สวัสดีค่ะ เราชื่อพิมนะคะ อายุ37ปี ทำอาชีพเป็นหัวหน้าทีมแผนกการตลาดของบริษัทชุดชั้นในแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ขาวมีน้ำมีนวล ขาเรียว ต้องบอกก่อนเลยค่ะว่าตำแหน่งหัวหน้าทีมที่ได้มาจะขอบคุณใครไม่ได้เลย นอกจากหัวหน้าของเรา ชื่อว่าพี่เก่งค่ะ เราทำหน้าที่ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในผู้หญิง ทั้งรูปร่าง ลักษณะพิเศษ สีสันต่างๆ เพื่อในการวางจำหน่าย แต่ในพักหลังมานี้เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดีแนวโน้มยอดขายก็ลดลง อยู่มาวันหนึ่งเราได้รับคำสั่งจากพี่เก่งว่าให้มาทดสอบผลิตภัณฑ์ในห้องส่วนตัวของพี่เก่ง โดยได้เชิญสามีของเรามาด้วย พอมาถึงห้องพี่เก่งก็ต้อนรับเราอย่างดี บรรยากาศเย็นสบาย มีแสงไฟสว่างออกมาไม่มาก มีโต๊ะพร้อมบันได "สวัสดีค่ะ" เราได้เอ่ยคำทักทาย "สวัสดี ผมเข้าเรื่องเลยละกันนะ คุณรู้ใช่ไหมว่าวันนี้เราจะมาวิจัยการตลาดชุดชั้นในที่คุณออกแบบกัน" "ใช่ค่ะ ดิฉันทราบดี" เราเลยตอบพี่เก่งไป งั้นคุณก็ไปเปลี่ยนเป็นชุดของคุณสิเอ้า พี่เก่งพูดพร้อมใช้สายตามองไปที่ชุดชั้นในของเราที่เป็นสีชมพู "เอ่อ คือ" เราเริ่มลังเล "หรือจะไม่ทำก็ได้นะ ผมแค้อยากเห็นว่าผลิตภัณฑ์ของเรานั้นใช้งานจริงเป็นอย่างไร พอเราได้ยินพี่เก่งพูดแบบนี้เราเลยมองหน้าไปทางสามี ซึ่งสามีก็พยักหน้ารับ เราเลยไปเปลี่ยนเป็นชุดชั้นในสีชมพู ที่ออกแบบมาเหมือนชุดว่ายน้ำโดยออกแบบโดยเราเอง "อ่ะ ดีมาก ลองขึ้นมาบนนี้สิ" พี่เก่งบอกให้เราขึ้นไปบนโต๊ะ พอเราขึ้นไปเสร็จ "คุณลองทำท่าตามนี้ดูนะ" พี่เก่งก็ให้เราทำท่าเพื่อดูชุดชั้นในตอนผู้หญิงใส่หลายท่า ใช่ค่ะเราคิดว่าแค่นั้น จนมาท่าสุดท้าย "แยกขาออกสิ แล้วนั่งลงไปกับโต๊ะนะ" เราก็ทำหน้างงๆพร้อมมองหน้าสามี สามีเราก็บอกว่าให้ทำตามหัวหน้าไป พี่เก่งก็ค่อยๆจับมาที่ตัวเรา "อืมผลิตภัณฑ์ของเราก็ใช้ได้เลยนะเนี้ย" พร้อมกับเอามือลูบไปที่บริเวณท้องน้อยและขอบกางเกงในด้านล่าง "คุณรู้ใช่ไหม คุณโอม(สามีเรา) ว่าชุดชั้นในผู้หญิง เขาใส่ทำอะไรกัน" "เอ่อ คือว่า" สามีเราอึกอัก "จะเป็นไรไหมถ้าผมจะขอลองแหวกผลิตภัณฑ์ดูน่ะ จะได้รู้ว่าเข้ารูปแค่ไหน อย่าลืมนะว่าถ้าไม่รู้ข้อมูลแฟนคุณก็ตกงานได้นะ" แฟนเราจึงพยีักหน้าเป็นการตอบรับ หลังจากนั้นพี่เก่งเลยค่อยๆใช้มือแหวกกางเกงในออก แย้มเห็นหีเรา กลีบหีค่อยๆถูกแหวก