วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เดชแม่ยาย ตอนที่ 41 ผู้ใหญ่กับผู้มาขออาศัย





น้ำท่วมใหญ่คราวนี้ ทำเอาลูกบ้านของผมสิ้นเนื้อประดาตัว ขบวนช่วยเหลือยังหลั่งใหลมาไม่ขาดสาย จากน้ำใจของคนไทยที่ช่วยบริจากกันมา น้ำป่ายังคงท่วมขัง และยังไม่ลดระดับลง ชาวบ้าน 500 กว่าคนยังคงอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านของผมอย่าแออัด ต่างมีชีวิตอยู่ด้วยความช่วยเหลือจากการช่วยเหลือของทางการและน้ำใจจากคนไทย แต่น่าเจ็บใจพวกพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายในย่านใกล้เคียงที่ขึ้นราคาสินค้า คอยซ้ำเติมความทุกข์ยากของชาวบ้านเข้าไปอีก อย่างว่า โลกมันมีคนอยู่สองจำพวก พวกเลวสุดขั้วและชั่วสุดขีดกับคนดีที่ดีใจหาย แต่ไม่รู้ฝ่ายไหนมีมากกว่ากัน ผมยังคงออกตรวจตราดูแลความเป็นอยู่ชาวบ้านและช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ ผมก็มีความสามารถจำกัดเหมือนกัน ผ่านไป 3 วันแล้วที่น้ำยังไม่ลดระดับลง ผมนั่งถอนใจอยู่ที่ศาลา นั่งมองดูสภาพของชาวบ้าน ที่บ้างนอนๆนั่งๆ ยิ่งอยู่กันนานๆความหดหู่และท้อแท้ก็เข้าครอบงำ จนหมดอาลัยตายอยาก ท้อแท้และสิ้นหวัง โสภาชงกาแฟมาให้ผมดื่มแต่ทำไมวันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะดื่มไม่รู้ แต่กลัวเมียรักจะน้อยใจจึงยิ้มรับไว้ “ถ้าน้ำยังไม่ลดในวันสองวันนี้ ท่าจะแย่นะ ดูทุกคนสิ อยู่กันแออัดขนาดนี้ สุขภาพและความเป็นอยู่จะแย่ลง ขยะเอย ความสะอาดเอย โรคภัยเอย สารพัดไปหมด”โสภามองดูแล้วหันใบหน้าขาวนวลไร้การเสริมแต่งมามองหน้า ผม”แล้วจะทำอะไรได้เล่าพี่ ไอ้ที่เราทำกันได้ก็ทำไปหมดแล้ว ทีนี้ก็สุดแต่เวณกรรมทำมากันเถอะ” คงจะจริงอย่างโสภาว่า ต่อแต่นี้ก็แล้วแต่เวณแต่กรรมกันล่ะ....


....ผมเดินดูระดับน้ำที่ยังคงที่และเดินไปเรื่อยๆรอบบริเวณของบ้านผม เอ...บ้านของผมนี่มันเนื้อที่ก็กว้างเนอะ ผมเดินไปเรื่อยๆบางที่มีชาวบ้านปลูกเพิงชั่วคราวพักเรียงรายห่างๆ บางที่ก็โล่งเตียนขนาดสนามฟุตบอล เอตั้งแต่ปลูกบ้านทำรั้วมานี่ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่เคยเดินได้สุด ชีวิตทุกวันมีแค่ห้องนอน โต๊ะกินข้าว ศาลาหน้าบ้านและออฟฟิต แต่ไม่เคยเดินดูบ้านของตัวเองเลย ขณะผมกำลังเพลินๆกับการชมพื้นที่บ้านของตัวเองเสียงเจ้าคมก็ร้องตะโกนลั่น “ช่วยด้วย...เร็วๆมาช่วยกันหน่อย ไอ้เข้....ไอ้เข้...โผล่แล้ว...เร็วๆ” ผมวิ่งไปที่ต้นเสียง พร้อมๆชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่พากันตามมาดูด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อทุกคนไปถึงก็ต้องส่ายหัว เพราะที่เห็นมันคือตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่กำลังคลานหนีด้วยความตระหนก เจ้าคมยังปากคอสั่นตกใจ”ผมกำลังยืนฉี่อยู่ มันก็โผล่มาจากพุ่มไม้ วิ่งเข้าใส่ผมเลยพี่” ผมส่ายหน้าหัวเราะ”มันคงดีใจที่ได้เจอพวกเดียวกันม้าง เลยรีบออกมาทักมึง ทำกลัวทำตกใจไปได้ พวกเดียวกันแท้ๆ”เจ้าคมมองหน้าผมแบบไม่พอใจ “แหม..พี่พูดซะผมเสียเลย นั่นมันแค่ฉายาผม ไม่ใช่ตัวผมสักหน่อย” แต่สักพักก็มีเสียงโหวกเหวกอีกว่าจระเข้โผล่ คราวนี้แตกตื่นกันใหญ่ ผมกับเจ้าคมเดินไปตามต้นเสียงอีก”ไปดูกันไหม ไอ้คม พรรคพวกพี่น้องของมึงเพ่นพล่านในบ้านกูกันใหญ่แล้ว น้ำลดเมื่อไหร่ได้ทำบุญไล่กันมโหราฬแน่”ผมกับเจ้าคมเดินกันไปเรื่อยๆจน กระทั่ง...


น้ำท่วมอย่างนี้ แน่นอนว่าสัตว์ต่างๆย่อมต้องหนีน้ำขึ้นที่สูงเหมือนคน ดังนั้น สัตว์เลื้อยคลานต่างๆ ย่อมตามชาวบ้านมาขออาศัยที่บ้านของผมด้วยโดยไม่ได้รับเชิญ ทั้งมีพิษและไม่มีพิษ ดังนั้นเราจึงต้องเฝ้าระวังด้วย หลายครั้งที่ชาวบ้านบางคนถูกสัตว์มีพิษต่างๆกัดต้องรักษาพยาบาลกันโกลาหล บ่อยครั้ง


....ผมกับเจ้าคมเดินกันมาจนถึงพุ่มไม้ที่มีหางของเพื่อนๆเจ้าคมโผ่ลออกมา ผมหยุดเดินและชี้ให้เจ้าคมดู “นั่นไงเพื่อนของมึง ท่าทางจะตัวใหญ่น่าดู ไม่ทักทายมันหน่อยหรอ ไอ้คม”เจ้าคมส่ายหน้าแต่ผมดันนึกสนุก เดินเข้าไปใกล้และดึงหางของมันกระตุกหวังให้มันตกใจวิ่งหนีไป แต่พอดึงหางมันแล้วนอกจากมันจะไม่ขยับซ้ำหางมันยังหนักๆ และมันก็ขยับตัวออกจากพุ่มไม้ค่อยๆโผล่หัวมา และผมต้องตกใจสุดขีดเมื่อได้เห็นตัวของมันถนัดๆชัดๆกับสายตา เพราะไอ้ตัวที่โผล่จากพุ่มไม้ไม่ใช่แค่ตัววรนุชเขื่องๆอย่างที่คิด มันคือจระเข้ตัวขนาดใหญ่ มันค่อยๆคลานออกมาเพราะถูกผมกระตุกหางรบกวน ผมตกตะลึงยืนขาสั่นจนก้าวขาไม่ออก เกิดมาไม่เคยเผชิญหน้ากับอะไรที่น่าหวาดหวั่นอย่างนี้มาก่อน เจ้าคมตะโกนลั่น “ไอ้เข้....ไอ้เข้....พี่.....ไอ้เข้....”ผมยืนนิ่งอ้าปากค้าง มือปล่อยหางมันตกลงพื้น”กูรู้แล้ว มึงไม่ต้องบอกหรอก กูร้ว่าไอ้ข้างหน้ากูนี่มันคือ ไอ้เข้...”ผมเสียงสั่น ยืนตัวสั่นพั่บๆทำอะไรไม่ถูก”มันมาได้อย่างไงว่ะ ใครไปรับแล้วพามันมาบ้านกู” จรเข้ตัวใหญ่หันมาแล้ว มันทำท่าเหมือนกำลังมองผมผู้เป็นเจ้าของบ้าน ด้วยสายตาที่เดาไม่ออกว่ามันจะขออนุญาติผมมาขอพักอาศัยด้วย หรือกำลังหิวจะขออนุญาติเขมือบผมเจ้าของบ้านเป็นการตอบแทนในการให้ที่พัก อาศัยแก่มัน”ขะ..ขะ..ขะ..ขอโทษนะ ที่รบกวน ไม่ได้ตั้งใจ นะ...นะ...นะ...นึกว่าเป็น คะ...คะ..คะ..แค่ตัวเงินตัวทอง ขอเชิญพักผ่อนตามสบายน่ะ มะ...มะ...ไม่ขอรบกวนแล้ว จะ....จะ....จะไปล่ะ....”ผมพยายามบอกมัน แล้วขยับจะวิ่งหนี แต่ไอ้จระเข้ตัวใหญ่กลับเดินย่องย่างช้าๆเข้ามาหาผม..


....”อย่าวิ่งนะพี่...อยู่เฉยๆ ถ้าพี่ขยับวิ่งหนีมันงับพี่แน่”เจ้าคมที่ตอนนี้ปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้สูง ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตะโกนบอกผมลงมา”ไอ้วรนุชชาติวอก มึงขึ้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทิ้งกูเฉยเลย แล้วๆๆๆกูจะทำอย่างไงเนี๋ย”ผมแทบจะร้องไห้ เกิดมาไม่เคยเจออะไรที่บีบคั้นหัวใจขนาดนี้ และจริงอย่างที่เจ้าคมมันบอก พอผมหยุดเครื่อนไหว ไอ้จระเข้ยักษ์ก็หยุดขยับและนอนหมอบลงหลับตาลงอ้าปากผึ่งแดดอยู่ตรงหน้าของ ผมอย่างสบายใจ โดยไม่นึกเห็นใจหรือสงสารกันบ้างเลยว่ามีใครเขากำลังกลัวมันแทบฉี่ราดยืน อยู่ตรงข้างหน้าของมัน ปากของมันอ้าขึ้นสูงเกือบๆหน้าอกของผม และผมยืนอยู่ห่างจากปากของมันไม่ถึงนิ้ว โอย....ช่างเป็นช่วงเวลาที่หวาดเสียวมากๆๆสำหรับผม....


....พวกชาวบ้านที่เดินผ่ามาดูพอเห็นก็ตกใจ วิ่งหนีไปกันคนล่ะทาง เอะอะโวยวายว่า จระเข้กัดผู้ใหญ่แล้ว หรือไม่ก็จระเข้กินผู้ใหญ่ไปแล้ว แต่ไม่เห็นมีใครคิดเข้ามาช่วย ประทับใจจริงๆลูกบ้านของกู “ใจเย็นๆพี่...อยู่เฉยๆ...” เจ้าวรนุชไต่ต้นไม้คมยังตะโกนบอกผม โธ่...ให้กูใจเย็นลองมึงมายืนใกล้จระเข้อ้าปากเตรียมงับมึงอย่างกูดูซิมึงจะ ใจเย็นได้ไหม เจ้าจระเข้ยังนอนหลับตาอ้าปากตากแดดอย่างสบายใจเหมือนไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ แต่ผมกลับยืนอย่างเสียวสยองอยู่ห่างจากปากของมันไม่ถึงนิ้ว โอย....2 – 3 วันมานี่ มันอะไรกันหนักหนา มีแต่เรื่องชวนกลับบ้านเก่า ขณะที่ผมกำลังอยู่ในอาการ กลับตัวก็ไม่ได้จะให้หนีไปก็หนีไม่ทันอยู่นั้น เสียงโสภาเมียรักก็ตะโกนมาจากด้านหลังของจรเข้ “ไม่ต้องกลัว อยู่เฉยๆพี่ โสมาช่วยแล้ว” แล้วจะช่วยอย่างไง รู้ว่าเมียผมเก่ง แต่ นี่มันจระเข้น่ะ ไม่ใช่จิ้งจกหรือตุ๊กแกจะจับได้ง่ายๆ....


....”อยู่เฉยๆพี่ อย่าขยับ เอาถุงกระสอบมา ทุกคนทำตามที่โสสอนมาน่ะ อย่าผิดคิวล่ะ ชีวิตพี่ผู้ใหญ่ขึ้นอยู่ในการเสี่ยงครั้งนี้น่ะ”เสียงโสภาสั่งเหล่าชาย ฉกรรจ์ เกือบสิบคนที่งกๆเงิ่นๆ เดินตามเมียรักของผมมาทางด้านหลังของจระเข้ โสภาค่อยๆเดินนำหน้ามาและกางถุงกระสอบออก เธอไม่มีทีท่าว่าตื่นกลัวหรือหวั่นเกรงในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลย เมื่อมาจนใกล้ถึงส่วนหัว สาวร่างเล็กก็โยนถุงกระสอบลงคลุมหัวจระเข้ จนปิดส่วนตาของมันไว้ เจ้าจรเข้หุบปากงับกันดังสนั่นมันพยายามสะบัดหัวและตัวให้ถุงกระสอบหลุดออก จากบริเวณตาของมัน ปากของมันสะบับเฉี่ยวขาผมที่ยกหลบแทบไม่ทัน”หนีออกมาเลยพี่..”เสียงโสภาเมีย รักตะโกนบอกแต่ไม่ทันแล้ว ผมวิ่งหนีออกมาตั้งแต่กระสอบลงคลุมหัวของจระเข้แล้ว ผมหนีไปหลบหลังต้นไม้ และได้ดูโสภานำทีมจับจระเข้ยักษ์ ซึ่งง่ายดายอย่างเหลือเชื่อถ้าทำเป็นอย่างเธอ...


....เมื่อจระเข้ถูกกระสอบคลุมปิดตามันจะมองไม่เห็นและจะหยุดการเครื่อนไหว และชายฉกรรจ์ 3 คน ตรงเข้าไปล็อกคอหนึ่งคน กดส่วนหลังล็อกท้องหนึ่งคน และจับหางมันหนึ่งคน ที่เหลือเข้าไปกดปากของมันไว้ พร้อมกับช่วยกันกดให้มันหมดแรงจนหยุดดิ้น จากนั้นมัดปากด้วยยางจนแน่น จับขาทั้งสี่ข้างมัดไพล่หลังมัน แค่นี้ เจ้าจระเข้ก็สิ้นฤทธิ์ ถูกมัดนอนรอให้ชาวบ้านมามุงดูและวิจารณ์ หรือไม่ก็ขูดตามตัวเพื่อขอเลขหวย...


....โสภาที่คอยสั่งการใกล้ชิดอยู่ตลอด เมื่อพวกผู้ชายจัดการเจ้าจระเข้ยักษ์เรียบร้อยแล้ว ก็เดินมาหาผมที่ยังขวัญเสียไม่กล้าขยับไปไหน เมียร่างเล็กเดินมากอดผมโน้มหัวไปซบที่ไหล่แล้วลูบผมอย่างแผ่วเบาจนผมรู้สึก อบอุ่นปลอบภัยสบายใจอย่างประหลาด”ขวัญมาน่ะพี่...ปลอดภัยแล้ว...ไม่มีอะไร แล้ว...โสจับมันมัดไว้แล้ว...”แล้วโสก็เดินประคองผมไป “พี่..แล้วผมล่ะ...ผมลงไม่ได้ มาช่วยผมที”เสียงเจ้าคมตะโกนขอความช่วยเหลือ”อยู่บนนั้นแหละ...ไอ้วรนุช ตะกายต้นไม้ แม่งทิ้งกูเฉยเลย...”ผมด่ามันโดยไม่หันไปมอง..
.
....หลังโสภานำทีมกำหลาบลูกหลานชาละวัลได้ เสียงชาวบ้านที่มามุงดูต่างโจนจัษถึงควานเก่งกล้าของเมียสาวร่างกระทัดรัด ของผมกันเซ็นแซ่ “แหม...แม่หนูโสภานี่ทั้งเก่งทั้งสวย ไอ้เข้ที่ว่าร้ายๆยังเสร็จเลย”อีกคนก็ช่วยต่อ”นั่นดิ เป็นวาสนาของผู้ใหญ่แท้ๆที่ได้เมียคนนี้”ยังมีอีกเสียงแทรกมา”ไม่ใช่แค่นี้ น่ะ คราวก่อนเขาว่าไปดวลปืนกับไอ้พุ้ยลูกเสือพายช่วยชีวิตผู้ใหญ่มาครั้งนึงแล้ว โอ้ย.....เขาว่าไอ้พุ้ยสู้ไม่ได้ต้องหนีอย่างกับหมา”อีกคนก็ช่วยเสริม”เก่ง ทั้งบุ๋นทั้งบู้เลยล่ะ งานการของผู้ใหญ่ก็ช่วยบริหารดูแลหมด แหมถ้าข้าได้เมียอย่างงี้นะ จะกราบเช้ากราบเย็นเลยล่ะ...”


....ท่ามกลางเสียงชื่นชมของชาวบ้านแต่คนที่หงุดหงิดไม่พอใจกลับกลายเป็น สร้อย ที่ดูจะไม่ชื่นชมและกล่าทตำหนิลูกสาวตนเองอย่างห่วงใย”ทำอะไรแผลงๆอยู่ เรื่อยน่ะยัยโส ดูซิพาคนไปจับจระเข้ โชคดีนะที่ไม่เป็นอะไร อันตรายแท้ๆ”สาวร่างเล็กรีบเข้ากอดเอวทำท่าน่ารักอ้อนคุณแม่ยังสาว”ก็โสไป ช่วยพี่เขานะ ไม่งั้นป่านนี้ไปนอนอยู่ในท้องไอ้เข้นั่นแล้ว” สร้อยหันมามองผมอย่างเคืองๆ”นี่ก็เหมือนกัน อยู่เฉยไม่เป็น ดันเดินไปหาเรื่องหาราวจนเจอไอ้เข้ ว่างมากก็เข้าห้องพระนั่งสมาธิสวดมนต์บ้าง จะได้จิตใจสงบ ไม่เที่ยวเพ่นพล่านออกไปทำเรื่องเดือดร้อนให้ลูกสาวของฉันต้องตัวเข้าไป เสี่ยง”สร้อยทั้งสอนทั้งบ่นและทั้งแขวะผม”ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่านั่นมันเป็นไอ้ เข้ แล้วมีตัวเดียวหรือเปล่าก็ไม่รู้” เมียสาวร่างเล็ก หัวเราะเสียงใส “ไม่ต้องกลัวหรอกพี่ โสให้คนเฝ้าระวังไว้แล้ว จับจระเข้น่ะง่ายจะตาย จระเข้จริงๆนะมันโง่ทุกตัวที่ฉลาดน่ะมีตัวเดียวชื่อชาละวัล แต่มันตายไปนานแล้ว” สร้อยส่ายหัว แล้วลูบหัวลูกสาวคนเก่งอย่างเอ็นดู”รู้วิธีปราบจระเข้แล้ว ก็อย่าลืมวิธีปราบผัวที่นอกลู่นอกทางบ้างน่ะ” สาวโสภาตอบอย่างมั่นใจ”ไอ้เข้ตัวโตๆโสยังปราบได้ พี่เขาตัวเล็กกว่าเยอะทำไมโสต้องกังวล ถ้าปราบไม่ได้คงไม่ได้มาอยู่เป็นเมียอย่างเปิดเผยอย่างนี้หรอก”สร้อยปรายตา มอง”อย่ามั่นใจไปนะยัยโส ผู้ใหญ่คนนี้ฤทธิ์มากกว่าที่ลูกคาดไว้เยอะ” สาวร่างเล็กพูดอย่างมั่นใจและแข็งกร้าว”ถ้าโสจับได้ว่า นอกใจล่ะก้อ ได้ถูกจับมัดไปนอนเป็นเพื่อนไอ้เข้ตัวนั้นแน่ ล้อเล่นน่า ใครจะกล้าไปทำกับพี่อย่างนั้นได้เล่าใช่ไหม ฮิ....ฮิ...ฮิ”โสภาหันมาหัวเราะเสียงใสให้กับผมที่นั่งนิ่งฟังสองแม่ลูกคุย กัน แต่เนื้อความทำผมเสียววูบเป็นกังวลเหมือนกัน อื่ม......คุยกันได้เนื้อหาน่ากลัวทั้งแม่ทั้งลูกเลย


...ตกบ่ายผมก็ต้องแปลกใจเมื่อมีขบวนเรือขนาดใหญ่นับสิบลำแล่นมายังท่าเรือจำ เป็นที่หน้าทางเข้าบ้านของผม ผมและชาวบ้านต่างออกมาออดูกัน และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ บุคคลที่นำกองเรือมาคือ ท่าน.สุทัศน์ เทพสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน หรือฉายา “เทพทัศน์ “ในวงการเมือง ท่านนำ ข้าวสารอาหารแห้งหยูกยาเวชภันท์มากมายมาแจกจ่ายชาวบ้านรวมทั้งทีมแพทย์มา รักษาชาวบ้านด้วย พร้อมกองทัพนักข่าวที่ตามมาถ่ายรูปทำข่าวการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ของท่านด้วยตัวเอง ผมไม่ทันตั้งตัวเพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าคนดังระดับประเทศท่านนี้จะมาเยือนถึง บ้านของผม....


