"ผมคงทำอะไรไม่ได้หรอก" เมฆตอบขำๆ "ผมก็คงต้องทนดมกลิ่มเหม็นๆไปกับคุณ"
"สมน้ำหน้า อยากเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ" เมยานีพูดแล้วล้มตัวนอนบนเตียงเหมือนเดิม
"ผมเลือกไม่ได้นี่ มันเข้ามาเอง" เมฆพูด "แต่ผมยืนยันว่าคุณรีบไปอาบน้ำดีกว่า ผมเริ่มได้กลิ่นเต่าคุณแล้ว"
เมยานีหน้าแดงแล้วแดงอีก
"อาบก็ได้ อยากดูก็ดูไป ใครแอบดูขอให้ตาเป็นกุ้งยิง"
เมฆหัวเราะ
"ก็ดี ผมเป็นตากุ้งยิง คุณก็เป็นตากุ้งยิง คราวนี้ได้ขายหน้ากันไปทั้งบางล่ะ ชาวบ้านคงลือกันให้แซ่ดว่า เมยานีคนสวยไปแอบทำอะไรมาหนอ ตาหล่อนถึงเป็นกุ้งยิง"
เมยานีทั้งโกรธทั้งขำ เธอคงจะเถียงเอาชนะเขาไม่ได้แล้ว ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว หญิงสาวตัดสินใจถอดเสื้อผ้าตัวเองจนเปลือยเปล่าขาวโพลนแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำ
แล้วหญิงสาวก็นอนแช่ในอ่างน้ำด้วยความตะขิดตะขวงใจ
"อาา ชื่นใจดีเหลือเกิน" เมฆร้องออกมาอย่างสุขใจ
"อยู่เงียบๆ ฉันกำลังพยายามจะลืมคุณ" เมยานีพูด
"ทำไมต้องพยายามจะลืมผม" เมฆแปลกใจ
"ก็ฉันอายนี่"
"โอ๊ย ไม่ต้องอายหรอก ผมเองก็ไม่อยากจะมองร่างคุณนักหรอก"
"อย่าแกล้งทำเป็นคนดีไปหน่อยเลย"
"ผมไม่ได้แกล้งทำเป็นคนดี แต่ผมไม่อยากมองจริงๆ หุ่นคุณแม่งโคตรสวยเลย ผมเห็นแล้วอยากจะเย็ด แต่ผมเย็ดไม่ได้" เมฆพูดอย่างหงุดหงิด
เมยานีรู้สึกในตัวร้อนรุ่มขึ้นจริงๆ ใบหน้างามของเธอแดงซ่าน..
จริงด้วย เขาไม่ได้โกหก เขาคงมีอารมณ์จริงๆ เขามีอารมณ์เธอก็มีอารมณ์ หญิงสาวมองทรวงอกอวบใหญ่ของตัวเอง
"อูยยย ขาวชะมัดเลย ซี๊ดดดสสส เสียวจริงๆเลย" เมฆร้องครางออกมา "รีบๆอาบให้เสร็จเถอะคุณ"
เมยานีรู้สึกว่าความร้อนรุ่มในตัวเองมันมากขึ้นทุกนาที หญิงสาวรีบถูสบู่ตามเนื้อตัวเพื่อให้เสร็จเร็วๆ จะได้ออกไปให้พ้นสถานการณ์นี้ แล้วเธอก็รีบใช้ฝักบัวล้างสบู่ออก
หลังจากอาบน้ำเสร็จอย่างรวดเร็วชนิดทำลายสถิติของตัวเอง หญิงสาวก็ทำท่าจะลุกขึ้น
"อย่าเพิ่งลุก" เมฆร้องห้าม
"ทำไม"
"มีคนแอบดูคุณ" เมฆพูด
"แอบดูฉัน" เมยานีร้องอย่างตกใจ เธอหดตัวกลับไปในอ่างทันที
"ไม่ต้องตื่นเต้น ทำเป็นนอนแช่น้ำต่อไป อย่าหันไปมอง" เมฆพูด
"ใครแอบดูฉัน"
"เด็กผู้ชายสี่คน เพื่อนลูกเลี้ยงคุณน่ะ"
"แอบอยู่ตรงไหน"
"ที่ประตู ถ้าคุณชำเลืองดูคุณจะเห็นประตูแง้มอยู่ เขาแอบดูอยู่ตรงนั้น มันแง้มเป็นช่องเล็กๆ"
"เป็นไปได้ไง ฉันแน่ใจว่ากดล็อคประตูแล้ว"
"เขามีกุญแจ"
"เป็นไปไม่ได้ กุญแจห้องทั้งหมดอยู่ที่ฉัน เด็กพวกนั้นจะมีได้ไง"
"ยากอะไร ช่างกุญแจที่ไหนก็ทำได้ คงเป็นฝีมือลูกเลี้ยงคุณน่ะแหละ"
เมยานีตะลึง
"น้องแพรแอบทำกูญแจให้เพื่อนมาแอบดูฉันเหรอ" เมยานีโมโหสุดขีด "แพรทำอย่างนี้ได้ไง ถึจะเกลียดฉันยังไง แต่ฉันก็เป็นเมียของพ่อเธอ ไม่รู้หรือว่าทำแบบนี้มันเสียหายไปถึงพ่อเธอด้วย"
"ยังยืนยันจะไม่ให้ผมยุ่งกับครอบครัวคุณอีกไหม?" เมฆถาม
วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568
แฝงร่างฝังสวาท 10 ร้ายกว่าที่คิด
วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568
แฝงร่างฝังสวาท 6 ปริศนา 3 ศพ
ไลลานึกถึงศพทั้งสาม เธอรู้จักทุกคน พวกมันเป็นพวกแก๊งอุ้มฆ่า หัวหน้าแก๊งคือนายเมฆหรือเสือเมฆ แก๊งนี้จะจับตัวคนรวยๆ พวกพ่อค้า นักการเมือง ข้าราชการ หรือแม้แต่คนมีสีด้วยกันก็ไม่เว้น ปกติมันจะจับตัวเหยื่อตามใบสั่งของลูกค้า แต่บางทีก็เป็นจับเพื่อเรียกค่าไถ่หรือรีดเงินเอาดื้อๆแล้วแต่กรณีไป
ความอำมหิตของแก๊งเมฆไม่ต้องพูดถึง เหยื่อบางคนถูกอุ้มหายไปโดยไม่มีใครเห็นตัวอีกเลย เมฆลอยนวลอยู่ได้เพราะมันเป็นบุคคลปริศนา ไม่มีใครเคยเห็นตัวจริงของมัน ไลลาแฝงตัวเข้าไปได้โดยอาศัยการช่วยเหลือจากสายของตำรวจที่คลุกคลีอยู่ในวงการอาชญากรรมมาหลายสิบปีคนหนึ่ง ถึงกระนั้นไลลายังต้องใช้เวลาถึงแปดเดือนกว่าจะเข้าถึงตัวของเมฆ
