ผมชื่อ..เปี๊ยก..ครับ ผมเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนครอบครัวผมรับจ้างทำไร่ทำนา ให้กับเจ้าของนาเจ้าของไร่ทั่วไป อาหารการกินก็เป็นไปตามฐานะ ด้วยฐานะที่ไม่ค่อยดีทำให้ร่างกายผมไม่ค่อยเจริญเติบโตตามวัย เตี้ยกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน
อีกทั้งยังเป็นโรคที่คนเรียกกันว่าพุงโลอีกมันเลยทำให้ผมได้ฉายาว่า...ไอ้เปี๊ยก พุงโล.. ผมยังโชคดีมีโอกาศได้เรียนหนังสืออยู่ ไปโรงเรียนก็โดนล้อไอ้พุงโลไอ้พุงโลเป็นประจำน้ำตาแตกไปก็หลายหนผมก็ทนจนเรียนจบป.6 หลังจากนั้นก็เลิกเรียนหนังสือถาวร ออกมาช่วยพ่อแม่รับจ้างทำไร่ทำนาหาเงินเลี้ยงชีพไป สมัยเด็กผมก็มีกลุ่มเพื่อนที่จะพอเข้ากลุ่มเล่นได้ ก็พอจะได้ไปเล่นตามประสาเด็กๆบ้าง ในกลุ่มจะมีรุ่นพี่อายุแก่เป็นหัวโจก รุ่นพี่มักจะพาไปเล่นน้ำตามร่องเหมืองตามฝายตามประตูระบายน้ำ ฝายที่รุ่นพี่พาไปเล่นจะมีต้นตะขบอยู่ต้นหนึ่ง เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งเวลาสุกจะออกสีแดงๆถึงจะกินอร่อยสมัยก่อนไอ้ต้นตะขบเป็นผลไม้โปรดของพวกเรา แต่ไอ้ตะขบมันสุกไม่พร้อมกัน มันก็ไม่พอกับทุกคน รุ่นพี่มันจึงออกกฎหนึ่งขึ้นมา คือให้พวกเราเอากระเจี๊ยวออกมาแล้วเอานิ้วคีบจับตรงหัวแล้วดึงยืดออกไป ใครดึงกระเจี๊ยวได้ยืดยาวที่สุดจะได้ขึ้นต้นตะขบไปกินลูกตะขบก่อน ไอ้ตัวผมอายุน้อยกว่าเพื่อนมันจะสู้รุ่นพี่ได้ยังไง กระเจี๊ยวผมตอนนั้นกลมเหมือนมะขามป้อมมันจะดึงยืดยาวสู้รุ่นพี่ได้อย่างไร ผมจึงมักไม่ค่อยได้กินนอกจากรุ่นพี่จะเห็นใจเหลือให้ผมลูกสองลูก ด้วยเหตุนี้เวลาอยู่ว่างๆผมมักจะแอบเอากระเจี๊ยวออกมาดึงเล่นเพื่อหวังจะให้มันยืดยาวกว่ารุ่นพี่ แต่กระเจี๊ยวรุ่นพี่ก็ยาวหนีกระเจี๊ยวผมออกไปอีก แถมยังมีขนดำงอกออกมาด้วย ผมก็เพียรพยายามจนรู้สึกว่ากระเจี๊ยวผมเริ่มยืดยาว แต่ก็อดอีกเพราะมีการสร้างเสริมคันฝายต้นตะขบเลยถูกตัดทิ้งไป รุ่นพี่ในกลุ่มก็เป็นหนุ่มมีแฟนบ้างไปเรียนหนังสือต่อที่อื่นบ้างก็ห่างๆกันไป แต่ผมก็ไม่เลิกดึงควยเล่นตอนนี้ผมสามารถใช้คำว่าควยได้เพราะกระเจี๊ยวผมมีขนดำๆขึ้นแล้วอีกทั้งเวลาดึงควยเล่นควยผมจะแข็งจนดึงไม่ได้และหนังหุ้มก็ร่นลงจนหัวควยแดงโผล่ทั้งหัว พอควยแข็งตัวได้ผมรู้สึกว่าเวลาเอามือลูบตรงหัว มันเสียวอย่างบอกไม่ถูกยิ่งลูบยิ่งมัน ตอนนั้นผมไม่รู้วิธีช่วยตัวเองหรอก มีอยู่วันหนึ่งได้ลูบหัวคลึงลำมันก็ฟลุค นั่งดึงควยเล่นพอควยแข็งตัว ก็นั่งลูบนั่งคลึงมือมันก็บังเอิญกระตุกไปกระตุกมา จนเสียววาบหัวใจเต้นแรง ผมก็ยังตกใจกูเป็นอะไรว่ะทำไมหัวใจมันเต้นแรงเนื้อตัวร้อนเสียววูบวาบ หรือว่ากูนั่งกระตุกควย คิดจะเลิกเพราะตกใจในอาการที่เกิดขึ้น แต่มือมันไม่ยอมหยุดกระตุกควยเร็วขึ้นเร็วขึ้นไปอีก จนทนไม่ใหวร้อง..อ๊า.า.า...ออกมา เสียวเกร็งกระตุกตั้งแต่หัวยันตีนพร้อมกับน้ำสีขาวๆพุ่งออกมาจากรูควยอย่างสุดเสียว นั่นแหละคือครั้งแรกที่ผมรู้จักวิธีช่วยตัวเองครั้งแรกมันเกิดขึ้นหลังจากที่ผมเรียนจบป.6 ได้หนึ่งปี ผมเสียวจนติดใจหลังจากนั้นก็กระตุกควยเอาน้ำสีขาวๆให้พุ่งออกมาเกือบทุกวัน พอผมอายุได้14 ลูกพี่ลูกน้องผมคนหนึ่งมีอายุครบเกณฑ์ทหาร ก็ไปเกณฑ์ทหารก็ชวนผมไปด้วยจะได้รู้สถานที่จะไปทำจะได้ศึกษาไว้ตามประสาคนบ้านนอกที่เห่อจะได้ไปเกณฑ์ทหาร โดยมีน้าเขยของลูกพี่ลูกน้องผมคนนี้พาไปพร้อมกับกองเชียร์ ผลปรากฎว่าลูกพี่ลูกน้องของผมคนนี้จับได้ใบดำ น้าเขยลูกพี่ลูกน้องก็พาไปเลี้ยงฉลองเลี้ยงฉลองแล้ว ก็แยกย้ายกันกลับ โดยผมกลับกับลูกพี่ลูกน้องและน้าเขยของลูกพี่ลูกน้อง แต่ไม่ได้กลับบ้านครับน้าเขยพาไปฉลองต่อครับ พาไปฉลองที่ใหนหรือครับ ...พาไปเที่ยวซ่องครับ... เจตนาของน้าเขยจะพาลูกพี่ลูกน้องผมคนนี้ไปเปิดบริสุทธิ์ครับเพราะลูกพี่ลูกน้องผมก็ไม่เคยเอาผู้หญิงครับ แต่ดันมีผมห้อยตามไปด้วย ทีแรกน้าเขยของลูกพี่ลูกน้องจะให้ผมคอยอยู่ข้างนอกเพราะผมอายุแค่14ตัวก็เล็กเตี้ยตอนอายุ14ถ้าปัดเศษขึ้นผมก็ยังสูงไม่ถึง140'เลย พุงก็โล แต่คิดไปคิดมาน้าเขยของลูกพี่ก็ให้ผมเข้าไปเปิดบริสุทธิ์ด้วย พี่ๆที่ขายบริการก็ไม่กล้าเอาผมกลัวมีปัญหาตามมาเพราะผมแค่14 ตัวเล็กนิดเดียว พอผมรู้น้าเขยลูกพี่ลูกน้องผมจะให้ผมเข้าไปเปิดบริสุทธิ์มันสั่นอายสั่นกลัวไปหมด อายจนไม่กล้ามองพี่ๆที่ขายบริการเลย ในระหว่างที่ลังเลกันอยู่นั้น ก็มีพี่สาวขายบริการคนหนึ่งกลับมาจากข้างนอกดูเหมือนจะเมาเหล้ามาด้วย พอรู้เรื่องราวก็เข้ามาจับมือผมดึงผมขึ้นห้องเลย บอกผม..น้องขึ้นห้องกับพี่เลย พี่ไม่กลัวน้องก็อย่ากลัวพี่ล่ะ... พี่คนนี้สูงราว165'ได้ ผมสูงแบบปัดเศษก็ไม่ถึง140' พี่คนนี้อายุ30 ผมรู้เพราะพี่ขายบริการคนหนึ่งพูดแซวขึ้นมามึง30กินเด็ก14น่ะมึง.... ผมนี่ขาสั่นขาแข็งไปหมดทั้งสั่นทั้งกลัวทั้งอาย ขึ้นครูครั้งแรกน้าเขยลูกพี่ลูกน้องจ่ายเงินแทนผมไปสองร้อย สองร้อยสำหรับการเปิดบริสุทธิ์ครั้งแรกตอนอายุ14 พอเข้าห้องปิดประตู ผมเก้ๆกังๆอายทำอะไรไม่ถูก ยืนนิ่งสั่นไปหมด พี่ขายบริการคนนั้นบอกผมพี่เขาชื่อส้ม พี่ส้มถามผมชื่ออะไร..ผมก็บอกแบบสั่นๆ..ชื่อชื่อชื่อ..เป.เป.เปี๊ยก..ครับ ผมตอบพี่เขาเหมือนเด็กตอบผู้ใหญ่มีครับครับครับทุกคำ พี่ส้มบอกผม..ไม่ต้องกลัวไม่ต้องสั่นเดี๋ยวพี่ทำให้เอง
ผมยืนนิ่งขาแข็งไปหมดเมื่อพี่ส้มคุกเข่าถอดกางเกงผมออกไป ควยผมอ่อนยวบยาบไม่มีแข็งเพราะอายสั่นกลัว แต่พี่ส้มทำให้แข็งได้ พี่ส้มเอามือจับควยผมถอกเข้ารูดออกช้าๆ มือผู้หญิงมันต่างจากมือผมมาก มันนุ่มกว่ามือผมในความนุ่มมือพี่ส้มจับควยผมได้เสียวมาก พอควยผมเริ่มตั้งลำขาผมอ่อนแรงยวบแทบยืนไม่ได้เพราะพี่ส้มอ้าปากเข้าอมควยของผมรูดริมฝีปากใส่ลำควยผมเข้าออก บ๊วบ.บ.บ.บ.บ...ผมขาอ่อนขาสั่นไปหมด พอควยผมแข็งทั้งลำพี่ส้มก็เอาปากออกชมบอกผม..น้องเปี๊ยกอายุ14แต่ควยยาวใช้ได้เลยน่ะเนี๊ยะเคยวัดดูใหม.. ผมก็สั่นหัวเพราะผมไม่เคยวัด พี่ส้มเอ่ยบอกผม...ของน้องเปี๊ยกยาวห้านิ้วได้เลยน่ะ... แล้วพี่ส้มก็เข้าถอดเสื้อผ้าผมออกไปจนหมด เอามือเข้าลูบท้องพุงโลของผมหัวเราะคิกๆๆๆเหมือนเอ็นดูให้กับท้องพุงโลของผม แล้วพี่ส้มก็บอกให้ผมขึ้นไปนอนหงายรออยู่บนเตียง แล้วพี่ส้มก็ถอดเสื้อผ้าของพี่เขา ผมทั้งตื่นเต้นสั่นเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อได้เห็นร่างเปลือยของพี่ส้ม ได้เห็นร่างที่เปลือยเปล่าของผู้หญิงเป็นครั้งแรกในชีวิต นมพี่ส้มคล้อยนิดๆหัวนมออกดำ ขนหมอยพี่ส้มก็เป็นกระจุกเล็กๆตรงหัวเนิน สำหรับผมที่ได้เห็นครั้งแรกของพี่ส้มคือของสวยงาม พอพี่ส้มแก้ผ้าแล้วพี่ส้มก็เข้าคร่อมควยผมทันทีกดรูหีใส่ควยผมพรืด อะอะอูยยยยยยยย.....ผมครางเสียวยาวๆทันทีเมื่อลำควยได้สัมผัสรูหีของผู้หญิงเป็นครั้งแรก มันโครตเสียวเสียวกว่าทุกสิ่งในโลกนี้ พี่ส้มเสียบสดผมโดยไม่ใส่ถุงยางให้ผมมันเป็นเพราะพี่ส้มเมาเหล้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ และผมตอนนั้นก็แค่14ก็ไม่ได้รู้เรื่องราวของการป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ พี่ส้มเอาสดผมผมก็คิดว่าเขาคงทำกันแบบนี้เวลาเอากัน เวลามีเพศสัมพันธ์กับหญิงขายบริการเขาก็ทำกันแบบนี้ พี่ส้มขย่มควยผมช้าๆก่อนพอลื่นมากขึ้นพี่ส้มก็ขย่มรัวๆเลย ผมก็โครตเสียวสุด ๆ เนื้อหีผู้หญิงครูดใส่ลำควยมันโครตเสียวสุดๆจริงๆ ผมทนแรงขย่มหีของพี่ส้มได้ไม่กี่นาที น้ำควยผมก็พุ่งออกเต็มหีพี่ส้ม พี่ส้มก็ไม่ว่าอะไรผมที่ผมแตกในโดยไม่บอก ถึงคิดจะบอกผมก็พูดไม่ออกเพราะมันเสียวจนพูดไม่ออก เสียงผมที่ออกมาได้คือเสียงครางกับเสียงหายใจของผม น้ำควยผมแตกไปแล้วพี่ส้มก็ไม่ได้เอาหีออกไปจากควยผม สักพักพี่ส้มก็ถามผม..น้องเปี๊ยกใหวใหม พี่อยากแตกกับน้อง น้ำพี่ไม่แตกมาหลายวันแล้ว... โอ้ววว..พี่ส้มหญิงขายบริการอยากแตกน้ำหีกับผม ครั้งแรกที่น้ำควยแตกใส่รูหีผู้หญิงผมโครตติดใจเลย ความอายของผมมันเริ่มหายไปเพราะติดใจรูหีพี่ส้ม ผมตอบพี่ส้มว่าผมใหว ผมอยากเอาหีพี่ส้มอีก พอผมบอกว่าใหวพี่ส้มก็ขย่มควยผมต่อทันที น้ำควยผมน้ำเมือกพี่ส้มใหลเหนอะหนะเต็มไปหมด เสียงเจาะๆแจะๆบั่บๆตับๆดังผสมผสานกันไป ครั้งนี้ผมอึดใช้ได้นานร่วมสิบนาที พี่ส้มก็ขย่มหีเร็วมากแล้วก็หยุดนิ่งตัวเกร็งกระตุกร้องครางเสียวออกมายาวๆควยผมอุ่นวาบๆรูหีพี่ส้มขมิมใส่ลำควยผมทั้งลำพี่ส้มสมหวังน้ำหีแตกกับผม ส่วนผมก็น้ำแตกในครั้งที่สองก่อนหน้าพี่ส้มไปนิดเดียว ผมทั้งโครตเสียวติดใจรูหีพี่ส้มมากๆคิดในใจต้องเก็บเงินมาเที่ยวผู้หญิงบ่อยๆเสียแล้ว