....ผมต้องหงุดหงิดอีกครั้งที่ไอ้ปลัดขิกมันดันมาเสนอหน้าเดินข้างท่าน สุทัศน์ นี่คงจะมาเอาหน้าล่ะสิ แหมตอนน้ำท่วมล่ะหายหัวไปเลย ท่านผู้ว่าและนายอำเภอพาท่านสุทัศน์เดินเยี่ยมชาวบ้านและทักทายไถ่ภามความ ทุกข์ยากอย่างเป็นกันเอง และกลุ่มผู้ติดตามที่ขาดไม่ได้คือ กำนันเม้งที่ต้องพักรบกับผมกันชั่วคราวเพราะภัยพิบัติครั้งนี้ และมีเหมยลี่เดินตามมาห่างๆ ขบวนของท่านสุทัศน์เดินเยี่ยมชาวบ้านจนทั่วก็วนกลับมาที่หน้าบ้านของผม ซึ่งผมเร่งจัดตั้งโต๊ะเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้รอให้ท่านได้พักเหนื่อย แต่ก็เป็นไปแบบตามมีตามเกิด และฉุกละหุก เพราะตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยต้อนรับคนใหญ่คนโตขนาดนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตเลย และจากขบวนผู้ติดตามนับร้อยทั้ง บอดี้กราด ทหาร ตำรวจ หน่ยวสไนเปอร์ เจ้าหน้าที่จังหวัดและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น กองทัพนักข่าว ทำให้บริเวณบ้านของผมคับแคบไปถนัดตา ชาวบ้านต่างมารอต้อนรับยืนดูกันแทบทั้งหมด เนื่องจากจะได้สัมผัสท่านสุทัศน์ตัวจริงๆ เป็นๆอย่างนี้ แทบจะไม่มีโอกาศเลยในชีวิต....


....ระหว่างที่ท่านสุทัศน์เดินมา ผมรู้สึกขวางหูขวางตากับไอ้ปลัดขิกสอพรอที่เดินเคียงข้างคอยพูดกับท่าน สุทัศน์อย่างสนิทสนม จนผมอดพูดคุยกับสร้อยไม่ได้”ดูไอ้ปลัดสิ แหมทำจ้อเอาหน้า ทีตอนแรกไม่เคยโผล่มาดู พอท่านสุทัศน์มารีบมาเสนอหน้าเชียว คนคนนี้มันหน้าไม่อายจริงๆ” สร้อยถอนหายใจ”ธนูเขาจะมาเสนอหน้ากับท่านสุทัศน์น่ะ ไม่แปลกหรอก เพราะถ้าท่านสุทํศน์มาที่นี่ เขาต้องเป็นคนแรกเลยที่ต้องไปพบท่าน” ผมชักแปลกใจ ”ทำไม เพราะอะไร นี่จะปลื้มเห็นดีเห็นงามไปกับมันหมดเลยรึ เกินไปล่ะม้าง...”สร้อยหันมามองหน้าผม”ธนูน่ะ ชื่อเต็มๆเขาคือ นายธนู เทพสุวรรณ เป็นลูกชายคนเดียวของท่าน สุทัศน์ เทพสุวรรณ ถ้ารู้แล้วก็หัดเงียบและเลิกแขวะหรือหาเรื่องว่าเขาได้แล้ว”ผมตกตะลึง ไอ้ปลัดขิกนี่น่ะ ทายาทนักการเมืองดัง ไม่น่าเชื่อ “ใช่ไม่น่าเชื่อ แต่เชื่อเหอะ และอย่าเพิ่งแปลกใจอะไรกับเรื่องแค่นี้ ปลัดธนูยังมีเรื่องให้พี่แปลกใจอีกเยอะและคาดไม่ถึงเชียวล่ะ”สร้อย ยังสาธยายสรรพคุณของไอ้ปลัดขิกต่อด้วยท่าทีที่ชื่นชมจนน่าหมั้นไส้...


....แหมคิดจะปราบไอ้ปลัดขิกแต่ดันไม่รู้ข้อมูลของมันเลย นี่มันเป็นถึงลูกชายคนเดียวของท่านรองนายกฯเชียวรึ โอ้..ไม่ธรรมดา มิน่าไอ้เม้งมันถึงกระสันอยากได้เป็นเขยจัง นี่ถ้ามันจับเหมยลี่แก้ผ้าใส่พานถวายไอ้ปลัดขิกนี่ได้มันคงทำไปแล้ว คิดจะสู้กับปลัดคนนี้คงต้องเน้นทุกรายละเอียดและศึกษาข้อมูลของมันให้มากที่ สุด จะทำเหมือนคู่แข่งที่ผ่านๆมาไม่ได้ ไม่งั้นแพ้ขาด เพราะไอ้ปลัดขิกนี่ เข้าทำนองรูปหล่อ พ่อรวย และชื่อดังระดับชาติ แถมการศึกษาดี มีชาติตระกูล ส่วนผมมันแค่ผู้ใหญ่แก่ๆ ของหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ห่างไกลเมืองหลวงยิ่งนักเท่านั้น เหมือน รถจักรยานไปแข่งกับรถหรูราคาแพงนำเข้าจากนอก ฉะนั้นงานนี้ต้องวัดกันที่หัวใจอย่างเดียว และผู้ใหญ่อย่างผม ไม่เคยยอมแพ้ จะสู้เพื่อรักษาแม่ยาย เมียและกิ๊ก ไว้ให้ถึงที่สุด ตราบที่ผมยังมีลมหายใจ 3 สาว 3บอมส์ ของ ผมจะไม่มีทางยอมให้หลุดจากมือของผมไปได้อย่างเด็ดขาด เชื่อไหมครับท่านผู้อ่าน....


....ผมเชิญท่านสุทัศน์นั่งในที่เหมาะสมพร้อมภรรยาของท่าน โดยมีปลัดลูกชายนั่งประจ๋อประแจไม่ห่าง ท่านทักทายผมอย่างเป็นกันเอง “ผมได้ฟังเรื่องราวของผู้ใหญ่มาแล้ว จากหลายๆปากหลายๆที่ แหมผมรู้สึกชื่นชมมาก คุณช่างเป็นคนกล้าหาญ และเสียสละอย่างสูงส่ง ผมได้ยินเรื่องราวที่เขาเล่ากันเกี่ยวกับประวัติของคุณที่ผ่านมาก็ล้วนพิศ ดารพันลึก คุณปราบโจรผู้ร้าย ชนกับอิทธิพลมืด ช่วยเหลือสังคมมาอย่างโชกโชน ชาวบ้านชื่นชมนับถือคุณมาก และมีหลายพรรคชวนคุณลงสมัคร ส.สทำไมคุณไม่เอาล่ะ หรือคุณไม่ชอบพรรคอื่นๆ ถ้าสนใจพรรคของเรา ผมก็ยินดีต้อนรับน่ะ..”ท่านสุทัศน์ชักชวนผมลงการเมืองเลย “เอ่อ..ผมมันแค่คนบ้านนอกความรู้น้อยครับ ตำแหน่งผู้ใหญ่ก็น่าพอแล้วครับ ขอบคุณที่ท่านเมตรตาส่งเสริม แต่ผมขอขอบคุณและขออภัยท่านที่ผมรับไม่ได้ครับ” ท่านสุทัศน์ตบบ่าของผมแล้วหัวเราะเสียงดังอย่างเบิกบาน”อื่มนี่สิ...ลูก ผู้ชายตัวจริง ทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ธนูดูไว้เป็นตัวอย่าง หากลูกก้าวหน้าต่อไปในอนาคต อย่างลืมเอาผู้ใหญ่เป็นต้นแบบน๊ะ”ปลัดลูกชายนักการเมืองคนดังผงกหัวรับและ ยิ้มหวานให้ผม มันทำไมต้องยิ้มงี่เง่าอย่างนี้ตลอด หรือมันคิดว่าเท่ส์ ไอ้ปลัดขี้เก๊กเอ้ย...


....ท่านสุทัศน์สนทนาได้สักครู่ก็ขอตัวกลับเพราะท่านยังมีภาระกิจต่างๆเพื่อ ชาติอีกมากมาย และนำขบวนแห่แหนกลับไปด้วย หลังจากท่านกลับไปบริเวณบ้านของผมก็โล่งเหมือนเดิม ทุกอย่างกลับสู่ปรกติ แต่ไอ้ปลัดขิกมันยังอยู่และไม่ยอมกลับไปด้วย ซ้ำยังมานั่งคุยกระหนุงกระหนิงอยู่กับโสภา ผมจะเดินไปหาก็ถูกเหมยลี่ฉุดข้อมือ กึ่งลากกึ่งจูงให้เดินตามไปท้ายสวน ใจหนึ่งก็ขัดเคืองไอ้ปลัดขิกแต่อีกใจก็เกรงเหมยลี่โกทธ


..ผมเดินตามสาวหมวยมาจนถึงที่ลับตาคนจึงหยุดคุยกัน”มีอะไรรึลี่ พาพี่มาทำไม” สาวหมวยโอบสองแขนอวบอิ่มเรียวยาวเข้าโน้มกอดคอผมและประกบจูบปาก ผมรีบผละออก”อย่า...ลี่เดี๋ยวใครมาเห็นมันจะไม่งาม คนที่นี่มีเป็นร้อยน่ะ พี่กลัวใครจะผ่านมาแล้ว....”สาวหมวยสะบับหน้า ทำท่างอนใส่”ฮึ...เบื่อลี่แล้วล่ะสิ อ้างโน่นอ้างนี่ ทำตัวห่างเหิน “ผมต้องรีบเข้าไปกอดและปลอบใจ”ใครเล่าจะกล้าเบื่อลี่คนนี้ ถ้าใครมันเบื่อลี่ล่ะก้อ ไม่เป็นตุ๊ดก็คงหมดสภาพแล้วแหละ” สาวหมวยอมยิ้มตาหวานเชื่อมยกนิ้วชี้ขึ้นมาบอกความใน แล้วผมจะปฎิเสธได้ไง จำเป็นต้องจัดให้ เอาไปเลยหมวยเซ็กส์ 1 ดอก ในบรรยากาศ เอ้าท์ดอร์ กลางแจ้งอย่างงี้แหละ....


.ผมประคองร่างอวบอิ่มของสาวหมวยมายังใต้ต้นไม้ใหญ่ใบหนา แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านร่มไม้ใบบังลงกระทบร่างสาวหมวยวาววับน่าหลงใหล เรือนร่างขาวอวบทรงโตเนื้อแน่น เนียนงามช่างเร้าใจ วงหน้าขาวใส ดวงตากลมรีพองาม ริมฝีปากอิ่มแดงสดได้รูปน่าประกบบดจูบจนไม่อยากล่ะ กลิ่นกายหอมระรื่น ยิ่งอยู่ในชุดยีนส์สั้นแค่คืบ โชว์เรียวขาขาว และเสื้อสายเดี่ยวตัวบางรัดนมคู่ใหญ่จนทะลักออกมาเกือบครึ่งเต้า เห็นร่องนมขาวตูมยั่วยวน โอ้ย....ใครอยู่ใกล้ไม่คิดอะไรแสดงว่าโกหกจริงๆ หรือไม่ก็พวกผิดเพศ...


