วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569

สัญญาปีศาจ - บทที่ 5 ... เล่ห์

 


 

เรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาที่ผิดจารีตประเพณี และเป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้นเพื่ออ่านเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ตัวละครถูกสมมติขึ้นทั้งสิ้นมิได้มีตัวตนอยู่จริง กรุณาอย่านำไปโพสต์ต่อข้างนอก อันนี้ไม่ได้หวงแต่เพราะผมไม่อยากให้ผู้ที่ไม่ได้มีความชื่นชอบตรงกันขุดโคตรผู้แต่งนั่นก็คือผมขึ้นมาด่า และผมหวังว่าจะใช้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้ต้องการให้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติแต่อย่างใด ขอบคุณครับ...jam

เด็กหนุ่มที่กำลังสับสนนอนก่ายหน้าผากสายตาเหม่อมองฝ้าเพดานแบบทีบาร์สลับช่องไปมาซ้ำ ๆ  สมองของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์วัยสิบแปดปีขบคิดถึงเรื่องราวบนโลกกลม ๆ ใบนี้  การที่คนสองคนมีความสุขร่วมกันโดยไม่ได้ผิดลูกผิดเมียใคร สังคมกลับตราหน้าว่าเป็นความผิดบาปเพียงเพราะคนทั้งสองมีความสัมพันธ์กันทางสายเลือด

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

เสียงเคาะประตูห้องของเพชรกล้าดังขึ้นแต่กลับไม่มีทีท่าที่เด็กหนุ่มจะขานตอบ  ภาพหยดน้ำใส ๆ ที่ไหลออกจากตาของพี่สาวคนรองยังฝังติดอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำ สายตาของเขายังคงเหม่อมองฝ้าเพดานราวกับคนที่สติหลุดลอย

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ภาคภูมิจึงเปิดประตูเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต  เด็กหนุ่มยืนนิ่งเมื่อเห็นสภาพของน้องชายฝาแฝดนอนก่ายหน้าผากอยู่บนที่นอน

“มีไร” เสียงอันแสดงถึงความเบื่อหน่ายพูดขึ้นพร้อมกับสายตาของเพชรกล้าที่ลดระดับลงมามองหน้าพี่ชาย
“เป็นไรของมึงวะ ไลน์ก็ไม่อ่าน โทรศัพท์ก็ไม่รับ” ภาคภูมิปิดประตูอย่างเบามือแล้วเดินไปนั่งยังเก้าอี้ข้าง ๆ เตียง
“กูน่าจะปิดเสียงไว้มั้ง ว่าแต่มึงมีไรรึป่าว”
“จะบ่ายโมงแล้ว แม่ให้กูมาเรียกมึงไปกินข้าว เค้าบ่นใหญ่เลย วันอาทิตย์แท้ ๆ กลับไม่มีใครลงไปกินซักคน”
“ไม่มีใครนี่หมายถึงใคร”
“ก็มีมึง... พี่ไหม... แล้วก็พี่ป่าน ส่วนฝ้ายกับนุ่นตักขึ้นไปกินบนห้องตามเคย”
“แล้วมึงเรียกพี่ป่านรึยัง”
“ไลน์บอกแล้ว พี่ป่านบอกปวดหัว ส่วนพี่ไหมยังปวดท้องอยู่”
“ปวดหัวเหรอ” เพชรกล้ายันตัวขึ้นนั่งพลางบ่นกับตัวเอง
“ร้อยวันพันปีกูไม่เคยเห็นมึงเป็นห่วงพี่ ๆ จะมาห่วงพี่ไหมก็ตอนหลังจากที่มึง... เอ่อ... เดี๋ยวนะ !!! หรือว่ามึงกับพี่ป่าน” เมื่อคิดตามเหตุและผลภาคภูมิถึงกับตาเบิกโพลง
“พี่ขิงกลับไปรึยังวะ” เพชรกล้าหันไปถามแฝดผู้พี่ด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ
“มึงตอบกูมาก่อน มึงกับกูไม่มีอะไรปิดบังกัน มึงกับพี่ป่าน... ยังไง...” ภาคภูมิเริ่มคาดคั้นเพื่อหาคำตอบในสิ่งที่เขาคิด
“เออ...” แม้จะเป็นคำตอบสั้น ๆ แต่มันก็ทำเอาหัวใจของผู้เป็นพี่เต้นแรง
“นี่มึงเอาพี่สาวสองคนแล้วนะเว้ย”
“เออน่า... ใครจะไปโชคดีแบบมึงล่ะ... พี่ขิงทั้งสวย ทั้งนิสัยดี... ว่าแต่ที่กูถามน่ะ พี่ขิงกลับไปรึยัง”
“เห็นแม่บอกว่ากลับไปแล้ว พี่ขิงบอกแม่ว่าพี่ป่านปวดหัวขับรถไปส่งไม่ไหว”
“อ้าว... แล้วมึงไม่ได้ไปส่งเหรอ”
“ป่าว... พี่ขิงเค้าไม่ได้บอกกู เอาเป็นว่ามึงลงไปกินข้าวก่อน เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันทีหลัง” ภาคภูมิตัดบทก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไป

< ------------- >

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเป็นที่เรียบร้อย เพชรกล้าก็ออกไปยังร้านขายยาภายในหมู่บ้านเพื่อซื้อพาราเซตามอล และไม่ลืมที่จะสอบถามเภสัชกรเพื่อซื้อยาคุมฉุกเฉินติดมือมาด้วย  เมื่อกลับถึงบ้านเด็กหนุ่มก็เดินรี่ไปยังลิฟต์แล้วกดไปที่ชั้นสาม  ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับเท้าของเด็กหนุ่มที่รีบย่างก้าวไปยังหน้าห้องของพี่สาวคนรอง  เพียงยกมือขึ้นเงื้อแต่ยังไม่ทันที่จะได้เคาะ บานประตูด้านซ้ายซึ่งเป็นห้องของแพรไหมที่อยู่ติดกันก็เปิดออก  เพชรกล้าตกใจจนรู้สึกได้ถึงความเย็นที่ไล่จากศีรษะลงมายังปลายเท้า มือขวาที่กำลังจะเคาะประตูรีบหยิบกล่องยาคุมฉุกเฉินในถุงกระดาษออกมาใส่กระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเอียงตัวหันหน้าไปทางห้องของพี่สาวคนโต

“อ้าว... เพชร มีอะไรรึป่าว” แพรไหมเอ่ยทักเมื่อเห็นเพชรกล้ายืนอยู่หน้าห้อง
“เห็นว่าพี่ไหมปวดท้อง ผมเลยไปซื้อยามาให้” เด็กหนุ่มตอบพลางยื่นถุงกระดาษให้หญิงสาว
“พี่ปวดท้องเมนส์ เค้าไม่ได้ใช้ยาแบบนี้” แพรไหมหยิบแผงยาออกมาดูก่อนจะส่งคืนให้กับเพชรกล้า
“อ๋อ... ครับ”
“ไม่เป็นไรนะ พี่มียาแล้ว ขอบใจที่เป็นห่วง” สิ้นคำแพรไหมก็เขย่งปลายเท้าขึ้นหอมไปที่แก้มของเพชรกล้าฟอดใหญ่
“แล้วนี่พี่ไหมจะไปไหนครับ”
“พี่จะลงไปหาอะไรกินรองท้องหน่อย พอดีพี่จะกินยา” หญิงสาวเดินไปยังลิฟต์พูดโดยไม่หันกลับมามอง
“ครับ” เพชรกล้ารับคำพร้อมกับสมองที่คิดตามเรื่องอาหารรองท้อง

เด็กหนุ่มรีบวิ่งขึ้นไปยังห้องบาร์ นมกล่องถูกหยิบออกจากตู้เย็นก่อนที่เขาจะรีบวิ่งกลับลงมายังหน้าห้องสายป่านอีกครั้ง อย่างไรก็ต้องทำเวลาคือสิ่งที่เด็กหนุ่มคิด มันคงไม่ดีแน่ถ้าแพรไหมขึ้นมาเห็นตอนเขายื่นถุงยาให้กับสายป่าน

“ก๊อก ก๊อก” เพชรกล้ารวบรวมสติแล้วเคาะประตูห้องเบา ๆ 
“ใคร...”
“เพชรเอง”
“มีอะไร” แค่ชั่วอึดใจ เสียงสายป่านก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องที่แง้มเปิด หากแต่มันเปิดออกเพียงแค่คืบเดียว
“เอ่อ... นี่...” เมื่อต้องมาอยู่ต่อหน้าหญิงสาวที่เคยหลั่งน้ำตาให้เห็น เสือผู้หญิงอย่างเพชรกล้ากลับอ้ำอึ้งได้แต่ยื่นถุงกระดาษกับกล่องนมผ่านช่องประตูเล็ก ๆ
“อื่ม...” สายป่านซึ่งโผล่ใบหน้าให้เพชรกล้าได้เห็นเพียงครึ่งยกมือซ้ายขึ้นรับของโดยที่มือขวายังคงจับอยู่ที่ลูกบิดประตู
“อ่า... เดี๋ยวนะ” เด็กหนุ่มซึ่งนึกขึ้นได้ เขาจึงรีบควักกล่องยาในกระเป๋ากางเกงออกมาใส่เข้าไปในถุงกระดาษ
“แค่นี้ใช่มั้ย” น้ำเสียงของหญิงสาวที่สนทนาด้วยช่างดูเยือกเย็น
“อื่ม...” เพชรกล้าได้แต่พยักหน้ารับแล้วเฝ้ามองบานประตูที่ค่อย ๆ เคลื่อนปิด

< ------------- >

สายป่านกลับมานั่งยังที่นอน กล่องนมถูกวางลงบนหัวเตียงก่อนที่หญิงสาวจะหยิบสิ่งของที่อยู่ภายในถุงกระดาษออกมาดู

‘รู้จักเป็นห่วงคนอื่นเหมือนกันเหรอ’ สายป่านคิดในใจเมื่อเห็นแผงยาพาราเซตามอล ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยกลับมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

“เมเปิ้ล ฟอร์ท” หญิงสาวขยับริมฝีปากสะกดชื่อยี่ห้อยาซึ่งปรากฏอยู่บนกล่องกระดาษสีชมพู
“ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน...ไอ้น้องบ้า” สายป่านสบถถึงน้องชายทันทีเมื่ออ่านคำกำกับยาตัวเล็ก ๆ บริเวณมุมกล่อง

หญิงสาวจ้องมองของที่อยู่ในมือ หนึ่งสิ่งที่เธอกลัวกำลังจะถูกลบล้างออกไปด้วยของในกล่องกระดาษสีชมพูนี้ เพราะการซื้อยาคุมกำเนิดเป็นอะไรที่น่าอับอายเป็นที่สุดสำหรับผู้หญิงห้าว ๆ อย่างเธอ

“ขอบคุณนะ” ความรู้สึกในใจพาให้น้ำตาใส ๆ ค่อย ๆ กลั่นตัวจนเอ่อท้นลงอาบแก้มพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า

< ------------- >

เวลาสามทุ่มของคืนวันอาทิตย์ ภายในห้องที่มืดสนิทหญิงสาวนอนคุดคู้โดยมีผ้าห่มปิดคลุมร่างกายท่อนล่าง อาการพะอืดพะอมอันเป็นผลข้างเคียงจากฤทธิ์ยาเมื่อช่วงบ่ายหายไปจนหมดสิ้น  ในความเงียบงันสายป่านหวนนึกถึงบรรยากาศบนโต๊ะอาหารมื้อเย็น เธอยังคงวางตัวเฉยชากับเพชรกล้าโดยไม่สนทนาหรือมองหน้าเขาแม้แต่น้อย 

‘เราทำถูกแล้วใช่มั้ย’ หญิงสาวเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง เพราะถึงเธอจะมีความสุขกับเด็กหนุ่มสักเพียงใด แต่ความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างพี่น้องก็ยังเป็นเรื่องต้องห้ามของสังคม

สิ่งที่สายป่านทำลงไปนั้นเพื่อขยายช่องว่างระหว่างเธอกับเพชรกล้า เพราะหาไม่แล้วมันคงต้องเกิดเหตุการณ์เดิม ๆ ขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม และหากณวัฒน์ล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์อันผิดบาปในครั้งนี้ สายป่านไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอและน้องชาย

แต่แล้วอีกใจหนึ่งกลับนึกถึงไออุ่นที่ได้รับจากการโอบกอด รสสัมผัสจากการจุมพิตยังคงตราตรึงจนหญิงสาวยกปลายนิ้วขึ้นเตะที่ริมฝีปาก ความรู้สึกของน้ำรักอุ่น ๆ ที่ปลดปล่อยเข้ามาในตัวเธอ ความเสียวสะท้านจนร่างกายซ่านสยิวเมื่อคราวถึงจุดสุดยอด ทุกอย่างล้วนทำให้เธอมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หากคำพูดว่า ให้มันจบแค่นี้ ไม่ได้หลุดออกจากปาก ในค่ำคืนอันหนาวเหน็บเธอคงมีความสุขอยู่ในอ้อมแขนของเพชรกล้าเป็นแน่ หญิงสาวคิดไปพลางน้ำตากลับไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว สายป่านเริ่มสับสนว่าจริง ๆ แล้วเธอรักน้องชายตัวเองหรือป่าว

“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่” หญิงสาวพร่ำบ่นพร้อมสะบัดศีรษะไปมาก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงแล้วพยายามข่มตานอน

