ่ง จมูกโด่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ผมยาวปลายเป็นลอนเล็กน้อยสีน้ำตาลประกายทอง พร้อมด้วยความสูงหนึ่งร้อยหกสิบแปดเซนติเมตร กับสัดส่วนที่ดูจะโตเกินวัย
“น้าบุษ... มาค่ะนุ่นช่วย”
“ขอบใจนะลูก”
เด็กสาวค่อย ๆ ประคองกระเป๋าใบโตจนถึงพื้นก่อนจะเดินลากมันไปยังหน้าบ้าน รอยยิ้มและแววตาที่เปล่งประกายถึงแม้จะต้องตื่นเช้ากว่าปกติแสดงให้เห็นว่าเธอมีความเต็มใจ ทั้งยังรักและเคารพสองสามีภรรยาเป็นอย่างมาก
เมื่อมาถึงหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ขับรถของบริษัทซึ่งมารออยู่แล้วก็รับชุดสูทจากณวัฒน์ และจัดแจงยกกระเป๋าเดินทางเก็บที่หลังรถ
“ดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ” บุษกรเกาะแขนสามีด้วยความเป็นห่วง
“แค่สองอาทิตย์กว่าเอง”
“ตั้งสองอาทิตย์... บุษคงคิดถึงคุณแย่เลย”
“อยู่บ้านดูลูก ๆ ด้วยนะ โดยเฉพาะไอ้สองตัวแสบ อย่าให้มันเที่ยวไปก่อเรื่องอะไรล่ะ”
“ค่ะ...”
ณวัฒน์บรรจงจูบที่หน้าผากบุษกรด้วยความรักก่อนจะขึ้นรถโดยไม่พูดถึงเรื่องความฝันเมื่อคืนแม้แต่น้อย แล้ว Mercedes Benz E-Class ก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านประตูออกไปจนลับสายตา
< ------------- >
บริเวณชั้นสี่ของบ้านประกอบไปด้วยสองห้องนอนซึ่งอยู่ติดกัน และห้องบาร์ขนาดใหญ่โดยแต่ละห้องจะมีห้องน้ำเป็นส่วนตัว เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีกำลังหยิบเสื้อผ้าออกจากตู้แล้วจัดวางลงบนที่นอนเพื่อรอการสวมใส่ไปมหาวิทยาลัย
“เนคไทไปไหนวะ” เด็กหนุ่มบ่นกับตัวเองเมื่อหาเนคไทนักศึกษาอย่างไรก็หาไม่เจอ
‘หรือว่ายายฉิมขนไปให้เค้าซัก...’ เด็กหนุ่มพยายามนึกว่าเมื่อวานเขาทิ้งเนคไทลงตะกร้าผ้าหรือเปล่า
แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ทำในสิ่งที่ง่ายกว่าการยืนคิด เขาเปิดประตูแล้วเดินไปยังห้องข้าง ๆ
“เพชร... กูยืมเนคไทหน่อย” เด็กหนุ่มวิสาสะเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ
“เหี้ยไรของมึงเนี่ยไอ้ภาค !!!” เด็กหนุ่มอีกคนซึ่งหน้าตาเหมือนกันกำลังนั่งสาวอาวุธคู่กายหน้าโน้ตบุ๊คสะดุ้งโหยง รีบลุกขึ้นยืนพร้อมดึงกางเกงบอลขึ้นทันที
“เหี้ย... นี่เจ็ดโมงกว่ามึงยังมีอารมณ์มานั่งชักว่าวอีกเหรอวะ” ภาคภูมิเอ่ยถามแกมแดกดัน
เด็กหนุ่มทั้งสองเป็นลูกชายฝาแฝดคนที่สามและสี่ของณวัฒน์ ซึ่งก่อนหน้านั้นบุษกรได้ให้กำเนิดลูกสาวแล้วสองคน แต่ณวัฒน์อยากได้ลูกชายไว้สืบสกุลจึงพาภรรยาไปปรึกษาแพทย์ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ภาคภูมิ และ เพชรกล้า ซึ่งณวัฒน์เป็นผู้ตั้งชื่อเด็กทั้งสองด้วยตัวเอง
สองพี่น้องเติบโตขึ้นด้วยหน้าตาและน้ำเสียงที่เหมือนกันจนแยกไม่ออก เพียงแต่เพชรกล้าแฝดผู้น้องจะมีไฝเล็ก ๆ ที่หางตาทางด้านซ้ายให้คนในครอบครัวได้เป็นจุดสังเกต เนื่องจากเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี สมัยเรียนมัธยมปลายจึงมีเรื่องชกต่อยแย่งผู้หญิงกับโรงเรียนอื่นอยู่บ่อยครั้งจนที่บ้านต้องปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นประจำ ทั้งสองคนสนิทกันมากถึงขนาดที่เคยพาแฟนสาวไปเที่ยวต่างจังหวัดแล้วแลกคู่แบบสวิงกิ้งห้องเดียวกันมาแล้ว ดังนั้น การที่ภาคภูมิเห็นน้องชายช่วยตัวเองจึงไม่รู้สึกแปลกอะไร
“มึงจะรีบไปไหนวะ คาบแรกเรียนตั้งเก้าโมงครึ่ง” เพชรกล้านั่งลงท่าทางหัวเสีย
“แล้วจะชักว่าวเสือกไม่ล็อคประตู” ภาคภูมิเดินเข้าไปในห้องพลางดันประตูปิด
“ก็ล็อคแม่งเสีย ยังไม่ได้ซ่อมเลย เออ ๆ... มึงมาดูนี่” เพชรกล้ากวักมือเรียกพลางชี้ไปที่หน้าจอโน้ตบุ๊ค
“อะไรวะ” ภาคภูมิก้มลงมองแล้วอ่านตัวหนังสือบนหน้าจอ
“คนแต่งแม่งสุดเหี้ยอะมึง...” เพชรกล้าหมุน scroll wheel บนเมาส์ให้หน้าจอเลื่อนขึ้นด้านบนสุด
“Story of Incest” ภาคภูมิอ่านชื่อเรื่องเบา ๆ
“เออ... อ่านแล้วแม่งขึ้นว่ะ”
“เฮ่ย !!! Incest มันเอากันในครอบครัวไม่ใช่เหรอวะ” ภาคภูมิตกใจที่น้องชายมีรสนิยมทางเพศที่แปลกไป
“มึงลองอ่านดูดิ เดี๋ยวกูส่งลิงค์ให้”
“ไม่เอาอะ... ไม่ใช่ทางกูว่ะ เออ... กูยืมเนคไทหน่อย”
“หยิบเอาในตู้ แขวนอยู่ด้านขวา”
< ------------- >
ประมาณแปดโมง สองหนุ่มก็เดินออกมาจากลิฟต์ชั้นล่าง ด้วยใบหน้าที่คมเข้ม ทรงผมด้านบนไว้ยาวด้านข้างสั้นแบบไล่ระดับ (Surf Cut) ผิวสีขาวโทนเหลือง กับความสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าเซนติเมตรของแฝดพี่ และ หนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตรของแฝดน้อง หากจะเปรียบทั้งคู่เหมือนดารานายแบบก็คงจะไม่เกินความเป็นจริงนัก ถึงภาคภูมิจะสูงกว่าน้องชายอยู่หนึ่งเซนติเมตร แต่ธรรมชาติก็มีความเท่าเทียมจึงชดเชยบางอย่างให้แก่เพชรกล้า ทั้งคู่มีอาวุธประจำกายที่มีความเขื่องใหญ่เท่ากันคือห้านิ้วครึ่ง โดยของภาคภูมิยาวหกนิ้วครึ่ง ส่วนเพชรกล้านั้นยาวกว่าพี่ชายอยู่หนึ่งกระเบียด
“ออกไป !!! กูไม่ทนมึงแล้ว...”
“เหี้ย... เสียงพี่ไหมหนิหว่า” เพชรกล้ามองหน้าภาคภูมิก่อนจะรีบวิ่งไปดู
“ไหม... ใจเย็น ๆ ก่อนลูก” บุษกรยืนอยู่ด้านข้างพร้อมจับแขนทั้งสองของลูกสาวพยายามพูดปลอบประโลมให้อารมณ์เย็นลง
“แม่... ไหมไม่เย็นแล้ว นี่จับได้ครั้งที่สามแล้ว พอกันที !!!” แพรไหมหันมาพูดแล้วเหวี่ยงกระเป๋าเสื้อผ้าใส่สามี
“ไหม ฟังผมก่อน...” โตมรผู้เป็นสามีพยายามอธิบาย
“กูไม่ฟัง มึงออกจากบ้านกูไป... ไป !!!” หญิงสาวชี้นิ้วตะโกนไล่ด้วยความโกรธ
“โถ่ !!! กูก็ไม่อยากอยู่กับมึงนักหรอก... ถุย !!!” ชายหนุ่มวัยสามสิบปีแสดงกิริยาหยาบคายก่อนจะเก็บกองเสื้อผ้า และกระเป๋าออกจากบ้านไป
แพรไหมหันหลังกลับโดยไม่มีเยื่อใยให้ชายที่บัดนี้กลายสภาพเป็นอดีตสามี ไม่นานประตูลิฟต์ชั้นสามก็เปิดออก แพรไหมเดินกลับมายังห้องนอนของเธอ หญิงสาวมองสภาพภายในห้องที่เหมือนสมรภูมิรบก็ไม่ปาน ข้าวของถูกขว้างปากระจัดกระจาย กรอบรูปแต่งงานหล่นกองอยู่กับพื้น ผืนผ้าใบฉีกขาดจนภาพนั้นหมดหนทางซ่อมแซมให้กลับเป็นเหมือนเดิม หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องด้วยความเหนื่อยล้า หากแต่ความเหนื่อยนั้นเกิดจากจิตใจหาใช่เกิดจากกายไม่
แพรไหม ลูกสาวคนโตของณวัฒน์ เมื่อศึกษาจบระดับปริญญาตรี เธอก็เข้าทำงานเป็นพนักงานธนาคารฝ่ายสินเชื่อ เพียงทำงานได้ปีเศษก็ได้พบรักกับนักธุรกิจหนุ่มชื่อ โตมร ทั้งสองคบหาดูใจกันไม่นานก็ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ความรู้สึกของณวัฒน์ที่เห็นว่าลูกสาวยังเด็กจึงไม่เห็นด้วยกับการแต่งงาน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ห้าม เพราะถือว่าให้แพรไหมได้เลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง ท้ายที่สุดก็ไม่ผิดอย่างที่ผู้เป็นพ่อคิดไว้ เพียงช่วงเวลาสองปีที่อยู่กินฉันสามีภรรยา ความเจ้าชู้ของโตมรส่งผลให้ทั้งคู่ระหองระแหงกันเรื่อยมา จนในที่สุด วันที่ทุกอย่างต้องแตกหักก็มาถึง
ปัจจุบันแพรไหมอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ หรืออาจด้วยอาถรรพ์เบญจเพสที่ทำให้ชีวิตคู่ของหญิงสาวประสบคราวเคราะห์ก็หามีใครรู้ไม่ เธอมองไปรอบตัวพลางรวบรวมสติก่อนจะสูดลมหายใจยาวแล้วลุกขึ้นเก็บสิ่งของภายในห้อง
“แม่... พี่ไหมกับพี่โตทะเลาะไรกัน” เพชรกล้าเอ่ยถามบุษกรด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“พี่เค้าจับได้ว่าโตมรมีผู้หญิงอื่น... เฮ่อ... คงเป็นเวรเป็นกรรมของไหม ทั้ง ๆ ที่พ่อเค้าทัดทานแล้วก็ไม่ฟัง” บุษกรตอบลูกชายก่อนจะส่ายศีรษะถอนหายใจ
“ไอ้เพชร... ไปได้แล้วมึง เดี๋ยวสาย...” ภาคภูมิซึ่งใส่รองเท้าอยู่บริเวณหน้าประตูตะโกนเรียก
“เออ ๆ ... ไปก่อนครับแม่” เพชรกล้าตอบตัดความรำคาญก่อนจะหันมาหอมแก้มบุษกรฟอดใหญ่แล้ววิ่งออกไป