....ผมค่อยๆกดร่างขาวราวหยวกกล้วยของสาวหมวยให้นอนราบกับพื้น สาวหมวยนอนทอดร่างรอให้ผมขยี้ขยำตามอำเภอใจ ผมนอนลงทาบทับร่างอวบขาวได้ใจนั้นไว้แล้วจัดการกับเสื้อผ้าของเธออย่างรวด เร็ว สัดส่วนของเธอมันช่างใหญ่น่าดูเลียเหลือเกิน พอผมปลดยกทรงออกนมสองข้างก็ออกมาห้อยโตงเตง ใหญ่โตจนล้นมือของผม หัวนมสีชมพูระเรื่อๆ ผมจ้องมองอย่างไม่กระพริบตา แล้วดันร่างของเธอให้นอนลงไป ซึ่งสาวหมวยก็ถ่างขารอและแหกออกให้กว้างมากที่สุดเท่าที่ทำได้ เหมือนรู้ทางกันว่าผมจะมาท่าไหน ผมซุกหน้าเข้าไปที่หว่างขาของเธอที่มีโคกหอยขนาดฝ่ามือของผมปิดไม่มิด โหนกนูนเหมือนหลังเต่า ผมแหวกกลีบแคมเธอออกอย่างรวดเร็ว มันแดงระเรื่อไปหมด ช่างน่าดูดน่าเลียจริงๆ ขนหมอยก็มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความอวบอูมของโคกหอยนั้นไม่ต้องพูดถึง มันเหมือนกับภูเขาลูกน้อยๆ ที่รกทึบด้วยหญ้าสีดำ


.... ผมตัดสินใจจะลองใช้ลิ้นกับเหมยลี่ดูบ้าง แรกๆเหมยลี่ไม่ยอม แต่ผมพยักหน้าดึงดันจะทำ จนเธอหลับตานอนหงายและเอามือทั้งสองข้างวางที่หัวผมแล้วแอ่นร่องเสียวขึ้นมา จนใกล้กับหน้าของผม กลิ่นสาบสาวโชยออกมาเข้าจมูกผมมันช่างหอมเย้ายวนเหลือเกิน เม็ดติ่งเสียวของเธอมันใหญ่ไม่น้อยน่าดูดน่าเลียดีเหลือเกิน ผมรีบยื่นปากเข้าไปดูดเม็ดเสียวที่แข็งเด่เธอสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับร้องร้อง ลั่น


โอ๊ยยยย...พี่จ๋า...ซี๊ดดดด...เสียวววว...อูยยยย...ดูดเม็ดอย่างนี้ลี่ เสียวเหลือเกินรู้ไหม...โอยยยย...พี่ดูดเก่งจัง...ซี๊ดดดด...เอาอีก...เม้ม แรงๆเลย...โอยยยย...ลี่เสียวแทบขาดใจแล้ว...โอยยยย...ซี๊ดดดดดด...”


ที่เธอร้องเสียงหลงก็คงเป็นเพราะผมเม้มเม็ดเสียวด้วยฟันนี่แหละ เธอถึงกับสะดุ้งและร้องโอดโอยทุกครั้งที่ผมทำแบบนี้ ผมกระชากลิ้นลงมาที่ปากร่องหอย แล้วก้มหน้าลงไปเอาลิ้นละเลงเลียที่ซอกกลืบทั้งสองแคม แล้วลากลิ้นมาที่ปากร่องหอยซึ่งมันเปียกแฉะเยิ้มไปหมด


อูยยยย...ซี๊ดดดด...โอยยยย...พี่จ๋า...โอยยย..ลี่...ลี่เสียวไปหมดแล้ว... ซี๊ดดดด...โอยยยย...เสียวมากเลย...เสียวดีจริงๆ...อูยยยย...ซี๊ดดดดดด...”


สาวหมวยร่อนหอยส่ายก้นกระแทก บางครั้งก็กดหน้าผมอัดเข้ากับร่องหอยของเธอแน่นจนผมต้องเบี่ยงหน้าออกมา หายใจเป็นบางครั้ง ไม่งั้นผมคงต้องขาดอากาศหายใจตายแน่ๆ


โอยยยย...โอยยยย...พอ...พอก่อนเถอะพี่...เอาดุ้นพี่มาให้ลี่ดูดบ้างสิ...ลี่ขอดูดให้พี่บ้าง...ซี๊ดดดด...”
ผมทำตามคำขออยู่แล้วเลื่อนตัวขึ้นไปคร่อมที่หน้าของเหมยลี่ ผมหย่อนท่อนเอ็นจับไปจ่อที่ปากเธอ เหมยลี่แลบลิ้นออกมาเลียที่หัวท่อนเอ็นของผม เมื่อก้มลงไปมองภาพที่เล็กแลบลิ้นออกมาโลมเลียที่หัวบานของผมมันช่างเย้ายวน อารมณ์หงี่ของผมให้พุ่งกระฉูด เหมยลี่ลากลิ้นที่หัวท่อนเอ็นของผมช้าๆ น้ำลายติดปลายหัวหยักเป็นยางยืด มันเป็นภาพที่สะใจของผมมาก สาวหมวยดูดเสียงดังบ๊วบๆ หัวบานของผมก็มุดเข้าไปในปากของเธออย่างเร็ว เล่นเอาผมเสียวสยิวไปทั้งตัว ผมต้องกระเด้าท่อนเอ็นเข้าใส่ปากเหมยลี่เพื่อเร่งอัตราความมันส์เพิ่มเติม


อู้วววววว...โอยยยย...ลี่จ๋า...พี่เสียวดุ้นจะทนไม่ไหวแล้ว...อูยยยย...พี่จะออกแล้ว...โอยยยย...ซี๊ดดดดดด...”


เหมยลี่ห่อปากดูดอย่างเมามัน ไม่สนใจว่าเจ้าของท่อนเอ็นอย่างผมจะรูสึกเสียวซ่านแค่ไหน ยิ่งร้องครางเธอยิ่งรัวลิ้นดูดเร่งจังหวะจนผมทรงตัวขาสั่นยืนแทบไม่อยู่


โอยยยย...พี่ไม่ไหวแล้วลี่จ๋า...โอยยยย...ซี๊ดดดด...พี่จะแตกแล้วววว...โอยยยย...ซี๊ดดดด...เสียวเหลือเกิน...อูยยยยยย...”
เมื่อเห็นอาการของผมทำท่าจะพ่นพิษก่อนเวลาอันควร เหมยลี่ก็ล่ะปากจากท่อนเอ็นของผม และลุกขึ้นยืนหันหลังให้ผมเอาขาข้างหนึ่งยื่นไปปักหลักข้างหน้า แล้วก้มตัวลงเอามือยันต้นไม้ไว้ แล้วโก่งก้นหลังแอ่น แคมหอยย้อยออกมาทางด้านหลังสองกลีบนั้นเบียดชิดกันแน่นทีเดียว ผมรีบเข้าไปจับหัวดุ้นถูไถที่ปากร่องหอยทันทีแต่กลีบแคมทั้งสองข้างของเธอ ยังปิดสนิทอยู่ผมต้องเอามือแหวกปากร่องหอยจึงอ้าออกจากกัน ผมก็ดันหัวดุ้นเข้าไปทันที


อูยยยย...โอยยยย...พี่จ๋า...ดันแรงๆให้เข้าให้มิดเลยพี่...มันคับแน่นรูลี่ ไปหมดเลย...โอยยยย...เหมือนขนาดมันจะใหญ่ขึ้นนะนี่......อูยยยยยย...”


รูหอยของเธอขมิบรัดหัวเอ็นของผมเป็นการใหญ่ ผมนั้นเสียวจนตัวสั่น ผมเริ่มซอยเอวอย่างช้าๆ แล้วค่อยเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ จนหัวและตัวของเหมยลี่ส่ายไปมาร้องครวญครางกระเส่า พอเธอชักมันส์กระดกก้นเด้งสวนขึ้นมาผมก็อัดท่อนดุ้นลงไปจนมิดลำ


โอยยย...พี่จ๋า...ซี๊ดดดด...ลี่เสียวมากเหลือเกินเลย...โอยยยย...แรงๆ หน่อย...อย่างนั้นแหละ...อูยยยย...โอยยยย...คับแน่นรูดีจริงๆ...ซี๊ดดดด... อาาาาาา...”


โอ้วววว...รูหอยของลี่ก็รัดเอ็นของพี่แน่นดีเหลือเกิน...อูวววว.... ลี่...พี่...ว่าเราลองเอาท่าอื่นกันมั่งดีกว่า...ซี๊ดดดด...อูวววววว....”
อูวววว...ได้สิพี่...ตามใจพี่ก็แล้วกัน...แต่พี่ต้องเอาให้มันส์ๆนะ...อู ยยยยยย...” ผมดึงท่อนดุ้นออกจากรูหอยของเธอแล้วให้เธอโก้งโค้งหมอบตัวลงท่านี้กระทุ้ง ได้มัมส์สะใจยิ่งนัก เหมยลี่เองก็บอกว่าอยากลองท่านี้เหมือนกัน ผมเข้าไปคุกเข่าที่ด้านหลัง แล้วกระทุ้งท่อนเอ็นเข้าไปในรูหอยเธออย่างแรง ทีเดียวเท่านั้นมันก็จมมิดหายเข้าไปในรูหอยเธอ จนไม่เหลือให้เห็นแม้นแต่ตอ


อูยยยย...โอยยยย...ซี๊ดดดด...โอยยยย...พี่จ๋า...ลี่เสียวจะทนไม่ไหว แล้ว...อูยยยย...ท่านี้ของพี่เข้าลึกดีจัง...โอยยยย...เสียวเหลือเกิน...อู ยยยย...กระทุ้งแรงๆเลยพี่...โอยยย...ลี่ใกล้แล้ว...อืยยยย...ซี๊ดดดดดด...”