หลังจากคลุกคลีอยู่ระยะหนึ่ง ไลลาก็พบว่าแก๊งนี้ทำงานซับซ้อนกว่าที่ใครในสำนักงานตำรวจจะคิดถึง เมฆมีลูกน้องอยู่เท่าไหร่ไม่มีใครทราบ แม้แต่ไลลาที่ใกล้ชิดกับเมฆขนาดนั้นยังไม่รู้ ภารกิจของเขาแต่ละครั้งจะใช้ลูกน้องเป็นกลุ่มๆมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป เมื่อเสร็จงานแต่ละครั้ง เขาก็จะเปลี่ยนลูกน้องไปเรื่อย ไลลาคาคว่าบางทีพวกนั้นอาจจะไม่ใช่คนในแก๊งของเมฆโดยตรง แต่อาจจะเป็นการจ้างคนของแก๊งอื่นๆให้รับงานต่อจากเขาอีกที นั่นแสดงถึงการมีคอนเน็กชั่นที่กว้างขวางของเขา และความสามารถในการบริหารคน ทำให้เมฆปฎิบัติภารกิจหลายๆอย่างได้พร้อมกันโดยที่ไม่มีใครทราบเลยว่าเป็นฝีมือของเขา
ไลลาทำงานขึ้นต้นสำเร็จ เธอสามารถรวบรวมหลักฐานและสามารถให้เบาะแสเพื่อจับกุมเมฆเมื่อไรก็ได้ถ้าหัวหน้าของเธอต้องการ แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ได้ทำอย่างนั้นเพราะเธอสืบพบว่าเมฆไม่ได้เป็นตัวหัวหน้าใหญ่จริงๆ มีคนมีสีมากบารมีอีกคนคอยปกป้องคุ้มครองและช่วยกลบเหลื่อนหลักฐานให้เมฆอีกชั้นหนึ่ง ทางสำนักงานตำรวจจึงเปลี่ยนแผนให้เธอฝังตัวต่อไปเพื่อหาหลักฐานจับกุมคนมีสีนั้น ไลลาเกือบจะทำสำเร็จแล้วแต่พลาดในช่วงสุดท้าย
ตอนนั้นเมฆจับตัวผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของกิจการร้านขายเครื่องไฟฟ้า กิจการของเธอใหญ่โตมีหลายสาขา หลายจังหวัด เพราะถูกก่อตั้งมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เมฆบังคับให้เหยื่อรายนี้ไปกด atm เพื่อรีดเอาเงินสดออกมาใช้ หญิงสาวนั้นยอมทำตามทำให้เมฆได้เงินมาหลายแสนบาท แต่เมื่อเมฆบังคับให้เธอเขียนเช็คเพื่อรีดเงินก้อนใหญ่มาอีกเป็นหลักล้าน เธอไม่ยอม เมฆจึงแสดงความโหดร้ายออกมาให้ไลลาเห็นเป็นครั้งแรก
ผู้หญิงเคราะห์ร้ายคนนั้นเป็นคนสวย นอกจากสวยแล้วเธอยังดูดีมีราศรีของสาวไฮโซ ผิวพรรณขาวนวลเนียนละเอียดน่าดูไปเสียทุกส่วน เมฆจับเธอแก้ผ้าจนล่อนจ้อนต่อหน้าลูกน้องซึ่งยืนกันอยู่เป็นสิบๆคน เขาขู่จะให้ลูกน้องรุมข่มขืนเธอถ้ายังไม่ยอมเชียนเช็ค ผู้หญิงคนนั้นเสียดายเงินที่อุดส่าห์หามาเป็นเวลานานจึงไม่ยอมเขียนเช็คให้ เมฆจึงข่มขืนเธอจริงๆ เขาข่มขืนเสร็จแล้วก็ให้ลูกน้องมารุมข่มขืน เธอโดนพวกมันรุมเย็ดทั้งด้านหน้าด้านหลังแต่ก็ใจเด็ดไม่ยอมเขียนเช็ค
ในที่สุดเมฆก็แสดงสันดานโหดร้ายด้วยการเอากระบองไฟฟ้ามาช๊อตตามร่างเธอ ไลลาอยู่ในที่นั้นด้วย เธอเห็นผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ตอนเริ่มโดนข่มขืนแล้ว ไลลาไม่กล้าช่วยผู้หญิงในตอนนั้นเพราะเหตุผลสองประการ
ประการแรกภารกิจของเธอยังไม่เสร็จ
ประการที่สองเธอตัวคนเดียวต่อให้เข้าไปช่วยก็ช่วยไม่ได้
ไลลาได้แต่ยืนมองมันใช้กระบองไฟฟ้าจี้ตั้งแต่แขน ขา ทรวงอก ไปทั่วๆ ผู้หญิงสวยคนนั้นทนเจ็บไม่ไหว ที่สุดเธอก็ยอมรับที่จะเขียนเช็ค แต่เมฆเหมือนจะระงับสันดานดิบไว้ไม่อยู่ เขาทรมานเธอต่อไปอย่างเมามันส์ ผู้หญิงสวยนั้นดิ้นทุรนทุรายพยายามถอยหนี แต่ทำไม่ได้เพราะเธอถูกมัดไว้ ในที่สุดเมฆมันเอากระบองไฟฟ้ายัดเข้าไปในอวัยวะเพศ ถึงตอนนี้ไลลาทนไม่ได้อีกต่อไป สภาพของเหยื่อรายนี้อ่อนล้าเต็มทน ถ้าขืนให้เขาเปิดสวิทช์ช๊อตอวัยวะเพศเธออาจจะขาดใจตายไปเลยก็ได้
ไลลาเป็นตำรวจ มีจิตสำนึก มีจริยธรรม ถ้าปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ตายไปต่อหน้า เธอก็ไม่ใช่ตำรวจแล้ว แต่เป็นคนใจดำอำมหิตอีกคนหนึ่ง ไลลาตัดสินใจออกมาห้ามเขาไว้ มันเป็นการกระทำที่กล้าบ้าบิ่น เพราะทุกคนรู้ว่ายามที่เมฆกำลังสนุกกับการทรมานเหยื่อเขาจะไม่ยอมให้ใครมาสอดแทรกทั้งสิ้น หากใครทำแบบนั้นจะโดนลงโทษอย่างหนัก แต่คราวนี้เขาทำให้ทุกคนแปลกใจด้วยการหยุดการกระทำที่โหดเหี้ยมตามคำวิงวอนของไลลา
แม้จะได้เงินมามหาศาลแต่เมฆก็ไม่ยอมปล่อยตัวผู้หญิงคนนั้น ไลลาทนเห็นสาวเคราะห์ร้ายทรมานปางตายไม่ได้ เธอตัดสินใจช่วยผู้หญิงคนนั้นออกไป แม้เมฆจับไม่ได้ว่าใครเป็นคนปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป แต่ไลลากลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่สุด ทว่าแทบจะไม่มีใครกล้ากล่าวหาเธอตรงๆ เพราะทุกคนรู้แล้วว่าเมฆมีใจให้ไลลา!