“ตั้งใจเรียนนะลูก...” ผู้เป็นแม่เอ่ยตามไล่หลังอย่างห่วงใย
< ------------- >
ราวสิบเอ็ดโมงครึ่ง แพรไหมก็ออกจากลิฟต์มาพร้อมด้วยถุงขยะสีดำใบใหญ่
“ไหม... วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอลูก” บุษกรซึ่งนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาหนังรูปตัวแอลสีน้ำตาลอ่อนหันมาถามเมื่อเห็นลูกสาว
“วันนี้ไหมลาค่ะแม่” หญิงสาวตอบพลางลากถุงไปทิ้งยังถังขยะนอกรั้วบ้านทั้งที่ยังคงอยู่ในชุดนอน
หลังจากที่กลับเข้ามาในบ้าน หญิงสาวก็ล้างไม้ล้างมือก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ออกมารินและนั่งดื่มที่โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับบริเวณรับรองแขกที่บุษกรนั่งอยู่ ผู้เป็นแม่เองรู้ดีว่าลูกสาวมีความเศร้าและไม่สบายใจ แต่เมื่อคิดดูแล้วถ้าจะเข้าไปพูดอะไรตอนนี้เห็นทีจะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะที่ควร บุษกรจึงทำได้แค่เพียงนิ่งเงียบ แพรไหมดื่มเบียร์ไปพลางดูโทรศัพท์มือถือไปพลาง รูปของอดีตสามีค่อย ๆ ถูกลบออกทีละรูป ๆ ทั้งที่อยู่ในโทรศัพท์และบนโลกโซเซียลซึ่งได้อัพโหลดเอาไว้
< ------------- >
“คุณผู้หญิง... ให้ฉิมอุ่นสำรับมั้ยคะ” แม่บ้านเข้ามาไต่ถามเมื่อเห็นว่าเวลาคล้อยบ่ายแต่สำรับอาหารกลางวันยังคงอยู่บนโต๊ะโดยไม่ได้เปิดออก
“ไม่เป็นไรหรอกฉิม บุษทานได้” บุษกรลุกจากโซฟาเดินมายังโต๊ะอาหารที่ลูกสาวนั่งอยู่ เบียร์เพียงสองขวดบนโต๊ะซึ่งไม่มาก แต่ที่เธอเป็นห่วงคือลูกสาวยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า
“ไหม... กินข้าวหน่อยมั้ยลูก”
“ไม่ดีกว่าค่ะแม่ ไหมไม่ค่อยหิว” คำตอบของหญิงสาวยิ่งทำให้ผู้เป็นแม่เป็นห่วง
“คุณไหมรับเป็นของว่างรองท้องหน่อยมั้ยคะ พวกไส้กรอก” ยายฉิมเห็นบุษกรสีหน้าไม่สู้ดีจึงช่วยออกความคิดเห็น
“อื่ม... ก็ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวยายฉิมให้บัวเอาไปให้ไหมที่สระน้ำนะคะ” แพรไหมตอบพลางขยับลุกจากเก้าอี้แล้วกลับขึ้นไปบนห้อง
< ------------- >
คาบเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ ประมาณกลางห้องค่อนไปทางท้าย เพชรกล้าซึ่งไม่ค่อยสนใจกับการเลคเชอร์ของอาจารย์สักเท่าไหร่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ
----- Line -----
เพชรกล้า : เฮ่ย... ภาค วันนี้กูเลิกบ่ายสองกว่า กูกลับบ้านก่อนละกัน ขี้เกียจรอ
ภาคภูมิ : เคร มึงกลับก่อนเลย กูเลิกสี่โมงครึ่ง
----- Line -----
เพชรกล้าและพี่ชายศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งเดียวกัน โดยทั้งคู่เลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจตามการแนะนำของณวัฒน์ ภาคภูมิซึ่งมีผลการเรียนสมัยมัธยมปลายดีกว่าเลือกที่จะเรียนสาขาวิชาการเงิน ส่วนเพชรกล้าเรียนสาขาวิชาการจัดการเพียงเพราะรู้สึกว่ามันน่าจะจบได้ง่ายกว่า
< ------------- >
ประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง แพรไหมเดินมายังสระว่ายน้ำซึ่งอยู่ฝั่งขวาของตัวบ้าน เงาของอาคารในยามบ่ายทอดทับสระว่ายน้ำทำให้อากาศกำลังสบาย หญิงสาวอยู่ในชุดเสื้อคลุมว่ายน้ำสีชมพูขลิบขาวพร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต เธอนั่งลงยังเตียงนอนหวายเทียมริมสระ
“ของว่างค่ะ คุณไหม” เด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีวางจานไส้กรอกลงบนโต๊ะเล็ก ๆ ด้านข้างแพรไหม เด็กสาวมีชื่อว่า บัวหอม เธอเป็นสาวใช้ชาวไทใหญ่
“ขอบใจนะ อ่อ... บัว... บัวเปิดเบียร์ให้พี่หน่อยสิ ขอแก้วด้วยนะ”
“ค่ะ คุณไหม” สิ้นคำของบัวหอม แพรไหมก็เอนกายลงบนเตียงหวายแล้วเริ่มไล่ลบความทรงจำของอดีตสามีออกจากเครื่องมือสื่อสารอีกครั้ง
< ------------- >
แท็กซี่สีเขียวเหลืองจอดเทียบรั้วบ้านโดยมีเพชรกล้าซึ่งไม่อยากนั่งรอพี่ชายกลับมาก่อน แต่เมื่อเดินผ่านประตูเล็กเข้าไปก็พบกับรถยนต์โตโยต้า Yaris สีน้ำเงินจอดอยู่
‘สามโมงสิบห้า... ทำไมพี่ไหมกลับเร็วจังวะ’ เด็กหนุ่มก้มลงมองนาฬิกา แม้จะเป็นความสงสัย แต่เพชรกล้าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไหร่ เขาเดินเข้าบ้านแล้วมุ่งหน้าขึ้นห้องนอนทันที
ด้วยความที่ถูกขัดจังหวะจากพี่ชายในตอนเช้า ประกอบกับรสนิยมความชื่นชอบที่เปลี่ยนไป เพชรกล้าไม่รอช้าที่จะเปิดโน้ตบุ๊คทันทีเมื่อเข้ามาในห้อง นอกจาก Story of Incest ที่เขาอ่านจบไปแล้ว เด็กหนุ่มยังมีความต้องการเสพเรื่องเสียวแนวครอบครัวเพิ่มขึ้นอีก และเว็บไซต์ Google ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เขาใช้ค้นหา
“Weekend ... Gray Area ... อะไรวะ” เพชรกล้าบ่นกับตัวเองเมื่อเลื่อนเมาส์มาเจอเรื่องที่เขียนโดยคน ๆ เดียวกับ Story of Incest
ตัวหนังสือถูกอ่านผ่านสายตาเด็กหนุ่ม เรื่องราวความสัมพันธ์ของพี่สาวกับน้องชายที่ก่อเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์จนพาไปสู่การมีความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างสองพี่น้อง ดุ้นเนื้อในกางเกงนักศึกษาค่อย ๆ พองขยายไปกับเรื่องราวความเงี่ยนของตัวละครที่ได้อ่าน ระหว่างนั้นเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นหมายจะปิดผ้าม่านหน้าต่างเพื่อจัดการปลดปล่อยน้ำควยที่ค้างท่อมานาน หากไม่นับห้องทำงานของณวัฒน์ ห้องของเพชรกล้าคือห้องส่วนตัวเดียวภายในบ้านที่มีหน้าต่างหันไปทางสระว่ายน้ำ มือที่จับผ้าม่านค้างอยู่อย่างนั้นเมื่อภาพเบื้องล่างคือหญิงสาวกำลังแหวกว่ายอยู่ในสระด้วยชุดว่ายน้ำวันพีชบอดี้สูทคล้องคอ
“พี่ไหม...” เสียงเรียกเบา ๆ ในลำคอหลุดออกมาจากปากเพชรกล้า
หญิงสาวพลิกร่างหงายขึ้นพลางพยุงตัวให้ลอยน้ำ แพรไหมหลับตาปล่อยใจไปอย่างอิสระโดยไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังจับจ้องเธออยู่ เด็กหนุ่มมองพี่สาวตัวเองด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด เขาค่อย ๆ ดึงเข็มขัดนักศึกษาออกก่อนจะงัดเอาดุ้นเอ็นออกมาเหมือนคนต้องมนต์สะกด หัวใจของเพชรกล้าเต้นเร็วและแรงขึ้นเมื่อเรือนร่างของแพรไหมกำลังจะถูกเขาใช้เป็นเครื่องมือในการสำเร็จความใคร่
เด็กหนุ่มจ้องมองพี่สาวที่มีความสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ผิวพรรณของเธอนั้นขาวเนียน ผมดำขลับยาวสยาย หน้าอกอวบอิ่มขนาดสามสิบสี่นิ้ว คัพอี ลอยเด่นพ้นน้ำ รอบเอวยี่สิบสามนิ้วรับกับสะโพกผายขนาดสามสิบห้านิ้วอย่างสวยงาม เพชรกล้าเริ่มรูดหนังควยเข้าออกช้า ๆ อย่างตื่นเต้นแล้วจินตนาการไปกับภาพที่เห็น ถ้าได้เอาสิ่งที่กำอยู่ในมือยัดเข้าไปในหีพี่สาวแท้ ๆ จะรู้สึกยังไง ยิ่งคิดเพชรกล้าก็ยิ่งดำดิ่งลงสู่ด้านมืด แต่ยังไม่ทันจะได้ปลดปล่อยน้ำแห่งความเงี่ยน แพรไหมก็พลิกคว่ำแล้วว่ายเข้าหาริมสระก่อนจะขึ้นมานอนพักที่เตียงหวาย
“แม่งเอ้ย...” เพชรกล้าบ่นออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อร่มริมสระขนาดใหญ่บดบังการมองเห็นเรือนร่างของพี่สาว แต่ด้วยความเงี่ยนและเริ่มลุ่มหลงกับเรื่อง Incest เด็กหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะรื้อค้นเอากางเกงว่ายน้ำออกมา
< ------------- >
“อ้าว... พี่ไหมไม่ไปทำงานเหรอ” เพชรกล้าซึ่งนุ่งเพียงผ้าขนหนูสีขาวแกล้งทักหญิงสาวเมื่อเดินมาถึงสระว่ายน้ำ
“พี่ลาน่ะ เบื่อ ๆ” แพรไหมหันมาตอบน้องชายที่นั่งลงบนเตียงหวายด้านขวาของเธอ
เด็กหนุ่มรู้สึกประหม่าด้วยใจที่ไม่บริสุทธิ์ ยิ่งได้มาอยู่ใกล้ ๆ พี่สาวที่เขาเพิ่งจะจินตนาการพร้อมถอกควยกับเรือนร่างของเธอก็ยิ่งส่งให้ทำตัวไม่ถูก แพรไหมยังคงนั่งเอนหลังจิบเบียร์เย็น ๆ ถึงแม้เธอจะใส่ชุดคลุมแต่ก็ไม่ได้รัดเชือกคาดเอวให้มิดชิด เต้านมที่แน่นจนแทบล้นชุดว่ายน้ำจึงเผยให้เด็กหนุ่มได้แอบชำเรืองมองเป็นระยะ ๆ