< ------------- >

ยามเที่ยง ณ โรงอาหารของมหาวิทยาลัย ด้วยความที่สายป่านชอบในความเงียบสงบไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เธอจึงเลือกวางถาดรองจานข้าวแล้วนั่งลงที่โต๊ะประจำซึ่งอยู่ห่างไกลจากร้านค้า  หญิงสาวก้มลงเล็กน้อยแต่ยังไม่มันจะได้ตักข้าวเข้าปาก ในระดับสายตาก็พลันเห็นถาดสีน้ำตาลวางลงตรงข้ามกับเธอ

“โกรธเหรอ โทรศัพท์ก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่อ่าน” น้ำขิงเอ่ยถามทันทีที่นั่งลง
“.............” สายป่านเหลือบตาขึ้นมองไม่ตอบใด ๆ เธอตักข้าวเข้าปากราวกับว่าคนเบื้องหน้าเป็นอากาศธาตุไร้ซึ่งตัวตน
“โกรธแหละ ดูออก” น้ำขิงทำเสียงออดอ้อน ใบหน้าเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่ทำไว้กับเพื่อนสาว
“.............” สายป่านยังคงไม่ตอบ
“ป่าน... เราขอโทษ” น้ำขิงพูดพร้อมกับยกมือขึ้นพนมไหว้
“บ้าเหรอ จะไหว้เราทำไม” เมื่อได้เห็นสายป่านจึงรีบวางช้อนแล้วเอื้อมไปจับมือของน้ำขิงให้ลดระดับลง
“อย่าโกรธเราเลยน้า”
“โกรธสิ เพื่อนรักทำกันได้ลงคอ” สายป่านเหน็บแนมพร้อมมองค้อน
“เราขอโทษจริง ๆ” น้ำขิงที่เห็นว่าเพื่อนสาวยอมคุยด้วยก็พยายามขอโทษด้วยแววตาเว้าวอน
“เออ ๆ ๆ ช่างเถอะ ๆ กินข้าว ๆ” แม้จะเป็นเรื่องหนักหนาสาหัส แต่สำหรับสายป่านแล้ว คำว่าเพื่อนรักนั้นยังน้อยไปกับความรู้สึกดี ๆ ที่เธอมีให้น้ำขิง

เมื่อสายป่านไม่ถือโทษโกรธ น้ำขิงก็ดีใจจนยิ้มแก้มปริ แล้วทั้งสองก็นั่งรับประทานอาหารกันเฉกเช่นทุกครั้งเหมือนไม่เคยมีเรื่องราวใด ๆ เกิดขึ้น  แต่ภาพที่ยังติดตาประกอบกับความอยากรู้อยากเห็น น้ำขิงจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเหตุการณ์หลังจากที่เธอเดินหลบออกมา 

เพียงได้ยินคำถามสายป่านก็ออกอาการหน้างอ แต่ด้วยลูกอ้อนและความเป็นเพื่อนของน้ำขิง เรื่องราวทั้งหมดจึงถูกถ่ายทอดออกมาเป็นฉากพร้อมกับการซักไซ้จากเพื่อนสาวที่ตั้งใจรับฟังอย่างตื่นเต้น

“งี้เพชรมันไม่เสียใจแย่เหรอ” น้ำขิงเอ่ยถามเมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดที่สายป่านต้องทำตัวเฉยชากับน้องชาย
“เราไม่รู้หรอก” ภาพของเพชรกล้าซึ่งยืนอยู่นอกประตูแล้วยื่นถุงยาให้เธอผุดขึ้นในสมอง ความห่วงใยที่เด็กหนุ่มแสดงออกพาให้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาบ่งบอกถึงความเศร้าได้อย่างชัดเจน
“ป่าน... เราถามแกตรง ๆ เลยนะ... แกกลัวที่จะมีอะไรกับเพชร หรือแกกลัวพ่อรู้กันแน่” ทันทีที่ได้ยิน สายป่านก็รู้สึกเหมือนคำถามนั้นเสียดแทงเข้าไปในจิตใจ
“เรา... เราว่าเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ รีบกินข้าว เรามีเรียนต่อ” หญิงสาวบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ
“โอเค ๆ กินข้าว ๆ”

แม้สายป่านไม่ต้องตอบใด ๆ แต่คำถามของเพื่อนสาวกลับวนเวียนอยู่ในโสตประสาทจนสลัดไม่ออก หรือแท้ที่จริงแล้วตัวเธอเองก็อยากรู้คำตอบนั้นเช่นกัน

< ------------- >

ยามเย็นที่นักศึกษาควรจะมีความสุขเมื่อได้กลับถึงบ้าน แต่นั่นหาใช่กับสายป่าน หญิงสาวรู้สึกกังวลทันทีที่ย่างเท้าเข้ามาในตัวบ้าน เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เห็นมีเพียงบุษกรนั่งดูทีวีเหมือนเช่นทุกวัน  หญิงสาวโล่งอกที่ไม่ต้องปั้นหน้าเมื่อเจอกับเพชรกล้า เธอถอนหายใจยาวแล้วรีบเดินไปที่ลิฟต์โดยไม่ได้ทักทายแม้บุษกรผู้เป็นมารดา  แต่เหมือนสวรรค์จะกลั่นแกล้งหรืออย่างไรก็ตาม เพียงสายป่านเลี้ยวซ้ายผ่านห้องครัวเพื่อไปยังลิฟต์ เธอก็พบกับเด็กหนุ่มในชุดนักศึกษายืนรอลิฟต์อยู่

“พี่ป่าน...” เด็กหนุ่มที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหันมาทักทายด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉย ไฝเล็ก ๆ บริเวณหางตาซ้ายเป็นเครื่องระบุตัวตนว่าคนที่เอ่ยทักหญิงสาวเป็นใคร
“.............” สายป่านเอียงหน้าหลบสายตาโดยไม่ได้พูดอะไร

หญิงสาวประหม่าเพราะไม่คิดว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มสองต่อสอง หากเธอจะหันหลังกลับแล้วเดินไปขึ้นบันไดแทนก็เกรงเพชรกล้าจะตีความว่าเธอรังเกียจเดียดฉันท์  ยังไม่ทันที่สมองอันแสนสับสนจะชี้ทางสว่างให้แก่สายป่านประตูลิฟต์ก็เปิดออก  เพชรกล้าเดินเข้าไปภายในแล้วกดเลขชั้นที่สี่ก่อนจะถอยหลังไปชิดผนัง หญิงสาวก้าวตามเข้าไปห่าง ๆ  เธอกดเลขชั้นที่สามแล้วยืนรอจนประตูลิฟต์เคลื่อนปิด

บรรยากาศภายในกล่องสี่เหลี่ยมช่างดูอึดอัด เวลาการยกตัวขึ้นของลิฟต์ดูเชื่องช้าและเนิ่นนาน เพชรกล้ายืนมองหญิงสาวจากทางด้านหลัง ในใจเขาก็สับสนไม่ต่างจากสายป่าน ความสุขเพียงชั่ววูบชั่วคราวกลับทำให้เขาต้องสูญเสียพี่สาวที่แสนดีไปหนึ่งคน

ตัวเลขที่บอกสถานะของชั้นเปลี่ยนเป็นเลขสอง อีกไม่นานหญิงสาวตรงหน้าก็จะเดินจากเขาไปและคงไม่มีโอกาสที่จะได้ปรับความเข้าใจกันสองต่อสองแบบนี้อีกแล้ว ในที่สุดบานประตูลิฟต์ก็แง้มเปิดเมื่อมาถึงชั้นสาม มันเป็นจังหวะเดียวกับเพชรกล้าที่ยื่นมือไปคว้าจับข้อมือของพี่สาวเอาไว้

“พี่ป่านอย่าเป็นอย่างนี้ได้มั้ย” ความรู้สึกในใจถูกกลั่นออกมาเป็นคำพูด
“.............” สายป่านยังคงยืนนิ่งแม้ประตูลิฟต์จะเปิดออกจนสุด
“ผมรู้ว่าผมผิด พี่ป่านจะตีจะด่าจะอะไรผมก็ได้ แต่อย่าทำเฉยชากับผมแบบนี้... ผมขอโทษ” เสียงของเด็กหนุ่มเริ่มสั่นเครือ เขาพร้อมจะรับการลงโทษทุกอย่างยกเว้นการต้องเป็นคนไร้ตัวตนในสายตาของพี่สาว
“ไม่ใช่เพชรคนเดียวหรอกที่ผิด พี่เองก็ผิด... ผิดที่ปล่อยใจไปกับเพชร” หญิงสาวก้มหน้าพูดเสียงสะอื้น ก่อนที่ประตูลิฟต์จะค่อย ๆ เคลื่อนปิด
“พี่ป่าน...”
“ทุกวันนี้พี่ไม่กล้าคุยกับเพชร ไม่กล้ามองตาเพชร เพราะพี่กลัวใจตัวเอง” สายป่านหันมาเงยหน้าขึ้นมองน้องชาย เธอพรั่งพรูความในใจด้วยน้ำตาที่อาบแก้ม
“ผม...” เมื่อเด็กหนุ่มได้เห็นพี่สาวร้องไห้อีกเป็นครั้งที่สอง เขาก็ได้แต่อ้ำอึ้ง
“ถ้าเรามีอะไรกันแล้วพ่อจับได้จะทำยังไง” หญิงสาวร้องไห้โฮเข้าสวมกอดเด็กหนุ่มตรงหน้า ในที่สุดคำถามของน้ำขิงที่ตั้งไว้ก็ถูกเฉลยตอบ
“พ่อจะไม่มีวันรู้เรื่องของเรา” เพชรกล้ายกสองแขนขึ้นโอบร่างของพี่สาวไว้
“จริงนะ” สายป่านเงยหน้าขึ้นมองน้องชาย แววตานั้นเต็มไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์
“อื่ม...” เด็กหนุ่มพยักหน้าพลางใช้นิ้วปาดคราบน้ำตาบนแก้มของหญิงสาวก่อนจะบรรจงก้มลงจุมพิตไปที่หน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา

พลันประตูลิฟต์ก็เปิดออกเมื่อถึงชั้นที่สี่ ภาคภูมิซึ่งยืนรอลิฟต์อยู่เมื่อได้เห็นภาพสองพี่น้องโอบกอดกันก็แกล้งกระแอมไอในลำคอ  สายป่านที่ได้ยินก็รีบผละร่างออกจากเพชรกล้าทันที แต่เมื่อเห็นว่าเป็นภาคภูมิหญิงสาวก็โล่งใจ เพราะเธอพอจะเดาได้ว่าภาคภูมิน่าจะรู้เรื่องระหว่างเธอกับเพชรกล้าจากน้องชายหรือเพื่อนสาวของเธอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

“อะไรติดคอเหรอมึง” เพชรกล้าจูงมือพี่สาวออกจากลิฟต์พลางพูดแซะพี่ชายแก้เกี้ยว
“กูจะไปเซเว่น มึงจะเอาอะไรป่าว” ภาคภูมิเดินเข้าไปกดแผงควบคุมในตัวลิฟต์ก่อนจะชะโงกหน้าออกมาถาม
“เอาน้ำขิงได้ป่าวล่ะ”
“กวนตีน...”

เมื่อประตูลิฟต์ปิดและเคลื่อนตัวลง เพชรกล้าก็สอดสองแขนเข้าโอบเอวของสายป่านไว้จากด้านหน้า ทั้งสองประสานสายตากันด้วยความรู้สึกโปร่งโล่งที่ได้ปรับความเข้าใจ

“ระวังคนอื่นเห็น... นี่ดีนะที่เป็นภาค” หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเตือนน้องชายซึ่งกำลังโอบเอวเธออยู่
“ชั้นนี้ไม่มีใครเห็นหรอก”
“อ่อ... แล้วห้ามไปกินน้ำขิงล่ะ” สายป่านพูดเสียงเข้มเพื่อปรามน้องชายตัวแสบ
“จ้า... แล้วกินสายป่านแทนได้มั้ย” เด็กหนุ่มกระเซ้าพี่สาวทีเล่นทีจริง
“บ้า...” หญิงสาวหลบตาด้วยความเขิน พวงแก้มปรากฏสีแดงระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ผมพูดจริง ๆ นะ พี่ป่านทำเฉยชากับผม ผมคิดถึงพี่จะแย่”
“ยังไม่ได้หรอก พอกินยาของเพชรเข้าไป เมื่อเช้าเลือดมันก็ออก... เอาไว้ได้เมื่อไหร่แล้วจะบอกนะ”
“เฮ่อ...” พอได้ฟังเพชรกล้าก็ทำหน้าเซ็ง
“โอ๋ ๆ ๆ พี่ให้จูบปลอบใจก็แล้วกัน” สายป่านพูดพลางเขย่งปลายเท้าพร้อมโน้มคอของเด็กหนุ่มลงมาประกบจูบ

เมื่อปมในใจถูกคลี่คลาย ความรู้สึกที่ถูกกดเอาไว้ก็เผยออก บัดนี้สายป่านรู้แล้ว ว่าเธอหลงรักน้องชายของตัวเองจนถอนตัวไม่ขึ้น