ไลลารู้ว่าถ้าเธออยู่ต่อไปก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก เพราะเธอถูกพวกลูกน้องของเขาจับตาตลอดเวลา ไหวพริบในการประเมินสถานการณ์ และการตัดสินใจที่เด็ดขาวฉับพลันของไลลาโดดเด่นเป็นหนึ่งไม่มีสอง หญิงสาวตัดสินใจถอนตัวออกจากแก๊งเสือเมฆ แล้วส่งสัญญาณให้หัวหน้ากวาดล้างแก๊งเสือเมฆทันที นั่นเป็นที่มาของการไล่ยิงกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านระหว่างตำรวจกับแก๊งอุ้มฆ่าแก๊งนี้
ด้วยกำลังที่เหนือกว่าแถมปฎิบัติการแบบฉับไวไม่ปล่อยให้ฝ่ายผู้ร้ายตั้งตัว ทำให้เสือเมฆเพลี่ยงพล้ำเสียหายยับเยิน สมุนบางส่วนถูกยิงตาย บางส่วนโดนจับ บางส่วนก็วิ่งหนีกันแตกกระจายไปคนละทิศละทาง ด้านเสือเมฆเองก็พาคนสนิทขับรถหนีการไล่ล่าจนมาประสบอุบัติเหตุตายไปในครั้งนี้เอง
และนี่เป็นที่มาที่ไลลาถูกพวกมันเรียกว่าเป็น "คนทรยศ"
สำหรับศพทั้งสามที่เธอเปิดผ้าดูนั้น ศพแรกเป็นผู้ชายหน้าตาดุร้ายผิวดำคล้ำอายุประมาณห้าสิบเศษๆ เขาเป็นลูกน้องคนสนิทของเมฆมีชื่อสั้นๆว่า “คำ” หรือ “ลุงคำ”
ศพที่สองเป็นผู้หญิงชื่อ “แอน” เป็นคู่ขาของเมฆ และเป็นคู่กัดของไลลา แอนไม่ชอบหน้าไลลาตั้งแต่แรกเพราะคิดว่า ไลลา จะมาแย่งชิงเมฆไปจากเธอ ตอนที่สาวไฮโซหลบหนีไป แอนเป็นคนเดียวที่กล้ากล่าวหาไลลาว่าเป็นคนปล่อย แต่เมฆไม่เชื่อและตบปากแอน นั่นเป็นเหตุที่ทำให้แอนโกรธแค้นไลลามากที่สุด
ศพสุดท้ายก็คือ เมฆ หัวหน้าแก๊งจอมโหดนั่นเอง
ไลลาคิดว่า ถ้าคนที่เข้ามาอยู่ในตัวเธอคือเสือเมฆจริงๆ เธอคงจะต้องเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสเพราะแรงอาฆาตของมันแน่ๆ
ขนาดผู้หญิงที่ไม่มีความแค้นอะไรกับมันยังถูกเมฆทรมานจนปางตาย แล้วเธอที่เป็นคนทรยศจะไม่เจ็บปวดทรมานมากมายหลายเท่าหรือ?
ตำรวจสาวที่หยิ่งทระนงเชื่อมั่นตัวเองว่าฉลาดที่สุด มีไหวพริบแพรวพราวที่สุด จะหาทางเอาตัวรอดได้ยังไง ในเมื่อเสือเมฆมันฝังวิญญาณอยู่กับร่างเธอจนแทบจะเป็นหนอนเกาะกระดูกแบบนี้!
วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568
แฝงร่างฝังสวาท 5 ยอมให้ยึดร่าง
"ถ่างขาโชว์แบบนี้เสียวดีใช่มั้ยล่ะ" เสียงลึกลับนั้นพูดกับเมยานี
"ไม่..ฉันไม่เสียว" เมยานีตอบ
"ไม่ได้ไง คุณขมิบหีไปหลายทีแล้ว" เสียงลึกลับนั้นพูดแล้วก็หัวเราะ "อูยยย ไอ้คนขับรถคุณมันจ้องหีคุณตาแทบจะหลุดออกมาแล้ว นี่มันแทบไม่มองทางแล้วนะเนี่ย ไอ้ห่าเอ๊ยเงี่ยนจนลืมตัว เดี๋ยวก็ตายกันอีกรอบ"
เมยานีพยายามหุบขาแต่ทำไม่ได้
"เปิดหนังสือพิมพ์บ้างซิคุณ เดี๋ยวมันก็รู้ว่าคุณจงใจโชว์กางเกงในให้มันดูหรอก" เสียงนั้นพูดขำๆ
เมยานีทำเป็นเปิดหนังสือพิมพ์เพื่อไม่ให้นายเทียนจับได้
"เอ..คุณก็ทำเนียนดีเหมือนกันนะเนี่ย" เขาหัวเราะชอบใจ
"คุณเป็นใคร" เมยานีถามซ้ำเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว
แต่ชายลึกลับนั้นไม่สนใจคำถามของเธอ เขายังสนุกกับการบังคับให้ผู้หญิงแสนสวยคนนี้ทำสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเขาต่อไป
"ถอดกางเกงออกให้มันดูหีคุณเลยดีกว่า"
"อย่า..อย่านะ" เมยานีร้องอย่างขวัญเสีย
"คุณไม่ถอดงั้นผมถอดให้" เสียงนั้นร้องอย่างเริงร่า
"อย่า...อย่า...คุณต้องการอะไร คุณต้องการอะไรฉันยอมแล้ว..ฉันยอมทุกอย่าง ฉันยอมคุณแล้ว"
เมยานีร้องไห้ แต่อาการร่ำร้องนั้นสำแดงอยู่ในห้วงความคิดของเธอเท่านั้น มันหาได้มีอากัปกิริยาแสดงออกมาจริงๆไม่ นายเทียนคนขับรถจึงไม่สามารถรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างของเจ้านายสาว มันยังเพลิดเพลินกับการจ้องดูโคกหีของเมยานีต่อไป
"อูยยยย โคกแม่งอูมน่าเย็ดชิบหาย อยากจะเอาควยออกมาชักว่าวจริงๆเลย" ไอ้คนขับรถจอมหื่นคิด แต่มันไม่กล้าทำจริงๆหรอก ถึงจะหื่นแต่มันก็มีสติพอจะคิดได้ว่าขืนเอาควยออกมามีหวังตกงานในทันที มันได้แต่พยายามจำภาพกางเกงในเธอไว้เพื่อกลับไปช่วยตัวเองในตอนกลางคืน
"คุณยอมผมจริงๆใช่มั้ย" เสียงลึกลับนั้นถามเมยานี