....ผมเร่งกระแทกแรงขึ้นๆ ตามที่สาวหมวยเธอสั่ง ส่วนมือผมก็จับเอวเธอสาวเข้ามาให้รูหอยของเธออัดกระแทกกับท่อนเอ็นผมจังๆ เหมยลี่เองก็คงเสียวจนใกล้จะเสร็จจริงๆ เพราะเธอขมิบรูหอยแล้วกระแทกก้นสวนกับท่อนเอ็นของผมอย่างแรง จนกระทั่งสักพักใหญผมก็หยุดเพื่อพักเหนื่อยบ้าง และกดแช่คาท่อนดุ้นเอาไว้อย่างนั้นรูหอยของเหมยลี่ตอดรัดอยู่ตลอดไม่มีหยุด สาวหมวยหันมาถามว่าหยุดทำไมกำลังได้ที่ ผมไม่ตอบกลั้นใจออกแรงเฮือกสุดท้าย แล้วแอ่นเอวกระเด้ากระแทกเข้าไปหนักๆ สาวหมวยก็เด้งหอยสวนกลับมาอย่างเมามันส์ เสียงดังพั่บๆ ต่อเนื่องยาวนาน จนผมไม่อาจทนต่อไปได้ไหวอีกแล้ว และมันก็ต้อง ทะ ลัก จุด แตก....
อูยยยย...โอยยยย...ซี๊ดดดด...โอยยยย...พี่จ๋า...ลี่เสียวจะทนไม่ไหว แล้ว...อูยยยย...ท่านี้เอ็นของพี่เข้าลึกถึงใจดีจังเลย...โอยยยย...เสียว เหลือเกิน...อูยยยย...กระทุ้งแรงๆเลยพี่...โอยยย...ลี่ใกล้แล้ว...อืยยยย... ซี๊ดดดดดด...อะ...ออก...ละ...แล้วพี่........”


....หลังสุขสมผมและสาวหมวยแต่งตัวเรียบร้อยและพากันเดินมาที่หน้าบ้าน ผมก็ได้เห็นโสภากำลังนั่งคุยกับไอ้ปลัดขิกแบบถึงเนื้อถึงตัวที่ศาลาหน้าบ้าน ที่ประจำของผม อารมณ์หึงหวงบวกอารมณ์เดือดดานพุ่งปรี้ด ฮึ่ม...ลูกรองนายกฯก็ลูกรองนายกฯเหอะ คิดตีท้ายครัวกูอย่างงี้ปล่อยไว้ไม่ได้ ผมเดินเข้าไปโดยลืมว่ามีเหมยลี่มาด้วยเลย “นั่งคุยอะไรกัน ?..”ผมตวาดถามทั้งคู่ที่หันมามองอย่างแปลกใจ”ก็คุยเรื่องเก่าๆสมัยเรียนด้วย กันน่ะ”เมียร่างเล็กตอบผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”แล้วก็เรื่องของผู้ใหญ่ ด้วยครับ”ไอ้ปลัดขิกตัวต้นเหตุช่วยพูดเสริมพร้อมรอยยิ้มที่กวนบาทาของมันแต่ อาจจะหวานตรึงใจคนที่นิยมชมชอบมัน”ทำไมคุยถึงผมเรื่องอะไรล่ะปลัด ผมมีอะไรให้น่าพูดถึง” โสภาเมียสาวยิ้มแล้วบอกผม”ก็นูน่ะ เขาชื่นชมพี่มาก เขาบอกว่าพี่น่ะ แกร่งกร้าว ห้าวหาญ และบึกบึนมาก พี่น่ะเป็นไอดอลของเขาเลยน่ะ”แหมมาแผนสูง หลอกเมียกูว่าชื่นชมกูแล้วตีสนิทให้วางใจ แล้วจะหาจุดอ่อนหลอกล่อให้เมียกูตีจากล่ะสิ ร้ายๆๆๆไอ้ปลัดขิก


....”ไม่ต้องมาชื่นชมผมหรอกปลัด พ่อของคุณน่ะท่านน่าชื่นชมมากกว่า ท่านเก่งกล้าและเฉลียวฉลาดในการบริหารระดับประเทศเลย ผมมันแค่ผู้ใหญ่บ้านกระจอกๆไม่มีคุณค่าอะไรให้คุณชื่นชมหรอก”ผมรีบออกตัวไม่ อยากรับคำชื่นชมที่เสแสร้งของมัน ปลัดขิกยังคงยิ้มอย่างเคย”แหม...ทำไมถ่อมตัวอย่างนั้นครับผู้ใหญ่ ไม่หลงกับคำชมและลาภยศนี่สิสมกับที่คุณพ่อของผมท่านยกย่องผู้ใหญ่เลยจริงๆ” พอดีสร้อยเอาน้ำดื่มมาให้ทั้งคู่ก็พูดแขวะมา”ใช่คนอย่างนี้ ไม่หลงในคำสรรเสริญกับลาภยศ แต่มัวเมากับกิเลศตัณหาหน้ามืด ถ้าตัดไปได้จะเป็นคนดีมากเลย”เฮ้อสร้อยนะสร้อยเบรกเสียหัวทิ่มเลย
..แต่เมื่อเห็นสาวหมวยข้างหลังผม สร้อยหรี่ตามองมาที่ผม เอ...สร้อยจะรู้หรือเปล่าว่าเราไปทำอะไรกันมา แต่เธอก็นิ่งและไม่ว่าอะไรกลับชวนเข้ามานั่งร่วมวงคุยกัน “ลี่..เข้ามานั่งก่อนสิ เห็นพี่เม้งถามหาอยู่น่ะ ไปไหนมากับพี่เขาล่ะ เหงื่อโทรม ผมเผ้ายุ่งเชียว”ผมสะดุ้งแต่สาวหมวยทำหน้าเฉย”เอ่อ..ลี่ชวนพี่เขาไปดูระดับ น้ำน่ะ ว่าลดหรือยัง แดดมันร้อนและลมก็แรงเลยมีสภาพอย่างที่เห็นนี่แหละ”สาวหมวยตอบเอาตัวรอดไป ได้”ท่าจะแรงมากเนอะ เศษหญ้ากับเศษดินยังติดแขนติดขามาด้วยเลย”สร้อยพูดดักอย่างรู้ทัน เหมยลี่ไม่สะทบสะท้านหวั่นไหวเอามือปัดเศษดินเศษหญ้าและนั่งลงยกแก้วน้ำดื่ม แก้กระหาย เหมยลี่นั่งข้างๆโสภา อกอวบแทบทะลักเสื้อสายเดี่ยวยื่นไปเกือบๆจะชนหน้าเมียสาวร่างเล็กของผม ข้างหนึ่งก็เกือบจะเท่าๆหัวของโสภาเชียว โสภามองตาขวางๆจ้องที่หน้าอกของสาวหมวยและก้มมองของตัวเองที่ใส่เสื้อสาย เดี่ยวเหมือนกัน ถ้าจะให้เดาคงกำลังคิดว่าแบ่งกูสักหน่อยก็ไม่ได้ เอามาทำไมคนเดียวตั้งเยอะแยะ สาวหมวยปรายตามองแล้วอมยิ้ม ทำนองของหล่อนน่ะมันแค่เด็กประถมอย่ามาเทียบระดับมหาวิทยาลัยอย่างชั้น มีแต่สร้อยที่มองดูแล้วสายตาเป็นกังวลแทนลูกสาวแต่เธอดันใส่เสื้อยืดธรรมดา เลยไม่ได้โชว์ของตัวเองเพื่อกู้หน้าให้ลูกสาว เพราะสร้อยเองก็มีไม่น้อยหน้าสาวหมวย เลเวลระดับเรียนปริญญาเหมือนกัน....


....วงสนทนาของเราเป็นไปเรื่อยๆ ถ้าตัดไอ้ปลัดขิกออกไปได้ นี่จะเป็นการสนทนาในฝันของผมเลย ที่มีสร้อย โสภาและเหมยลี่มานั่งร่วมวงคุยกับผมพร้อมหน้ากัน”เอ่อ...ผู้ใหญ่ เรียนจบอะไรมาครับ ถึงมีกิจการใหญ่โต และบริหารจนรุ่งเรืองอย่างนี้”ผมรู้สึกปลื้มใจ เป็นครั้งแรกที่ไอ้ปลัดนี่พูดเข้าหู แต่ยังไม่ทันตอบ สร้อยก็ชิงตอบให้ว่า”เรียนอะไร สมัยเรียนวันๆเอาแต่ไปเที่ยวเล่นจับปูจับปลา เสพยาเล่นการพนัน และหลอกฟันสาวๆ”แหมไม่ไว้หน้าผมก็ต้องเอาคืนมั่ง”หนึ่งในสาวๆที่ถูกหลอกฟัน ก็มีเธอรวมอยู่ด้วยน่ะ สร้อย”เสียงฮาคิกคักดังขึ้นในวงสนทนาของเรา สร้อยอายจนหน้าแดงกัดฟันมองหน้าผมตาขวางๆ แต่ผมทำหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้ ดีจะได้ไม่แทรกอะไรให้ผมขายหน้าอีก...


...ผมปล่อยให้ไอ้ปลักสอบประวัติผมแล้ว ผมจึงคิดจะสอบประวัติมันบ้าง เพราะหลักพิชัยซุนวุสอนไว้ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ยิ่งประวัติของไอ้ปลัดนี่มันลึกลับดำมืดสำหรับผมมาก คิดว่าเป็นแค่ลูกคนมีตังส์ธรรมดา ดันกลายเป็นลูกรองนายกฯเฉยเลย”อ้า..ว่าแต่ปลัดเถอะ รู้จักกับโสได้ยังไง และรู้จักกันมานานแค่ไหน พอเล่าให้ฟังได้ไหม โสไม่เคยเล่าให้ผมฟังเลย เรื่องของคุณน่ะ” โสทำท่าอายๆแต่ไอ้ปลัดยิ้มตามมาดของมันและหัวเราะเบาๆ”โสเป็นเด็กแถวบ้านของ ผม เห็นมาตั้งแต่ใส่เป็นเด็กประถมตัวเล็กๆ และโตขึ้นมาเรื่อยๆ ผมชอบชวนไปเล่นในบ้านด้วยเสมอๆ” โอ้ย...นี่มึงเลี้ยงต้อยเมียกูมาแต่เด็กเลยหรือไอ้ปลัดขิก แล้วมึงทำอะไรเมียกูมาก่อนบ้างนี่ หรือซัดไปตั้งแต่ตอนประถมนมเริ่มตั้งเต้าแล้ว ผมมองไปที่โสภา เมียเด็กผมทำท่าเขินอายพอถูกเล่าถึง จริงๆเมียสาวของผมคนนี้ก็ประวัติลึกลับพอๆกัน และผมก็ไม่อยากรู้ว่าเธอจะผ่านอะไรมาก่อน ก่อนที่จะมาเจอกับผม เพราะตอนนี้ผมรักเธอจนไม่อยากให้เรื่องในอดีตมาทำลายเรื่องดีๆของเราใน ปัจจุบัน....


....ปลัดหนุ่มยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วเล่าต่อ”ระหว่างที่ผมเรียนปริญญาตรีอยู่ คุณพ่อของโสก็เสีย ครอบครัวโสลำบากมาก ผมก็คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ”แหมเล่าอย่างกับตัวเองเป็นพระเอกใจพระเลยเลย ผมยังนั่งนิ่งฟังมันเล่าต่อ “แต่เมื่อสี่ปีที่แล้วผมต้องไปเรียนปริญญาโทต่อที่ฮาเวิทส์ ผมเลยห่างโสไปแต่ก็ติดต่อมาเสมอ ทว่าตอนหลังๆผมต้องมุเรียนหนักเพื่อเร่งให้จบไวๆ จึงขาดการติดต่อกับโสไป เมื่อกลับมาก็รู้ว่าโสย้ายที่อยู่ไปแล้ว และไม่นึกว่าจะมาเจอที่นี่และแต่งงานแล้วกับผู้ใหญ่”แหมเสียงมันเหมือน เศร้าๆเมื่อเล่าถึงตอนจบ”อื่ม..ปลัดน่ายินดีน่ะ ที่โสแต่งงานกับผม และมีผมคอยดูแลอย่างดี”ผมไม่พูดเปล่าดึงร่างเมียสาวเข้ามากอดและหอมแก้มเย้ย มัน โสภาก็ยิ้มระรื่นซบมาที่อก นี่ถ้ากูไม่เกรงใจและทำได้ล่ะก้อ กูจะกอดโชว์มึงหมดทั้งสามคนเลย ให้มึงสะดุ้งอิจฉากูจนช็อคเลย เมื่อได้รู้ว่าสาวสามคนที่นั่งอยู่ตรงนี้น่ะเมียของกูทั้งหมดคนเดียว ไอ้ปลัดทำสีหน้าเศร้าๆเห็นได้ชัด”ครับผมก็ดีใจกับโสด้วย ที่ได้คนดีๆอย่างผู้ใหญ่คอยดูแล นับเป็นโชคดีของโสจริงๆ น่าอิจฉามากสำหรับผู้หญิงคนอื่น” ส่วนสาวหมวยยังคงนั่งนิ่งฟังการสนทนา แต่จากสายตาที่มองดูโสภาบอกให้ผมรู้ว่าเต็มไปด้วยความริษยา สร้อยถอนหายใจ”อื่ม...จากภาพที่เห็นน่ะธนู ยัยโสอาจน่าอิจฉา แต่อาจแค่ตอนนี้ ถ้าธนูได้รู้ลึกๆล่ะก้อ อาจจะสงสารยัยโสก็ได้”ผมถึงกับอึ้ง อย่ามาเผยเรื่องที่ผมทำกับเธอตอนนี้เลยน่ะสร้อย วงแตกแน่ “เอาเป็นว่าเราต้องดูกันไปยาวๆ ว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร”สร้อยพูดต่อแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น เล่นเอาผมใจหายใจคว่ำ จนผมต้องถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อฟังจบ...เฮ้อ...เกือบไปแล้ว...


....”แต่เอ..ดูเหมือนปลัดจะสนิทกับเหมยลี่ด้วยนี่ เห็นไปมาหาสู่กันบ่อย?..”สร้อยเอ่ยถามปลัด เหมยลี่ทำท่าสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยิ้มกลบเกลื่อน อ้าวมีประวัติพัวพันด้วยหรือสาวหมวย รู้สึกไอ้ปลัดนี่ก็น่าดูเหมือนกัน “เอ่อ...ลี่เป็นรุ่นน้องของพี่นูเขาตอนเรียนมหาลัยน่ะ ลี่ได้เป็นดาวมหาลัยตอนพี่เขาเรียนปีสุดท้าย พี่เขาเป็นคนส่งลี่เข้าประกวดและช่วยล็อบบี้ ช่วยเทรน คอยดูแลทุกอย่าง จนลี่ชนะเลิศถึงระดับประกวดดาว 4 สถาบันเลย” อ้าว...แล้วมึงคอยดูแลกันขนาดไหน และพอได้เป็นดาวแล้วเหมยลี่ต้องตอบกันแทนอย่างไง และต้องตอบแทนกันถึงขนาดไหน โอ้ย...ผมแทบไม่ต้องเดา ได้แต่ปลงกับอดีต สาวหมวยของกู เมียของกู แล้วแถมแม่ยายด้วยอีกหรือเปล่าไม่รู้ จริงอย่างที่สร้อยบอก ถ้าผมได้รู้เรื่องลึกๆของไอ้ปลัดขิกนี่ ผมจะต้องแปลกใจและประหลาดใจมากขึ้นเรื่อยๆ แค่วันนี้วันเดียวมันก็ทำผมแปลกใจและประหลาดใจหลายต่อหลายเรื่องเลย แต่มึงมันแค่อดีตไอ้ปลัดขิก มึงเป็นแค่อดีตของสาวๆทั้ง 3 คน แต่กูคือปัจจุบันและต่อไปในอนาคต มึงคือความทรงจำของสาวๆที่นั่งอยู่ตรงนี้เท่านั้นจำไว้ ผมนั่งจ้องหน้ามัน ส่งสายตาเชือดเฉือนหยามหยัม แต่มันก็ยังยิ้มตามแบบฉบับของมัน ที่สาวๆเห็นอาจใจละลาย แต่สำหรับผมมันน่าเอาเท้าลูบหน้า ไอ้ปลัดขิก.....


....”แล้วทำไมคนหนุ่มที่มีอนาคตอย่างคุณถึงมาอยู่เป็นปลัดที่นี่เล่าครับ ทั้งๆที่คุณพ่อของคุณก็มีชื่อเสียงร่ำรวยและเป็นใหญ่เป็นโต ท่านฝากงานดีๆสบายๆให้คุณได้สมกับความรู้ได้อยู่แล้ว หรือไม่ต้องทำงานคุณก็อยู่อย่างสบายๆกินใช้ได้ไม่หมดตลอดชาติเลย” ผมถามหาจุดประสงค์ที่แท้จริงของมัน เพื่อจี้จุดให้ตรงประเด็น ทั้งที่รู้ว่ามันมาเพราะหมายตาในตัวของโสภาเมียของผม 1000 เปอร์เซ็นท์ และคำตอบของมันจะต้องตอบแบบน้ำเน่าว่า”ผมอยากหาประสบการณ์ อยากมาคลุกคลีกับชาวบ้าน ได้สัมผัสกับความยากลำบากของชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลเมือง และเรียนรู้วิถีชีวิตของคนยากจนด้อยโอกาศ เพื่อหาทางช่วยเหลือและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้น....”ไอ้ ปลัดขิกร่ายยาวทำเอาสาวๆมองตาเชื่อมด้วยความชื่นชม ในอุดมการณ์น้ำเน่าของไอ้ปลัดขิก ผมอยากจะต่อท้ายให้ด้วยว่า”และที่สำคัญผมมาเพื่อแย่งเมียๆของผู้ใหญ่กลับไป นอนกอดที่บ้านด้วย”แต่ต้องนั่งสะกดใจฟังมันไป แต่ไม่เคริ้มหลงเชื่อไปกับลมปากของมันหรอก....


....แล้วการสนทนาของเราต้องยุติลงเมื่อมีเสียงเอะอะว่ากำนันเม้งขนอะไร บางอย่างมาที่ทางเข้าหน้าบ้านของผม พวกเราทั้งหมดเดินไปดู ก็ได้เห็นกำนันเม้งกำลังสั่งการให้ลูกน้องขนอุปกรณ์บันเทิงลงจากเรือที่จอด เทียบท่าชั่วคราวหน้าบ้านของผมอยู่ ผมเดินเข้าไปถามมัน”อะไรว่ะไอ้เม้ง มึงขนอะไรมาล่ะ จะเอาระเบิดมาตั้งถล่มเนินบ้านกูเรอะ..”กำนันเม้งขบกรามทำท่าหัวฟัดหัว เหวี่ยงในคำถามของผม”ปากมึงนี่ สงสัยจะมีแต่หมาวิ่งเพ่นพล่านเต็มไปหมด กูเอาหนังมาฉายให้ชาวบ้านดูกันโว้ย ตอนนี้บรรยากาศมันหดหู่ คนกำลังเคร่งเครียด เราต้องหาสิ่งบันเทิงเริงใจมาปลอบขวัญชาวบ้านบ้างอย่างน้อยจะได้ผ่อนครา ยอารมณ์”เจ้าเม้งอธิบายยาวเหยียด”สุดยอด...มึงคิดออกได้ยังไง กูไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนเลวๆอย่างมึงนี่จะคิดอะไรดีๆอย่างนี้ออกมาได้”กำนัน เม้งยิ้มภูมิใจ แต่มันก็เอะใจถามผมกลับมา”ตะกี้มึงชมกูหรอ แน่ใจน่ะว่ามึงชมกู” ผมพยักหน้าให้มันแล้วย้ำ”เอ้อ...กูชมมึงจริงๆไอ้เม้ง....”กำนันเม้งเดินตาม ผมทำหน้างงๆและพึมพำ”มันชมจริงๆหรือว่ะ”แน้....มันยังสงสัย


....จอหนังขนาดใหญ่ถูกตั้งขึ้นกลางสวนของผม ชาวบ้านลูกเด็กเล็กแดงมานั่งดูการทำงานของช่างที่กำลังดำเนินงาน ทุกคนดีใจที่คืนนี้จะมีอะไรดูบ้าง หลังหดหู่กันมาหลายวัน ผมยืนคู่กับไอ้เม้งดูการตั้งจออยู่ห่างๆ “ถ้าน้ำลดแล้วชาวบ้านคงได้กลับบ้านและจะได้เร่งฟื้นฟูหมู่บ้านกันใหม่เสียที กูดูแล้ววันนี้น้ำลดระดับไปเยอะเลย”ผมบอกกำนันเม้ง “ใช่ ถ้าระดับน้ำลดจนพื้นที่หมู่บ้านกลับสู่ปรกติ จะได้ประเมินงบช่วยเหลือฟื้นฟูกันถูก ท่านสุทัศน์รับปากว่าได้เม็ดเงินมหาศาลแน่”ผมส่ายหัว”กว่าจะถึงชาวบ้านจริงๆ กูว่าเหลือแต่กากแน่”กำนันเม้งถอนใจ”ทำไงได้ มึงจะบ่นไปทำไม เมื่อมาเกิดเกิดเป็นคนของแผ่นดินนี้ ในภาวะของบ้านเมืองยามนี้ ในระบอบและมาตฐานอย่างนี้ เราก็ต้องทนรับสภาพกันไปและทำใจรับในสิ่งที่มันดำเนินอยู่ อย่างน้อยเราก็ยังดีกว่าชาติอื่นๆ”ผมอึ้งในคำตอบของกำนันเม้ง”นี่มึงจะให้กู ยอมรับ ว่าไอ้ระบบแบ่งกันแดดนี่ไม่มีวันหมดไปจากประเทศของเรารึ หรือมึงไปร่วมแดดกับมันด้วยจึงช่วยกันปกป้องพวกมันอย่างนั้น” กำนันเม้งหน้าแดงด้วยความโกทธ”อ้าวๆๆๆ...ไอ้ผู้ใหญ่ มึงนี่กล่าทหากูนี่หว่า กูไม่เคยโกงกิน มึงคิดไปเองทั้งนั้น มองคนอื่นเลวหมดตัวมึงดีคนเดียว กูขอบอกว่าจริงๆแล้วคนเรามันก็มีดีเลวปนกันไปทั้งนั้น จะดีมากหรือดีน้อย จะเลวมากหรือเลวน้อยเท่านั้น”ผมมองมันด้วยหางตา”ที่ผ่านมามึงไม่เคยโกงกินงบ หลวงเลยจริงๆรึ” กำนันเม้งหลบตาตอบอ้อมแอ้ม”ก็มีบ้าง เขาเรียกตามน้ำโว้ย....”โฮ้....ไอ้วรนุชมุดดินแห้งเอ้ย.....