การได้ไปเปิดบริสุทธิ์ขึ้นครูกับหญิงขายบริการครั้งแรกนอกจากผมจะได้ความเสียวแล้ว ผมยังได้ของฝากจากพี่ส้มกลับมาด้วย พี่เขาชื่อส้มของฝากที่พี่ส้มฝากให้ผมคือมะม่วงครับ ผมเป็น..โรคฝีมะม่วง......ครับติดจากพี่ส้มครับ ผมถูกพี่ส้มเสียบสดจนได้โรคจากพี่ส้มติดกลับมาด้วย ทำไมพี่ส้มทำกับผมอย่างนี้ผมว่าพี่ส้มคงรู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรค แต่ก็ยังเอาโรคมาติดให้ผม ผมอาจจะซวยด้วยวันนั้นพี่ส้มเมาเหล้าด้วย ผมทั้งเจ็บทั้งอายซวยจริงๆเที่ยวผู้หญิงเปิดซิงครั้งแรกเจอแจ็คพอตได้โรคติดมาเต็มๆ ผมโครตซวยจริงๆ พ่อแม่ด่าผมเละ ผมอายผู้คนตั้งแต่หัวบ้านยันท้ายหมู่บ้าน เพราะแม่ผมไปยืนด่าน้าเขยของลูกพี่ลูกน้องที่พาผมไปเที่ยวซ่อง คนเลยรู้กันทั้งหมู่บ้าน ผมอายเพื่อนอายหมออายพยาบาล พยาบาลที่ร.พ.เห็นผมเป็นแบบนี้น่าจะเห็นใจผมแนะนำบอกกล่าวผมผมอายุแค่14เอง น่าจะบอกให้ความรู้ผมว่าการไม่ให้ติดโรคป้องกันโรคทำยังไงเวลาไปเที่ยวผู้หญิง ให้ความรู้กับผมเกี่ยวกับถุงยาง ผมไม่รู้วิธีใส่ถุงยางพี่พยาบาลคนนั้นน่าจะสอนผมใส่ถุงยาง ใส่ถุงยางยังไงให้ปลอดภัยไม่ติดโรคถุงไม่แตก..... แต่กลับมาซ้ำเติมผมพูดกับผมจนผมใจเสีย พี่พยาบาลคนนั้นบอกผมว่า..นี้น้องรู้ใหมถ้าโรคลุกลามดีไม่ดีหมอจะตัดของน้องทิ้งน่ะ อายุแค่เนี๊ยะควรจะไปเรียนหนังสือไม่ใช่หัดไปเที่ยวผู้หญิงจนติดโรค... แต่เมื่อมาคิดดีๆผมว่าพี่พยาบาลคนนั้นตั้งใจสั่งสอนผมไปด้วย และคงให้ผมกลัวไปด้วย ถึงพี่พยาบาลคนนั้นจะไม่พูด ผมก็กลัวเข็ดจนวันตาย ผมตั้งสัจจะไว้เลยถ้าผมหายจากโรคฝีมะม่วงชั่วชีวิตนี้ผมจะไม่เที่ยวผู้หญิงอีก พอผมหายจากโรคฝีมะม่วงผมดันเป็นโรคใหม่ขึ้นมาอีก ผมว่าโรคใหม่ที่ผมเป็นผู้ชายทั้งโลกไม่มีใครเป็นโรคนี้อย่างแน่นอนโรคที่ว่านี้คือโรคกลัวหีผู้หญิง ผมหวาดระแวงผู้หญิงไปหมด ผู้หญิงคนใหนเข้าใกล้ผมผมผวาเลยครับ พอหายจากฝีมะม่วง ผมไม่สนใจควยผมเลยไม่เคยช่วยตัวเองเลย นอกจากมันจะฝันเปียกออกมาเอง จนกระทั่งผมอายุได้21 หลังจากผ่านการเกณฑ์แล้ว ซึ่งยังไงผมก็ไม่ได้เป็นทหารอยู่แล้ว ด้วยสภาพร่างกายของผม ตอนอายุได้21 ถ้าป้ดเศษขึ้นผมสูงแค่150'เท่านั้น และมันก็เป็นความสูงถาวรของผมจนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนพุงโลของผมก็ดูยุบลงนิดหนึ่งแต่ก็ไม่ได้หายยังเห็นได้ พอผ่านการเกณฑ์ทหารผมก็ตั้งใจบวชเพื่อทดแทนคุณพ่อแม่ ถึงครอบครัวผมจะยากจนแต่งานบวชสำหรับทางแถบถิ่นของผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ยังไงต้องมีงานเลี้ยงไม่มีเงินก็ต้องยืมต้องกู้ ต้องมีการเรียกขวัญนาค ในคืนวันเรียกขวัญ ก็มีผู้เฒ่าผู้แก่ที่นับถือคนหนึ่งค่อนข้างเมาในงานของผมเข้ามากระซิบบอกผม....เฮ้ยย...ไอ้เปี๊ยกเอ็งฟังลุงน่ะพรุ่งนี้เอ็งจะบวชแล้ว คืนนี้เอ็งต้องเอาน้ำควยออกน่ะโว้ยยย ระหว่างที่เอ็งบวชอยู่ ถ้าน้ำควยเอ็งเคลื่อนออกมาอาบัตินะโว้ยยย เอ็งจะไม่ได้บุญเอ็งจะได้แต่บาป เอ็งอย่าลืมเอาน้ำควยออกน่ะไอ้เปี๊ยก... มันเป็นความรู้ใหม่ที่ผมพึ่งรู้จากผู้เฒ่าผู้แก่...ก่อนบวชต้องเอาน้ำควยออกไม่เช่นนั้นจะอาบัติ... ผู้เฒ่าผู้แก่บอกมันก็ต้องเชื่อ ดึกๆหน่อยๆผมก็ทำเป็นเข้าห้องน้ำ ลงกลอนอย่างดีล้วงเอาควยออกมา ต้องสร้างอารมณ์หนังสือโป๊ก็ไม่มีเงินซื้อคลิปโป๊มือถือสมัยก่อนก็ไม่มี ต้องนึกเอา นึกถึงคนที่มางานคืนนี้ก็มีแต่คนแก่ นึกถึงพี่ส้มที่ทำให้ผมติดโรคยิ่งไปใหญ่ควยไม่ยอมขึ้น ทำยังไงควยก็ไม่แข็งจนนึกถึงพี่พยาบาลในชุดขาวคนนั้นที่พูดซะจนผมใจเสีย ความจำผมยังจำพี่พยาบาลคนนั้นได้เหมือนพึ่งเคยเจอกันเมื่อวาน ที่จริงพี่พยาบาลคนนั้นก็หน้าตาดี นึกถึงใบหน้าพี่พยาบาลคนนั้นควยผมเริ่มตั้ง นึกต่ำลงมาตรงหน้าอกพี่พยาบาลคนนั้นที่ดันเสื้อพยาบาลออกมา ควยผมก็ขยายยาวออกไป นึกต่ำลงไปตอนที่พี่พยาบาลหันหลังให้ได้เห็นก้นพี่เขาดันกระโปรงพยาบาลออกมาควยผมก็แข็งยาวทั้งลำ ไม่น่าเชื่อพี่พยาบาลคนนั้นจะทำให้ควยผมแข็งได้ ยังมีสิ่งที่ที่น่าตกใจสำหรับผม ผมตกใจให้กับควยของตัวเอง ควยผมมันยาวถึงเพียงนี้เชียวหรือตั้งแต่ผมหายจากโรคฝีมะม่วงผมไม่ได้สนใจควยผมมากนัก จนมาถึงวันก่อนบวชผมจึงได้มาพิจารณาลำควยตัวเองอย่างตั้งใจ ก็พบว่าลำควยตัวเองมันยาวกว่าตอนที่ขึ้นครูกับพี่ส้มพอสมควร แต่ไม่ค่อยใหญ่ ผมพิจารณาพอแค่นี้ก็ตั้งใจนึกถึงแต่พี่พยาบาลคนนั้นพร้อมกับสาวลำควยยิก.ก.ก.ก.ก.ก....จนน้ำควยแตกพุ่งไปอย่างสุขสมในห้องน้ำนั้น ระหว่างบวชน้ำควยผมไม่เคลื่อนออกมาผมจึงได้บุญเต็มๆ พอสึกออกมาปุ๊บสิ่งแรกที่ผมทำคือนึกถึงพี่พยาบาลคนนั้นทำให้ควยมันแข็ง แล้ววัดขนาดลำควยตัวเองเพราะอยากรู้ ผมจึงรู้ว่าความยาวลำควยของผมอีกเซนเดียวจะถึง7" ความใหญ่ถ้าปัดเศษขึ้นแค่4"เองครับ
( ควยผมไม่ใหญ่มันจะออกไปทางยาว )
ก็ถือว่าไม่ใหญ่ควยผมออกไปทางยาวมากกว่า ที่มันยาวผมว่ามันคงเกิดจากที่ผมดึงควยเล่นสมัยเด็กๆบ่อยครั้งมันเลยออกไปทางยาวพอรู้ขนาดควยของตัวเองแล้วผมก็นึกถึงพี่พยาบาลคนนั้นแล้วสาวควยยิก.ก.ก.ก....จนน้ำควยแตกพุ่งสุขสมไปกับพี่พยาบาลคนนั้นในความคิด มันน่าแปลกน่ะพี่พยาบาลคนนั้นใส่ชุดพยาบาลไม่ได้โป๊อะไรแต่นึกถึงพี่เขาทีไรควยแข็งทุกที มาถึงตอนนี้ถึงผมจะกลับมาช่วยตัวเองได้อีกครั้ง แต่ผมยังไม่หายจากโรคกลัวหีผู้หญิงยังผวาหวาดระแวงผู้หญิงที่เข้ามาใกล้ตัวอยู่ ผมคงกลัวโรคฝีมะม่วงจนฝังใจ พอผมอายุได้ยี่สิบห้า มีอยู่ช่วงหนึ่งบ้านกำนันตำบลเดียวกับผมมีงานบุญงานแต่งของลูกสาว ก็มีผู้คนในตำบลต่างตำบลต่างจังหวัดมากันมากมายผมก็ไป กินเหล้าเหมือนกินน้ำ ทีแรกๆนั่งโต๊ะเดียวกันกับคนรู้จัก พอเริ่มเมาก็นั่งมั่วไปหมด จนได้มานั่งร่วมโต็ะกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มาจากต่างจังหวัด ด้วยเหล้าโรคกลัวหีผู้หญิงของผมหายไปชั่วขณะนั้น ผมกับผู้หญิงคนนั้นคุยกันถูกคอ เธอเป็นแม่ม่าย คุยกันไปคุยกันมามารู้ตัวอีกทีตอนรุ่งเช้าผมกับแม่ม่ายคนนั้นมาแก้ผ้านอนด้วยกันที่บ้านของผมเสียแล้ว ญาติของเธอตามหากันวุ่นพอรู้ว่ามานอนกับผมที่บ้าน ก็ต้องมาคุยกันสุดท้ายก็ตกลงกันได้ว่าผมกับแม่ม่ายคนนั้นตกลงปลงใจจะเป็นผัวเมียกัน มันโครตเหลือเชื่อสุดๆเธอกับผมยังไม่ได้รู้จักชื่อกันเลยคืนนั้นคุยกันเรียกพี่เรียกน้อง พบเจอกันก็คืนนั้น พอรุ่งเช้าอีกวันตกลงปลงใจเป็นผัวเมียกันแล้ว ผมก็ไม่ได้หล่อเธอก็ไม่ได้สวยแถมยังมีลูกติดอีกหนึ่งคนเป็นผู้หญิงอายุ10ขวบ ดูไปดูมาก็เหมาะสมกันดีมันเหมือนผีจับยัดจริงๆ เธอคนนี้แหละที่ทำให้ผมหายจากโรคกลัวหีผู้หญิง เธอมาอยู่กับผมได้ห้าปีก็เอาลูกสาวมาอยู่ด้วย ลูกสาวเธอก็ไม่ได้สะสวยอะไร ใบหน้าก็มีสิวสาวขึ้นพองาม ถึงจะไม่สวยแต่ลูกเลี้ยงผมด้วยวัยนั้นมันก็น่าเข้าไปช่วยดูดสิวให้ ลูกเลี้ยงสาวมาอยู่กับผมได้ปีกว่ามีอยู่วันหนึ่งลูกเลี้ยงผมเป็นไข้นอนซมอยู่เมียผมก็ออกไปทำงาน ผมเป็นพ่อเลี้ยงที่ดีจึงเข้าไปช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ลูกเลี้ยงสาวเพื่อลดความร้อนลดไข้ให้ลูกเลี้ยง ลูกเลี้ยงสาวก็ให้ผมทำ ผมก็ปลดกระดุมเสื้อลูกเลี้ยงสาวเพื่อเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ ปลดกระดุมเสื้อลูกเลี้ยงออกไปสามเม็ดจนได้เห็นอกเต่งของลูกเลี้ยงสาวทำให้ผมเกิดอารมณ์ทางเพศ จนเกิดความกำหนัด จึงจับลูกเลี้ยงสาวเปลื้องผ้า ลูกเลี้ยงสาวซึมเพราะพิษไข้ไม่มีแรงที่จะฝืนแรงหื่นของผมผู้เป็นพ่อเลี้ยงได้ ลูกเลี้ยงสาวจึงถูกผมพ่อเลี้ยงผู้ใจดีจับกระแทกเย็ดเปิดซิงด้วยควยยาวเกือบเจ็ดนิ้วจนสำเร็จความใคร่ ลูกเลี้ยงพอเสียตัวเสียสาวให้ผมก็ร้องไห้ซิกๆๆๆน้ำตาใหลหยดใหลย้อยผมก็เข้าปลอบต่างๆนาๆ ตอนนี้พ่อเลี้ยงเริ่มกลัวคุกแล้ว ผมปลอบลูกเลี้ยงต่างๆนาๆรักน่ะชอบน่ะแอบรักมานานแล้ว รักมากด้วย ตบท้ายด้วยแบงห้าร้อยให้ลูกเลี้ยงไปหนึ่งใบ บอกลูกเลี้ยงถ้าหายไข้จะพาไปซื้อสร้อยทองน่ะ บอกลูกเลี้ยงต่อเดี๋ยวจะไปเอาผ้าเอาน้ำมาเช็ดเนื้อตัวให้ใหม่น่ะ พอได้น้ำได้ผ้ากลับมาหาลูกเลี้ยงลูกเลี้ยงหายร้องไห้ซิกๆๆๆแล้วแถมยังให้ผมเช็ดเนื้อตัวให้ตั้งแต่หัวยันเท้าตั้งแต่นมยันหี เห็นหีลูกเลี้ยงบวมแดง ก็บอกลูกเลี้ยงอย่าไปบอกแม่น่ะ หายไข้แล้วจะพาไปซื้อสร้อยทอง ลูกเลี้ยงก็เชื่อปิดปากเงียบพอลูกเลี้ยงหายไข้ผมก็แอบพาลูกเลี้ยงสาวไปซื้อสร้อยทองตามสัญญาพอได้สร้อยทองจากผมจริง ทีนี้ลูกเลี้ยงสาวก็เล่นหูเล่นตากับผมอย่างแพรวพราวพอแม่ของเธอหรือเมียผมออกจากบ้านไป เราสองคนผวาเข้าหากันบั่บ แก้ผ้าเล่นเสียวกันเดิ๊บ.บ.บ.บ.บ.บ... ทั้งแตกนอกแตกใน จนผ่านไปได้สักเก้าเดือนก็ได้เรื่องลูกเลี้ยงสาวท้อง พอแม่เธอรู้จะเอาผมเข้าคุกท่าเดียว โดยไม่สนความเป็นผัวเมียกันกับผม ลูกเลี้ยงสาวคงติดใจผมไม่ยอมให้แม่เธอไปแจ้งความ ยื้อกันไปยื้อกันมาต่อรองกันไปต่อรองกันมาจนตกลงกันได้ในที่สุด ผมต้องหาเงินมาให้เธอเพื่อเป็นค่าทำขวัญที่ทำลูกสาวเธอท้อง โรคกลัวหีผู้หญิงหายไปตอนนี้ผมเป็นโรคใหม่คือโรคกลัวคุก ผมก็เอาเงินที่ผมมีขายทรัพย์สินที่มีจนหมด ช่วงเวลาที่ผมทำลูกเลี้ยงท้องพ่อแม่ผมได้เสียไปแล้วผมจึงเหมือนอยู่ตัวคนเดียว มรดกอันน้อยนิดที่พ่อแม่เหลือไว้ให้ผมก็ต้องเอามาให้เธอด้วยจนผมไม่เหลืออะไรเลย พอเธอได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเธอก็พาลูกเลี้ยงจากผมไป ลูกเลี้ยงคงคิดถึงผมน้ำตาใหลซิกๆที่ต้องจากผมไปพร้อมกับลูกของผมที่อยู่ในท้องของเธอ พอเธอพาลูกเลี้ยงไปแล้วผมก็ไปเหมือนกันเพราะที่นี่ไม่เหลืออะไรให้กับผมอีก และผมก็กลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจไปแจ้งความลากผมเข้าคุกทีหลัง ผมก็ระเหเร่ร่อนไปทั่วอาศัยข้าวก้นบาตรตามวัดต่างๆประทังชีวิต จะหางานทำก็ยากนอกจากสภาพร่างกายผมแล้วถึงจะไม่ได้น่าเกลียดน่ากลัวแค่พุงโล แต่ผมก็เหมือนเป็นคนเร่ร่อนจึงไม่มีใครกล้าจ้างผมทำงาน ผมเร่ร่อนไปถึงจังหวัดหนึ่งก็โชคดีได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อรูปหนึ่งให้เป็นเด็กวัดที่วัดของท่าน ผมเป็นเด็กวัดที่อยู่ในศีลในธรรมที่วัดแห่งนั้นจนอายุได้35ปี มีอยู่วันหนึ่งหลวงพ่อก็ได้เรียกผมให้ไปพบนอกจากหลวงพ่อแล้ว ยังมีชายหญิงสูงอายุดูมีฐานะร่ำรวยอยู่ด้วย หลวงพ่อบอกผมว่าชายหญิงทั้งสองนี้มีสวนมีที่แห่งหนึ่งอยู่ในจังหวัดนี้ ต้องการคนไปดูแลสวนดูแลที่แห่งนี้ โดยจะมีเงินเดือนให้ด้วย พร้อมกับข้าวสารให้ไว้กินเป็นเดือนๆ หลวงพ่อเห็นว่าผมเป็นคนดีไว้ใจได้จึงอยากให้ผมรับทำงานนี้ หลวงพ่อท่านมีเมตตาต่อผมมากเมื่อท่านเห็นว่าผมเหมาะที่จะรับทำงานนี้ผมจึงตอบรับโดยไม่ลังเล งานที่ผมรับทำนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมพบกับเรื่องราวที่ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่าคนอย่างผมที่ใครๆเรียกผมว่าเปี๊ยก พุงโล จะได้มาพบกับเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อน่าจดจำ ผมไม่เคยคิดว่าว่ามันจะเป็นไปได้แต่มันก็เป็นไปได้และมันได้เกิดขึ้นกับผมมันทำให้ผมได้รับรู้ สองสามีภรรยาที่ให้งานผมนั้น เป็นคนกรุงเทพฐานะดี ได้มาซื้อที่ที่สวนทิ้งไว้ในจังหวัดนี้ จึงต้องหาคนมาดูแล ปีหนึ่งนายจ้างผมจะมาจังหวัดนี้ครั้งเดียวก็คือมาหาหลวงพ่อที่นับถือ แล้วก็แวะมาดูที่ที่ซื้อไว้แล้วก็กลับ นายจ้างไว้ใจผมเพราะเป็นคนของหลวงพ่อ นายจ้างจึงจ่ายเงินเดือนให้ผมรวดเดียวหนึ่งปี มันทำให้ผมได้เงินก้อนจนกระเป๋าตุง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเงินคงหมดก่อนถึงปี แต่ได้หลวงพ่อคอยสั่งสอนผมจึงเก็บออมและใช้อย่างประหยัดถึงจะไม่รวยแต่ก็ไม่ถึงกับยากจนเหมือนสมัยเด็กๆ ที่สวนที่นายจ้างให้ผมเฝ้าดูแล อยู่ติดกับโรงเรียนหญิงล้วนโรงเรียนหนึ่งของจังหวัดนี้ สวนของนายจ้างกว้างขวางกว่าโรงเรียนนี้เป็นเท่าตัว ปลูกผลไม้ต่างๆไว้เต็มสวน มันเป็นสวนที่ซื้อต่อกันมาผมไม้ต่างๆจึงมีดอกออกผลโตไปทั้งสวนแล้ว ที่พักผมก็อยู่กลางสวนแห่งนี้เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ชั้นเดียวติดพื้น สำหรับผมที่ผ่านความยากจนมาก่อน บ้านพักกลางสวนแห่งนี้จึงดูหรูหราสำหรับผม แต่สำหรับคนรวยผมว่ามันเป็นแค่ที่เก็บของสำหรับพวกเขาเท่านั้น ผมมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้สนใจให้กับนักเรียนหญิงของโรงเรียนแห่งนี้มากนัก โรงเรียงแห่งนี้เป็นโรงเรียนมัธยมระดับม.1ถึงม.6 ตอนพักเที่ยงผมก็จะได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวของนักเรียนสาวๆเหล่านี้เป็นประจำ บางครั้งพวกเธอส่งเสียงดังผมก็เปิดวิทยุกลบเสียงนักเรียนสาวๆเหล่านี้เสีย ตามแนวรั้วฝั่งของโรงเรียนตรงจุดนี้จะมีสนามหญ้ายาวไปตามแนวรั้วอยู่ก็จะมีนักเรียนหญิงบางส่วนมานั่งเล่นพูดคุยกันตรงนี้เป็นประจำเวลาพักเที่ยง ตรงจุดนี้ฝั่งของสวนจะมีผลไม้ขึ้นอยู่ตามแนวรั้ว ผมก็ต้องคอยตัดแต่งกิ่งไม่ให้ล้ำเข้าไปในโรงเรียน บางครั้งก็ทำไม่ทันเพราะพื่นที่สวนกว้างขวาง อีกทั้งยังคอยตัดหญ้าไม่ให้รกอีก จึงมีส่วนของต้นไม้ล้ำเข้าไปบ้าง เวลาออกผลกิ่งจึงย้อยลงไปทางฝั่งของโรงเรียน ผมมักจะเห็นนักเรียนสาวๆโผล่มือขึ้นมาเด็ดไปกินกัน ด้วยผลไม้ที่ย้อยไปทางฝั่งโรงเรียนมีน้อยดูจะไม่เพียงพอต่อบรรดานักเรียนสาวๆ ผมจึงขึ้นไปเด็ดผลไม้แล้วเอาไปให้นักเรียนสาวๆเหล่านั้น มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นักเรียนสาวๆเหล่านั้นรู้จักผม รู้จักชื่อผม ด้วยสภาพร่างกายและใบหน้าผมที่ดูจะไปก่อนอายุ นักเรียนสาวๆทั้งหลายจึงเรียกผมว่า...ลุงเปี๊ยก.. ผมก็โอเคตามนั้น ด้วยสวนที่ผมเฝ้ามีผลไม้หลากหลายชนิดมันจึงออกลูกออกผลสลับกันทั้งปี ตอนพักเที่ยงผมจึงเอาผลไม้ยื่นข้ามรั้วให้นักเรียนสาวๆเหล่านั้นทุกวันตอนพักเที่ยง มันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของผมไปโดยปริยายในวันที่โรงเรียนเปิดเรียน ครูบาอาจารย์ผอ.ก็รู้แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะไม่ได้เสียหายอะไร ผมเองก็ไม่เคยข้ามไปฝั่งของโรงเรียน ไม่เคยไปยุ่มย่ามในเขตโรงเรียนจึงไม่มีปัญหาใดๆ พอมีงานกีฬาสีผมก็ขออนุญาตทางโรงเรียนจะเอาผลไม้มาให้นักเรียนกินกัน ทางโรงเรียนก็อนุญาต นักเรียนสาวๆต่างก็ไปช่วยกันขนผลไม้มากินกัน ทางโรงเรียนมีงานอะไรผมก็ขนผลไม้มาช่วยในงานของโรงเรียน ทำให้ผมพอจะคุ้นเคยกับครูบาอาจารย์บางคนและได้รู้จักผอ.