"ใช่..ใช่...ฉันยอมจริงๆ...อย่าถอดกางในฉันเลย..ฉันอายคนขับรถ" เมยานีวิงวอน
"ถ้าคุณยอม คุณต้องปล่อยให้ผมควบคุมร่างกายคุณ ห้ามขัดขืนผมอีก" เขายื่นคำขาด
เมยานีหน้าซีดขาว
"แล้วฉันจะไม่มีสิทธิในร่างกายฉันเลยหรือ"
"ผมไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก ผมจะปล่อยให้คุณใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ คุณไปทำงาน ไปเที่ยว ไปช็อปปิ้ง หรือเล่นกีฬาได้ตามที่คุณเคยทำ ผมจะควบคุมร่างคุณเป็นบางครั้งเท่านั้น แต่เมื่อผมจะทำคุณห้ามขัดขืน"
"ตกลง" เมยานีคิดว่ายังไงตอนนี้ก็ต้องตอบรับมันไปก่อน ไม่งั้นมันบังคับให้เธอโชว์หีให้คนขับรถดูแน่ "คุณเป็นใคร" เธอถามซ้ำ
"คุณนี่อยากรู้ไม่เลิกเลยนะ"
"คุณมาอยู่ในร่างฉัน ฉันควรจะรู้จักคุณบ้างไม่ใช่หรือ"
"ผมไม่แน่ใจว่าควรจะบอกคุณตอนนี้รึเปล่า"
"งั้นฉันจะเรียกคุณว่าไง"
"ผมชือเมฆ คุณเรียกผมว่าเมฆละกัน"
"คุณจะใช้ร่างฉันทำอะไร" เมยานีเต็มไปด้วยความหวาดกลัวผสมความวิตกกังวล
"ผมยังไม่รู้ เอาละตอนนี้ผมจะคืนร่างให้คุณเพื่อแสดงความจริงใจของผม"
เมยานีรู้สึกว่าร่างกายกลับมาอยู่ในการควบคุมของเธอแล้วจริงๆ เธอรีบวางหนังสือพิมพ์แล้วเลื่อนกลับมานั่งตรงริมหน้าต่าง นายเทียนคนขับรถเห็นหญิงสาววางหนังสือพิมพ์รีบเบือนหน้ากลับมามองทางตามเดิม
"แม่งเอ๊ย กำลังมองเพลินๆ ไม่น่าเลิกอ่านหนังสือเล๊ยคุณเมย์" นายเทียนนึกอย่างเสียดาย
ชายลึกลับไม่ได้พูดกับเมยานีอีก หญิงสาวก็ไม่ชวนเขาคุยเช่นกัน ในใจของหญิงสาวเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นด้วยไม่รู้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับเธอเมื่อมีคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในร่างแบบนี้ แต่เมยานีไม่ใช่ผู้หญิงที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เธอยอมรับปากมันก็เป็นเพียงการยอมชั่วคราวเท่านั้น เธอจะต้องหาทางเอามันออกไปให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568
แฝงร่างฝังสวาท 3 ตำรวจสาวขวัญผวา
ร้อยตำรวจตรีหญิงไลลาขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นตำรวจคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ เขายกมือวันทยหัตถ์ทำความเคารพเมื่อเห็นว่าเป็นเธอ
"เป็นยังไงบ้างจ่า" หมวดไลลาเอ่ยถาม
"เสียชีวิตหมดทุกคนครับ" จ่าเข้มตอบ
"ตายหมดเลยหรือ" หมวดไลลาอุทานอย่างตกใจ
หมวดสาวรีบขับหาที่จอดรถแล้วลงมาดูเหตุการณ์ จ่าเข้มพาเธอไปที่รถเก๋งสีแดง ไลลาเห็นมันพังยับเยิน ด้านข้างวางศพที่ถูกคลุมด้วยผ้าวางเรียงกันไปสามคน ไลลาขมวดคิ้วแสดงถึงความเครียดที่บังเกิดขึ้น
"ตายพร้อมกันหมดเลยหรือ" ไลลาถาม
"ครับ สองคนตายคาที่ อีกคนทนพิษบาดแผลไม่ไหว เพิ่งตายไปเมื่อครู่นี้เอง" จ่าเข้มรายงาน
"มันยิงสู้รึเปล่า" ไลลาถาม
"มันยิงตอนแรกๆครับ แต่พอขึ้นรถก็ไม่ได้ตอบโต้แล้ว เร่งขับหนีกันอย่างเดียว"
"ถ้างั้นมันก็ตายเพราะอุบัติเหตุจริงๆ ไม่ได้ตายเพราะถูกพวกเรายิง"
"ถูกต้องครับ"
"ทำไมมันถึงหยุดยิงตอบโต้ เพราะกระสุนหมดหรือเปล่า" ไลลาถาม
"เปล่าครับ ปืนพวกมันยังมีกระสุนอยู่ทุกกระบอก"
"อืมมม" ไลลาพึมพำ หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็ถามต่อ "ฝ่ายเรามีใครเป็นอะไรบ้าง"
"ปลอดภัยหมดครับ"
"ขอบใจ ตอนนี้จ่าไปโบกรถต่อได้แล้ว ฉันจะตรวจสอบอะไรอีกนิดหน่อย" หมวดสาวสั่ง
"ครับผม" จ่าเข้มรับคำ แล้วเดินกลับไปโบกรถต่อทิ้งให้หมวดสาวอยู่กับศพทั้งสามตามลำพัง
ไลลาทรุดตัวนั่งลงข้างศพทั้งสาม เธอเปิดผ้าดูใบหน้าผู้ตายทีล่ะคน ศพสุดท้ายเป็นชายหนุ่ม ใบหน้าหล่อคมสัน แต่ผิวค่อนข้างคล้ำ นี่เป็นศพเดียวที่ไม่มีเลือดเปรอะใบหน้าและศีรษะ เมื่อนอนหลับตาแบบนี้จึงดูเหมือนเขานอนหลับสนิทอยู่เท่านั้น ไม่เหมือนกับเสียชีวิตเลย
ไลลามองศพนั้นอย่างเหม่อลอย คิดไม่ถึงว่าเขาจะเสียชีวิตง่ายดายอย่างนี้
"เฮ้ย" อยู่ๆหมวดสาวก็อุทานเสียงดัง ศพนั้นลืมตาขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