< ------------- >

แสงจากทีวีพลันดับวูบลงเมื่อเพชรกล้ากดรีโมท เด็กหนุ่มซึ่งวันรุ่งขึ้นมีเรียนวิชาแรกในช่วงบ่ายพยายามดูทีวีเพื่อฆ่าเวลาเพราะไม่ต้องตื่นเช้า แต่เขากลับรู้สึกเบื่อหน่ายที่เปลี่ยนไปช่องไหนก็เจอแต่ข่าวการเมืองที่ด่าทอกันไปมา ละครน้ำเน่าแย่งชิงสมบัติ หรือแม้กระทั่งสื่อบางสำนักที่นำเสนอแต่ข่าวไร้สาระไม่ประเทืองปัญญา  ถึงกระนั้นเพชรกล้าที่นอนก่ายหน้าผากก็ยังยิ้มออกเมื่อนึกถึงใบหน้าของพี่สาวทั้งสอง สมองที่หมกมุ่นในกามารมณ์เริ่มคิดเลยเถิดไปถึงช่วงเวลาแห่งความสุข  ด้วยฮอร์โมนความต้องการที่เหลือล้น เพชรกล้าสะบัดผ้าห่มซึ่งคลุมร่างออกแล้วพาตัวเองไปนั่งอยู่ที่หน้าจอโน้ตบุ๊ค

“ช่วงนี้ว่าวไปก่อนนะลูก” เด็กหนุ่มซึ่งสวมเพียงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวบ่นเบา ๆ ก่อนจะกดปุ่ม Power เปิดเครื่อง

คลิปโป๊ดูฟรีมีอยู่เกลื่อนกลาดบนโลกอินเตอร์เน็ต ทั้งฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน มีมากมายหลายแนวให้เลือกเสพ และแน่นอนว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มกำลังค้นหาคือ Keyword คำว่า Incest  แต่ยังไม่ทันจะได้คลิปที่ถูกใจ ข้อความเตือนไลน์ซึ่งเขาตั้งให้เข้าระบบอัตโนมัติก็เด้งขึ้น

‘ข้อความยัยตัวเล็ก...’ เพชรกล้ามองเวลาที่มุมจอภาพด้วยความสงสัย ว่าเหตุใดเวลาสี่ทุ่มเศษน้องสาวคนเล็กยังไม่หลับไม่นอน

----- Line -----

ปานฝ้าย : ดีจ้า
เพชรกล้า : ดีเดออะไรยัยตัวเล็ก ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอน
ปานฝ้าย : ก็บอกว่าชื่อฝ้าย ไม่ได้ชื่อตัวเล็ก
เพชรกล้า : อะ ๆ ฝ้ายก็ฝ้าย 
ปานฝ้าย : พี่เพชร ฝ้ายยืมเข็มขัดนักศึกษาหน่อยจิ
เพชรกล้า : ตัวเองเรียนอยู่ ม.5 จะเอาเข็มขัดนักศึกษาไปเพื่อ
ปานฝ้าย : พอดีพรุ่งนี้มีงานโรงเรียน ฝ้ายกับนุ่นมีโชว์เต้นโคฟเวอร์ แต่เข็มขัดที่ได้มาหัวมันหลุดไปอันนึง
เพชรกล้า : อ้าว ให้ฝ้ายยืมแล้วพี่จะใช่อะไรล่ะ
ปานฝ้าย : ฝ้ายไลน์ขอพี่ป่านกับพี่ภาคแล้วเค้าบอกว่าต้องใช้เหมือนกัน แต่พี่ภาคบอกว่าพี่เพชรมีสองอัน
เพชรกล้า : เหรอ ๆ จำไม่ได้ เคร ๆ
ปานฝ้าย : ขอบคุณจ้า เด๋วขึ้นไปเอา

----- Line -----
 
เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที แม้จะไม่ยาวนานนักแต่มันก็เพียงพอจะทำให้เพชรกล้ารู้สึกหงุดหงิด ด้วยเด็กหนุ่มต้องสะดุดหยุดความสำราญกับการช่วยตัวเองและนั่งรอเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ปานฝ้ายจะทะเล่อทะล่าเปิดประตูห้องซึ่งล็อคยังคงเสียเข้ามา

“นานจังวะ” เพชรกล้าเริ่มบ่นอย่างอารมณ์เสีย

แทนที่จะนั่งรออย่างไร้จุดหมาย สู้เอาลงไปให้เองจะได้จบ ๆ คิดได้เช่นนั้นเด็กหนุ่มก็คว้าเข็มขัดที่เตรียมไว้แล้วลุกเดินออกจากห้องไป  เพชรกล้ารีบลงบันไดไปยังชั้นสองแทนการใช้ลิฟต์ ในใจหวังเพียงมอบสิ่งที่ปานฝ้ายขอยืมแล้วจะได้กลับขึ้นไปรูดท่อนเอ็นได้อย่างหมดกังวล

“ก๊อก ก๊อก” เด็กหนุ่มเคาะประตูเบา ๆ ภายในใจเตรียมคำพูดจะเอ็ดน้องสาวที่ทำให้ตัวเองต้องเสียเวลา

แต่เมื่อประตูเปิดออกทุกอย่างที่ตระเตรียมไว้กลับพลันมลายหายสิ้น  เด็กสาววัยสิบหกปีอยู่ในชุดนักศึกษานอนคว่ำเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนที่นอน กระโปรงทรงสอบสั้นสีดำตัดกับต้นขาขาวเนียน เนื้อผ้ายืดและฟิตจนเห็นเป็นรอยขอบกางเกงชั้นใน ภาพเบื้องหน้ากระตุ้นเร้าจนเพชรกล้าหายใจไม่ทั่วท้อง

“พี่เพชร” เสียงเด็กสาวคนที่เปิดประตูซึ่งเพชรกล้ามองข้ามหัวไหล่เธอไปช่วยดึงสติให้กลับคืน
“เอ่อ... นี่” เด็กหนุ่มพูดพลางยกเข็มขัดในมือขึ้น

โดยพลันที่หันกลับมามองเด็กสาวซึ่งยืนอยู่ตรงหน้า เพชรกล้าก็ถูกเธอดึงเอาหัวใจออกจากร่างไปอย่างไม่รู้ตัว นางฟ้านัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ผมยาวสีน้ำตาลประกายทอง ใบหน้าสวยคมแบบลูกครึ่งไทยอเมริกันกับรูปร่างและสัดส่วนที่โตเกินวัย  ปุยนุ่นอยู่ในชุดนักศึกษาเช่นเดียวกับปานฝ้าย ขนาดเสื้อที่ใส่นั้นพอดีตัวจนกระดุมบริเวณหน้าอกขนาดสามสิบห้านิ้วถูกรั้งจนแทบปริ

“แป๊บนึงนะพี่เพชร” ปุยนุ่นรับเข็มขัดแล้วเดินไปยังตู้เสื้อผ้า

ยิ่งเห็นด้านหลังของเด็กสาว เพชรกล้าก็ยิ่งหวั่นไหว รอบเอวคอดกิ่วขนาดยี่สิบสี่นิ้ว รับกับสะโพผายสามสิบห้านิ้วภายใต้กระโปรงที่สั้นจนแทบเห็นแก้มก้น  เด็กหนุ่มเผลอกลืนน้ำลายเหนียวลงคออันแห้งผากก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกพยายามสงบสติอารมณ์

“ฝ้ายบอกเดี๋ยวขึ้นไปเอาไง” เสียงแจ๋ว ๆ ดังมาจากเตียงพาให้เพชรกล้าหันไปมอง

‘นี่มันเหี้ยไรวะเนี่ย’ เด็กหนุ่มถึงกับสบถในใจเมื่อเห็นน้องสาวคนเล็ก

ปานฝ้ายซึ่งขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนส้นเท้าหันหน้าตรงมาทางเพชรกล้า ด้วยท่านั่งทำให้กระโปรงที่สั้นอยู่แล้วยิ่งร่นขึ้นจนมองเห็นชั้นในสีขาว หน้าอกแม้ไม่ใหญ่เท่าปุยนุ่น แต่สำหรับเด็กสาววัยเดียวกันแล้ว เต้าอวบขนาดสามสิบสามนิ้ว กับเอวคอดเพียงยี่สิบสองนิ้วนับว่าหาได้ยาก

แก่นกายที่เคยถูกขัดจังหวะในการเอาน้ำออกค่อย ๆ พองตัวขึ้นตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เพชรกล้าซึ่งรีบร้อนลงมาโดยไม่ได้สวมเสื้อจึงขยับมือซ้ายมาทาบกดเพื่อบดบังมันเอาไว้

“ไม่ต้องเลยยัยตัวเล็ก รอตั้งนานไม่เห็นขึ้นไป” เด็กหนุ่มพยายามแหย่น้องสาวให้เหมือนเป็นเรื่องปกติ
“ก็บอกว่าชื่อฝ้ายไง ไม่ใช่ตัวเล็ก” ปานฝ้ายทำหน้างอคิ้วขมวดพร้อมลุกขึ้นยืนด้วยหัวเข่า ไหล่ที่เคยห่ออยู่ก็พลันผายออก เต้าอวบจึงลอยเด่นจนเด็กหนุ่มแทบอดใจไม่ไหว

‘ทำไมสองคนนี้มันน่ารักกันจังวะ’ เพชรกล้าที่เคยมองน้องทั้งสองเป็นเพียงเด็กน้อยมาโดยตลอด แต่เมื่อได้เห็นพวกเธออยู่ในชุดนักศึกษาที่รัดรูปจนขับทรวดทรงองค์เอวของความเป็นสาวสะพรั่งออกมาก็พาให้เขาเปลี่ยนความคิด
‘น่าเย็ดฉิบหาย’ และแล้วความต้องการเสพสวาทกับเด็กสาววัยกระเตาะก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในสมอง

“อันนี้ติดยังไงคะพี่เพชร” ปุยนุ่นยื่นบางอย่างให้โดยเพชรกล้ารับมันไว้ด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายนั้นยังคงต้องกดทับท่อนเนื้อไว้ไม่ให้แข็งตัว
“อ๋อ... ตุ้งติ้ง แต่อันนี้จะใส่ยากหน่อยเพราะมันเป็นแบบห่วง ถ้าแบบเข็มมีตัวล็อคจะง่าย”
“งั้นพี่เพชรติดให้นุ่นหน่อยนะ” 

‘ซวยแล้วไงกู’ เพชรกล้ารู้ได้ทันทีว่าหากเขายกมือซ้ายขึ้นลำควยจะต้องโด่ดันกางเกงจนเป็นที่สังเกต

แต่ถึงอย่างไรเด็กหนุ่มก็จัดแจงติดตุ้งติ้งให้ปุยนุ่นด้วยหวังว่าจะให้ทุกอย่างรีบผ่านพ้นไป แต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด มือของเพชรกล้ามีอาการสั่นเล็กน้อยจากความประหม่า ความขาวใสของเด็กสาวในชุดนักศึกษารัดรูปกระตุ้นเร้าให้องคชาตพองขึ้นเป็นลำพร้อมกระตุกงึก ๆ อยู่ภายใต้กางเกงบ๊อกเซอร์

“เต้นชุดนี้ไม่ดูโป๊ไปเหรอ” แม้ในใจจะคิดอกุศล แต่ลึก ๆ แล้วก็ยังมีความเป็นห่วงและหวงน้องสาวทั้งสอง
“พี่เพชรอย่าลืมสิ นุ่นเรียนโรงเรียนหญิงล้วนนะ”
“เออ... จริงด้วย อะ... เสร็จแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ... อุ้ย...” ในขณะที่ปุยนุ่นจะหมุนตัวกลับ บริเวณแขนท่อนล่างก็พลันสัมผัสเข้ากับแท่งอะไรบางอย่างจนต้องร้องอุทานออกมาเบา ๆ
“เอ่อ... พี่ไปแล้วนะ” เพชรกล้าสะดุ้งตัวงอตกใจไม่แพ้เด็กสาว เขารีบขอตัวกลับขึ้นห้องก่อนสายตาทั้งคู่จะจับจ้องมาที่ต้นเหตุ

< ------------- >

“มีไรเหรอนุ่น” ปานฝ้ายเอ่ยถามเมื่อประตูถูกปิด
“เอ่อ...” ปุยนุ่นเดินไปนั่งยังที่นอน ใบหน้าขาวใสเปลี่ยนเป็นสีแดงอมชมพู คำพูดทุกอย่างเหมือนจุกอยู่ในลำคอ
“เป็นอะไรของแกวะนุ่น”
“ชั้นว่า... แขนชั้นโดนของพี่เพชรว่ะ”
“โดนอะไร เจ็บรึป่าว”
“โดนเอ่อ... ตรงนั้นของผู้ชายอะ” เด็กสาวซึ่งเรียนโรงเรียนหญิงล้วนเมื่อต้องเอ่ยถึงอวัยวะเพศชายก็พาให้เขินอาย
“จริงดิ... มันเป็นยังไง ไหนเล่าให้ฟังหน่อย” ปานฝ้ายรีบขยับเข้าหาปุยนุ่นด้วยท่าทีสนใจ
“มันก็แข็ง ๆ แล้วก็ใหญ่” ยิ่งนึกถึงความรู้สึกที่ได้สัมผัส หัวใจของปุยนุ่นก็ยิ่งพองโต
“หน้าแดงใหญ่แล้วแก ชั้นจำได้ ตอนเด็ก ๆ แกบอกว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับพี่เพชร”
“บ้าเหรอ... นั่นมันตอนเด็ก นี่โตแล้ว”
“โตก็เลยไม่อยากแต่งแล้วเหรอ”
“บ้า... ไม่คุยด้วยแล้ว” ปุยนุ่นรีบตัดบท แต่สมองก็หวนคิดถึงสิ่งที่เคยพูดไว้เมื่อคราวยังเป็นเด็กน้อย ในใจเธอรู้สึกหวิว ๆ อย่างอธิบายไม่ถูก

