วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569

สัญญาปีศาจ - บทที่ 6 ... ลวง

 



 

เรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาที่ผิดจารีตประเพณี และเป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้นเพื่ออ่านเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ตัวละครถูกสมมติขึ้นทั้งสิ้นมิได้มีตัวตนอยู่จริง กรุณาอย่านำไปโพสต์ต่อข้างนอก อันนี้ไม่ได้หวงแต่เพราะผมไม่อยากให้ผู้ที่ไม่ได้มีความชื่นชอบตรงกันขุดโคตรผู้แต่งนั่นก็คือผมขึ้นมาด่า และผมหวังว่าจะใช้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้ต้องการให้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติแต่อย่างใด ขอบคุณครับ...jam

แรงขยับตัวของเด็กสาวที่นอนแอบอิงในอ้อมแขนทำเอาเพชรกล้าตื่นลืมตา แสงจากดวงจันทร์ส่องผ่านใบเกล็ดของมู่ลี่ส่งให้เห็นภายในห้องได้อย่างสลัว ๆ  เด็กหนุ่มยกแขนของปุยนุ่นที่กอดก่ายบนตัวเขาออกพลางลุกขึ้นนั่งแล้วกวาดตามองไปยังนาฬิกาติดผนังหมายจะดูเวลา

“สวัสดี” เสียงอันคุ้นเคยทักทายมาจากทางด้านซ้าย
“คุณ...” เพชรกล้ารีบหันไปตามเสียงพร้อมใช้มือดึงผ้าห่มขึ้นปิดร่างเปลือยของเด็กสาว

ภาพที่เด็กหนุ่มเห็นคือชายใส่สูทสีดำยืนพิงประตูห้องในมือถือบางอย่างพัดโบกไปมา  เพชรกล้าซึ่งรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของชายตรงหน้าก็ยิ่งทำให้เขาหวาดหวั่น แต่ถึงกระนั้น สายตาก็ยังพยายามจ้องมองว่าสิ่งที่อยู่ในมือชายใส่สูทคืออะไร

“กำลังมองเจ้านี่อยู่เหรอ” ชายใส่สูทร่อนมันจนหมุนคว้างก่อนจะตกลงบนชายผ้าห่ม
“Story...” เพชรกล้าหลุดปากเมื่อได้เห็นหนังสือที่เขาทำขึ้นเองกับมือ

‘ไม่สิ... นี่มันฝัน เราจะเจอคน ๆ นี้ก็แค่ในฝัน’ แล้วจู่ ๆ เด็กหนุ่มก็พลันฉุกคิด

“ฝันงั้นเหรอ” ชายหนุ่มพูดพลางแสยะยิ้มแล้วเดินเข้าไปหาเพชรกล้า
“ใช่... มันเป็นแค่ความฝัน” แม้เพชรกล้าจะตกใจที่ชายเบื้องหน้าอ่านความคิดได้แต่เขาก็ยังใจดีสู้เสือพูดสวนออกไป
“ถ้าอย่างนั้น... คุณก็ตื่นสิ”

ได้ฟังเช่นนั้นเด็กหนุ่มก็หลับตาแล้วสะบัดศีรษะไปมาก่อนจะใช้ส้นมือซ้ายทุบเข้าที่ขมับหวังจะให้ตื่นจากนิทรา  แต่เมื่อลืมตาขึ้นกลับพบว่าชายใส่สูทยังคงยืนอยู่เบื้องหน้าเหมือนเช่นเดิม และเขาไม่สามารถออกจากสิ่งที่ตัวเองเรียกว่าความฝันได้

“เวลาคุณฝัน คุณเคยเจ็บปวดบ้างรึป่าวล่ะ” พูดจบชายใส่สูทก็ยกมือขึ้นใช้นิ้วกลางแตะเข้าบริเวณหางตาซ้ายของตัวเอง
“อ๊ากกกก !!!” โดยพลันไฝเม็ดเล็ก ๆ ที่บ่งบอกความเป็นแฝดผู้น้องก็ร้อนขึ้นดั่งถูกธูปแดง ๆ บดจี้จนเขาต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

มือซ้ายซึ่งเคยยกขึ้นทุบขมับตัวเองลดระดับลงมาป้องที่หางตา นิ้วของเขาหงิกเกร็ง ความรู้สึกเหมือนอยากจะจิกให้เนื้อบริเวณไฝนั้นหลุดออกไปจากใบหน้า  แต่เมื่อชายในชุดสูทถอนปลายนิ้วออกความแสบร้อนอันแสนทรมานก็ค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงจนจางหายไป

“ผมเฝ้ามองคุณมาตั้งแต่เด็ก คุณเป็นคนฉลาด แต่สิ่งที่ผมรู้สึกได้ในวันนี้คือความอ่อนแอและเบาปัญญา”
“อ่อนแออะไร เบาปัญญาอะไรกัน”
“แทนที่คุณจะมุ่งไปให้ถึงเป้าหมาย คุณกลับคิดล้มเลิกเพียงเพราะความทรงจำโง่ ๆ ในอดีต”
“ผมก็แค่ไม่อยากทำให้เธอเสียใจ”
“โดยยอมทิ้งความได้เปรียบในการกุมความลับ แล้วกลับมาสารภาพบาปที่ก่อขึ้นงั้นรึ”
“ความจริง... ผมแค่อยากพูดความจริง”
“แล้วถ้าเธอพูดความจริงเรื่องคุณกับเธอให้คนอื่นรู้บ้างล่ะ... ณวัฒน์... บุษกร... แพรไหม... สายป่าน... หรือแม้แต่... ปานฝ้าย”
“.............” เด็กหนุ่มถึงกับเกิดอาการหูอื้อนั่งนิ่งเงียบเมื่อได้ฟังข้อโต้แย้ง
“จากที่ต้องมาระแวงว่าใครจะรู้ สู้คุณทำอย่างที่อ่านมาไม่ง่ายกว่าเหรอ” ชายใส่สูทพูดพลางเหลือบตามองไปยังหนังสือที่วางอยู่ พลันแผ่นกระดาษก็พลิกเปิดทีละหน้า ๆ จนหมดเล่มราวกับถูกลมพัด
“หมายความว่า...” เพชรกล้าเอยถามโดยดวงตาจ้องมองไปที่หนังสือเล่มนั้น
“สำหรับคนฉลาดอย่างคุณผมคงไม่ต้องสอน”

“พี่เพชรตื่นเถอะ... พี่เพชร...” เสียงเรียกพร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีมือมาเขย่าเบา ๆ ที่หน้าอกปลุกให้เด็กหนุ่มสะดุ้งตื่น
“นุ่น” เพชรกล้าก้มหน้ามองเด็กสาวที่ยังคงนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา

‘ฝันอีกแล้วสินะ’ เด็กหนุ่มคิดพลางกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องซึ่งก็ไม่มีใครอื่น เขาหวนนึกถึงความเจ็บปวดที่ได้รับพร้อมกับยกมือขวาอ้อมไปเตะไฝบริเวณหางตา มันช่างเป็นความเจ็บปวดที่แสนจะทรมาน

“ใกล้เช้าแล้ว กลับห้องเถอะ เดี๋ยวใครมาเห็น” ปุยนุ่นเงยหน้าขึ้นเอ่ยเตือนพี่ชาย
“ไม่ไปได้มั้ย อยากนอนกอดอย่างนี้ไปนาน ๆ”
“แล้วพี่ไม่อยากนอนกอดพี่ไหมกับพี่ป่านบ้างเหรอ” คำพูดของเด็กสาวเหมือนกระชากเอาวิญญาณของเพชรกล้าออกจากร่าง  เด็กหนุ่มตกใจตัวเย็นเฉียบเมื่อปุยนุ่นล่วงรู้ความลับที่เขามีอะไรกับพี่สาวทั้งสอง

‘ฝัน... ยังอยู่ในฝัน... ใช่... มันต้องเป็นความฝัน...’ ในตอนนี้เพชรกล้าคิดได้แค่เพียงนี่คือฝันซ้อนฝัน

“พี่เพชรละเมอถึงพี่ไหมกับพี่ป่าน” เด็กสาวพูดพร้อมกับก้มหน้าซุกหาไออุ่นจากอ้อมแขนโดยไม่มีทีท่ารังเกียจรังงอน
“พี่... พี่ขอโทษ...”
“นุ่นไม่สนหรอกว่าพี่เพชรจะมีใคร นุ่นขอแค่พี่เพชรรักนุ่นก็พอ... แค่นิดเดียวก็พอ”

ถ้อยคำของปุยนุ่นที่ยอมรับได้แม้ว่าตัวเขาจะทำเลวระยำขนาดไหนเสียดแทงเข้าไปในจิตใจของเพชรกล้า  แต่จู่ ๆ สิ่งที่ชายใส่สูทสีดำพูดไว้ก็สอดแทรกเข้ามาให้คิด  หากเด็กสาวแพร่งพรายเรื่องที่รู้ออกไปชีวิตของเขาคงพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี

“ลุกเถอะค่ะพี่เพชร เดี๋ยวพี่บัวก็ตื่นแล้ว” ด้วยเกรงว่าสาวใช้จะเห็นตอนเพชรกล้าเดินออกจากห้อง ปุยนุ่นจึงพูดจาคะยั้นคะยอ
“งั้นพี่ไปก่อนนะ”
“ค่ะ”

เพชรกล้าก้มลงจูบไปบนหน้าผากของปุยนุ่นแล้วค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง และสิ่งที่ได้เห็นก็ตอกย้ำความมีตัวตนของชายใส่สูทเป็นครั้งที่สองเมื่อหนังสือเล็ก ๆ นั้นวางอยู่ที่ชายผ้าห่มไม่ต่างจากในความฝัน

‘ตกลงมีจริงใช่มั้ย... แอสโมเดียส...’

< ------------- >

บรรยากาศยามบ่ายของวันพุธที่แสนจะธรรมดา บุษกรนั่งดูทีวีบนโซฟาโดยมีบัวหอมสาวใช้ชาวไทใหญ่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นเป็นเพื่อนคลายเหงา  ส่วนลูกหลานนั้นต่างออกไปศึกษาหาความรู้และประกอบสัมมาอาชีพเพื่อเลี้ยงตัว

“บัว... หยิบโทรศัพท์ให้ชั้นหน่อย” บุษกรวานให้สาวใช้หยิบโทรศัพท์ซึ่งอยู่บนโต๊ะอาหารด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้า
“ค่ะคุณผู้หญิง”

เสียงยายฉิมจากปลายสายแจ้งว่าเธอกำลังอยู่บนรถประจำทางและใกล้จะถึงหมู่บ้านในอีกไม่ช้า จากความตระหนี่ของยายฉิมที่ไม่ยอมนั่งแท็กซี่ บุษกรจึงเอ็ดยายฉิมด้วยความเป็นห่วงว่าไม่ควรเห็นแก่เงินเพียงเล็กน้อยจนต้องทนทรมานสังขารอันแก่ชรา

“บัว... เดี๋ยวบัวขี่มอเตอร์ไซด์ไปรอรับยายฉิมที่หน้าหมู่บ้านทีนะ แกนั่งรถเมล์กลับมา” บุษกรวางโทรศัพท์พลางหันไปบอกกับสาวใช้
“ค่ะคุณผู้หญิง”

< ------------- >

เด็กสาววัยสิบเจ็ดปีจอดรถจักรยานยนต์ Yamaha Fino สีแดงบริเวณป้อมยาม โดยปกติบัวหอมจะนุ่นผ้าซิ่นเวลาอยู่บ้าน แต่เมื่อต้องออกมาจ่ายตลาดหรือทำธุระเธอมักจะสวมกางเกงยีนส์  ความกลมกลึงของสะโพกกับเอวอันคอดกิ่วชวนให้เหล่าชายหนุ่มที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างเหลียวมอง  บัวหอมเดินออกไปรอยายฉิมยังทางม้าลายห่างจากหน้าหมู่บ้านออกไปประมาณหนึ่งร้อยเมตร เพียงไม่ถึงสิบห้านาทีบัวหอมก็เห็นยายฉิมซึ่งอยู่ในชุดเสื้อใส่ทำบุญลายลูกไม้สีขาวยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนสี่เลน  เด็กสาวยกแขนขึ้นโบกเป็นสัญญาณว่าเธอเห็นหญิงชราแล้วและหมายจะข้ามไปช่วยพยุง แต่กลับเป็นยายฉิมที่ก้าวเท้าลงมายังพื้นถนนเสียก่อน

เมื่อหญิงชราเดินข้ามผ่านมาได้สองเลนรถตู้ที่ขับใกล้เข้ามาก็ค่อย ๆ ชะลอจอด ยายฉิมเดินอย่างระวังพลางยิ้มให้เด็กสาวที่ยืนรอรับด้วยใบหน้าอันอิ่มบุญ  บัวหอมยิ้มตอบพลางยกมือขึ้นรอจะช่วยถือสัมภาระ

“ตูมมมม !!!” เด็กสาวสะดุ้งตาเบิกโพลงพร้อมกับเสียงที่ดังสนั่น

ทันทีที่หญิงชราเดินผ่านพ้นหน้ารถตู้ มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่ซึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงก็พุ่งเข้าชนยายฉิมอย่างจัง  แรงกระแทกส่งให้ร่างของหญิงชรากระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร ส่วนรถคันต้นเหตุเมื่อชนก็เสียหลัก คนขับกลิ้งไปกับพื้นถนนจนหมวกกันน็อคกระแทกเข้ากับขอบฟุตบาทฝั่งตรงข้าม แม้มันไม่ทำให้เกิดรอยแผล แต่ด้วยแรงกระแทก กระดูกต้นคอจึงเคลื่อนหลุดและเสียชีวิตคาที่ในทันที

บัวหอมตกใจสุดขีดในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เธอยืนตัวสั่นตาค้างราวกับจิตหลุดลอย  แต่แล้วความความชุลมุนและเสียงเซ็งแซ่ของบรรดาเหล่าไทยมุมก็ดึงสติของเด็กสาวให้กลับคืน เธอรีบวิ่งไปหายายฉิมเพื่อพาส่งโรงพยาบาล  แต่ภาพที่เห็นก็ทำเอาบัวหอมทรุดตัวนั่งลงกับพื้นถนน  หญิงชราคอหักนอนจมกองเลือดสีแดงฉาน แขนขาถูกกระแทกอย่างแรงจนบิดผิดรูป เด็กสาวทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้จนกระทั่งรถกู้ภัยซึ่งได้รับแจ้งจากผู้คนแถวนั้นแล่นเข้ามาในที่เกิดเหตุ

< ------------- >

หลังเลิกเรียน สองสาวมัธยมปลายเดินทางกลับถึงบ้านเฉกเช่นทุกวัน แต่ปุยนุ่นดูจะร่าเริงและมีความสุขมากกว่าปานฝ้ายเพราะเธอจะได้พบกับเพชรกล้า

“สวัสดีค่ะน้าบุษ” เด็กสาวลูกครึ่งเดินเข้าไปหาบุษกรแล้วยกมือไหว้แบบไทยอย่างงดงาม

บุษกรซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกับแพรไหมยื่นมือไปจับมือของเธอไว้หลวม ๆ  ก่อนที่นัยน์ตาซึ่งยังมีรอยแดงจากการร้องไห้จะค่อย ๆ มีน้ำใส ๆ ไหลเอ่อ

“นุ่นทำใจดี ๆ นะลูก”
“.............” สีหน้าของบุษกรพาให้ปุยนุ่นหวั่นวิตก คำปลอบประโลมแบบนี้จะมีก็แต่ในละครตอนที่ต้องมีใครตายจากเท่านั้น
“ยามฉิมเสียแล้ว”

แม้จะเตรียมใจในสิ่งที่จะได้รับฟัง แต่ความเป็นจริงก็ทำเอาเด็กสาวถึงกับเป็นลมล้มพับ  โชคยังดีที่ปานฝ้ายซึ่งยืนอยู่ด้านหลังปรี่เข้ามาประคองร่างที่ไร้สติไว้ได้ทัน

ห่างไปไม่ถึงสิบนาที ภาคภูมิและเพชรกล้าก็กลับถึงบ้าน สิ่งที่ได้เห็นทำเอาทั้งคู่รู้สึกแปลกใจ ทุกคนในบ้านต่างพากันนั่งและยืนอยู่บริเวณหน้าทีวี สองพี่น้องฝาแฝดเดินเข้าไปใกล้ก็พบกับร่างของปุยนุ่นซึ่งนอนอยู่บนโซฟา

“มีอะไรกันเหรอครับแม่” เพชรกล้ารีบเอ่ยถาม
“นุ่นเป็นลมน่ะ”

คำตอบธรรมดาเพียงสั้น ๆ แต่สีหน้าและแววตาของทุกคนกลับดูโศกเศร้า  เพชรกล้าเดินไปนั่งลงบนโซฟาบริเวณปลายเท้าของปุยนุ่น แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยถามอะไรต่อ เด็กสาวซึ่งนอนหลับใหลก็ค่อย ๆ ลืมตา

“นุ่นขอโทษ... นุ่นทำให้ยายตาย... นุ่นขอโทษ...” ปุยนุ่นลุกขึ้นโผกอดเพชรกล้าพลางร้องไห้ฟูมฟายราวกับคนเสียสติ โดยปากพร่ำบอกแต่คำขอโทษซ้ำไปซ้ำมา
“นุ่นใจเย็น ๆ นะ นุ่นไม่ได้ผิดอะไร นุ่นใจเย็น ๆ” เด็กหนุ่มซึ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาได้แต่กอดเธอไว้พร้อมกับลูบไปที่ศีรษะเบา ๆ

ทุกคนในบ้านอาจจะเห็นเป็นเรื่องปกติกับการที่พี่ชายคนหนึ่งจะปลอบขวัญน้องสาว แต่สำหรับแพรไหมแล้ว ความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างเพชรกล้ากับปุยนุ่นนั้นดูจะผิดธรรมดาในสายตาของเธอ

“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับแม่” ความคลุมเครือพาให้ภาคภูมิต้องเอ่ยถามผู้เป็นแม่

เหตุการณ์ทั้งหมดจึงถูกถ่ายทอด หลังจากรถกู้ภัยเข้ามาถึงจุดเกิดเหตุ บุษกรก็ได้รับการติดต่อและรายงานถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น  ด้วยความร้อนใจแต่ไม่ต้องการให้ลูกหลานเสียการเรียน เธอจึงบอกเพียงแพรไหมเพื่อให้ดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ  โดยทางครอบครัวจะสามารถนำร่างของยายฉิมออกจากโรงพยาบาลได้ในวันรุ่งขึ้น และเนื่องจากหญิงชรามีเพื่อนฝูงไม่มากนัก อีกทั้งเครือญาติก็มีแค่หลานสาวอย่างปุยนุ่นและแม่ของเธอซึ่งขาดการติดต่อมาเป็นเวลานาน การสวดอภิธรรมจึงกำหนดไว้เพียงแค่สามคืน

< ------------- >

เป็นธรรมดาของชีวิต มีเกิดก็ต้องมีดับ การสูญเสียนำพาความเศร้าสลดมาให้ทุกคนในบ้าน แต่ถึงอย่างไรชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป เวลาล่วงผ่านจากวันที่ยายฉิมเสียชีวิตมากว่าหนึ่งสัปดาห์ หลายคนเริ่มทำใจได้และใช้ชีวิตตามปกติ จะมีก็แต่ปุยนุ่นและบัวหอมที่ยังมีอาการซึมเศร้าให้เห็นเป็นบางเวลา

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
“ใคร” เพชรกล้าเอ่ยถามโดยสายตายังจ้องไปที่หน้าจอโน้ตบุ๊คพร้อมด้วยปลายนิ้วซึ่งหมุนปุ่มเมาส์เพื่อเลื่อนหาคลิปโป๊
“พี่เอง”
“ไม่ได้ล็อคครับ” เมื่อเสียงที่ได้ยินเป็นพี่สาวคนโตเด็กหนุ่มจึงตอบพลางยุบหน้าเพจลงไปอยู่ที่ Taskbar

หญิงสาวผมยาวมัดรวบเดินเข้ามาในห้อง เธออยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวแนบเนื้อพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นผ้านิ่มสีชมพูอ่อน เว้าข้างเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน 

“มีอะไรรึป่าวครับพี่ไหม” เพชรกล้าหมุนเก้าอี้หันไปทางประตูเอ่ยถามพี่สาวที่กำลังเดินใกล้เข้ามา
“ป่าว... เห็นไม่ลงไปกินข้าว” คำพูดของหญิงสาวซึ่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพาให้เพชรกล้าหันมองนาฬิกา
“เออ จริงด้วยจะทุ่มแล้ว”
“ไม่หิวเหรอ”
“พอเจอพี่ไหมก็เริ่มหิวแล้วล่ะ กินพี่แทนได้ป่าว” เด็กหนุ่มพูดพร้อมยกแขนโอบเอวของพี่สาวแล้วรั้งเข้าหาตัวเบา ๆ
“บ้า...”
“พูดจริง ๆ นะ ขอตอนนี้เลยได้มั้ย” เพชรกล้าไม่พูดเปล่า เขาซุกใบหน้าเข้ากับเต้าอวบเพื่อดอมดมความหอม
“พี่ว่าจะลงไปว่ายน้ำซักพัก ถ้าอยากก็ต้องรอหน่อยนะ” แพรไหมพูดหยอกเย้าพลางลูบศีรษะเด็กหนุ่มอย่างเอ็นดู
“เอาในสระเลยมั้ยล่ะ”
“บ้า... เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” แพรไหมตีแขนน้องชายเบา ๆ ในความคิดอุตริ
“ใครจะไปเห็น บ้านเรากำแพงรั้วออกจะสูง รอบ ๆ ก็ไม่มีตึก”
“ไม่เอาหรอก คิดอะไรแผลง ๆ นะเราน่ะ”
“ก็ใครใช้ให้พี่สาวผมทั้งสวยทั้งเซ็กซี่แบบนี้ล่ะ ผมนี่อยากเอาพี่ไหมทั้งวันทั้งคืนเลยรู้ป่าว”
“เหนื่อยตายกันพอดี ไหนดูซิทำไรอยู่ไม่กินข้าวกินปลา”

สิ้นคำแพรไหมก็หันหลังนั่งลงบนตักของน้องชาย เธอบิดหมุนเก้าอี้เล็กน้อยก่อนจะคลิกเมาส์จนหน้าเพจที่ยุบลงแสดงขึ้นมา

“ดูเว็บโป๊จนไม่กินข้าวเนี่ยนะ หมกมุ่นนะเรา” หญิงสาวเหลียวมาบ่นแล้วหันกลับไปหมายจะคลิกปิด
“ก็มันไม่มีที่ให้ลงหนิพี่ไหม” เพชรกล้าทำเสียงออดอ้อนพลางสอดมือซ้ายเข้าลูบไล้ไปที่ต้นขาของพี่สาวแล้วใช้มือขวาบีบเบา ๆ เข้ากับหน้าอกของเธอ
“อื่มม...”

จากที่คิดจะปิดเว็บแล้วลุกออกจากห้องไป การกระตุ้นของเพชรกล้ากลับทำให้แพรไหมเปลี่ยนใจ เธอค่อย ๆ เลื่อนดูหน้าเพจเพื่อฆ่าเวลาพร้อมรับสัมผัสของมือที่กำลังสร้างความกระสันเสียวให้กับเธอ  รูปตัวอย่างการร่วมรักมีให้ดูมากมายหลายแบบ ทั้งญี่ปุ่น ฝรั่ง ผิวขาว ผิวดำ  หญิงสาวเลื่อนเพจไปเรื่อย ๆ จนเจอกับภาพที่สะดุดจนเธอต้องเอ่ยปากถาม

“แบบนี้ผู้หญิงไม่เหนื่อยแย่เหรอ” คำพูดของพี่สาวชวนให้น้องชายเอียงศีรษะมองไปยังหน้าจอ มันเป็นภาพการร่วมรักระหว่างหนึ่งหญิงกับสองชาย
“ไม่หรอกพี่ ผู้หญิงบางคนเค้าชอบโดนรุม” เพชรกล้าตอบพลางเลื่อนมือซ้ายขึ้นมาประกบบีบเต้านมของหญิงสาวก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือวนหาปลายยอดปทุมถันพร้อมกันทั้งสองข้าง
“อื่มมมม...” แพรไหมห่อไหล่ด้วยความสยิวเมื่อหัวนมของเธอถูกสะกิดเขี่ย
“สมมุติเล่น ๆ ถ้าผู้หญิงในรูปเป็นพี่ไหม แล้วผู้ชายสองคนเป็นผมกับไอ้ภาคล่ะ” เพชรกล้าซึ่งเห็นว่าพี่สาวกำลังเสียวจึงนึกสนุกแกล้งเอ่ยถาม
“จะบ้าเหรอ พี่ก็ตายกันพอดีสิ” คำตอบที่ได้รับทำเอาเพชรกล้าแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะเขาคิดว่าแพรไหมน่าจะสบถด่า
“พี่ไหม... ผมถามไรหน่อยได้ป่าว”
“ถามมาสิเพชร... อื่มม...”
“ถ้าคืนนั้นไม่ใช่ผมแต่เป็นไอ้ภาค พี่ไหมจะยอมรึป่าว”

เหมือนเป็นคำถามง่าย ๆ แต่หญิงสาวกลับต้องใช้เวลาครุ่นคิด  แพรไหมเริ่มลำดับเหตุการณ์ในคืนวันนั้น เธอยังจดจำความรู้สึกในการถูกลำควยของน้องชายแท้ ๆ ค่อย ๆ แทรกผ่านเข้ามาในรูหีตัวเองได้เป็นอย่างดี

‘ภาคเหรอ’ แพรไหมเริ่มลองจินตนาการว่าดุ้นเอ็นเขื่องใหญ่ท่อนนั้นเป็นของภาคภูมิ และเป็นที่น่าแปลกใจว่าเธอกลับไม่นึกรังเกียจเดียดฉันท์ ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะภาคภูมิกับเพชรกล้าต่างก็เป็นน้องชายของเธอ อีกทั้งเด็กหนุ่มทั้งสองยังมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกันจนเกือบแยกไม่ออก

“อื่ม... ไม่รู้สิ” แพรไหมตอบแบบกลาง ๆ
“แสดงว่ายอม” เพชรกล้าพูดพร้อมปล่อยมือทั้งสองข้างที่กำลังสร้างความสยิวให้พี่สาวลง ด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่แสดงออกส่งให้แพรไหมรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มกำลังงอนกับคำตอบที่ได้รับ
“พี่ไม่ได้ไปมีอะไรกับภาคซักหน่อย” หญิงสาวขยับตัวหันมายกแขนทั้งสองขึ้นคล้องคอเพชรกล้าที่เบือนหน้ามองไปทางอื่น
“แต่ถ้าอยากจะมี ก็มีได้ใช่ปะ” เด็กหนุ่มพูดโดยไม่หันมามอง ซึ่งอากัปกิริยาทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่เพชรกล้าเสแสร้งแกล้งทำ  เขาเพียงต้องการรู้ว่าแนวคิดของพี่สาวเป็นอย่างไร
“เพชร... เพชรถามพี่ พี่ก็คิดตาม... และที่พี่ตอบพี่ก็ตอบจากใจจริง ๆ เพชรก็น้องพี่ ภาคก็น้องพี่ ทั้งสองคนเหมือนกันทุกอย่าง จะมีก็แค่ไฝเม็ดเล็ก ๆ ที่แยกเธอออกจากกัน เอาจริง ๆ ถ้าไม่ใช้เธอสองคนพี่ก็ไม่ยอมหรอก พี่ไม่ใช่ผู้หญิงมั่วนะ” แพรไหมสาธยายด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจัง พอพูดจบเธอก็ถอนมือออกจากคอของเด็กหนุ่มหมายจะลุกออกจากห้องไป
“โอ๋... พี่ไหมผมขอโทษ” เพชรกล้ารีบโอบเอวรั้งตัวของหญิงสาวที่กำลังงอนเอาไว้
“ไม่ต้องมาโอ๋เลย งอนแล้ว”
“ดีกันน้า... เดี๋ยวคืนนี้ผัวจัดให้เมียชุดใหญ่เลย”
“บ้า...”
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูทำเอาแพรไหมสะดุ้ง เธอรีบลุกขึ้นจากตักของเพชรกล้าพร้อมขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง
“ใคร” เด็กหนุ่มร้องถามคนที่เคาะประตู
“กูเอง”