"ไอ้บ้าเอ๊ย" ไลลาผรุสวาท ถอนหายใจแรงๆ เธอเห็นศพนั้นมองเธอด้วยดวงตาที่แสดงความอาฆาต หญิงสาวใจเต้นระทึกรีบเอามือลูบปิดตามัน ก่อนจะเปิดผ้าดูสภาพศพท่อนล่าง เห็นเลือดเปรอะเต็มไปหมด ขาดูเหมือนจะหักเป็นหลายท่อนเพราะมันบิดผิดรูปไปมาก เธอไม่เห็นรอยกระสุนใดๆจากศพนี้และศพก่อนหน้า แสดงว่าพวกมันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจริงๆ
"อย่าตามจองเวรกันเลยนะ ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่" ไลลาเอ่ยกับศพนั้นก่อนจะดึงผ้าขึ้นปิดคลุมจนถึงศีรษะเหมือนเดิม หมวดสาวลุกขึ้นยืนแล้วอยู่ๆเธอก็รู้สึกหน้ามืด ร่างงามเซถลาแล้วล้มลงไปเฉยๆ
"หมวด"
เสียงจ่าเข้มร้องอย่างตกใจ เขารีบวิ่งกลับมาหาหมวดไลลา
"หมวดไลลา หมวดไลลา" จ่าเข้มประคองศีรษะเธอขึ้นพร้อมกับส่งเสียงเรียกหลายๆครั้ง เขาเห็นหมวดสาวลืมตาค้างอย่างแปลกประหลาด มันไม่น่าจะเป็นอาการของคนเป็นลมเลย "หมวดเป็นอะไรรึเปล่า เห็นผมมั้ย" จ่าเข้มร้องถามอย่างร้อนใจ
"มีอะไรหรือจ่าเข้ม" ตำรวจอีกคนวิ่งมาดู
"หมวดไลลาครับ อยู่ๆเธอก็เป็นลมไปเฉยๆ" จ่าเข้มเอ่ย
ทันใดนั้นหมวดไลลาก็สะบัดหัว พร้อมกับลุกขึ้นนั่ง จับศีรษะตัวเอง
"โอย" เธอร้องออกมาเบาๆ
"หมวดเป็นอะไรไปรึเปล่า" ตำรวจที่วิ่งมาดูเอ่ยถาม
"ผู้กอง” ไลลาเงยหน้าขึ้นดู “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่หน้ามืดไปหน่อย" ไลลาเอ่ยตอบ
หญิงสาวลุกขึ้นยืน "สงสัยอดนอนมากไปน่ะค่ะ คงต้องขอตัวกลับก่อนแล้วละ"
"แล้วจะขับรถกลับไหวมั้ยเนี่ย ให้ผมไปส่งมั้ย"
"ไม่เป็นไรค่ะ" หญิงสาวรีบพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน
“หน้าคุณซีดไปหมดเลยนะ” ผู้กองคนนั้นตั้งข้อสังเกต
"ตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ ไม่เป็นไรจริงๆ"
หญิงสาวรีบขอตัวเดินกลับไปที่รถ ไม่มีใครรู้ว่าระหว่างที่เธอล้มลงไปนั้น ร่างกายเธอเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่มีใครคาดฝันมาก่อน
"แกเป็นใคร" หมวดสาวเอ่ยถามทันทีที่เข้ามานั่งอยู่ในรถ แม้จะมีจิตใจที่เข้มแข็งแต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันน่ากลัวจนเธอรับไม่ได้ หญิงสาวเรู้สึกหวาดหวั่นขวัญผวา ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ไอ้จ่าคนเมื่อกี๊มันแอบจับนมนมคุณ คุณรู้มั้ย"
"แกเป็นใคร" หมวดสาวถามซ้ำ
"แหม ไม่ฟังผมเลยเหรอเนี่ย ผมเป็นใครน่ะเหรอ บอกให้ก็ได้ คุณเพิ่งดูหน้าผมไปเมื่อกี๊นี้เอง คุณช่วยปิดตาให้ผมด้วยจำไม่ได้แล้วรึ"
หมวดสาวใจหายวาบ อ่อนระทวยไปทั้งร่าง
"เป็นไปไม่ได้" หญิงสาวอุทาน
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เล่า ผมเป็นคนที่ถูกหักหลังไง ถ้าผมไม่โดนหักหลังมีหรือจะต้องหนีหัวซุกหัวซุนจนตายโหงแบบนี้"
"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้" ไลลาอุทานซ้ำซาก สติกระเจิดกระเจิงจนควบคุมไม่อยู่
"เป็นไปแล้วล่ะคนสวยเอ๋ย คิดไม่ถึงแล้วว่าตายแล้วจะได้มาอยู่ในร่างมึง อีคนทรยศ มันส์ล่ะทีนี้"
"แกต้องการอะไร" หมวดสาวถามหลังจากตั้งสติได้
"กลับบ้านก่อน เดี๋ยวค่อยคิดว่าจะทำอะไร ตอนนี้อยากรู้ว่าบ้านมึงหรูหราแค่ไหน ฮ่าๆๆๆ ตอนนี้เราอยู่บ้านเดียวกันแล้วนะคนสวย ฮ่าๆๆๆๆๆ คืนนี้ได้สนุกกันสุดๆล่ะอีหนู"
เสียงนั้นหัวเราะอย่างหฤหรรษ์ ไลลาหวาดกลัวจนหมดเรี่ยวแรง เจ้าของเสียงจึงควบคุมร่างเธอย่างง่ายดาย มือเรียวงามบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกจากที่นั่นไปในทันที
แฝงร่างฝังสวาท 2 ยึดร่างสาวไฮโซ
แฝงร่างฝังสวาท 2 ยึดร่างสาวไฮโซ
"เอ เมื่อกี๊ยังโล่งๆอยู่เลย ทำไมตอนนี้รถติดซะแล้ว" เมยานีบ่น "กรุงเทพนี่มันรถติดแบบไม่มีเหตุผลจริงๆ"
"ข้างหน้าเหมือนจะมีรถชนกันนะครับ คุณเมย์" เทียน คนขับรถของเมยานีเอ่ย
"งั้นหรือ" เมยานีชะโงกหน้าดู "รถอะไรชนกัน"
"ยังมองไม่เห็นเลยครับ แต่น่าจะชนกันแน่ๆ คนมาออกันข้างถนนเต็มไปหมด" เทียนเอ่ยแล้วมองเจ้านายสาวผ่านกระจกหลัง
