เรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาที่ผิดจารีตประเพณี และเป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้นเพื่ออ่านเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ตัวละครถูกสมมติขึ้นทั้งสิ้นมิได้มีตัวตนอยู่จริง กรุณาอย่านำไปโพสต์ต่อข้างนอก อันนี้ไม่ได้หวงแต่เพราะผมไม่อยากให้ผู้ที่ไม่ได้มีความชื่นชอบตรงกันขุดโคตรผู้แต่งนั่นก็คือผมขึ้นมาด่า และผมหวังว่าจะใช้อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้ต้องการให้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติแต่อย่างใด ขอบคุณครับ...jam
บริเวณชั้นสองของบ้าน เบื้องหลังบานประตูห้องนอนที่เพิ่งถูกปิดลง สาวใหญ่วัยสี่สิบสามปีเศษยังคงยืนโดยมือซ้ายจับลูกบิดประตูไว้แน่น เนื้อตัวของเธอสั่นเทา หัวใจเต้นแรง ภายในสมองรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“แก็ก...” บุษกรกดปุ่มล็อคประตูก่อนจะเดินไปนั่งยังโซฟายาวซึ่งอยู่ไม่ห่าง
แม้ห้องนอนรูปตัวแอล ซึ่งถูกจัดวางอย่างเป็นสัดส่วน มีพื้นที่ใช้สอยรวมถึงห้าสิบสองตารางเมตร แต่บุษกรกลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าหลังของกางเกงหมายจะบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับณวัฒน์ผู้เป็นสามี เพียงเธอกดเปิดโทรศัพท์ ภาพพักหน้าจอก็พลันสว่างขึ้นให้เห็น รูปถ่ายครอบครัวซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความอบอุ่นทำเอาบุษกรมองเหม่อ มืออันชุ่มเหงื่ออ่อนแรงจนแทบจับโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่
‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น’ บุษกรนึกถามตัวเองก่อนโทรศัพท์ในมือจะร่วงหล่นลงสู่พื้น
บุษกรมองไปรอบ ๆ ห้องด้วยสายตาที่พล่ามัว เธอรู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวกำลังหมุนคว้างไปมา บุษกรยกขาทั้งสองขึ้นแล้วนั่งกอดเข่า เธอก้มหน้าลงบีบเปลือกตาบนล่างเข้าหากันพลางใช้สองมือจิกเข้ากับขาของตัวเองราวกับพยายามจะทำให้ตื่นจากความฝัน
ศีรษะของเธอค่อย ๆ เงยขึ้นพร้อมเปลือกตาที่เปิดออก ภาพเบื้องหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง นาฬิกาดิจิตอลบนผนังยังแสดงเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาของวันเสาร์ไม่ต่างจากเดิม บุษกรหย่อนปลายเท้าลงกับพื้นก่อนจะก้มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาวางบนโต๊ะกลางโซฟา
‘วัฒน์คะ... คุณจะให้บุษทำยังไงดี...’ บุษกรเหม่อมองไปยังรูปของณวัฒน์ซึ่งอยู่ในภาพบนโทรศัพท์มือถือ
มือทั้งสองข้างของบุษกรบีบกันไว้แน่น เธอพยายามชั่งใจว่าจะเอื้อมคว้าโทรศัพท์ตรงหน้าเพื่อบอกทุกอย่างกับสามีหรือไม่ ใจหนึ่งเธอก็นึกเป็นห่วง เพราะหากเรื่องที่เกิดขึ้นรู้ถึงหูณวัฒน์ ลูก ๆ ทั้งสามคนของเธอคงต้องถูกลงโทษสถานหนักเป็นแน่ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกกระอักกระอ่วน เพราะภาพที่เธอได้เห็นกับตาตัวเอง มันเกินกว่าสิ่งที่คนเป็นแม่จะรับได้
< ------------- >
หลังจากที่สองฝาแฝดเก็บเศษกระเบื้องพร้อมทำความสะอาดพื้นห้องของพี่สาวเสร็จเรียบร้อย ต่างคนก็ต่างแยกย้ายชำระล้างร่างกายเพื่อขจัดคราบคาวโลกีย์ออก ภาคภูมิซึ่งดูร้อนใจกว่าเพชรกล้าเข้ามานั่งรอที่ห้องของน้องชายทั้ง ๆ ที่เพชรกล้ายังอาบน้ำไม่เสร็จ
“อ้าว... อาบไวจังวะ...” เพชรกล้าซึ่งเดินออกจากห้องน้ำเห็นพี่ชายจึงเอ่ยทัก
“เอาไงดีวะมึง”
“ภาค... มึงกับกูสัญญากับพี่ไหมไว้แล้ว ว่าจะยอมรับผลที่จะตามมา” เด็กหนุ่มพูดพลางสวมเสื้อผ้าไปด้วย
“อันนั้นกูเข้าใจ จะให้กูโดนพ่อเฆี่ยน พ่อตี หรือจะไล่กูออกจากบ้านกูก็ยอม แต่กูไม่อยากให้พี่ไหมต้องมาโดนอะไรแบบนี้ด้วย”
“ไม่ใช่ว่ากูอยากให้พี่ไหมซวยไปด้วย... แต่มึงจะให้กูทำยังไง”
“เพชร... มึงต้องมีวิธี...”
“.............” เพชรกล้าไม่ตอบอะไร เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงบนที่นอน
‘จากที่ต้องมานั่งระแวงว่าใครจะรู้ สู้คุณทำอย่างที่อ่านมาไม่ง่ายกว่าหรือ’ จู่ ๆ คำพูดของชายใส่สูทในความฝันก็แทรกเข้ามาในความคิด
“มี...” คำตอบสั้น ๆ ของเพชรกล้าทำเอาพี่ชายตาเบิกโพลงอย่างมีความหวัง
“อะไรวะเพชร”
“คนที่จะไม่จมเรือของเรา... คือคนที่ลงเรือลำเดียวกับเรา...” เพชรกล้ามองหน้าภาคภูมิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เหี้ย... นั่นแม่นะเว้ย...” ภาคภูมิเอ่ยด้วยสีหน้าลังเล
“กูคิดได้แค่นี้แหละ ถ้าจะทำก็รีบทำ ถ้าแม่บอกพ่อก่อนก็เกม”
“แม่ง...” แฝดผู้พี่ก้มหน้าถอนหายใจยาวด้วยความเครียด
“อ่อ... เมื่อกี้ตอนอยู่ห้องพี่ไหมกูขอโทษ กูไม่น่าชักสีหน้าใส่มึง... จริง ๆ เรื่องเหี้ย ๆ พวกนี้ควรจะลงที่กูคนเดียว... กูขอโทษที่เอามึงเข้ามาเอี่ยวด้วย” ทุกสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดล้วนเอ่ยออกมาจากใจ มันเหมือนเป็นคำสั่งเสียก่อนที่จะรับการพิพากษาให้ถูกลงโทษประหารชีวิต
“ไอ้เพชร... เอาตามมึง...” แม้รู้ว่าทุกอย่างจะยิ่งถลำลึก แต่ภาคภูมิที่คิดตรึกตรองดีแล้วก็เงยหน้าตอบตกลงน้องชาย
< ------------- >
“มันจะไม่ดูเป็นหนังจีนไปหน่อยเหรอวะ” แฝดผู้พี่หันไปพูดกับน้องชาย
“เอาเหอะน่า... เคาะประตู”
“ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...”
เสียงเคาะประตูห้องส่งให้บุษกรลุกขึ้นจากโซฟา ภาพที่ได้เห็นเมื่อบานประตูถูกเปิดออกคือลูกชายฝาแฝดทั้งสองของเธอต่างนั่งคุกเข่าก้มหน้า
“แม่ทำโทษพวกผมเถอะครับ...” ภาคภูมิซึ่งนั่งอยู่ด้านขวาของเพชรกล้าเอ่ยขึ้นก่อนโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
“ถ้าพ่อรู้เรื่อง พวกผมไม่พิการก็ถูกไล่ออกจากบ้าน” เพชรกล้าสำทับเสริมโดยเหลือบตามองเข้าไปภายในห้อง
บนโต๊ะกลางหน้าโซฟามีโทรศัพท์มือถือวางอยู่หนึ่งเครื่อง ไวน์แดงหนึ่งขวดซึ่งพิจารณาจากปริมาณของเหลวที่อยู่ภายในดูเหมือนจะเพิ่งถูกเปิด ข้าง ๆ กันมีแก้วไวน์ที่ดื่มแล้วเหลือประมาณเศษหนึ่งส่วนสี่ของแก้ว
“แม่ไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ที่ภาคกับเพชรทำมันไม่ถูก” บุษกรพยายามข่มใจพูดกับลูกชาย
“ครับแม่... ผมไม่ได้จะแก้ตัว... แต่ผมอ่านเจอเรื่องพวกนี้จากในเน็ต...”
“เพชร... ลูกโตแล้ว เรื่องในอินเตอร์เน็ตมันเชื่อไม่ได้” ผู้เป็นแม่หัวเสียเมื่อรู้ว่าลูก ๆ ของเธอสมสู่กันเองเพียงเพราะเชื่อเรื่องราวจากสังคมออนไลน์
“แม่จะทำโทษพวกผมยังไงก็ได้ ขอแค่แม่อย่าบอกพ่อเลยนะครับ ไม่งั้นพี่ไหมก็ต้องโดนด้วย” ภาคภูมิเงยหน้าขึ้นขอร้องบุษกรด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความเศร้า
“ถึงแม่จะยังไม่ได้บอกพ่อ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แม่ปิดพ่อไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นพวกผมก็คงต้องยอมรับในสิ่งที่ได้ทำลงไป... พ่อจะเฆี่ยนตี หรือจะไล่พวกผมออกจากบ้าน... ก็สุดแล้วแต่” เพชรกล้าซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่ค่อย ๆ ค้อมหลังลงแสดงให้เห็นถึงการยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้น
คำพูดของเด็กหนุ่มทั้งสองทำเอาบุษกรครุ่นคิด การลงโทษของณวัฒน์ซึ่งเป็นคนเจ้าระเบียบค่อนข้างหนักหน่วง ยิ่งไปกว่านั้นข้อหาที่ลูก ๆ ของเธอก่อขึ้นก็อุกฉกรรจ์จนไม่อาจคาดคะเนได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเธอนึกถึงแพรไหม ถึงแม้จะเป็นลูกคนโต แต่ด้วยความที่เป็นผู้หญิง เธอจะรับการลงโทษจากผู้เป็นพ่อได้มากน้อยเพียงใด ยิ่งคิดบุษกรก็ยิ่งรู้สึกสับสนในตัวเอง
“เอาเป็นว่า... แม่จะยังไม่พูดเรื่องนี้กับพ่อ” บุษกรพูดด้วยความกระอักกระอ่วนก่อนจะปิดประตูห้อง
< ------------- >
เสียงนิ้วกระทบแป้นคีย์บอร์ดดังเป็นระยะ ๆ เด็กสาววัยใสกำลังคร่ำเคร่งกับการพิมพ์รายงานทางวิชาการเพื่อนำส่งอาจารย์ในวันจันทร์
“เฮ่อ... เสร็จซะที...” ปานฝ้ายชูแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะปล่อยมันออกมาด้วยความสบายใจ เธอลุกขึ้นยืนจัดแจงเปิดปริ้นเตอร์แล้วขยับดึงลิ้นชักออกเพื่อหยิบเอากระดาษ
“อ้าว... เออ... ลืมเลย” เด็กสาวยกมือขึ้นเคาะศีรษะตัวเองเบา ๆ ที่ลืมซื้อกระดาษปกรายงาน
สิ่งที่ผุดขึ้นมาในสมองของปานฝ้ายในตอนนี้คือเพื่อนรักที่โตมาด้วยกัน เด็กสาวรีบเดินออกจากห้องแล้วลงไปยังชั้นล่างของบ้าน บรรยากาศในยามเที่ยงวันหยุดช่างน่าประหลาด เธอมองไปยังบริเวณโซฟาที่บุษกรชอบนั่งดูทีวีกลับมีแต่ความว่างเปล่า เด็กสาวก้าวเดินพลางเหลียวมองไปทางด้านซ้าย โต๊ะอาหารมีเพียงบัวหอมกำลังเช็ดทำความสะอาดอยู่เพียงลำพัง แต่ถึงกระนั้น ความคิดที่จะต้องทำรายงานให้เสร็จสิ้นก็สลัดความสงสัยทั้งปวงออกไป ปานฝ้ายรีบเดินไปยังห้องของปุยนุ่นซึ่งอยู่ทางด้านขวา
“ขอยืมปกรายงานหน่อยจ้า... อ้าว...” เด็กสาวเอ่ยปากพร้อมเปิดประตูห้อง แต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อปุยนุ่นไม่อยู่
“สงสัยเข้าห้องน้ำ” ปานฝ้ายบ่นกับตัวเองก่อนจะวิสาสะเดินไปยังโต๊ะอ่านหนังสือเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ
ลิ้นชักถูกดึงออก ซองพลาสติกใสที่บรรจุกระดาษอยู่ภายในถูกนิ้วมือเกี่ยวยกขึ้นทีละซอง ๆ แม้ห้องนอนของปุยนุ่นจะไม่มีเครื่องปริ้นเตอร์ แต่ด้วยความเป็นเด็กขยันเรียนและใส่ใจกับรายละเอียดในการทำรายงาน เธอจึงเก็บสะสมกระดาษลวดลายต่าง ๆ ไว้อย่างมากมาย
“อันนี้แหละ...” ปานฝ้ายเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า
เด็กสาวสอดนิ้วมือซ้ายขั้นระหว่างชั้นของซองพลาสติกก่อนจะใช้มือขวาจับซองที่ต้องการแล้วออกแรงดึงมัน พลันคิ้วของปานฝ้ายก็ขมวดด้วยความฉงนกับสิ่งที่เลื่อนไหลตามซองออกมา เธอค่อย ๆ วางปกรายงานลงบนโต๊ะโดยสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่กระดาษสีขาวขนาด A5 ซึ่งเย็บติดกันเป็นรูปเล่ม แล้วเด็กสาวก็ตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาก่อนจะพลิกดูที่หน้าปก
“Story of Incest” เสียงอันแหบพล่าเปล่งเบา ๆ ออกจากริมฝีปากที่ขยับอ่านตามตัวหนังสือซึ่งพิมพ์อยู่ด้านหน้า
ปานฝ้ายใช้สะโพกดันปิดลิ้นชักโดยไม่ละสายตาจากปกหนังสือ เธอค่อย ๆ เปิดอ่านเนื้อหาภายในอย่างคร่าว ๆ ตัวอักษรที่บรรยายถึงเรื่องราวความสัมพันธ์อันผิดเพี้ยนภายในบ้านหลังใหญ่ทำเอาปานฝ้ายหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าว เธอตัดสินใจสอดหนังสือเล่มดังกล่าวใส่ในซองกระดาษปกรายงานแล้วรีบเดินออกจากห้องของปุยนุ่นทันที
< ------------- >
ในวันที่ไม่มียายฉิม เมื่อบุษกรเก็บตัวเงียบไม่ออกจากห้อง หนุ่มสาวในบ้านจึงทำได้เพียงซื้อหาอาหารสำเร็จรูปและจังก์ฟู้ดเพื่อประทังความหิว ราวบ่ายโมงเพชรกล้าและปุยนุ่นซึ่งชวนกันออกไปห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ บ้านก็กลับเข้ามา เคเอฟซี แม็คโดนัล หรือแม้แต่ข้าวกล่องแช่แข็งก็ถูกวางลงบนโต๊ะอาหาร มันมากมายเพียงพอให้ทุกคนรับประทานได้ถึงสองมื้อ
“ภาค... ช่วยหน่อย...” เพชรกล้าซึ่งกำลังสาละวนกับการจัดสรรสิ่งของเรียกพี่ชายที่เดินเข้ามาใกล้ให้ช่วย
“ทิ้งไว้อย่างนี้จะดีเหรอวะ” ภาคภูมิเอ่ยลอย ๆ โดยไม่มองหน้าพร้อมหยิบข้าวกล่องออกจากถุงผ้า
“กินก่อน แล้วค่อยว่ากัน... อะ... นี่ของมึง” เพชรกล้าพูดพลางยื่นถุงกระดาษใส่แฮมเบอร์เกอร์ให้แฝดผู้พี่
เนื่องจากตลอดทางที่อยู่บนรถ เพชรกล้าได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ปุยนุ่นฟัง เธอจึงเข้าใจดีว่าที่ภาคภูมิพูดหมายถึงอะไร แต่ถึงกระนั้นเด็กสาวก็นิ่งเงียบและไม่ปริปากหรือแสดงสีหน้าท่าทางใด ๆ
“อันนี้ของบัว” เมื่อเพชรกล้าเห็นบัวหอมเดินมาช่วยหยิบข้าวกล่องหมายจะนำไปแช่ตู้เย็นในครัวก็ยื่นถุงแฮมเบอร์เกอร์ให้
“ขอบคุณค่ะคุณเพชร” สาวใช้ชาวไทใหญ่วัยสิบเจ็ดปีรับของด้วยความนอบน้อม
ภาคภูมิซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจากบัวหอมสังเกตเห็นแววตาของเด็กสาวเมื่อเธอมองลงไปในถุงกระดาษที่ได้รับ เขาจึงหันกลับมาแย้มเปิดถุงของตัวเองดู
“บัว... แลกกันนะ...” โดยไม่รอคำตอบ ภาคภูมิก็ถือวิสาสะสับเปลี่ยนถุงกระดาษกับบัวหอมแล้วเดินไปนั่งยังเก้าอี้ข้างหัวโต๊ะ
ไม่ผิดอย่างที่เด็กหนุ่มคิดไว้ แฮมเบอร์เกอร์ที่ถูกหยิบออกมาเป็นเนื้อวัวซึ่งบัวหอมไม่ชอบรับประทานเพราะมันย่อยยากสำหรับเธอ
“นุ่น... พี่ฝากเอาอันนี้ให้ยัยฝ้าย แล้วก็ฝากอุ่นโจ๊กให้พี่ไหมด้วยนะ” เพชรกล้าหยิบถุงอาหารที่ถูกจัดสรรไว้แล้วส่งให้ปุยนุ่น
“ค่ะ... พี่เพชร...”
เพชรกล้าเดินถือกล่องเคเอฟซีไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับพี่ชาย เขาค่อย ๆ เปิดกล่องออกอย่างไม่รีบร้อน อิริยาบถของเพชรกล้าที่ทำตัวคล้ายกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำเอาภาคภูมิรู้สึกสงสัยจนอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้
“ไอ้เพชร... มึงคิดว่าแม่จะไม่บอกพ่อจริง ๆ ใช่ป่าววะ”
“ป่าว...” เด็กหนุ่มตอบสั้น ๆ ก่อนจะหยิบน่องไก่ขึ้นมากัดกิน
“อ้าว... แล้วทำไมมึงยังนั่งนิ่งอยู่ได้วะ... แถมออกไปช้อปปิ้งซื้อของกินอีก”
“มึงหิวรึป่าวล่ะ...”
“หิว...”
“อ้าว... หิวก็แดกดิ...”
“เฮ่อ... เชื่อมึงเลยว่ะ... กินก็กิน...” ภาคภูมิถอนหายใจในคำตอบที่ได้รับ แต่ลึก ๆ แล้วเขาก็ยังมั่นใจว่าน้องชายจะต้องจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผ่านได้
ภายในห้องครัว บัวหอมทยอยเก็บข้าวกล่องเข้าแช่ในตู้เย็น เมื่อถุงผ้าและถุงพลาสติกถูกพับเก็บอย่างเรียบร้อย เด็กสาวจึงล้วงหยิบสิ่งที่บรรจุอยู่ในถุงกระดาษที่ถูกภาคภูมิสับเปลี่ยนออกมาดู
‘ขอบคุณ... คุณภาค...’ เมื่อบัวหอมได้เห็นแฮมเบอร์เกอร์ปลาก็นึกขอบคุณภาคภูมิอยู่ในใจที่ยังจดจำได้ว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไร
< ------------- >
ไวน์สีแดงค่อย ๆ ถูกเทลงในแก้วใส ๆ ประมาณสองในสามส่วน บุษกรที่ยังคงคิดไม่ตกกับเรื่องการกระทำผิดจารีตประเพณีของลูก ๆ จับก้านแก้วไวน์แล้วยกขึ้นดื่ม ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเกือบค่อนขวด เธอนั่งเอียงศีรษะมองของเหลวที่อยู่ในแก้วอย่างเหม่อลอย พลันภาพในที่เกิดเหตุก็ฉายขึ้นมาในสมองอีกครั้ง ภาพของแพรไหมคุกเข่าโก้งโค้งโก่งบั้นท้ายใช้ปากอมท่อนเอ็นให้ภาคภูมิโดยมีเพชรกล้ากำลังรั้งสะโพกพลางโยกเอวให้เครื่องเพศแทรกตัวเข้าออกในร่องเสียวของพี่สาว
บุษกรรีบวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะพร้อมกับยกมือซ้ายขึ้นกุมขมับ เวลาเกือบหกชั่วโมงที่เธอจมอยู่กับตัวเองภายในห้องนอนบังเกิดภาพที่ทำร้ายจิตใจเธอซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุดหย่อย บุษกรพยายามทบทวนชีวิตในอดีต ตลอดมาเธอสั่งสอนอบรมลูกทุกคนเป็นอย่างดี แต่ไฉนเรื่องวิปริตผิดธรรมชาติกลับเกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ ในความหดหู่และสิ้นหวัง จู่ ๆ คำพูดของเพชรกล้าที่บอกไว้คราวขอร้องไม่ให้เธอนำเรื่องไปบอกสามีก็สะกิดขึ้นในสมอง
“อินเตอร์เน็ต...” บุษกรพูดกับตัวเองก่อนจะเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิด
และแล้วเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เธอบอกว่าเชื่อไม่ได้ก็เผยให้เห็นเรื่องราวมากมาย การเสพสังวาสกันเองของบุคคลในครอบครัวทั้งในรูปแบบของหนังโป๊ การ์ตูน หรือแม้แต่เรื่องเสียวที่ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือล้วนมีให้เสพอย่างดาษดื่น
‘นี่มันอะไรกัน...’ ข้อมูลที่มีอย่างเกลื่อนกลาดทำเอาบุษกรตกใจอยู่ไม่น้อย เธอไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าเรื่องผิดศีลธรรมเช่นนี้จะมีเผยแพร่อยู่ในโลกของอินเตอร์เน็ตที่ซึ่งใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงได้แม้แต่เด็กน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
บุษกรปัดเลื่อนหน้าจอเพื่อไล่ดูหัวข้อต่าง ๆ อย่างตั้งใจ เธอเลือกที่จะกดอ่านเรื่องเสียวเนื่องจากรู้สึกว่าหนังและการ์ตูนล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งสมมติที่ถูกสร้างขึ้น เรื่องเล่าประสบการณ์สวาทระหว่างคนในครอบครัวค่อย ๆ ทยอยผ่านสายตาของเธอทีละตัวอักษร จากที่เคยคิดว่าเรื่องผิดศีลธรรมเช่นนี้ไม่มีอยู่จริง แต่การได้เห็นลูก ๆ ของเธอเสพสมกันเองด้วยตาเนื้อกลับเปลี่ยนแปลงความเชื่อเดิม ๆ จนหมดสิ้น จากหนึ่งเรื่องเป็นสองเรื่อง และเธอยังคงไล่อ่านเรื่องต่อ ๆ ไปราวกับกำลังเสพติดอะไรบางอย่าง
‘Story of Incest ...’ บุษกรสะดุดตากับชื่อเรื่องจนต้องกดเข้าไปดู