...ออกจะขัดเคืองไอ้กำนันไปบ้างแต่เมื่อเห็นชาวบ้านดูตื่นเต้นยินดีกับสิ่ง ที่มันนำมาช่วยเหลือก็พอถูๆไถๆไปได้บ้าง .ผมล่ะสายตาหันกลับมาหาไอ้กำนัน”ขอบใจที่มาช่วยกู และขอบใจทุกความช่วยเหลือที่มึงมีต่อชาวบ้าน”กำนันเม้งยิ้มและยื่นมือมาจับ มือกับผม”ด้วยความยินดีว่ะไอ้ผู้ใหญ่” ระหว่างเรายืนจับมือกันอยู่ เหมยลี่เดินผ่านมาถึงกับอุทานด้วยความแปลกใจระคนยินดี”เย้............เตี๋ย กับผู้ใหญ่ดีกันแล้ว จับมือกันด้วย ลี่ดีใจจริงๆเลย...”ผมกับไอ้เม้งสะดุ้งตกใจ ต่างชักมืออกจากกันแทบไม่ทัน “บ้าเอ้ย...ไปจับมือกับมันได้ไง มือจะเน่าไหมเนี๋ย..”ผมบ่นแล้วเอามือถูกับพื้น ส่วนไอ้กำนันก็สะบับมือเช็ดกับต้นไม้ใกล้ๆตัวแล้วหาที่ถูฝ่ามือไปทั่ว”ตาย แล้วกู เผลอไปจับมือของมันได้ แล้วจะติดเชื้อโรคชั่วๆจากมันไหนเนี๋ย..” เหมยลี่ยืนมองอาการของผมและเตี๋ยเธออย่างงงๆ สีหน้าลิงโลดดีใจเมื่อสักครู่กลับกลายเป็นความมึนงงอย่างบอกไม่ถูกสำหรับสาว หมวย และเธอก็ยืนส่ายหน้าอย่างผิดหวัง...
.
....ตกหัวค่ำหนังกางแปลงก็เริ่มฉายให้ชาวบ้านได้ดูกัน ผมนั่งดูอยู่ที่ศาลาหน้าบ้าน มีสร้อย โสภาและปลัดนั่งร่วมวงอยู่ด้วย ส่วนกำนันเม้งและเหมยลี่พากันกลับไปนานแล้ว ความบันเทิงครายเครียดของชาวบ้านก็มีแค่นี้ พอบรรเทาความทุกข์ลืมโศกไปได้บ้าง “โสขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ “ ไอ้ปลัดขิกลุกขึ้นทำท่าจะตามไป ผมต้องกระแอมมันจึงรู้ตัวและนั่งลง เมียสาวของผมยิ้มหวานให้ปลัดและหันหลังเดินเข้าห้องไป สร้อยเองก็ขอตัวไปอีกคน”ให้พี่ไปช่วยถูสบู่ไหม”ผมพูดเย้าเล่นตามหลังไป สร้อยทำตาดุ แต่สำหรับผมมันน่ารักเสมอ คราวนี้ก็เหลือแค่ผมกับไอ้ปลัดขิกนั่งกันอยู่สองคน เรานั่งนิ่งเงียบอยู่เนิ่นนานจนน่าอึดอัด”ปลัดยังไม่กลับอีกหรือครับ หรืออยากจะค้างที่นี่”ผมถามทำลายความเงียบ”ก็ดีเหมือนกันนะครับ งั้นผมขอค้างที่นี่เลยได้ไหมครับ”ผมมองหน้ามันด้วยสายตาเคืองๆดุดัน ปลัดมองอาการของผมแล้วจึงหัวเราะ”ล้อเล่นครับ ผมจะกลับแล้ว”และปลัดก็ลุกขึ้นเดินออกไป ผมเดินตามไปส่งที่ท่าน้ำหน้าบ้าน.....


....ท่ามกลางฟ้ามืดสลัวผมมาส่งปลัดที่ท่าน้ำหน้าบ้าน มีเรือพิเศษของปลัดจอดรออยู่ มีคนขับส่วนตัวด้วย อย่างว่ามันรวยน่ะสิถึงทำได้ ระหว่างเดินมาด้วยกัน ปลัดหนุ่มชวนผมคุยไปด้วย”เอ้อ...ผู้ใหญ่พอเล่าให้ฟังได้ไหมว่าเจอกับโสอย่าง ไง ผมถามโสแล้วเค้าไม่ยอมเล่าให้ผมฟังเลย บอกแค่ว่าผู้ใหญ่คือคนที่ใช่เท่านั้นเอง” ผมเหลือบมองมันอยากถามกลับไปว่าทำไมมึงอยากรู้ไปทำไม แต่ก็เงียบไปพักเพื่อหาคำตอบที่เหมาะสม “อื่ม...ก็ประมาณนั้นแหละครับ ผมกับเธอก็เป็นเหมือนรักแรกพบจริงๆ โส เหมือนสิ่งที่ผมตามหามาชั่วชีวิต และพยายามไขว่คว้าให้ได้มา และเมื่อผมได้มาแล้ว ผมก็ต้องรักษาไว้ให้ดี ผมจะไม่ยอมเสียเธอไปอย่างเด็ดขาด”ประโยคสุดท้ายผมเน้นเสียงกร้าวและมองหน้า ปลัดจนมันหลบตาวูบ”น่าแปลกนะครับ ที่แม่สร้อยเคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อ 19 ปีก่อน ผู้ใหญ่เคยเป็นแฟนของแม่สร้อย แล้วพลาดกันไป แต่ 19 ปีต่อมาดันมาได้กับลูกสาว ฟังเรื่องแล้วมันเหลือเชื่อจริงๆ” ข้อนี้ผมเห็นด้วยกับมัน ชีวิตของผมมันก็เหลือเชื่อจริงๆ


....เดินคุยกันมาจนถึงท่าน้ำ ปลัดยังคงหยุดยืนคุยกับผมแล้วถามต่อถามต่อ”แล้วผู้ใหญ่อยู่อย่างไงครับ ทำใจได้หรือครับที่มีแม่ยายเป็นอดีตคนรักอย่างนี้”ไอ้ปลัดขิกเอ้ย...มึงไม่ มีอะไรจะถามกูหรอ ตอบยากชิป ผมยิ้มแล้วบอกมันว่า”จำเป็นไหมที่ผมจะต้องตอบ” ปลัดหนุ่มเหมือนจะรู้อารมณ์ของผมว่าชักเดือดแล้ว จึงยกมือขึ้นไหว้”เอ่อ..ขอโทษที่มารบกวนนะครับ วันนี้ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ แล้วพรุ้งนี้ผมจะมาใหม่”ผมรับไหว้แล้วบอกไปตามมารยาท”เช่นกันครับ เชิญคุณปลัดมาได้ตลอดเวลา บ้านของผมยินดีต้อนรับคุณปลัดเสมอ....” พูดไปอย่างนั้นแหละ ใจจริงไม่อยากให้มึงมาหรอก ปลัดหนุ่มนั่งเรือและเรือก็แล่นหายไปในความมืด เพี้ยง...ขอให้เรือมันคว่ำแล้วจมน้ำตาย หรือเจอไอ้เข้หนุนเรือคว่ำแล้วคาบไปกินเลย จะได้ไม่ต้องโผล่มาให้เห็นอีก...


....ผมยังยืนอยู่ที่ท่าน้ำหน้าบ้าน หนังกางแปลงฉายหนังตลกเรียกเสียงฮาจากชาวบ้านเป็นระยะ หนุ่มสาวหลายคู่ซุ่มอยู่ตามพุ่มไม้ลับตาและมืดสลัว คุยพร่ำนำพันตามประสาของวัยคะนองลองสวาท ก็คงมีการล่อกันบ้างล่ะ ของอย่างนี้ถ้ามันอยากอย่าไปห้ามให้ยาก ผมเดินไปเรื่อยๆ ก็ได้เจอเจ้าคมกำลังประคองเด็กบัวเดินผ่านมา”ไอ้คม ตรงท้ายสวนนั่นนะบรรยากาศดีนะ ลับตาคนด้วย”ผมบอกมันเพราะเดาออกว่ามันจะไปทำอะไรกัน “แหมพี่นี่รู้ทันไปหมด”มันหัวเราะร่วน “พี่วันนี้เราจับตัวเงินตัวทองได้เพียบเลย ชาวบ้านทำอาหารแจกกันกินตั้งหลายอย่าง พี่เอาบ้างไหม”ผมส่ายหน้า”ขอบใจว่ะ กูไม่กล้ากินเนื้อพี่น้องของมึงหรอก..”แล้วเราก็หัวเราะกันอย่างรื่นเริง ผมเดินตรวจตราดูรอบๆบ้านจนพอใจก็เดินกลับมาที่บ้าน ยืนมองไปทั่วทั้งบริเวณ ก็รู้สึกทึ่งและภูมิใจในตัวเอง ที่ทำอะไรได้อย่างไม่น่าเชื่อหลายอย่าง....


....เรื่องสร้างเนื้อสร้างตัวจากจิ๊กโก๋กิ๊กก๊อกจนมีกิจการมากมาย ได้เมียสาวคราวลูก ได้สร้อยกลับมาเป็นแม่ยาย ที่ต้องหาทางสารพัดเพื่อชวนรำลึกความหลัง ได้กลายเป็นบุคคลตัวอย่าง ได้ลูกสาวศัตรูตลอดกาลอย่างกำนันเม้งเป็นกิ๊ก รอดตายอย่างเหลือเชื่อหลายครั้งหลายหน และอีกมากมายหลายเรื่องที่ผ่านมา เอ..ผมต้องหยุดคิดก่อน เขาว่าคนชอบรำลึกความหลังคือคนที่คิดว่าตัวเองแก่แล้ว ผมยังไม่แก่เลย ไปหาเรื่องในอนาคตทำดีกว่า....