แม้จะรู้ว่าเป็นภาคภูมิ แต่เพชรกล้าไม่เคยบอกกับแพรไหมว่าแฝดผู้พี่รู้เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ  เพชรกล้าจึงรีบคว้าจอห์นสันเบบี้ออยล์ขวดสีม่วงบนหัวเตียงมาให้พี่สาว ซึ่งแพรไหมก็รู้งานเป็นอย่างดี เธอรับขวดจากเด็กหนุ่มแล้วเดินไปยังประตูห้อง

“ขอบใจนะ ไว้จะเอามาคืน” หญิงสาวเปิดประตูพร้อมกับหันหน้ามาบอกเพชรกล้าก่อนจะเดินผ่านภาคภูมิออกไป
“มุขยืมของ” ภาคภูมิเอ่ยขึ้นเมื่อประตูถูกปิด
“เออ... มีอะไรมึง”
“ไม่มี แค่เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ” ภาคภูมิตอบแล้วทิ้งตัวลงแผ่หลาบนที่นอน
“เบื่อไรวะ วันนี้วันศุกร์ พี่ขิงไม่มาเหรอ”
“พี่ขิงไม่ได้มา แต่พี่ป่านไปค้างบ้านพี่ขิงแทน จะกลับก็วันอาทิตย์โน่น เค้าบอกเดี๋ยวพ่อกลับมาแล้วออกไปไหนไม่ได้”
“มึงก็เลยเบื่อว่างั้น”
“ใครจะไปเหมือนมึงล่ะ พี่ป่านไม่อยู่ มึงก็มีพี่ไหม มึงไม่เอายัยฝ้ายด้วยเลยล่ะ จะได้ครบ ๆ”
“ยัยตัวเล็กน่ะเหรอ... อื่ม... กูก็คิด ๆ อยู่นะ” คำพูดแดกดันของภาคภูมิกลับสะกิดบางสิ่งขึ้นมาให้เพชรกล้าได้คิด
“เหี้ย... กูประชด” แฝดผู้พี่หันตะแคงไปด่าน้องชาย
“กูคิดจริง ๆ”
“ไอ้เพชร กูถามมึงหน่อยเหอะ มันมีความรู้สึกยังไงว่ะ เวลาเอากับคนในครอบครัว”

“เอ่อ... เอางี้ อย่างพี่ไหม... มึงเห็นเค้ามาตั้งแต่เด็ก เล่นมาด้วยกัน โตมาด้วยกัน แก้ผ้าอาบน้ำด้วยกัน... จนมาวันนึง เค้าเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ ระยะห่างระหว่างมึงกับพี่ไหมก็มีมากขึ้น จากที่เคยเล่นกันถึงเนื้อถึงตัวก็ทำไม่ได้... มึงลองนึกภาพตาม พี่สาวตัวเล็ก ๆ ค่อย ๆ โตขึ้น สวยขึ้น นมใหญ่ขึ้น... กูถามมึงจริง ๆ มึงไม่อยากเห็นหุ่นสวย ๆ ของพี่ไหมบ้างเหรอ... มึงอยากลองจับนมใหญ่ ๆ จับหีโหนก ๆ ของพี่สาวที่เคยเล่นกับมึงมาตั้งแต่เด็กบ้างปะ... แล้วมึงลองคิดดู ถ้ามึงได้เอาควยของมึงสอดเข้าไปในหีของพี่ไหมล่ะ... กูยังจำความรู้สึกนั้นได้อยู่เลย กูได้มองดูหัวควยตัวเองค่อย ๆ มุดเข้าไปในรูหีของพี่สาวแท้ ๆ แม่งโคตรจะตื่นเต้น” 

เมื่อภาคภูมิได้ฟังสิ่งที่เพชรกล้าพร่ำพรรณนา เขาก็เริ่มสร้างภาพในสมองว่าตัวเองกำลังประคองท่อนเอ็นจับเอาหัวควยจ่ออยู่ที่ปากรูเสียวของพี่สาว แค่เพียงคิดเด็กหนุ่มก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก หากเขาดันมันเข้าไปจะเป็นอย่างไร การได้สอดใส่ลำควยเข้าในรูหีของพี่สาวตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่เกินกว่าจะจินตนาการ

“ควยโด่แล้วมึง” เพชรกล้าพูดพลางชี้ไปที่เป้ากางเกงกีฬาของพี่ชาย
“เอ้า... เหี้ย...” ภาคภูมิรีบลุกขึ้นนั่งก่อนจะเอามือกดทับแก่นกายซึ่งกำลังแข็งตัว

เหมือนเพชรกล้าจะนึกได้ เขาลุกไปเปิดผ้าม่านแล้วมองลงไปยังสระว่ายน้ำ มันเป็นจังหวะเดียวกับแพรไหมที่กำลังเดินไปยังบันไดเพื่อลงสระ ไฟกิ่งข้างผนังตึกประสานกับแสงจันทร์ที่สาดส่องส่งให้เห็นเรือนร่างของหญิงสาวในชุดว่ายน้ำทูพีชแบบบิกินี่สีดำได้อย่างแจ่มชัด เด็กหนุ่มรีบปิดผ้าม่านเพื่อไม่ให้แสงสว่างจากห้องของเขาเป็นที่สังเกต

“ไอ้ภาค... มึงไปปิดไฟ แล้วมานี่”

แม้จะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่ภาคภูมิก็ทำตามที่น้องชายสั่งอย่างไม่อิดออด  ผ้าม่านถูกแง้มเปิดอีกครั้ง ภาพของหญิงสาวยืนหันหลังให้สระ สองมือจับราวบันไดพลางค่อย ๆ หย่อนปลายเท้าลงในน้ำ  ภาคภูมิเมื่อได้เห็นเต้าอวบใหญ่ของแพรไหมก็พาให้หัวใจเต้นแรง ผิวพรรณของหญิงสาวที่ขาวเนียนเมื่อสะท้อนกับแสงจันทร์ก็ยิ่งส่งให้นวลตา สะโพกผายกลมกลึงมีเชือกจากกางเกงว่ายน้ำผูกเป็นหูกระต่ายประดับไว้ทั้งสองข้าง  เมื่อแพรไหมลงไปในน้ำ เธอก็เอนหลังลอยตัวจนปทุมถันพลันเด่นให้เด็กหนุ่มทั้งสองได้ทัศนา  ภาคภูมิที่ไม่เคยคิดจะมีอะไรกับพี่สาวมาก่อน บัดนี้ก้อนเนื้อภายในแผงอกกลับกระตุกเต้นอย่างรุนแรง เรือนร่างของหญิงสาวที่มีเพียงอาภรณ์ชิ้นเล็ก ๆ สองชิ้นปิดอยู่ทำเอาเด็กหนุ่มคอแห้งผาก แก่นกายที่เพิ่งสงบไปเมื่อครู่เพราะแรงกดทับกลับค่อย ๆ พองขยายขึ้นอีกครั้ง

“ไอ้ภาค... กูถามมึงแบบลูกผู้ชาย มึงเห็นแล้วอยากปะ”
“เออ อยาก กูยอมรับ” ภาคภูมิตอบสิ่งที่กำลังรู้สึกด้วยความสัตย์

ครั้งสุดท้ายที่ภาคภูมิมีกิจกรรมทางเพศคือกับน้ำขิงซึ่งผ่านมาเกือบครึ่งเดือน สิ่งที่เห็นเบื้องล่างจึงกระตุ้นเร้าอารมณ์ของเด็กหนุ่มจนหลงลืมความผิดบาปที่เคยตระหนักรู้  ยิ่งเพ่งพินิจเรือนร่างของพี่สาวภาคภูมิก็ยิ่งอยากลองสัมผัสลูบไล้ ความคิดที่จะก้าวข้ามเส้นบาง ๆ ระหว่างคำว่าพี่น้องเริ่มทำให้เด็กหนุ่มเกิดความตื่นเต้น เพียงแค่นึกว่าได้กอดจูบ ได้ร่วมรัก หัวใจของภาคภูมิก็พลันสั่นหวิวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

“มึงจะเอาป่าว” เพชรกล้าถามพลางขยับผ้าม่านปิดแล้วเดินไปเปิดสวิตช์ไฟ
“มึงบ้าเหรอ ถึงกูจะอยาก แต่กูไม่ใช่มึง”
“มึงดูปากกู... กูถามแค่ว่า มึงอยากเย็ดพี่ไหมรึป่าว... ตอบ”
“เฮ่อ... อยาก” ภาคภูมิถอนหายใจยาวก่อนจะตอบ

แม้เพชรกล้าจะรักพี่สาวคนโตมาก แต่อีกฝั่งก็เป็นพี่ชายที่เกิดมาจากเลือดก้อนเดียวกัน อีกทั้งแพรไหมยังเคยเผยถึงความรู้สึกให้ได้รู้ว่าเธอไม่ได้รังเกียจแม้แต่น้อยหากจะต้องมีอะไรกับภาคภูมิ  เพชรกล้าจึงไม่ลังเลที่จะเปิดลิ้นชักแล้วหยิบปากกาเคมีสีดำหัวเล็กออกมา

“อะไรของมึงวะ” ภาคภูมิเอ่ยถามอย่างงง ๆ
“แค่นี้มึงก็เป็นกูแล้ว” เพชรกล้าพูดหลังจากที่ใช้ปากกาเคมีแต้มที่บริเวณหางตาซ้ายของพี่ชาย

ทั้งคู่หันไปมองกระจก รูปลักษณ์ที่เห็นนอกจากส่วนสูงซึ่งห่างกันเพียงหนึ่งเซนติเมตร ก็ไม่มีกระเบียดนิ้วใดที่แตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย

“มันจะดีเหรอวะ” ภาคภูมิเริ่มประหม่าจนทำตัวไม่ถูก
“มึงไปเปลี่ยนชุด กูเปรยกับพี่ไหมไว้แล้วว่าอยากเอาเค้าในสระ”
“เอ่อ... เอาก็เอา” ภาคภูมิสะบัดแขนสลับกำและแบมือเพื่อคลายความตื่นเต้น
“อ่อ... หมึกน่ะกันน้ำ แต่ถ้าถูแรง ๆ มันก็หลุดได้ ระวังหน่อย”
“เข้าใจแล้ว” ภาคภูมิพยักหน้ารับแล้วเดินออกจากห้องไป

< ------------- >

ไม่ถึงห้านาทีภาคภูมิในชุดกางเกงว่ายน้ำนุ่งผ้าขนหนูก็เดินมาถึงสระ เขาแหงนมองขึ้นไปบนตึกบริเวณหน้าต่างห้องของเพชรกล้า มันมืดสนิทไม่มีแม้แสงไฟลอดออกมาจากขอบผ้าม่าน ซึ่งเด็กหนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่าน้องชายต้องจับตามองเขาอยู่เป็นแน่

ภาคภูมิปลดผ้าขนหนูพลางเดินเข้าไปยังขอบสระ ตลอดเวลาที่ก้าวเท้าสายตาของเขาจับจ้องหญิงสาวที่แหวกว่ายอยู่ในสระด้วยความตื่นเต้น ผ้าขนหนูถูกทิ้งลงกองกับพื้นก่อนที่เด็กหนุ่มจะค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปในน้ำ  ภาคภูมิยืนหลังพิงขอบมองหญิงสาวที่กำลังว่ายท่ากบผ่านหน้าเขาไปในทางยาวของสระ สมองที่แสนประหม่าพยายามประมวลคำพูดและวิธีการว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร ขณะที่ครุ่นคิดอยู่นั้นแพรไหมซึ่งว่ายวนกลับมาอีกครั้งก็หยุดและทอดปลายเท้าลงกับพื้นสระ

“บอกให้รอหน่อย รอไม่ได้เชียวเหรอ” หญิงสาวเมื่อเห็นว่าเป็นเพชรกล้าก็เอ่ยทักพลางแหวกว่ายเข้าหา
“.............” ไม่มีสิ่งใดหยุดออกมาจากปากของเพชรกล้าตัวปลอม

‘เอาไงดีวะ’ ภาคภูมิเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งพี่สาวใกล้เข้ามาเขาก็ยิ่งตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออก

 “นาน ๆ ว่ายที แป๊บเดียวก็เหนื่อยเหมือนกัน” แพรไหมมาหยุดยืนพิงขอบสระอยู่ข้างภาคภูมิทางด้านซ้ายแล้วแหงนหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้า

‘มึงจะยืนอยู่เฉย ๆ อย่างนี้เหรอ’ ภาคภูมิบ่นกับตัวเอง แต่แล้วเด็กหนุ่มก็นึกถึงคำพูดของน้องชายฝาแฝด ว่าตอนนี้เขาไม่ใช่ภาคภูมิอีกต่อไป เขาคือเพชรกล้า ไฝเม็ดเล็ก ๆ ที่หางตาเป็นเครื่องยืนยันตัวตนได้

