วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เดชแม่ยาย ตอนที่31 วันดวลเดือด ผู้ใหญ่-กำนัน





มาติดตามกันต่อครับ..........
ผมกลับมาบ้านร่วมๆ1ทุ่ม เจ๊เดือนจัดอาหารเย็นมาวางรอบนโต๊ะ ผมกับสร้อย นั่งกินด้วยกัน ระหว่างกินผมก้นั่งมองสร้อยไปก้มหน้ากินไป บางครั้งตาเรา ก็ประสานกัน "มองอะไรหนักหนา ไม่เคยเห็นหน้าฉันรึไง"สร้อยถามเขินๆ แหม มันเป็นคำถามเหมือนเมื่อ19ปีที่แล้วเลย ตอนที่ผมเอาแต่จ้องหน้าสร้อยตอน นั้น "ก็มองหน่อยไม่ได้รึ ทำเป็นเด็กๆไปได้" สร้อยไม่พูดอะไร ผมชวนคุยต่อ "สร้อย เจ้าคมเอาดีวีดี เรื่องใหม่มาให้ ไปดูด้วยกันไหม เรื่องโปรดของเธอกับฉันเลยนะ"สร้อยเคี้ยวข้าวหมดปากถามผ่านๆ"เรื่องอะไรล่ะ" เอาล่ะเข้าทาง แสดงว่าสนใจ "ผู้หญิงข้า...ใครอย่าแตะ" สร้อยยกน้ำดื่ม "นั่นนะเรื่องใหม่ล่าสุด บ้า หนังเก่าตั้งเกือบ20ปี "ผมขยับตัวรวบช้อนเมื่อกินอิ่มแล้ว "โธ่..สมัยนั้นน๊ะ เราเคยดูแต่หนังกลางแปลง ตอนนี้เป็น โฮมเธียเตอร์แล้ว ไม่อยากดูรึ"ผมเหล่มองวัดใจสร้อย"เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จ แล้วจะไปดูด้วย แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้ามีลูกไม้อะไรอีก แม่จะช๊อทให้หมดสภาพเลย"สร้อยลุกขึ้นช่วยเจ๊เดือนเก็บโต๊ะอาหาร ฮ่า ..ฮ่า..ฮ่า..เอาโว้ย..เล่นมาหลายทางแล้วคราวนี้เล่นนิ่นๆค่อยๆตะลอม ชักจะ ได้ผลว่ะ แหมสวรรค์รำไรมาใกล้แล้วเรา...
ผมมาอาบน้ำในห้องแล้วเปิดทีวีพลาสม่ารอสร้อยด้วยใจจดจ่อ ในที่สุดสร้อยก็มา เคาะประตู ผมเปิดรับสร้อยหันมาบอก "อย่าปิดประตูนะ"ผมแสร้งทำหน้าตายทั้งที่รู้สร้อยก็ยังไม่ไว้ใจ"เดี๋ยวยุง เข้า มันจะกัดเป็นไข้เลือดออกนะ กำลังระบาดอยู่ด้วย"สร้อยไม่ตอบผมก็ปิดประตูและ พาเธอมานั่งที่โซฟา ผมเปิดหนังให้เธอดู และชวนคุยถึงเรื่องราวที่ดำเนินไป แต่แปลกทำไมผมรู้สึกว่าดาราที่เล่นใน หนัง กลายเป็นผมกับสร้อยได้ไม่รู้ ตอนนั้นผมขี่จักรยานพาสร้อยไปดู มันเป็นหนัง กลางแปลง เธอนั่งดูแล้วร้องไห้สงสาร หลิวเต๋อหัว ที่ถูกถังแก๊ซ ทุ่มใส่หัว เลือดออกจมูกออกปากไม่หยุด "ดูสิ สร้อย ฉากนี้จำได้ไหม"ผมชี้ให้สร้อยดู"พอโดนถังแก๊ซทุ่มใส่หัวแล้วพระเอกมาแต่งงาน กันกับนางเอก แล้วหนีไปล้างแค้นให้ลูกพี่มัน นางเอกก็วิ่งตามจนตีนเลือดออก เธอสงสารนาง เอกร้องไห้น้ำตาใหลพรากเลย" สร้อยปาดน้าตาที่ซึมออกมาเพราะยังอินในหนัง หันมาพูดกับผม"ใช่...ถ้าพี่ยังไม่เอาแขนที่โอบไหล่ฉันออกล่ะก้อ พี่จะโดน ถังแก๊ซทุ่มใส่หัวเหมือนหลิวเต๋อหัวแน่..." ผมสะดุ้ง ยกแขนออกจากไหล่สร้อยทันที เอกูเผลอไปโอบตอนไหนว่ะ หนังจบลงอย่างสะเทือนใจเหมือนเมื่อ20ปีที่แล้ว ก็ มันเรื่องเดิมนะ ดูกี่ทีมันก็เหมือนเดิมแหล่ะ สร้อยลุกขึ้นทำท่าจะกลับห้อง "จะรีบไปไหน ดูอีกเรื่องไหม หนังใหม่จริงๆ ของเกาหลี เรื่อง นายหื่นตัวร้าย กับยายแสบจอมโหด สนุกน๊ะ พระเอกมันชอบนางเอกแต่นางเอกไม่เล่นด้วย ทีนี้พระเอกวางแผนมาปล้ำก็ถูกนางเอกเล่นกลับไปงอมทุกทีเลย"สร้อยส่าย หน้า"ไม่เอาแล้ว เล่นเองอยู่แทบทุกวันก็เบื่อแล้ว ฉันเองก็ ง่วงนอน ไปล่ะ.."สร้อยหาวลุกขึ้นบิดขี้เกียจ เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน...ผมตัดสินใจ เนื้อเดินมาถึงถ้ำเสือแล้วจะปล่อยกลับไปได้ อย่างไง วัดดวงกันหน่อย จะเจ็บตัวอีกทีก็ยอม ขอแค่ได้กอดบ้างก็ยังดี..
ผมรวบรวมความกล้ายืนขึ้น เดินเข้าไปกอดเอวสร้อยจากด้านหลัง"สร้อย...ถึงวันนี้เธอจะรังเกียดฉันแค่ไหน ถึงวันนี้เราจะอยู่ในฐานะอะไร แต่ขอให้รู้ไว้ว่าฉันยังรักเธอเสมอเหมือน เมื่อ20ปีก่อน ไม่ว่าฉันจะทำอะไรร้ายๆไว้กับเธอ แต่ทั้งหมดนั่น เพราะฉันรักเธอ ฉันรอเธอกลับมาตลอดเวลา แต่ไม่ได้นึกว่าเราจะกลับมาเจอกัน ในสภาพนี้ แต่ฉันก็ยังรักเธอเสมอ สร้อย เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันรักและคิดถึง"โอ้โฮ...กูพูดไปได้อย่างไงเนี๋ย แม่เอย..โคตรซึ้งเลย ความนิ่งเงียบเข้าครอบครุม ผมหลับตาไม่ครายวง แขน เตรียมตัวรับการตอบโต้เจ็บๆจากสร้อย แต่เอ..ทำไมสร้อยเงียบไปทุกอย่าง ในห้องราวมันหยุดเครื่อนไหว ได้ยินแม้นเสียงลมหายใจของเรา2คน.....