....ผมกลับเข้ามาที่ห้อง โสภาอยู่ในชุดนอนตัวบางมองเห็นสัดส่วนขนาดย่อมแต่เปรี่ยมคุณภาพชัดเจน โสภาเองยังเด็กยังโตไม่เต็มวัยดังนั้นต้องอาศัยผมค่อยๆบำรุงให้โตเต็มที่ แต่แค่นี้ผมก็คลั่งแทบแย่แล้ว ถ้าใหญ่โตกว่านี้ผมจะรู้สึกอย่างไง”มองอะไรเล่า ไม่เคยเห็นรึไงมองอยู่ได้”โสภาเหลือบมองผมขณะหวีผมอยู่หน้ากระจก โดยมีผมยืนจ้องอยู่ ผมยิ้มไม่พูดอะไรเดินเข้าไปช้อนร่างเมียสาวตัวเล็กกระทัดรัดที่ออกอาการตกใจ ตามจริต”ว้ายจะทำอะไรน่ะ..”แหมถามมาได้ ผมยังไม่ตอบ อุ้มร่างของโสภาไปวางบนเตียงนุ่ม เมียสาวนอนแผ่ทำตาเยิ้มหวานฉ่ำ หอบหายใจแรงๆ แสดงว่าอยากเหมือนกัน ฉะนั้นต้องดับให้สนิท เดี๋ยวปล่อยค้างๆไว้แล้วจะแอบไปเย่อกับไอ้ปลัดขิกเข้า....


....ท่อนเอ็นของผมโด่ผงาดอย่างเต็มกลั้น มันถูก ขังตัวแน่นอยู่ในกางเกงในของผม และโดยไม่รอช้าผมรีบปลดเปลื้องเสื้อผ้าออก ท่อนเอ็นของผมผงาดเป็นอิสระตั้งตรงเตรียมทิ่มแทง น้ำตรงปลายฉ่ำเยิ้ม ด้วยอยากฟาดฟันเต็มแก่... ผมดึงร่างเมียคนสวยขึ้นนั่ง ผมยืนอวดความแข็งแกร่งให้เมียได้เห็นและมั่นใจในศักยภาพ ซึ่งเมียร่างเล็กคนสวยได้ลิ้มรสถึงความซ่านใจมานับไม่ถ้วนแล้วแม้นจะเกเรไม่ สู้งานไปพักหนึ่ง ผมเดินเข้าไปจ่อปรายตรงหน้าเธอ และเมียสาวก็รู้ถึงความต้องการของผมริมฝีปากสวยอ้าอมส่วนปลาย ปลายลิ้นฉกรอบไปมาอย่างเอาใจ ถึงคราวที่ผมจะต้องสูดปากครวญครางอย่างช่านใจ ผมแอ่นตูดท่อนเอ็นกระเด้าสวนปากสวยเป็นระยะ สองมือผมประคองใบหน้าหวานสวย อย่างซ่านใจ ดีจังเลย เมียจ๋า...เยี่ยม....จริงๆเลย.....โส.....ดูดเก่งจัง ผมชมจากใจจริง เธอเน้นดูดแรงขี้น ทำให้ผมรู้ดีว่าสถานการณ์เช่นนี้ผมคงต้องน้ำแตกคาปากเธอแน่ แต่ผมต้องการให้เกมส์นี้ยาวกว่านั้น ผมประคองใบหน้าเธอออกเธอช้อนสายตาค้อนผมอย่างรู้ทัน ผมรีบประกบปากสวยอย่างเอาใจพันลิ้นกันนัวเนีย ผมเอนร่างเธอนอนขวางเตียง รูดชุดนอนบางๆนั้นออกจากตัวของเธอ ยามนี้เนินสามเหลี่ยมน้ำสวาทเยิ้มแฉะ ผมแยกปลายขาเรียวสวยออก ก้มลงจูบบดลิ้นบนเม็ดกระสันต์อีกครั้ง โสภากระตุกกายร้องลั่นด้วยความเสียวสะท้าน อูย.................พะ..พี่......ไม่ไหวแล้ว....


....ยิ่งใช้ลิ้นบ่อยผมก็ยิ่งชำนาญมีชั้นเชิง เมียสาวคนสวยของผมคงจะติดใจ พอเจอลิ้นของผมลากวนโยกขันลงก็แอ่นหอยตามปากผมทันที ผมได้ทีจึงบดปากและลิ้นละเลงให้เธอทันทีเช่นกัน เสียงร้องซีด......เสียว สูดครางดังอย่างระงม สะโพกแอ่นร่อนลอยไม่ติดพื้น สองมือขยุ้มเส้นผมของผมอย่างลืมตัว ผมบดละเลงลิ้นอย่างต่อเนื่องเน้นๆ ขบ ดูด ลิ้นแทรกเข้าไปในรูหลืบ น้ำสวาทของเธอเอ่อล้น สองมือใหญ่ของผมปาดขึ้นบีบคลึงเคล้นเต้านมสวยทั้งสองอย่างหนักหน่วง และแล้วขาเรียวงามเหยียดเกร็ง สะโพกแอ่นร่อนอัดเข้ากับปากและลิ้นที่ผมกำลังละเลงบนติ่งเสียวกระสัน ของเธอ ปากของโสภาเปร่งเสียงร้องครวญคราง ด้วยความเสียวอย่างลืมตัว โอ้ว.... โส.....ใจจะขาดแล้ว...พี่....เสียงเธอร้องครางเป็นห้วงๆ ร่างงามเก็รงกระตุกเป็นระยะ


.....โสภาบิดกายตามแรงลิ้นของผมจนกระทั่งเธอคงสุดจะทนไหว”พะ...พะ...พี่... ใส่เหอะ...โสจะเสร็จแล้ว” โสภาร้องขอ ขณะที่ผมเองก็เต็มกลั้นแล้ว ผมไม่รอแล้วประคองท่อนเอ็นจ่อตรงปากรู ค่อยคว้านหาช่องและสอดใส่อย่างช้าๆจนสุดลำ จากนั้นก็เริ่มกดกระเด้าเริ่มจากจังหวะช้าๆ น้ำสวาทที่เจิ่งนองช่วยให้ท่อนเอ็นคร้ำดำใหญ่ของผมเข้าไปในหลืบช้าๆ ผิวท่อนเอ็นครูดผนังหลืบเป็นระยะๆ คนสวยร้องครวญตรางอย่างลืมตัว โอ้ว.....ซีดดดดด.... อูยยย....ผมกระเด้า บดเน้นๆๆ จูบขาเรียวสวยอย่างเอาใจ ผมดำสลวยแผ่สยายยามที่เธอสะบัดหน้าไปมาด้วยความสุดเสียวซ่าน ผมเองก็ระอุเช่นเดียวกับเธอบางคราวต้องดึงจังหวะช้าสลับเร็ว ยามนี้มีแต่เสียงซีดครางของเธอ โอวววว...... ผมเริ่มขยับบดโคนท่อนเอ็นกับปุ่มสวาทของเธอ ซอยช้าสลับเร็วแทงแทยงซ้าขวา เธอผวากอดครางซีดอย่างสุดเสียวโอยยย......พะ...พี่....แรง....อีก...แรงๆ... ช่องหลืบขมิบตอดรัดท่อนเอ็นเป็นระยะๆ ผมยังไม่เร่งต้องทำให้เธอติดใจ จะได้ไม่ต้องไปคิดถึงใคร ผมแช่ท่อนเอ็นบดปากทางเข้าของโสภา เคล้นคลึงสองเต้าอวบเหมาะมือคู่นั้น ขบเม้มหัวนมสีชมพูน่าดูดกินไม่หน่าย....


....และแล้วผมจึงเริ่มเปลี่ยนท่าผมถอนท่อนเอ็นยังแข็งโด่ออกจากปากร่องรูของ โสภา แล้วประกบกอดเข้าด้านหลัง ให้เธอนอนตระแคงมือข้างหนึ่งกอดเธอไว้เคล้าคลึงเต้านมยกขาเธอขึ้นข้างหนึ่ง สอดแท่งเอ็นเสียบเข้าไปจนสุดลำ ขยับซอยเน้นๆช้า สลับเร็ว มืออีกข้างหนึ่งลูบไล้ปุ่มกระสันต์ไปพร้อมกัน โสภาคนสวยทำท่าเสียวเป็นทวีคูณ เธอส่งเสียงร้องครางอย่างซาบซ่านหัวใจ ผมรู้ว่าถ้าซอยต่อไปเธอน้ำแตกอีกแน่ ผมต้องการให้เธอประทับใจในเกมสวาทต้องการจะน้ำแตกพร้อมกับเธอท่าสุนัขเป็น ท่าที่ผมชอบสุดพราะสอดเข้าลึกถึงใจเลยทีเดียว และสมารถบังคับการซอยกระแทกได้อย่างถนัดถนี่ ผมจึงพลิกตัวเธอให้นอนคว่ำลงแล้วดึงสะโพกเธอขึ้นโก้งโค้งและแล้วเมื่อผมสอด ใส่เข้าไปแล้ว ผมเริ่มซอยช้าสลับเร็วกระแทก กระทั้นอย่างสะใจ ยามนี้ผมตื่นเตลิดกับเสียงครางเสียวระงมของโสภา โอ้วววว....เยี่ยมมาก....เลย...พี่...สะใจ..โส...จัง...เลย...สะใจอะไรอย่าง นี้..... ผมเริ่มเร่งเครื่องเหนี่ยวสะโพกเข้ามาหาและสวนท่อนเอ็นของผมใส่ร่องรูของ โสภาอย่างเมามันไม่มีการปราณีต่อร่างเล็กๆของเมียสาวคราวลูก ที่ยามนี้เหมือนคนสิ้นแรงถูกผมอัดจนร่างลอยไปมา และแล้วน้ำรักของผมก็พุ่งกระฉูดฉีดเข้าสู่ร่องรูของเธอ ผมแช่ท่อนเอ็นพักเหนื่อยกอดจูบเมียคนสวย กอดรัดตัวสาวคราวลูกไว้แน่น สัมผัสแรงตอดรัดจากร่องรูอย่างซาบซ่าน ปากพร่ำรำพันถามเมียรักไม่หยุด เป็นไงบ้างโส ผัวคนนี้ทำให้มีความสุขไหมจ๊ะ เธอไม่ตอบหลับพริ้มหอบหายใจอย่างเหนื่อยหนัก........


...เราสองนอนก่ายกอดสุขสมในรสรักที่เราปรนเปรอให้แก่กัน กายสาวร่างน้อยที่นอนหายใจเบาๆอยู่ในอ้อมกอดของผม วงหน้าไร้เดียงสาน่าหลงใหลนิ่งสงบยามหลับน่าทะนุถนอมไม่หน่าย ผมกอดร่างของโสภาเมียรักแน่น ทั้งหวงและหลงใหลจนไม่อยากสูญเสียเธอให้ใคร ผมพร้อมจะปกป้องผู้หญิงของผมทุกคน ผมนอนมองไปบนเพดานห้อง เสียงหนังกางแปลงฉายหนังตลกเรียกเสียงหัวเราะยามยากของชาวบ้านยังแว่วมา หลับตาเถอะโสภา คนดี ในอ้อมแขนของพี่ จะไม่มีอะไรมาทำร้ายหรือพรากเธอไปจากอ้อมกอดนี้ได้............





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น