‘ต้องทำให้พี่ไหมเห็นควยก่อน’ นั่นคือสิ่งที่เพชรกล้าคิดและวางแผน เขายืนขึ้นปลดผ้าขนหนูออกแล้วเดินลงไปยังสระว่ายน้ำ และเพื่อไม่ให้แพรไหมสงสัย เด็กหนุ่มจึงว่ายไปมาอยู่หลายรอบก่อนจะขึ้นจากสระแล้วเดินกลับไปที่เตียงหวายอย่างช้า ๆ เพื่อให้พี่สาวได้สังเกตเห็น
“ขึ้นแล้วเหรอ...” แพรไหมหันมาทักน้องชายโดยไม่ได้คิดอะไร
ด้วยความสูงเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ประกอบกับหน้าท้องซึ่งมีซิกแพคเป็นลอนและแผงอกที่กำยำ ภาพโดยรวมจึงสะกดสายตาของหญิงสาวได้ไม่ยาก แต่ยิ่งไปกว่านั้น กางเกงว่ายน้ำแบบบิกินี่สีน้ำเงินเข้มซึ่งเปียกชุ่มจนแนบรัดเครื่องเพศขนาดใหญ่ที่ถูกจัดให้พับขึ้นแล้วบิดไปด้านซ้ายส่งให้เห็นเป็นรูปลำควย
“นาน ๆ ว่ายที เหนื่อยเหมือนกัน” เพชรกล้านั่งเอนหลังทอดขายาวโดยไม่นุ่งผ้าขนหนู เขายังคงปล่อยให้ท่อนเอ็นที่แข็งเชิดจนส่วนหัวเกือบโผล่ออกมาจากขอบเอวกางเกงว่ายน้ำเพื่อให้พี่สาวได้ยลอยู่อย่างนั้น
แม้เด็กหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ จะเป็นน้องชาย แต่ด้วยความเขื่องของดุ้นเนื้อที่ใหญ่กว่าอดีตสามี แพรไหมจึงรู้สึกวาบหวิวในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
“พี่ไหม... พี่จะเลิกกับพี่โตจริง ๆ เหรอ” เด็กหนุ่มเริ่มบทสนทนาขึ้นก่อน
“มันจบไปแล้วเพชร เค้านอกใจพี่มาสามครั้งแล้ว” แพรไหมหันไปคุยกับเพชรกล้า แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองเป้ากางเกงของน้องชาย
“พี่ผมออกจะสวย พี่โตมันโง่หรือมันบ้าวะ”
“ช่างมันเถอะ... ว่าแต่เราล่ะ เรียนปีหนึ่งแล้ว มีแฟนรึยัง”
“ยังหรอกพี่ ถ้าจะมีผมต้องหาให้สวยเหมือนพี่ไหม”
“ปากหวานนะเรา”
“แต่ตอนเรียน ม.ปลาย ผมก็มีแฟนนะพี่... แต่ก็มี ๆ เลิก ๆ คบกับใครได้ไม่นานสักคน”
“อ้าว... ทำไมล่ะ” หญิงสาวถามอย่างสงสัย
“ให้ตอบจริง ๆ ปะ”
“.............” แพรไหมไม่ตอบได้แต่พยักหน้า
“ผู้หญิงเค้าว่าเค้าเจ็บตอนมีอะไรด้วยกัน” เพชรกล้าพยายามดึงให้พี่สาวคุยเรื่องเพศเพื่อปูทางไปหาสิ่งที่ต้องการ
“แหม... จะคุยว่าของเราใหญ่ว่างั้น”
“อ้าวพี่... ใหญ่จริง ไม่เชื่อดูมั้ยละ”
“บ้า...” หญิงสาวยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มเพื่อให้เรื่องคุยที่เริ่มจะเลยเถิดสะดุดหยุดลง
ดูแล้วมันไม่ง่ายเลยที่จะเริ่มเกมรักกับคนในครอบครัว แต่ถึงอย่างนั้นเพชรกล้าก็ยังมีความปรารถนาที่จะลองมีสัมพันธ์สวาทกับพี่สาวแท้ ๆให้ได้สักครั้ง
“พี่น้องกันไม่เห็นเป็นไร เมื่อก่อนพี่ยังอาบน้ำให้ผมอยู่เลย” เพชรกล้าพยายามจุดประกายเรื่องเดิมขึ้นอีกครั้ง
“นั่นมันตอนเด็ก... นี่เพชรโตแล้ว” แพรไหมพยายามอธิบาย แต่ลึก ๆ ใจเธอก็อยากเห็นลำควยที่แอบซ่อนภายใต้กางเกงว่ายน้ำของน้องชายอยู่ไม่น้อย
อันที่จริงแพรไหมเป็นหญิงสาวที่มีความต้องการสูง แต่ด้วยโตมรมีรสนิยมทางเพศที่ชอบเด็ก ๆ เมื่อออกจากบ้านไปทำงานจึงมักแอบมีเล็กมีน้อยอยู่นอกบ้านเสมอ ครั้นเมื่ออยู่บ้านก็ไม่ค่อยทำหน้าที่สามีเท่าที่ควร จนบางครั้งแพรไหมต้องช่วยตัวเองเพื่อระบายความอยากที่อัดอั้นอยู่ภายใน
“ตอน ม.6 เพื่อนผมมันยังเคยเล่าว่าอาบน้ำกับพี่สาวมันเลย” เพชรกล้าเริ่มปั้นเรื่องเพื่อให้พี่สาวเห็นคล้อย
“โตแล้วเนี่ยนะ” ด้วยแววตาและน้ำเสียง เด็กหนุ่มจับสังเกตได้ว่าพี่สาวเริ่มเกิดความสนใจ
“โตแล้วนี่แหละพี่ พี่สาวมันก็... น่าจะรุ่น ๆ พี่ไหมนี่แหละ” เพชรกล้าค่อย ๆ เติมแต่งให้ตัวละครใกล้เคียงกับคู่สนทนา
“.............” แพรไหมไม่ตอบอะไร แต่ในสมองกลับนึกภาพตามว่าตัวเองกำลังอาบน้ำกับน้องชายแบบเปลือยเปล่าทั้งคู่
“มียิ่งกว่านั้นอีกนะพี่”
“อะไรเหรอ...”
“ผมพูดได้ใช่มั้ย”
“เออ... พูดมาเถอะ” หญิงสาวคาดคั้น ดูเหมือนว่าเธอจะหลงกลเพชรกล้าเข้าแล้ว
“เพื่อนผมมันบอกว่า แรก ๆ ก็อาบน้ำด้วยกันกับพี่สาว ก็มีถูหลัง ถูตัวให้กันบ้าง แต่พอมาหลัง ๆ ...” คำพูดของเพชรกล้าส่งให้แพรไหมคิดตาม แล้วภาพน้องชายควยเขื่องที่เปลือยเปล่ากำลังลูบไล้ฟองสบู่บนตัวเธอก็ผุดขึ้นมาในสมอง
“หลัง ๆ อะไร”
“หลัง ๆ มันก็แอบมีอะไรกับพี่สาว” เด็กหนุ่มเล่าไปก็ตื่นเต้นไป แก่นกายยังคงแข็งไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนตัวลงแม้แต่น้อย
“บ้า... พี่น้องกันเนี่ยนะ”
“ใช่พี่... ตอนแรกผมก็ถามมันว่า มึงโม้ป่าว มันบอกไม่ได้โม้ พอดีพี่เขยมันไปต่างจังหวัดบ่อย ๆ ไปทีก็สามสี่เดือน พี่สาวมันเกิดอยากขึ้นมาก็เลยชวนมัน”
“พี่สาวชวนก่อนเลยเหรอ” แพรไหมถามอย่างสนใจ
“ผมก็ถามอย่างพี่ไหมแหละ มันบอกว่า พี่สาวมันมีอารมณ์แต่ไม่อยากไปมีอะไรกับคนอื่นข้างนอก กลัวจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน เลยมาชวนมัน แล้วก็ช่วยกันปิดความลับ แบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวใครจะรู้”
แพรไหมได้ฟังที่เพชรกล้าเล่าก็หัวใจเต้นแรง เธอยกเบียร์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วโดยหารู้ไม่ว่าทั้งหมดเป็นเรื่องที่น้องชายตัวแสบแต่งขึ้นมา
“เรื่องแบบนี้มีเยอะแยะพี่ ในเน็ตก็มีให้อ่าน” เพชรกล้าทิ้งท้ายไว้พลางลุกขึ้นยืนโดยจงใจให้พี่สาวได้เห็นดุ้นเอ็นที่นูนออกมาจากกางเกงว่ายน้ำอีกครั้งก่อนจะหยิบผ้าขนหนูแล้วกลับขึ้นไปบนห้อง
< ------------- >
โน้ตบุ๊คถูกเปิดขึ้น เพชรกล้าจัดแจงสั่งพิมพ์ Weekend - Gray Area เขาคิดเอาเองว่าถ้าหากส่ง Link เรื่องนี้ให้พี่สาวทางไลน์ เธออาจจะเปิดอ่านมันแค่ผ่าน ๆ เพราะการอ่านบนโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตจะทำให้สายตาล้า ไม่นานเรื่องเสียวฟอนต์ขนาดสิบหก จำนวนยี่สิบแปดหน้าก็พิมพ์เสร็จ เด็กหนุ่มเย็บด้วยแม็กง่าย ๆ ที่มุมทางด้านซ้าย โดยไม่รอช้าเพชรกล้าวิ่งลงไปยังห้องของแพรไหมซึ่งอยู่ชั้นสาม เขาเปิดประตูเข้าไปแล้วรีบสอดเรื่องเสียวฉบับนั้นไว้ใต้หมอนและกลับออกมาอย่างรวดเร็ว
ประมาณบ่ายสี่โมงครึ่งแพรไหนก็กลับขึ้นมาบนห้องเพื่อชำระล้างร่างกายเตรียมตัวกินข้าวเย็น เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง หญิงสาวที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยอยู่ในชุดผ้าขนหนูห่อร่างเปลือยบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งก็เป่าผมจนแห้งดี เธอขยับลุกหมายจะเดินไปยังตู้เสื้อผ้า แต่ระหว่างที่ต้องผ่านเตียงหลังใหญ่สายตาก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งที่โผล่พ้นออกมาจากใต้หมอน หญิงสาวเอื้อมมือหยิบมันขึ้นมาดู
“Weekend - Gray Area” แพรไหมขยับริมฝีปากอ่านตามตัวอักษรบนกระดาษแผ่นหน้าโดยไม่ออกเสียง
‘หรือว่าเป็นของโตมร’ หญิงสาวซึ่งยังไม่ได้เปิดเนื้อหาภายในออกอ่านคิดพลางหันไปมองกรอบรูปแต่งงานชำรุดที่วางหันหน้าพิงเข้าผนัง ก่อนจะเหวี่ยงเอกสารในมือไปไว้ที่หัวเตียงอย่างไม่ใยดี
< ------------- >
“มา ๆ ไหม... กินขาว” บุษกรกวักมือเรียกลูกสาวเมื่อแพรไหมเดินมาถึงโต๊ะอาหาร
“ค่ะแม่”
เพชรกล้าซึ่งนั่งอยู่ก่อนตาค้างเมื่อพี่สาวเดินผ่าน แพรไหมอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวเนื้อผ้าบางเบาจนมองทุละเห็นบราเซียร์สีดำ กางเกงกีฬาผ้านิ่มขาสั้นสีเหลืองขลิบขาวด้านข้างเว้าสูงส่งให้ขาขาวเนียนยิ่งดูเรียวงาม เส้นผมของหญิงสาวดำเงามีน้ำหนัก ยาวตรงทิ้งตัวถึงบั้นท้าย
“อ้าว ทำไมเหลือกันแค่นี้ล่ะ” แพรไหมซึ่งนั่งลงฝั่งตรงข้ามเด็กหนุ่มเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าทั้งโต๊ะอาหารมีเพียงแค่สามคน
“พี่ป่านว่าจะกลับดึกหน่อย ส่วนฝ้ายกับนุ่นตักขึ้นไปกินบนห้อง เห็นว่าต้องรีบทำรายงานอะไรสักอย่าง ส่วน...”