คำโปรยที่เขียนว่าเป็นเรื่องแต่งทำเอาบุษกรผิดหวังเล็กน้อย แต่ด้วยเนื้อหาที่กล่าวถึงตัวละครมากมายภายในบ้านหลังใหญ่ซึ่งมันก็คล้ายคลึงกับครอบครัวของเธอ บุษกรจึงลองที่จะอ่านมัน
แล้วหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้น ใบหน้าที่แดงระเรื่อค่อย ๆ ร้อนผ่าวลามไปถึงใบหูเมื่อสมองจินตนาการให้คนในครอบครัวสวมบทบาทตามเรื่องราวที่ได้อ่าน
“บังเกิดเกล้า...” บุษกรขยับปากอ่านเบา ๆ ก่อนจะหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่ม
เรื่องราวของลูกชายที่ขอเข้าไปในห้องนอนของแม่จนบังเกิดเป็นความสัมพันธ์ฉันชู้สาว บุษกรอ่านทุกถ้อยคำด้วยใจจดจ่อ เธอเริ่มรู้สึกถึงหัวนมของตัวเองที่หดชันพร้อมกับน้ำหล่อลื่นภายในช่องคลอดที่ค่อย ๆ ไหลซึมออกมา ฉากการร่วมรักที่แม่บังเกิดเกล้าไม่เต็มใจในตอนแรกแต่กลับเสียวสะท้านทรวงในภายหลังทำเอาบุษกรเกิดอาการวาบหวิว
“ไม่...” บุษกรอุทานกับตัวเอง เธอรีบกดปิดหน้าจอแล้ววางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะ
เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่ได้ดำดิ่งเข้าสู่ห้วงของ Incest เรื่องราวของความสัมพันธ์ต้องห้ามกลับทำให้บุษกรรู้สึกซ่านเสียวและตื่นเต้นไปกับมัน เธอจ้องมองเครื่องมือสื่อสารที่ใคร ๆ ก็ต่างเข้าถึงได้ด้วยความตระหนก ขนาดคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวอย่างเธอยังเคลิบเคลิ้มกับสิ่งที่ได้อ่าน นับประสาอะไรกับหนุ่มสาววัยกำลังอย่างรู้อยากลองจะไม่คิดทำตาม
“หกโมงกว่า...” บุษกรเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาก่อนจะเหลือบตาไปยังไวน์ที่เหลือเพียงก้นขวด
แม้จะดื่มไปเกือบหมด แต่ด้วยเวลาที่ยาวนานบุษกรจึงไม่แสดงอาการเมามาย เธอค่อย ๆ ดันตัวลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ เพื่อไปชำระล้างร่างกายก่อนจะเมาหลับทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำ
< ------------- >
“ก๊อก... ก๊อก... ไอ้ภาค...” เพชรกล้าเคาะประตูพร้อมร้องเรียก
“เออ... อ้าวเฮ้ย... แต่งซะเต็มยศเลยมึง” ภาคภูมิซึ่งเปิดประตูแล้วเห็นน้องชายในชุดนอนเสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงขายาวสีน้ำเงินก็เอ่ยทัก
“มึงก็เปลี่ยนด้วย ให้มันดูดีหน่อย” แฝดผู้น้องพูดก่อนจะแทรกตัวเดินเข้าไปนั่งยังที่นอนของภาคภูมิ
“ตกลง... เราต้องทำอย่างนี้จริง ๆ เหรอวะ” ภาคภูมิปิดประตูแล้วหันมาถามเพชรกล้าด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่แสดงออกถึงความลังเลใจ
“ไอ้ภาค... มึงจะเอายังไง ความลังเลของมึงจะทำให้เราชิบหายกันหมด”
“แต่... นี่แม่นะเว้ย”
“งั้นก็เลิก... พอ...” เพชรกล้าซึ่งเห็นความไม่เด็ดขาดของพี่ชายก็พาให้หงุดหงิด เขาลุกขึ้นยืนหมายจะล้มเลิกทุกอย่างแล้วปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
“เฮ้ย ๆ... เดี๋ยว... ให้กูทำใจหน่อยสิวะ”
“ใกล้สองทุ่มแล้ว กูเดาว่าแม่กำลังจะนอน... แต่ถ้ามึงช้าแล้วแม่เมาหลับ ให้เราเคาะประตูยังไงแม่ก็ไม่ตื่น และที่สำคัญ... เราเคาะดังไม่ได้ เพราะยัยตัวเล็กนอนอยู่ห้องข้าง ๆ”
“แม่กินเหล้าด้วยเหรอวะ”
“เมื่อกลางวันตอนแม่เปิดประตูห้องกูเห็นขวดไวน์ตั้งอยู่บนโต๊ะ”
“เพชร... งานนี้กูขอเป็นลูกคู่เฉย ๆ นะ... กูไม่...” ภาคภูมิหยิบชุดนอนออกจากตู้หันมาพูดกับน้องชายด้วยเสียงอ่อย ๆ
“เออ ๆ... มึงก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเหอะ” เพชรกล้าตัดบทพร้อมเดินไปรอที่ประตู
< ------------- >
เมื่อได้นอนแช่ในอ่างราวครึ่งชั่วโมงบุษกรก็รู้สึกสดชื่นขึ้น หลังจากอาบน้ำเสร็จเธอจึงเปิดไวน์เพิ่มอีกหนึ่งขวด โดยหวังเพียงว่าอาการมึนเมาจะช่วยทำให้เธอหลับใหลในยามราตรีโดยไม่ต้องคิดถึงสิ่งใด
“ขวดครึ่ง...” เวลาเพียงไม่นานไวน์ขวดที่สองก็ถูกดื่มไปกว่าครึ่ง เธอมองไปยังขวดซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะพลางพูดด้วยเสียงยานคางเล็กน้อย
บุษกรซึ่งรู้ตัวว่าเริ่มเมาก็ลุกขึ้นปิดไฟแล้วเดินไปยังที่นอน เธอแทรกตัวเข้าใต้ผ้าห่มอุ่นนอนหลับตาทั้ง ๆ ที่ไฟกิ่งติดผนังยังส่องแสงสีส้มนวล แต่ยังไม่ทันจะได้หลับเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
“ใคร...” ด้วยความที่เป็นยามวิกาลเมื่อบุษกรเดินมาถึงประตูจึงเอ่ยถามก่อน
“เพชรเองครับแม่”
“อ้าว... ภาค... สองคนมีอะไรรึป่าว...” ผู้เป็นแม่ซึ่งเปิดประตู้แล้วเห็นภาคภูมิยืนอยู่ด้วยก็ไต่ถามถึงจุดประสงค์โดยพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ
แม้สีหน้าท่าทางของบุษกรจะเก็บอาการได้ แต่กลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยออกมากับลมหายใจนั้นปิดบังไม่ได้ เพชรกล้าซึ่งตัวสูงกว่าบุษกรกวาดสายตามองเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว
‘กินไปขวดครึ่งเลยเหรอ’ ถึงจะมืดแต่เด็กหนุ่มก็พอมองเห็นได้จากแสงสีส้มที่สาดส่อง
“คือ... พวกผม...” แฝดพี่พยายามพูด แต่ในใจนั้นสั่นระรัวด้วยกลัวในสิ่งที่จะกระทำ
“พวกผมขอนอนกับแม่ได้มั้ยครับ” เพชรกล้ายกมือขึ้นโอบไหล่ภาคภูมิเพื่อให้พี่ชายลดทอนความประหม่าลง เขาพูดพลางมองสำรวจชุดที่แม่สวมใส่โดยไม่ให้เธอสังเกต
สาวใหญ่วัยสี่สิบสามปีผิวพรรณเปล่งปลั่ง ใบหน้าสวยงามอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง เธออยู่ในชุดเดรสนอนสายเดี่ยวผ้านุ่มลื่นยาวแค่เข่า เต้านมอวบใหญ่ดันเนื้อผ้าเผยให้เห็นเม็ดมณีบนยอดปทุมถัน แม้เพชรกล้าจะไม่เคยคิดอะไรกับบุษกรมาก่อน แต่เมื่อได้เห็นผู้เป็นแม่อยู่ในชุดวาบหวิว เด็กหนุ่มกลับหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
“อ้าว... ห้องตัวเองก็มี ทำไมไม่ไปนอน”
“พวกผม... พวกผมกลัวว่าแม่จะโทรบอกพ่อเรื่อง...”
“ก็แม่บอกไปแล้วไง ว่าจะยังไม่พูดเรื่องนี้กับพ่อ”
“ตลอดทั้งวันผมก็กลัวว่าแม่จะเอาเรื่องไปบอกพ่อ... ตกดึกก็กังวลไม่รู้ว่าแม่จะโทรหาพ่อตอนไหน... ขอแค่พวกผมได้นอนกับแม่ให้แน่ใจ ไม่งั้นคืนนี้พวกผมคงนอนไม่หลับกันทั้งคืน” เพชรกล้าอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานาเพื่อให้บุษกรใจอ่อน
“ก็นี่แหละนะ... ทำอะไรไม่คิดให้ดีซะก่อน... เฮ่อ...” บุษกรถอนหายใจยาวก่อนจะปิดประตูโดยไม่ได้ให้คำตอบใด ๆ
“ยังไงวะเพชร” ภาคภูมิหันไปถามน้องชาย
“ยืนนิ่ง ๆ ไปก่อน” เพชรกล้าตอบพี่ชายแต่ในใจก็นึกหวาดระแวง หากเวลาทอดยาวออกไปแล้วปานฝ้ายออกมาเห็นคงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่
บุษกรเปิดไฟแล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง เธอเก็บขวดและแก้วไวน์เข้าตู้เย็นก่อนจะเช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกบนโต๊ะ ขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือเปิดประตูก็พลันนึกอะไรได้บางอย่าง เธอเดินไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วมองกระจก ชุดที่ตัวเองสวมใส่อยู่ในตอนนี้ไม่ต่างจากชุดของผู้เป็นแม่ในเรื่อง Story of Incest ซึ่งท้ายที่สุดแล้วแม่ก็ถูกลูกชายแท้ ๆ ที่เข้ามาในห้องนอนร่วมประเวณี
“ไม่หรอกน่า...” บุษกรพยายามคิดในแง่ดี แต่เพื่อความสบายใจเธอจึงเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบชุดนอนออกมาผลัดเปลี่ยน
ผ่านไปเกือบสิบนาทีที่สองหนุ่มยืนรอโดยไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เวลาเพียงไม่นานแต่สำหรับภาคภูมิและเพชรกล้ามันกลับเหมือนเป็นชั่วโมง ในที่สุดประตูเบื้องหน้าก็เปิดออกอีกครั้ง
“เฮ่อ...” บุษกรซึ่งคิดไว้ว่าหากทิ้งช่วงแล้วลูก ๆ ยังคงยืนรออยู่เธอจะยอมให้เข้ามานอนด้วย และสิ่งที่เห็นก็ทำเอาบุษกรถอนหายใจ เธอส่ายศีรษะก่อนจะปล่อยมือจากลูกบิดแล้วยกขึ้นกดปิดสวิตช์ไฟ เธอเดินกลับเข้าไปในห้องโดยที่บานประตูยังเปิดค้างไว้
‘หรือว่าแม่จะรู้’ เพชรกล้าคิดพลางเดินตามเข้าไปในห้อง เขาสังเกตได้ถึงชุดนอนของบุษกรที่เปลี่ยนไป เสื้อผ้าที่เธอใส่นั้นไม่ต่างจากที่เขาและพี่ชายสวมใส่แม้แต่น้อย
จากบทเรียนราคาแพง ภาคภูมิซึ่งเข้าห้องเป็นคนสุดท้ายจึงปิดประตูโดยไม่ลืมที่จะหมุนลูกบิดแล้วกดปุ่มล็อค ด้วยแสงอ่อน ๆ จากไฟกิ่งเพชรกล้ามองไปยังโต๊ะหน้าโซฟาก็พบว่าทุกอย่างถูกเก็บจนเรียบร้อย สองหนุ่มเลี้ยวไปทางซ้ายก็พบกับที่นอนหลังใหญ่ซึ่งมีบุษกรยืนอยู่ข้าง ๆ
“สองคนตัวใหญ่ขนาดนี้... คนนึงไปนอนที่โซฟาดีกว่ามั้ย...”