สร้อยตัวอ่อนอยู่ในอ้อมแขนผม รู้สึกถึงลมหายใจหนักๆ ผมรุกต่อทันที ผมไซร้ซอกคอเธอที่คอพับคออ่อนตามแรงกดจูบของผม แต่ผมก็ไม่วางใจกลังเจอลูก สวน แหมทั้งเสียวทั้งสุขประหลาดๆ แบบกล้าๆกลัวๆอารมณ์เหมือนตอนวัยรุ่นไม่ผิด เมื่อซุกไซร้จนแน่ใจว่าสร้อยมี อารมณ์ร่วมแล้ว ผมก็เลื่อนมือจากเอวค่อยๆล้วงเข้าไปใต้เสื้อสายเดี่ยวของ เธอบีบคลึงนมขยำเล่นอย่างมันมือ สร้อยบิดตัวเผยอปาก เงยหน้าผมประกบปากจูบแลกลิ้นทันทีแรกๆกลัวเธอจะกัดลิ้นแต่เห็นอาการไม่ตอบ โต้เลยกล้า ผมกอดจูบสร้อยจากด้านหลัง อารมณ์หวาดระแวงจากเดชแม่ยายตอนนี้ไม่เหลือแล้ว คิดแต่สวรรค์เบื้องหน้าที่ รออยู่ สวรรคืที่รอคอยมาแสนนาน บัดนี้อยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว ฮ่า..ฮ่า..ฮ่าพรัยเสียงโทรศัพย์มือถือผมก็ดังขึ้น...โธ่โว้ย....ใครโทรมา ว่ะ ผมทำไม่สนใจเดินหน้าซุกไซร้จู่โจมสร้อยต่อไป โอกาศที่จะทำกับสร้อย อย่างนี้ หาได้ง่ายๆที่ไหน แต่เสียงโทรศัพย์ยังเรียกไม่หยุด ผมเอื้อมไปคว้ามาจะปิดเครื่อง อ้าวโสภา โทรมานี่ ผมล่ะมือจากสร้อยที่ถอนหายใจเฮือก ทรุดลงนั่งที่โซฟา "โสภาหรอ...เป็นไงสบายดีไหม..."พอได้ยินผมพูดสายกับลูก สาว สร้อยชะงัก ลุกขึ้นเดินหนีออกไป ผมจะคว้าตัวไว้ก็ไม่ทัน โธ่....สวรรคืที่รอมาแสนนานหลุดลอยไปอย่างง่ายดายด้วยเสียงโรศัพย์ แล้วกู จะมีโอกาศอย่างงี้อีกเมื่อไหร่กันเล่านี่ โสภานะโสภา โทรตอนไหนไม่โทร ทำไมต้องมาโทรตอนนี้ด้วย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย แต่ ผมต้องจำใจรับสายเมียรักทั้งที่แสนเสียดายในการสูญเสียโอกาศเมื่อครู่ โสภา ถามถึงการเป็นอยู่และเรื่องราวที่บ้านหลังจากนั้นก็เล่าเรื่องที่เธอเจอที่ ญี่ปุ่น เมียสาวผมคุยเป็นชั่วโมง กว่าจะวางสาย รักน๊ะ...ผัวเฒ่า โสภา บอกลาขำๆ แต่ผมขำไม่ออก ผมมาล้มตัวลงบนที่นอน เฮ้อ........ผมถอนหายใจ เสียดาย โว้ย..............
ตัดฉากมาตอนเช้าของวันใหม่ทันที.......ผมนั่งดื่มกาแฟที่โต๊ะหินอ่อนเหมือน ทุกวัน สร้อยวันนี้ไม่ค่อยสบตาผม เธอเลี่ยงๆจะคุยด้วย แหมเมื่อคืนนึก แล้วเจ็บใจ แต่ภาษิตว่าอย่าเสียดายนมที่หก เราควรเริ่มต้นใหม่ เวลายังมี อีกเยอะ ค่อยๆตะลอมไป อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น ผมข่มใจดื่มกาแฟแล้วถอนหายใจ...แต่นึกๆมันก้อน่า เสีนดายน๊ะ.....จริงๆ....