< ------------- >

เพชรกล้าเมื่อกลับมาถึงห้องก็รีบจัดแจงนั่งลงบนเก้าอี้ คลิปโป๊ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เด็กหนุ่มควักท่อนเอ็นออกมารูดหนังเข้าออกพลางจินตนาการไปถึงสองสาวในชุดนักศึกษา ความสดใสกับทรวดทรงที่น่ากอดรัด เต้าอวบใหญ่จนกระดุมแทบปริยั่วเย้าให้บีบขยำ กระโปรงอันแสนสั้นชวนให้ค้นหา หากได้ยัดท่อนควยเย็ดรูหีของเด็กสาวทั้งที่อยู่ในชุดนักศึกษาคงจะได้อารมณ์ไม่น้อย  ด้วยความคิดที่โลดเล่นบวกกับภาพซึ่งผุดขึ้นในสมอง เพียงไม่ถึงห้านาที น้ำเงี่ยนขาวขุ่นก็พุ่งเป็นสายออกมาจากปลายท่อ

เมื่อร่างกายได้ปลดปล่อย ความเงี่ยนก็คลายตัวลง  เด็กหนุ่มลุกขึ้นไปล้างทำความสะอาดก่อนจะกลับมาดับไฟนอน เวลาของค่ำคืนค่อย ๆ ผ่านไปอย่างเชื่องช้าโดยไม่มีทีท่าว่าเพชรกล้าจะเคลิ้มหลับ ภาพของเด็กสาวทั้งสองยังคงแทรกเข้ามาในความคิดของเขาเป็นระยะ ๆ  จากที่เคยคิดจะนอนเมื่อได้ชักเอาน้ำควยออก ตอนนี้ในสมองของเด็กหนุ่มกลับเริ่มคิดวางแผนการต่าง ๆ นานา  จนในที่สุดไฟในห้องนอนก็ถูกเปิดให้สว่างขึ้นอีกครั้ง

< ------------- >

ราวเก้าโมงเช้า เพชรกล้าซึ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดสบาย ๆ กับกางเกงขาสั้นเดินเข้ามาใกล้โถงชั้นล่างก็พบกับยายฉิมยืนคุยอยู่กับบุษกร ในมือของยายฉิมถือถุงผ้าขนาดไม่ใหญ่นักภายในบรรจุเสื้อผ้าและของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ

“บุษช่วยทำบุญนะคะ” บุษกรพูดพลางหยิบธนบัตรใส่ลงในถุงผ้าของยายฉิม
“ยายฉิม จะไปไหนเหรอครับ” เพชรกล้าซึ่งเดินมาถึงเอ่ยทักด้วยความสงสัย
“อ๋อ... ยายจะไปงานศพน่ะคุณเพชร คงจะค้างซักคืน แก่แล้วไปกลับไม่ไหว”
“ครับยาย” เพียงได้รู้ว่ายายฉิมจะไม่อยู่บ้าน ในใจของเด็กหนุ่มก็ลิงโลดจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่
“ว่าแต่เราเถอะหิ้วของจะไปไหน” บุษกรถามกลับเมื่อเห็นลูกชายหิ้วถุงกระดาษในมือ
“จะไปส่งของให้เพื่อนสมัยมัธยมน่ะแม่... งั้นเดี๋ยวผมออกไปส่งยายฉิมขึ้นรถเลยละกัน”
“ดีสิลูก ขับรถดี ๆ นะ”
“ครับแม่”

< ------------- >

เวลาเกือบห้าโมงเย็นรถยนต์ของสองหนุ่มก็แล่นผ่านประตูรั้ว  เพชรกล้าซึ่งนั่งฝั่งซ้ายของคนขับรีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว ตลอดวันที่เข้าเรียนในช่วงบ่าย เด็กหนุ่มไม่มีกระใจจะจดหรือซึมซับความรู้เลยแม้แต่น้อย เขาเฝ้ามองแต่เข็มนาฬิกาที่หมุนวน เพียงหวังว่าจะให้มันหมดวันไปโดยเร็ว

“กลับมาแล้วครับ” เพชรกล้าเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในตัวบ้าน มันเป็นจังหวะเดียวกับบุษกรซึ่งกำลังยื่นกล่องพัสดุให้กับปุยนุ่นที่กลับมาถึงก่อนเด็กหนุ่มพียงเล็กน้อย
“อะไรคะน้าบุษ” ปุยนุ่นซึ่งยังอยู่ในชุดเต้นโคฟเวอร์ออกอาการงุนงงเมื่อจู่ ๆ บุษกรยื่นกล่องให้
“อ้าว นุ่นไม่ได้สั่งเหรอลูก เห็นจ่าหน้าชื่อหนู” เพชรกล้าที่ยืนมองอยู่เริ่มใจเสียเมื่อปุยนุ่นออกอาการจะไม่รับสิ่งของที่ตัวเองไม่ได้สั่ง
“เพื่อนส่งให้รึป่าว” ปานฝ้ายพูดแทรกขึ้นก่อนเธอจะเดินไปยังบันไดเพื่อขึ้นชั้นสอง
“อ่อ...” ปุยนุ่นรับกล่องพัสดุไว้อย่างเสียไม่ได้แล้วเอามันไปวางไว้ในห้องนอนพร้อมกับกระเป๋านักเรียน

< ------------- >

ปานฝ้ายซึ่งมีเพียงผ้าขนหนูสีเขียวอ่อนพันกายเดินออกจากห้องน้ำ เธอนั่งลงบนเก้าอี้สตูลหน้าโต๊ะเครื่องแป้งพลางใช้ผ้าผืนเล็ก ๆ เช็ดปอยผมที่เปียกปอนจากการสระ

“ยายไม่อยู่ วันนี้นอนห้องชั้นมั้ยนุ่น” เด็กสาวหันไปถามปุยนุ่นที่นั่งดูซีรีย์อยู่บนที่นอน
“อื่ม... สองทุ่มกว่า งั้นชั้นลงไปอาบน้ำก่อน” ปุยนุ่นซึ่งยังคงอยู่ในชุดนักศึกษาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาติดผนังเหนือทีวีก่อนจะตัดสินใจตอบออกไป

< ------------- >

ห้องมุมซ้ายด้านในสุดของชั้นล่างถูกเปิดออก แม้จะไม่มีห้องน้ำในตัวเหมือนห้องนอนอื่น ๆ แต่มันก็ใหญ่และสะดวกสบายพอสำหรับยายกับหลานสาว แสงไฟสว่างขึ้นพร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลง มือซึ่งกำลังจะดึงชายเสื้อออกจากกระโปรงหยุดชะงักเมื่อสายตามองไปยังกล่องพัสดุซึ่งเธอวางไว้บนที่นอน

เด็กสาวหยิบมันก่อนจะนั่งลงแล้วค่อย ๆ แกะเทปกาวออกด้วยความสงสัย ฝากล่องถูกเปิดขึ้นเผยให้เห็นแท่งพลาสติกทรงรีสีชมพูอ่อนความยาวประมาณห้าเซนติเมตร มันมีสายเชื่อมต่อกับตลับรูปร่างกลมแบนซึ่งมีปุ่มกด

‘ไข่สั่น...’ ปุยนุ่นหยิบมันขึ้นมองระดับสายตา แม้จะพอรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือคืออะไร แต่เธอก็ไม่เคยได้สัมผัสกับของจริง

เด็กสาววางกล่องพัสดุลงข้างตัวแล้วลองกดปุ่มเปิดที่ตลับทรงกลม โดยพลันแท่งพลาสติกก็สั่นอย่างแรงจนปุยนุ่นตกใจรีบกดปิด  หัวใจของเด็กสาวเต้นแรงขึ้นกับสิ่งที่อยู่ในมือ  ปุยนุ่นมองไปยังประตูให้แน่ใจว่าปุ่มล็อคถูกกดและจะไม่มีใครล่วงรู้ว่าเธอได้รับอะไรมา  แต่เด็กสาวหารู้ไม่ว่าทุกอิริยาบถตั้งแต่เธอย่างกายเข้ามาในห้องนั้นถูกจับจ้องด้วยตาคู่หนึ่งซึ่งแอบมองจากนอกหน้าต่างบริเวณหัวเตียง  เพชรกล้าที่เป็นผู้ส่งกล่องพัสดุให้เด็กสาวยืนอยู่ด้านหลังตึกอันมืดมิด มันเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่เขาทนรอให้ปุยนุ่นเข้ามาเปิดกล่องซึ่งภายในบรรจุไวเบรเตอร์รูปแบบไข่สั่นที่แอบเอามาจากห้องของสายป่าน

เหมือนเด็กสาวจะนึกได้ เธอหันไปยังหน้าต่างอลูมิเนียมซึ่งมู่ลี่สีฟ้ายังคงแง้มเปิด ปุยนุ่นจึงลุกขึ้นไปหมุนให้ใบเกล็ดพับลงโดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธอกลับกลายเป็นการบังตาตัวเองไม่ให้เห็นบุคคลภายนอก  แต่สำหรับเพชรกล้าแล้ว เขากลับมองเห็นภาพภายในห้องผ่านใบมู่ลี่ลงไปได้อย่างชัดเจน

ปุยนุ่นกลับมานั่งลงบนที่นอนอีกครั้งพลางล้วงหยิบสิ่งของอีกอย่างออกมาจากกล่องพัสดุ มันเป็นกระดาษขนาด A5 เย็บติดกันเป็นรูปเล่ม

‘Story of incest’ เด็กสาวอ่านข้อความบนหน้าปกในใจ

เพชรกล้าซึ่งเสียเวลากับการพิมพ์และประกอบรูปเล่มอยู่เกือบทั้งคืนยืนลุ้นอย่างจดจ่อ  ปุยนุ่นซึ่งเปิดอ่านเนื้อหาภายในแบบผ่าน ๆ ก็พอรู้ได้ว่ามันคือนิยายเสียวที่ตัวเอกมีความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว เด็กสาวค่อย ๆ เปิดอ่านจับใจความเป็นระยะ ๆ จนมาสะดุดกับชื่อตอน

“คำสารภาพ” ปุยนุ่นขยับริมฝีปากโดยไม่ออกเสียงแล้วเริ่มอ่านมันอย่างจริงจัง

เรื่องราวสัมพันธ์สวาทระหว่างกล้ากับน้องพลอยซึ่งเป็นลูกคนละแม่ แม้จะไม่เหมือนตัวเธอซะทีเดียว แต่ก็พอจะทำให้ปุยนุ่นมีอารมณ์ร่วมไปกับสิ่งที่อ่านได้ไม่ยาก ยิ่งเด็กสาวนึกถึงขนาดเครื่องเพศของเพชรกล้าที่แขนเธอบังเอิญได้สัมผัสในใจก็ยิ่งหวั่นหวิว ปุยนุ่นค่อย ๆ ขยับหมอนแล้วเอนตัวลงนอนอย่างช้า ๆ

เพชรกล้าที่แอบมองอยู่ทวีความตื่นเต้นมากขึ้นเมื่อปุยนุ่นเริ่มใช้มือขวาบีบเข้ากับเต้านมของตัวเองนอกเสื้อนักศึกษาที่รัดติ้วโดยยังคงใช้มือซ้ายจับหนังสือเพื่ออ่านเรื่องราว  การสอดใส่ท่อนเอ็นเข้าในร่องเสียวของน้องสาวที่ยังบริสุทธิ์ชักพาให้ปุยนุ่นเลื่อนไล้มือลงไปยังกระโปรงอันแสนสั้น เด็กสาวค่อย ๆ อ้าขาออกพลางใช้ปลายนิ้วถูวนบริเวณเม็ดละมุนนอกกางเกงชั้นใน

“อื่ม...” ปุยนุ่นครางในลำคอด้วยความซ่านสยิว

เพียงปุ่มกระสันถูกสัมผัสได้ไม่นาน น้ำในร่องก็เริ่มไหลซึมออกมา ใจของเด็กสาวค่อย ๆ ล่องลอยเมื่อจุดเสียวถูกกระตุ้นซ้ำ ๆ เธอหย่อนหนังสือลงข้างเตียงก่อนจะใช้มือที่ว่างเปล่าเข้าประกบคลึงเต้าอวบ เปลือกตาของเธอหลับลงช้า ๆ และเริ่มดื่มด่ำกับการช่วยตัวเอง ภาพที่เห็นในมุมของเพชรกล้านั้นช่างดึงดูดใจ เด็กสาวลูกครึ่งในชุดนักศึกษารัดรูปใช้มือหนึ่งบีบคลึงเต้านมอวบใหญ่ อีกมือหนึ่งซุกไซ้บริเวณหว่างขา

เวลาผ่านไปราวสองนาที การถูไถเพียงภายนอกเริ่มไม่สนองตอบกับความต้องการของเด็กสาว  ปุยนุ่นที่ยังหลับตาค่อย ๆ อ้าขาออกจนกระโปรงสั้นร่นขึ้นมาเหนือเนินนูน เธอเลื่อนมือซ้ายลงแล้วสอดปลายนิ้วทั้งสองข้างเกี่ยวเข้ากับกางเกงชั้นใน เด็กสาวยกบั้นท้ายขึ้นเล็กน้อยก่อนสิ่งที่ปิดบังของสงวนจะถูกรูดออก ชั้นในซีทรูสีเนื้อที่เพชรกล้าได้เห็นส่งให้แก่นกายภายในบ๊อกเซอร์ค่อย ๆ ตื่นตัว