ด้วย นายจ้างบอกผมไว้ผลไม้ในสวนผมจะเอาไปทำอะไรก็ได้ จะเอาไปขายจะเอาไปให้ใครก็ได้ ขอให้ดูแลสวนของนายจ้างให้ดีก็พอ ซึ่งส่วนใหญ่ผมไม่ขายผมเอาไปให้นักเรียนสาวๆกินตอนพักเที่ยงทุกวัน จนเป็นที่รู้กันระหว่างผมกับนักเรียนหญิงของโรงเรียนแห่งนี้ ข้างรั้วฝั่งสวนกับสนามหญ้าฝั่งของโรงเรียนจึงเป็นที่นัดหมายระหว่างผมกับนักเรียนหญิงของโรงเรียนแห่งนี้ตอนพักเที่ยงเป็นประจำ โดยผมจะมีบันไดไม้พาดรั้วเอาผลไม้ยื่นให้กับบรรดานักเรียนสาวๆ ผมอยู่สูงนักเรียนสาวอยู่ต่ำ หลายครั้งเวลาที่นักเรียนสาวๆเหล่านั้น รับเอาผลไม้ไปแล้วก็ก้มวางลงเพื่อรับผมไม้จากผมต่อไปอีก มันทำให้คอเสื้อนักเรียนเปิดโล่งขึ้นมาหลายๆครั้งที่สายตาผมมองลอดคอเสื้อนักเรียนสาวเหล่านั้นแบบไม่ได้ตั้งใจเข้าไป ผมจะเห็นร่องอกเนินนมด้านบนขาวๆของพวกเธอบ้าง เห็นซับในของพวกเธอบ้างเห็นยกทรงสีต่างขนาดไซด์หลากหลายขนาดตามความใหญ่น้อยของหน้าอกของพวกเธอสลับวนเวียนกันไปมานับร้อยๆคน ผมเห็นแต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับนักเรียนสาวๆเหล่านั้น มันเป็นเพียงสายตาของผมที่มองเห็นโดยบังเอิญแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ละปีนักเรียนหญิงหน้าเดิมเรียนจบออกไปก็มีนักเรียนหญิงหน้าใหม่เข้ามาแทนที่ ผมจึงได้เห็นของสวยๆงามๆผลัดเปลี่ยนมาให้ผมได้ดูแบบไม่ตั้งใจอย่างมากมายบางครั้งก็จำหน้าจำชื่อนักเรียนสาวๆเหล่านั้นไม่ได้ บางทีก็จำชื่อสับสนกันไป เมื่อมันคุ้นเคยกันนักเรียนสาวเหล่านั้นรู้จักชื่อผม ผมก็รู้จักชื่อนักเรียนสาวเหล่านั้นเหมือนกัน แต่ผมจำไม่ได้ทั้งหมดบางครั้งก็สับสนสับคน เพราะนักเรียนสาวๆมีเป็นร้อยที่ผลัดเปลี่ยนมาเอาผลไม้จากผม รุ่นแล้วรุ่นเล่าที่เรียนจบออกไป บางครั้งเจอกันข้างนอกนักเรียนสาวเหล่านั้นจะทักผมบางครั้งผมก็จำไม่ได้ พวกเธอจำผมได้ดีเพราะผมมีปมด้อยเตี้ยพุงโล ปมด้อยของผมเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักเรียนสาวๆเหล่านั้นจำผมได้แม้จะจบไปแล้ว หรือยังเรียนอยู่ก็ตาม หลายปีที่กิจวัตรประจำวันของผมเป็นแบบนี้ จนผมอายุได้42ปี ช่วงวันหยุดวันหนึ่ง เกิดเพลิงไหม้ที่ชั้นล่างของอาคารเรียนหลังที่อยู่ใกล้สวน ผมเห็นพอดี เลยรีบเอาบันไดพาดข้ามรั้วไปตะโกนให้คนที่อยู่ในโรงเรียนในวันหยุดในวันนั้นได้รู้และเข้าช่วยดับไฟจนสงบ โชคดีที่ผมเห็นก่อนไฟกำลังแค่เริ่มไหม้อาคารจึงเสียหายไม่มาก ผมได้รับความชื่นชมขอบคุณจากผอ.ของโรงเรียนเป็นอย่างมาก และในเหตุการณ์นั้นทำให้ผอ.ชักชวนผมเข้าทำงานเป็นภารโรงของโรงเรียนนี้ เพราะสิ้นปีที่จะถึงมีภารโรงคนหนึ่งเกษียณพอดี ถึงผมจะรับจ้างเฝ้าสวนอยู่แต่ทางโรงเรียนก็ไม่มีปัญหาใดๆที่จะให้ผมเป็นภารโรงของโรงเรียนแห่งนี้เพราะสวนที่ผมเฝ้าก็ติดโรงเรียนไปมาสะดวก เมื่อผอ.ของโรงเรียนแห่งนี้ออกปากกับผมแบบนี้ ผมจะปฎิเสธได้อย่างไรผมตึงตอบรับผอ.ผมรับที่จะเป็นภารโรงของโรงเรียนแห่งนี้ ประตูบานแรกได้เปิดรับผมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนแห่งนี้แล้ว โรงเรียนหญิงล้วนที่นักเรียนหญิงส่วนใหญ่ในขณะนั้นรู้จักเปี๊ยก พุงโล คนนี้อยู่ก่อนแล้ว ในฐานะลุงเปี๊ยก ผู้ใจดีที่ขนผลไม้มาให้กินทุกวัน ผมไม่อยากจะเชื่อคนอย่างผมจะมีชุดสีกากีใส่แล้ว ถึงจะเป็นขุดสีกากีที่ไม่มีบั้งไม่มีแถบหรือเหรียญใดๆติดอยู่ก็ตาม
" ไอ้เปี๊ยกกูไม่อยากเชื่อเลยว่ามึงจะมีอาชีพการงานที่ก้าวหน้าถึงเพียงนี้ ได้เป็นถึงภารโรงที่มีชุดสีกากีใส่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามึงเหมือนเป็นคนเร่ร่อนอยู่เลย " ใจผมมันเอ่ยบอกผม ผมเองก็ไม่คาดคิดผมจบแค่ป.6 แต่สามารถเข้ามาทำงานในโรงเรียนระดับมัธยมได้ ผมขอพูดถึงในส่วนของโรงเรียนแห่งนี้เพิ่มเติมอีกสักหน่อยโรงเรียนแห่งนี้เปิดการสอนตั้งแต่ม.1ถึงม.6 รับเฉพาะนักเรียนหญิง ระดับม.1ถึงม.3จะมีระดับละ10ห้องเรียน ก็เท่ากับ30ห้องเรียน แต่ละห้องจะมีนักเรียน45คนเป็นมาตราฐาน ก็เท่ากับว่ามีนักเรียนหญิงในระดับม.ต้น1,350คน ส่วนม.ปลาย 4-5-6 จะมีระดับละ12ห้องเรียน ก็=36ห้องเรียน แต่ละห้องก็มีนักเรียนหญิง45คน ก็เท่ากับว่าจะมีนักเรียนหญิงในระดับม.ปลายอยู่ 1,620คน รวมแล้วแต่ละปีจะมีนักเรียนหญิงในโรงเรียนแห่งนี้ 2,970คน แต่ละปีจะมีนักเรียนหญิงจบออกไปทั้งในระดับม.ต้นม.ปลายรวมกัน 990คน แต่ละปีก็จะมีนักเรียนหญิงหน้าใหม่เข้ามาเรียนในระดับม.1 =450คน ในระดับม.4 =540คน ซึ่งในระดับม.4 จะมีนักเรียนหญิงที่จบม.3ในโรงเรียนแห่งนี้ ได้โควต้าเข้าเรียนต่อในระดับม.4 เป็นบางส่วน ซึ่งในส่วนนี้ผมไม่รู้ว่ามีกี่คนเป็นตัวเลขที่แน่ชัด ผมกะเอาก็น่าจะอยู่ราวๆร้อยคนกระจายอยู่ในสิบสองห้องเรียน เมื่อรวมกับนักเรียนหญิงหน้าเดิมที่สอบเข้ามาได้ตีรวมกันซะปัดเต็มร้อยเอาเป็นว่า200คนก็แล้วกัน รวมแล้วในแต่ละปีจะมีนักเรียนหญิงหน้าใหม่เข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ในระดับม.1และม.4รวมกันราวๆ 790คน เท่ากับว่าตลอดระยะเวลาที่ผมเข้าทำงานเป็นภารโรงที่โรงเรียนแห่งนี้จนเกษียณ ผมได้เห็นหน้านักเรียนหญิงเป็นหมื่นคน นักเรียนหญิงนับหมื่นก็รู้จักผมภารโรงเปี๊ยก พุงโล เช่นกัน ผมว่าส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันคือความสงสารความเห็นอกเห็นใจ ที่นักเรียนหญิงเหล่านั้นมีให้กับผม มีให้กับร่างกายที่เป็นปมด้อยของผม มีให้กับเรื่องราวชีวิตของผมในอดีตของผม ที่เหล่านักเรียนสาวๆได้รับรู้จากปากของผมแล้วพูดต่อๆกันไป รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆที่มันเกิดขึ้นภายในโรงเรียนแล้วได้นำพาผมไปพบกับความทรงจำที่ผมไม่เคยลืม ประตูบานแรกได้เปิดรับผมเข้าเป็นภารโรงในโรงเรียนแห่งนี้แล้ว ประตูบานต่อไปมันได้เปิดขึ้นเมื่อผมได้เข้ามาเป็นภารโรงได้หกเดือน เวลาบ่ายของเสาร์เสาร์หนึ่งซึ่งเป็นวันหยุด ในขณะที่ผมกำลังซ่อมแซมโต๊ะเก้าอี้เรียนที่ชำรุด อยู่ในโรงเก็บของของโรงเรียน ผมใช่ว่าจะรับจ้างทำไร่ทำนาเพียงอย่างเดียว ผมก็มีความรู้ในทางช่างไม้อยู่บ้าง พอที่จะซ่อมแซมโต็ะเก้าอี้เรียนได้ ก็มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งเข้ามาที่นี่มาหาผม นักเรียนหญิงคนนี้ได้มาเล่าเรื่องบางอย่างให้ผมรับรู้เธอดูเหมือนต้องการใครสักคนช่วยเหลือเธอ เรื่องที่เธอเล่าให้ผมฟังมันทำให้ผมอึ้งปนด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งนี้ เกิดขึ้นกับนักเรียนหญิงคนนี้ ผมก็ถามเธอเรื่องแบบนี้ทำไมไม่บอกผู้ปกครองบอกครูท่านอื่นๆหรือบอกผอ. ให้จัดการเรื่องนี้ เธอบอกผมเธอไม่กล้า แต่ก็แปลกเธอกล้าบอกผม บางทีมันอาจเป็นโชตชะตาฟ้ากำหนด แล้วนักเรียนหญิงคนนี้ชื่ออะไรเป็นอะไร ตลอดระยะเวลาที่ผมเข้ามาเป็นภารโรงตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ผมเกษียณอายุผมเห็นนักเรียนหญิงสาวๆนับหมื่น ผมเห็นความสามารถในตัวของพวกเธอผมเห็นความสวยไม่สวยในตัวของพวกเธอ ผมเปี๊ยก พุงโล ก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เห็นความสวยใสในวัยของพวกเธอ ในความเป็นผู้ชายผมได้เห็นความสวยของนักเรียนสาวบางคน ที่ได้เกิดขึ้นในความคิดในใจในจิตของผม ผมมีนักเรียนหญิงอยู่ห้าคนที่ความสวยได้บังเกิดขึ้นในความคิดในกายในใจในจิตของผม ผมกล้าบอกได้เลยว่านักเรียนหญิงทั้งห้าคนนี้ คือนักเรียนหญิงที่สวยที่สุดของโรงเรียนแห่งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผมเป็นภารโรงอยู่ที่นี่ และหนึ่งในห้านั้นก็คือน้องนักเรียนหญิงคนนี้แหละครับที่ได้มาเล่าเรื่องราวบางอย่างให้ผมฟัง น้องนักเรียนหญิงคนนี้เธอมีชื่อว่า...น้องฝน