วันนี้เราทำใจในใจแล้วว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่แต่ประหลาดกว่านั้นเมื่อพี่เก่งเอามือแหย่เข้าไปและปิดกางเกงในพร้อมพูดว่า "ก็ดีอยู่ล่ะนะ แต่ว่าผมว่าควรมีผู้สัมผัสผลิตภัณฑ์เราอีกคนเนอะ ควรจะเป็นวัยรุ่นชายมั้ย จะได้อัพเดตเทรนด์กันหน่อย" เรากับแฟนก็มองหน้ากันแบบงงๆ แล้วถามไปว่า ใครหรอคะ พี่เก่งก็ยิ้มออกมาแล้วพูดว่า "ผมได้ข่าวมาว่าน้องมีลูกชายอยู่คนนึงกำลังเรียนอยู่ม.5 นิน่า" พอพูดจบประโยคนี้เราสองคนก็เข้าใจทันทีว่าหมายถึงอะไร พอกลับบ้านเรากับพี่โอมเลยมาคุยกันว่าเอายังไงดี เพราะใจนึงก็กลัว incest แต่อีกใจก็กลัวตกงาน พี่โอมเลยพูดว่า "งั้นลองเสี่ยงดูกันไหมล่ะ อย่างน้อยก็มีน้ำเชื้อจากฝั่งเรา2คนแล้ว คนนอกแค่ 1 คน โอกาสแบบนี้ก็ไม่ได้มีบ่อยๆนะ" เราฟังแล้วแปลกใจจึงได้ถามแฟนไปว่า โอกาสอะไรหรอ พี่โอมจึงตอบมาว่า " ก็ลองคิดดูนะการสวิงน่ะมันคือการเลือกเชื้ออสุจิที่ดีที่สุดเพื่อออกมาเป็นลูก แล้วปกติเราก็มีอะไรกันแค่ 2 คน พันธุกรรมมันก็มีแค่นี้ ถ้ารอบนี้มีเพิ่มอีก 2 คน โอกาสที่เราจะได้พันธุกรรมเด็ดๆก็เพิ่มขึ้นด้วย แถมเป็นความลับไม่มีใครรู้ ได้ลูกที่สมบูรณ์ เธอก็ไม่ตกงานอีก" เราฟังแบบนี้จึงถามไปว่า "แล้วพุทธ(ลูกชายเรา)จะโอเคหรอ" พี่โอมก็พูดว่า พาไปพอบรรยากาศมา เด็กวัยนี้เดี๋ยวมันก็อยากเองแหละ ยิ่งน่าตื่นเต้นแบบนี้ด้วย
พอมาถึงวันนัด ในห้องเดิมที่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม "อ่าว สวัสดีทุกคนนะครับ เชิญทางนี้เลยครับ" พี่เก่งเชื้อเชิญให้พวกเรามานั่ง "ก็อย่างที่ทุกคนน่าจะรู้กันแล้วเนอะว่าวันนี้น้องพิมจะมาเป็นนางแบบให้เรา เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์" "แปลว่าแม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำหรอครับ" ลูกเราถาม "ใช่เลย เดี๋ยวรอดูนะ" เราเองก็ตื่นเต้นเสียวๆในใจค่ะ ชุดในวันนี้เป็นชุดที่เราออกแบบเป็นสีแดงเลือดหมู ลักษณะเหมือนจีสตริง ตรงกลีบหีจะปิดด้วยผ้าบางๆซ้อนกัน พอเราเปลี่ยนชุดมา ลูกเราตาลุกวาว พี่เก่งเลยถามว่า "ชุดนี้ดูดีมากเลยใช่ไหมล่ะ" "ใช่ครับ" ลูกเราตอบ หัวหน้าเลยสั่งให้เราทำท่าต่างๆ ซึ่งลูกเราก็ได้มีโอกาสมาดูใกล้ชิดเรา ลูบเนื้อตัวเรา เรก็เห็นว่าลูกเราก็ตื่นเต้นไม่น้อย กระทั่งมาถึงท่านั่งแยกขาเหมือนเดิม พี่เก่งเลยเปิดมาว่า "น้องพุทธรู้ไหมครับ ชุดแบบนี้นอกจากผู้หญิงเขาใส่เป็นชุดชั้นในหรือชุดว่ายน้ำแล้ว