“อ้าาาาห์...” เสียงครางกระเส่าของเด็กสาวที่นึกว่าตนอยู่เพียงลำพังดังออกมาเมื่อปลายนิ้วกลางถูวนเข้ากับติ่งเนื้อที่เคลือบไปด้วยน้ำอันเหนียวลื่น

‘ได้เวลาแล้ว’ เพชรกล้าซึ่งเห็นว่าทุกอย่างเริ่มสุกงอมก็คิดจะดำเนินการตามแผนขั้นต่อไป

แต่ยังไม่ทันจะหันกลับ ภาพของเด็กสาวที่ใช้มือซ้ายควานหาสิ่งของที่อยู่ข้างตัวก็ฉุดรั้งร่างเด็กหนุ่มเอาไว้ ไวเบรเตอร์ถูกหยิบขึ้นมาชูต่อหน้าเด็กสาว เธอละนิ้วจากเนินสวรรค์ขึ้นมาจับแท่งพลาสติกทรงรีก่อนจะกดปุ่มเปิดมัน ความสั่นระริกของสิ่งที่อยู่ในมือชวนให้เด็กสาวจินตนาการถึงความเสียวซ่านที่จะได้รับ

“อู้ยยยยย์... เสียว...” ทันทีที่ปุยนุ่นจ่อมันเข้ากับเม็ดมณี ร่างกายของเธอก็พลันสะท้าน หน้าท้องแขม่วภายในร่องเสียวขมิบเกร็ง

แม้ภาพที่เห็นจะน่าเชยชมเพียงใด แต่หากปล่อยเวลาทอดออกไปเพชรกล้าเกรงว่าเด็กสาวจะถึงจุดสุดยอดเสียก่อน เด็กหนุ่มตัดใจกับสิ่งสวยงามเบื้องหน้า เขาค่อย ๆ ย่องออกจากหลังตึกแล้วรีบกลับเข้าไปในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว

“ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูทำเอาปุยนุ่นซึ่งใกล้จะถึงสวรรค์สะดุ้ง เธอรีบชักมือที่จับไข่สั่นออกด้วยความตกใจ
“ใคร”
“พี่เพชรเอง” เมื่อเด็กสาวได้ยินก็ลุกขึ้นขยับดึงกระโปรงให้เข้าที่ ก่อนจะหยิบเอาทุกอย่างแม้กระทั่งกางเกงชั้นในซุกไว้ใต้หมอน
“คะ” เด็กสาวแง้มเปิดประตูพร้อมรับคำ
“พี่จะมาเอาเข็มขัดน่ะ” เพชรกล้าซึ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงบ๊อกเซอร์พูดอย่างเป็นธรรมชาติ 
“อ๋อ... ค่ะ” ปุยนุ่นก้าวถอยหลังหวังจะถอดเข็มขัดออกแล้วส่งคืนให้ แต่โดยพลันเพชรกล้าก็วิสาสะแทรกตัวเข้าไปนั่งยังเตียงนอนของเธอ
“พอดีพี่จะให้นุ่นช่วยดูแอปนี้ให้พี่หน่อย” เด็กหนุ่มซึ่งอยู่ในท่านั่งห้อยขาวางเท้าลงบนพื้นพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือซึ่งเหน็บอยู่ที่ขอบกางเกงออกมา
“แอปอะไรเหรอคะ” ปุยนุ่นผู้ใสซื่อสอบถามเพียงหวังว่าจะช่วยอะไรพี่ชายได้บ้าง
“เอ่อ... อันนี้” เพชรกล้าซึ่งไม่คิดจะให้ปุยนุ่นช่วยดูอะไรในโทรศัพท์ตั้งแต่แรก เขาหันไปทางซ้ายแล้วคว้าหมอนมาวางไว้ที่ตัก โดยเจตนาให้เหมือนจะเอามารองมือ

พลันเมื่อปุยนุ่นเห็นเพชรกล้าหยิบหมอน เธอก็รีบปิดประตูแล้ววิ่งกลับเข้าไปหมายจะคว้าเอาสิ่งที่ถูกเปิดออก แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป  สำหรับเด็กหนุ่มที่คาดการณ์ไว้แล้ว หนังสือเล่มเล็กกับไวเบรเตอร์จึงถูกหยิบขึ้นมาถือไว้ในมือ ส่วนเด็กสาวที่ช้ากว่าคว้าได้เพียงกางเกงชั้นในตัวน้อยก่อนที่เธอจะรีบไขว้มือแอบมันไว้ด้านหลังแล้วยืนก้มหน้าด้วยความอาย

“นุ่นอ่านเรื่องนี้ด้วยเหรอ พี่ก็เคยอ่าน” เพชรกล้าเงยหน้าขึ้นมองพูดน้ำเสียงเป็นกันเอง
“เอ่อ...” แม้จะผิดคาดที่ไม่ใช่คำด่าทอ แต่ปุยนุ่นก็ยังไม่กล้าสบตาอยู่ดี
“อายเหรอ ไม่ต้องอายหรอก มันเป็นเรื่องปกติ” เด็กหนุ่มพูดพร้อมจับสายของไข่สั่นยกขึ้นมอง
“นุ่นไม่ได้สั่งนะคะ ไม่รู้ใครส่งมา”
“นุ่นไม่ต้องเครียดนะ ของพวกนี้ พี่ไม่บอกใครหรอก มานั่งเถอะ”
“ค่ะ” เมื่อได้ยินว่าเพชรกล้าจะเก็บเรื่องของเธอไว้เป็นความลับ เด็กสาวก็ค่อยคลายความกังวลใจ เธอก้าวไปนั่งด้านขวาของเด็กหนุ่มอย่างว่าง่าย
“อันนี้นุ่นอ่านจบรึยัง” เพชรกล้าแกล้งยกหนังสือขึ้นเอ่ยถาม
“ยังค่ะ” ปุยนุ่นพาซื่อตอบความจริงไปโดยไม่มีชั้นเชิงใด ๆ แม้แต่น้อย
“เวลาอ่านแล้วนุ่นรู้สึกยังไง” เด็กหนุ่มพูดพลางคลี่เปิดไปที่ Volume 4 ซึ่งเขารู้อยู่แล้วว่าปุยนุ่นอ่านมันขณะช่วยตัวเอง
“พออ่านแล้วนึกตามใจมันก็หวิว ๆ”
“ตอนพี่อ่านพี่ก็รู้สึกหวิว ๆ เสียว ๆ เหมือนกัน... มันเสียวจนพี่ต้องช่วยตัวเองเลยนะ... แล้วนุ่นล่ะ”
“นุ่น... เอ่อ... ค่ะ...” เด็กสาวอายที่จะพูดเรื่องอย่างว่า แต่เธอก็พยักหน้ารับ
“แล้วนุ่นเคยมีแฟนรึป่าว”
“.............” ปุยนุ่นไม่ตอบแต่เอี้ยวตัวเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มแล้วส่ายศีรษะเบา ๆ  ซึ่งการได้เห็นใบหน้าของเด็กสาวแบบใกล้ ๆ มันก็ทำให้เพชรกล้าเหมือนถูกมนต์สะกด
“นุ่น... สวยมากรู้มั้ย” เด็กหนุ่มเผลอเอ่ยปากชมพลางมองเหม่อเข้าไปในแววตาสีน้ำตาลอ่อน

เมื่อปุยนุ่นต้องมาจ้องตากับผู้ชายก็พาให้ใจสั่น เรื่องราวที่ได้อ่านบวกกับความกระสันอยากซึ่งยังไม่ถูกปลดปล่อยค่อย ๆ ขับเคลื่อนให้ภายในกายของเด็กสาวรู้สึกร้อนรุ่มราวกับถูกสุมด้วยกองเพลิง  ความเงียบสงัดของบรรยากาศโดยรอบทำเอาปุยนุ่นได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรง  แม้เด็กสาวจะรู้สึกดีกับคำหวานของชายที่เธอเคยใฝ่ฝันอยากแต่งงานด้วย แต่เธอก็ต้องกลั้นใจแล้วหันกลับมาก้มหน้าอีกครั้ง เมื่อคำพร่ำสอนของยายฉิมที่ว่าพวกเธอเป็นเพียงผู้พักอาศัยไม่ควรคิดอะไรเกินเลยกับลูกเจ้าของบ้านดังก้องในหู

“นุ่น...”
“ค่ะ... คะ...” เด็กสาวประหม่าขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยหัวใจที่หวั่นไหว
“ให้พี่ช่วยนุ่นนะ” เพชรกล้าไม่พูดเปล่า เขาหยิบหมอนออกจากตักแล้วขยับลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเด็กสาว โดยพลันหัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วก็เต้นเร็วและรัวขึ้นเมื่อปุยนุ่นรู้ว่าเพชรกล้าหมายถึงอะไร
“พี่เพชร...” หากเธอเอ่ยปากห้ามทุกอย่างก็จบ แต่ใจที่มีให้เพชรกล้ากับความอยากรู้อยากลองส่งให้เด็กสาวทำแค่เพียงเรียกชื่อพี่ชายออกไปเบา ๆ

แม้การเรียกชื่อจะไม่ใช่คำปฏิเสธ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กสาวอนุญาต  เพชรกล้าเงยหน้าขึ้นมองให้แน่ชัดว่าปุยนุ่นเต็มใจ  ภาพที่เห็นมีเพียงเด็กสาวนั่งเอียงหน้าหลบตาด้วยความอาย เขาจึงค่อย ๆ ยกมือขึ้นจับหัวเข่าขาวเนียนทั้งสองข้างอย่างช้า ๆ อาการสะดุ้งเล็กน้อยมีให้เห็นเมื่อร่างกายถูกสัมผัส แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีคำทัดทานใด ๆ หลุดออกมาจากปากของเด็กสาว

เพชรกล้ากระหยิ่มในใจเมื่อสิ่งที่เขาทุ่มเทลงไปกำลังจะบังเกิดผลให้เก็บกิน เด็กหนุ่มก้มลงบรรจงจูบเบา ๆ ที่ขาของปุยนุ่น ความเนียนและกลิ่นหอมช่างกระตุ้นเร้าอารมณ์ มือทั้งสองข้างค่อย ๆ ออกแรงแยกขาของเด็กสาวให้อ้าอย่างช้า ๆ

ปุยนุ่นรู้ดีว่าภายใต้กระโปรงที่แสนสั้นนั้นไม่มีชั้นในปิดบังของสงวน หากขาของเธอแยกออกสิ่งที่เพชรกล้าจะได้เห็นคือจุดซ่อนเร้นที่ปากทางเข้ายังคงฉ่ำเยิ้ม  ขณะที่ความอายกับความใคร่กำลังหักล้างกันอยู่ในสมอง รู้ตัวอีกทีเด็กสาวก็นั่งอ้าขาอวดเนินสวาทให้เพชรกล้าได้เห็นอย่างเต็มตา

“สวย...” เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมด้วยเสียงกระเส่าในลำคอ

อวัยวะเพศขาวเนียนของสาวน้อยวัยสิบหกปี หัวหน่าวโหนกนูนมีไหมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นประดับเพียงอุย ๆ ขาที่แยกออกพาให้กลีบบัวเผยอเปิด ภายในเห็นเป็นสีชมพูอ่อนช่างสวยงาม ปากถ้ำมีน้ำใส ๆ หล่อเลี้ยงเป็นมันวาว ช่องที่ให้ท่อนเนื้อแทรกผ่านนั้นเล็กราวกับไม่เคยมีสิ่งใดได้ล่วงล้ำมาก่อน

“อ่าาาาห์...” มือขวาของปุยนุ่นยกขึ้นจับศีรษะเพชรกล้าทันทีเมื่อเด็กหนุ่มตวัดเรียวลิ้นเลียเข้ากับเม็ดละมุนของเธอ

ปลายนิ้วที่เด็กสาวเคยใช้เทียบไม่ได้เลยกับความฉ่ำนุ่มของสิ่งที่กำลังแซะไซ้ไปมากับจุดเสียว ปุยนุ่นรู้สึกซาบซ่านไปทั้งตัวคล้ายกำลังล่องลอยในอากาศ  เด็กสาวค่อย ๆ เอนตัวเท้าแขนทั้งสองไปด้านหลัง ความเสียวสบายที่ได้รับประกอบกับความเงี่ยนที่เข้าครอบงำพาให้เธอยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นวางบนที่นอนเพื่อให้เพชรกล้าโลมเลียเนินนูนได้อย่างถนัดถนี่

“ซี้ดดดส์... พี่เพชร... นุ่นเสียว” ปุยนุ่นร้องครางหนักขึ้นเมื่อเพชรกล้าเกร็งลิ้นแล้วค่อย ๆ ดันให้ส่วนปลายแยงเข้าไปในรูหีที่ฉ่ำเยิ้ม

เด็กหนุ่มรู้สึกได้ถึงการขมิบของช่องเล็ก ๆ เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมพยายามจะกล้ำกรายเข้าไป แต่ทว่าการขมิบนั้นก็นำพาเอาน้ำเมือกใส ๆ เหมือนเป็นการหล่อลื่นสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมาด้วย  น้ำเงี่ยนของปุยนุ่นทำเอาเด็กหนุ่มประหลาดใจ ทั้งกลิ่นและรสชาตินั้นบางเบาคล้ายกับน้ำตาลอ้อย ความหอมหวานดลจิตใจให้เพชรกล้ายิ่งซุกไซ้ปลายชิวหาเพื่อลิ้มรสน้ำอันละมุนลิ้น