“มีอะไรกินบ้าง...” ภาคภูมิซึ่งเพิ่งกลับมาถึงเอ่ยแทรกโดยที่เพชรกล้ายังพูดไม่จบ
“บัว... ขอข้าวหน่อยสิ หิวจัง” ด้วยความหิว เมื่อนั่งลงข้างเพชรกล้า แฝดผู้พี่ก็บอกสาวใช้ที่กำลังตักข้าวให้แพรไหมทันที
กิจกรรมบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นดำเนินไปเฉกเช่นทุกวัน แต่สำหรับเพชรกล้านั้น วันนี้เขากลับรู้สึกเปลี่ยนไปจากเดิม เต้าอวบใหญ่ภายใต้เสื้อยืดบาง ๆ กระตุ้นกำหนัดของเด็กหนุ่มทุกครั้งที่แอบชำเรืองมองพี่สาว สมองเขาคิดไปพลางว่าแพรไหมได้อ่านเรื่องเสียวที่ตัวเองแอบสอดไว้ใต้หมอนแล้วหรือยัง ถ้าอ่านแล้วจะคิดอยากมีอะไรกับตนบ้างหรือเปล่า แต่เท่าที่เพชรกล้าจับสังเกตอาการของหญิงสาว เธอก็ยังคงเหมือนเดิม การสนทนาบนโต๊ะอาหารไม่เปลี่ยนแปลงใด ๆ ทุกคนยังคงพูดคุยตามปกติ แม้กระทั่งเรื่องการทะเลาะรุนแรงถึงขั้นแยกทางระหว่างแพรไหมกับโตมรก็ไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นให้ต้องเสียบรรยากาศ
“ไหมขึ้นก่อนนะคะแม่...” หญิงสาวซึ่งรับประทานเพียงเล็กน้อยเสร็จก่อนจึงลุกออกจากโต๊ะอาหารเป็นคนแรก
ในใจบุษกรอยากจะเอ่ยถามเรื่องลูกเขยแต่ก็กลัวจะเป็นการซ้ำเติมลูกสาว เธอจึงได้แต่ยิ้มพยักหน้าให้แพรไหมแล้วมองดูลูกสาวเดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไร แต่นอกจากบุษกรแล้ว ยังมีสายตาอีกคู่หนึ่งที่แอบจับจ้องเรือนร่างของหญิงสาวอยู่เช่นกัน เต้านมและสะโพกผายกับบั้นท้ายที่ได้เห็นยิ่งทำให้เพชรกล้าอยากเย็ดพี่สาวจนลำควยในกางเกงกระตุกเองอย่างไม่ตั้งใจ
< ------------- >
“อะ... กูเอามาให้ เผื่ออยากอ่าน” เพชรกล้าวางเรื่องเสียวที่เพิ่งพิมพ์ออกมาบนเตียงของภาคภูมิก่อนจะนั่งลง
“อะไรวะ” แฝดพี่ซึ่งเพิ่งอาบน้ำเสร็จใส่เพียงผ้าขนหนูหยิบขึ้นมาอ่าน
“Story of Incest ที่กูให้มึงดูเมื่อเช้าไง” เพชรกล้าอธิบายให้พี่ชายฟัง
“กูไม่ชอบวะ เรื่องแนว ๆ นี้เคยอ่านแล้วกูว่ามันปลอม ไม่มีจริงหรอก” ภาคภูมิทำท่าจะยื่นคืนให้น้องชาย
“เออ... มึงเก็บไว้ก่อน เผื่อไว้อ่านเล่น ๆ เวลาเบื่อ ๆ ก็ได้”
“เออ ๆ” แฝดผู้พี่รับไว้แบบเสียไม่ได้แล้วเดินไปนั่งยังโต๊ะคอมพิวเตอร์
“นี่ ๆ กูจะบอกอะไรให้มึงฟัง”
“อะไรวะ”
“เหี้ย... แต่มึงห้ามไปบอกใครนะ” เพชรกล้าเอ่ยย้ำเพื่อความแน่ใจก่อนจะเล่าอะไรออกไป
“แม่ง... กูกับมึงนี่มันมีความลับต่อกันด้วยเหรอ แล้วสิบแปดปีที่ผ่านมากูเคยหลุดปากอะไรบ้างมั้ย”
“ครับพี่ชาย...” เพชรกล้าลากเสียงยาวพลางก้มโค้งคำนับแบบประชดประชัน
“มีอะไรก็ว่ามา... กูจะหาข้อมูลทำรายงาน พรุ่งนี้ต้องไปทำงานกลุ่มแต่เช้าด้วย ไม่อยากนอนดึก” ภาคภูมิบ่นก่อนจะกดสวิตช์เปิดคอมพิวเตอร์
“กูว่ากูอยากเอาพี่ไหมวะ”
“เหี้ยไรของมึงเนี่ย !!!” แฝดพี่สำลักน้ำลายรีบหันมาถามด้วยท่าทางที่ตกใจ
“จริงนะเว้ย... เหี้ย... พอกูอ่านเรื่องพวก Incest แล้วอยากลองมั่งว่ะ”
“เหี้ย... กูว่าอย่าเลย เกิดอะไรขึ้นมาจะมองหน้ากันไม่ติดนะมึง” ภาคภูมิพยายามพูดห้าม แต่ในใจลึก ๆ กลับรู้สึกแปลก ๆ
“ไอ้ภาค... มึงเห็นหุ่นพี่ไหมเมื่อตอนกินข้าวปะ โคตรน่าเย็ด นึกถึงเวลาได้เอาควยเข้าไปในหีพี่ไหมนะ เหี้ย... แม่ง... โคตรตื่นเต้น”
“มึงจะเอาจริงเหรอวะ”
“เออ... กูบอกมึงแค่นี้แหละ” เพชรกล้าทิ้งท้ายก่อนจะลุกขึ้นแล้วออกจากห้องไป
เมื่อภาคภูมิลองคิดภาพตามเพชรกล้าว่าได้เอาควยตัวเองสอดใส่ในหีพี่สาว ดุ้นเนื้อภายใต้ผ้าขนหนูก็พองขยายตัวขึ้นทันที
‘Incest... มีจริงเหรอวะ’ เด็กหนุ่มหยิบเรื่องเสียวขึ้นมามองดูหน้าปกอย่างครุ่นคิด
< ------------- >
หน้าตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ แพรไหมซึ่งอยู่ในร่างเปลือยเปล่าไร้ซึ่งอาภรณ์ใด ๆ กำลังเลือกชุดนอน แล้วเสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้นผ้านิ่มสีเนื้อก็ถูกหยิบออกมา เธอสวมใส่มันโดยไม่มีชุดชั้นในก่อนจะขึ้นนอนบนเตียงนุ่ม ๆ แล้วกดรีโมทดับไฟ เวลาผ่านไปแม้จะนอนภายใต้ผ้าห่มอุ่น แอร์เย็น แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่เช้าทำให้หญิงสาวยังคงนอนไม่หลับ เธอพลิกตัวตะแคงพลันมือก็ไปแตะเข้ากับแผ่นกระดาษ แพรไหมจึงควานหยิบรีโมทเพื่อเปิดไฟกิ่งติดผนังก่อนจะขยับขึ้นนั่งเหยียดขาหลังพิงหัวเตียง
‘Gray Area ... นิยายเหรอ...’ หญิงสาวพลิกเปลี่ยนหน้ากระดาษ
เมื่อคิดว่าถึงอย่างไรก็นอนไม่หลับ แพรไหมจึงเริ่มอ่านเรื่องราวในนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างพี่สาวกับน้องชายแท้ ๆ ที่ค่อย ๆ ก่อตัวจนถลำลึกเลยเส้นบาง ๆ กลายเป็นสัมพันธ์สวาท แพรไหมอ่านไปด้วยใจสั่นหวิว บทรักในเรื่องส่งให้หญิงสาวนึกถึงควยที่แข็งเป็นลำภายใต้กางเกงว่ายน้ำของน้องชายซึ่งยังติดอยู่ในสมองยากที่จะลบมันออก ส่งผลให้จินตนาการประกอบของตัวละครจึงหนีไม่พ้นที่จะเป็นตัวเธอกับเพชรกล้าไปโดยปริยาย
“อื่มมมม...” มือซ้ายของหญิงสาวยกขึ้นประคองเต้าอวบแล้วบีบเบา ๆ โดยที่สายตายังคงเสพงานเขียน
มโนภาพของลำควยน้องชายที่แทรกผ่านเข้าไปในรูหีพี่สาวทำให้แพรไหมเสียวซ่าน มือขวาที่ถือเรื่องเสียวอยู่ค่อย ๆ อ่อนแรงจนมันร่วงหล่นลงไปกองข้างตัว หญิงสาวหลับตาลงอย่างช้า ๆ แล้วสอดมือเข้าภายใต้ผ้าห่ม ด้วยกางเกงขาสั้นที่ใส่ค่อนข้างบานและเป็นผ้ายืดนิ่ม มันจึงไม่ใช่อุปสรรคที่เธอจะเข้าถึงเนินสวรรค์
“อ้าาาห์...” เมื่อปลายนิ้วเขี่ยเข้ากับร่องเสียวตัวเอง น้ำเงี่ยนซึ่งไหลซึมตั้งแต่ตอนอ่านเรื่องก็ไหลชโลมนิ้วจนเปียกชุ่ม
ภาพท่อนเอ็นของน้องชายและความเป็นไปได้ของการเย็ดกันในครอบครัวยิ่งทำให้แพรไหมเกิดอารมณ์ หญิงสาวใช้สองนิ้วบี้คลึงหัวนมนอกเสื้อเบา ๆ พลางถ่างขาออกจากกันแล้วใช้ปลายนิ้วลูบไล้ที่เม็ดละมุน
“ซี๊ดดดดส์...” แพรไหมแอ่นเนินรับการสัมผัสจากนิ้วตัวเอง เธอเขี่ยวนติ่งแตดที่ลื่นเหนียวอย่างซ่านสยิว
‘พี่น้องเอากันงั้นเหรอ...’ ตามแรงขับเคลื่อนแห่งราคะ ปลายนิ้วกลางค่อย ๆ ถูกสอดเข้าไปในรูเสียวที่ฉ่ำเยิ้มพร้อมกับจินตนาการว่าน้องชายได้ดันแทรกแก่นกายเข้ามาในตัวเธอ
“อู้ยยยย์...” เมื่อสอดเข้าไปจนสุดโคน หญิงสาวก็กระติกนิ้วในร่องหลืบพร้อมใช้นิ้วหัวแม่มือหมุนคลึงที่เม็ดละมุนสร้างความเสียวไปพร้อมกัน
ความรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนน้องชายแท้ ๆ เอาควยเสียบเข้ามาในรูหีเหมือนในเรื่องที่ได้อ่านแพรไหมก็ยิ่งซ่านเสียว เธอเริ่มแยงนิ้วเข้าออกในร่องสวาทพร้อมด้วยมืออีกข้างที่บีบขยำเต้านมตัวเอง
“ซี๊ดดดดส์...” ภาพในสมองที่คิดว่าเพชรกล้ากำลังคร่อมร่างแล้วโยกให้ลำควยมุดเข้าออกในรูหีเธอซ้ำ ๆ ส่งให้แพรไหมร้องคราง
ถึงแม้หญิงสาวจะเสียวเพียงใด แต่ในใจลึก ๆ ก็นึกอยากให้อวัยวะเพศเขื่องใหญ่ของน้องชายได้สอดใส่เข้ามาแทนนิ้วเรียวของเธอดูสักครั้ง ยิ่งคิดแพรไหมก็ยิ่งรู้สึกอยากลอง แต่แล้วจู่ ๆ หญิงสาวกลับลืมตาขึ้นพร้อมกับหยุดการกระทำทั้งที่ยังไม่เสร็จสม เธอค่อย ๆ ถอนนิ้วออกพร้อมกับสมองที่สั่งการว่าแค่นิ้วเล็ก ๆ มันไม่เพียงพอที่จะสนองตอบความใคร่ให้ไปถึงจุดสุดยอดได้
“เพชร...” แพรไหมก้มลงมองกระดาษเรื่องเสียวข้างตัวแล้วเอ่ยชื่อน้องชายออกมาเบา ๆ เมื่อประมวลความคิดแล้วมันไม่น่าใช่ของโตมรอดีตสามีของเธอเป็นแน่
“สามทุ่มกว่า” หญิงสาวมองไปยังนาฬิกาแขวนภายในห้องก่อนจะขยับขาขึ้นมานั่งกอดเข่าพลางถอนหายใจ
‘แพรไหม... นี่แกกำลังคิดบ้าอะไรอยู่ มันผิด... พี่น้องมีอะไรกันมันเป็นเรื่องที่ผิด...’ แพรไหมสะบัดศีรษะไปมาเพื่อเรียกสติ แต่มันกลับไม่สามารถสลัดเอาภาพที่เห็นตรงสระว่ายน้ำออกไปได้ ทั้งเรื่องราวที่ได้อ่าน ทั้งความเงี่ยนที่ไม่ได้ถูกปลดปล่อย ทุกอย่างล้วนถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นกุมขมับ
หากได้ดื่มเบียร์สักหน่อยอาจทำให้หลับได้บ้าง แพรไหมคิดและตัดสินใจหยิบเสื้อคลุมนอนสีทองเป็นเงายาวประมาณหน้าขามาสวม โดยก่อนออกจากห้องก็ไม่ลืมที่จะหยิบเอาเรื่องเสียวติดมือมาด้วย
แพรไหมเดินขึ้นมายังชั้นสี่โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อดื่มเบียร์ที่ห้องบาร์ แต่สิ่งที่เธอต้องทำก่อนนั้นคือการนำเอกสารที่อยู่ในมือไปคืนเพชรกล้า
‘แต่ถ้าไม่ใช่ของเพชรล่ะ...’ หญิงสาวซึ่งยืนอยู่หน้าห้องน้องชายและกำลังจะเคาะประตูก็ฉุกคิดขึ้นมา
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ถึงอย่างไรแพรไหมก็ยังคิดว่าน่าจะใช่ เธอตัดสินใจเคาะประตู
“เหี้ยไรของมึงเนี่ยไอ้ภาค... ขัดกูอยู่เรื่อยเลย...” เสียงตะโกนดังออกมาจากในห้อง
เพชรกล้าซึ่งใส่เพียงบ๊อกเซอร์หงุดหงิดกับการถูกขัดจังหวะในการอ่านเรื่องเสียวเปิดประตูออก สิ่งเบื้องหน้าที่เห็นทำเอาเด็กหนุ่มตกใจไม่น้อยเมื่อคนที่พบไม่ใช่พี่ชายฝาแฝด หากแต่เป็นพี่สาวในชุดคลุมซึ่งดูเย้ายวน
“ของเพชรใช่ป่าว” แพรไหมยื่นเอกสารที่ถูกม้วนจนกลมให้น้องชาย
เพชรกล้าซึ่งรู้ว่ามันคืออะไรจึงรับมันไว้แล้วพยักหน้า เด็กหนุ่มจอมวางแผนพูดอะไรไม่ออกแม้แต่น้อย แล้วแพรไหมก็ดึงประตูปิดโดยไม่รอรับคำตอบแต่อย่างใด เธอกลับหลังไปเปิดห้องบาร์ตามความประสงค์แรก และปล่อยให้น้องชายยืนนิ่งในห้องอยู่อย่างนั้น
‘เปิดอ่านหนิหว่า...’ เมื่อเห็นถึงร่องรอยความยับของกระดาษ ในใจเด็กหนุ่มก็เต้นระทึกขึ้นมาทันที
‘เอาไงต่อวะ เอาไงต่อ เอาไงต่อ’ ในสมองที่มีแต่ตัณหาเริ่มคิดถึงบันใดขั้นต่อไปที่จะส่งให้เขาถึงจุดมุ่งหมายอย่างร้อนรน
ถ้ามัวแต่คิดเห็นจะไม่ได้การ เพชรกล้าหันเหวี่ยงเรื่องเสียวไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ด้านหลังแล้วรีบเปิดประตูออกไป แสงไฟจากห้องบาร์ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามลอดผ่านพัดลมระบายอากาศที่เปิดอยู่ทำให้รู้ว่าพี่สาวน่าจะอยู่ด้านใน เขาเดินไปเปิดประตูห้องขนาดใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยสี่สิบแปดตารางเมตร ภายในบริเวณกลางห้องจะพบกับโต๊ะสนุ๊กเกอร์สักหลาดสีน้ำเงินขนาดสี่คูณแปดฟุต เด็กหนุ่มหันมองไปทางขวาซึ่งเป็นเคาน์เตอร์บาร์คั่นพื้นที่สำหรับใช้ร้องคาราโอเกะ
“พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเหรอ” เสียงของแพรไหมซึ่งกำลังรินเบียร์เป็นวุ้นใส่แก้วเอ่ยถาม
เพชรกล้ายังไม่ตอบแต่เดินเข้าไปหาพี่สาว แสงไฟสีส้มแบบ Warm White ที่เปิดสว่างสาดกระทบเสื้อคลุมสีทองเข้ากับผิวขาวเนียนของหญิงสาวเป็นอย่างดี
“พรุ่งนี้ผมหยุด แต่ไอ้ภาคมีไปทำรายงานแต่เช้า” เด็กหนุ่มตอบพลางนั่งลงบนเก้าอี้สตูลบาร์ข้าง ๆ พี่สาว
“วันนี้พี่ดูเครียด ๆ ผมถามจริง ๆ พี่จะไม่ง้อพี่โตจริงเหรอ” เพชรกล้าถามกลับ เพราะปกติถึงแพรไหมจะดื่มเบียร์ เธอก็ดื่มเพียงสามถึงสี่ขวด ไม่ได้ดื่มเยอะและบ่อยขนาดวันนี้
“ไม่แล้วล่ะเพชร พี่พอแล้วสำหรับคน ๆ นี้ พี่ผิดเองที่ไม่เชื่อฟังพ่อตั้งแต่แรก พี่ทิ้งทุกอย่างที่เป็นเขาไปหมดแล้ว” แพรไหมหันมาตอบน้องชายแล้ววางแก้วลง
“เป็นอะไรเหรอพี่ไหม” เด็กหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นพี่สาวยกมือขวาขึ้นบีบสลับไปมาบนบ่าทั้งสองข้าง
“สงสัยวันนี้เก็บของในห้องน่ะ ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลย”
คำตอบของแพรไหมทำเอาเพชรกล้าใจสั่น เขานึกถึงเรื่องเสียวแนวครอบครัวที่เคยได้อ่านผ่านตา หมิง ลูกชายผู้ซึ่งบีบนวดให้แม่ก่อนจะลงเอยด้วยการมีความสัมพันธ์กัน โดยพลันเด็กหนุ่มก็ลงจากเก้าอี้แล้วขยับเข้ายืนซ้อนด้านหลังหญิงสาวพร้อมวิสาสะใช้สองมือบีบนวดเข้าที่บ่าทั้งสองข้างอย่างแผ่วเบา
“แบบนี้สบายมั้ยพี่ไหม” เพชรกล้าเอ่ยถามเหมือนกำลังช่วยให้พี่สาวได้ผ่อนคลาย แต่ในใจจริงนั้นคิดอกุศล
“อื่มมม... ดีจัง...” แพรไหมตอบเอียงคอหลับตาพริ้ม ความปวดเมื่อยค่อย ๆ หายไปพร้อมกับความสบายเข้ามาแทนที่
‘ถ้าจะขอให้พี่ไหมไปนวดที่ห้อง พี่ไหมคงไม่ไปแน่’ เพชรกล้าบีบนวดแพรไหมด้วยใจระทึกพลางคิดแผน เด็กหนุ่มหันมองไปยังโซฟาเบดหนังสีดำด้านหลังซึ่งไว้สำหรับนั่งร้องคาราโอเกะ สมองนึกหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้พี่สาวไปนอนให้เขานวดตรงนั้นได้
“พี่ไหมเมื่อยตรงไหนบ้าง”
“มันก็เมื่อยทั้งตัวนะ เก็บของเดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่ง แล้วดันไปว่ายน้ำอีก” ด้วยความผ่อนคลายแพรไหมตอบไปตามจริงโดยไม่คิดอะไร
“เอางี้ เดี๋ยวผมนวดให้พี่ไหมเอง รับรองหายเมื่อย ผมนวดให้แม่ออกบ่อย” เพชรกล้าดึงบุษกรขึ้นมาอ้าง แต่ก็เป็นความจริงที่เด็กหนุ่มนวดผ่อนคลายให้ผู้เป็นแม่อยู่บ่อยครั้ง
“อื่ม... เอาสิ...” แพรไหมตอบรับความหวังดีของน้องชายแล้วยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม
“งั้นรอแป๊บนะพี่...”