มันยังทำอะไรได้อีก" พี่เก่งพยายามลูบและอ้าขาเราเพื่อใบ้คำตอบ แต่เหมือนลูกจะรู้นะ "บอกมาได้เลยนะว่าอยากมั้ย พ่อเขาอนุญาต" พุทธลูกเราจึงมองไปที่หน้าพี่เก่งและพี่โอม "เอ่อ จะได้จริงๆหรอครับ" "พี่เก่งจึงบอกว่าได้สิ ลูกจะได้มีน้องในแบบที่พุทธมีส่วนร่วมไง" "เราจะได้ช่วยกันสำรวจผลิตภัณฑ์ แม่หนูจะได้ไม่ตกงาน หนูก็จะได้น้องไปด้วย สนใจมัยล่ะ " ลูกเราสนใจจึงพยักหน้า ซึ่งเราก็ปิดปากเขินๆอายๆ "เอ้างั้นเราก็มาเริ่มสำรวจลึกๆกันเลยสิ" พี่เก่งบอกพร้อมแหวกขอบกางเกงในออก"ดูนะ" ลูกเราตั้งใจมองมาก และพอแหวกเสร็จพี่เก่งก็เลยเอานิ้วแบะหีเราและเอานิ้วสอดเข้าไปในรู เราก็ครางเบาๆ พี่เก่งมองหน้าพุทธแล้วถามว่า "หนูอยากทำอะไรครับ" ลูเราตอบว่า "เอ่ออออ ถ้าผมขอลองชิมดูได้ไหมครับ ว่าน้ำตรงนั้นมันเป็นยังไง" "ได้สิ" พี่เก่งบอกพร้อมดันตัวเราเข้าไปหาพุทธและจัดท่าให้เราอ้าขากว้างขึ้นและหีเราชัดมากขึ้น "เอาเลยครับ จับแหวกได้ตามสบายเลยนะ ลองดู" น้องพุทธเลยค่อยๆจับขอบกางเกงใน และใช้ลิ้นเลียขอบหีและจุ่มลงไปในหีเราแบบนุ่มนวล ไม่น่าเชื่อเลยว่าลูกเราจะเลียเก่งขนาดนี้ "มาๆ หนูทำให้แม่แล้ว หนูอยากลองให้แม่ชิมของหนูบ้างมั้ยลูก" น้องพุทธพยักหน้า เราเลยค่อยๆปลดกระดุมกางเกงยีนส์ รูดซิปลงบ และค่อยๆดึงกางเกงในสีขาวของพุทธออก เราจับควยลูกและชักขึ้นลง "อูยย เสียวจังครับ" ลูกเราบอก จากนั้นเราเลย อ้าปากใช้ปากอมตั้งแต่หัวถึงโคนให้พุทธ "ทีนี้ถึงเวลาทำน้องกันแล้วล่ะ"พี่โอมบอก "ลองดูนะลูกนะ" พี่เก่งพูดเสริม ควยลูกเราแข็งตัวมาก ลูกเราค่อยๆแหวกกางเกงในที่พึ่งเลียไปออกและถูควยจากนั้นก็....... สอดใส่เข้ามาในหีเรา "อ่ะส์ ลื่นมากเลยครับแม่ ในรูของแม่" เราฟังก็ดีใจ " งั้นเอาในสุดไปเลยนะ" จากนั้นลูกเราก็ซอยๆๆๆๆๆไม่ยั้ง ลูกเราพูดว่า "รู้สึกเหมือนปวดฉี่เลย ทำไงดดีครับ" พี่เก่งเลยบอกว่า "ปล่อยออกมาเลย นั่นแหละวิธีที่จะทำให้มีเชื้อและมีน้อง" "งั้นหรอครับ งั้นผมปล่อยข้างในนะครับ จากนั้นเราก็รู้สึกอุ่นๆเหมือนมีน้ำไหลเข้ามา2-3 ปื้ด จากนั้นพุทธจึงถอนตัวออกไป "เก่งมากลูก" แฟนเราชมลูก ต่อไปตาพ่อแล้ว จากนั้นพี่เก่งก็จับเราหันหลังอ้าขาออกแล้วแหวกหีเราให้ดูน้ำเชื้อลูกที่ไหลออกมา "นี้ไงพุทธน้ำที่ลูกปล่อยน่ะ" ลูกเรามองน้ำว่าวตัวเองที่ไหลออกมาจากหีเรา ทันใดนั้นแฟนเราก็เอาควยจับกดหีเรากระแทกๆๆ "นี้แหละน้ำเชื้อมันจะ ผสม..." แฟนเราก็ปล่อยน้ำใส่หีเรา สุดท้ายพี่โอมก็มองหน้าเราและเข้ามาใช้ปากดูดดื่ม "รู้ตัวแล้วสินะว่าวันนี้ต้องโดน 3:1 น่ะ" "ค่ะ" "มาสำรวจผลิตภัณฑ์ใหม่เถอะ ไม่สิ มาสำรวจวิธีการใช้นางแบบกัน พี่โอมแยกขาเราออกจากนั้นเสียบควยพรวดเข้ามาแล้วก็ปล่อยในหีเรา จากนั้นก็ถอนควยออกมา "โห ล้นออกมาขนาดนี้ ถ้าแม่ท้องจะรู้ได้ไงครับว่ามาจากใคร" "ไม่รู้ไงลูก เพราะมันจะเข้าไปผสมในตัวแม่น่ะ" "ใช่ลูกน้ำเชื้อพุทธก็อยู่ในนั้นนะ" แฟนเราพูดเสริม " ดีใจมั้ยล่ะที่วันนี้ได้มาทำน้องด้วยตัวเอง ดูสิเยอะเลย" "ครับ" พุทธตอบแบบอายๆ "เนี้ยนะถ้าพุทธติดใจขึ้นมา น้องพิมจะทำยังไงล่ะเนี้ย" "ก็ไม่รู็สินะคะ แต่มีเวลาอีก 9 เดือน" เรามองหน้าแฟน หัวหน้าและลูกพร้อมขำๆหัวเราะกัน "เอ้าน้องพิม เคลียร์ให้ทุกคนหน่อยสิ" พูดจบเราก็เลยจัดการอมควยทุกควยที่ปล่อยน้ำเงี่ยนเข้าปากของเรา เสร็จแล้วเราก็แต่งตัวกลับ "วันนี้สำรวจผลิตภัณฑ์กันดีมาก สุดยอดไปเลย ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมสำรวจผลิตภัณฑ์ของเรานะ" หัวหน้าพูด "แล้วก็ยินดีกับตำแหน่งหัวหน้าคนใหม่ด้วยนะครับ คุณพิม" "จริงหรอคะ ดีใจมากเลย" เราเลยยิ้มๆ "ขอบคุณมากเลยนะครับบอส" แฟนเราพูด "ไม่หรอกต้องขอบคุณน้องพุทธเขาต่างหากล่ะใช่มั้ย" ""...คะ ครับบบ" ลูกเราตอบแบบอายๆ สุดท้ายทุกคนก็ขอบคุณทักทายกันและแยกย้ายกลับบ้าน
"วันนี้รู้สึกดีมากเลนครับ พ่อทำแบบนี้ตอนมีผมหรอครับ" "ใช่ลูก" "แล้วพ่อกับแม่อยากมีลูกกี่คนล่ะครับ" "ก็น่าจะ 3 คนจ่ะ " เราทุกคนมองหน้ายิ้มๆและหัวเราะอย่างรู้กัน
10 เดือนต่อมาเราก็คลอดลูกคนที่ 2 เพราะว่าท้องได้ตั้งแต่ประมาณ 2 สัปดาห์หลังทดสอบผลิตภัณฑ์ "นี้เธอเก่งนะเนี้ยเป็นหัวหน้าแผนกได้ละ" เพื่อนเราชม "คุณพิม มาหาผมที่ห้องหน่อย พร้อมจะเป็นผู้จัดการรึยัง" "ค่าา กำลังไปค่ะ" เราก็เดินไปหาหัวหน้าที่ห้องทำงานพร้อมผลิตภัณฑ์ตัวใหม่
วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568
เย็ดคาชุดกับลูก,แฟนและหัวหน้างาน
วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568
นิ่ม Ntr 7
แสงไฟนีออนหน้าหอพักกระพริบวูบวาบ เสียงจักรยานยนต์วิ่งผ่านซอยยังดังไม่ขาดสาย นิ่มนั่งนิ่งอยู่ในรถหลังจากเพิ่งเดินออกมาจากห้องเนาว์ ใจเต้นแรงเหมือนเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิด เธอหายใจแรง พยายามตั้งสติ แต่ในห้วงความคิดกลับวนเวียนอยู่กับสายตาและรอยยิ้มอบอุ่นของเนาว์