“พี่ไหม” ภาคภูมิหยั่งเชิงเรียกชื่อลอย ๆ
“มีอะไรเหรอเพชร” หญิงสาวหันมาตอบพลางมองหน้าเด็กหนุ่ม ก่อนจะหันกลับไปจัดแจงรวบมัดผมให้เป็นระเบียบ

ชื่อที่แพรไหมเรียกทำเอาภาคภูมิใจชื้น เด็กหนุ่มมองพี่สาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอช่างสวยและมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหล ผิวพรรณของแพรไหมนั้นนวลเนียน เนินอกภายใต้บิกินี่สีดำโผล่พ้นน้ำเผยให้เห็นความขาวอวบน่าสัมผัส

“พี่ไหมสวยจัง” ภาคภูมิตัดสินใจขยับตัวไปยืนอยู่เบื้องหน้าของพี่สาว
“ปากหวานตลอดแหละ”
“ผม... ขอจูบพี่ไหมได้มั้ย” เด็กหนุ่มเอ่ยขอสายตามองที่ริมฝีปากของหญิงสาว
“ตอนอยู่บนห้องยังเรียกพี่ว่าเมียอยู่เลย จะจูบเมียต้องขอด้วยเหรอ”

ภาคภูมิค่อย ๆ ก้มลงบรรจงจุมพิตแพรไหมด้วยหัวใจที่เต้นรัว ทันทีที่ได้สัมผัสกับริมฝีปากนุ่ม ๆ ของพี่สาว เขาก็รู้สึกได้ถึงความวาบหวิวภายในกายที่แผ่ซ่านไปทั่ว

< ------------- >

ภายในห้องซึ่งมืดสลัวจากไฟที่ถูกดับลงอีกครั้ง เพชรกล้ายืนมองลงไปยังสระว่ายน้ำผ่านบานกระจกใส  การได้เห็นภาพเด็กหนุ่มซึ่งเป็นพี่ชายฝาแฝดกำลังจูบกับพี่สาวคนสวยที่เขารัก มันเป็นความย้อนแย้งในตัวเองที่ต้องมาแบ่งปันบางอย่างที่หวงแหน

“ขอให้มีความสุขนะพี่ชาย พี่สาว” เพชรกล้าพูดเบา ๆ ในลำคอ

จู่ ๆ ในความมืดก็เหมือนมีแสงวาบขึ้นมาในดวงตา มันมีบางอย่างที่เขาสามารถทำได้แค่เพียงตอนนี้เท่านั้น  เพชรกล้ารีบออกจากห้องแล้ววิ่งลงไปยังชั้นสองของบ้าน

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เด็กหนุ่มเคาะประตูห้องของน้องสาวคนสุดท้อง
“ใคร” เสียงเล็ก ๆ ถามออกมาจากภายในห้อง
“พี่เพชรเอง”
“มีอะไรพี่เพชร” ปานฝ้ายแง้มประตูถามโดยที่บนร่างของเธอมีเพียงผ้าขนหนูสีเขียวอ่อนพันกายไว้
“รีบมากับพี่ก่อน” เพชรกล้าพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ฝ้ายเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ยังไม่แต่งตัวเลย”
“เออ... มาก่อนเดี๋ยวไม่ทัน” เด็กหนุ่มพยายามรบเร้า

ปานฝ้ายเห็นท่าทางของพี่ชายก็พาให้คิดว่าต้องเป็นเรื่องเร่งด่วน เธอจึงยอมออกจากห้องไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ใส่แม้ชุดชั้นใน  เพชรกล้าเลือกที่จะเดินขึ้นไปยังชั้นที่สี่โดยไม่รอลิฟต์ ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ปานฝ้ายรู้สึกถึงความรีบร้อน

“ทำไมต้องปิดไฟมืดด้วยล่ะ” เด็กสาวเอ่ยถามเมื่อประตูห้องนอนของเพชรกล้าเปิดออก
“รีบเข้ามาก่อน แล้วไปดูที่หน้าต่าง”

แม้จะไม่เข้าใจอะไรนัก แต่ปานฝ้ายก็เลือกที่จะก้าวเข้าไปในห้องอันมืดมิดของพี่ชาย  เมื่อเด็กสาวเดินถึงหน้าต่างประตูห้องก็ถูกงับปิด ปานฝ้ายค่อย ๆ เปิดผ้าม่านแล้วมองออกไป ภาพของพี่สาวกับพี่ชายของเธอกำลังจูบปากกันอยู่ในสระว่ายน้ำทำเอาเด็กสาววัยกระเตาะใจสั่น ปานฝ้ายรีบหันขึ้นมองหน้าเพชรกล้าซึ่งบัดนี้ยืนอยู่ทางด้านหลังเยื้องมาทางซ้ายของเธอ

“พี่ภาคกับพี่ไหม”
“ใช่... เห็นตอนแรกพี่ก็ตกใจ”
“แล้วเค้าจะรู้ว่าเราแอบดูอยู่รึป่าว”
“ไม่หรอก ในนี้มืด แต่จะให้ดีก้มตัวลงหน่อยจะได้ไม่เป็นที่สังเกต”
“จริงด้วย” เด็กสาวเห็นตามพี่ชาย เธอหันกลับไปมองด้านล่างพร้อมใช้มือเกาะขอบหน้าต่างแล้วก้มตัวลงจนบั้นท้ายลอยแอ่น
“เราดูไปก่อนว่าเค้าจะทำอะไรกัน” เพชรกล้าพูดพลางวิสาสะยกมือขึ้นจับเข้าที่เอวด้านขวาของเด็กสาว
“.............” ปานฝ้ายซึ่งกำลังจดจ่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอจึงไม่ได้คิดอะไรกับมือที่โอบเอวโดยไม่รู้เลยว่าพี่ชายซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เธอนั้นกำลังคิดไม่ซื่อ

ภายในสระว่ายน้ำ ภาคภูมิละจากการจูบแล้วยืดตัวขึ้นมองหน้าแพรไหม  เด็กหนุ่มรู้สึกมาตลอดว่าพี่สาวเป็นคนสวย แต่เขาไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่ได้จูบกับเธอ แววตาของแพรไหมช่างดึงดูดอารมณ์ของชายทุกคนที่ได้มองไม่เว้นแม้แต่น้องชายตัวเอง  ไม่มีคำพูดใด ๆ อีกแล้วสำหรับภาคภูมิ เส้นแบ่งระหว่างจารีตกับความต้องการเบื้องลึกของมนุษย์ถูกฉีกออก  เด็กหนุ่มยกมือขวาขึ้นลูบปอยผมของแพรไหมให้ทัดใบหูก่อนจะประคองจับบริเวณลำคอขาวแล้วก้มลงจุมพิตไปที่หน้าผากของเธอ  ภาคภูมิพรมจูบไล้ลงมายังซอกคอจนหญิงสาวขนลุกเกรียวด้วยความสยิว

“อ่าาาาห์...” แพรไหมร้องครางเมื่อหน้าอกด้านขวาถูกเด็กหนุ่มบีบคลำเบา ๆ

ความหยุ่นนุ่มของเต้าอวบขนาดสามสิบสี่นิ้ว คัพอี แม้จะไม่ใหญ่เท่าของน้ำขิง แต่การที่ได้จับนมของพี่สาวแท้ ๆ กลับทำให้ภาคภูมิรู้สึกตื่นเต้นจนท่อนเอ็นในกางเกงว่ายน้ำพองขยาย  เด็กหนุ่มเริ่มออกแรงบีบคลึงทรวงอกที่มีเพียงชุดว่ายน้ำบาง ๆ ปิดบังปลายยอด รสสัมผัสของสิ่งที่อยู่ในมือนั้นช่างวิเศษ ความประหม่าในคราวแรกดูเหมือนจะถูกลบออกจากจิตใจของภาคภูมิไปจนหมด  มือขวาที่ประคองลำคอค่อย ๆ เลื่อนไล้ไปทางด้านหลัง แล้วปลายเชือกของชุดว่ายน้ำซึ่งคล้องอยู่บริเวณต้นคอก็ถูกดึงรั้งอย่างช้า ๆ  เพียงปมเชือกหลุดออกจากกัน สายที่คล้องก็พลันไหลลงลอยอยู่เหนือน้ำ

“จะดีเหรอเพชร... อื่มม...” ยังไม่ทันที่จะพูดจบ แพรไหมก็ต้องบิดกายเมื่อปลายยอดของเธอถูกสัมผัส
“พี่ไหมเสียวรึป่าว” ภาคภูมิกระซิบเสียงกระเส่าที่ข้างหูแพรไหม โดยมือซ้ายกุมเข้ากับเต้าอวบพลางใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือเขี่ยคลึงหัวนมของเธอ
“เสียวสิเพชร... ซี้ดดดดส์...”

แม้ทรวงอกอิ่มจะถูกเผยออกให้ได้สัมผัสกับเนื้อแท้ แต่ทว่าชุดว่ายน้ำก็ยังไม่หลุดออกจากร่าง  เชือกที่ผูกอยู่ด้านหลังนั้นดูจะเป็นอุปสรรคกับเกมสวาท ภาคภูมิจึงเลื่อนมือซ้ายสอดเข้าไปด้านหลังของหญิงสาวแล้วค่อย ๆ ดึงปลายเชือก ในที่สุดบิกินี่ท่อนบนก็หลุดลอยออกปล่อยให้เต้าอวบได้เป็นอิสระ  เด็กหนุ่มละใบหน้าออกจากการพรมจูบซอกคอของแพรไหมแล้วก้มมองหน้าอกอิ่มของพี่สาวด้วยใจที่ระทึก ทรวงอกนั้นสวยงามได้รูป เนินเนื้อขาวเนียน ปลายยอดสีน้ำตาลอ่อนเต่งชันปริ่มน้ำชวนให้ดูดเลีย

แต่ด้วยส่วนสูงที่แตกต่าง ภาคภูมิจึงย่อเข่าพร้อมใช้มือทั้งสองช้อนบั้นท้ายของหญิงสาวให้ตัวลอยขึ้น  แพรไหมซึ่งรู้งานจึงแยกขาออกแล้วเกาะเกี่ยวมันเข้ากับเอวของน้องชายจนอยู่ในท่าลิงอุ้มแตง  เมื่อทรวงอกของพี่สาวโผล่พ้นน้ำเด็กหนุ่มก็ก้มลงประกบปากเข้ากับยอดปทุมพลางใช้ลิ้นตวัดเลียทันที

“ซี้ดดดส์... อ้าาาห์...” แพรไหมครางกระเส่า เธอแอ่นอกเงยหน้าขึ้นด้วยความเสียวซ่าน

แค่เพียงเห็นพี่สองคนจูบกันเด็กสาวที่แอบมองอยู่ในความมืดก็หัวใจสั่น บัดนี้พี่ชายของเธอกำลังก้มลงดูดเลียหัวนมของพี่สาวจนร่างเกร็งสะท้าน อาการหลับตาเงยหน้ากัดริมฝีปากที่ปานฝ้ายได้เห็นทำให้รู้ได้ว่าพี่สาวของเธอเสียวมากเพียงใด

“พี่เพชร... พี่ภาคดูดนมพี่ไหมด้วย” ปานฝ้ายพูดโดยไม่ละสายตาจากสิ่งที่เห็น
“พี่เห็นแล้ว ฝ้ายเป็นเหมือนพี่รึป่าว ทำไมในใจพี่มันหวิว ๆ ทั้งตัวมันร้อนวูบวาบไปหมด” ในความสลัว เพชรกล้าใช้โอกาสที่กำลังอธิบายความรู้สึกถอดเสื้อยืดแขนสั้นของตัวเองออก
“ฝ้ายก็เป็น ตอนนี้ใจเต้นแรงมาก”
“จริง ๆ เหรอ” เด็กหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาก้มลงใช้มือซ้ายทาบไปที่เนินอกของปานฝ้ายทำทีให้รับรู้ถึงการเต้นของหัวใจ โดยที่มือขวาก็โอบเข้ากับเอวของเธออีกครั้ง
“รู้สึกมั้ย” เด็กสาวพาซื่อเอ่ยถาม
“จริงด้วย” เพชรกล้ารู้สึกได้ถึงการกระตุกอย่างรุนแรงจากภายใน แม้จะรู้ถึงความตื่นเต้นของน้องสาวแล้ว แต่เด็กหนุ่มกลับไม่ละมือออก เขายังคงคามันไว้อยู่อย่างนั้น
“พี่เพชร... เป็นพี่น้องกัน เค้าจูบปาก ดูดนมกันได้ด้วยเหรอ” ภาพเบื้องล่างยิ่งทำให้ปานฝ้ายอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น
“สัมผัสกันแค่ภายนอกก็คงได้แหละ ดูพี่เค้ายังทำกันเลย”
“หมายถึงกอดจูบกันน่ะเหรอ”
“ใช่... ทำได้ทุกอย่าง แค่ไม่สอดใส่อวัยวะเพศเข้าไป” เพชรกล้ากระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของน้องสาว แรงกระเพื่อมของหน้าอกกับการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นทำให้รู้ได้ทันทีว่าคำตอบนั้นกระตุ้นอารมณ์ของเธอ
“แล้วถ้าพ่อแม่รู้ล่ะ”
“ก็อย่าให้รู้สิ... จริง ๆ ควรทำกันในห้อง จะได้ไม่มีใครมาเห็น”

เพชรกล้าเริ่มขยับหัวแม่มือข้างขวาวนไปมาช้า ๆ บริเวณเอวของปานฝ้าย เมื่อเด็กหนุ่มเห็นว่าไม่มีอาการห้ามปรามใด ๆ เขาจึงค่อย ๆ ลากมือลงมาลูบไล้บริเวณสะโพกของน้องสาวอย่างนุ่มนวล