เพชรกล้ารีบกลับไปที่ห้องนอน เขาคว้าจอห์นสันเบบี้ออยล์ขวดสีม่วงที่สั่งจากอินเตอร์เน็ตบนหัวเตียง จริง ๆ แล้วสรรพคุณใช้สำหรับทารก หรือเด็กน้อยให้ได้ผ่อนคลายและนอนหลับ แต่เพชรกล้าซื้อมันมาเพื่อใช้นวดคลึงดุ้นเนื้อประจำกาย เมื่อกลับเข้ามายังห้องบาร์ เด็กหนุ่มก็จัดแจงขยับโต๊ะพร้อมปรับโซฟาเบดให้เป็นที่นอนขนาดกว้างหนึ่งเมตร ยาวสองเมตร
“ต้องขนาดนั้นเลยเหรอเพชร” แพรไหมซึ่งดื่มเบียร์หมดไปครึ่งขวดหันไปมองแล้วเอ่ยถามเพราะความเล่นใหญ่ของน้องชาย
“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวเสียชื่อมือนวดอันดับหนึ่งของบ้าน... มาพี่ไหม” เพชรกล้าพยักหน้าเรียกพี่สาว
“เอา... เอาก็เอา...” หญิงสาวลงจากเก้าอี้แล้วเดินไปนั่งยังที่นอนหนังสีดำโดยไม่รู้ว่ามันคือกลอุบาย
“พี่ไหมถอดเสื้อคลุมออกก่อนนะ...” เด็กหนุ่มซึ่งยืนอยู่ด้านข้างรวบรวมความกล้าพยายามพูดออกไปให้เป็นธรรมชาติ
“ต้องถอดด้วยเหรอเพชร” แพรไหมรู้ดีว่าตนเองใส่เพียงเสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้นโดยไม่สวมชุดชั้นใน หากจะต้องถอดเสื้อคลุมออกดูท่าจะไม่เหมาะ
“อ้าว... แล้วผมจะนวดได้ไงพี่...”
“ก็จริง...” คำตอบแบบไม่ปรุงแต่งและดูเหมือนจะจริงใจส่งให้แพรไหมยอมถอดชุดคลุมออก
เพชรกล้าจ้องมองแอบกลืนน้ำลายเมื่อเสื้อคลุมสีทองถูกเปลื้องออกให้เห็นสายเดี่ยวที่พาดผ่านหัวไหล่ขาวโดยไม่มีสายเสื้อในให้ขัดลูกตา เต้าอวบใหญ่ดันเสื้อผ้ายืดออกมาเป็นลูก เรียวขาขาวเนียนทอดออกจากกางเกงขาสั้นชวนให้ลูบไล้ เด็กหนุ่มตื่นเต้นยืนนิ่งใจสั่นพยายามบังคับจังหวะการหายใจให้เป็นปกติ
“ให้พี่นอนหงายหรือนอนคว่ำ” เสียงของพี่สาวดึงให้สติเพชรกล้ากลับมา
“เอ่อ... นอนหงายดีกว่า นอนคว่ำมันจะหายใจยากต้องเอียงคอ เดี๋ยวจะพาลปวดคอขึ้นมาอีก” เด็กหนุ่มพูดเหมือนมีความชำนาญ แพรไหมจึงขยับตัวนอนหงายตามที่น้องชายบอก
“ถ้าไฟมันแยงตาก็หลับตานะพี่ เดี๋ยวสายตาเสีย”
และแล้วร่างอันขาวเนียนของหญิงสาวก็นอนหลับตาสองมือประสานไว้ที่หน้าท้องอยู่กลางที่นอนหนังสีดำ เพชรกล้าจ้องมองแพรไหมตาไม่กระพริบพลางเดินไปยังฝั่งศีรษะของหญิงสาวแล้วนั่งคุกเข่าลง เบบี้ออยล์ถูกเทเหยาะก่อนที่เด็กหนุ่มจะถูมือทั้งสองเพื่อทำการอุ่นน้ำมัน แม้จะรู้สึกประหม่าแต่เขาก็พยายามกลั้นใจแล้วค่อย ๆ ยื่นมืออันสั่นเทาลงสัมผัสเข้ากับร่างของพี่สาว
“กลิ่นหอมผ่อนคลายดีจัง...” แพรไหมพูดเบา ๆ โดยที่ตายังคงหลับอยู่
เพชรกล้าไม่โต้ตอบสิ่งใด เขาบรรจงใช้สองมือนวดไปที่หัวไหล่แล้วไล้ลงไปยังต้นแขนของแพรไหมอย่างชำนาญก่อนจะค่อย ๆ บีบน้ำมันลงบนเนื้อเนินอกอิ่มของหญิงสาว มือที่ไม่ได้หยาบกร้านมากแต่ก็ไม่ถึงกับนุ่มนวลถูกลูบไล้เข้ากับหยดน้ำมันอย่างช้า ๆ แรงกดเบา ๆ กับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้แพรไหมรู้สึกสบาย ผิดกับเพชรกล้าซึ่งกำลังตื่นเต้นที่ได้ลูบไล้เนื้อตัวของพี่สาว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ทำได้แค่เพียงบีบนวดบริเวณเนินอกกับหัวไหล่ด้านหน้า ทั้งที่ในใจอยากจะล้วงมือเข้าไปเคล้าคลึงเต้าอวบภายใต้เสื้อยืดสายเดี่ยวแต่ก็ต้องสะกดกลั้นเอาไว้
เด็กหนุ่มนวดอยู่สักพักก็ขยับเดินมายังปลายเท้าของหญิงสาว ครั้นจะแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลางหว่างขาก็ดูจะจงใจเกินไป เพชรกล้าจึงเลือกที่จะนั่งลงข้าง ๆ ขาด้านขวาของพี่สาว เบบี้ออยล์ถูกบีบลงบนเรียวขาทั้งสองข้างก่อนที่เด็กหนุ่มจะค่อย ๆ นวดไล้จากข้อเท้าขึ้นไปอย่างช้า ๆ สัมผัสในมือช่างเรียบเนียนไม่มีไรขนให้สะดุด เพชรกล้าลูบไล้มือผ่านหัวเข่าไปยังหน้าขาโดยไม่ได้ล่วงล้ำปลายนิ้วให้ผ่านขอบขากางเกงเข้าไปแม้แต่น้อย แล้วเขาก็นวดกลับลงมาพลางสอดมือเข้าใต้ข้อพับเพื่อยกขาซ้ายให้ชันเข่า
“อื่มมม... ดีจังเพชร” หญิงสาวเอ่ยปากชมเมื่อปลีน่องถูกบีบเบา ๆ ให้ความตึงคลายตัว
แพรไหมยังคงหลับตาและผ่อนคลายความเมื่อยล้าไปกับการบีบนวดของน้องชาย โดยหารู้ไม่ว่าเต้าอวบที่กระเพิ่มขึ้นลงตามการหายใจกำลังถูกจับจ้อง เพชรกล้าพยายามสะกดความใคร่ไว้ไม่ให้งานใหญ่เสียหาย เขาถือโอกาสขยับอิริยาบถแทรกเข้าไปนั่งยังหว่างขาแล้วประคองช้อนข้อพับใต้เข่าขวาให้ชันขึ้นเพื่อนวดปลีน่องเหมือนข้างซ้าย และไม่นานขาทั้งสองข้างก็ถูกจับวางราบลง
บัดนี้เพชรกล้าอยู่ในท่าคุกเข่านั่งบนส้นเท้าตัวเอง เบื้องหน้าคือหว่างขาซึ่งแยกออก มันทำให้ขอบขากางเกงที่บานร่นขึ้นไปจนเกือบจะเผยให้เห็นเนินเนื้อ เด็กหนุ่มบีบน้ำมันลงบนหน้าขาขาว ๆ จนไหลเยิ้มแล้วลูบไล้เอาความลื่นขึ้นไปอย่างช้า ๆ
ความรู้สึกของแพรไหมในตอนนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเมื่อเธอรู้ตัวว่ากำลังนอนแยกขาโดยมีเพชรกล้าแทรกอยู่ตรงกลาง รสสัมผัสจากมือของน้องชายที่ลูบไล้ต้นขาด้านในทั้งสองข้างนอกจากจะผ่อนคลายแล้วมันกลับสร้างความเสียวสยิวเข้ามาปะปน
“ยืดต้นขาด้านหลังหน่อยนะพี่ไหม” เด็กหนุ่มวิสาสะโหย่งตัวยกขาซ้ายพี่สาวขึ้นแล้วดันเบา ๆ จนหัวเข่าของเธอแนบไปกับลำตัว
“อื่มมม...” แพรไหมรู้สึกสบายด้วยเส้นที่ยึดบริเวณต้นขาด้านหลังอยู่คลายออกจริง แต่ทว่าด้วยท่านี้เพชรกล้าก็ยิ่งขยับใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกขณะ
“ทีนี้ข้างขวาบ้างนะ” เด็กหนุ่มประคองวางขาพี่สาวลงก่อนจะทำท่าเดิมกับขาอีกข้าง
เมื่อขาด้านขวาของแพรไหมถูกวางลง เท่ากับว่าตอนนี้ขาทั้งสองข้างของเธอวางทับอยู่บนหน้าขาของน้องชายที่นั่งคุกเข่าแยกขาออก ซึ่งเปรียบไปมันก็เหมือนกับท่าทางของคนที่เย็ดกันอยู่ก็ไม่ปาน
เด็กหนุ่มเริ่มประหม่าเพราะรู้ตัวว่ากำลังจะทำอะไร ตอนนี้ดุ้นควยภายในกางเกงบ๊อกเซอร์อยู่ใกล้กับเนินสวรรค์ของพี่สาวแค่เพียงคืบ เพชรกล้าใช้มือทั้งสองนวดไล้ต้นขาด้านในขึ้นไปยังขอบขากางเกงที่บัดนี้ร่นลงไปจนเกือบเห็นร่องหี เด็กหนุ่มเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง เขาค่อย ๆ ใช้นิ้วหัวแม่มือหมุนคลึงที่ขาหนีบข้างพูเนื้อเบา ๆ อย่างตื่นเต้น
“อื่มมม...” แพรไหมครางเบา ๆ ขยับตัวเล็กน้อยเพราะเริ่มรู้สึกว่ามันอาจจะล้ำเส้นเกินไป
แต่เหมือนมีบางอย่างมาดลจิตใจให้หญิงสาวนึกถึงเรื่องเสียวที่ได้อ่าน แล้วจู่ ๆ ความรู้สึกเมื่อครั้งอยู่ในห้องนอนซึ่งอยากลองให้ท่อนเอ็นดุ้นเขื่องใหญ่สอดใส่เย็ดรูหีก็แทรกเข้ามาในสมอง จากเคยคิดจะหยุดการนวดที่ดูเหมือนจะเกินเลย กลับกลายเป็นว่าแพรไหมเริ่มวาบหวิวและลุ้นไปกับการกระทำของน้องชาย