ในคืนนั้นเอง เนาว์ส่งข้อความมาหาเธอ
> เนาว์: "คุณนิ่ม ถึงบ้านแล้วใช่มั้ยครับ ขอบคุณอีกครั้งนะที่ไม่รังเกียจผม"
นิ่มอ่านข้อความนั้นอยู่นาน ก่อนจะตอบไปสั้น ๆ
> นิ่ม: "ถึงแล้วค่ะ...พักผ่อนนะคะ"
ข้อความนั้นดูเหมือนเรียบง่าย แต่ในใจเธอกลับสั่นไหวไม่ต่างจากแผ่นน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป
---
สองวันต่อมา
หลังเลิกงาน นิ่มแต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืดคอวีสีเทา กางเกงยีนส์เข้ารูปที่รัดสะโพกกลมแน่นจนเห็นส่วนโค้งชัดเจน เส้นผมปล่อยยาวสยายลงมาถึงกลางหลัง เธอตัดสินใจแวะไปหาคาเฟ่เดิมอีกครั้งโดยไม่ได้นัดหมาย แต่เมื่อเดินเข้าไปก็เห็นเนาว์นั่งอยู่ที่มุมประจำราวกับกำลังรอ
"อ้าว...บังเอิญจังครับ" เนาว์ยิ้มกว้าง ร่างท้วมขยับเก้าอี้ให้เธออีกครั้ง
นิ่มยิ้มตอบอย่างเกรงใจ "ค่ะ...บังเอิญจริง ๆ"
การพูดคุยครั้งนี้ต่างออกไป — ไม่ใช่แค่ถามสารทุกข์ แต่เป็นการเล่าเรื่องส่วนตัว เรื่องที่นิ่มไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ไม่ว่าจะเป็นความเหนื่อยจากงาน ความกดดันในครอบครัว ความรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตประจำวัน
เนาว์นั่งฟังด้วยสายตาที่จริงจัง ร่างท้วมที่ดูหยาบกร้านกลับมีความอบอุ่นที่นิ่มไม่คาดคิด
---
กลับไปที่หอพัก
หลังจากนั่งคุยกันเกือบสองชั่วโมง นิ่มก็เผลอพูดออกมาเองว่า
"คุณพักที่นี่ใกล้ ๆ เองนิคะ..."
ประโยคนั้นเป็นเหมือนการเปิดทางโดยไม่ตั้งใจ เนาว์เพียงแค่พยักหน้าและยิ้ม ก่อนจะชวนเธอกลับไปที่หอพักอีกครั้ง
บันไดคอนกรีตที่เก่าคร่ำคร่า พื้นทางเดินเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำฝน ไฟตามโถงกระพริบเป็นจังหวะ ทุกอย่างเหมือนซ้ำรอยครั้งก่อน แต่หัวใจของนิ่มกลับเต้นแรงกว่าเดิม
เมื่อเข้ามาในห้องเล็ก ๆ กลิ่นห้องโทรม ๆ ผสมกับกลิ่นกายของผู้ชายที่เพิ่งอาบน้ำใหม่ ๆ ทำให้บรรยากาศตึงเครียด
นิ่มนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง มือเกาะหูถ้วยกาแฟที่เนาว์ยื่นให้ พยายามไม่สบตา แต่ก็รู้สึกถึงสายตาของเขาที่มองมาไม่วาง
---
สัมผัสแรก
"คุณนิ่ม..." เสียงเนาว์ดังขึ้นช้า ๆ
นิ่มหันไปสบตา ใจเต้นแรง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมาจับเบา ๆ ที่หลังมือของเธอ