คุณเมย์ช่างสวยเหลือเกิน ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ ดวงตากลมดำขลับ คิ้วก็โก่งสวย ปากก็จิ้มลิ้ม ริมฝีปากทาลิปสติคเสียแดงแป๊ด ช่างสวยสง่าสมเป็นสาวไฮโซ
รถเบ็นซ์คันหรูค่อยๆกระดืบๆไปเรื่อยๆ
"เห็นแล้วครับ" เทียนพูด "รถตู้กับรถเก๋งชนกันครับ โอ้โห พังยับเลย สงสัยประสานงากันแน่ๆ"
เมยานีขยับไปนั่งตรงกลางเบาะเพื่อจะได้มองผ่านกระจกด้านหน้าได้ถนัด
"คงจะขับกันเร็วนะ ฝนตกแบบนี้ไม่น่าจะขับเร็วกันเลย" เมยานีพูด
"พังยับขนาดนี้ ไม่น่ามีใครรอด" เทียนเอ่ยขณะรถกำลังจะผ่านไปทางซ้ายของรถตู้ที่จอดขวางอยู่กลางถนน
เมยานีมองสภาพรถตู้แล้วหันไปมองรถเก๋งสีแดงที่คว่ำอยู่ข้างทาง
"ดูแล้วไอ้รถเก๋งนี่น่าจะขับซิ่งมาชนเค้ามากกว่า รถแต่งแบบนี้ส่วนใหญ่คนขับชอบซิ่ง นี่ถ้าเมาด้วยก็สมควรตายแล้วล่ะ ตายคนเดียวก็ยังดีแต่นี่ดันเอาคนอื่นไปด้วย" เมยานีเอ่ยขณะมองสภาพยับเยินของรถเก๋ง
เมยานีพูดประโยคนี้จบแล้วก็นิ่งไปเฉยๆ เทียนคนขับรถไม่ทันสังเกต เขารู้สึกว่าเจ้านายเขาออกจะพูดแรงไปซักหน่อย มองกระจกหลังก็เห็น เมยานีเหม่อมองไปยังกระจกข้าง เทียนถือโอกาสมองทรวงอกอวบอูมของเจ้านาย
"อูยย แม่งตั้งเป็นลูกน่าฟัดเหลือเกิน" เทียนคิดอย่างฟุ้งซ่าน เมยานีนั่งกลางเบาะอย่างนี้ทำให้มันมองลงไปเห็นช่วงขาของเธอได้ถนัด เพราะไม่มีพนักบัง ดวงตาซุกซนของคนขับกวาดมองลงมายังขาขาวๆที่โผล่พ้นกระโปรงออกมา คุณเมย์ดันนั่งเข่าชิดกันสนิท ไม่งั้นได้มองลอดไปเห็นกางเกงในสวยๆของเธอแน่ ไอ้คนขับรถจอมหื่นภาวนาให้หญิงสาวแยกขาออกสักนิด...แต่คงยาก เมยานีเป็นคนที่ระมัดระวังตัวเป็นนิสัย มันขับรถให้เธอมานาน ได้เห็นกางเกงในเธอแค่ไม่กี่ครั้งเอง
เทียนต้องกลับไปมองทางอีกครั้ง แต่มันก็คอยลอบชำเลืองมองนม มองขาสวยๆของเมยานีอยู่บ่อยๆ หนุ่มใหญ่รู้สึกว่าเมยานีจะเหม่อลอยนานเป็นพิเศษทำให้มันลอบมองเจ้านายสาวได้บ่อยขึ้น
คนขับรถจอมหื่นไม่รู้เลยว่า เมื่อตอนที่รถแล่นผ่านรถเก๋งคันสีแดงนั้น ร่างกายของเจ้านายสาวของมันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนแปลงแบบที่มันไม่คาดฝันมาก่อน
"อูวววว ไอ้คนขับรถของคุณนี่มันลามกจริงๆ เมื่อกี๊มันแอบมองนมมองขาคุณรู้มั้ย" เสียงแหบแห้งดังขึ้นในโสตประสาทของเมยานี
"คุณเป็นใคร..คุณ..คุณอยู่ไหน" เมยานีเอ่ยอย่างตกใจ แต่เสียงของเธอดังอยู่ในห้วงคำนึงของตัวเองเท่านั้น ใบหน้าเธอยังเหม่อลอยไม่แสดงอาการอะไรให้คนขับรถรู้สึกผิดปกติเลย
"ผมอยู่ในร่างคุณ คุณนี่สวยจริงๆเลย ซี๊ดดด สวยสุดๆ"
"คุณเข้ามาได้ยังไง" เมยานีร้องอย่างขวัญเสีย "คุณเป็นผีหรือ ออกไป ออกไปจากร่างฉันนะ" เมยานีร่ำร้อง
"ผมออกไม่ได้หรอก ผมออกไม่เป็น แต่ถึงออกเป็นผมก็ไม่ออก" เสียงนั้นพูดอย่างระเริงใจ
"คุณเป็นใคร" เมยานีถามซ้ำ ใจเต้นระรัว
"ไอ้คนขับรถมันอยากเห็นกางเกงในคุณน่ะ มันแอบมองมาหลายครั้งแล้ว" เสียงแหบแห้งนั้นเอ่ยต่ออย่างไม่สนใจคำถามของเธอ
"คุณเป็นใคร" เมยานีถามซ้ำ หญิงสาวพยายามระงับสติ มันไม่ได้น่ากลัวเกินไปหรอก อย่างน้อยเธอยังคุยกับมันได้
"หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านดีกว่า" เสียงแหบแห้งนั้นพูด
"ไม่" มายาวีปฎิเสธ แต่เธอกลับควบคุมมือตัวเองไม่ได้ สาวสวยหยิบหนังสือพิมพ์ธุรกิจที่วางอยู่ข้างๆมาอ่าน
"ขับรถดีๆนะ เทียน ระวังหน่อยถนนลื่น ฉันเห็นรถชนกันเมื่อกี๊แล้วยังเสียวอยู่เลย"
"ครับ" เทียนตอบแล้วมองกระจกหลัง เห็นหนังสือพิมพ์บังใบหน้าของเมยานีอยู่ ไอ้คนขับจอมหื่นได้ใจจึงมองไปที่หัวเข่ากลมมนที่แนบชิดกัน นึกภาวนาให้เธอแยกขาออกจะได้เห็นกางเกงในเธอให้เต็มตา
"มันมองขาคุณใหญ่แล้ว" เสียงแหบแห้งเอ่ย "ถ่างขาให้มันดูกางเกงในซิ ให้มันดูโคกคุณ เสียวดีจะตาย"
"ไม่ อย่านะ"
เมยานีกรีดร้องในใจ เธอรู้สึกว่าขาตัวเองกำลังแยกออก หญิงสาวรวบรวมพลังบีบสุดชีวิตเพื่อไม่ให้คนลึกลับนั้นถ่างขาเธอออก