เปลี่ยนฉากเปลี่ยนเวลามาช่วง4โมงเย็นอย่างไม่รอช้า....ที่หน้าสนามกีฬา ประจำจังหวัดวันนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คนเรือนหมื่น พวกเขามาเพื่อชมฟุตบอล คู่ประวัติศาสตร์ของจังหวัด ระหว่างทีมคู่รักคู่แค้น ที่มีประวัติฟาดฟันกันมาทั้งนอกและในสนาม บวกผู้ เล่นฝีเท้าระดับพระกาฬจากไทย-ลีก ฟุตบอลอาชืพของไทย ผมขับรถพาสร้อยเข้ามาหาที่จอดในบริเวณสนาม แต่เหลือบไป เห็นเจ้าคนให้นักฟุตบอลช่วยกันเข็นรถตามมาจอดข้างๆ ผมเดินไปด่ามัน"เฮ้ยรถ เสียทำไมไม่โทรบอก ทำงี้นักฟุตบอลกูจะเอาแรงที่ไหนไปสู้ทีมไอ้เม้งได้ ว่ะ"เจ้าคมลงมาจากรถท่าทางอิดโรย "ก็พี่ปิดมือถือทำไมเล่า" เออ..ใช่เมื่อคืนผมลืมชาร์ตแบต "เอาล่ะมาแล้วเข้าสนามไปพักผ่อนกัน ก่อน ถือว่าวอมส์ไปในตัวล่ะกัน แต่ก็มีรถบัสปรับอากาศแล่นมาจอดข้างๆ เมื่อประตูเปิดออก ไอ้กำนันเม้งก้าวลงมา ตามด้วยเหมยลี่และไอ้โค้ชฝรั่งไบรอัล ร็อบ สัน พร้อมนักฟุตบอลในชุดเสื้อวอมส์สวยสด
ไอ้กำนันปากหมาทักทันที"แค่รถเดินทางมาแข่งก็กินขาดแล้ว ชนะตั้งแต่ยังไม่ ได้ลงสนามเลย แหมดูแลนักกีฬาอย่างงี้ พวกมันยังเล่นให้อีกเนอะ"ผมหันไปเขก หัวเจ้าคม"มึงนะมึงไอ้วรนุช มึงทำให้ไอ้เม้งได้โอกาศดูถูกกูได้..."เจ้าคม ยกมือไหว้ขอโทษ"เฮ้ย...แหมกีฬาไม่ได้วัดที่ความหล่อเขาวัดกันที่ฝีมือ ไว้ ลงสนามค่อยมาคุยกัน" แต่ขณะเราคุยกันขบวนรถผู้ว่าก็มาจอด เพราะนัดชิงชนะเลิศครั้งนี้ ชิงถ้วยนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ท่านผู้ว่าเลยต้องมาเป็นประธารมอบถ้วยให้ ทีมชนะเลิศ ผู้ว่าก้าวลงจากรถ แต่เมื่อเห็นผมกับไอ้เม้ง ยืนคู่กันก็ชะงัก ถามอะไรกับนายอำเภอสักครู่ก็ทำหน้าตกใจ หันหลังจะกลับขึ้นรถ จนผู้ช่วย นายอำเภอและปลัดตลอดจนผู้มารับต้องช่วยกันดึงกันรั้งตัวไว้ และพาเข้าสนาม อย่างทุรักทุเล "ไม่เอา...ถ้าเรื่องเกี่ยวกับไอ้2คนนี่ผมไม่อยาก ยุ่ง ปล่อยผม...ผมอยากกลับบ้าน..." เสียงของผู้ว่าผมได้ยินไม่ถนัด ท่าทางแกคงยุ่งอะไรจะขอกลับบ้าน แต่พวก นั้นคงไม่ยอม.....น่าเห็นใจน๊ะเป็นคนของประชาชนก็อย่างงี้แหล่ะ เหมยลี่แอบโบกไม้โบกมือให้ผม ผมก็ยิ้ม ขยับหยักคิ้วให้ เสียงดังพวั๊ะ เมื่อผมถูกสร้อยตบกระบาล"แหม...ทำท่าไปได้ เกลียดพ่อแต่อยากจะล่อลูก เขา เดี๋ยวยัยภากลับมาจะฟ้องให้ตีหัวแบะเลย"ผมคล่ำหัวแล้วหันไปถาม หยอก"แล้วเรื่องเมื่อคืนจะฟ้องด้วยไหม" สร้อยมองตาขวางแต่หน้าแดง "บ้า" แล้วเดินเข้าสนามไป ผมเดินตามพูดล้อไล่หลัง...บ้า...