“นอนกันสามคนนี่แหละครับแม่” เพชรกล้ารีบออกความคิดเห็นแล้วขึ้นบนที่นอนเป็นคนแรก
“แม่นอนกลางนะครับ เดี๋ยวจะตกเตียง” ภาคภูมิพูดพลางเดินไปหาบุษกร
“อื่ม...” ผู้เป็นแม่รับคำ เธอหยิบรีโมทกดปิดไฟกิ่งแล้วค่อย ๆ ขยับขึ้นนอนข้างลูกชาย
ถึงจะนอนด้วยกันสามคน แต่ด้วยความสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรของบุษกร เธอจึงไม่รู้สึกอึดอัดในการนอนแต่อย่างใด เวลาเกือบสิบนาทีในความเงียบงันภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า
“แม่ร้อนมั้ยครับ” เพชรกล้าซึ่งนอนอยู่ด้านซ้ายมือของบุษกรขยับตะแคงข้างพูดเสียงแผ่ว ๆ เป็นการหยั่งเชิงว่าเธอหลับหรือยัง
“ก็ร้อนอยู่นะ นอนกันสามคน” ผู้เป็นแม่ซึ่งเคลิ้มใกล้หลับด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ตอบพร้อมกับดันผ้าห่มลงไปอยู่ที่เอว
“ผมยังจำตอนเด็ก ๆ ได้ แม่จะให้ผมกับพี่ภาคนอนซุกคนละข้างแล้วก็หลับไปด้วยกัน” เพชรกล้าไม่พูดเปล่า เขาขยับตัวลงแล้วใช้มือซ้ายจับข้อมือของบุษกรยกข้ามผ่านศีรษะตัวเองเพื่อเข้าไปอยู่ในวงแขนก่อนจะซุกใบหน้าเข้ากับสีข้างของเธอ
“โตจนเรียนมหาลัยแล้ว ยังจะนอนซุกแม่อีก”
“นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้นอนกอดแม่แบบนี้” เพชรกล้าถือโอกาสโอบเอวบุษกรแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดไปที่พี่ชาย
ภาคภูมิซึ่งเห็นว่าแม่ไม่มีทีท่าอิดออด เขาจึงค่อย ๆ ดันผ้าห่มลงแล้วเปลี่ยนอิริยาบถตามน้องชาย บุษกรซึ่งไม่ได้คิดอะไรก็ใช้มือทั้งสองลูบไปบนศีรษะของลูก ๆ ไม่ต่างจากครั้งเมื่อฝาแฝดยังเป็นเด็กน้อย
เวลาผ่านไปไม่นานนัก ด้วยความเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศประกอบกับไวน์ที่ดื่มเข้าไปมือของบุษกรซึ่งเคยลูบศีรษะไปมาก็ค่อย ๆ หยุดนิ่ง เพชรกล้าที่คอยสังเกตอาการอยู่รู้ได้ทันทีว่าแม่น่าจะกำลังเข้าสู่ภวังค์แห่งการหลับใหล
ในความมืดและเงียบงันนั้น หัวใจของเด็กหนุ่มเริ่มเต้นแรงเมื่อรู้ตัวเองว่าจะทำอะไรต่อไป เพชรกล้าพยายามสะกดลมหายใจพลางค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นประคองเต้าอวบอย่างแผ่วเบาด้วยความระทึก และมันคงเป็นโชคดีของเด็กหนุ่มเมื่อบุษกรมีนิสัยไม่ชอบสวมเสื้อชั้นในเวลาเข้านอนเนื่องจากรู้สึกอึดอัด
‘ไม่ใส่เสื้อใน...’ เมื่ออุ้งมือได้สัมผัสเข้ากับความนุ่มของเต้าอวบขนาดสามสิบห้านิ้ว ภายในหูของเพชรกล้าก็อื้อชาไปหมด เขาได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นอย่างรุนแรง
เกือบหนึ่งนาทีที่เด็กหนุ่มได้แต่ค้างฝ่ามือไว้อย่างนั้นโดยไม่กล้าออกแรงเคล้าคลึงแม้แต่น้อย ถึงเพชรกล้าจะเคยมีประสบการณ์ร่วมรักกับคนในครอบครัวมาก่อน แต่ครั้งนี้เขากลับรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เด็กหนุ่มตัดสินใจขยับปลายนิ้วเวียนหายอดปทุมถัน และไม่นานหัวนมของผู้เป็นแม่ก็ถูกลูกชายเขี่ยวนเบา ๆ โดยมีเพียงเนื้อผ้าลื่น ๆ ขวางกั้น เมื่อเห็นว่าบุษกรยังคงนิ่งเงียบและหายใจเป็นปกติ เขาจึงลองออกแรงบีบเต้าอวบในมืออย่างช้า ๆ
“อื่ม...” เพชรกล้าถึงกับสะดุ้งรีบถอนมือออกเมื่อได้ยินเสียงในลำคอของบุษกร
‘ถ้าเป็นแบบนี้มีหวังไม่ได้เรื่อง’ เด็กหนุ่มประมวลสถานการณ์แล้ว หากยังกล้า ๆ กลัว ๆ โดยไม่ทำให้บุษกรมีอารมณ์ร่วม ความหวังที่จะให้แม่ลงเรือลำเดียวกันคงไม่เกิดขึ้นเป็นแน่
ด้วยสายตาที่เริ่มชินกับความมืด เพชรกล้าค่อย ๆ ประกบอุ้งมือเข้ากับเต้าอวบใหญ่ของบุษกรอีกครั้ง เขาผ่อนลมหายใจเพื่อระบายความตื่นเต้นก่อนจะออกแรงคลึงเบา ๆ ความนุ่มของทรวงอกประสานกับเนื้อผ้าที่ลื่นเป็นมันยิ่งทำให้รสสัมผัสนั้นนุ่มละมุน
‘ไม่อยากจะเชื่อ...’ เด็กหนุ่มถึงกลับอุทานในใจ นึกไม่ถึงเลยว่าแม้อายุของแม่จะล่วงเข้าเลขสี่แล้ว แต่ปทุมถันกลับไม่หย่อนยานไปตามวัย
จากที่เคยคิดว่าต้องจำใจร่วมรักกับผู้เป็นแม่เพื่อให้เธอตกกระไดพลอยโจน แต่เมื่อได้สัมผัสกับเรือนร่างผสานด้วยไออุ่นและกลิ่นหอมจาง ๆ มันกลับกระตุ้นให้เพชรกล้าเกิดความรู้สึกอยากเสพสังวาสกับแม่แท้ ๆ ขึ้นมาจริง ๆ เด็กหนุ่มค่อย ๆ บีบคลึงเต้าอวบใหญ่ในมือแรงขึ้น องคชาตที่หลับใหลภายใต้กางเกงนอนพองตัวขึ้นอย่างช้า ๆ
“อื่ม...” บุษกรครางเบา ๆ ในลำคออีกครั้งเมื่อร่างกายถูกปลุกเร้า แต่ครั้งนี้เพชรกล้าหาปล่อยมือออกด้วยความกลัวไม่ เด็กหนุ่มกลับใช้ปลายนิ้วถูวนเข้ากับหัวนมเพื่อเพิ่มความกระสันเสียวให้กับมารดา
“อื่มมม...” บุษกรซึ่งยังเคลิ้มหลับบิดตัวเล็กน้อย ด้วยฤทธิ์ของไวน์ทำให้เธอรับรู้ความเสียวคล้ายตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน
การขยับตัวโดยไม่มีเสียงห้ามปรามยิ่งทำให้เพชรกล้าได้ใจ เขาค่อย ๆ เลื่อนปลายนิ้วไปยังกระดุมเสื้อของบุษกรแล้วปลดมันออกทีละเม็ด ๆ อย่างแผ่วเบา แล้วสาบเสื้อก็ถูกคลี่เปิดออกอย่างช้า ๆ ด้วยความตื่นเต้น เพชรกล้ากลั้นใจวางมืออันสั่นเทาประกบลงบนเต้าอวบอีกครั้ง สัมผัสของอกอิ่มที่นุ่มหยุ่นไม่ต่างจากสาว ๆ ยิ่งเร้าอารมณ์ทางเพศของเด็กหนุ่ม เพชรกล้าที่นอนตะแคงอยู่ยันแขนขวาเล็กน้อยเพื่อยกตัวขึ้นแล้วดอมดมไปยังด้านข้างของเต้าอวบ เขาสูดกลิ่นหอมของผู้เป็นแม่อย่างคุ้นเคยก่อนจะค่อย ๆ เคล้าคลึงมันเบา ๆ เมื่อได้สัมผัสและคลอเคลียกับเนื้อหนังของบุษกร จิตใจของเด็กหนุ่มก็เริ่มดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งราคะ มือที่เคยบีบนวดก้อนเนื้อปรับเปลี่ยนเป็นใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บี้เขี่ยไปบนปลายยอด
“อ้าาห์...” เสียงครางกระเส่าดังพร้อม ๆ กับหัวนมที่เต่งชันสู้นิ้วมือของลูกชาย
ทั้งเสียงและอาการตอบสนองของผู้เป็นแม่พาให้เพชรกล้านึกลำพองใจ ความกลัวบุษกรจะด่าทอหรือขัดขืนคล้ายจะหายไปสิ้น ภายในสมองของเด็กหนุ่ม ณ ตอนนี้มีเพียงความอยากลิ้มลองรสกามของมารดาเท่านั้น การดูดเลียหัวนมโดยลูกชายในขณะที่โตเป็นหนุ่มจะทำให้แม่เสียวได้แค่ไหน และไว้เท่าใจคิด เขาถอนมือออกก่อนจะยันร่างท่อนบนขึ้นแล้วมองเนินอกซึ่งอยู่เบื้องหน้า แสงจากภายนอกที่ส่องผ่านหน้าต่างบานใสบริเวณหน้าห้องน้ำเข้ามาทำให้เด็กหนุ่มพอมองเห็นได้แบบสลัว ๆ เต้านมของบุษกรช่างอวบใหญ่ปลายยอดชูชันท้าทายให้โลมเลีย แล้วเพชรกล้าก็รับรู้ได้ถึงหัวนมที่หดชันคล้ายคนขนลุกเมื่อเขาก้มลงใช้ปลายลิ้นฉ่ำนุ่มสะกิดบนยอดมณี
“อื่มมม...”
ทั้งเสียงครางและความแข็งชี้ของปลายถันพาให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะประกบปากเข้ากับเต้าอวบเพื่อดูดเลีย เขาตวัดเรียวลิ้นฉวัดเฉวียนไปมาสลับกับดูดหัวนมของแม่เบา ๆ โดยไม่เกรงว่าเธอจะตื่น
“ซี้ดดส์... อ้าาาห์...” การถูกรุกเร้าอย่างหนักหน่วงส่งให้บุษกรที่กำลังเคลิ้มฝันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ
บุษกรมองเพดานห้องในความมืดสลัว สมองที่ยังมึนชากับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ค่อย ๆ ประมวลเรื่องราวต่าง ๆ แล้วเธอก็ระลึกได้ว่าความรู้สึกสุดท้ายก่อนเข้าสู่นิทราคือเธอกำลังนอนอยู่กับลูกชายทั้งสอง และก็เป็นจังหวะเดียวกับความซ่านสยิวที่แล่นจากหัวนมด้านซ้ายไปยังปลายประสาทรับความรู้สึก บุษกรรีบก้มมองต้นเหตุแห่งความเสียว ซึ่งมันก็ทำให้เธอต้องตกใจจนถึงขีดสุด เมื่อเสื้อที่สวมใส่อยู่นั้นถูกคลี่เปิดพร้อมกับภาพของลูกชายซึ่งกำลังดูดเลียเต้านมของเธอ
“เพชรอย่า...” บุษกรรีบร้องห้ามพร้อมยกแขนขวาหมายจะดันศีรษะของเพชรกล้าออก
แต่ยังไม่ทันที่จะถึงเป้าหมาย ข้อมือของเธอก็ถูกจับไว้โดยลูกชายอีกคน ภาคภูมิรั้งแขนของบุษกรให้ชูเหนือศีรษะพร้อมกับก้มลงประกบปากดูดเลียปลายยอดปทุมถันอีกข้าง
“อู้ยยยย์...” แม้จะตื่นตระหนกกับการกระทำของลูกชาย แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการถูกเล้าโลมที่หัวนมพร้อมกันทั้งสองข้างนั้นเกินจะต้านความรู้สึกเสียวสะท้านไว้ได้
“อย่า... เพชร... ภาค... ปล่อยแม่... อ้าาห์... ปล่อย...” บุษกรพยายามรวบรวมสติพร้อมกับใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่ดันศีรษะของเพชรกล้าออก แต่มันก็ไม่ต่างจากเดิม เมื่อเด็กหนุ่มใช้มือขวาจับแขนของเธอรั้งขึ้นให้อยู่ในสภาพเฉกเช่นเดียวกันกับอีกข้าง
บัดนี้บุษกรอยู่ในท่านอนหงาย แขนทั้งสองข้างถูกพันธนาการไว้เหนือศีรษะโดยมีภาคภูมิและเพชรกล้าที่ต่างฝ่ายก็ดูดเลียยอดถันเพื่อประเคนความสยิวให้กับผู้เป็นแม่ บุษกรพยายามดิ้นให้หลุดแต่ในบ้างครั้งร่างกายเธอก็ตอบสนองด้วยการกระตุกเบา ๆ เมื่อหัวนมถูกปลายลิ้นสะกิดเลีย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพาให้บุษกรสะกดกลั้นความเสียวแต่แล้วจู่ ๆ เรื่องราวการร่วมเพศระหว่างแม่ลูกที่ได้อ่านก็ผุดขึ้นมาในสมองจนทำเอาหัวใจเธอเต้นแรง
“ปล่อย... ปล่อยแม่... อู้ยยย์...” แม้บุษกรต้องการจะขัดขืนเพียงใด แต่แรงของเธอก็ไม่อาจต้านทานพละกำลังของเด็กหนุ่มวัยกลัดมันที่มาพร้อมกับเรียวลิ้นอันฉ่ำนุ่มได้
อาการต่อต้านของบุษกรยิ่งทำให้เพชรกล้าต้องเร่งปลุกเร้าอารมณ์ของแม่ให้เพิ่มขึ้น เขาเลื่อนมือลงไปยังหน้าท้องของบุษกรพลางกดปลายนิ้วเมื่อเข้าใกล้ขอบยางยืดกางเกงนอน
“ไม่นะ... ไม่... เพชร... อย่า...” เพียงปลายนิ้วสอดผ่านขอบกางเกงเข้าไปเล็กน้อย บุษกรก็รีบร้องห้ามพร้อมชันเข่าขึ้นแล้วบีบหน้าขาเข้าหากันเพื่อไม่ให้ลูกชายได้สัมผัสกับเนินเนื้อของเธอ
แต่บุษกรคงลืมไปว่าเธอกำลังถูกโลมเล้าด้วยเด็กหนุ่มถึงสองคน ด้วยความนุ่มลื่นของเนื้อผ้าที่สวมใส่ มันจึงไม่ยากเลยที่ภาคภูมิซึ่งอยู่อีกฝั่งจะสอดปลายนิ้วให้มือแทรกลงตรงกลางระหว่างหน้าขาทั้งสองข้าง เมื่อเพชรกล้าได้เห็นเขาจึงถอนมือออกจากขอบกางเกงแล้วจับเข้าที่เข่าด้านซ้ายของบุษกร ในที่สุดหน้าขาที่บีบเข้าหากันก็ถูกแยกออก ภาคภูมิและเพชรกล้าต่างรั้งขาของแม่ให้อ้าออกก่อนจะใช้ขาของตัวเองเกาะเกี่ยวไว้ไม่ให้ขยับหนี
“ไม่นะ... ไม่... อย่า... นี่แม่นะ...” บุษกรพยายามดิ้นเมื่อเพชรกล้าลูกชายของเธอสอดปลายนิ้วผ่านขอบกางเกงนอนลงไปอีกครั้ง
“ยะ... อย่า... อู้ยยยย... ซี้ดดดส์...” เพียงนิ้วมือลอดผ่านกางเกงชั้นในลงไปถูไถกับติ่งเนื้อกลางพูสวรรค์ สะโพกของบุษกรก็กระดกรับพร้อมกับเรียวปากที่ครางกระเส่าอย่างลืมตัว
ความลื่นเหนียวที่ได้สัมผัสจากร่องเสียวก็พอทำให้เพชรกล้ารู้ได้ว่าบุษกรกำลังพยายามปิดกั้นตัวเองจากความเงี่ยนในจิตใจ เขาละจากการดูดเลียเต้าอวบแล้วพรมจูบขึ้นไปยังซอกคอของแม่
“อย่า... เพชร... หยุดเถอะ...” บุษกรเบี่ยงหน้าหนีพร้อมพร่ำบอกลูกชายให้หยุดการกระทำที่ผิดบาป
“แม่ครับ... ของแม่แฉะขนาดนี้แล้ว ยังจะบอกให้ผมหยุดอีกเหรอครับ” เพชรกล้ากระซิบที่ข้างหูพลางขยับนิ้วเขี่ยเม็ดละมุนที่ฉ่ำลื่นไปมา
“อู้ยยย์... เพชร...”