การต่อสู้เพื่อแย่งชิงการควบคุมร่างกายระหว่างเมยานีกับเจ้าของเสียงแหบแห้งเต็มไปด้วยความดุเดือดโดยที่เทียนคนขับรถไม่รู้สึกผิดปกติเลย เขาเห็นเข่าของเธอทำท่าจะแยกออก แต่ก็ไม่แยกออก มันเพียงแต่สั่นส่ายไปมาตามจังหวะการสะเทือนของรถเป็นบางครั้งเท่านั้น เทียนรู้สึกว่าเมยานีกำลังใช้สมาธิอ่านหนังสือเพลิดเพลินแล้ว เขามองถนนสลับกับมองไปที่เข่าที่แนบชิดของเธอ แล้วก็เห็นเข่านั้นค่อยๆแยกออกจากกันอย่างช้าๆ
"อย่า" เมยานีกรีดร้อง ขณะที่เสียงหัวเราะแหบแห้งดังกึกก้อง หญิงสาวอับอายจนหน้าแดงฉาน เธอกำลังจะเป็นฝ่ายแพ้ เข่าทั้งสองข้างแยกออกจากกันเล็กน้อย แต่เท่านี้ก็เพียงพอที่เทียนจะมองลอดเข้าไปเห็นกางเกงในลายลูกไม้สีขาวนวลของเธอได้อย่างเต็มตา
"อู้ฮู้ววววว อย่างโคกเลยยย สวยยยชิบหาย" เทียนอุทาน ควยลุกตั้งแข็งปั๋ง แข็งที่สุดเท่าที่เคยแข็งมาในชีวิต
"หูยยย ควยมันแข็งใหญ่แล้วคุณเอ๋ยยยย อื้อหือ เป้ากางเกงในคุณทำให้มันเงี่ยนขนาดหนักแล้วรู้มั้ย กางเกงไอ้คนขับรถแม่งพองตึงแทบขาดเลย" เสียงแหบแห้งนั้นดังขึ้น
มายาวีอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี เธอรู้ตัวว่ากำลังถ่างขาอวดโคกหีให้ไอ้คนขับรถดูแล้ว เธออยากจะหุบขาแต่ก็ทำไม่ได้ ข้อสำคัญ เสียงบรรยายถึงความแข็งของลำควยของคนขับรถทำให้เธอจินตนาการนึกภาพตาม ทำให้เธอรู้สึกจิตใจปั่นป่วน หวิวไหว วูบวาบไปหมด
"คุณ คุณทำอะไรกับฉัน ทำไมฉันรู้สึกอย่างนี้ ทำไมฉันรู้สึกอย่างนี้" เมยานีร่ำร้อง รู้สึกเสียววูบไปทั้งท้องน้อย โพรงหีร้อนผ่าวไปหมด
วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
แฝงร่างฝังสวาท 1 อุบัติเหตุ
"แปลกจัง ฝนตกแต่ถนนโล่งดีจัง" ดารินเอ่ยขณะขับรถกลับบ้าน
"วันนี้มีบอลน่ะครับน้าริน คนคงรีบกลับกันไปหมดแล้ว" บอยตอบโดยไม่เงยหน้ามาจากหนังสือการ์ตูนเลย
"งั้นหรือ มิน่าถนนถึงโล่งได้ขนาดนี้ ใครเตะกับใครล่ะจ๊ะ"
"แมนยูกับลิเวอร์พูลครับ ศึกแดงเดือด ถ้าไม่ใช่สองทีมนี้แข่งกันถนนไม่โล่งแบบนี้หรอกครับ"
"จริงซิ" ดารินหัวเราะเบาๆ สาวสวยเอื้อมมือปรับระดับการปัดน้ำฝนให้แรงขึ้นเพราะฝนเริ่มจะตกหนักขึ้นแล้ว
ดารินเป็นแม่เลี้ยงของบอย ทั้งสองอยู่กันตามลำพังเพราะ "ธวัช" สามีของเธอซึ่งเป็นพ่อของบอยได้เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว บอยจึงกำพร้าทั้งพ่อและแม่ แต่บอยเป็นเด็กน่ารักเชื่อฟังดารินทุกอย่าง เธอจึงเลี้ยงดูเขาด้วยความรักไม่ผิดกับลูกของเธอเอง ดารินเลี้ยงดูบอยตามลำพังตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.2 จนกระทั่งบัดนี้อยู่ชั้น ม.5 แล้ว จริงๆทั้งสองก็อายุต่างกันไม่มากนัก เพราะตอนนี้บอยอายุ 17 ปี ส่วนดารินก็เพิ่งจะมีอายุ 25 ปีเท่านั้น
"อีกไม่กี่ปีก็เข้ามหาลัยแล้วยังอ่านหนังสือการ์ตูนอีกหรือนี่" ดารินพูดยิ้มๆ
"โธ่ น้าดา ใครๆก็อ่านกันทั้งนั้นแหละ ต่อให้เรียนจนจบก็ยังต้องอ่านต่อ" บอยเงยหน้าขึ้นมองใบหน้างามของแม่เลี้ยงเห็นเธอหัวเราะเบาๆ
"เด็กสมัยนี้ไม่ยอมโต" ดารินเอ่ย
"แหม..น้ารินก็ใช่ว่าจะแก่กว่าผมมากมาย เท่าไหร่นะ 7-8 ปีเอง"
"ยังไงน้าก็เป็นน้าเธอละกัน" ดารินเอามือลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู "แล้วก็เป็นคนให้ค่าขนมเธอทุกวันด้วย"
"ครับๆ ผมก็เคารพน้ารินเป็นแม่อยู่แล้ว แค่ไม่อยากให้น้ามองผมเป็นเด็กไม่ยอมโตเท่านั้นแหละครับ" บอยเอ่ย
"จ้ะๆ พ่อหนุ่มหล่อ" ดารินหัวเราะ แล้วก็ขมวดคิ้ว "รถเก๋งคันโน้นทำไมมันขับเร็วจัง ถนนก็ออกจะลื่น"
บอยเงยหน้าขึ้นดูก็เห็นรถเก๋งสีแดงแล่นอยู่ไกลๆ
"ขับส่ายไปส่ายมาด้วยน้า" บอยพูด "มีรถตำรวจตามหลังด้วยครับ มันขับหนีตำรวจแน่เลย ขับช้าๆก่อนดีกว่าครับน้า ให้มันไปก่อน"
ดารินรีบผ่อนคันเร่งลง พร้อมกับพยายามหักพวงมาลัยเพื่อพารถเปลี่ยนเข้าเลนซ้าย
"ชนคันหน้าแล้วครับน้า!" บอยตะโกน