การขยับของแพรไหมทำเอาเพชรกล้าตกใจจนเกือบชักมืออก แต่ด้วยความที่พี่สาวไม่ต่อว่าอะไรเขาจึงทำใจดีสู้เสือบีบคลึงข้างกลีบนูนต่อราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ เพชรกล้าบรรจงนวดคลึงพลางเหลือบมองไปยังใบหน้าของแพรไหมที่ยังคงหลับตา ด้วยท่าทางที่หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างส่งให้เด็กหนุ่มคิดวิเคราะห์ ทั้งเรื่องเสียวที่ส่งให้อ่าน ทั้งดุ้นควยที่แกล้งให้เห็น เพชรกล้าจึงเดาว่าพี่สาวของเขาคงกำลังเคลิ้มเสียวเป็นแน่ เด็กหนุ่มกลั้นลมหายใจพลางค่อย ๆ ไล้ปลายนิ้วหัวแม่มือขึ้นไปบนแคมเนื้อ
‘เพชร... เพชรจะทำจริง ๆ เหรอ’ แค่เพียงความคิดก็ทำเอาภายในร่องเสียวขมิบเมือกเหนียวออกมารอ
“อู้ยยย์...” ร่างของแพรไหมสะท้านหลุดครางออกมาเบา ๆ กับหน้าท้องที่กระตุก เธอรู้สึกได้ถึงหัวนมตัวเองที่เต่งชันขึ้นเพราะความเสียวเมื่อเพชรกล้าตัดสินใจใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือด้านขวาปาดเข้าไปเขี่ยเข้ากับติ่งแตดแบบไม่ตั้งใจ
‘เหี้ย... หัวนมเป็นเม็ดเลย’ เปลือกตาที่ยังคงหลับอยู่ของหญิงสาวยิ่งทำให้เพชรกล้าได้ใจ แต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ผลีผลาม เขาลองใช้นิ้วหัวแม่มือปาดผ่านเม็ดละมุนอีกครั้ง โดยพลันบั้นท้ายของหญิงสาวก็เผลอกระดกรับโดยที่สมองไม่ได้สั่งการ เมื่อเพชรกล้าเห็นว่าพี่สาวไม่ห้ามปราม เขาจึงเริ่มลูบวนเบา ๆ ไปบนปุ่มกระสันอย่างนุ่มนวลและตั้งใจ
‘อู้ยยยยย์... เพชร... อู้ยยยย์...’ แม้ปากหญิงสาวอยากจะร้องครางแต่ก็ต้องกลั้นไว้ให้เป็นเพียงแค่ความคิด เธอรู้สึกสยิวปนตื่นเต้นที่น้องชายแท้ ๆ กล้าทำกับเธอแบบนี้
ความนิ่งเงียบของพี่สาวทำให้เพชรกล้าอนุมานเองว่าเธอไม่ได้ห้าม เด็กหนุ่มจึงค่อย ๆ ละเลงนิ้วหัวแม่มือลงในพูเนื้อจนร่องหีฉ่ำเยิ้มโดยที่ตัวเองก็เงี่ยนจนควยแข็งเป็นลำ
‘เอานิ้วถูจนน้ำหีเยิ้มยังไม่ว่าอะไร... พี่ไหมน่าจะเงี่ยนแล้ว’ เพชรกล้าคิดพลางไล้ปลายนิ้วอีกข้างเข้ามาเขี่ยคลึงเม็ดเสียวก่อนจะถอนมือขวาออกมาโดยไม่ให้อารมณ์ของพี่สาวสะดุด
เด็กหนุ่มก้มลงควักดุ้นเนื้อผ่านออกมาทางช่องด้านหน้าของกางเกงบ๊อกเซอร์ ซึ่งมันเป็นจังหวะเดียวกับแพรไหมที่หรี่ตามอง ภาพเบื้องหน้าทำเอาหัวใจของหญิงสาวเต้นรัว ดุ้นควยนั้นทั้งใหญ่และยาว มีเส้นเลือดปูดโปนโดยรอบ มันแข็งเชิดชูชันกระตุกงึก ๆ เหมือนกำลังทักทายตัวเธอ แพรไหมค่อย ๆ หลับตาลงอีกครั้ง แต่ในขณะนั้นเอง เธอก็รู้สึกได้ถึงหน้าขาของเด็กหนุ่มที่ขยับใกล้เข้ามาพร้อมกับดันให้ขาเธอแยกออก การกระทำของน้องชายทำเอาเธอตื่นเต้นจนแทบคลั่งแต่ก็พยายามสะกดลมหายใจให้เป็นปกติ
เพชรกล้าขยับตัวเข้าไปหาเป้าหมาย เขาปรับระดับประคองให้ดุ้นเนื้ออยู่ในระนาบเดียวกับร่องเสียวของพี่สาวก่อนจะละมือซ้ายที่เขี่ยติ่งแตดออก ขอบขากางเกงด้านซ้ายของแพรไหมถูกเกี่ยวรั้งอย่างเบามือมาอีกข้างจนเผยให้เห็นพูหีขาว ๆ ประดับด้วยเส้นไหมสีดำเรียงตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่เหนือเนินนูนอย่างสวยงาม
‘โคตรน่าเย็ด...’ แม้จะกล้า ๆ กลัว ๆ แต่เพชรกล้าก็จับให้ส่วนปลายขององคชาตถูไถเข้ากับร่องหลืบที่ฉ่ำลื่น
‘ไม่... ไม่ใช่นิ้ว... นี่เพชรคิดจะเย็ดพี่จริง ๆ เหรอ’ หญิงสาวรับรู้ได้ถึงสิ่งที่กำลังคลุกเคล้าน้ำเหนียวอยู่ในร่องกลางพูเนื้อ แต่เธอก็พยายามกลั้นใจไว้ไม่ให้ร้องครางออกมา
‘เหี้ย... เสียวชิบหาย’ เด็กหนุ่มเสียวสะท้านไปถึงท้องน้อย การได้ใช้อวัยวะเพศสัมผัสเข้ากับส่วนสงวนของพี่สาวมันตื่นเต้นกว่าการนั่งชักหนังควยแล้วจินตนาการตามเรื่องเสียวที่อ่านเป็นแสนล้านเท่า
เพียงไม่นานปลายลึงค์ของเพชรกล้าก็ถูกชโลมไปด้วยน้ำเงี่ยนจนพร้อมที่จะมุดเข้าไปฝังตัวอยู่ภายในถ้ำสวาทของแพรไหม ซึ่งฝ่ายหญิงสาวเองก็รู้สึกเคลิ้มเสียวไปกับการที่น้องชายซุกไซ้หัวควยบานใหญ่เข้ากับปากรูหีอันฉ่ำเยิ้มของเธอ
‘ทำไมมันเสียวขนาดนี้...’ ในใจแพรไหมอยากจะให้เด็กหนุ่มเขี่ยคลึงเม็ดละมุนประเคนความซ่านสยิวอย่างนี้ไปอีกนาน ๆ แต่หากเพชรกล้าเสียวกระสันจนน้ำควยพุ่งทะลักทุกอย่างก็จะจบ ในทางกลับกัน ถ้าเพชรกล้าเกิดดันมันเข้ามาอีกนิดก็เท่ากับว่าเธอโดนน้องชายตัวเองเย็ดเข้าแล้วจริง ๆ ความคิดทุกอย่างในสมองของพี่สาวซึ่งกำลังนอนทอดกายให้น้องชายเอาหัวควยถูไถปากรูหีสับสนไปหมด ใจหนึ่งก็เกรงถึงความผิดบาป แต่อีกใจก็ใคร่อยากให้สิ่งนั้นแทรกตัวเข้ามาในหลืบสวาทเสียเหลือเกิน มันเป็นวินาทีที่หญิงสาวต้องตัดสินใจแล้วว่าจะหยุดเพื่อไม่ให้ถลำลึกลงไปยังก้นเหวแห่งกามราคะ หรือจะยอมปล่อยใจให้ตัณหานำพาไปสู่ความเสียวที่ผิดจารีตประเพณี และในที่สุดแพรไหมก็ตัดสินใจได้
แล้วเพชรกล้าก็ต้องชะงักมือที่กำลังจับท่อนเอ็นให้ส่วนหัวเคล้าคลึงอยู่ในร่องหีเมื่อมือขวาของพี่สาวซึ่งเคยวางประสานไว้ที่หน้าท้องเลื่อนขยับ
‘จบแล้วสินะ... โดนด่ายับแน่กู...’ เพชรกล้าเตรียมใจรับกรรมที่ก่อ และคิดว่าพี่สาวคงจะดันสิ่งที่ซุกไซ้ในพูเนื้อเธอออก
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นอย่างที่เด็กหนุ่มคิด แพรไหมซึ่งยังคงหลับตาเลื่อนมือลงมาใช้นิ้วเรียวงามเกาะเกี่ยวรั้งขอบขากางเกงเพื่อเปิดทางให้น้องชายได้สมสู่กับเธออย่างสะดวก
“พี่ไหม...” เพชรกล้ามองหน้าพี่สาวแล้วเรียกชื่อเธอเบา ๆ
แพรไหมยอมแพ้ให้กับความเงี่ยนที่ถูกกระตุ้นจนเกินจะสะกดเก็บมันไว้ เธอได้แต่นอนหลับตาพร้อมรับการกระทำของน้องชายโดยไม่ตอบสิ่งใด เมื่อไร้ซึ่งเสียงสนทนาเด็กหนุ่มจึงประคองดุ้นเนื้อที่จ่ออยู่ปากถ้ำแล้วค่อย ๆ ดันมันเข้าไปอย่างช้า ๆ ภาพและความรู้สึกของหัวควยที่กำลังแหวกเข้าไปในรูหีพี่สาวนั้นเหนือจะจินตนาการ เพชรกล้าดื่มด่ำกับรสสัมผัสที่แก่นเนื้อได้แทรกตัวลึกเข้าไปในทุกกระเบียดนิ้วแล้วพยายามเก็บมันไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ
“อู้ยยยยย์...” ความเสียวและคับแน่นส่งให้แพรไหมครางออกมา
ท่อนเอ็นยาวกว่าครึ่งฟุตค่อย ๆ ชำแรกผ่านร่องหลืบที่เหนียวลื่นเข้าไปอย่างช้า ๆ จนในที่สุดก็มิดโคน เด็กหนุ่มเงยหน้าหลับตาแช่ควยเขื่องไว้ในรูหีที่อุ่นร้อนอยู่อย่างนั้นเพื่อจดจำความรู้สึกของการได้เย็ดหีพี่สาวตัวเอง
‘นี่เรา... ถูกน้องชาย... เย็ดจริง ๆ เหรอ’ แพรไหมคิดไปพร้อมกับแท่งที่กระตุกงึกอยู่ภายในของสงวน