ตัดฉากมาในสนาม ผู้คนส่งเสียงเชียร์กันกระฮึ่ม บนที่นั่งประธารท่านผู้ว่า ทำท่าจะลุกกลับท่าเดียวจนผู้ช่วยและคนอื่นๆต้องคอยช่วยกันรั้งตัวท่าน ไว้ ท่าทางจะมีเรื่องด่วน ไอ้พวกนั้นก็น่าจะปล่อยๆท่านไป กว่าบอลจะแข่ง เสร็จท่านเสร็จธุระก็กลับมาทัน...พีธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลคู่ชิงชนะเลิศ ผ่านไปอย่างเรียบง่าย หลังแนะนำตัวนักฟุตบอลคู่ชิงและผู้สนับสนุนตลอดจนแขก ผู้มีเกียรติจนหมดเวลาแห่งการแข่งขันก็เริ่มขึ้น ทีมไอ้กำนันมาล้อมวงฟัง โค้ชตาน้ำข้าว ไบรอัล ร็อบสัน เอากระดานวาดเป็นรูปสนามฟุตบอล มีตัวเบี้ยหมากรุกกลมๆ2สีแปะติด โค้ชฝรั่งพูดฟุดฟิดฟอไฟร์ อธิบายวิธีเล่นกับนักฟุตบอล แหมฝรั่งสอนคมไทย มันจะเข้าใจอะไรพูดกันคนล่ะภาษา พวกนักฟุตบอลมันจะรู้เรื่องหรือ ท่าทาง พยักหน้างึกงักก็แค่ทำไป ผมหันมาทางเจ้าคม "เฮ้ยฝั่งเราไม่มีโค้ชหรอว่ะ "เจ้าคมหันมาตอบ"มีครับพี่ โค้ชตุ๊กปิยะพงค์ ผิวอ่อน แต่วันนี้มาไม่ได้ ครับ แม่ยายครอดลูก"ผมหน้าเสีย"อ้าวแล้วใครจะเป็นโค้ชล่ะ หรือมึงจะเป็น เอง ถ้าเป็นมึงแพ้ตั้งแต่ลงสนามแล้ว"เจ้าคมทำท่าน้อยใจ "โธ่พี่ดูถูกผมไป ได้ ผมเชิญครูชัยมาเป็นโค้ชแทนแล้วครับ"เจ้าคมเรียกครูชัยให้มาแนะนำตัว ผม เอครูชัยใส่แว่นหนาเตอะ ตัวเล็กๆท่าทางไม่เหมือนนักกีฬาเลย "แกเป็นครูสอน คณิชและวิทยาศาสตร์ครับพี่"ผมลมแทบจับ"มึงเอาครูสอนเลข-วิทย์มาแก้เกมส์ ฟุตบอล มึงเอาสมองส่วนไหนคิดว่ะ"เจ้าคมยกมือห้าม"อย่าพี่...กีฬาและวิทยา ศาสตร์เดี๋ยวนี้ต้องเดินไปด้วยกัน กำนันเม้งมันยังไม่รู้เราได้เปรียบ น่า"ผมส่ายหัว ถอนหายใจ.....และกรรมการก็เรียกนักฟุตบอลลงสูสนาม ผมไม่ถนัดเล่าเกี่ยวกับเกมส์ฟุตบอลเชิญท่านฟัง นักพาร์กประจำจังหวัดพาท์ก ให้ฟังล่ะกัน......