น้องฝนกำลังเรียนอยู่ม.4 น้องฝนเป็นนักเรียนสาวที่สวยมากสวยจริงๆผมไม่รู้จะบรรยายความสวยของน้องฝนคนนี้ได้อย่างไร ทั้งรูปร่างหน้าตาน้องฝนมันสวยสมส่วนตามวัยทั้งร่าง ต้องบอกไว้ก่อนในตอนนั้นผมไม่ได้สนใจในตัวน้องฝนคนนี้หรือแม้แต่นักเรียนสาวคนอื่นในโรงเรียนแต่อย่างใด ผมตั้งใจทำหน้าที่เป็นภารโรงให้ดีที่สุดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นในตอนนั้น แล้วเรื่องที่น้องฝนมาเล่าให้ผมฟังมันเป็นเรื่องอะไร น้องฝนเล่าบอกผมด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลว่า.... เธอได้เรียนพละซึ่งเป็นวิชายืดหยุ่น กับครูท่านหนึ่งที่ชื่อ..ครูเดช ครูเดชเป็นครูที่สอนวิชายืดหยุ่น อายุ40 ไว้หนวดพองามครูเดชนอกจากจะเป็นครูสอนวิชายืดหยุ่นแล้วยังเป็นครูที่ได้รับมอบหมายให้คุมนักศึกษาวิชาทหารหญิงของโรงเรียนด้วย ซึ่งโรงเรียนนี้ในระดับม.ปลายมีเรียนวิชารด.ด้วย ซึ่งผมก็รู้จักครูคนนี้ดีเจอกันก็ทัก ครูเดชเป็นครูที่ดีในสายตาในความคิดของผม น้องฝนบอกว่า พอถึงการสอบเก็บคะแนนเธอสอบไม่ผ่านในภาคปฎิบัติ ครูเดชจึงนัดเธอกับเพื่อนคนอื่นที่สอบไม่ผ่านไปสอบซ่อม เพื่อนของเธอสอบซ่อมผ่านกันหมด เหลือแต่น้องฝนคนเดียวสอบไปสี่ห้าครั้งแล้วก็ไม่ผ่าน น้องฝนคิดว่าเธอทำได้แต่ไม่รู้ทำไมครูเดชถึงไม่ให้เธอผ่าน จนครั้งล่าสุดที่ผ่านมาเมื่อคุกร์ของอาทิตย์ก่อน ครูเดชก็ให้น้องฝนไปสองซ่อมอีกครั้งหลังเลิกเรียน ซึ่งมีเพียงน้องฝนคนเดียว ที่ผ่านมาครูเดชจะดูและให้คะแนน โดยไม่มีการแตะเนื้อต้องตัว แต่ในวันนั้นภายในโรงยิม ที่มีเพียงน้องฝนกับครูเดชแค่สองคน ในระหว่างที่ครูเดชให้น้องฝนสอบซ่อมในท่าสะพานโค้ง ครูเดชก็เดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วเอามือซ้ายกางทาบไปที่ท้องน้อยของน้องฝนที่แอ่นอยู่ในท่าสะพานโค้ง เอามือขวาทาบจับที่แผ่นหลังของน้องฝน เหมือนว่าครูเดชจะช่วยเข้ามาจัดท่าสะพานโค้งให้มันถูกต้อง พร้อมกับบอกน้องฝนให้แอ่นเอวให้สูงขึ้นอีก พร้อมๆกันนั้นน้องฝนก็ตกใจที่อยู่ดีๆครูเดชก็เอามือมาทำแบบนี้กับน้องฝนแม้ปากจะพูดออกมาตามนั้น เพราะมือซ้ายครูเดชที่ทาบวางไปที่ท้องน้อยของน้องฝนมันใกล้กับเนินอวัยวะเพศของน้องฝนมาก ด้วยความตกใจสะพานโค้งของน้องฝนก็พังลง ครูเดชเห็นดังนั้นก็เซถลาประคองร่างน้องฝนตามลงไป เหมือนกลัวว่าน้องฝนจะเจ็บที่สะพานโค้งพัง ครูเดชถลาตามไปเพราะต้องการประคองร่างของน้องฝนจริงเพื่อไม่ให้เจ็บ หรือว่าครูเดชประสงค์อย่างอื่น ผมก็ฟังน้องฝนเล่าต่อ พอน้องฝนสะพานล้มนอนหงายไปบนเบาะของโรงยิม ครูเดชที่ถลาตามไปทำเหมือนเสียหลัก เอาตัวทาบนอนตะแคงไปข้างกายน้องฝน ริมฝีปากแตะใส่ริมฝีปากน้องฝนตามเข้าไป น้องฝนตกใจซ้ำเข้าไปทำอะไรไม่ถูก ( ก็คงอายด้วยที่ริมฝีปากครูเดชถลาแตะเข้าใส่ริมฝีปาก ) พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นครูเดชแทนที่จะรีบเอาตัวออกไปจากตัวน้องฝน แต่ครูเดชกลับเอาสายตาจ้องสายตาน้องฝน แล้วพูดบอกน้องฝน....ฝนครูขอน่ะแล้วครูจะให้ฝนสอบผ่าน... พอครูเดชพูดออกมาแบบนี้แล้ว ครูเดชก็เอาปากประกบบดจูบกับริมฝีปากของน้องฝนทันทีอย่างรวดเร็ว น้องฝนยิ่งตกใจทำอะไรไม่ถูกไปกันใหญ่ ครูเดชบดปากน้องฝนไปด้วยมือก็ถลกเสื้อยืดพละของน้องฝนไปด้วยจับหน้าอกของน้องฝนด้วย พยายามจะถอดกางวอร์มพละขายาวของน้องฝนไปด้วย น้องฝนที่แรกก็ตกใจทำอะไรไม่ถูกพอตั้งสติได้ก็ฝืนครูเดชจนหลุดออกมาได้ก็รีบออกจากโรงยิมทันที น้องฝนไม่กล้าบอกใคร ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์พอถึงวันศุกร์ครูเดชก็เข้ามาพูดกับน้องฝนอีกว่าน้องฝนยังสอบซ่อมไม่ผ่านวันเสาร์นี้ก็คือวันที่น้องฝนมาเล่าให้ผมฟัง ครูเดชให้น้องฝนมาสอบซ่อมอีก พร้อมกับบอกน้องฝน ห้ามหนีกลับแบบวันนั้นอีกถ้ายังสอบซ่อมไม่เสร็จ ถ้าน้องฝนไม่มาหรือมาแล้วหนีกลับก่อนสอบซ่อมเสร็จครูเดชจะให้น้องฝนสอบตก น้องฝนทั้งกลัวทั้งกังวล แต่ก็ไม่กล้าบอกใคร น้องฝนก็ยอมที่จะมาสอบซ่อมซึ่งน้องฝนรู้แล้วและแน่ใจว่า ครูเดชต้องการอะไร แต่น้องฝนก็ต้องมา น้องฝนคิดมาตลอดทาง พอผ่านมาทางนี้น้องฝนเห็นผม และผมเหมือนเป็นผู้คนคนสุดท้ายที่น้องฝนเดินผ่านไปแล้ว น้องฝนก็ต้องถึงโรงยิมและต้องเจอครูเดช สิ่งใดไม่รู้มาดลใจให้น้องฝนตัดสินใจเข้ามาหาผมและมาเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง น้องฝนก็ไม่ได้เอ่ยปากขอให้ผมช่วยอาจจะไม่กล้าเอ่ย แต่ลักษณะอาการและท่าทีของน้องฝนผมก็พออ่านออกว่าน้องฝนต้องการใครเข้ามาช่วยเหลือเธอไม่เช่นนั้นน้องฝนคงไม่ตัดสินใจในนาทีสุดท้ายมาเล่าให้ผมฟัง พอผมได้ฟังในสิ่งที่น้องฝนพูด ผมก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งนี้ และผมก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าครูเดชจะมีพฤติกรรมแบบนี้ ผมก็คิดจะเอายังไงดี เพราะน้องฝนไม่กล้าบอกใคร ถ้าผมเสนอความคิดจะไปบอกผอ.หรือครูท่านอื่นให้รู้ในเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมก็เชื่อว่าน้องฝนคงไม่เอาความคิดนี้ถ้าเธอยอมรับความคิดนี้ผมว่าน้องฝนคงบอกพ่อแม่หรือครูท่านอื่นไปแล้ว ผมก็บอกน้องฝนถ้าน้องฝนต้องการความช่วยเหลือผมช่วยเธอได้ผมมีวิธี สีหน้าน้องฝนที่มีความกังวลมีรอยนิ้มทันที ใช่จริงน้องฝนต้องการใครสักคนช่วยเหลือเธอจริงๆ ผมก็บอกวิธีให้น้องฝนรู้ วิธีการง่ายๆผมจะไปอยู่เป็นเพื่อนน้องฝนในโรงยิม โดยทำทีเข้าไปทำความสะอาดในโรงยิม ผมถามน้องฝนครูเดชนัดกี่โมง น้องฝนก็บอกก็เหลือเวลาราวๆ15นาที ผมก็บอกน้องฝนให้รอจนถึงเวลานัดค่อยไปตัวผมจะไปที่โรงยิมก่อน ผมไม่ใข่พนักงานสืบสวนแต่ผมพอจะคิดเชื่อได้ว่าน้องฝนดูจะเล่าความจริงไม่หมด แต่ผมก็เข้าใจได้ไอ้เรื่องแบบนี้จะให้น้องฝนเล่าให้ละเอียดมันก็อึดอัดใจ อาคารโรงยิมเป็นอาคารผนังรอบขอบชิดด้านบนถึงจะมีตะแกรงให้อากาศเข้า ก็ถือว่ามิดชิดพอสมควร โรงยิมนี้มีพื้นที่พอๆกับสนามบาสสองสนาม ส่วนหนึ่งจะเป็นที่เก็บอุปกรณ์และใช้เป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของนักเรียน ครูเดชยังไม่มา ประจวบเหมาะมีของบางอย่างชำรุดผมเลยทำเป็นซ่อมเสียเลย สักพักครูเดชก็เข้ามาตามมาติดๆด้วยน้องฝน ผมก็พูดครูเดช...อ้าว...ครูวันนี้ไม่ไปพักผ่อนที่ใหนเหรอครับ ครูเดชตอบ...พอดีวันนี้นัดนักเรียนมาสอบซ่อมน่ะ ...เออ.เดี๋ยว..... !!! ครูเดชทำท่าจะบอกผมให้ออกไปก่อน แต่ผมชิงพูดออกมา...ผมคงไม่รบกวนครูน่ะครับ พอดีมีของในนี้ชำรุดผมจะดูเงียบๆไม่รบกวนครูน่ะครับ.. ครูเดชชะงักทั้งคำพูดความคิดไปเลย ดูเหมือนจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ แต่ก็ต้องจำยอมให้ผมอยู่ ผมก็อยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์โดยที่สายตาก็มองออกมา ผมไม่สนว่าครูเดชจะว่าผมหรือเปล่า พอน้องฝนเริ่มสอบซ่อม ทำท่ายืดหยุ่นที่น้องฝนสอบไม่ผ่าน ผมทำเป็นคนปากหมา พอน้องฝนทำท่าแต่ละท่าเสร็จผมจะพูดออกไปเก่งมากเลยน้องครูเดชให้น้องผ่านแน่ ผมบอกครูเดชผมจะอยู่เงียบแต่ผมไม่เงียบผมให้กำลังใจน้องฝนทุกท่า โดยที่ไม่มีเสียงใดๆออกมาจากปากครูเดชเลย จนมาถึงท่าสะพานโค้ง น้องฝนยืนหันหน้ามาทางครูเดช ก็คือหันมาทางผมด้วยนั่นแหละ น้องฝนยืนตรงแล้วก็ค่อยๆเอนตัวลงไปด้านหลังเพื่อให้อยู่ในท่าสะพานโค้ง พอท่าสะพานโค้งของน้องฝนอยู่ในท่าสมบูรณ์ผมถึงรู้ว่าทำไมครูเดชถึงไม่ยอมให้น้องฝนสอบผ่านสักที ทำไมครูเดชถึงได้ตบะแตก กางเกงวอร์มพละขายาวผมคาดไม่ถึงเลยว่ามันจะทำให้เกิดภาพที่ผมกำลังเห็นนี้ได้ ภาพที่ผมเห็นทำให้เสียงผมขาดหายไปชั่วขณะ ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นผมหยุดหายใจด้วยหรือเปล่า ครูเดชเห็นภาพนี้มากี่ครั้งแล้ว เห็นเฉพาะของน้องฝนคนเดียวหรือ น้องฝนอยู่ในท่าสะพานโค้งแบบนี้เป้ากางเกงวอร์มมันตึงมากแล้วแนบติดเป้าตรงนั้นของน้องฝนด้วย มันทำให้เห็นรอยนูนเล็กๆขึ้นมา ตรงนั้นที่นั่นรอยนูนแบบนี้มันจะเป็นรอยนูนอะไรได้อีกถ้าไม่ใช่....ของน้องฝน มันก็ไม่ได้ใหญ่มากแต่ผู้ชายคนใหนมาเห็นก็รู้แน่นอนมันคืออะไรของน้องฝน แล้วน้องฝนไม่รู้ตัวเลยหรือ ได้เผยอะไรออกมาให้ครูเดชได้เห็นครูเดชถึงได้ทำกับน้องฝนตามที่น้องฝนเล่าให้ผมฟัง
( ท่าสะพานโค้งที่น้องฝนทำ ในการสอบซ่อมในวันนั้น )