เพชรกล้าค่อย ๆ ลืมตาแล้วจ้องมองใบหน้าของแพรไหม แม้ไม่ต้องเติมแต่งหญิงสาวก็สวยปานนางฟ้า ใบหน้านั้นเนียนใส คิ้วเข้มสวยได้รูป ขนตายาวงอน จมูกโด่งเป็นสัน ปีกจมูกเรียวเล็ก ริมฝีปากบนบางเป็นกระจับ ความงามของพี่สาวส่งให้เด็กหนุ่มโน้มตัวลงบรรจงจุมพิตไปบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา แพรไหมซึ่งปล่อยใจไปกับความเสียวลืมตาเผยอปากจูบตอบอย่างนุ่มนวล แล้วพี่น้องก็เริ่มแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มโดยมีท่อนเอ็นของน้องชายคาอยู่ในรูสวาทของพี่สาวเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน
“อื่มมม...” แพรไหมครางเบา ๆ เมื่อเพชรกล้าละจากการจูบ เด็กหนุ่มยันตัวขึ้นแล้วเริ่มขยับถอนดุ้นเนื้อออกก่อนจะดันมันเข้าไปใหม่ช้า ๆ ซ้ำ ๆ
ภาพเต้านมกระเพื่อมตามแรงเย็ดดึงดูดให้เพชรกล้าไม่รอช้าที่จะส่งมือทั้งสองข้างลงไปคลึงนวดปทุมถันของพี่สาวนอกเสื้อ
“ซี๊ดดดส์... เพชร... อู้ยยยย์...” แพรไหมครางกระเส่าเมื่อโดนรุกไล่ทั้งบนและล่าง
“มีอะไรเหรอพี่ไหม... อื่มมม...” เพชรกล้าเองก็เสียวควยไม่พี่สาว
หญิงสาวไม่ตอบได้แต่มองหน้าน้องชายที่กำลังโยกเย็ดหีเธอ เปลือกตาที่หรี่ลงกับปากที่จือขึ้นด้วยความเสียวของแพรไหมดูช่างเย้ายวน เต้านมอันอวบใหญ่ดึงดูดให้เพชรกล้าเอื้อมคว้าสายเดียวคล้องไหล่ทั้งสองข้างแล้วรั้งมันลงจนกองอยู่ที่เอวอันคอดกิ่ว เด็กหนุ่มเผลอกลืนน้ำลายเมื่อทรวงอกขาวโพลนขนาดสามสิบสี่นิ้ว คัพอี ปลายยอดสีน้ำตาลอ่อนเต่งชันเผยออกมาให้เห็น แล้วปทุมถันของพี่สาวก็ถูกเคล้าคลึงพร้อมกับการโยกเย็ดประเคนความเสียวซ่านโดยน้องชาย
“อู้ยยยย์... เพชร... ตกลงพี่น้องเอากันได้เหรอ... ซี๊ดดส์...”
“พี่ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่” เพชรกล้าเปลี่ยนจากมือที่บีบเต้าอวบมาใช้ปลายนิ้วบี้คลึงหัวนมทั้งสองข้าง
“อู้ยยยย์... ทำไม... ทำไมเพชรถึงกล้าทำ... ซี๊ดดดส์...”
“ก็พี่ไหมทั้งสวย ทั้งขาว หุ่นก็ดี ทำไมผมถึงจะไม่เย็ดพี่ล่ะ” เพชรกล้าที่รู้สึกว่าร่องเสียวเริ่มปรับตัวรับดุ้นเนื้ออันเขื่องใหญ่ ประกอบกับน้ำรักของพี่สาวที่ขับออกมาจนล้นเอ่อ เขาจึงเริ่มขยับสาวลำควยเร็วขึ้น
“อู้ยยยย์... เสียว... ของเพชรคับรูพี่ไปหมดแล้ว...” ความรู้สึกที่ถูกควยใหญ่ ๆ สอดใส่เข้ามาในรูหีทำให้แพรไหมพึงพอใจ เธอเริ่มหลงใหลกับการถูกเย็ดโดยน้องชายแท้ ๆ เข้าแล้ว
ด้วยความที่ทั้งสองยังคงสวมกางเกงอยู่ในขณะที่ร่วมรัก เพชรกล้าจึงค่อย ๆ ถอนท่อนเอ็นออกจากร่องหลืบแล้วถอดกางเกงบ๊อกเซอร์ออก จากนั้นเด็กหนุ่มก็เกี่ยวปลายนิ้วเข้ากับขอบเอวยางยืดของแพรไหมแล้วดึงมันลง ซึ่งหญิงสาวก็ช่วยยกบั้นท้ายก่อนจะชูปลายเท้าทั้งสองข้างขึ้นเพื่อให้กางเกงได้ถูกถอดออกไป เพชรกล้าจับข้อเท้าของพี่สาวแล้วแยกมันจนร่องหีอันฉ่ำเยิ้มอ้าออกพร้อมกับแพรไหมที่ส่งมือนุ่ม ๆ ลงมาประคองดุ้นเอ็นให้จ่อเข้ากับปากถ้ำ
“อู้ยยยยยย์...” หญิงสาวครางกระเส่าเมื่อควยเขื่องของน้องชายแทรกผ่านเข้ามาในตัวเธออีกครั้ง
เพชรกล้าจับขาแพรไหมแล้วโยกเย็ดอย่างสะใจ ความรู้สึกที่ได้ซอยควยเข้าออกรูหีพี่สาวแท้ ๆ ช่างวิเศษ แต่กามกิจที่ผิดบาปในครั้งนี้ต้องไม่เป็นเพียงเขาคนเดียวที่เป็นฝ่ายกระทำ เด็กหนุ่มวางเรียวขาของหญิงสาวลงแล้วก้มประคองร่างเธอขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง
“ซี๊ดดดส์... ของเพชรลึกเข้าไปในของพี่... อู้ยยยยย์...” แพรไหมพูดพลางโอบคอโยกเย็ดขย่มควยน้องชายทันทีโดยไม่ต้องสั่ง
“อู้ยยยย์... ผมก็เสียว... ขอผมดูดนมหน่อยนะพี่ไหม” สิ้นคำเพชรกล้าก็ก้มลงซุกไซ้ใบหน้าเข้ากับเต้าอวบใหญ่ก่อนจะใช้มือคลึงเคล้นพร้อมดูดปลายยอดสลับไปมา
“อู้ยยยย์... เพชรดูดนมพี่ด้วยเหรอ...” แพรไหมครางสยิวพลางแอ่นอกรับการดูดดุนจากเรียวลิ้นของน้องชาย
ความตื่นเต้นจากการเสพสมกันเองระหว่างพี่น้องผสานกับการโลมเล้าอันเร่าร้อนพาให้หญิงสาวจวนเจียนจะถึงสวรรค์เต็มทน ด้านเพชรกล้าที่ถูกขัดจังหวะมาทั้งวันเมื่อได้เย็ดหีพี่สาวตามที่ใจปรารถนาก็ซ่านเสียวจนน้ำควยใกล้ทะลัก
“เพชร... พี่ไม่ไหวแล้วนะ... เพชร...”
“พี่ไหม ผมก็เสียว... ให้ผมปล่อยในได้มั้ย...”
“จะปล่อยในเลยเหรอเพชร... อู้ยยยยย์” น้องชายแท้ ๆ อยากจะปล่อยน้ำเงี่ยนใส่รูหีพี่สาวตัวเอง คำขอของเพชรกล้ายิ่งทำให้แพรไหมเสียวเป็นเท่าทวี
“ปล่อยเลย... เพชร... ปล่อยเข้ามาในตัวพี่เลย...”
“พี่ไหม... พี่... ผม... อูววววว์” มันเป็นความสุขสุดยอดที่เหมือนได้ปลดปล่อยพันธนาการจากความรู้สึกอยากมีอะไรกับคนในครอบครัวเมื่อเพชรกล้ารั้งสะโพกแพรไหมไว้แน่นแล้วอัดฉีดน้ำควยเข้าไปในโพรงหีของเธอ
“อู้ยยยยยยย์... เพชร...”
แพรไหมเสียวสะท้านไปทั่วทุกรูขุมขนอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แรงของน้ำรักที่พุ่งเข้ามาในตัวเธอส่งให้หญิงสาวขึ้นสวรรค์ตามน้องชายไปติด ๆ ลำควยเด็กหนุ่มที่ค่อย ๆ อ่อนตัวยังคงกระตุกฉีดน้ำเชื้อเข้าไปในช่องคลอดของพี่สาวอีกเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม เพชรกล้ารู้สึกได้ถึงร่องเสียวที่ขมิบรับน้ำเงี่ยนของเขาอย่างต่อเนื่อง และแม้ดุ้นเนื้อจะคลายตัวลงจนสงบแต่มันก็ยังคงคาอยู่ในรูหีของแพรไหม แล้วทุกอย่างภายในห้องก็เงียบสนิท มีเพียงสองพี่น้องกอดกันด้วยเหงื่อที่โทรมกาย
“พี่ไหมเสียใจมั้ย...” เพชรกล้าจับหัวไหล่แล้วดันร่างเปลือยของแพรไหมออกเล็กน้อยพลางก้มมองหน้าพี่สาว
“ถ้าพ่อกับแม่รู้จะทำยังไง...” หญิงสาวหลบตาพูดน้ำเสียงกังวล
“มันจะต้องไม่มีวันนั้น” เด็กหนุ่มเอ่ยคำที่เป็นดั่งสัญญาพร้อมเชยคางพี่สาวขึ้น
“พี่เชื่อเพชร...” แพรไหมมองเข้าไปในแววตาของเพชรกล้า ซึ่งเธอก็รับรู้ได้ถึงความจริงใจและอบอุ่น
หญิงสาวซบหน้าเข้ากับแผงอกของเพชรกล้า เธอรู้ดีกว่าสิ่งที่ทำลงไปมันไม่ใช่เรื่องที่สังคมจะยอมรับ แต่ในอ้อมกอดของน้องชาย แพรไหมกลับรู้สึกถึงความปลอดภัย เพชรกล้ายกมือขึ้นลูบศีรษะแพรไหมเบา ๆ อย่างนุ่มนวล จากที่เคยคิดแค่อยากมีอะไรกับพี่สาว แต่มาตอนนี้ เด็กหนุ่มกลับรู้สึกรักและอยากปกป้องหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน
วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
สัญญาปีศาจ - บทที่ 1 ... พันธะ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น