“มันจะไม่ผิดเหรอพี่เพชร”
“เวลาพี่น้องเล่นกัน ถูกเนื้อต้องตัวกันมันก็เป็นธรรมดา” เด็กหนุ่มกระซิบพลางลดระดับมือซ้ายที่ทาบอยู่บนเนินอกลงมาเกาะกุมยังเต้าอวบด้วยความแผ่วเบา

ปานฝ้ายเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง เด็กสาวรู้ว่าบัดนี้พี่ชายกำลังประคองเต้านมของเธอไว้อย่างหลวม ๆ  ใจหนึ่งก็คิดว่ามันเป็นสิ่งผิด เธอควรจะรีบออกจากห้องแล้วนำเรื่องทุกอย่างไปบอกกับแม่ แต่ภาพเบื้องล่างที่ดูอยู่อย่างละสายตาไม่ได้กลับรั้งตัวเธอเอาไว้พร้อมเร้าอารมณ์ให้อยากรู้อยากลองตามสิ่งที่เห็น

“พ่อแม่จะไม่รู้ใช่มั้ย” เด็กสาวเอ่ยปากด้วยหัวใจที่เต้นรัว
“พ่อกับแม่ไม่รู้หรอก” เพชรกล้าตอบพลางบีบเต้าอวบในอุ้งมืออย่างอ่อนละมุน
“อื่มม...” แม้จะเป็นการสัมผัสนอกผ้าขนหนู แต่มันก็ทำเอาปานฝ้ายสยิวเสียวอย่างบอกไม่ถูก

สายน้ำอันฉ่ำเย็นในยามค่ำคืนกลับไม่ทำให้อุณหภูมิในร่างของสองหนุ่มสาวลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งแพรไหมและภาคภูมิต่างรู้สึกร้อนวูบวาบภายในกาย  เด็กหนุ่มซึ่งอุ้มประคองพี่สาวอยู่บรรจงดูดเลียปลายยอดที่เต่งชันสู้เรียวลิ้น แม้จะไม่มีรสชาติใด ๆ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนมันอร่อยและตื่นเต้นกว่าการได้โลมเลียหัวนมของหญิงสาวที่เคยผ่านมา

“อู้ยยยย์... เพชร...” แพรไหมจิกแผ่นหลังของน้องชายเพื่อระบายความเสียวเมื่อหัวนมของเธอถูกขบเบา ๆ ก่อนจะตวัดเลีย

เด็กหนุ่มเริ่มหลงใหลกับเต้าอวบของพี่สาวตัวเอง เขาดูดเลียมันสลับไปมาทั้งสองข้างจนแพรไหมครางกระเส่า  เนินนมของหญิงสาวนั้นนุ่มหยุ่นจนภาคภูมิอดไม่ได้ที่จะซุกไซ้ใบหน้าเพื่อรับสัมผัสที่ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้รับมาก่อน ยิ่งคิดว่ากำลังได้กอดรัดพี่สาวคนสวยลำควยของเขาก็ยิ่งแข็งโด่  ภาคภูมิไล้มือขึ้นมายังสะโพกผายของหญิงสาวแล้วค่อย ๆ รูดดึงเชือกกางเกงบิกินี่ทั้งสองข้าง  แพรไหมซึ่งรู้ว่าน้องชายต้องการอะไร เธอจึงคลายเรียวขาที่เกาะเกี่ยวรอบเอวของเด็กหนุ่มแล้วหย่อนปลายเท้าลงยืนกับพื้น และในที่สุดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายก็หลุดลอยจนเหลือแต่ร่างเปลือย 

ภาคภูมิก้มลงประกบจูบพี่สาวพร้อมกับมือที่ลูบไล้ไปตามเรือนร่างอันนวลเนียน  แพรไหมซึ่งถูกเล้าโลมมาถึงตอนนี้ก็กระสันอยากไม่น้อยไปกว่าเด็กหนุ่ม แม้ร่างกายจะอยู่ในน้ำแต่เธอก็รับรู้ได้ถึงความฉ่ำเยิ้มภายในร่องหลืบของตัวเอง หญิงสาวยังจำความรู้สึกถึงควยใหญ่ ๆ ของน้องชายที่แทรกเข้ามาในตัวเธอได้ไม่รู้ลืม และอีกไม่นานเธอจะได้รับรสสัมผัสแห่งความเสียวซ่านนั้นอีกครั้ง  ความเงี่ยนของแพรไหมก็นำพาให้เธอสอดปลายนิ้วเข้าจับเชือกกางเกงว่ายน้ำของภาคภูมิก่อนจะดึงมันให้คลายปม

“อื่มมมม...” เด็กหนุ่มเสียวจนตัวงอเมื่อพี่สาวใช้มือซ้ายรั้งขอบกางเกงจากด้านหน้าแล้วใช้มือขวาล้วงเข้าจับท่อนเนื้อพลางชักเบา ๆ

เมื่อเห็นแพรไหมรุกเร้า เด็กหนุ่มจึงถอดกางเกงของตัวเองออกก่อนจะใช้ตัวดันร่างหญิงสาวเบา ๆ จนหลังของเธอพิงขอบสระ ภาคภูมิก้มลงมองหน้าพี่สาวด้วยใจที่เต้นรัว ตอนนี้ทั้งเขาและเธอต่างยืนเปลือยเปล่าภายใต้ผืนน้ำใส ๆ  ความรู้สึกที่อีกไม่นานท่อนเอ็นซึ่งอยู่ในอุ้งมือของพี่สาวกำลังจะถูกสอดใส่เข้าไปในร่องหลืบยิ่งทำให้เด็กหนุ่มตื่นเต้น ครั้นจะประคองต้นขาของเธอให้ยกขึ้นแล้วจับเอาหัวควยมุดเข้าไปในรูหีก็ไม่ผิดแปลกสำหรับความเงี่ยนที่มีอยู่  แต่เด็กหนุ่มกลับอยากทำอะไรที่มากกว่านั้น ภาคภูมิจึงสอดมือทั้งสองข้างเข้าใต้รักแร้ของแพรไหมก่อนจะออกแรงยกตัวเธอขึ้นนั่งบนขอบสระ

เมื่อแสงไฟตกกระทบเข้ากับร่างอันขาวโพลน หยดน้ำซึ่งเกาะอยู่ตามตัวก็สะท้อนเป็นประกายระยับ หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้านั้นงดงามราวกับเป็นนางสวรรค์ก็มิปาน  ภาคภูมิใช้มืออันสั่นเทาจับเข้าที่หัวเข่าทั้งสองข้าง เขาค่อย ๆ แยกมันออกโดยไม่มีการแข็งขืนจากแพรไหมเลยแม้แต่น้อย แล้วเนินนูนก็เผยให้เด็กหนุ่มได้ประจักษ์แก่สายตา พูเนื้อนั้นอวบอิ่มและขาวเนียน ด้านบนประดับไปด้วยเส้นไหมสีดำบาง ๆ ซึ่งถูกตัดแต่งเป็นรูปสามเหลี่ยม กลีบที่แย้มเปิดเล็กน้อยเผยให้เห็นภายในเป็นสีชมพูอ่อนเคลือบด้วยน้ำเหนียวจนลื่นเป็นเงา  เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวคล้ายเป็นการขออนุญาต โดยพลันสายตาทั้งสองก็ประสานเข้าหากัน แพรไหมมองน้องชายอย่างรักใคร่ก่อนจะใช้มือขวาลูบศีรษะของเขาอย่างเบามือ

“ซี้ดดดส์... อ่าาาาห์...” มือที่ลูบศีรษะอยู่ชะงักเกร็งเมื่อปลายลิ้นของภาคภูมิสะกิดเข้ากับเม็ดละมุน

แม้ว่าแพรไหมจะเคยมีสัมพันธ์สวาทกับเพชรกล้ามาก่อน แต่เธอก็ยังไม่เคยลิ้มรสความวาบหวิวจากชิวหาของเด็กหนุ่มแต่อย่างใด  และเมื่อติ่งแตดถูกโลมเลียด้วยเรียวลิ้นของน้องชายตัวเอง ความสยิวที่ได้รับจึงซาบซ่านปนตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด

“อู้ยยยย์... เพชร... พี่เสียว...”    

แม้ปากจะบอกว่าเสียว แต่หญิงสาวกลับยกเท้าซ้ายขึ้นวางบนขอบสระเพื่อให้ภาคภูมิตวัดเลียปุ่มกระสันได้อย่างถนัดถนี่  เด็กหนุ่มใช้มือขวาประคองจับใต้ต้นขาของพี่สาวแล้วบรรจงละเลงลิ้นจนภายในร่องหลืบขมิบขับน้ำรักออกมา

“ซี้ดดดดส์...” หญิงสาวซ่านสยิว เธอค่อย ๆ เอนหลังลงนอนอย่างช้า ๆ 

ด้วยความที่รอบสระว่ายน้ำปูด้วยพื้นไม้เทียมมันจึงไม่สร้างความระคายเคืองให้กับผิวกายของแพรไหมแม้แต่น้อย  เธอหลับตาดื่มดำกับความเสียวที่น้องชายมอบให้พลางใช้มือทั้งสองข้างบีบคลึงเต้าอวบใหญ่ของตัวเอง

สายตาที่เฝ้ามองอยู่ในความสลัวลุกวาวเมื่อเห็นพี่สาวของเธอกำลังนอนเปลือยกายให้พี่ชายโลมเลียร่องหีอย่างมีความสุข บทรักของเขาและเธอทำเอาปานฝ้ายเริ่มหายใจติดขัดจนต้องผ่อนลมออกทางปากเป็นครั้งคราว  ภาพของแพรไหมซึ่งกำลังบีบคลึงเต้าอวบพาให้เด็กสาวนึกถึงอุ้งมือของเพชรกล้าที่กำลังเกาะกุมทรวงอกของเธอ

“พี่เพชร...”
“อะไรเหรอฝ้าย”
“พี่ภาคเค้า... เค้าไม่ได้กอดจูบพี่ไหมแล้วนะ”
“ถึงยังไงก็แค่ภายนอก ไม่เป็นไรหรอก” เพชรกล้าเริ่มบีบเต้าอวบในมือซ้ายอย่างแผ่วเบาอีกครั้ง
“เท่ากับว่าพี่น้องจะทำกันแบบพี่ภาคกับพี่ไหมก็ได้ใช่มั้ย”
“ใช่... ขอแค่ไม่สอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปก็พอ” เพื่อไม่ให้เด็กสาวเกิดความหวาดกลัว เพชรกล้าจึงเน้นย้ำถึงขอบเขตที่จะกระทำได้ พร้อมกับออกแรงนวดคลึงเต้านมของน้องสาวเบา ๆ
“อื่มม...” เด็กสาวพยายามกลั้นเสียงครางเอาไว้ มือทั้งสองข้างจิกเกร็งด้วยความประหม่าที่ถูกกระตุ้นเร้า
“ฝ้าย... เราลองทำอย่างพี่เค้าดูมั้ย” เมื่อเห็นว่าปานฝ้ายไม่ห้าม เด็กหนุ่มจึงกระซิบชวนข้างใบหูพลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยหายอดปทุมถันพร้อมกับมือขวาที่ลูบไล้ไปตามสะโพกอันกลมกลึง
“อู้ยยย์... พี่เพชร... เดี๋ยวพ่อรู้...” เด็กสาวสยิวครางเมื่อหัวนมเธอถูกสะกิด ทั้งภาพที่ได้เห็นกับการสัมผัสจากพี่ชายเริ่มทำให้ปานฝ้ายเกิดอารมณ์
“พ่อไม่รู้หรอก... ฝ้ายไม่พูด พี่ไม่พูด แล้วใครจะรู้” เพชรกล้าพูดเสียงกระเส่าพลางค่อย ๆ เลื่อนไล้นิ้วมือเกี่ยวรั้งผ้าขนหนูให้แหวกออกก่อนจะสอดมือเข้าไปประคองจับเต้าอวบอย่างแผ่วเบา
“อื่มมม... พี่เพชร...” เมื่อถูกมือของผู้ชายสัมผัสใต้ร่มผ้า ในใจของเด็กสาวก็วาบหวิวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“มีอะไรเหรอฝ้าย” เด็กหนุ่มถามพร้อมเคล้าคลึงเต้านมแน่นหยุ่นของเด็กสาววัยสิบหกปี
“อู้ยยยย์... เราจะทำกันแค่ภายนอกใช่มั้ย”
“ใช่สิฝ้าย... แค่ภายนอก” เพชรกล้ากระซิบตอบพลางเลื่อนมือขวาลงไปยังบั้นท้ายของปานฝ้าย  และด้วยท่ายืนโก้งโค้งเกาะขอบหน้าต่าง ชายผ้าขนหนูจึงร่นขึ้นจนปลายนิ้วของเด็กหนุ่มได้สัมผัสกับแก้มก้นของเธอ

เพชรกล้าเริ่มคลึงเคล้าเต้านมเพื่อกระตุ้นความอยากในกามให้กับน้องสาวคนเล็กที่กำลังจ้องมองหนังสดตาไม่กระพริบ  เมื่อไร้ซึ่งคำทัดทานใด ๆ มือขวาของเด็กหนุ่มที่ประคองบริเวณบั้นท้ายก็ค่อย ๆ เลื่อนไล้ลงจนนิ้วกลางทาบเข้ากับรอยแยกของพูเนื้อจากด้านหลัง

“ซี้ดดดส์...” เพียงเพชรกล้าขยับข้อนิ้วเขี่ยลงไปเบา ๆ น้ำเหนียว ๆ ก็ไหลเยิ้มออกมาพร้อมกับเสียงคราง

‘มีอารมณ์แล้วเหรอยัยตัวเล็ก’ เด็กหนุ่มคิดพลางกระหยิ่มในใจ ขอเพียงผ่านค่ำคืนนี้ไป เขาก็จะได้ชื่อว่าเอาพี่เอาน้องไม่ต่างจากเรื่องเสียวที่ได้อ่าน ซึ่งมันก็จะทำให้เขาไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครนำเรื่องความสัมพันธ์อันผิดบาปไปฟ้องผู้เป็นบุพการีอีกแล้ว