“ของแม่เยิ้มไปหมดแล้วนะครับ” ยิ่งเด็กหนุ่มคลึงปุ่มกระสัน น้ำในร่องสวาทก็ยิ่งไหลออกมาชโลมปากถ้ำ
“ซี้ดดดส์... พอ... พอเถอะเพชร... แบบนี้มันไม่ถูก”
“พ่อไม่อยู่ตั้งสามอาทิตย์... แม่ไม่นึกอยากบ้างเหรอ” เพชรกล้าเอ่ยถามเสียงกระซิบก่อนจะจูบไล้เบา ๆ ที่ใบหู
ลมหายใจแผ่ว ๆ ที่ตกกระทบส่งให้บุษกรสยิวกาย คำถามของลูกชายเธอนั้นช่างเสียดแทงส่วนลึกในจิตใจ โดยปกติแล้วเธอและสามีต่างก็เป็นคนมีความต้องการทางเพศสูง แต่ด้วยหน้าที่การงาน ณวัฒน์จึงต้องไปพักค้างแรมยังต่างบ้านต่างเมืองอยู่บ่อย ๆ ซึ่งมันก็ทำให้เธอรู้สึกเหงาอยู่ไม่น้อย
“ดูสิ... แม่ผมยังสาว... ยังสวย... หุ่นก็ดี... จะปล่อยทิ้งร้างไว้เฉย ๆ แม่ไม่เสียดายบ้างเหรอครับ... ให้ผมช่วยนะ...”
“เราเป็นแม่ลูกกันนะเพชร... พอเถอะ... อู้ยยย์... เพชร... อย่าเขี่ย... ซี้ดดดส์...”
“ผมกับพี่ไหมยังเอากันเลย แม่ก็เห็น... ผมมีความสุข พี่ไหมก็มีความสุข พวกเราต่างมีความสุข เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนซักหน่อย”
“.............” ไม่มีคำตอบจากปากของบุษกร ทั้งฤทธิ์แอลกอฮอล์และความเงี่ยนสะสม มันทำให้เธอเริ่มเอนเอียงเข้าข้างลูกชาย แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดจารีตประเพณี
เพชรกล้าดูออกถึงความลังเลของบุษกร เขาถอนมือที่สร้างความซ่านสยิวออก แต่แทนที่บุษกรจะโล่งใจที่ลูกชายหยุดการกระทำ ในเบื้องลึกแล้วเธอกลับรู้สึกเสียดายความเสียวที่ได้รับอย่างบอกไม่ถูก
แฝดผู้น้องเอื้อมมือซ้ายไปสะกิดที่ขอบกางเกงของพี่ชายเบา ๆ ซึ่งภาคภูมิเองก็รู้ว่าหมายถึงอะไร ภายในความมืดนั้น บุษกรซึ่งยังถูกพันธนาการแขนทั้งสองข้างรู้สึกได้ถึงปลายนิ้วที่เกาะเกี่ยวเข้ากับขอบกางเกงทั้งซ้ายขวาของเธอ
“ไม่นะ... ไม่ ไม่ ไม่...” โดยพลันสองพี่น้องก็รั้งขอบกางเกงของบุษกรลงไปพร้อมกับเสียงห้ามปราม เมื่อสุดแขนทั้งคู่ก็ใช้ปลายเท้าดันกางเกงผ้านุ่มลื่นจนหลุดออกแล้วเกาะเกี่ยวขาของแม่ให้แยกออกตามเดิม
“ให้ผมทำให้แม่นะครับ” เพชรกล้ากระซิบก่อนจะหอมแก้มผู้เป็นแม่เบา ๆ แล้วพรมจูบจากซอกคอลงมายังยอดปทุมถัน
“เพชร... พอเถอะ... อื่มมม...” คำพูดห้ามปรามช่างสวนทางกับเสียงลมหายใจเข้าออกและหัวนมที่หดชันซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงความซ่านสยิว
“ซี้ดดดส์...” บุษกรแอ่นเนินอกเมื่อลูกชายตวัดเลียปลายยอดของเธอพลางใช้ฟันหน้าขบเบา ๆ
เพชรกล้ายกขาที่เกี่ยวรั้งบุษกรออกแล้วใช้มือซ้ายจับเข้าที่ข้อพับเข่าแทน เขาค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วจูบไล้ลงไปยังหน้าท้องของแม่ ซึ่งบุษกรเองก็รู้ดีว่าลูกชายต้องการจะทำอะไร
“เพชร... อย่า...” แม้ปากจะพูดห้ามพร้อมกับร่างที่บิดไปมา แต่เด็กหนุ่มก็รับรู้ได้ว่าอาการแข็งขืนนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เพชรกล้าปล่อยมือขวาที่จับข้อมือของแม่ไว้ให้เป็นอิสระก่อนจะขยับตัวเบี่ยงเข้ามาอยู่กลางหว่างขาแล้วซุกใบหน้าเข้ากับเนินนูน
“อู้ยยยย์... ซี้ดดดส์... เพชร... มันไม่ดี...” บุษกรสะดุ้งเนื้อตัวสั่นเทิ้มเมื่อปลายลิ้นของลูกชายดุนเข้ากับเม็ดละมุนโดยมีเพียงเนื้อผ้าบาง ๆ ขวางกั้น เธอใช้มือซ้ายดันที่ศีรษะของเพชรกล้าเพื่อให้ออกห่างจากของสงวน แต่มันก็เบาเสียจนเด็กหนุ่มแทบไม่รู้สึก
เมื่อภาคภูมิเห็นน้องชายกำลังจะมอบความสุขให้แม่ผ่านเนินสวรรค์ด้วยชิวหาอันฉ่ำนุ่ม เขาก็ละจากเรือนร่างของบุษกรแล้วขยับตัวลงจากที่นอนอย่างช้า ๆ ในความมืดนั้นแฝดผู้พี่ค่อย ๆ เดินออกจากห้องด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบาและเงียบสงัด
“พอ... พอแล้วเพชร... ซี้ดดดส์...” สองมือของบุษกรเปลี่ยนมาประคองจับที่ศีรษะของลูกชาย แต่ในสมองยังคงสั่งการให้ร้องปรามอยู่เป็นระยะ
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่บุษกรเหินห่างจากการถูกเล้าโลมด้วยเรียวลิ้นกับจุดซ่อนเร้น ทั้ง ๆ ที่เธอนั้นชอบในรสสัมผัสที่เม็ดละมุนถูกตวัดเลียด้วยกล้ามเนื้อไร้กระดูกที่สากแต่ทว่ากลับนุ่มหยุ่น นั่นเป็นเพราะความที่สามีของเธอดำรงตำแหน่งใหญ่โต เธอจึงไม่อยากให้ณวัฒน์ใช้ปากกับอวัยวะเพศของเธอด้วยเห็นว่ามันเป็นของต่ำ
มาบัดนี้กำลังมีลิ้นฉ่ำที่พยายามแซะดุนเข้ากับปุ่มกระสันของเธอ ถึงมันจะเป็นเพียงภายนอกชั้นในอันบางเบาแต่ก็ทำเอาบุษกรเสียวจนหัวใจเต้นระรัว ยามนี้ไม่มีภาคภูมิคอยขัดขวางที่เธอจะแข็งขืนเพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระ แต่มือทั้งสองที่ประคองจับศีรษะของเพชรกล้ากลับไม่มีเรี่ยวแรงที่จะผลักดันลูกชายให้ออกห่าง
“เพชร... อู้ยยย์...” ความใคร่กามที่เก็บซ่อนไว้เริ่มแสดงออกทางร่างกายมากกว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
สะโพกผายของบุษกรเริ่มแอ่นรับการรุกเร้าด้วยเรียวลิ้นบ้างเป็นบางครั้ง เนื้อผ้าที่ปิดกั้นเนินเนื้อเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายผสมกับเมือกแห่งความเสียวที่ถูกขมิบขับออกมา เพชรกล้าค่อย ๆ สอดปลายนิ้วผ่านขอบขาชั้นในด้านซ้ายของผู้เป็นแม่เข้าไปหมุนวนบริเวณปากถ้ำที่เหนียวลื่น
“อู้ยยยย์... ซี้ดดดส์...” บุษกรร้องครางอย่างลืมตัวพร้อมแอ่นเนินสวรรค์ด้วยความซ่านเสียวเมื่อเพชรกล้าใช้มือซ้ายเกี่ยวรั้งขอบขากางเกงชั้นในให้แหวกออกแล้วใช้ปลายลิ้นตวัดเลียเข้าที่กลางพูเนื้อ
ความเสียวหีแบบที่บุษกรไม่ได้รับมานานนับสิบปีหวนคืนมาอีกครั้ง ความคิดที่จะต้องขัดขืนเพื่อดำรงไว้ซึ่งสิ่งที่ถูกต้องไม่มีเหลืออยู่ในเศษเสี้ยวของสมองอีกต่อไป สองมือของเธอลูบไล้ไปบนเส้นผมของลูกชายพร้อมกับยกสะโพกขึ้นให้เขาสะกิดเลียได้อย่างถนัดถนี่
“เพชร... ซี้ดดดส์... แม่เสียว...” การยอมรับในความรู้สึกถูกเปล่งออกจากปากของบุษกรเป็นครั้งแรก
น้ำใส ๆ ซึ่งแสดงถึงความเงี่ยนไหลออกจากรูสวาทชโลมไปทั่วนิ้วมือของเพชรกล้า การได้เลียเม็ดแตดของแม่แท้ ๆ ที่ยังดูสาวและสวยนั้นช่างกระตุ้นเร้าอารมณ์เด็กหนุ่มยิ่งนัก แต่เมื่อเขาคิดว่ากำลังจะใช้ปลายนิ้วล่วงล้ำเข้าไปในรูหีของผู้เป็นแม่กลับทำให้รู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่า เพชรกล้าค่อย ๆ หมุนวนนิ้วกลางคลุกเคล้ากับเมือกเหนียวก่อนจะดันสอดมันเข้าไปในร่องหลืบอย่างช้า ๆ
“อู้ยยยยย์... ” บุษกรครางกระเส่าพร้อมด้วยปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายเธอ
‘ยัยตัวเล็ก’ เพชรกล้าฉุกคิดขึ้นมาในทันที เมื่อแรงดูดที่กระทำต่อปลายนิ้วนั้นไม่ต่างจากของปานฝ้ายน้องสาวคนเล็กแม้แต่น้อย
ความรู้สึกที่เด็กหนุ่มได้รับยิ่งเป็นแรงขับให้เขาอยากสอดใส่ท่อนเอ็นเข้าไปภายในดูสักครั้ง ยิ่งคิดลำควยก็ยิ่งแข็ง แต่เมื่อประมวลแล้วหากผลีผลามเลื่อนตัวขึ้นทำการใหญ่บุษกรคงไม่ยอมเป็นแน่ เพชรกล้าที่คิดได้ก็เร่งตวัดลิ้นเลียติ่งเสียวพร้อมกับสอดนิ้วเข้าออกในร่องหลืบเพื่อให้แม่เสร็จสมไปถึงจุดสุดยอด โดยหวังว่าความซาบซ่านที่แผ่ไปทั่วร่างประกอบกับความอ่อนล้าจากการเกร็งกระตุกจะส่งให้บุษกรไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการขัดขืน
เด็กหนุ่มเกร็งลิ้นตวัดเลียเน้นจนบุษกรร้องคราง หน้าท้องเธอแขม่วอยู่ตลอดเวลาจากความเสียวที่ได้รับ เพชรกล้าซึ่งรับรู้ได้ถึงอาการของแม่ที่ขยี้เส้นผมของเขาพร้อมกับแอ่นเนินก็เร่งซอยนิ้วเข้าออก จากหนึ่งนิ้วเพิ่มเป็นสองนิ้วจนเสียงน้ำเงี่ยนที่อยู่ในรูถูกกระแทกดังแจ๊ะ ๆ ไปทั่วห้อง
“เพชร... แม่ไม่ไหวแล้ว... เพชร... ซี้ดดดส์...” ผู้เป็นแม่แอ่นสะโพกพร้อมดึงรั้งศีรษะลูกชายให้ใบหน้าบดเข้ากับเนินหีของตัวเอง ความซ่านสยิวแล่นไหลไปทั่วทุกอณูของรูขุมขน หน้าท้องของเธอเกร็งกระตุก ภายในรูสวาทตอดดูดนิ้วของเพชรกล้าอย่างรุนแรง
ในจังหวะที่เด็กหนุ่มรอคอยอยู่นั้น เขาถอนนิ้วมือออกจากร่องเสียวที่กำลังบีบเกร็งพร้อมกับยันตัวขึ้นแล้วเกี่ยวขอบเอวกางเกงตัวเองลงโดยยังคงมืออีกข้างที่รั้งขอบขากางเกงชั้นในของบุษกรให้เปิดทางไว้ เพชรกล้ารีบประคองจับองคชาตที่แข็งโด่จ่อเข้ากับปากรูหีซึ่งฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำเงี่ยนของผู้เป็นแม่ เพียงปลายควยได้แตะเข้ากับความนุ่มลื่นเด็กหนุ่มก็เสียวสะท้านอย่างบอกไม่ถูก เสี้ยววินาทีนั้นหัวใจภายใต้ทรวงอกก็เต้นอย่างรุนแรงขึ้นจนรู้สึกได้ เพชรกล้ากลั้นใจพร้อมขยับเอวเพื่อดันให้ท่อนเนื้อแหวกผ่านเข้าไปในรูหีของแม่
“ไม่เพชร... อย่า...”