“พี่เพชรทำอะไร... นุ่นเสียว... อู้ยยยย์...” เด็กสาวซึ่งนั่งอ้าขาให้พี่ชายใช้ลิ้นแหย่รูหีซาบซ่านจนขับน้ำรักออกมาคลุกเคล้ากับน้ำลาย

ความเสียวที่ปุยนุ่นไม่เคยได้รับมาก่อนทำเอาแขนทั้งสองข้างที่ยันไปด้านหลังเริ่มสั่นและล้า เด็กสาวจึงขยับเอนลงนอนราบอย่างช้า ๆ  เพชรกล้าซึ่งอิ่มเอมกับน้ำเงี่ยนของเด็กสาวค่อย ๆ ละใบหน้าออกจากหว่างขา ภาพเบื้องหน้าคือเนินสวรรค์ที่เต็มไปด้วยน้ำเหนียวไหลเยิ้มจากร่องสวาทย้อยลงมาถึงผ้าปูที่นอน มันช่างยั่วยวนให้เด็กหนุ่มประคองยัดเอาแก่นกายแทรกเข้าไปคลุกเคล้ากับน้ำเมือกที่อยู่ภายใน

ถึงแม้เพชรกล้าจะอยากสอดใส่ลำควยเข้าไปในตัวของปุยนุ่นเพียงใด แต่ถ้าเกิดผลีผลามทำให้เด็กสาวเข็ดขยาดกับการร่วมรัก เธอคงไม่ยอมให้เขาสานต่อความสัมพันธ์ในครั้งต่อ ๆ ไป  เด็กหนุ่มอดใจไว้พลางเลื่อนมือสอดเข้าใต้หมอนแล้วหยิบเอาไวเบรเตอร์ออกมา

“ซี้ดดดส์... พี่เพชร...” แรงสั่นสะเทือนที่กระทบเข้ากับเม็ดแตดทำเอาปุยนุ่นครางกระเส่าแอ่นสะโพก

เพชรกล้าวางตลับสวิตช์ในมือซ้ายลงแล้วแบะแคมหีของเด็กสาวออกเพื่อให้แท่งพลาสติกได้สั่นแนบเน้นกับติ่งเนื้อสีชมพู

“อู้ยยยยย์... นุ่นจะไม่ไหวแล้ว... พี่เพชร... นุ่นเสียว”

เด็กหนุ่มไม่อยากให้การถึงจุดสุดยอดของปุยนุ่นไม่ต่างจากการช่วยตัวเอง  เขาลากไข่สั่นลงจากเม็ดละมุนก่อนจะค่อย ๆ ซุกไซ้มันเข้ากับปากร่องเสียวจนถูกน้ำเหนียวเคลือบเป็นเงา

“ซี้ดดดดส์... พี่เพชร...” เสียงร้องของปุยนุ่นยิ่งดังขึ้นพร้อมกับมือทั้งสองที่ขยำผ้าปูที่นอนเมื่อเพชรกล้าสอดส่วนปลายของไวเบรเตอร์เข้าไปในรูหีอย่างช้า ๆ   
“นุ่นเสียวมั้ย...” เด็กหนุ่มถามพลางขยับมันเข้าออกอย่างเบามือ
“อู้ยยยย์... เสียว... นุ่นเสียว...” บั้นท้ายของเด็กสาวเริ่มยกลอยเป็นบางครั้งจากความเสียวที่ได้รับ
“แล้วแบบนี้ล่ะ” เพชรกล้าค่อย ๆ ดันแท่งพลาสติกช้า ๆ จนมันมุดเข้าไปสั่นอยู่ในรูสวาททั้งอันหลงเหลือไว้แต่เพียงสายสีชมพู
“ซี้ดดดดส์...” ไม่มีคำตอบใด ๆ นอกจากเสียงครางและโคกเนินซึ่งลอยโด่งพร้อมกับน้ำเงี่ยนใส ๆ ที่ถูกขมิบขับจนไหลย้อยลงมายังร่องก้น

เพชรกล้าเห็นอาการของเด็กสาวซึ่งใกล้ถึงสวรรค์ก็ยื่นหน้าเข้าใช้ปลายชิวหาตวัดเลียเม็ดแตดเพื่อเพิ่มความซ่านสยิว ปุยนุ่นที่โดนกระตุ้นทั้งแรงสั่นจากภายในประสานด้วยเรียวลิ้นที่ฉวัดเฉวียนไปมากับปุ่มกระสันอยู่ภายนอกส่งให้ร่างของเธอเริ่มบิดเกร็ง และเพียงไม่กี่อึดใจ เด็กสาวก็รู้ตัวว่ากำลังจะถึงฝั่งฝัน  เธอยื่นสองมือลงไปจับศีรษะเพชรกล้าพร้อมแอ่นเนินนูนให้เด็กหนุ่มได้บดเลีย   

“อู้ยยยย์... ไม่ไหวแล้วพี่... พี่เพชร... ซี้ดดดส์... อู้ยยยยย์...” ปุยนุ่นรั้งศีรษะของพี่ชายไว้แน่น ร่างของเธอสั่นสะท้าน หน้าท้องเกร็งกระตุก ภายในกายซาบซ่านเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ วิ่งจากหัวใจไปยังปลายมือและเท้า

แรงกระตุกเบา ๆ ตามมาเป็นระยะ ๆ ก่อนปุยนุ่นจะคลายมือที่จับศีรษะของเพชรกล้าแล้วปล่อยมันลงข้างตัว  เด็กสาวนอนหลับตาหายใจทางปากด้วยความเหนื่อยอ่อน ขาที่เคยยกชันค่อย ๆ ปล่อยห้อยลงกับพื้น

“อู้ยยยยย์...” ปุยนุ่นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเด็กหนุ่มดึงสายไวเบรเตอร์จนมันหลุดออกมาจากร่องเสียว

เพชรกล้าลุกขึ้นยืนพลางพินิจร่างของปุยนุ่นที่นอนอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของเธอยังคงสวยใสไร้เดียงสาแม้ยามหลับตา เหงื่อกาฬที่ไหลซึมจากห้องที่ไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศหรือแม้แต่พัดลมพาให้เด็กสาวเปียกปอน เสื้อบริเวณเนินอกชุ่มเหงื่อจนเห็นบราเซียร์สีเนื้อได้จาง ๆ  เด็กหนุ่มเม้มปากพลางจินตนาการถึงเต้าอวบที่ซ่อนตัวอยู่ภายใน แต่พลันหมาป่าที่กำลังจะตะครุบเหยื่อก็หวนนึกถึงภาพเก่า ๆ ภาพของเด็กน้อยผมสีน้ำตาลประกายทองนั่งร้องไห้เพราะถูกเพื่อนล้อว่าเป็นเด็กกำพร้า ถูกล้อว่าเป็นลูกฝรั่ง เด็กน้อยถูกกลั่นแกล้งสารพัดในความที่เธอไม่เหมือนคนอื่น  หากจะมีก็แต่ตัวเขาเองที่คอยปกป้องเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ  และสัญญาว่าจะดูแลเธอตลอดไป

‘นี่กูทำอะไรลงไป’ สมองของเพชรกล้ารู้สึกสับสน ใบหน้าเขาเริ่มชา ภายในหูอื้อเหมือนมีแรงกดอากาศ

ภาพความสดใสบนใบหน้าของเด็กน้อยแทรกผ่านเข้ามา รอยยิ้มและเสียงหัวเราะยามที่เล่นด้วยกันมันเป็นความสุขที่ไร้ซึ่งการเสแสร้งหรือหลอกลวง

“พี่ขอโทษ” เพชรกล้าพูดกับปุยนุ่นที่ดูเหมือนจะเข้าสู่ห้วงของนิทรา

ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจจะยุติทุกอย่าง เขาค่อย ๆ ก้มหยิบหนังสือเล่มเล็ก ๆ ขึ้นมามอง บัดนี้สิ่งของสองสิ่งกลับมาอยู่ในมือคนที่ส่งมันแล้ว  เพชรกล้าหันหลังกลับทิ้งไว้เพียงเด็กสาวที่ใสซื่อบนที่นอนของเธอ แต่พลันก็มีสิ่งมาเหนี่ยวรั้งเด็กหนุ่มเอาไว้ มืออันอบอุ่นจับเข้าที่ข้อมือของเขาจนต้องเหลียวไปมอง

เด็กน้อยผมสีน้ำตาลประกายทองคนเดิมเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กสาว เธอจับแขนพี่ชายไว้พร้อมเงยหน้ามองตาแป๋ว

“พี่เพชรขอโทษนุ่นทำไม”
“พี่...” กลับกลายเป็นเพชรกล้าที่รู้สึกผิดจนพูดอะไรไม่ออก
“มีอะไรรึป่าว” ปุยนุ่นถามพลางออกแรงดึงเพชรกล้าเบา ๆ ให้นั่งลงด้านขวาของเธอ
“พี่... พี่เป็นคนส่งของพวกนี้ให้นุ่นเอง” เด็กหนุ่มนั่งก้มหน้ามองของในมือสักพักก่อนจะเอ่ยปากสารภาพความจริงออกไป
“ทำไม”
“เมื่อวานพี่เห็นนุ่นใส่ชุดนักศึกษา... พี่ก็เลย... อยาก...” แม้เพชรกล้าจะตอบอย่างอ้ำอึ้ง แต่จากเหตุการณ์ที่แขนของปุยนุ่นไปโดนเข้ากับท่อนเอ็นที่แข็งตัวก็พอจะทำให้เด็กสาวรู้ได้ว่าพี่ชายต้องการอะไร
“อยากมีอะไรกับนุ่น” ปุยนุ่นหันหน้ามาพูดในสิ่งที่เด็กหนุ่มไม่กล้าเอ่ย
“.............” เพชรกล้าหันไปมองหน้าเด็กสาว เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของเธอ
“พี่ก็เลยวางแผนทุกอย่างเพื่อให้ได้นุ่น... ใช่มั้ย”
“พี่ขอโทษ” เพชรกล้ามองตาเด็กสาวพร้อมเตรียมใจรับคำด่า หรือแม้กระทั่งแรงตบที่จะกระแทกเข้าใส่ใบหน้า
“พี่เพชร... ใจนุ่นเป็นของพี่ตั้งแต่เด็กแล้ว จนมาถึงตอนนี้มันก็ยังเป็นของพี่... ขอแค่พี่บอก นุ่นพร้อมจะให้พี่ได้ทุกอย่าง” ทั้งคำพูดและแววตาล้วนกลั่นออกมาจากความรู้สึกในส่วนลึกของเด็กสาวที่มีต่อพี่ชาย
“นุ่น...”

ปุยนุ่นค่อย ๆ หลับตาพลางยื่นใบหน้าเข้าหาเพชรกล้าจนริมฝีปากเธอได้สัมผัสเข้ากับริมฝีปากของเขา ในที่สุดเด็กสาวก็มอบจูบแรกให้กับคนที่เธอแอบชอบมานาน มันเป็นความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน 

เรียวปากของปุยนุ่นช่างนุ่มละมุนชวนให้เคลิบเคลิ้ม เพชรกล้าปล่อยของในมือลงบนที่นอนแล้วเอี้ยวตัวพลางใช้มือทั้งสองประคองสะโพกผายของเธอไว้  เมื่อเด็กสาวเต็มใจจะให้ในสิ่งที่เขาต้องการความรู้สึกผิดจึงลดน้อยถอยลง  เพชรกล้าค่อย ๆ ประกบเลียริมฝากปากของเธอก่อนจะแซะซอนปลายลิ้นผ่านเข้าไปภายในอย่างช้า ๆ พร้อมด้วยมือขวาที่เลื่อนไล้ขึ้นไปเกาะกุมยังเต้าอวบแล้วบีบมันเบา ๆ

‘นมโคตรแน่น’ สัมผัสที่ได้รับพาให้เด็กหนุ่มคิดถึงก้อนเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใน

ความรู้สึกที่อกคู่งามถูกบีบนวดด้วยมือของคนอื่นเป็นครั้งแรกช่างเสียวสยิวอย่างบอกไม่ถูก เด็กสาวเริ่มอ่อนระทวยกับการรุกเร้าของเพชรกล้า ริมฝีปากของเธอเผยอเปิดรับเรียวลิ้นพร้อมแอ่นอกอิ่มให้เด็กหนุ่มได้เคล้นคลึง

“อื่มมม...” ปุยนุ่นครางเบา ๆ ในลำคอพร้อมยกสองมือขึ้นประคองจับใบหน้าของเพชรกล้า

แล้วทั้งสองก็แลกเรียวลิ้นระหว่างกันอย่างดูดดื่ม  เพชรกล้าค่อย ๆ เลื่อนมือจากปทุมถันเข้ามายังกระดุมของชุดนักศึกษา แต่ด้วยความอวบใหญ่ของทรวงอกจนเสื้อนั้นดึงรั้ง การปลดมันออกจึงไม่ใช่เรื่องง่าย หากแต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไปสำหรับเด็กหนุ่ม  ไม่นานกระดุมเม็ดสุดท้ายก็ถูกปลด  ปุยนุ่นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเพชรกล้าสอดมือผ่านสาบเสื้อเข้าไปแตะเข้าที่สีข้างของเธอ  เขาค่อย ๆ ลูบไล้เนื้อเนียนขึ้นมาประคองยังเต้าอวบ บราเซียร์ผ้าลูกไม้บางเบาแบบไม่มีโครงยิ่งทำให้เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงขนาดที่แท้จริงแม้ไม่ได้สัมผัสโดยตรง  ทรวงอกสามสิบห้านิ้ว คัพเอฟ ประสานกับความแน่นกระชับของเด็กสาววัยสิบหกปี เพชรกล้าจึงไม่รั้งรอที่จะเคล้าคลึงมัน