แม้การขมิบขับน้ำรักออกมาของปานฝ้ายจะแสดงให้เห็นถึงความกระสันอยาก แต่เพื่อไม่ให้น้องสาวเกิดความคิดว่าพี่ชายจ้องแต่จะล่วงละเมิดทางเพศ เพชรกล้าจึงละปลายนิ้วที่เปียกลื่นออกจากปากทางสวรรค์

“ขอพี่ถอดนะฝ้าย” โดยไม่รอฟังคำตอบ เด็กหนุ่มถอนมือซ้ายออกจากใต้ผ้าขนหนูแล้วปลดปมผ้าอย่างเบามือ และแล้วอาภรณ์ชิ้นเดียวที่ปิดบังร่างกายของเด็กสาวก็ล่วงหล่นลงพื้น
“พี่เพชร...”
“ฝ้ายไม่ต้องกลัวนะ เราจะทำกันแค่ภายนอก” เพชรกล้าพูดปลอบประโลมน้องสาวพร้อมก้มลงจูบไปบนแผ่นหลังจนเธอขนลุกเกรียว

เด็กหนุ่มใช้มือซ้ายประคองเข้ากับเต้าอวบของปานฝ้ายอีกครั้ง โดยครั้งนี้ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นให้เสียรสชาติของการโลมเร้าเนื้อหนังอีกต่อไป  เพชรกล้าที่ยังพรมจูบแผ่นหลังอันนวลเนียนไล้มือขวาขึ้นไปตามสีข้างของเด็กสาวก่อนจะเข้าเกาะกุมปทุมถันอีกข้าง และแล้วปานฝ้ายก็ตกอยู่ในอ้อมแขนพี่ชายของเธอ  เพชรกล้าค่อย ๆ ดอมดมความหอมจากผิวกายขึ้นมายังซอกคอของเด็กสาวแรกรุ่น

“อื่มมมม...” ลมหายใจแผ่ว ๆ ของเด็กหนุ่มกระทบเข้ากับใบหูประสานด้วยมือทั้งสองที่นวดคลึงเต้านมส่งให้ปานฝ้ายซ่านสยิวจนต้องหนีบต้นขาเข้าหากัน
“ฝ้ายเสียวรึป่าว” เพชรกล้ากระซิบถามพร้อมใช้ปลายจมูกคลอเคลียเบา ๆ รอบใบหูของเด็กสาว
“อื่มมมม... เสียว...”

แม้ร่างของปานฝ้ายจะเปลือยเปล่าอยู่ในห้องซึ่งเปิดเครื่องปรับอากาศ แต่เด็กสาวกลับรู้สึกอุ่นจนร้อนเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของพี่ชาย การเคล้าคลึงอันแสนนุ่มนวลเข้ากับเต้าอวบอย่างช้า ๆ ผสานกับเรียวลิ้นที่เริ่มซอนแซะไปตามติ่งหูส่งให้ปานฝ้ายซ่านสยิว  เธอพยายามเพ่งมองเหตุการณ์เบื้องล่างผ่านเปลือกตาที่หรี่ลงจากอาการเคลิ้มเสียว  โดยภาพของแพรไหมซึ่งกำลังถูกภาคภูมิซุกไซ้ใบหน้าเข้ากับเนินหีก็ยิ่งทำให้เด็กสาวดำดิ่งลงในห้วงแห่งกาม

‘แค่ไม่สอดของพี่เพชรเข้าไปก็พอใช่มั้ย’ ภายในความรู้สึกนึกคิดของเด็กสาวเริ่มสับสนกับความถูกผิดที่กำลังร่วมกันกระทำกับพี่ชายตัวเอง

เพชรกล้าค่อย ๆ ลดมือขวาจากเต้าอวบกลับลงมายังบั้นท้ายของน้องสาว เขาลูบไล้มันสลับใช้ปลายนิ้วทั้งห้าลากเบา ๆ ให้สัมผัสกับผิวเนียนของแก้มก้นก่อนจะเลื่อนไล้เข้าหาร่องเสียวอย่างช้า ๆ  แม้ต้นขาทั้งสองของปานฝ้ายจะบีบเข้าหากัน แต่จากท่ายืนโก้งโค้งมันจึงไม่เป็นการยากที่ปลายนิ้วกลางของเพชรกล้าจะกรีดผ่านรอยแยกจากด้านหลัง

“ซี้ดดดดส์...” เสียงครางประสานเข้ากับความฉ่ำลื่นที่เด็กหนุ่มสัมผัสได้จากร่องเสียว

จากที่เพชรกล้าเกรงว่าปานฝ้ายจะแข็งขืน บัดนี้เขาได้นำพาเอานิ้วกลางเข้าฝังตัวอยู่ในแคมอันเหนียวลื่น  เด็กหนุ่มค่อย ๆ กระดิกปลายนิ้วให้แตะเข้ากับเม็ดละมุนเบา ๆ  เพียงปุ่มกระสันถูกเขี่ย หลืบหีของเด็กสาวก็ขมิบขับน้ำเงี่ยนให้ไหลออกมา

“อ่าาาห์... พี่เพชร...” ด้วยท่าทางการก้มเกาะขอบหน้าต่าง เมื่อปานฝ้ายยิ่งเสียว เธอก็ยิ่งแอ่นตัวจนบั้นท้ายงอนโด่ง
“ฝ้ายเรียกพี่เหรอ” เพชรกล้าเบี่ยงหน้าเข้าหอมไปที่แก้มซ้ายของน้องสาวแล้วเอ่ยถาม
“ฝ้าย... อู้ยยยย์...” ยังไม่ทันได้ตอบสิ่งใด ปานฝ้ายก็ต้องสะดุ้งเมื่อปลายนิ้วที่กำลังคลึงเคล้าติ่งแตดถูกลากมายังปากถ้ำก่อนที่มันจะค่อย ๆ สอดแทรกเข้ามาในตัวเธอ
“ฝ้าย... ของฝ้ายแน่นจัง” เด็กหนุ่มกระซิบข้างใบหูพลางขยับข้อนิ้วกลางเข้าออกช้า ๆ
“อู้ยยยย์... พี่เพชร... เราทำกันอย่างนี้ได้ใช้มั้ย... ซี้ดดดส์...” 
“ได้สิฝ้าย... พี่ไม่ได้สอดไอ้นั่นของพี่เข้าไปซักหน่อย” เพชรกล้าอธิบายพร้อมกับเกร็งนิ้ววนเป็นวงกลมภายในรูหีที่คับแน่น
“อู้ยยยย์... เสียว...” ปลายเท้าของเด็กสาวเกร็งจิกลงกับพื้นห้อง ภายในร่องหลืบเหมือนมีแรงบางอย่างพยายามดูดและโอบรัดเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าไป

‘เฮ่ย... หีโคตรดูด...’ เพียงแค่คิดท่อนเอ็นที่ขยายตัวอยู่แล้วก็ยิ่งแข็งโด่ ความรู้สึกที่ได้รับจากปลายนิ้วนั้นทำเอาเพชรกล้าสงสัยปนอยากพิสูจน์ หากสิ่งที่กำลังถูกตอดดูดเป็นลำควยของเขามันจะเสียวสักเพียงใด

ในความมืดสลัวเด็กหนุ่มค่อย ๆ ละมือซ้ายจากเต้าอวบแล้วยืดตัวขึ้นก่อนจะขยับถอดกางเกงตัวเองออกโดยที่มือขวายังคงสร้างความเสียวให้กับน้องสาวด้วยการขยับนิ้วเข้าออกอย่างนุ่มนวล

“ฝ้าย...” เพชรกล้าเรียกชื่อเด็กสาวพร้อมเอื้อมไปจับแขนซ้ายของเธอให้ปล่อยมือจากขอบหน้าต่าง
“มีอะไรเหรอพี่เพชร”
“ฝ้ายลองจับของพี่สิ” เด็กหนุ่มไม่พูดเปล่า เขาจับมือของปานฝ้ายเข้าหาท่อนเอ็นที่แข็งชี้
“ไม่... ฝ้ายไม่กล้าจับ” เด็กสาวกระตุกแขนกลับทันทีเมื่อหลังมือสัมผัสเข้ากับแท่งเนื้อ
“ลองดูสิฝ้าย พี่ยังจับของฝ้ายเลย” เพชรกล้าชักชวนพลางค่อย ๆ ดันนิ้วเข้าไปในรูสวาทอย่างช้า ๆ จนสุดโคน
“อู้ยยยย์... พี่เพชร... ฝ้ายเสียว... ซี้ดดดดส์...”

ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ได้รู้ว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง เมื่อภายในของปานฝ้ายตอดดูดปลายนิ้วของเขาจนรู้สึกได้ ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้เพชรกล้าอยากสอดใส่ลำควยเข้าไปในรูหีของเด็กสาว และเพื่อให้ถึงเป้าประสงค์ เขาจึงค่อย ๆ รั้งมือของปานฝ้ายให้ลองจับท่อนเนื้อของตนอีกครั้งเพื่อหวังให้เธอคุ้นชินกับมัน

“ทำไมมันใหญ่อย่างนี้ล่ะพี่เพชร” เพียงอุ้งมือน้อย ๆ ได้จับเข้ากับดุ้นเอ็นที่ทั้งเขื่องทั้งแข็งก็พาให้เด็กสาวเอ่ยถาม
“ใหญ่ ๆ แบบนี้แหละ ผู้หญิงชอบ”
“เหรอพี่เพชร... มันจะเข้าไปได้เหรอ แค่นิ้วของพี่เพชรฝ้ายยังเสียวคับไปหมด”

ปานฝ้ายรู้สึกได้ถึงเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงลำลึงค์กำลังกระตุกเต้นราวกับมีชีวิต ความใหญ่ยาวเมื่อเทียบกับนิ้วที่แยงเข้าออกในรูหีอันฉ่ำเยิ้มทำเอาหัวใจวาบหวิว  เพราะแค่นิ้วยังเสียวได้ขนาดนี้ หากสิ่งที่อยู่ในมือได้สอดแทรกเข้ามาจริง ๆ มันจะสร้างความเสียวซ่านได้ถึงขนาดไหน

“เข้าได้สิฝ้าย... แค่ค่อย ๆ ดันเข้าไป... แล้วผู้หญิงก็จะเสียวมากเลยล่ะ” เพชรกล้าจับมือของปานฝ้ายออกไปวางยังขอบหน้าต่างดังเดิมก่อนจะขยับตัวเข้ายืนอยู่ด้านหลังของเด็กสาวที่กำลังยืนโก้งโค้ง
“พี่เพชรจะทำอะไร” ปานฝ้ายเหลียวหันมามอง
“พี่ขอถูเฉย ๆ นะ แค่ภายนอก” โดยไม่รอคำตอบ เพชรกล้าวางมือซ้ายจับสะโพกของน้องสาว พร้อมถอนนิ้วที่อยู่ในร่องเสียวออกมาประคองจับองคชาตให้ส่วนหัวคลุกเคล้าเข้ากับน้ำเมือกบริเวณปากรูหี
“อู้ยยย์... พี่เพชร... แบบไม่ได้” ปานฝ้ายซึ่งเหลียวหลังอยู่เอื้อมมือซ้ายมาจับมือของพี่ชายที่รั้งสะโพกเธอไว้
“ได้สิฝ้าย... พี่ไม่ได้สอดเข้าไป...” เพชรกล้าพยายามสร้างความเสียวเพื่อให้ทุกอย่างสุกงอมเต็มที่ เขาจับให้ปลายลึงค์ซึ่งเหนียวลื่นไปด้วยน้ำเงี่ยนถูไถเข้ากับเม็ดละมุนจนขาของเด็กสาวสั่นระริก
“อู้ยยยย์... ซี้ดดดดส์...” ในที่สุดปานฝ้ายก็ยอมพ่ายแพ้ต่อสัมผัสแห่งความเสียว เธอถอนมือกลับมาจับที่ขอบหน้าต่างพร้อมมองลงไปเบื้องล่างอย่างเดิมโดยยินยอมให้พี่ชายเอาหัวควยซุกไซ้เข้ากับปากถ้ำอันฉ่ำเยิ้มเพื่อสร้างความกระสันให้กับเธอ

ภายในสระว่ายน้ำแห่งราคะ ภาคภูมิตวัดเลียติ่งแตดของพี่สาวจนน้ำรักไหลย้อยลงมายังร่องก้น การได้ลงลิ้นกับเนินหีของแพรไหมยิ่งทำให้เด็กหนุ่มหลงใหลในการมีความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว เขาดูดกลืนน้ำเงี่ยนที่หญิงสาวขมิบขับออกมาโดยไม่รังเกียจแม้แต่น้อย

“เพชร... พี่จะไม่ไหวแล้ว... ซี้ดดดส์...” แพรไหมครางกระเส่าพร้อมส่งมือลงมาจับศีรษะของน้องชาย

ในใจของเด็กหนุ่มอยากจะให้แพรไหมเสร็จสมด้วยปลายชิวหาของเขาไปก่อนสักครั้ง แต่เมื่อคิดแล้วหากปล่อยเวลาให้ทอดยาวออกไป เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นก็เป็นได้ ภาคภูมิจึงละใบหน้าออกจากหว่างขาของพี่สาว เขาจับมือของเธอแล้วออกแรงดึงเบา ๆ จนแพรไหมลุกขึ้นนั่งอวดทรวดทรงที่สวยงาม