ทุกอย่างมันกลับไม่เป็นอย่างที่เด็กหนุ่มคาดไว้ แม้บุษกรจะสุขสมจนไร้เรี่ยวแรงดั่งที่เขาคิด แต่ถึงกระนั้น การมีความสัมพันธ์แบบสอดใส่ระหว่างแม่กับลูกชายก็ยังมีบางอย่างคล้ายเป็นเส้นบาง ๆ ที่บุษกรยังสลัดทิ้งไปไม่ได้ เธอใช้มือซ้ายดันไปที่หน้าอกของลูกชายพร้อมกับยื่นมือขวาลงไปจับท่อนเอ็นที่จ่ออยู่บริเวณปากทางสวรรค์เพื่อหยุดยั้งทุกอย่าง
“พอเถอะเพชร... เราผิดกันมาพอแล้ว...”
แม้เพชรกล้าจะไม้ได้เห็นใบหน้าของบุษกรอย่างแจ่มชัด แต่ในความมืดนั้นน้ำเสียงของผู้เป็นแม่ดูจริงจังจนทุกอย่างสงบนิ่ง บัดนี้ในใจของเด็กหนุ่มมีแต่ความลังเล เพียงแค่ฝืนดันลำลึงค์ผ่านมือของแม่เข้าไป เขาก็จะได้ลิ้มลองรสชาติของการถูกดูดควยที่เคยพลาดจากน้องสาวคนเล็กมาแล้วครั้งหนึ่ง
“เพชร... แม่รู้ว่าที่เพชรทำลงไปเพราะไม่อยากให้แม่บอกเรื่องเมื่อเช้ากับพ่อ... แม่สัญญาว่าจะไม่บอก”
“.............” เพชรกล้าได้แต่นิ่งเงียบ
สิ่งที่บุษกรพูดนั้นถูกเพียงครึ่งเดียว ณ เวลานี้เพชรกล้าไม่ได้หวังแค่ให้บุษกรไม่แพร่งพรายเรื่องราวระหว่างเขากับพี่สาว แต่เด็กหนุ่มกลับเริ่มหลงใหลและอยากลองเสพสังวาสกับแม่แท้ ๆ ของตัวเองขึ้นมาจริง ๆ
“เพชร... เพชรทำให้แม่มีความสุขมากนะ... แต่สิ่งที่เพชรกำลังจะทำต่อไปมันเกินเลยไปมาก... ถึงยังไงเราก็เป็นแม่ลูกกัน...”
“ครับ... แม่...” เพชรกล้าตอบรับพลางค่อย ๆ ปล่อยนิ้วที่เกี่ยวรั้งขอบกางเกงชั้นในของแม่ออกช้า ๆ
เด็กหนุ่มขยับตัวถอยออกจากร่างของบุษกรลงมายืนที่พื้น แสงสลัวยังคงสะท้อนภาพในความมืดให้เพชรกล้าได้เห็นผู้เป็นแม่นอนเปลือยอกอิ่ม ขาเรียวเล็กทั้งสองข้างแยกออก เนินสวรรค์มีเพียงชั้นในตัวน้อยปิดบังไว้ เขาถอนหายใจยาวก่อนจะก้มหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป
< ------------- >
เวลายามค่ำคืนช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า กว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วที่เพชรกล้าซึ่งกลับมานอนยังห้องของตัวเองไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ แม้แผนการรักษาความลับจะสำเร็จลุล่วง แต่ความเสียดายที่พลาดการเสพสมกับแม่แท้ ๆ ซึ่งมีของสงวนที่ตอดดูดอย่างที่ไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนยังคอยหลอกหลอนอยู่ในสมอง หากดึงดันที่จะเดินหน้าต่อ เขาก็คงได้อิ่มเอมกับลีลาสวาทของเธอเป็นแน่
‘มึงทำถูกแล้วเพชร... มึงทำถูกแล้ว... นอน... นอน...’ เด็กหนุ่มเฝ้าตอบโต้ความเสียดายว่าทุกอย่างที่หยุดลงนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
เพชรกล้าหันนอนตะแคงพลางพยายามข่มตานอนเพื่อให้ข้ามผ่านราตรีอันสับสนนี้ไปให้ได้ แต่จนแล้วจนรอด ไฟแห่งราคะก็ยังคงเผาไหม้ภายในกายเขาไม่ได้หยุดหย่อน สัมผัสที่ได้รับ กลิ่นที่ได้ดอมดม หรือแม้กระทั่งเสียงครางกระเส่าของผู้เป็นแม่ มันยังคงวนเวียนอยู่ความรู้สึกนึกคิดซ้ำไปซ้ำมา
“โว้ยยยย...” เด็กหนุ่มแหกปากร้องตะโกนลั่นห้องก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งห้อยเท้าลงกับพื้น
ในตอนนี้อารมณ์ของเพชรกล้าว้าวุ่นไปหมด เขากำมือแน่นสลับกับคลายออกเป็นระยะ ๆ ภายในห้องนั้นเงียบสงัดแต่กลับคล้ายมีเสียงเล็ก ๆ ดังวนเวียนอยู่รอบ ๆ ศีรษะของเขา เหมือนอำนาจฝ่ายต่ำในจิตใจกำลังยุยงให้เพชรกล้ากลับลงไปหาบุษกรอีกครั้ง
เด็กหนุ่มค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เขาสูดหายใจเข้าจนแทบจะล้นปอดก่อนจะพ่นมันออกมาทางปากอย่างช้า ๆ สองมือซึ่งเคยกำแน่นยกขึ้นตบเข้าที่แก้มเบา ๆ เพื่อเรียกสติ แล้วก็เป็นเพชรกล้าที่เป็นฝ่ายชนะ เขาตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำโดยหวังให้ความฉ่ำเย็นดับอารมณ์กระสันอยากในตัวลง
< ------------- >
ผ้าห่มถูกสะบัดเปิดออกจากการคลุมโปง ความกระสับกระส่ายพาให้บุษกรนอนไม่หลับเช่นเดียวกัน แม้เธอจะได้ชำระล้างร่างกายจนสะอาดพร้อมที่จะเข้าสู่นิทราอีกครั้ง แต่นั่นก็ส่งผลให้ความมึนเมาจางหายไปด้วย
บุษกรยกมือข้ามศีรษะหยิบรีโมทบนหัวเตียงแล้วกดเปิดไฟกิ่งสีส้มนวล สายตาของเธอเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมายแต่ในสมองกลับครุ่นคิด เพียงวันเดียวมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่คาดฝัน ภาพการร่วมเพศระหว่างลูกชายกับลูกสาวยังคงติดตา ความรู้สึกของการถูกลูกชายวัยหนุ่มถึงสองคนโลมเลียหัวนมช่างซาบซ่านเกินกว่าจะต้านทาน จุดสุดยอดอันเกิดจากเรียวลิ้นของเด็กหนุ่มที่เธอเฝ้าเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่พาให้เสียวสะท้านยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
แม้จะเสร็จสมไปแล้วแต่ไฉนเธอกลับยังไม่รู้สึกอิ่ม บุษกรซึ่งเปลี่ยนมาอยู่ในชุดเดรสผ้านุ่มลื่นค่อย ๆ หลับตาลงแล้วไล้มือซ้ายที่วางอยู่บริเวณหน้าท้องขึ้นมาประคองยังเต้าอวบก่อนจะเคล้าคลึงเบา ๆ อย่างนุ่มนวล มืออีกข้างถูกส่งลงไปลูบไล้บนเนินนูนอย่างช้า ๆ
“อื่มมม...” บุษกรครางในลำคอเมื่อเธอกรีดปลายนิ้วลงกลางพูเนื้อจากล่างขึ้นบน เพียงถูกสัมผัสน้ำในกายก็ไหลลื่นออกมาชโลมกลีบแคมทั้งสองข้าง
เธอค่อย ๆ สอดปลายนิ้วกลางเข้าในรูหีที่ฉ่ำเยิ้มช้า ๆ พร้อมกับอาการจือปากด้วยความเสียว ช่องหลืบที่ไม่ถูกใช้งานมาเกือบเดือนนั้นช่างแน่นกระชับ นิ้วมือถูกแยงเข้าออกราวกับว่าเธอกำลังถูกโยกเย็ด มืออีกข้างก็บีบเคล้นเต้านมเพื่อสร้างความกระสันทั้งบนล่าง เธอเร่งช่วยตัวเองจนร่างกายบิดไปมาประสานกับเสียงครางระงมในห้องที่เงียบงัน
แต่แล้วจู่ ๆ บุษกรก็หยุดนิ่งพร้อมกับอาการหายใจแรงทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงจุดสุดยอด เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะถอนนิ้วออกจากรูสวาท บุษกรยกมือขวาขึ้นแล้วมองไปยังฝ่ามือ นิ้วเรียวเล็กของเธอนั้นเทียบไม่ได้เลยกับลำควยของลูกชายที่เพิ่งได้จับ ความรู้สึกอุ่นและแข็งยังคงประทับอยู่บนอุ้งมือน้อย ๆ ของเธอ
บุษกรพยายามทบทวนตัวเองซ้ำ ๆ การถูกโลมเลียยอดปทุมรวมถึงขึ้นสวรรค์ด้วยเรียวลิ้นของลูกชายซึ่งตัวเธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเคลิบเคลิ้มจนแทบไม่อยากจะขัดขืน แม้ท้ายที่สุดมันจะจบลงที่เธอสามารถยับยั้งการสอดใส่เอาไว้ได้ แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเรื่องผิดบาปที่ผู้เป็นสามีอย่างณวัฒน์คงไม่มีวันให้อภัย
“เพชร... ถ้าแม่ไม่ห้าม... ลูกจะใส่มันเข้ามาจริง ๆ เหรอ...” บุษกรพูดกับมือขวาของเธอราวกับมันคือเพชรกล้า
หากยอมปล่อยใจตามความกำหนัดเวลานี้เธออาจกำลังหลับใหลด้วยความสุขสมและอ่อนแรง บุษกรยกมือซ้ายขึ้นเทียบกับมือขวา แล้วแสงสีส้มก็สะท้อนเพชรที่ประดับอยู่บนแหวนทองคำขาวจนเป็นประกายระยับ
“วัฒน์คะ... บุษผิดต่อคุณ...” บุษกรเอ่ยกับแหวนแต่งงานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ ตลอดยี่สิบห้าปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยคิดนอกใจสามีเลยแม้แต่ครั้งเดียว
บุษกรยันตัวลุกขึ้นนั่ง เธอก้มหน้านิ่งอยู่พักใหญ่ก่อนจะขยับเบี่ยงขาไปทางซ้ายแล้ววางเท้าลงบนพื้นห้อง ในจิตใจของเธอตอนนี้คิดได้แล้วว่าจะเดินต่อไปทางไหน เธอยกนิ้วที่ใส่แหวนแต่งงานขึ้นมอง เพชรยังคงน้ำงามอยู่เสมอ แต่ใจคนนั้นสามารถขุ่นมัวและมืดดำได้ตามกาลเวลา
“บุษขอโทษ...” เสียงแผ่ว ๆ เปล่งออกมาพร้อมกับแหวนทองคำขาวประทับเพชรซึ่งถูกถอดวางลงบนโต๊ะข้างเตียงก่อนที่บุษกรจะลุกเดินจากไป
< ------------- >
เพชรกล้าซึ่งเสร็จกิจจากการใช้สายน้ำเย็นจากฝักบัวเข้าดับความร้อนรุ่ม เขาคว้าผ้าขนหนูมาซับหยดน้ำตามร่างกายก่อนจะพันมันรอบเอว ผ้าผืนเล็ก ๆ ถูกหยิบมาขยี้ไปบนศีรษะเพื่อเช็ดเส้นผมให้แห้งหมาดพร้อมกับมืออีกข้างที่ยื่นไปจับลูกบิดประตูห้องน้ำ
“ก๊อก... ก๊อก...” ยังไม่ทันที่เพชรกล้าจะก้าวเท้าเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
“ไอ้ภาคเหรอ... เข้ามาดิ...” เด็กหนุ่มตะโกนตอบ เขาเดินออกจากห้องน้ำแล้วหันหลังเพื่อกดปิดสวิตช์ไฟ