ร่างกายเธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ได้ดึงมือออกไป กลับปล่อยให้สัมผัสนั้นดำเนินต่อ หัวใจเต้นแรงเหมือนจะทะลุอก
"ผมขอโทษนะครับ...แค่รู้สึกดีมากที่คุณไม่เคยมองผมแปลก ๆ"
"ไม่เป็นไรค่ะ..." เสียงเธอสั่นเครือ
เนาว์เลื่อนมือขึ้นมาสัมผัสแขนเปลือยที่โผล่พ้นแขนเสื้อยืด ลูบไล้เบา ๆ จนนิ่มขนลุกซู่ ใบหน้าเธอร้อนผ่าว
---
💋 จูบต้องห้าม
ก่อนที่เธอจะทันตั้งสติ ริมฝีปากหนาของเนาว์ก็กดจูบลงมาบนแก้มของเธอเบา ๆ สัมผัสนั้นทำให้หัวใจนิ่มสั่นสะท้าน เธอหายใจแรงขึ้น มือกำเสื้อยืดของตัวเองแน่น
เนาว์ไม่เร่งเร้า เพียงแตะเบา ๆ ก่อนจะถอนริมฝีปากออกและสบตาเธอ "ผม...หยุดก็ได้นะครับ ถ้าคุณไม่อยาก"
นิ่มกัดริมฝีปากล่าง ไม่ตอบ แต่ไม่ได้ถอยหนี นั่นเพียงพอให้เนาว์กดจูบลงมาอีกครั้ง คราวนี้ตรงริมฝีปากของเธอ
ริมฝีปากที่นิ่มเคยเก็บไว้เพื่อสามีเท่านั้น กำลังถูกผู้ชายอีกคนที่หัวล้านลงพุงครอบครอง — ความรู้สึกผิดปะปนกับความวาบหวามทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม
---
📲 รายงานถึงเทพ
คืนนั้นเอง หลังจากนิ่มกลับบ้านไป เนาว์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเตียงที่ยับเล็กน้อยกับแก้วกาแฟสองใบ แล้วส่งให้เทพ
> เนาว์: "วันนี้ผมได้จับมือ...แล้วก็จูบเธอครับพี่ เธอไม่ปฏิเสธเลย"
วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568
นิ่ม Ntr 2
บ่ายวันเสาร์ แสงแดดปราจีนบุรีร้อนจัดจนพื้นถนนหน้าหมู่บ้านเหมือนสะท้อนประกายสีขาว บ้านเดี่ยวสองชั้นของนิ่มดูสะอาดเรียบร้อยอย่างที่เธอชอบจัดไว้เสมอ ทุกมุมมีต้นไม้กระถางเล็ก ๆ เพิ่มความสดชื่น
นิ่มอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีครีม กางเกงผ้ายืดรัดสะโพกพอดีตัว ผมยาวถูกรวบขึ้นเป็นหางม้า เธอกำลังเช็ดโต๊ะห้องรับแขกตอนที่เสียงเทพดังขึ้นจากหน้าประตู
"นิ่ม พี่มีเพื่อนจะมาเยี่ยมหน่อยนะ"
"ใครเหรอคะ?" นิ่มถามโดยยังไม่เงยหน้า
"ชื่อเนาว์ เพื่อนพี่เอง ไม่ได้เจอกันนาน เลยชวนมาเจอ กินข้าวเย็นด้วยกัน" เทพตอบสบาย ๆ ราวกับเรื่องปกติ แต่หัวใจเขาเต้นแรงกว่าทุกครั้ง
ไม่นานนัก เสียงมอเตอร์ไซค์เก่าก็ดังใกล้เข้ามา ก่อนจะจอดหน้าบ้าน ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมท้องนูนเล็กน้อย ผิวคล้ำกร้านแดด ก้าวลงมาด้วยรอยยิ้มกว้าง เสื้อเชิ้ตลายสก็อตเก่าดูเรียบง่าย ต่างจากสังคมที่นิ่มคุ้นเคย
"อ้าวไอ้เทพ! มึงนี่หน้าไม่เปลี่ยนเลยนะ" เนาว์หัวเราะพร้อมตบไหล่เทพแรง ๆ