ดารินใจหายวาบเหยียบเบรคจนเสียงเอี๊ยดดังลั่น เห็นรถเก๋งสีแดงนั้นหักเข้ามาตรงทางโค้งแล้วเสียหลักพุ่งชนรถตู้ที่วิ่งอยู่เลนขวาหน้าเธออยู่ไกลๆ ด้วยความเร็วและแรงทำให้รถตู้พลิกคว่ำไถลเข้ามาเฉียดรถเธอเพียงนิดเดียว ส่วนรถเก๋งพลิกกลิ้งตีลังกาเหมือนถูกจับเหวี่ยงลงข้างทาง ดารินหอบหายใจแรงๆจนอกอวบอูมกระเพื่อมไหวๆ รถคู่กรณีทั้งคู่จอดคว่ำสงบนิ่งคันหนึ่งอยู่บนถนน อีกคันอยู่ข้างทาง ทั้งสองคันไม่มีคนออกมาเลยแสดงว่าคนข้างในถ้าไม่เสียชีวิตก็คงจะเจ็บหนัก ดารินรีบหันไปหาลูกเลี้ยง
"เป็นอะไรมั้ยบอย" ดารินถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นเขาหน้าซีดเผือด
บอยส่ายหน้าแทนคำตอบว่าไม่เป็นไร
ดารินหันกลับไปมองบนถนน เห็นรถตำรวจคันที่ไล่ตามรถเก๋งมานั้นจอดชิดขอบทางอยู่บนถนนฝั่งที่สวนเธอ ตำรวจวิ่งออกมาสามคน สองคนไปที่รถเก๋งสีแดงที่พลิกคว่ำนั้น ส่วนอีกคนโบกมือให้เธอรีบๆขับผ่านไป เพื่อจะตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
ดารินอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่กล้าถามเธอขับช้าๆ มองไปที่รถเก๋งสีแดงที่พลิกคว่ำบานนั้น หน้ารถนั้นยุบไปถึงที่นั่งคนขับ เธอคิดว่าคนขับไม่น่าจะรอดแน่ หญิงสาวไม่กล้ามองดูอีกรีบขับหลบเศษซากรถบางส่วนที่ยังกระจายอยู่บนถนน แล้วขับจากไป เธอหันกลับไปดูลูกเลี้ยงอีกครั้ง เห็นเขาหน้าซีดจนแทบไม่เห็นสีเลือด
"บอย! เป็นอะไรรึเปล่า" ดารินตะโกน แล้วรีบเลี้ยวรถจอดข้างทาง ดารินเห็นสีหน้าท่าทางของลูกเลี้ยงเธอเหมือนจะช็อค หญิงสาวมือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก เธอเขย่าตัวบอย เรียกซ้ำหลายๆครั้งแต่บอยก็ไม่ตอบ
"ผมไม่เป็นไรครับ" ในที่สุดบอยก็ตอบมา
"ใจหายหมดเลย" ดารินรู้สึกโล่งอก "เธอนิ่งไปตั้งนานเลยนะรู้ตัวรึเปล่า"
"ผมตกใจน่ะครับ" บอยตอบ "ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว"
"แน่ใจนะ" ดารินยังเป็นห่วง เธอจับมือ จับหน้าผาก เมื่อเห็นไม่มีอะไรผิดปกติก็ดึงเขาเข้ามากอดเพื่อปลอบขวัญ ใบหน้าของเด็กชายแนบอยู่กับอกอุ่นของเธอ
"ผมไม่เป็นไรจริงๆครับน้า" บอยเป็นฝ่ายดันตัวออกจากอ้อมกอดของเธอเอง
"ไม่เป็นไรจริงนะ" ดารินยังเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรครับ รีบกลับเถอะ ผมอยากกลับไปดูบอล" บอยย้ำ
"พูดอย่างนี้ได้แปลว่าหายแล้วจริงๆ" ดารินยิ้มออกมาได้ หญิงสาวเหยียบคันเร่งพารถกลับไปอยู่บนถนนอีกครั้ง
ดารินรู้สึกโล่งอก สาวสวยไม่รู้ว่าภายในร่างบอยกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนแปลงชนิดที่เธอไม่มีทางจะคาดฝันได้เลย
"ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับมึงวะ นมแม่งโคตรนุ่มเลย" เสียงทุ้มต่ำมีอำนาจดังอยู่ในโสตประสาทของบอย
"คุณ..คุณเป็นใคร" บอยถามอย่างหวาดกลัว
"มึงตอบกูก่อน อีคนสวยนี่เป็นใคร"
"น้า..น้าดาริน" บอยตอบตะกุกตะกัก
"น้าดาริน น้ามึงเหรอ"
"ไม่..ไม่ใช่ครับ น้าดารินเป็นเม่เลี้ยงผม"
"แม่เลี้ยงมึงเหรอ เอ้อเฮอ โคตรสวยเลยว่ะ แม่งเอ๊ยเห็นแล้วควยลุก"
บอยรู้สึกลำควยของตัวเองแข็งขึ้น หัวใจก็เต้นแรง สายตาของเขาแอบชำเลืองมองไปด้านข้างแบบไม่ให้ดารินรู้ตัว มองทรวงอกอวบอัดที่อยู่ใต้เสื้อเชิ๊ตสีขาว แล้วมองต่ำไปที่หน้าท้องอันแบนราบ มองขาขาวๆ มองเข่ากลมกลึงที่โผล่พ้นกระโปรงออกมา บอยรู้สึกใจเต้นแรง ควยแข็งขึ้นเรื่อยๆพร้อมเต้นกระดุบๆอย่างมีอารมณ์
"คุณทำอะไรกับผม ทำไมผมเป็นอย่างนี้ ทำไมผมเป็นอย่างนี้" บอยรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ความหื่นกระหายลุกโชนขึ้นมาแบบหยุดยั้งไม่ได้ เข่าของน้าริน ขาเพรียวสวยที่ขยับไปมาระหว่างเหยียบคันเร่งบ้าง แตะเบรคบ้าง แม้จะเป็นการชำเลืองดูแต่มันก็ทำให้เขาร้อนเร่าขึ้นทุกทีๆจนทนแทบไม่ไหว
ไม่!..เขาไม่ควรรู้สึกแบบนี้กับน้าดาริน
"ผู้ชายก็รู้สึกแบบนี้ทั้งนั้นแหละก็แม่เลี้ยงมึงมันสวยน่าเย็ดซะขนาดนี้ นมก็โคตรนุ่มเลย เมื่อกี๊ได้ฟุบหน้าไปแทบไม่อยากออกมาเลย มึงเสือกดิ้นออกมาทำไวะ โคตรโง่เลยมึงเนี่ย"
"คุณเป็นใคร ทำไมมาอยู่ในร่างผม" บอยถามอย่างหวาดกลัว