เด็กหนุ่มค่อย ๆ ช้อนร่างของหญิงสาวให้ขยับลงน้ำก่อนจะจุมพิตไปบนหน้าผากเธอเบา ๆ  ภาคภูมิยืดตัวขึ้นมองใบหน้าพี่สาวอีกครั้ง ความเป็นพี่น้องกำลังจะถูกข้ามผ่านในอีกไม่ช้า ดวงตาทั้งสองสอดประสานคล้ายดั่งคนเป็นคู่รักกัน โดยพลันที่ภาคภูมิไม่ทันระวังแพรไหมก็ยกมือขวาขึ้นลูบไปที่แก้มของเขา ปลายนิ้วหัวแม่มือนั้นปาดไปยังไฝซึ่งเกิดจากปากกาเคมีที่เพชรกล้าเป็นผู้แต่งแต้มไว้ให้

“เพชร...” ชื่อที่หญิงสาวเรียกทำให้ภาคภูมิรู้ว่าโชคยังคงเข้าข้าง เมื่อรอยไฝกำมะลอไม่ได้หลุดออกจนความจริงปรากฏ

ภาคภูมิย่อตัวอุ้มร่างของแพรไหมให้ลอยขึ้น หญิงสาวจึงโอบคอพร้อมเกาะเกี่ยวเรียวขาเข้ากับสะโพกของน้องชาย เธอโหย่งเอวเล็กน้อยโดยมีภาคภูมิประคองจับแก่นเนื้อกลางลำตัวให้ตั้งขึ้น

“อู้ยยยย์...” แพรไหมร้องครางเบา ๆ เมื่อปลายควยของน้องชายค่อย ๆ แทรกผ่านเข้ามาในรูหีของเธอ
“พี่ไหม... อ้าาาห์...” ความรู้สึกครั้งแรกที่อวัยวะเพศของตัวเองได้มุดเข้าไปในของสงวนของพี่สาวแท้ ๆ นั้นเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด

หญิงสาวค่อย ๆ หย่อนตัวให้ร่องเสียวกลืนกินท่อนเนื้อของภาคภูมิเข้าไปอย่างช้า ๆ  แม้เครื่องเพศของเด็กหนุ่มจะเขื่องใหญ่ แต่ด้วยความเหนียวลื่นประกอบกับน้ำในสระจึงทำให้ควยของน้องชายแทรกเข้าไปอยู่ในรูหีของพี่สาวจนมิดลำได้ไม่ยาก

“ซี้ดดดส์... พี่เสียวจังเพชร...”
“ผมก็เสียวพี่ไหม...”

สองพี่น้องต่างโอบกอดซึ่งกันและกันโดยมีแก่นกายเป็นตัวผสานร่างเปลือยของทั้งคู่ เด็กหนุ่มหลับตาซึมซับรับความเสียวจากการได้เย็ดหีพี่สาวตัวเอง แรงของตัณหาและราคะกับความตื่นเต้นที่ได้เสพกามอันต้องห้ามผสมปนเปจนลำควยของภาคภูมิยิ่งขยายใหญ่ขึ้น

“อู้ยยยย์... เพชร... มันกระตุก” แพรไหมที่ห่างหายจากการร่วมรักมาพอสมควรบีบหลังภาคภูมิแน่น

เมื่อภายในของหญิงสาวเริ่มปรับตัวให้รับกับสิ่งแปลกปลอม เธอก็โหย่งสะโพกขึ้นให้ร่องเสียวคายท่อนเอ็นออกแล้วทิ้งร่างลงไปดูดกลืนมันกลับเข้าไปใหม่

“ซี้ดดดส์... อ่าาาห์...” ภาคภูมิครางเบา ๆ พลางไล้มือทั้งสองข้างประคองเข้ากับบั้นท้ายของแพรไหม

แล้วการโยกเย็ดระหว่างสองพี่น้องร่วมสายเลือดก็เริ่มขึ้น เด็กหนุ่มบีบแก้มก้มอันนุ่มหยุ่นพร้อมคุมจังหวะเพื่อเด้งรับให้ลำควยแทงสวนเข้าไปในรูหีของพี่สาวครั้งแล้วครั้งเล่าจนเธอครางระงม

“อู้ยยย์... เพชร... ทำไมเสียวอย่างนี้... ซี้ดดดส์...”

เมื่อมือของเด็กหนุ่มช้อนจับบั้นท้ายของแพรไหมไว้ทั้งสองข้าง เธอจึงคลายแขนที่โอบคอของเขาออกแล้วยกมือทั้งสองขึ้นประคองใบหน้าของภาคภูมิก่อนจะประกบปากจูบอย่างดูดดื่ม ทั้งสองแลกเรียวลิ้นกันพร้อมกับการโยกให้เครื่องเพศสอดเข้าออกสร้างความกระสันเสียวภายใต้แสงจันทร์อย่างหื่นกระหาย ภาคภูมิไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการได้เสพสังวาสกับพี่สาวตัวเองจะบันดาลความสุขให้เขาได้ถึงเพียงนี้

“ภาค !!!” เสียงเรียกชื่อจากปากของแพรไหมทำเอาภาคภูมิหน้าถอดสี

เด็กหนุ่มยืนตัวชาแข็งทื่อทันทีที่ได้ยิน การโยกซอยอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อครู่หยุดลงเหลือไว้แต่เพียงการกระเพื่อมของน้ำในสระ  แพรไหมซึ่งละจากการจูบหมายจะมองตาของน้องชายกลับสังเกตเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไป ไฝบริเวณหางตาซ้ายเลือนจางจากการถูกสัมผัสอย่างรุนแรง

“ภาค...” แพรไหมพยายามดันตัวเองออกพร้อมกับคลายขาที่เกี่ยวรัดสะโพกของเด็กหนุ่ม
“เดี๋ยวพี่ไหม” ภาคภูมิรีบลากมือซึ่งประคองบั้นท้ายเข้ามาล็อคจับใต้ต้นขาทั้งสองข้างพลางก้าวเดินให้แผ่นหลังของพี่สาวชิดติดขอบสระ
“ปล่อยพี่...” หญิงสาวที่ล่วงรู้ความจริงพยายามดิ้นหนีจากเด็กหนุ่มที่หลอกลวงเธอ

แล้วก็เหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดลง เมื่อแพรไหมที่กำลังตื่นตระหนกและสับสนฟาดมือขวาเข้ากับแก้มของน้องชายอย่างแรง ด้วยความที่ทั้งสองอยู่ใกล้ชิดติดกัน ปลายนิ้วของหญิงสาวจึงสะบัดกระแทกเข้ากับใบหูของเด็กหนุ่มอย่างจัง

ภาคภูมิยืนนิ่ง ใบหน้าซีกซ้ายชา ภายในหูนั้นดับอื้อบังเกิดเพียงเสียงวิ้งดังยาว หน้าของเด็กหนุ่มที่เบี่ยงหันตามแรงปะทะมองเหม่อไปบนผิวน้ำที่ค่อย ๆ นิ่ง เขาใช้ปลายลิ้นดุนเข้าที่กระพุ้งแก้มซ้ายเพื่อรับรสชาติของความเจ็บปวด

“สมควรแล้ว...” เด็กหนุ่มบ่นกับสายน้ำที่เขากำลังเหม่อมอง มือทั้งสองข้างซึ่งจับต้นขาของพี่สาวไว้ไม่ให้ขยับหนีค่อย ๆ คลายออกเหลือไว้แค่เพียงการประคอง

แพรไหมซึ่งตกใจกับการกระทำโดยไม่ยั้งคิดของตัวเองจ้องมองใบหน้าของภาคภูมิที่รอยแดงเริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ

“อุ้ย... พี่เพชร... พี่ไหมตบหน้าพี่ภาคด้วย” เด็กสาวที่กำลังโก่งบั้นท้ายรับความซ่านสยิวจากหัวควยของพี่ชายพูดขึ้น

‘ชิบหายแล้ว’ เพชรกล้าซึ่งจับสะโพกของน้องสาวพลางถูไถปลายลึงค์เข้ากับร่องเสียวจนส่วนหัวฉ่ำเยิ้มเริ่มหวั่นวิตกเมื่อได้ยิน

แม้ภาคภูมิกับแพรไหมจะได้ชื่อว่ามีเพศสัมพันธ์กันแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเงาลาง ๆ ใต้น้ำเท่านั้น เด็กหนุ่มจึงไม่สามารถพูดจาโน้มน้าวจิตใจของปานฝ้ายให้ยอมรับกับสิ่งที่กำลังซุกไซ้อยู่บริเวณรูหีของเธอ โดยแต่เดิมเพชรกล้าหวังในใจว่าน้องสาวจะได้เห็นการร่วมรักแบบสอดใส่ในอีกไม่ช้า แต่สถานการณ์กลับแปรเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง

‘เหี้ยเอ้ย... เอาไงดีวะกู’ เด็กหนุ่มเริ่มพะว้าพะวง ครั้นจะรั้งสะโพกของปานฝ้ายเข้าหาตัวแล้วแอ่นดันทีเดียวให้ท่อนเอ็นจมเข้าไปในหลืบสวรรค์จนมิดลำก็เกรงเครื่องเคราของน้องสาวจะได้รับความเสียหายจนเธอเข็ดขยาด

เวลาภายในสระว่ายน้ำผ่านไปอย่างเชื่องช้า ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกจากปากของคนทั้งสอง ความนิ่งเงียบชักพาให้สมองได้ไตร่ตรองในเรื่องราวที่เกิดขึ้นจนสติค่อย ๆ หวนคืน ภายในใจของสองพี่น้องมีคำพูดนับหมื่นล้านแต่กลับไม่มีใครกล้าเอื้อนเอ่ยออกมาก่อน ด้วยต่างคนต่างรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้กระทำไว้กับฝ่ายตรงข้าม

“พี่ไหมจะตบผมอีกก็ได้ จะตบผมอีกกี่ครั้งก็ได้” และเป็นภาคภูมิที่เริ่มก่อน เด็กหนุ่มหันมามองตาพี่สาวยอมรับในสิ่งที่ทำลงไป
“ภาค...” แพรไหมยกมือขวาขึ้นใช้นิ้วหัวแม่มือลูบเบา ๆ บริเวณหางตาซ้ายของภาคภูมิซึ่งบัดนี้ไม่มีไฝเม็ดเล็ก ๆ อีกต่อไป
“.............” เด็กหนุ่มหน้าเหยสะดุ้งเล็กน้อยจากความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่
“ทำไมภาคต้องหลอกพี่ด้วย” หญิงสาวเองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะมีอะไรกับภาคภูมิ เพียงแต่เธอขุ่นเคืองที่เป็นฝ่ายถูกหลอก
“ผมไม่รู้จะต้องทำยังไง ไม่รู้จะเริ่มแบบไหน”
“เพชรเป็นคนให้ทำใช่มั้ย” แพรไหมถามซักเนื่องจากคิดว่าภาคภูมิไม่น่าจะรู้เรื่องราวระหว่างเธอกับเพชรกล้า แต่เหตุไฉนเขาจึงต้องแต้มไฝให้เหมือนกันกับน้องชาย
“ผม... ผมทำเอง... ถึงย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็ยอมให้พี่ไหมตบผมอีกอยู่ดี” ภาคภูมิตอบตามความรู้สึกเบื้องลึกของจิตใจโดยเลี่ยงที่จะพาดพิงแฝดผู้น้อง บัดนี้เด็กหนุ่มรับรู้แล้วว่า ตัวเขาเองหลงใหลในการร่วมรักกับพี่สาวคนโต
“ต่อไปมีอะไรให้บอก แล้วก็ห้ามโกหกพี่อีก” แม้หญิงสาวจะพอเดาได้ว่าเรื่องนี้เพชรกล้าต้องมีเอี่ยว แต่ถึงอย่างไรมันก็เกิดขึ้นแล้ว และตัวเธอไม่อยากถือสาหาความกับภาคภูมิ
“ครับ”
“พี่ตบเจ็บรึป่าว” แพรไหมไล้มือจากแก้มของน้องชายขึ้นลูบศีรษะด้วยความเอ็นดู
“แค่พี่ไหมไม่โกรธ เจ็บกว่านี้ก็ถือว่าคุ้ม”
“พี่น้องคู่นี้ ปากหวานเหมือนกันเลยนะ”

สิ้นคำภาคภูมิก็ก้มลงบรรจงจุมพิตไปที่ริมฝีปากของแพรไหมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เด็กหนุ่มกำลังจูบปากกับพี่สาวในฐานะของภาคภูมิหาใช่น้องชาย ความรู้สึกที่ได้เป็นตัวของตัวเองนั้นช่างปลอดโปร่งไม่ต้องเสแสร้งใด ๆ

“ข้างบนได้มั้ย” เด็กหนุ่มยืดตัวขึ้นแล้วมองเข้าไปในแววตาของหญิงสาว
“อื่ม...” เมื่อรู้ว่าชายที่ตัวเองกำลังกอดอยู่ไม่ใช่เพชรกล้า กลับกลายเป็นแพรไหมที่รู้สึกเขินจนต้องหลบสายตาได้แต่พยักหน้ารับ

ภาคภูมิปล่อยมือจากต้นขาของหญิงสาว เธอโหย่งสะโพกขึ้นจนท่อนเอ็นที่คาอยู่ในรูสวาทหลุดออกพร้อมกับเสียงครางเบา ๆ ในลำคอ ปลายเท้าของแพรไหมค่อย ๆ แตะลงบนพื้นสระก่อนเธอจะแหวกว่ายไปยังบันไดซึ่งอยู่ใกล้ ๆ โดยมีเด็กหนุ่มเดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง

ร่างเปลือยเปล่าขาวโพลนค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากผิวน้ำ เต้านมของแพรไหมเป็นทรงสวย  เมื่อเทียบกับหน้าท้องอันแบนราบและเอวที่คอดกิ่วเพียงยี่สิบสามนิ้วยิ่งส่งให้ปทุมถันดูอวบใหญ่  สะโพกขนาดสามสิบห้านิ้วนั้นผายกลมกลึงสมกับเป็นสาวงามวัยสะพรั่ง