เทพหัวเราะรับ "เออ ๆ มึงก็ยังเหมือนเดิมว่ะ ฮ่า ๆ" แล้วหันไปเรียก "นี่นิ่ม ภรรยากู นี่เนาว์ เพื่อนพี่"
นิ่มหันมายิ้มตามมารยาท "สวัสดีค่ะ เชิญเข้ามานั่งข้างในก่อนนะคะ"
เนาว์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นชัด ๆ — หญิงสาววัย 43 ตรงหน้า แม้เลยวัยสาว แต่ความสวยสง่าของเธอกลับเด่นขึ้นด้วยผิวขาวเนียน หน้าเรียวคม ตากลมโต และร่างอวบอิ่ม หน้าอกกลมแน่นขึงตึงดันเนื้อผ้าบาง ๆ ออกมาอย่างไม่อาจซ่อน เนาว์ต้องกลืนน้ำลาย แต่รีบเก็บท่าทีไว้
"ครับ ๆ ขอบคุณครับคุณนิ่ม"
---
บนโต๊ะอาหาร
เทพเตรียมเบียร์ไว้สองขวดกับกับแกล้มง่าย ๆ — แหนมทอด ไก่ย่าง และส้มตำ นิ่มจัดจานเรียบร้อยแล้วนั่งลงข้างสามี เธอจิบแต่น้ำเปล่า เพราะไม่ถนัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
"เนาว์มันทำงานเป็น รปภ.ที่โรงงานน่ะนิ่ม โรงงานอีกฝั่งของนิคม 304" เทพแนะนำ
"อ๋อเหรอคะ" นิ่มยิ้มบาง ๆ "งานคงหนักเนอะคะ ต้องเข้าเวรกลางวันกลางคืน"
เนาว์หัวเราะ "ก็เหนื่อยครับ แต่ชินแล้ว บางทีสนุกดีด้วย ได้เห็นคนหลากหลาย"
บทสนทนาเริ่มต่อเนื่อง เนาว์เล่าเรื่องชีวิตงาน การเฝ้าเวรตอนกลางคืน การได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากในป้อมยาม เรื่องตลกเล็ก ๆ น้อย ๆ กับพนักงานโรงงาน ทำให้นิ่มหลุดหัวเราะออกมาเป็นครั้งคราว
"คุณนิ่มนี่เวลายิ้มแล้วดูเด็กจังเลยนะครับ" เนาว์เอ่ยตรง ๆ หลังเล่าเรื่องหนึ่งจบ "ถ้าเทพไม่บอก ผมเดาอายุไม่ถูกเลย"
นิ่มชะงักไปเล็กน้อย หน้าแดงขึ้นจาง ๆ "พูดเกินไปแล้วค่ะ" เธอยกแก้วน้ำขึ้นจิบกลบเกลื่อน
เทพนั่งเงียบ มองภาพตรงหน้าเหมือนกำลังดูหนังที่ตัวเองเป็นผู้กำกับ — เพื่อนใหม่กำลังเริ่มต้นบทบาทที่เขามอบหมาย ส่วนภรรยากำลังรับรู้โดยไม่ทันสงสัยอะไร
---
ค่ำคืนหลังแขกกลับ
หลังอาหารเสร็จ เนาว์ขอตัวกลับไป เทพเดินไปส่งที่หน้าบ้าน กระซิบแผ่ว ๆ
"มึงเล่นได้ดีว่ะ ค่อย ๆ ไปนะ อย่ารีบ เดี๋ยวงานพัง"
เนาว์พยักหน้า ยกยิ้ม "ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวค่อย ๆ ทำให้เธอวางใจเอง"
---
นิ่มเก็บจานชามในครัว แล้วหันมาพูดกับเทพขณะล้างมือ
"เพื่อนคุณดูเป็นคนกันเองดีนะคะ พูดตรง ๆ ฟังแล้วไม่เบื่อเลย"
เทพหัวเราะเบา ๆ "มันเป็นแบบนั้นแหละ เลยคบกันได้นาน"
แต่ภายในใจเขากลับร้อนรุ่ม — นี่คือก้าวแรกที่แผนกำลังเริ่ม และเขารู้สึกถึงความตื่นเต้นที่ยากจะบรรยาย