ครูเดชคงกลัวว่าผมจะเห็นกระมังพอน้องฝนทำท่าสะพานโค้งสมบูรณ์แล้วครูเดชก็ให้น้องฝนพอได้ แต่นั่นมันก็เพียงพอให้ผมได้เห็นของน้องฝนแล้ว แล้วครูเดชก็บอกน้องฝน...ครูให้เธอสอบซ่อมผ่านแล้วน่ะ... แล้วครูเดชก็เก็บแฟ้มให้คะแนนเดินออกไปจากโรงยิมเลย โดยที่ไม่ทักผมแต่ใช้สายตาชำเลืองมองผมแบบไม่สบอารมณ์ น้องฝนเข้ามาไหว้ขอบคุณผมเป็นการใหญ่ที่ช่วยเหลือเธอ ผมก็รับไหว้การขอบคุณจากน้องฝนด้วยรอยยิ้ม ค่ำคืนนั้นในหัวผมมีแต่ภาพที่น้องฝนแอ่นอยู่ในท่าสะพานโค้งมันติดตาผมเสียเหลือเกิน ควยผมแข็งตัวจัดผมไม่ใหวแล้วผมเอาควยออกมาชักยิก.ก.ก.ก....ภาพพี่พยาบาลคนนั้นที่ผมเอามามโนชักว่าวบ่อยๆไม่สามารถแทรกเข้ามาในมโนของผมแล้ว มโนของผมมีแต่ภาพโหนกของน้องฝนที่ดันเป้ากางเกงวอร์มขึ้นมา ภาพนี้ทำให้ผมปั่นลำควยถี่ยิบ อัดฉีดน้ำควยให้มันพุ่งออกมาอย่างสมใจ ภาพโหนกของน้องฝนก็เลยเป็นภาพที่ผมเอามามโนชักว่าวตั้งแต่นั้นมา
จากเหตุที่ผมช่วยเหลือน้องฝนในครั้งนั้น ทำให้น้องฝนคุ้นเคยผมมากขึ้น หลายครั้งที่น้องฝนจะรอช่วยเหลือผมในการปัดกวาดอาคารเรียนทำความสะอาดโรงเรียนในส่วนที่ผมรับผิดชอบหลังเลิกเรียน บุญคุณแค่ครั้งเดียวที่ผมช่วยเหลือน้องฝน น้องฝนตอบแทนคืนผมหลายครั้งโดยไม่จบ นี้คือเรื่องราวแรกเรื่องราวพรรค์นี้ที่ผมรับรู้ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นกับผมในโรงเรียนแห่งนี้ ต่อไปผมขอเปิดประตูบานเล็กเล่าให้รับรู้นิดหนึ่ง ตอนที่ผมเข้ามาเป็นภารโรงใหม่ๆผมก็จะออกทางประตูหน้าสวนแล้วเดินเข้าประตูหน้าของโรงเรียนๆหลังๆผมขี้เกียจเดินเลยเข้าทางลัด เอาบันไดไม้ไผ่พาดรั้วทั้งทางฝั่งสวนและทางฝั่งของโรงเรียนแล้วข้ามไปข้ามมา จนผอ.รู้ก็เรียกผมไปเตือนถึงความไม่เหมาะสม ผมก็ยกแม่น้ำทั้งห้าอธิบายไปแล้วยกเรื่องที่โรงเรียนไฟไหม้ผมก็ข้ามมาอย่างทันท่วงทีไฟเลยไม่ลุกลาม ยกแม่น้ำมาอธิบายไปเหตุผลรับฟังได้สุดท้ายผอ.ก็ให้อภิสิทธิ์ผมเข้าออกโรงเรียนโดยปีนข้ามรั้วไปมาได้ จุดที่ผมปีนข้ามไปมามันก็อยู่ตรงจุดอับ มีโรงสูบน้ำบาดาลสร้างบังอยู่ ยังมีโรงสำหรับเก็บรถลากอีกด้วย ถ้าใครเป็นคนรุ่นเก่าคงได้สัมผัสรถลาก เวลามีงานต่างๆเช่นงานลอยกระทง ก็สร้างกระทงบนรถลากเวลาแห่ก็เกณฑ์นักเรียนมาช่วยลากโดยมีครูผู้ชายภารโรงอย่างผมนี่แหละเป็นผู้ช่วยลากไป สมัยนี้มันก็เปลี่ยนไปมีรถบรรทุกมีรถกระบะเป็นผู้ช่วย เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้จึงเป็นจุดอับจึงเหมาะที่ผมจะใช้ปีนข้ามไปข้ามมา ไอ้ตรงนี้แหละจึงเป็นต้นเรื่องที่ทำให้เกิดเรื่องราวหลายต่อหลายครั้งขึ้นมา พอนักเรียนสาวๆรู้ว่าผมใช้จุดนี้ปีนข้ามไปข้ามมา พวกเธอก็ขอปีนข้ามไปกับผมบ้างเพื่อจะเข้าไปเที่ยวเล่นในสวนที่ผมเฝ้ายามพักเที่ยง พวกเธอเหมือนว่าได้หลุดออกไปสู่ที่หนึ่งที่ไม่ใช่โรงเรียน มันเลยมีเรื่องราวเกิดขึ้นในสวนที่ผมเฝ้าหลากหลายมากมายหลายเรื่อง มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวเล่นในสวนที่ผมเฝ้าของนักเรียนสาวๆในยามพักเที่ยงเพียงอย่างเดียว มันยังมีเหตุผลหลายเหตุผลที่นักเรียนสาวๆเหล่านี้ขอข้ามไปในสวนของผม แน่นอนผมกลัวทางโรงเรียนจะรู้ ถ้าทางโรงเรียนรู้ผมคงถูกเชิญออกมันก็เหมือนเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนหนีโรงเรียน แต่นักเรียนสาวๆเหล่านั้นทั้งออดทั้งอ้อนผม ท่านทั้งหลายเคยถูกนักเรียนสาวมัธยมออดอ้อนใหม ผมนี่โดนนักเรียนสาวๆมัธยมออดอ้อนทั้งมาเดี่ยวมากลุ่มเพื่อขอข้ามไปในสวน ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของพวกเธอทำเอาผมละลายไปทั้งกาย แบบว่าขี้ผึ้งไม่ต้องลนไฟก็ละลายครับ ผมต้องใช้คำว่าเลยตามเลยไปกับพวกเธอล่ะครับ แล้วมันมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในสวนยามเมื่อพวกเธอข้ามไป ใจเย็นๆครับผมจะทะยอยเล่าให้รับรู้
ย้อนกลับมาที่น้องฝน น้องฝนก็เป็นนักเรียนสาวอีกคนที่มักจะมาช่วยผมรับเอาผลไม้ ไปแจกให้เพื่อนๆในโรงเรียนยามพักเที่ยง น้องฝนไม่เคยข้ามไปยังในสวนของผมเลยครับ เอาเป็นว่าตอนนี้ผมถือว่าสวนที่ผมเฝ้าเป็นสวนของผมก็แล้วกัน น้องฝนรู้ใหมว่ามีนักเรียนแอบข้ามไปในสวนของผมเธอรู้ครับ เพราะเพื่อนเธอในห้องเดียวกับเธอก็เคยข้ามไป ถ้าเป็นนักเรียนที่คลุกคลีกับผมจะรู้หมดทุกคนครับ ก็เป็นหลักร้อยสะสมไปเรื่อยๆแต่ละรุ่นก็เป็นพันที่รู้เรื่องนี้ แล้วครูท่านอื่นๆกับผอ.ไม่รู้เลยหรือ ผมว่าถ้ารู้ผมคงถูกเชิญออกไปแล้ว แสดงว่านักเรียนสาวๆเหล่านั้นปิดปากเงียบช่วยเหลือผมดีๆจริง ผมเชื่อว่านักเรียนสาวๆในโรงเรียนแห่งนี้ทุกรุ่นรู้จักผมทุกคน แต่ใช่ว่าเธอเหล่านั้นจะมาคลุกคลีหรือสนใจในตัวผมทุกคน บางคนก็ไม่เคยมาเอาผลไม้ไปกินด้วยซ้ำ มันก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคน ร้อยพ่อพันแม่หมื่นความคิดนักเรียนแต่ละคนย่อมมีความคิดเป็นของตัวเองหรือมีความคิดตามกลุ่มก้อน ถึงนักเรียนสาวๆเหล่านั้นจะไม่ได้สนใจในตัวผมทั้งหมด เฉพาะที่สนใจในตัวผมผมก็จำหน้าจำชื่อไม่หวาดไม่หวั่นไม่ใหวแล้วครับ เหตุที่น้องฝนไม่ข้ามไปเพราะน้องฝนกลัวความสูงครับ บันไดที่ผมเอามาพาดก็เป็นบันไดไม้ ตามความคิดของนักเรียนสาวๆเธอคงคิดว่าบันไดไม้ไม่แข็งแรง พวกเธอคงกลัวมันหัก แท้จริงบันไดไม้ไผ่ของผมแข็งแรงยิ่งกว่าควยผมอีก ขึ้นเหยียบไม่มีหัก และอีกอย่างรั้วโรงเรียนสูงราวๆ2เมตรถ้าอยู่ฝั่งโรงเรียนปีนข้ามมา แต่สวนของผมมันอยู่ต่ำกว่าโรงเรียนถ้าขึ้นรั้วแล้วมองลงมาทางฝั่งสวนมันจะดูหวาดเสียว พื้นที่ฝั่งสวนของผมรั้วจะสูง2.50-3เมตร ถ้าเป็นที่ต่ำสุด นักเรียนหญิงบางคนกลัวนักเรียนหญิงบางคนก็ไม่กลัว น้องฝนอยู่ในกลุ่มกลัวความสูง เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก น้องฝนใกล้จะจบม.6แล้ว ( ครูเดชได้ย้ายไปสอนที่โรงเรียนอื่นตั้งแต่น้องฝนขึ้นเรียนม.5ครูเดชจึงได้สอนวิชายืดหยุ่นให้รุ่นน้องฝนเป็นรุ่นสุดท้าย ) ช่วงใกล้สอบเอนทรานซ์ เสาร์อาทิตย์ทางโรงเรียนได้เปิดการแนะแนวทางการสอบเอนทรานซ์นักเรียนคนใหนสนใจก็สามารถเข้ามารับการแนะแนวได้ น้องฝนก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่สนใจ วันอาทิตย์วันหนึ่งหลังจากที่น้องฝนรับการแนะแนวแล้ว น้องฝนก็ได้เข้ามาพูดคุยกับผมที่โรงเก็บรถลาก ตอนนั้นผมก็ทำความสะอาดอยู่ในโรงเก็บรถลาก การที่น้องฝนเข้ามาพูดคุยกับผมมันเป็นเรื่องปรกติของน้องฝน ตั้งแต่ที่ผมช่วยเหลือเธอในครั้งนั้น ก็ผ่านมาราวๆสองปีแล้ว น้องฝนเข้ามาคุยกับผมและถามผมมีอะไรให้เธอช่วยใหมก่อนที่เธอจะกลับ ผมก็บอกว่าไม่มี เราสองคนจึงคุยกันเพียงอย่างเดียว มีอยู่ช่วงหนึ่งผมก็ชวนน้องฝนข้ามไปเที่ยวสวนผม ทีแรกน้องฝนก็อ้ำๆอึ้งๆเพราะกลัวความสูง แต่สุดท้ายวันนี้น้องฝนยอมที่ลองปีนข้ามไปโดยมีผมเป็นผู้ช่วยให้กำลังใจ " แล้วทำไมผมไม่ให้น้องฝนเข้าประตูหน้าสวนมันง่ายจะตาย " ผมไม่ได้ทันคิดถึงเรื่องนี้ครับ หรือถ้าคิดออกมันก็ดูไม่เหมาะที่ผมจะพาน้องฝนเข้าประตูหน้าสวนเข้ามา ถ้าคนอื่นๆเห็นเขาจะคิดอย่างไร ผมก็เกรงเหมือนกัน ผมจะเปิดประตูหน้าสวนให้นักเรียนเข้ามาในสวนก็ต่อเมื่อมีงานต่างๆเพื่อให้นักเรียนเข้ามาเอาผลไม้ ส่วนที่นักเรียนสาวๆแอบปีนเข้ามาเล่นในสวนมันก็เกิดขึ้นตอนพักเที่ยง ส่วนตอนเย็นหลังโรงเรียนเลิก ผมต้องดูแลความสะอาดเรียบร้อยของโรงเรียนกว่าจะเสร็จก็เย็นมากแล้วนักเรียนส่วนใหญ่กลับบ้านไปหมดแล้วจึงไม่มีนักเรียนคนใหนเข้ามาในสวนผมตอนเย็นหลังเลิกเรียน ประตูหน้าสวนผมจึงมักไม่ค่อยเปิด ส่วนใหญ่ผมมักจะปีนข้ามตรงจุดนี้ไปมาระหว่างสวนกับโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงานหรือเวลาที่ผมไปซื้อข้าวปลาอาหารก็ใช้ทางนี้แหละครับ ประตูหน้าจึงแทบปิดตาย มันง่ายที่จะเข้าไปในสวนผมตรงจุดนี้ ตอนนี้ก็อยู่ในเวลาบ่าย จะเป็นวันใหนเวลาใหนถ้านักเรียนสาวๆจะปีนข้ามไปสวนผมผมก็ต้องมองซ้ายมองขวาก่อน เพราะมันเป็นความลับระหว่างผมกับบรรดานักเรียนสาวๆบางคนบางกลุ่ม