“อื่มมมม...” เด็กสาวร้องครางดังขึ้น

แม้ปุยนุ่นจะพึงใจที่เพชรกล้าสัมผัสเต้านมของเธอจนซ่านเสียว แต่ทว่าลึก ๆ แล้วเธอกลับอยากให้เขาบีบมันแรงขึ้นกว่านี้  นี่อาจเป็นเพราะในกายของเด็กสาวมีเลือดของชาวตะวันตกไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง ความต้องการทางเพศจึงเร่าร้อนและรุนแรง  อารมณ์ที่เริ่มเตลิดพาให้ปุยนุ่นค่อย ๆ เลื่อนมือขวาลงมายังแผงอกของเพชรกล้าอย่างลืมตัว

‘พี่เพชรจะหาว่าเราร่านรึป่าว’ เมื่อฉุกคิดถึงสิ่งที่จะทำเด็กสาวก็รู้สึกสับสน

แต่แล้วปุยนุ่นก็ทำในสิ่งที่ใจอยาก  เธอค่อย ๆ ไล้มือลงมายังเป้ากางเกงของพี่ชายก่อนจะลูบคลำดุ้นเนื้อจากภายนอก  ท่อนเอ็นที่ขยายแต่ยังไม่แข็งตัวดีค่อย ๆ พองขึ้นจนตั้งเป็นลำ  เด็กสาวสอดมือน้อย ๆ ผ่านขอบเอวบ็อกเซอร์ลงไปจับเข้ากับควยเขื่อง แล้วสัญชาตญาณก็สอนให้รู้ว่าเธอต้องทำอย่างไรกับมัน

“อื่มมมม...” เพชรกล้าครางเบา ๆ พร้อมกับบีบเต้าอวบในมือแรงขึ้นเมื่อปุยนุ่นเริ่มถอกหนังควยของเขา
“ซี้ดดดส์... อ้าาห์... พี่เพชร... บีบแรงอีกได้มั้ยคะ... ซี้ดดดส์...” แม้จะรู้สึกกระดากที่จะพูด แต่เธอก็ตัดสินใจเบือนหน้าออกจากการจูบแล้วเอ่ยปากขอที่ข้างหูของเด็กหนุ่ม

ปุยนุ่นที่เตรียมพร้อมรับการบีบเคล้นเต้าอวบอย่างรุนแรงกลับต้องชะงักมือที่กำลังชักลำลึงค์  เมื่อจู่ ๆ ทรวงอกอิ่มที่เคยถูกนวดคลึงกลับไร้ซึ่งการสัมผัส  บทรักที่สะดุดหยุดลงพาให้เด็กสาวคิดไปว่าเพชรกล้าอาจจะรังเกียจในความร่านสวาทเกินอายุของเธอ

“นุ่น... นุ่นขอโทษ...” ปุยนุ่นดึงมือออกจากกางเกงของเด็กหนุ่มพร้อมเสียงแผ่ว ๆ ในลำคอก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความสลด
“ขอโทษทำไม...”
“คะ... พี่เพชรไม่ว่าที่นุ่นเป็นผู้หญิง... เอ่อ...” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง
“ป่าว พี่แค่จะถอดเสื้อ”
“อ้าว เหรอ...” รอยยิ้มแหย ๆ แสดงให้เห็นถึงความเขินอายที่เข้าในผิด
“นุ่น... แต่ละคนก็มีความชอบที่แตกต่างกันไป... ใจจริงพี่ก็อยากจะทำแรง ๆ เหมือนกัน แต่พี่ก็กลัวนุ่นเจ็บ”
“ไม่ค่ะ นุ่นไม่เจ็บ” เด็กสาวรีบส่ายหน้า
“จ้า...” เด็กหนุ่มยิ้มพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะของปุยนุ่นอย่างเอ็นดู

เพชรกล้าค่อย ๆ ถอดเสื้อยืดออกต่อหน้าเด็กสาว  ถึงแม้เธอจะคุ้นชินเพราะเคยเห็นพี่ชายเปลือยท่อนบนในยามว่ายน้ำอยู่บ่อยครั้ง แต่เมื่อต้องมาอยู่ในระยะประชิดกับแผงอกอันกำยำก็ทำเอาปุยนุ่นหัวใจสั่นหวิว  เธอยกมือขวาขึ้นทาบไปบนหน้าอกของเพชรกล้าอย่างลืมตัว ความรู้สึกที่สัมผัสได้นั้นช่างแน่นและตัน แรงกระตุกของก้อนเนื้อที่อยู่ภายในกระทบเข้ากับฝ่ามือพาให้เด็กสาวรู้ว่าอีกฝ่ายก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

แต่สิ่งที่ทำให้ปุยนุ่นตกใจยิ่งกว่าคือการที่เพชรกล้าขยับตัวลุกขึ้นไปยืนกลางที่นอนแล้วถอดกางเกงบ๊อกเซอร์ออก  เธออ้าปากค้างก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอเมื่อได้เห็นความเป็นชายที่แข็งชูชัน

“ลองอมดูมั้ยนุ่น” เด็กหนุ่มร่างกายเปลือยเปล่าส่งสายตาพร้อมท่อนเอ็นที่กระตุกงึก ๆ เป็นจังหวะ

ลำควยเขื่องใหญ่กับความยาวกว่าครึ่งฟุตทำเอาปุยนุ่นหายใจไม่ทั่วท้อง  เธอคลานเข้าไปหาเพชรกล้าก่อนจะยันตัวขึ้นยืนด้วยเข่าแล้วเงยหน้ามองเด็กหนุ่ม 

“อื่มมม... อ้าาาห์...” เพชรกล้าส่งมือลงไปลูบไล้เส้นผมสีน้ำตาลประกายทองเมื่อความอุ่นของโพรงปากเข้าครอบส่วนหัวขององคชาต

ภาพของเด็กสาวลูกครึ่งผิวขาวใสกำลังเหลือบตาขึ้นมองพลางอมดุ้นเนื้อไว้ในปากช่างเร้าอารมณ์ให้ลุกโชน  เรียวลิ้นที่ตวัดเลียไปรอบ ๆ คอหยักสร้างความกระสันเสียวจนยากจะเชื่อว่าเป็นครั้งแรกของเด็กสาว  แรงขับภายในกายส่งให้ปุยนุ่นยกมือขึ้นรูดชักหนังควยพร้อม ๆ กับการดูดเลียส่วนปลาย

“อู้ยยยยย์... พอก่อน... นุ่น...” จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม แต่เพชรกล้ากลับรู้สึกเหมือนทำนบกำลังจะแตกทั้ง ๆ เด็กสาวเพิ่งดูดควยของเขาไปไม่ถึงสองนาที

ด้วยความลุ่มหลงที่มีต่อท่อนเอ็นจนสมองละทิ้งสิ่งรอบข้าง ปุยนุ่นจึงไม่ได้ยินเสียงทัดทานของเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย  ในทางตรงกันข้าม เธอกลับตั้งหน้าตั้งตาเร่งโยกศีรษะพร้อมถอกชักควยเร็วขึ้นเพื่อให้เขาพึงพอใจ

“นุ่น... พี่... ซี้ดดดส์... อ้าาาห์...” สองมือที่หมายจะผลักดันศีรษะของเด็กสาวพลันเปลี่ยนมาประคองจับไว้แน่นพร้อมกับน้ำเงี่ยนที่พวยพุ่งออกมา
“อื้ออออ...” ของเหลวที่ฉีดกระทบคอหอยทำเอาปุยนุ่นแทบสำลัก แต่เธอก็ยังพยายามขย้อนกลืนมันลงคอทั้ง ๆ ที่ดุ้นเนื้อยังคาอยู่ในปาก

เพชรกล้าซึ่งไม่คาดฝันว่าจะต้องมาถึงสวรรค์ก่อนการสอดใส่ปล่อยมือจากศีรษะของเด็กสาวแล้วทรุดตัวลงนั่งบนที่นอน ลำควยที่ขับน้ำเชื้อออกไม่หมดยังคงกระตุกจนของเหลวขาวขุ่นไหลย้อยลงมายังถุงอัณฑะ  ซึ่งปุยนุ่นที่กำลังใช้หลังมือปาดเช็ดริมฝีปากก็ก้มลงโลมเลียทำความสะอาดจนเพชรกล้าเสียวสะท้าน

เด็กสาวที่ดูเรียบร้อยเหตุไฉนกลับเร่าร้อนและรุนแรง เด็กหนุ่มคิดพลางจ้องมองปุยนุ่นที่กำลังกลืนกินน้ำเงี่ยนของเขาอย่างหื่นกระหาย และด้วยสัมผัสของเรียวลิ้นกับชุดนักศึกษาที่สวมใส่ก็ทำเอาแก่นกายของเพชรกล้าค่อย ๆ พองขึ้นอีกครั้ง  เด็กหนุ่มไม่รอช้าที่จะสานต่อความสุขให้กับปุยนุ่น เขาสอดสองมือเข้าใต้รักแร้แล้วประคองให้เธอนอนราบก่อนจะแทรกตัวเข้าไปคุกเข่าอยู่กลางหว่างขา 

“อู้ยยยยย์... เสียว...”

ปุยนุ่นแอ่นอกอวบเมื่อเพชรกล้าใช้สองมือยื่นลงมาเคล้าคลึงเต้าอวบ และด้วยคำขอที่เคยเอ่ยไว้ก่อนหน้าเด็กหนุ่มจึงสนองตอบด้วยการบีบขยำอย่างรุนแรง

“ซี้ดดดส์... เสียว... นุ่นเสียว...” แทนที่จะรู้สึกเจ็บแต่เด็กสาวกลับแสดงอาการเสียวซ่านออกมาทางสีหน้าและเสียงคราง

เพชรกล้าลากปลายนิ้วลงสอดเข้ากับฐานของบราเซียร์แล้วดันมันขึ้นไปกองอยู่เหนือเนินอกจนเต้านมอวบใหญ่ปลายยอดสีชมพูจาง ๆ ล้นทะลักออกมา  ปุยนุ่นเห็นเช่นนั้นจึงทำท่าจะถอดเสื้อออกเพื่อให้พี่ชายได้ลูบไล้เรือนร่างของเธอโดยไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น

“ไม่ต้องถอดหรอกนุ่น...”
“แล้วมันจะไม่ยับเหรอคะ... อู้ยยยยย์...” เด็กสาวครางกระเส่าเมื่อปทุมถันของเธอถูกขยำอีกครั้ง
“ช่างมัน...”
“ซี้ดดดส์...” ความเสียวที่ปลายยอดจากการดูดเลียทำเอาปุยนุ่นขนลุกเกรียว

เพชรกล้าสูดดมความหอมพลางตวัดลิ้นฉ่ำเข้ากับหัวนมโดยมือทั้งสองก็บีบเคล้นเต้าอวบอย่างเมามัน  เสียงครวญครางดังระงมไปทั่วห้องพร้อมกับมือนุ่ม ๆ ที่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของเด็กหนุ่มเพื่อระบายความสยิวภายในทรวงอก

“พี่เพชร... ซี้ดดดส์... นุ่นขอ... นุ่นไม่ไหวแล้ว...” ปุยนุ่นพูดพลางสอดมือลงไปควานหาแก่นกายของเพชรกล้า

เมื่อเห็นว่าเด็กสาวเงี่ยนจนถึงขีดสุด เขาจึงละจากอกอิ่มของเธอแล้วยันตัวขึ้นนั่งบนส้นเท้า  เรียวขาขาวเนียนข้างขวาถูกยกขึ้นพาดบนบ่าก่อนที่เด็กหนุ่มจะประคองจับให้ปลายลึงค์จ่อเข้ากับปากถ้ำที่ฉ่ำเยิ้ม

‘นี่เรากำลังจะได้เอากับพี่เพชรแล้วจริง ๆ’ เด็กสาวผงกศีรษะขึ้นมองหัวควยที่กำลังซุกไซ้รูหีของเธอด้วยความตื่นเต้น

“อู้ยยยย์... ซี้ดดดดส์...”