เสียงประตูแง้มเปิดแล้วปิดลงโดยไม่มีคำพูดใด ๆ เอ่ยทักจากแขกผู้มาเยือน ในความมืดสลัวเพชรกล้าซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการเช็ดผมเดินไปยังตู้เสื้อผ้าโดยไม่เอะใจอะไร
“เปิดไฟให้กูหน่อย” เด็กหนุ่มพูดลอย ๆ พลางแขวนผ้าผืนน้อยไว้กับมือจับตู้แล้วเปิดมันออก
“.............” ไม่มีเสียงตอบรับหรือไฟส่องสว่างเปิดขึ้นตามที่ร้องขอแม้แต่น้อย
“อะไรของมึงวะไอ้ภาค”
เพชรกล้าซึ่งหงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้วยิ่งรู้สึกอารมณ์เสียหนักขึ้น เขาปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเดินจ้ำไปยังประตูห้อง แต่ทันทีที่ปลายนิ้วกดเปิดสวิตช์ไฟเด็กหนุ่มก็ต้องหยุดชะงัก คำด่าที่ตระเตรียมไว้ให้พี่ชายสูญสลายหายไปกับภาพที่เห็น ผู้หญิงซึ่งเขาถวิลหาจนข่มตาหลับไม่ลงปรากฏอยู่เบื้องหน้าราวกับเป็นความฝัน บุษกรอยู่ในชุดเดรสนอนสายเดี่ยวยาวแค่เข่า แสงไฟสาดส่องสะท้อนกับผิวอันขาวเนียน ผ้านุ่มลื่นสีม่วงมุกเป็นเงาทิ้งตัวแนบเนื้อพาให้เห็นเนินอกอิ่มและสะโพกผายได้อย่างชัดเจน
แม้บุษกรจะเป็นผู้ตัดสินใจขึ้นมาหาเพชรกล้าเพื่อสานต่อสัมพันธ์สวาท แต่เธอก็นึกละอายในการกระทำของตัวเองอยู่ไม่น้อยจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เพราะเหตุใดการอยู่ในห้องกับลูกชายตัวเองสองต่อสองถึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นได้ขนาดนี้ บุษกรก้มหน้าถามตัวเองพร้อมมือทั้งสองข้างที่สลับบีบนิ้วไปมา
“นี่... ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย” เพชรกล้าแทบไม่เชื่อสายตากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น มันเหนือความคาดหมายที่ผู้เป็นแม่จะเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาถึงในห้อง
“.............” บุษกรได้แต่นิ่งเงียบ เธอไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรกับตัณหาในจิตใจที่ต้องการเสพกามกับลูกชาย
“ไม่ใช่ความฝัน... แม่ผมกำลังยืนอยู่ตรงหน้า...” สิ้นคำเพชรกล้าก็ก้มลงจับมือของบุษกรขึ้นมาประคองไว้
“.............” บุษกรเงยหน้าขึ้นมองลูกชายโดยไม่พูดอะไร
แววตาของแม่ลูกที่สอดประสานกันกลับไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพียงแค่มองทั้งคู่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร หัวใจของเขาและเธอเต้นแรงจนรู้สึกได้ ใบหน้านั้นค่อย ๆ ร้อนผ่าวจนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
นี่เป็นครั้งแรกที่เพชรกล้าได้เพ่งพินิจความงดงามของแม่ผู้ให้กำเนิดอย่างใกล้ชิด ใบหน้าของบุษกรนั้นขาวเนียนดูอ่อนกว่าวัยราวกับหญิงสาวอายุสามสิบ ดวงตาของเธอกลมโตเป็นประกาย สันจมูกโด่งเล็กน้อยรับกับปีกจมูกที่เล็กได้รูป ริมฝีปากอันเรียวงามสีชมพูอ่อนดูฉ่ำวาวโดยไม่ต้องเติมแต่งเครื่องสำอางใด ๆ
“ทีแรกผมแค่ไม่อยากให้แม่บอกเรื่องนั้นกับพ่อ... แต่มาถึงตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมต้องการอะไร...”
“เพชร...” บุษกรยกมือขวาขึ้นแตะเข้าที่แก้มของเพชรกล้าอย่างแผ่วเบา
“แม่ครับ... แม่เป็นผู้หญิงที่สวยมากรู้มั้ย...” เด็กหนุ่มเอ่ยปากชมพลางใช้ปลายนิ้วสอดเข้าใต้เส้นผมที่ดำขลับของผู้เป็นแม่แล้วลูบไล้มันขึ้นไปทัดที่หลังใบหู
“.............” ไม่มีถ้อยคำใด ๆ พูดตอบ เธอได้แต่มองนัยน์ตาของลูกชายด้วยความรักและเอ็นดู
“ผมสัญญา... ผ่านคืนนี้ไปแม่ก็ยังเป็นแม่ที่ผมเคารพรักเสมอ...” เด็กหนุ่มยกมือซ้ายขึ้นจับมือของแม่ซึ่งยังประทับอยู่ที่ข้างแก้มของเขาพร้อมให้คำสัตย์สัญญา
ณ เวลานี้ ระหว่างเขาและเธอไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ มาสาธยายความในใจของกันและกันอีกต่อไป เพชรกล้าก้มลงบรรจงจุมพิตที่ริมฝีปากของบุษกรพร้อมกับเปลือกตาของเธอที่ค่อย ๆ หลับลงอย่างช้า ๆ ในเสี้ยววินาทีที่เรียวปากของเธอถูกประทับจูบ ความรู้สึกที่ได้รับนั้นช่างแปลกประหลาด บุษกรแยกไม่ออกเลยว่ามันคือความรักหรือความใคร่ สิ่งเดียวที่เธอรับรู้ได้คือความตื่นเต้นจนเสียงหัวใจคล้ายดังก้องอยู่ในรูหู และเมื่อปลายลิ้นฉ่ำนุ่มของลูกชายค่อย ๆ ล้วงล้ำเข้ามาจนสัมผัสกับเรียวลิ้นของเธอ ความเสียวซ่านก็พลันแพร่ไปทั่วทั้งร่าง
บุษกรและเพชรกล้าต่างบดปากพลางตวัดชิวหาดูดดื่มราคะที่มีต่อกัน ทั้งสองค่อย ๆ ปลดปล่อยความต้องการภายในส่วนลึกโดยไม่มีคำว่าสายเลือดมาปิดกั้น บุษกรเบี่ยงหน้าจากการจูบแล้วไซ้ไปยังซอกคอของลูกชาย เธอค่อย ๆ พรมจูบลงมายังแผงอกอันกำยำก่อนจะแลบลิ้นออกมาตวัดเข้ากับหัวนมของเขา ลีลาการรุกเร้าที่เร่าร้อนทำเอาเพชรกล้าพรึงเพริดอยู่ไม่น้อย
“อื่มมม...” เด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้งด้วยความสยิว เมื่อผู้เป็นแม่ดูดหัวนมของเขาพลางใช้ปลายลิ้นสะกิดเขี่ยไปพร้อม ๆ กัน
บุษกรดูดเลียสร้างความเสียวให้กับเพชรกล้าสลับไปมาระหว่างแผงอกทั้งสองข้างจนเขารู้สึกเคลิบเคลิ้ม แต่แล้วเรียวลิ้นที่กำลังบำเรอความสุขก็ค่อย ๆ เลื่อนลงต่ำ บุษกรย่อตัวอย่างช้า ๆ พลางจูบไล้ลงมายังเบื้องล่างจนในที่สุดเธอก็คุกเข่าลงกับพื้นห้องเบื้องหน้าลูกชาย
เพชรกล้าซึ่งทั้งร่างมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ใช้ปิดบังเครื่องเพศก้มมองบุษกร ทุกลมหายใจของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความระทึกพร้อมกับสายตาที่จับจ้องผู้เป็นแม่ซึ่งกำลังยกมือทั้งสองขึ้นมายังปมผ้าขนหนู และแล้วลำควยเขื่องก็เผยให้เห็นเมื่อผ้าขนหนูหลุดร่วงลงกองอยู่กับพื้น
ท่อนเอ็นขนาดใหญ่เบื้องหน้าแข็งชี้มีเส้นเลือดปูนโปนจนบุษกรต้องกลืนน้ำลายด้วยความตระหนก แม้จะเคยได้สัมผัสกับมันมาก่อนแล้ว แต่เธอไม่นึกเลยว่าเมื่อได้เห็นใกล้ ๆ มันจะยาวใหญ่ได้ถึงเพียงนี้ บุษกรกำมือเบา ๆ เพื่อระบายความประหม่าก่อนจะยกขึ้นประคองจับดุ้นเนื้อ สัมผัสของมันทั้งอุ่นและกระตุกเต้นราวกับมีชีวิต เธอเพ่งมองหัวควยของลูกชายอย่างตื่นเต้นพลางค่อย ๆ ยื่นริมฝีปากเข้าไปใกล้
เพชรกล้าซึ่งกำลังจดจ่อกับการกระทำของมารดาก็ระทึกไม่แพ้กัน ลมหายใจอุ่น ๆ ค่อย ๆ กระทบเข้ากับปลายลึงค์จนมือของเขาชุ่มเหงื่อด้วยความลุ้นไปกับภาพที่เห็น แล้วก็เหมือนเวลาถูกหยุดลงเมื่อผู้เป็นแม่เงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเขาก่อนจะค่อย ๆ อ้าปากแล้วรับเอาหัวองคชาตเข้าไป
“อ้าาาห์...” เด็กหนุ่มไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าวันหนึ่งแม่บังเกิดเกล้าจะอมควยให้กับเขา
บุษกรค่อย ๆ ขยับให้ท่อนเอ็นลึกเข้าไปในปากของเธอ ความโอบกระชับประกอบกับไออุ่นที่ถาโถมสร้างความเสียวให้กับเพชรกล้าจนเขาต้องใช้มือจับศีรษะของแม่เอาไว้ ความเขื่องใหญ่ที่คับปากตลอดจนความยาวที่แม้จะยันสุดคอหอยแล้วก็ยังอมไม่มิดพาให้บุษกรอดนึกไม่ได้ถึงเวลาที่มันจะสอดใส่เข้ามาในตัวเธอ เพียงแค่คิดหลืบหีก็ขมิบรับจินตนาการจนน้ำลื่นเหนียวค่อย ๆ ไหลซึมออกมา บุษกรใช้มือทั้งสองจับเข้ากับสะโพกของเพชรกล้าแล้วเริ่มขยับศีรษะเข้าออกช้า ๆ พลางใช้เรียวลิ้นตวัดเลียดุ้นเนื้อเป็นระยะ
“อู้ยยยย์... แม่... ผมเสียว...” ภาพของแม่ซึ่งกำลังโยกศีรษะอมควยของลูกชายจนน้ำลายเคลือบไปทั้งลำลึงค์ช่างกระตุ้นอารมณ์ของเด็กหนุ่ม
เพชรกล้าเผลอจับศีรษะของบุษกรแล้วโยกเอวเย็ดปากเธออย่างลืมตัว หากไม่นึกถึงความต้องการของแม่ที่กำลังรอให้ปลดเปลื้อง เขาพร้อมที่จะถึงจุดสุดยอดโดยปล่อยน้ำควยแตกใส่ปากของเธอให้หายเงี่ยน เมื่อคิดได้เด็กหนุ่มจึงยั้งใจตัวเองพลางค่อย ๆ ถอนท่อนเอ็นออกจากปากของบุษกรแล้วก้มลงช้อนร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืน
“ผมมีความสุขมากครับ... ต่อไปผมจะเป็นคนทำให้แม่มีความสุขบ้าง...” เด็กหนุ่มมองตาผู้เป็นแม่พร้อมใช้นิ้วหัวแม่มือปาดคราบน้ำลายที่ติดอยู่ตามริมฝีปากและปลายคางออก
เพชรกล้าจูงมือบุษกรเดินไปยังโต๊ะคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นแบบที่ใช้ตามสำนักงาน มันจึงมีขนาดใหญ่และแข็งแรง เขากวาดสิ่งของบนโต๊ะให้ไปกองรวมกันไม่เว้นแม้แต่โน้ตบุ๊คเครื่องโปรด เด็กหนุ่มอุ้มบุษกรขึ้นนั่งบนโต๊ะก่อนจะแทรกร่างเปลือยเข้าไปยืนอยู่ท่ามกลางหว่างขาของเธอ หัวใจของบุษกรเต้นแรงมากเมื่อต้องอยู่ในอิริยาบถนี้ เพราะหากแม้มีเสี้ยวหนึ่งในความคิดที่เธอนึกเปลี่ยนใจ เธอก็ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้อีกแล้ว