( บันไดไม้ไผ่แบบนี้แหละครับที่ผมใช้ปีนเก็บผลไม้ ปีนข้ามไปมาระหว่างสวนกับโรงเรียนบันไดที่นักเรียนสาวๆใช้ปีนข้ามไปมาระหว่างสวนกับโรงเรียนเช่นเดียวกัน บันไดที่ใช้ปีนข้ามรั้วจะสั้นกว่าบันไดที่ใช้ปีนเก็บผลไม้ บันไดที่นักเรียนสาวบางคนไม่กล้าปีน )
พอปลอดสายตาคนอื่น ผมก็ปีนขึ้นไปก่อนรอน้องฝนตรงบนรั้ว น้องฝนก็รวบรวมความกล้าปีนตามมา ตอนที่จะปีนข้ามไปฝั่งสวนผมมันจะยากตรงจุดนี้แหละสำหรับน้องฝน น้องฝนมองลงไป...ลุงเปี๊ยกมันสูงจังเลย ฝนกลัวตก.. นี่ไม่ใช่ตรั้งแรกที่น้องฝนพูดแบบนี้ น้องฝนไม่เคยข้ามไปสวนผมก็จริงแต่ก็เคยปีนมาถึงจุดนี้พอมองลงไปก็ถอดใจไม่ข้าม วันนี้น้องฝนดูจะกล้าเธอจับบันไดแน่นเลยข้ามแบบหันหน้าเอียงข้าง ผมก็บอกน้องฝนให้หันหลังเอาก้นลงมา น้องฝนบอกว่ากลัวไม่กล้าหมุนตัวบนรั้ว ผมก็เลยต้องช่วยให้กำลังใจน้องฝนแต่น้องฝนก็ไม่กล้าหมุนตัวเอาก้นลง น้องฝนใช้วิธีเอียงตัวค่อยๆก้าวขาลงมา น้องฝนจับบันไดแน่นค่อยๆก้าวขาลงมา ผมก็ลงบันไดไปจับบันไดไว้ไม่ให้เลื่อนหรือสั่น น้องฝนแม้จะกลัวแต่ก็อายบางอย่างน้องฝนคงอายว่าผมที่เงยหน้าขึ้นมองจะเห็นอะไรของน้องฝน น้องฝนใส่ชุดนักเรียนมาเรียนการแนะแนว ผมเองก็มายืนตรงด้านที่กระโปรงน้องฝนเปิด น้องฝนกลัวตกก็กลัวตกกลัวชายกระโปรงเปิดกว้างก็กลัว บางครั้งน้องฝนเอามือกดกระโปรงไว้ข้างมืออีกข้างจับบันไดแน่น แล้วเอ่ยออกมา...ลุงเปี๊ยกอย่าเงยหน้ามองฝนสิ... ผมก็ยิ้มๆถึงผมจะไม่ตั้งใจมองแต่ยังไงสายตาผมมันก็มองกว้างอยู่แล้ว ยิ่งน้องฝนมาทัก สายตาผมมันก็ยิ่งกวาดน่ะสิ น้องฝนกลัวๆก็กลัวอายก็อาย อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้เสมอพอเหลือบันไปอีกสองขั้น น้องฝนแม้จะค่อยๆก้าวลง แต่รองเท้านักเรียนของน้องฝนก็เกิดลื่นให้กับบันไดแม้จะไม่ลื่นถึงกับเท้าหลุดออกจากบันได แต่น้องฝนก็ยังร้องว๊ายยยยยย.... ออกมาด้วยความตกใจ ผมก็รีบกางมือแบบประคองร่างน้องฝนกันไว้ แต่ไม่ถูกตัวน้องฝน น้องฝนผวาจับบันไดแน่นเลย พอตั้งหลักได้น้องฝนไม่ก้าวลงแล้ว เพราะเหลือบันไดสองขั้นมันไม่สูงน้องฝนทะยายลงจากบันไดเข้าหาตัวผมที่กางแขนกันไว้ ตัวน้องฝนประทะใส่ตัวผมแม้จะไม่แรงแต่แรงเฉื่อยทำเอาตัวผมเสียหลักล้มลงกับพื้นเพราะส้นเท้าผมถอยไปเกี่ยวรากไม้ที่ลอยพ้นพื้นพลอยทำให้น้องฝนล้มไปกับผมด้วยผมหงายหลังลงไปน้องฝนหน้าคว่ำทับไปบนตัวผมหน้าท้องของน้องฝนทับไปบนท้องพุงโลของผม อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ริมฝีปากน้องฝนประทับใส่ริมฝีปากผมแบบไม่คาดคิด ต่างคนต่างชะงักงัน สายตาสบสายตา ริมฝีปากน้องฝนที่ประทับใส่ริมฝีปากผมถอยห่างจากริมฝีปากผมไม่ถึงฝ่ามือ เพราะเอวน้องฝนถูกมือเกี่ยวไว้ตามสัญชาตญาณของการล้ม น้องฝนเป็นสาวมัธยมที่สวยเสียเหลือเกิน ผมขาดสติฉับพลัน โน้มริมฝีปากขึ้นไปประกบเข้ากับริมฝีปากน้องฝน ( เหตุการณ์นี้คล้ายกับเหตุการณ์ของครูเดชที่น้องฝนเล่าให้ผมฟังเพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากครูเดชเป็นผม เปลี่ยนสถานการณ์จากที่ครูเดชอยู่บนน้องฝนอยู่ล่าง มาเป็นผมอยู่ล่างน้องฝนอยู่บน เปลี่ยนจากครูเดชเอาริมฝีปากประทับใส่ริมฝีปากน้องฝน มาเป็นน้องฝนเอาริมฝีปากประทับใส่ริมฝีปากผมก่อน ) น้องฝนทำอะไรไม่ถูกอีกครั้ง เมื่อถูกผมโน้มริมฝีปากขึ้นประทับใส่ริมฝีปาก พร้อมๆกันนั้นผมก็พลิกตัวน้องฝนลงไปนอนหงายโดยที่ริมฝีปากผมไม่หลุดออกจากริมฝีปากน้องฝน พุงโลของผมทับไปบนหน้าท้องที่แบนราบของน้องฝน พออยู่ในสภาพนี้ริมฝีปากผมก็บดใส่ริมฝีปากน้องฝนอย่างแนบแน่น...
ปีนี้เป็นปีที่สามที่ผมได้มาเป็นภารโรงที่นี่ สองปีที่ขาดหายไปจากวันที่น้องฝนเล่าเรื่องครูเดชให้ผมฟังจนมาถึงในวันนี้วันที่ผมกำลังบดริมฝีปากกับน้องฝนบนพื้นดินในสวนแห่งนี้ มีเรื่องราวหลายเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับนักเรียนสาวๆที่เกิดขึ้นในประตูบานเล็กบานใหญ่ในระหว่างสองปีนี้ ผมไม่ใช่เปี๊ยก พุงโล คนเดิมที่เคยถูกหลวงพ่อที่นับถือสอนสั่ง หลวงพ่อให้ผมทั้งศีลห้าศีลแปดวิหาร4ขันธ์5 และหลักธรรมต่างๆมากมาย แต่สิ่งเหล่านี้ถูกทำลายโดยนักเรียนสาวมัธยมไปจากตัวผมจนสิ้น ในเวลาแค่ไม่ถึงสามปีดีที่ผมได้มาเป็นภารโรงที่โรงเรียนแห่งนี้
สิ่งที่นักเรียนสาวมัธยมนำมาให้ผมมันคือหลักปฎิบัติหลักใหม่ผมเรียกหลักปฎิบัตินี้ว่า...
.......มธปฎิ 6ประการ.......
มธ=มัธยม ปฎิ=ปฎิบัติ แปลได้ว่า...หลักปฎิบัติ 6 ประการของการเป็นภารโรงในโรงเรียนมัธยมหญิงล้วน..
มีดังต่อไปนี้.....
ตาราคะ 1 คือการมองไปยังร่างกายส่วนต่างๆของนักเรียนสาวมัธยมทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา
หูราคะ 2 คือการสดับรับฟังเสียงต่างๆของนักเรียนสาวมัธยม
ใจราคะ 3 คือใจที่ใฝ่หาในตัวนักเรียนสาวมัธยม
จิตราคะ 4 คือจิตที่คิดเสพสมกับนักเรียนสาวมัธยม
กายราคะ 5 คือการได้แตะเนื้อต้องตัวนักเรียนสาวมัธยมทั้งที่เจตนาและไม่เจตนา
กามราคะ 6 คือการได้เสพกามเสพสมกับนักเรียนสาวมัธยม
สิ่งนี้คือหลักปฎิบัติ6ประการที่นักเรียนสาวมัธยมนำมาให้ผม ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มต้นก่อน เหตุที่มันเกิดขึ้นเป็นเพราะนักเรียนสาวมัธยมเริ่มต้นกับผมก่อน ผมจะค่อยๆอธิบายเหตุต่างๆที่มันเกิดขึ้นต้นเรื่องของเรื่องราวต่างๆที่ทำให้ผมเปลี่ยนไปไม่ใช่เปี๊ยก พุงโล คนเดิม ย้อนไปที่น้องฝนที่กำลังถูกผมบดขยี้ริมฝีปากเข้าใส่ น้องฝนไม่ใช่นักเรียนสาวมัธยมคนแรกที่ถูกผมบดขยี้ริมฝีปากเข้าใส่ ก่อนหน้านั้นระหว่างเวลาสองปีที่ขาดหายไป ผมได้ทำแบบนี้กับนักเรียนสาวมัธยมคนอื่นก่อนน้องฝนแล้ว มันทำให้ตัวผมมีหลักมธปฎิ6ประการเกิดขึ้น มันเลยทำให้ผมกล้าที่จะทำกับน้องฝน เอาไว้ผมจะมาเล่าย้อนหลังให้รู้กัน แผ่นหลังเสื้อนักเรียนของน้องฝนติดไปกับพื้นดินที่มีใบไม้แห้งตกอยู่เกลื่อน พร้อมด้วยริมฝีปากผมที่บดขยี้เข้าใส่ริมฝีปากน้องฝน ความกล้ามันมาพร้อมกับความขาดสติ มาพร้อมกับความสวยของน้องฝนที่ทำให้ผมอดใจไม่ได้ยับยั้งมธปฎิ6ประการไม่ได้ ร่างสูงปัดเศษ150'ของผมแนบติดร่าง160กว่าของน้องฝน พุงโลแนบหน้าท้องที่แบนราบ ริมฝีปากของผมทำงานเหมือนที่ทำกับลูกเลี้ยง บดใส่ริมฝีปากน้องฝนโดยไม่มีการละออก น้องฝนอยู่ในอาการที่ทำอะไรไม่ถูก ถูกร่างปัดเศษ150'ของผมช้อนอุ้มเดินละลิ่วเข้าไปในบ้านผมแล้ว ถึงผมจะสูงแค่ปัดเศษ150' และผอมที่ดูใหญ่เพราะพุงโลของผม ผมก็มีแรงมีกำลังที่จะอุ้มร่างของน้องฝนได้ น้องฝนพูดออกมาได้สามประโยคในระหว่างที่ผมอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน...ลุงเปี๊ยกไม่เอาน่ะ ลุงเปี๊ยกวางฝนลงน่ะ ลุงเปี๊ยกอย่าน่ะ..... ได้สามประโยคร่างน้องฝนในชุดนักเรียนสาวม.ปลาย ก็ถูกผมพาไปถึงที่นอนของผมที่ปูอยู่บนกับพื้นซีเมนต์ ผมวางน้องฝนลงตามคำขอของน้องฝน ผมวางน้องฝนลงไปนอนหงายอยู่กลางที่นอนของผม โดยที่น้องฝนไม่ทันทำอะไรปากน้องฝนก็ปิดสนิทด้วยปากของผมอีกครั้ง น้องฝนดิ้นขัดขืนใหม น้องฝนไม่ถึงกับขัดขืนผมแค่ยกแขนกันกั้นระหว่างผมกับเธอเท่านั้น พอตัวผมพุงโลของผมทับลงไป แขนน้องฝนก็แนบติดหน้าอกเธออย่างง่ายดาย มันคงเป็นจังหวะโอกาศวาสนาของผม ที่ได้ทำแบบนี้กับน้องฝนโดยที่น้องฝนไม่ได้ร้องให้ใครช่วยไม่ได้ดิ้นรนให้พ้นไปจากพุงโลของผม ผมปลุกเร้าอารมณ์ของน้องฝนให้ประทุขึ้น น้องฝนสาวมัธยมวัยใสใหนเลยจะต้านการปลุกเร้าของผมได้ ไม่นานสิ่งที่ผมไม่เคยคาดหวังว่าจะได้ ก็เผยให้ผมเห็นน้องฝนถูกผมปลุกเร้าถูกผมถอดชุดนักเรียนสาวม.ปลายออกไปจากร่างจนสิ้น เนื้อนวลขาวผ่องเป็นยองใยอวดโฉมความงามให้ผมได้เห็นทั้งร่างบนที่นอนของผม พร้อมด้วยร่างกายของผมก็เปลือยเปล่าเช่นกัน อวดท้องพุงโลอวดลำควยยาวเกือบ7"ให้น้องฝนได้เห็นเช่นกัน น้องฝนหลับตาพริ้มเอียงใบหน้าที่แดงซ่านเพื่อรอรับหลักมธปฎิข้อที่6จากผม น้องฝนถูกผมปลุกเร้าอารมณ์จนยอมผมทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ผมมองกระเปาะเต้านมกลมสวยของน้องฝน มองหัวนมสีชมพูออกแดงระเรื่อของน้องฝน เต้านมถันนมของน้องฝนมันสวยกว่าเต้านมของลูกเลี้ยงผมเป็นร้อยเท่า มันได้เข้ามาอยู่ในปากของผมอีกครั้งเมื่อชุดนักเรียนของน้องฝนได้พ้นไปจากร่างกาย ไอ้เปี๊ยก พุงโล เช่นผมหัวใจมันเต้นแรงมันสั่นด้วยความตื่นเต้นมันดีใจที่ได้แตะเนื้อต้องตัวน้องฝนนักเรียนสาวมัธยมสุดสวยคนนี้