แพรไหมหยุดชะงักเมื่อรู้สึกได้ถึงมือที่จับเข้ากับข้อมือของเธอหลังจากก้าวไปได้เพียงสองก้าวเมื่อขึ้นจากสระ  พลันมือของเด็กหนุ่มก็สอดเข้าใต้วงแขนทั้งสองข้างก่อนจะประคองจับเต้าอันอวบอิ่ม ภาคภูมิก้มลงจูบไซ้ซอกคอของพี่สาวจากด้านหลังพลางเคล้าคลึงทรวงอกของเธอ เพียงไม่นานแก่นกายกลางลำตัวก็ค่อย ๆ ขยายขึ้นเมื่อมันได้แนบชิดกับเนื้อเนียนของหญิงสาว

“อ่าาาห์...” ภาคภูมิร้องครางนิ้วมือเกร็งบีบเต้าอวบเพื่อระบายความเสียว เมื่อแพรไหมใช้มือขวาสอดมาทางด้านหลังแล้วจับดุ้นเนื้อเขื่องใหญ่ชักเบา ๆ

เด็กหนุ่มจับร่างของพี่สาวให้หมุนกลับหันไปทางบันไดสระว่ายน้ำ โดยไม่ต้องบอกหญิงสาวก็ละจากท่อนเอ็นแล้วใช้มือสองจับเข้ากับราวบันได แผ่นหลังที่โน้มลงส่งให้บั้นท้ายขาวเนียนลอยโด่งท้าทายลำควยแข็งชี้ของเด็กหนุ่ม  ภาคภูมิใช้มือซ้ายจับสะโพกผายของพี่สาวพลางประคองแก่นกายจ่อเข้ากับปากถ้ำของเธอ ภาพที่เห็นทำเอาเด็กหนุ่มวาบหวิวในหัวใจ เพราะเขากำลังจะได้เห็นอวัยวะเพศของตัวเองแทรกเข้าไปในรูหีของพี่สาว

“ฝ้าย... ฝ้ายเห็นมั้ย พี่ภาคก็ทำอย่างเรา” เพชรกล้าซึ่งกำลังวิตกกับสิ่งที่ผันผวนเมื่อได้เห็นภาพเบื้องล่างก็พาให้เบาใจ
“.............” ท่อนเนื้อใหญ่ยาวที่พี่ชายกำลังจับมันจ่อเข้ากับร่องเสียวของพี่สาวทำเอาปานฝ้ายนิ่งเงียบ ในใจเธอสั่นหวิวเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เธอเคยได้สัมผัสจริง ๆ แล้วหน้าตามันเป็นอย่างไร

ภาคภูมิถูวนหัวควยกับปากทางสวรรค์จนเหนียวลื่นก่อนจะจ่อส่วนปลายเข้ากลางรูหีแล้วค่อย ๆ ดันมันเข้าไปช้า ๆ

“ซี้ดดดส์... อ้าาาาห์...” เสียงครางกระเส่าของสองพี่น้องดังประสานกันระงม

ลำควยค่อย ๆ มุดเข้าไปทีละน้อย ๆ อย่างช้า ๆ ความรู้สึกนั้นเสียวซ่านกว่าครั้งเมื่ออยู่ในน้ำเป็นพันเท่า แม้แพรไหมจะเคยผ่านควยเขื่องมาแล้ว แต่ร่องหลืบกลับยังคงความกระชับโดยที่ภายในนั้นทั้งอุ่นทั้งนุ่ม

“ภาค... พี่เสียว... ซี้ดดดส์...” แพรไหมเกาะราวสเตนเลสแน่นเมื่อควยทั้งดุ้นถูกดันเข้ามาอยู่ในรูหีของเธอจนมิด
“พี่ไหม... อื่มมมม...” ยิ่งภาคภูมิได้ยินเสียงครางเป็นชื่อตัวเอง เด็กหนุ่มก็ยิ่งเสพติดในรสกามของพี่สาว

ความรู้สึกของลำลึงค์ที่ได้ฝังตัวอยู่ในหลืบเสียวช่างอบอุ่นและซ่านสยิว ยิ่งรู้ว่ารูที่กำลังเสียบควยเย็ดอยู่เป็นของพี่สาวแท้ ๆ ยิ่งพาให้ตื่นเต้นจนท่อนเอ็นเต้นกระตุก

“อู้ยยยย์...” เสียงครางของหญิงสาวมาพร้อมการขมิบรับสิ่งที่กระตุกอยู่ภายใน

เมื่อรับความรู้สึกของการได้สอดใส่ลำควยเข้าในรูหีของพี่สาวจนหนำใจ สองมือของภาคภูมิซึ่งประคองจับสะโพกก็ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนเป็นเกาะกุมพร้อมที่จะโยกสาวท่อนเนื้อภายในถ้ำสวาท

“ซี้ดดดดส์... เสียว...” ลำลึงค์ในร่องลื่น ๆ ค่อย ๆ ถูกถอนออกช้า ๆ ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปใหม่

มาถึง ณ จุดนี้ ภาคภูมิซึ่งไม่เคยคิดจะมีเพศสัมพันธ์กับคนในครอบครัวกำลังกระดกเอวให้ควยตัวเองเย็ดหีของพี่สาวอย่างเมามัน

“พี่เพชร... พี่ภาคเค้า... เค้า...” ปานฝ้ายพูดด้วยใจที่สั่นระรัว

ภาพของพี่ชายกำลังโยกให้อวัยวะเพศสอดเข้าออกในของสงวนของพี่สาวทำเอาภายในร่องเสียวของปานฝ้ายขมิบรับราวกับว่าอยากจะให้ผู้หญิงเบื้องล่างเป็นตัวเธอ ความรู้สึกจากหัวควยของพี่ชายอีกคนซึ่งกำลังซุกไซ้อยู่ที่ปากรูหียิ่งชวนให้เด็กสาวอยากลองถูกสอดใส่แบบพี่สาวดูบ้าง

“พี่ภาคเค้าสอดของเค้าเข้าไปแล้ว” เพชรกล้าพูดพลางค่อย ๆ ดันหัวควยเบา ๆ
“ใช่... ไหนว่าแค่ภายนอกไงพี่เพชร... อู้ยยยย์...”
“แสดงว่าพี่น้องสอดใส่กันได้ไงฝ้าย” เด็กหนุ่มแอ่นเอวดันส่งปลายองคชาตเบา ๆ อีกครั้ง
“อู้ยยยย์... พี่เพชร... ซี้ดดดส์...” จิตใจของเด็กสาวปั่นป่วนไปหมด ใจหนึ่งก็อยากให้สิ่งที่จ่ออยู่มุดผ่านเข้าไปภายใน แต่อีกใจหนึ่งก็นึกกลัวไปต่าง ๆ นานา
“ลองดูก็ไม่เสียหายหนิฝ้าย” เพชรกล้าเริ่มดันให้ส่วนปลายอันฉ่ำเยิ้มค่อย ๆ แทรกเปิดรูให้ขยายออกช้า ๆ
“ซี้ดดดดส์...” สองมือของปานฝ้ายกำแน่น มันคงถึงเวลาที่เธอต้องเลือก เลือกว่าจะยอมรับความเสียวที่กำลังพยายามมุดผ่านรูลื่น ๆ อันคับแคบเข้ามาในตัวเธอ หรือเลือกที่จะหยุดมันเอาไว้แค่นี้
“อย่างนั้นแหละฝ้าย...” เด็กหนุ่มค่อย ๆ ดันจนปลายควยเริ่มแทรกผ่านปากรูหีที่ชุ่มไปด้วยเมือก

แต่แล้วก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของเพชรกล้า  ปานฝ้ายเมื่อคิดทบทวนจนดีแล้วจึงยันตัวขึ้น หัวควยที่มุดเข้าไปได้เพียงครึ่งกระเบียดก็พลันหลุดออก
 
“ไม่พี่เพชร... ไม่...” เด็กสาวร่างเปลือยหันมาส่ายหน้าให้พี่ชาย เธอหอบหายใจด้วยความตื่นเต้นก่อนจะก้มลงเก็บผ้าขนหนูแล้วรีบออกจากห้องอันมืดสลัวไป
“แม่งเอ้ย... เหี้ยไรวะเนี่ย...” เพชรกล้าถอยหลังทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอน สองมือยกขึ้นกุมขมับพลางสบถด่าตัวเอง

เสียงกระแทกกันระหว่างหน้าขากับบั้นท้ายเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อภาคภูมิรั้งสะโพกผายของพี่สาวเข้าหาตัวพร้อมกระเด้าเย็ดอย่างรุนแรง ด้านล่างของลำควยที่ครูดไปมากับติ่งแตดซ้ำ ๆ ทำเอาแพรไหมครางไม่ได้ศัพท์  ผิวพรรณของหญิงสาวเมื่อมองจากด้านหลังยิ่งดูนวลเนียน เอวที่คอดเล็กอยู่แล้วยิ่งสวยงามเมื่อรับกับสะโพกกลมกลึงดั่งลูกพีช  ยิ่งเพ่งพินิจภาคภูมิก็ยิ่งลุ่มหลงในเรือนร่างของพี่สาว ในสมองเริ่มคิดหากได้ปลดปล่อยน้ำรักภายในกายของเธอคงมีความสุขไม่ต่างจากขึ้นสวรรค์

เด็กหนุ่มเริ่มเร่งสาวให้ท่อนเนื้อมุดเข้าออกเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เขารู้สึกได้ถึงองคชาตที่ขยายตัวชี้ชันงัดอยู่ในรูสวาท มันพร้อมที่จะอัดฉีดน้ำเงี่ยนเข้าไปใส่ตัวของพี่สาวในอีกไม่ช้า

“ภาค... อู้ยยยย์... พี่ไม่ไหวแล้ว... ซี้ดดดส์...” แพรไหมที่เสียวรูหีจนเด้งรับการกระแทกร้องครางดังขึ้น
“พี่ไหม... ผมก็ใกล้แล้ว... ซี้ดดดส์...” ภาคภูมิรั้งสะโพกกระหน่ำซอยแบบไม่ยั้ง
“อู้ยยยย์... ภาค... ซี้ดดดดส์...”
“ผมขอปล่อยในนะพี่ไหม... นะพี่...” เด็กหนุ่มพยายามมอดกลั้นแม้จะรู้ว่าใกล้ถึงจุดสุดยอดเต็มทีก็ตาม
“เอาสิภาค... ปล่อยเลย... ซี้ดดดดส์...”
“อู้ยยยยย์... อ่าาาาห์...” เมื่อได้รับอนุญาต ภาคภูมิก็ดึงสะโพกบดดุ้นเนื้อเข้ากับร่องเสียวแล้วปล่อยให้น้ำควยที่กักเก็บไว้พวยพุ่งเข้าไปในรูหีของพี่สาวอย่างพรั่งพรู
“ซี้ดดดดส์... อู้ยยยยย์... เสียว...” แพรไหมสะดุ้งเสร็จสมไปพร้อมกับแรงของน้ำรักที่ฉีดเข้ามาในตัวเธอ

เด็กหนุ่มถอนท่อนเอ็นออกมาถึงคอหยักแล้วกระแทกอัดเข้าไปใหม่พร้อมปล่อยน้ำเชื้อที่ค้างท่อให้เข้าลึกในช่องคลอดของพี่สาวเป็นครั้งที่สอง

“อู้ยยยย์... ภาค... พี่เสร็จอีกแล้ว” ทั่วร่างของแพรไหมซ่านสะท้านถึงจุดสุดยอดไปอีกครั้งติด ๆ กันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

อวัยวะเพศของเด็กหนุ่มที่แช่อยู่ยังคงกระตุกฉีดน้ำเงี่ยนอีกหลายครั้งแม้มันจะค่อย ๆ คลายความแข็งลงก็ตาม ความรู้สึกที่ได้ปล่อยน้ำควยเข้าไปในรูหีของพี่สาวคนสวยที่เล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ นั้นเกินจะบรรยาย ภาคภูมิซึ่งหอบเหนื่อยค่อย ๆ ถอนดุ้นเนื้อที่อ่อนตัวออก และทันทีที่มันหลุด น้ำขาวขุ่นจำนวนมากซึ่งคั่งค้างอยู่ก็พลันไหลยืดหยดลงบนพื้น

เด็กหนุ่มถอยหลังนั่งลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง เขาใช้มือเอื้อมหยิบผ้าขนหนูที่ทิ้งอยู่ข้าง ๆ มาปิดบังของสงวนก่อนจะเอนหลังลงนอนแล้วยกแขนซ้ายขึ้นก่ายหน้าผาก ดวงตาของเด็กหนุ่มเหม่อมองไปบนท้องฟ้าที่มีดาวระยิบมากมาย

‘นี่มันเรื่องจริงใช่มั้ย’ แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าแต่ภายในสมองกลับยังครุ่นคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่
‘ถ้านี่เป็นความฝัน ก็ขออยู่ในฝันอย่างนี้ตลอดไป’ ความรู้สึกที่มีต่อพี่สาวคนโตกระทบจิตใจของเด็กหนุ่มจนเขายอมแม้กระทั่งให้ทั้งชีวิตต้องติดอยู่ในความฝันก็ตาม

“ภาค... ภาคเก็บชุดให้พี่ด้วยนะ พี่ขอขึ้นไปอาบน้ำก่อน เหนื่อยมาก ไม่ไหว” เสียงสวย ๆ ปลุกให้เด็กหนุ่มตื่นจากความคิดที่ล่องลอย แพรไหมซึ่งใส่ชุดคลุมเรียบร้อยนั่งคุกเข่าพูดกับน้องชายก่อนจะโน้มกายลงประกบจูบปากเขาเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินเข้าบ้านไป
“ขอบคุณนะ... ที่ไม่ใช่ฝัน...” ภาคภูมิพูดกับดาวบนท้องฟ้าก่อนจะพักสายตาด้วยความอ่อนเพลีย



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น