เด็กหนุ่มใช้มือลูบไล้ไปตามทรวงอกช้า ๆ บนเนื้อผ้านุ่มลื่น หัวนมที่ดันตัวออกมาถูกสะกิดเขี่ยแบบไม่ตั้งใจพาให้บุษกรสะดุ้งด้วยความสยิว เพชรกล้าก้มลงใช้ปลายลิ้นเลียเข้ากับปุ่มนูนพลางค่อย ๆ บีบคลึงเต้าอวบเบา ๆ ทั้งสองข้าง
“ซี้ดดดส์... เพชร...” แม้ยอดปทุมจะถูกสัมผัสเพียงแค่ภายนอก แต่ด้วยอารมณ์ที่ลุกโชนมันจึงปลุกเร้าให้บุษกรเสียวจนร้องคราง
สัมผัสนุ่มลื่นของผ้าที่สวมใส่นั้นเย้ายวนให้เพชรกล้าเคล้าคลึงทรวงอกได้ไม่รู้เบื่อ แต่ถึงกระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังอยากเห็นเนื้อแท้ที่ซ่อนอยู่ภายใน เขาจับชายกระโปรงเดรสสีม่วงมุกแล้วค่อย ๆ ยกถอดมันออกอย่างนุ่มนวล แล้วสิ่งที่เห็นก็ไม่ทำให้เด็กหนุ่มผิดหวังแม้แต่น้อย เต้านมขนาดสามสิบห้านิ้วดูสวยงามได้รูปถึงแม้จะหย่อนคล้อยเล็กน้อยไปตามวัย หน้าท้องนั้นแบนราบและเรียบเนียน สะโพกผายขนาดสามสิบสี่นิ้วรับกับเอวคอดเพียงยี่สิบสี่นิ้วอย่างกลมกลืน บุษกรที่เห็นลูกชายเอาแต่จ้องมองเรือนร่างของเธอก็นึกอายจนต้องยกแขนขึ้นปิดบัง
“อย่าอายเลยครับแม่... รูปร่างของแม่สวยมาก...” เด็กหนุ่มพูดพลางจับมือของบุษกรออกอย่างแผ่วเบา
เพชรกล้ามองยอดปทุมสีน้ำตาลอ่อนที่ประดับอยู่บนทรวงอกอิ่ม ผิวของแม่ช่างขาวใสจนเห็นเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงซึ่งมันเคยกลั่นเป็นน้ำนมให้เขาได้ดื่มกินเมื่อครั้งยังเล็ก เด็กหนุ่มซบหน้าเข้ากับเต้าอวบสูดดมความหอมของมารดาก่อนจะใช้ลิ้นเลียที่ปลายยอดแล้วดูดมันเบา ๆ
“ซี้ดดดส์...” บุษกรแอ่นอกรับการสัมผัส หัวนมของเธอหดชันสู้กับการตวัดเลียจากเรียวลิ้นของลูกชาย
เด็กหนุ่มซึ่งเฝ้าโลมเลียเต้าอวบสลับไปมาจนหนำใจก็ค่อย ๆ จับปลีน่องทั้งสองข้างของผู้เป็นแม่ให้ยกเท้าขึ้นวางอยู่ที่ขอบโต๊ะก่อนจะยืดตัวขึ้นมอง เส้นไหมบนเนินสวาทของบุษกรถูกตัดเล็มจนดูขาวสะอาด แคมในแม้จะคล้ำจากการถูกใช้งานแต่พูเนื้อยังคงความอวบอิ่ม ขาที่อ้าออกพาให้เห็นผนังถ้ำสีชมพูอ่อนได้อย่างชัดเจน
บุษกรรู้สึกอายอยู่ไม่น้อยที่ต้องมานั่งแหกแข้งขาอวดเนินนูนให้ลูกชายจ้องดู แต่ในใจลึก ๆ เธอก็แอบตื่นเต้นเมื่อเห็นลำควยยาวใหญ่ที่กำลังผงกหัวตามจังหวะการเต้นของหัวใจอยู่ห่างจากปากรูหีเธอไม่ถึงคืบ
“ผิดหวังเหรอ... ของแม่ไม่ได้สวยแบบสาว ๆ” บุษกรที่เห็นเพชรกล้ายืนนิ่งจึงตัดพ้อด้วยน้ำเสียงขาดความมั่นใจ
“ป่าวเลยครับ... ของแม่สวยมาก... ที่สำคัญแม่มีบางอย่างที่สาว ๆ ทั่ว ๆ ไปไม่มี...” พูดจบเด็กหนุ่มก็ย่อตัวลงแล้วใช้ปลายลิ้นโลมเลียเข้ากับปุ่มกระสัน
“อู้ยยยย์... เพชร... อีกแล้วเหรอ... ซี้ดดดส์...”
เพชรกล้าตวัดเลียติ่งเสียวจนน้ำเงี่ยนในร่องหลืบถูกขมิบออกมาไม่ขาดสาย เขาเกร็งเรียวลิ้นแล้วแทงเข้าไปในรูสวาทก่อนจะกระดกปลายให้ชอนไชอยู่ภายในจนบุษกรร้องคราง แต่นั่นก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่เด็กหนุ่มต้องการพิสูจน์ เพชรกล้าถอนลิ้นออกแล้วลากขึ้นสะกิดเลียเม็ดละมุนอีกครั้งพร้อมด้วยปลายนิ้วที่ถูกยกขึ้นแตะคลึงบริเวณปากถ้ำซึ่งมีน้ำเหนียวไหลเยิ้ม
“ซี้ดดดส์... อู้ยยยย์...” ทันทีที่นิ้วกลางถูกสอดใส่เข้ามาในช่องคลอด เสียงครางกระเส่าก็ดังพร้อมกับแรงดูดที่มาจากภายใน
‘ใช่แล้ว... ไม่ผิดแน่...’ เพชรกล้าซึ่งสัมผัสได้จากปลายนิ้วก็ดีใจราวกับค้นพบขุมสมบัติ
ความตื่นเต้นที่จะได้ลิ้มลองรสชาติการถูกดูดควยโดยรูหีของแม่แท้ ๆ ยิ่งส่งให้เลือดในกายสูบฉีดไปยังองคชาตที่แข็งตัวอยู่แล้วให้ยิ่งแข็งขึ้นเป็นเท่าทวี
“เพชร... ซี้ดดส์... พอเถอะ... แม่ไม่ไหวแล้ว...”
บุษกรที่รู้ตัวว่ากำลังจะขึ้นสวรรค์ร้องบอกลูกชาย เธอไม่อยากให้เกมกามจบลงแต่เพียงเท่านี้ มือที่แทบไร้เรี่ยวแรงพยายามรั้งตัวเพชรกล้าให้ลุกขึ้น ซึ่งเด็กหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงภายในร่องหลืบที่กำลังบีบตัวอย่างปั่นป่วน เพชรกล้ารีบถอนนิ้วออกจากรูสวาท เขาลุกขึ้นประคองจับท่อนเอ็นให้ปลายลึงค์จ่อเข้ากับปากถ้ำ ทั้งสองจ้องมองไปยังจุดเดียวกันด้วยใจระทึกก่อนที่ลูกชายจะตอบแทนบุญคุณแม่บังเกิดเกล้าด้วยการดันให้หัวควยค่อย ๆ แหวกผ่านรูหีเข้าไปอย่างช้า ๆ
“ซี้ดดดส์... เพชร... แม่เสียว...”
“ผมก็เสียว...”
“ไม่ไหว... ไม่ไหวแล้ว... อู้ยยยย์... อ้าาาห์...” เพียงเพชรกล้าดันแก่นกายเข้าไปจนสุดโคน บุษกรก็ผวากอดพร้อมสองขาเกาะเกี่ยวเข้าที่เอวด้วยอาการถึงจุดสุดยอดอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่
“อ้าาห์... ทำไมถึงเสียวขนาดนี้...” ความอุ่นกระชับของร่องหลืบกับแรงตอดดูดเป็นระยะสร้างความซ่านเสียวให้กับเพชรกล้าเป็นอย่างมาก เขากอดตอบผู้เป็นแม่พร้อมกับยิ่งบดอัดให้ท่อนเอ็นเข้าลึกไปในรูสวาท
บุษกรซึ่งก้าวไปถึงสวรรค์ก่อน ร่างของเธอเกร็งกระตุก ร่องหีบีบรัดลำควยเขื่องที่คารูอยู่ภายในอย่างรุนแรง เพชรกล้าซึ่งก็เงี่ยนเกินกว่าจะรอให้บุษกรหายเหนื่อย เขาจับขาที่เกี่ยวเอวเขาไว้ให้แยกออกแล้วเริ่มขยับสะโพกเคลื่อนท่อนเอ็นอย่างช้า ๆ เพื่อดื่มด่ำกับรสสัมผัสของการเย็ดแม่ตัวเอง
“อู้ยยย์... ซี้ดดดส์... เพชร ลูก... ลูกทำแม่เสียว...” บุษกรก้มมองควยของลูกชายซึ่งกำลังแทรกตัวเข้าออกในรูที่คลอดเขาออกมา เธอตื่นเต้นเกินกว่าจะบรรยายได้เมื่อต้องมารู้สึกเสียวจากแก่นเนื้อของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกแท้ ๆ
เพชรกล้าวางเท้าของบุษกรลงบนขอบโต๊ะอีกครั้งแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับหัวเข่าอันนวลเนียนของเธอ เด็กหนุ่มค่อย ๆ ซอยเย็ดจากช้าเป็นเร็วจนผู้เป็นแม่ต้องเอื้อมมือขึ้นโอบคอลูกชายเพื่อไม่ให้หงายหลัง
“ซี้ดดดส์... ของแม่ทั้งดูดทั้งตอด... อื่มมม... ขอผมเอาบ่อย ๆ ได้มั้ย...” เด็กหนุ่มที่ใกล้จะถึงฝั่งฝันพยายามร้องขอเพื่อเสพสุขในครั้งต่อ ๆ ไป
“อู้ยยย์... มันจะดีเหรอ... ซี้ดดดส์...”
“ได้มั้ยครับแม่...” เพชรกล้าถามย้ำก่อนจะละมือจากหัวเข่าขึ้นบีบเคล้นเต้านมอวบใหญ่ของแม่
“ซี้ดดดส์... พ่อเค้าใกล้จะกลับมาแล้ว... แม่ไม่อยากให้เค้ารู้...” บุษกรมองหน้าลูกชาย แววตาอันหยาดเยิ้มของเธอแสดงให้เห็นถึงความลังเลอยู่ภายใน
“พ่อไม่รู้หรอกครับ เราจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ได้มั้ยครับแม่... ได้มั้ย...” เพชรกล้าพูดพลางกระหน่ำแทงควยเขื่องเข้าในรูหีของแม่จนเสียงกระแทกดังไปทั่วห้อง
“ได้... ได้สิเพชร... ได้... อู้ยยยยย์...”
เมื่อได้คำตอบเพชรกล้าก็ก้มลงจูบปากบุษกร มือทั้งสองข้างโอบร่างของเธอไว้พร้อมเร่งซอยท่อนเอ็นอย่างไม่คิดชีวิต และเพียงไม่นานน้ำแห่งความเงี่ยนก็เคลื่อนมารอที่ปากท่อ เด็กหนุ่มเลื่อนมือลงประกบจับบั้นท้ายของแม่ก่อนจะดึงรั้งมันเข้าหาตัวแล้วบดท่อนเนื้อให้ลึกเข้าไปในร่องเสียว
บุษกรผวากอดเพชรกล้าทันทีเมื่อลำควยกระตุกฉีดน้ำเชื้อเข้ามาในมดลูกของเธอ ความรู้สึกตื่นเต้นที่ถูกลูกชายเย็ดจนแตกในส่งให้ช่องคลอดของเธอบีบตัวจนเสร็จสมไปอีกครั้ง เพชรกล้าที่กอดรัดร่างของแม่ซึ่งเกร็งด้วยความเสียวสะท้านยังคงปล่อยน้ำควยให้พุ่งเข้าไปในรูหีที่ตอดดูดอย่างรุนแรงเป็นระยะ ๆ
เพชรกล้าถอนริมฝีปากออกจากการประกบจูบแล้วซบไปที่ซอกคอของผู้เป็นแม่ เหงื่อกาฬของทั้งคู่ซึ่งอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าคลุกเคล้ากันราวกับเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ ๆ บุษกรใช้มือที่โอบคอลูกชายลูบไล้ไปที่ศีรษะของเขาด้วยความเอ็นดู ในความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจ ตาของบุษกรเหม่อมองไปยังผนังที่ว่างเปล่าภายในสมองครุ่นคิด วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรเธอไม่อาจรู้ได้ แต่เท่าที่รู้คือเวลานี้เธอมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่
วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569
สัญญาปีศาจ - บทที่ 8 ... สับสน
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น