******"สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้อง....วันนี้ผม บิ๊กแจ๊ะ สาธร ทวีกาน ขอนำท่านมาชมการแข่งขันฟุตบอลคู่สำคัญ ระหว่างทีมบ้านยางขาว ที่สนับสนุนทีมโดยกำนันเม้งกับทีมบ้านนางรองซึ่งสนับสนุนทีมโดยผู้ใหญ่..*** เสียงปรบมือกับเสียงเฮดังสนั่น ไอ้เม้งลุกขึ้นโบกไม้โบกมือ ใครยิงได้กูให้ลูกล่ะหมื่น เสียงเฮดังสนั่น นักฟุตบอลมันตบมือดีใจในการอัดฉีด***...ครับทีมบ้านยางขาวมีผู้เล่นประกอบไป ด้วย..ผู้รักษาประตู กวิน ธรรมสัจจานนท์ กองหลัง สุรีย์ สุขขะ ณัฐ พร พันฤทธ์ ชลทิตย์ จันทคามและรังสรรค์ วิวัฒนไชยโชค กองกลางมีดัสกร ทองเหลา เทิดศักดิ์ ใจมั่น สุเชาร์ นุชนุ่ม และรณชัย รังสิโยส่วนคู่หน้า มีธีรศิลป์ แดงดา ยืนคู่ลีซอธีรเทพ วิโฌทัย ฝ่ายผู้เล่นบ้านนางรองทีมของผู้ใหญ่ มีผู้เล่นประกอบไปด้วย คู่กองหน้าคือ ภราดร ศรีชาพัน กับดนัยอุดมโชค ส่วนกองกลางมีสืบศักดิ์ ผันสืบ มนัส บุญจำนงส์ สมรักษ์ คำสิงห์และสามารถ พยัคฆ์อรุณ กองหลังมีเขาทราย-เขาค้อ กาแลคซี่ฝาแฝดยืนคู่กัน แบ็คสองข้างคือสมจิตร จงจอหอกับก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ ส่วนผู้รักษาประตูได้แก่ เทพ โพธิ์งามครับ....กรรมการภิรมย์ อั๋นประเสริฐ์ เป่านกหวีดเริ่มเกมส์แล้วครับ เกมส์ที่รอคอยเริ่มโดย ฝ่ายบ้านยางขาวเขี่ยบอลเริ่มเล่นก่อน ธีรศิลย์ได้บอลเลี้ยงหลบไปแล้วส่งให้ ธีรเทพ แล้วธีรเทพส่งให้ธีรศิลย์ แล้วธีรศิลย์ส่งกลับให้ธีรเทพ เล่นกันแค่2คนจนถึงหน้าประตูแล้วธีรศิลย์ ยิง เข้าไปแล้วเพียงนาทีแรก ทีมบ้านยางขาวออกนำไปแล้ว.....****เสียงเฮกึกก้องไอ้กำนันวิ่งเข้ามาทำหน้า ตาล้อเลียนผม "55555555...ไอ้ผู้ใหญ่โคตร..จอก แป้บเดียวนำแล้ว" ฮึ่มไว้เฮ้ทีหลังดังกว่า..***ตอนนี้เกมส์เป็นของบ้านยาง ขาวบุกใส่ฝ่ายเดียว และลูกนี้ธีรศิลย์ยิงเข้าไปอีกแล้ว....2-0บ้านยางขาวนำ ห่างบ้านนางรองไป...***ไอ้กำนันเม้งชูกำปั้นอย่างสะใจ เออเพิ่ง2ลูกเกมส์ เพิ่งเริ่ม เดี๋ยวเด็กกูก็เอาคืนได้...***..กลับมาที่สนาม...อ้าวลูกนี้ เขาทรายไปอัด ดัสกรล้มคว่ำในเขตโทษ เป็นจุดโทษแล้วครับ ลีซอ ธีรเทพ ยิงเองไม่เหลือครับทีมบ้านยางขาวนำไปไกล3-0แล้วครับ...***ผมนั่งหมด แรง ตายแล้วโดนยำเละเลย...ไอ้กำนันเม้งเต้นแซมบ้าเยาะเย้ย อยู่ข้างซุ้ม ม้านั่งสำรอง เกมส์ในสนาม ผู้เล่นทีมผมสะเปะสะปะถูกล่อหลอกอย่างกลับผู้ใหญ่เล่นกับเด็ก....***...แหม ใกล้หมดครึ่งแรกแล้วครับ...แต่บ้านยางขาวยังไม่พอ ธีรศิลย์ลากหลุดเดี่ยว เข้ามาแล้วยิงผ่านมือ ป๋าเทพ เข้าไปเป็น4-0นำห่างสุดกู่ก่อนหมดครึ่งแรกนี่เองครับ บ้านยางขาวท่าทางจะ เป็นแชมป์ แบบนอนมาแน่นอนครับ....และกรรมการเป่านกหวีดหมดครึ่งแรก พักกันสักครู่แล้ว มาชมทีมบ้านนางรองของผู้ใหญ่โดนยำโดยทีมบ้านยางขาวของกำนันเม้งต่อ ครับ.....***นักฟุตบอลทีมผมเดินเข้ามาล้นนั่งล้มนอนอย่างหมดสภาพ...ต่างจาก ของไอ้กำนันเม้งที่เฮฮาร่าเริงหัวเราะสนุกสนาน....