ท่อนเอ็นเขื่องใหญ่ที่ค่อย ๆ มุดตัวเข้าไปในร่องหลืบของเด็กสาววัยกระเตาะเรียกเสียงครางพร้อมกับความเสียวสะท้านไปทั่วร่างของหนุ่มสาว

เพชรกล้าก้มมองรูหีที่กำลังกลืนกินแก่นกายของเขาเข้าไปทีละน้อย ๆ ด้วยใจระทึก  แม้น้ำเงี่ยนของปุยนุ่นจะถูกขับออกมามาก แต่มันก็ไม่เพียงพอให้ลำควยที่ยาวกว่าครึ่งฟุตมุดเข้าไปจนสุดได้ในคราวเดียว  เด็กหนุ่มจึงถอนดุ้นเนื้อออกมาช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ดันมันกลับเข้าไปใหม่ซ้ำ ๆ  และเพียงไม่นาน ภายในรูสวาทก็คับแน่นไปด้วยควยเขื่องทั้งลำ

“ซี้ดดดส์... พี่เพชร...”
“นุ่นไม่เจ็บใช่มั้ย”
“ไม่... นุ่นเสียว... พี่เพชรแรง ๆ ก็ได้... นุ่นไม่เจ็บ... ซี้ดดดส์... เสียว...”
“.............” ไม่มีคำตอบจากปากของเด็กหนุ่มนอกจากการกระทำ

เพชรกล้าค่อย ๆ สาวเอวแทงควยเข้าไปในรูหีของปุยนุ่นแรงขึ้น ๆ  การได้เย็ดสาวน้อยลูกครึ่งในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยช่างกระตุ้นอารมณ์ กระโปรงสั้นสีดำซึ่งร่นขึ้นตัดกับผิวขาวกระจ่างใส หน้าอกอวบใหญ่ปลายยอดสีชมพูกระเพื่อมตามจังหวะของการกระแทกชวนให้บีบคลึง

“เสียว... ซี้ดดดส์... นุ่นเสียว...” ความสยิวเพิ่มเป็นเท่าทวีเมื่อเพชรกล้าใช้มือซ้ายประคองกอดขาขวาของเด็กสาวที่พาดอยู่บนบ่าแล้วยื่นมือขวาลงไปขยำเต้าอวบพลางกระหน่ำแทงท่อนเอ็นเย็ดหีอย่างรุนแรง
“แบบนี้ชอบมั้ย...”
“ชอบ... นุ่นชอบ... ซี้ดดดส์...”

เด็กสาวใส ๆ ที่ใคร ๆ ต่างมองว่าเป็นผ้าขาวที่พับไว้ออกอาการร่านสวาทอย่างเห็นได้ชัด เธอร้องครางระงมไปทั่วห้องพร้อมกับใบหน้าที่แสดงออกถึงความเสียวซ่าน  ซึ่งมันก็นำพาให้เพชรกล้ารู้สึกเงี่ยนและอยากจะประเคนทุกอย่างให้เด็กสาวสำลักในความสุข เขาจึงวางเรียวขาของปุยนุ่นลงแล้วใช้มือที่ว่างอยู่นั้นบีบเคล้นปทุมถันพลางกระแทกเย็ดเร็วขึ้น

“อู้ยยยย์... เสียว... นุ่นเสียว... ”

เสียงพวงสวรรค์กระทบกับร่องก้นที่เยิ้มไปด้วยน้ำเหนียวดังแข่งกับเสียงคราง  เต้าอวบใหญ่ทั้งสองข้างเริ่มแดงจากแรงที่บี้คลึง แต่มันหาทำให้ปุยนุ่นเจ็บปวดไม่ เธอกลับเสียวกระสันในการร่วมรักอย่างรุนแรงที่พี่ชายกระทำต่อเธอ

“เสร็จ... เสร็จแล้ว... อู้ยยยยย์...” ร่างของเด็กสาวเกร็งสะท้านพร้อมกับน้ำใส ๆ ที่พุ่งกระจายออกมา

เมื่อเห็นว่าปุยนุ่นถึงจุดสุดยอดเพชรกล้าจึงหยุดขยับเอวโดยยังคงแช่ลำควยไว้อย่างนั้น เขามองร่างของเด็กสาวที่สั่นเทิ้มพลางกระตุกเป็นระยะ ๆ พร้อมกับรูหีที่ขมิบเป็นจังหวะ  ความเหนื่อยอ่อนที่แสดงออกมาให้เห็นจากการหอบหายใจทำให้เพชรกล้าค่อย ๆ ถอนดุ้นเนื้อออกจากร่องสวาทของเด็กสาวเพื่อให้เธอได้พักผ่อน

“พี่เพชร...” ปุยนุ่นหรี่ตามองเด็กหนุ่มที่กำลังขยับออกห่างจากหว่างขาของเธอ

แล้วเพชรกล้าก็ต้องชะงักงันทั้ง ๆ ที่กำลังจะลงจากที่นอน เมื่อเด็กสาวค่อย ๆ พลิกร่างให้มาอยู่ในท่าโก้งโค้งอวดบั้นท้ายขาวเนียน

“นุ่นรู้ว่าพี่เพชรยังไม่เสร็จ... นุ่นอยากให้พี่มีความสุข” ปุยนุ่นเหลียวหลังมองเด็กหนุ่มพลางใช้มือขวารั้งแก้มก้นเผยให้เห็นร่องเสียวที่เยิ้มไปด้วยน้ำเมือก

ภาพของเด็กมัธยมปลายในชุดนักศึกษาโก่งบั้นท้ายเชิญชวนให้เอาควยยัดเข้าไปในรูหีทำเอาเพชรกล้ายกนิ้วขึ้นเช็ดที่มุมปากพร้อมกับสายตาซึ่งจ้องมองไม่กระพริบ  แรงดึงดูดของพูเนื้อขาว ๆ ที่ปลิ้นให้เห็นผนังถ้ำสีชมพูอ่อนนั้นยากที่ชายใดจะต้านทาน เด็กหนุ่มค่อย ๆ ขยับเข้าหาบั้นท้ายที่ลอยเด่นราวกับกำลังต้องมนต์ เขาวางมือซ้ายลงบนสะโพกอันกลมกลึงพลางประคองจ่อหัวควยเข้ากับเป้าหมายก่อนจะดันมันเข้าไปช้า ๆ

“ซี้ดดดส์...” ท่อนเนื้อซึ่งแทรกเข้ามานั้นลึกกว่าที่เคยทำเอาเด็กสาวกำผ้าปูที่นอนแน่น

ด้วยท่วงท่าที่องคชาตมุดเข้าไปจนส่วนปลายชนเข้ากับปากมดลูกทำให้เพชรกล้ายิ่งซ่านสยิว  เขาใช้มือทั้งสองรั้งสะโพกของปุยนุ่นแล้วบดเบียดให้แก่นกายยิ่งลึกเข้าไปจนเธอครางระงม  แล้วเด็กหนุ่มก็เริ่มซอยเย็ดหีเข้าออกอย่างเมามันจนร่างของเด็กสาวโอนเอนตามแรงกระแทกพร้อมกับเต้าอวบที่กระเพื่อมไปมา

“เสียว... ทำไมถึงเสียวขนาดนี้... ซี้ดดดส์...”

ปุยนุ่นที่จมลึกอยู่ในความเงี่ยนเริ่มเป็นฝ่ายโยกตัวเพื่อให้รูหีสวนรับลำควยของเพชรกล้า  เด็กหนุ่มซึ่งเห็นถึงความร่านสวาทก็ยิ่งเกิดอารมณ์ร่วม เขาบีบแก้มก้นของเธอพร้อมกับกระแทกให้ท่อนเอ็นยัดเข้าไปแบบเน้น ๆ จนเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นไปทั่ว

“อื้อ... อื้อ... เสียว... อู้ยยยย์...” ยิ่งถูกกระทำอย่างรุนแรงเด็กสาวก็ยิ่งเสียวจนร่องหลืบขมิบเกร็ง

เพชรกล้าซึ่งกำลังขยำบั้นท้ายเมื่อได้เห็นถึงการขมิบของรูทวารก็พาให้ได้คิด  เด็กสาวที่ชื่นชอบในเรื่องเพศอย่างปุยนุ่นอาจจะอยากลิ้มลองความแปลกใหม่  เขาละมือขวาทางก้นอันนวลเนียนแล้วเอื้อมหยิบสายไวเบรเตอร์ที่อยู่เยื้องไปทางด้านหลัง

“พี่เพชร... พี่จะทำอะไร...” ปุยนุ่นเหลียวมามองเมื่อรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่สั่นสะเทือนกำลังถูไถเข้ากับรูก้นของเธอ
“อู้ยยยย์...” ร่างของเด็กสาวสั่นระริกทันทีที่แท่งพลาสติกถูกดันให้สอดเข้าไปภายใน
“เสียวมั้ยนุ่น...”
“เสียวสิ... เสียวมาก... ซี้ดดดส์...” ความรู้สึกที่ถูกเย็ดหีไปพร้อม ๆ กับแรงสั่นในรูทวารสร้างความซาบซ่านจนปุยนุ่นแทบสำลัก

ความร้อนแรงของเด็กสาววัยใสดึงให้เพชรกล้าปลดปล่อยความเป็นสัตว์ตัวผู้ออกมา เขาก้มลงใช้สองมือสอดเข้าใต้รักแร้แล้วรั้งร่างของปุยนุ่นให้ลุกขึ้นก่อนจะบีบขยำเต้าอวบพลางกระหน่ำเย็ดแบบไม่ยั้ง

“อู้ยยยย์... ไม่ไหว... นุ่นเสียว...” ยิ่งเสียงครางของเด็กสาวดังมากเท่าไหร่เพชรกล้าก็ยิ่งบีบก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นในมือแรงขึ้นเท่านั้น
“นิดเดียว... นุ่น... อีกแค่นิดเดียว...”
“ไม่ไหว... เสร็จ... เสร็จแล้ว... ซี้ดดดดส์...”

เพชรกล้าที่รู้สึกว่าน้ำเชื้อกำลังเคลื่อนก็รีบปล่อยมือจากเต้าอวบก่อนจะถอนแก่นกายออกมาแล้วชักให้น้ำควยพวยพุ่งรดบนชุดนักศึกษาของเด็กสาว

ปุยนุ่นที่ยังคงมีแท่งพลาสติกคาอยู่ทิ้งตัวลงนอนตะแคง ร่างของเธอสั่นสะท้านน้ำหีพุ่งออกมาเป็นจังหวะจนผ้าปูที่นอนชื้นแฉะ เพชรกล้าที่เห็นว่าเด็กสาวถึงจุดสุดยอดจนแทบบังคับตัวเองไม่ได้ก็ดึงสายให้ไข่สั่นหลุดออก

“อู้ยยยย์...”

มันช่างเป็นเกมกามที่ใช้พละกำลังจนเหงื่อกาฬไหลอาบไปทั้งร่าง เด็กหนุ่มหายใจแรงด้วยความเหนื่อยพลางมองไปที่ปุยนุ่นซึ่งก็อ่อนล้าไม่ต่างกัน และเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่เมื่อความเงี่ยนถูกปลดปล่อย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็เข้ามาแทนที่ เพชรกล้าเพ่งพินิจเรือนร่างของเด็กสาวที่มีแต่รอยแดงซึ่งเกิดจากการกระทำของเขา

“เจ็บรึป่าว... พี่ขอโทษนะ” เด็กหนุ่มลูบเบา ๆ ไปบนบั้นท้ายของปุยนุ่นพลางเอ่ยถาม
“ไม่หรอก... พี่ทำให้นุ่นมีความสุขที่สุด” เด็กสาวยันตัวขึ้นนั่งแล้วสวมกอดร่างเปลือยของเพชรกล้าด้วยความรักที่บริสุทธิ์
“คราวหน้าพี่จะเบามือกว่านี้นะ”
“บ้า... ยังจะมีคราวหน้าอีกเหรอ... พรุ่งนี้ยายก็กลับมาแล้ว” ปุยนุ่นพูดด้วยน้ำเสียงเขินอายพร้อมใช้มือตีหลังของพี่ชายเบา ๆ
“งั้นคืนนี้พี่ขอนอนกับนุ่นได้มั้ย”
“เอ่อ...”

คำขอของเพชรกล้าพาให้เด็กสาวนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้เธอต้องนอนกับปานฝ้าย แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามเสียงโทรศัพท์ก็พลันดังขึ้น  ปุยนุ่นจึงละแขนที่โอบกอดเด็กหนุ่มก่อนจะเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับสาย

“ยังอาบน้ำไม่เสร็จอีกเหรอ ชั้นง่วงแล้วนะ” เสียงเจื้อยแจ้วของน้องสาวคนเล็กดังแทรกออกมาจากลำโพงให้เพชรกล้าได้ยิน
“เอ่อ... พอดีชั้นเผลอหลับไปน่ะ... เอาเป็นว่าคืนนี้นอนห้องใครห้องมันก็แล้วกัน”
“นั่นแน่... จะซักแห้งเหรอ”
“บ้า... ชั้นไม่ได้ซกมกขนาดนั้น”
“โอเค ๆ นอนก่อน”
“อื่ม... บาย” โทรศัพท์ถูกกดวางเมื่อจบบทสนทนาพร้อมกับท่าทางเหนียมอายของเด็กสาวที่ต้องมาเอ่ยคำโกหกต่อหน้าพี่ชาย
“ตกลงพี่นอนด้วยได้รึป่าว” เพชรกล้าถามย้ำทั้ง ๆ ที่พอจะรู้คำตอบ
“ค่ะ... แต่แค่นอนอย่างเดียวนะ... ทำอย่างอื่นไม่ไหวแล้ว”
“จ้า... งั้นนุ่นไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวพี่จะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้”
“เอ่อ... นุ่น... นุ่นไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ... อยู่ ๆ มันก็... ออกมาเอง” ปุยนุ่นพูดจาตะกุกตะกักพลางก้มหน้าหลบสายตา
“ไม่เป็นไรหรอกนุ่น... ผู้หญิงบางคนเวลาเสียวมาก ๆ พอถึงจุดสุดยอดก็จะมีน้ำพุ่งออกมาเหมือนกัน”
“อ๋อ... ค่ะ... เข้าใจแล้ว” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองด้วยความโล่งใจ

เมื่อต่างคนต่างชำระล้างคราบคาวและเหงื่อไคลเป็นที่เรียบร้อยก็นอนกอดก่ายกันภายใต้ผ้าห่มอุ่นโดยไร้ซึ่งอาภรณ์ติดกายจนเข้าสู่ห้วงแห่งนิทรา




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น