" เอาล่ะเล่นถูกใจเดี๋ยวเพิ่มให้ลูกล่ะหมื่นห้า ครึ่งหลังยิงเยอะๆเอาให้ ได้20-30ลูกยิ่งดี อย่าไปปราณีมันเอาให้จมดิน "ไอ้กำนันเม้งสั่งนักฟุตบอลมัน ขณะโค้ชฝรั่งมันก็สอนใหญ่ ไอ้กำนันเม้งหันมามองผมยกมือชู4นิ้วแล้วยิ้มเยาะหยักไหล่ ผมกัดกรามกรอด ....
"ไม่ไหวว่ะ แม่งไวชิบ"เสียงบ่นจากนักฟุตบอลของผม"โอ้ยกว่าจะจบไม่โดนเป็น10รึ"อีกคน ว่า"แย่เลยจะเอาอะไรไปสู้มันได้"แล้วบรรยากาศแห่งความหดหู่ก็ครอบครุมทีมของ ผม ทุกคนบ่นบ้าง คุยบ้าง ถึงความพ่ายแพ้ที่จะมาเยือน "หยุด...ทุกคน...เรายังไม่แพ้..."ผม ตะโกนบอกทุกคน"สงครามยังไม่จบ...อย่าเพิ่งนับศพทหาร...เรายังมีโอกาศ มัน ยิงเราได้ เราก็ต้องยิงมันได้ เราเป็นแชมป์มาตั้ง8สมัย จนบางคนแก่ แล้ว เรายังเป็นได้ ออกไปสู้ใหม่ให้มันรู้จักพวกเราว่าเรามีเกีย รตฺมีศักดิ์ศรี ไม่ได้มีแต่สักขาวดำ" ครูชัยที่นั่งเงียบมานาน นำไวส์บอร์ดออกมาเขียน"ใช่แล้ว M=mcยกกำลัง2 ตามหลักวิทยาศาสตร์และฟิสิกษ์ของความน่าจะเป็นเรามีโอกาศกลับ มาชนะได้ใน1ส่วน1000ของการคำนวน ซึ่งหมายความว่าเราจะกลับมาชนะได้ต้อง อาศัยป่าฏิหารย์ ฉะนั้นทุกคนต้องสู้และมั่นใจว่าจะชนะเวลาบุกเข้ายิงเขาให้ ได้ เวลาเขาบุกกลับมาอย่าให้เขายิงได้ และยิงประตูให้มากกว่าที่เขายิงเรา โอ กาศชนะและเกิดปาฎิหารย์จะมี"เป็นการแก้เกมส์ที่ไม่มีโค้ชคนใดในโลกคิดออก โอ้ครูชัย....โคตรอัฉริยะเลย....
กรรมการเป่านกหวีดเรียกนักกีฬาทั้ง2ฝ่ายลงสนาม ผมปรกมือเรียกความฮึกเฮิม ขวัญและกำลังใจให้เด็กๆของผมลงไปสู้กับเด็กๆของไอ้กำนันเม้งในสภาพเป็นรอง สุดกู่...ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ที่ต้องฝากความหวังไว้กับคนอื่น ผมหวังว่า เด็กของผมจะฮึดและสร้างปาฎิหารย์สยบเสียงหัวเราะเยาะจากไอ้กำนันเม้งลง ได้..สู้เขาลูกๆอย่าให้พ่อขายหน้าน๊ะ สร้างปาฎิหารย์รักษาหน้าพ่อหน่อย .....แต่จะสู้ได้รึไม่ ....ต้องติดตามตอนต่อไป..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น