( เต้านมน้องฝนกลมสวยแบบนี้แหละครับ )
ลิ้นสากๆค่อยๆตวัดใส่เต้านมของน้องฝนค่อยๆตวัดเลียไปที่ถันนมถันสวยของน้องฝน น้องฝนหลับตาพริ้มหายใจกระเส่าด้วยความเสียว แอ่นถันนมสีสวยให้ผมได้เลียได้ดูดเต็มหัว ผมค่อยๆเลียค่อยๆดูดเบาๆ ปลุกเร้าถันนมของน้องฝนอย่างทะนุถนอม เอามือบีบเต้านมของน้องฝนเบาๆ บีบเนื้อเต้านมเต่งให้มันยุบนิดๆ บีบให้น้องฝนรับรู้ถึงแรงกระสัน ผมค่อยๆปลุกเร้าไม่ให้ถันไม่ให้เต้าของน้องฝนได้รับความช้ำ ให้เต้าให้ถันน้องฝนมันแดงจากแรงเสียวที่ผมปลุกเร้า ผมมองเต้ามองถันของน้องฝนที่แข็งเต่งเป็นไต บรรจงจูบเบาๆไปที่หัวถันทั้งสองหัวเป็นการส่งท้ายก็ย้ายริมฝีปากจูบปูพรมต่ำลงไปผ่านหน้าท้องที่ขาวแบนราบของน้องฝน เข้าหาเนินโหนกของน้องฝน เนินโหนกของน้องฝนประดับด้วยเส้นใหมบางๆสีดำที่พึ่งงอกแซมแผ่ตามแพรใหมสีดำที่งอกขึ้นมาก่อนหน้านั้นประดับอยู่บนโหนกนูนเป็นทิวแถวอันสุดสวย แน่นอนว่าเนินโหนกของน้องฝนมันย่อมเจริญเติบโตไปตามอายุของน้องฝน ไปตามร่างกายของน้องฝน เนินโหนกของน้องฝนในตอนนี้มันต้องใหญ่กว่าสวยกว่าแต่ก่อน ที่ผมเคยได้เห็นแต่เพียงภายนอกในคราวที่น้องฝนแอ่นอยู่ในท่าสะพานโค้งในครั้งนั้น ตอนนี้น้องฝนไม่ต้องแอ่นความโหนกนูน เนินนูนของน้องฝนก็นูนขึ้นให้ผมได้เห็นแล้ว ผมเอามือที่สั่นในลูบไล้ไปบนเนินโหนกนูนของน้องฝน ลูบผ่านแพรใหมที่ละเอียดอ่อนของน้องฝน แยกขาน้องฝนให้แยกห่างจากกันผมมองรอยแยกในหว่างขาของน้องฝนด้วยหัวใจที่สั่นเต้นแรง แม้ว่าขาน้องฝนจะแนกจากกัน แต่รอยผ่าในหว่างขาของน้องฝนหาได้แยกออกจากกันไม่ รอยแยกที่เป็นเส้นตรงสวยยังประกบติดกันสนิท ข้างๆรอยแยกไม่มีแพรใหมสีดำงอกแซมแต่อย่างใดมันขาวเกลี้ยงเกลาไปทั้งแนวรอยแยก รอยผ่าที่สวยงามนี้มันได้ดึงใบหน้าผมลงไป มันได้ดูดเอาลิ้นผมออกมา มันดูดเอาแผ่นลิ้นของผมเข้าไปแต่รอยผ่านุ่มๆนี้ มันได้ดูดแผ่นลิ้นผมให้เลียตวัดใส่รอยผ่านี้......แผล็บ.บ.บ.บ.บ.....รอยผ่าหีของน้องฝนเผยอนิดเผยอหน่อยให้กับแผ่นลิ้นผมที่เลียแซะตวัดเข้าใส่ แคมนุ่มๆยุบลงเบาๆให้กับแรงกดแผ่นลิ้นของผมที่กดปาดเข้าใส่ น้องฝนขาเกร็งขากระตุกเป็นระยะ พร้อมกับเสียง...ฮืออ.อ.อ.อ... ที่ออกมาจากปากน้องฝน มันเหมือนว่าน้องฝนกำลังร้องไห้ เป็นการร้องไห้ที่ไม่มีน้ำตาใหลออกมาจากตา แต่เป็นการร้องไห้ที่มีน้ำใหลออกมาจากรอยผ่าหีของน้องฝน น้ำที่ใหลออกมาจากรอยผ่าหีของน้องฝนมันไม่เหมือนน้ำตา น้ำที่ใหลออกมาจากรอยผ่าหีของน้องฝน มันเป็นน้ำสีขาวเหนียวมันเหนอะหนะมันติดตามแผ่นลิ้นของผม มันเกาะติดขอบแคมหีของน้องฝน มันไม่เค็มเหมือนน้ำตา มันหวานเต็มแผ่นลิ้นของไอ้เปี๊ยก พุงโล คนนี้ มันเป็นเมือกหีวัยใสของน้องฝน พอมันออกมามาก ก็มีเสียง..อ่า.า.า.า.า..แทรกออกมาจากปากของน้องฝน พร้อมกับเสียงเรียก....ลุงเปี๊ยก อ่า.า.า... ลุงเปี๊ยก..อ่า.า.า.า.. ลุงเปี๊ยก..อ่า.า.า.... กระเส่าตามออกมาติดๆ น้องฝนกระเส่าเรียกผมเพื่ออะไรกันแน่ ?
น้องฝนกระเส่าเรียกผมเพื่ออะไรผมไม่ถามกลับไม่ขานตอบ ผมบรรจงเอานิ้วแบะรอยผ่าหีของน้องฝนให้แยกออกจากกัน หัวใจของเปี๊ยก พุงโล ที่สั่นเต้นแรงยิ่งสั่นเต้นแรงมากขึ้นไปอีกเมื่อได้เห็นสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในรอยผ่าหีของน้องฝน ของลูกเลี้ยงใหนเลยจะสู้ของน้องฝนได้ ผมเหมือนโคแก่ที่เห็นหญ้าอ่อนอยู่ตรงหน้า ผมมองเนื้อสาวสีชมพูอมแดงระเรื่อของน้องฝนที่ซ่อนอยู่ในรอยผ่าหี ที่มีน้ำหล่อเลี้ยงสีใสๆเคลือบอยู่มันเหมือนเป็นเนื้อมุกเม็ดงามที่ส่องแสงเป็นประกายให้กับชายผู้โชคดีที่ได้พบ ผมโน้มหน้าเข้าไปเอาแผ่นลิ้นตวัดใส่เนื้อสาวอันแสนงดงามของน้องฝน..แผล็บ.บ..บ.... ผมไม่ใช่โคหนุ่มที่ไถปากกินหญ้าอ่อนจนเตียนโล่งอย่างรวดเร็ว ผมเป็นโคแก่ที่ค่อยๆเล็มหญ้าอ่อนช้าๆแต่เต็มปากเต็มคำ แล้วเงยหน้าค่อยๆเคี้ยวหญ้าอ่อนลงคอไป เปรียบเหมือนตอนนี้ที่ผมตวัดเลียเนื้อสาวของน้องฝน ค่อยๆตวัดเล็มเลีย แล้วหยุดมองเนื้อสาวของน้องฝน หยุดมองว่าตรงใหนที่ผมยังไม่ได้เล็มเลียผมจะลงลิ้นไปตรงจุดนั้นตวัดเล็มเลียอย่างใจเย็น แต่ทำให้น้องฝนร้อนสวาทไปทั้งกาย ทำให้น้องฝนที่ครางกระเส่าต้องปล่อยคำพูดอีกคำตามออกมา.....ลุงเปี๊ยก..อ่า.า.า.า...ฝน..ฝน..ฝนเสียวเสียวเสรยวววววววว...อ่า.า.า...เสรยววว...อรูยย...เสียว..เสียว..เสรยววววว....อ่า.า.า.า...อือ.อ.อ.อ...อ่า.า.า.า....อรูย..ย..ย..ย..ย..ย..ย......
ความเสียวทำให้น้องฝนละความอายไปชั่วขณะกล้าพูดกล้าเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองกำลังได้รับ ผ้าปูที่นอนของผมยับย่นไปตามแรงดึงแรงทึ้งจากน้ำมือของน้องฝน กายของน้องฝนอุ่นไปร่างเหมือนเมือกสาวอุ่นๆที่ใหลออกมา เมื่อผมได้จับร่างจับเอวจับขาของน้องฝนเพื่อให้ร่างพุงโลของผมแทรกเข้าไปในหว่างขาของน้องฝนเมื่อผมปลุกเร้าอารมณ์ของน้องฝนจนได้ที่แล้ว พุงโลของผมไม่เป็นอุปสรรคใดๆที่ผมจะปฎิบัติมธปฎิข้อที่6กับน้องฝน สิ่งที่ผมเอาเข้ารูสาวของน้องฝนมันไม่ใช่พุงโลของผมมันเป็นลำควยของผมที่ผมจะเอาเข้ารูสาวของน้องฝน ผมจับหัวควยของผมกรีดใส่รอยผ่าหีของน้องฝนถูใส่แคมหีนุ่มๆของน้องฝนเสยใส่เนินโหนกนูนของน้องฝนให้ความเป็นชายของผมมันคุ้ยเคยกับความเป็นหญิงของน้องฝน ให้มันชุ่มด้วยเมือกสาวของน้องฝน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะเข้าไปในรูสาวของน้องฝน น้องฝนหลับตาพริ้มหายใจกระเส่าเตรียมรับลำควยผมด้วยอารมณ์สวาทอย่างสุกงอมแล้ว เมื่อหัวความเป้นชายของผมชุ่มด้วยเมือกเสียวของน้องฝนแล้ว ผมก็จับหัวความเป็นชายจ่อไปที่รูหีของน้องฝน ที่ผมเชื่อมั่นผมเป็นชายคนแรกที่ได้นำความเป็นชายเข้าไปในรูสาวของน้องฝน หัวควยผมแตะไปที่ปากรูหีของน้องฝน หัวควยผมไม่ได้บานใหญ่เหมือนเห็ดที่บานแล้ว หัวควยผมออกแหลมเหมือนหัวปลาช่อนปลาชะโด เงี่ยงควยผมเหมือนดอกเห็ดที่ตูมเต็มที่ ที่กำลังจะบานออกไป หัวควยผมไม่ได้ใหญ่ไปกว่าลำควย แต่มันก็มีเงี่ยงควยให้หญิงสาวดูออกว่านี่คือหัวควยของเปี๊ยก พุงโล ผู้อาภัพ
ผมมองหัวควยผมที่มุดแทรกเข้าไปในรูหีของน้องฝน น้องฝนดูตัวจะเกร็งมากพอหัวควยผมมุดเข้ารูหีน้องฝนทั้งหัว ร่างเกร็งของน้องฝนก็ผวาขึ้นพร้อมกับคำพูดที่หลุดออกจากปากน้องฝน...โอ้ยยย...ครูเดช ฝนเจ็บ.. ผมก็ชะงักให้กับร่างน้องฝนที่เกร็งผวาขึ้นมาพร้อมกับคำพูดของน้องฝน น้องฝนเองพอรู้ว่าหลุดคำพูดนี้ออกไป ก็ก้มหน้าไม่กล้าสบหน้าผมและดูจะอายที่ได้หลุดคำพูดนี้ออกมา แน่นอนครับว่ามันทำให้ผมสงสัยในคำพูดที่หลุดออกมาของน้องฝน ในเมื่อคนที่ดันหัวควยเข้ารูหีน้องฝนในตอนนี้คือผมเปี๊ยก พุงโล ไม่ใช่ครูเดชแล้วทำไมน้องฝนถึงได้หลุดพูดคำว่าครูเดช ออกมา ครั้งนั้นผมเคยสงสัยอยู่แล้วว่าน้องฝนบอกผมเรื่องเธอกับครูเดชไม่หมด เมื่อน้องฝนหลุดคำพูดออกมาแบบนี้จริงๆแล้วเรื่องของครูเดชกับน้องฝนมันไปถึงใหนกันแน่ มาถึงตอนนี้ในเมื่อผมกับน้องฝนอยู่กันในสภาพนี้แล้ว และน้องฝนก็หลุดคำพูดออกมาแบบนี้ ผมก็ถามเรื่องในครั้งนั้นระหว่างน้องฝนกับครูเดช กับน้องฝนอีกครั้ง ซึ่งน้องฝนก็ยอมเล่าเรื่องของเธอกับครูเดชให้ผมฟังอีกครั้ง
...จุดเริ่มต้นเริ่มเหมือนที่น้องฝนเคยเล่า พอมาถึงตอนที่ครูเดชพยายามจะถอดกางเกงวอร์มพละของน้องฝน ครั้งนั้นน้องฝนบอกผมสติของเธอกลับคืนมา เธอดิ้นหลุดจากครูเดชออกมาได้และได้ออกจากโรงยิมไปซึ่งสิ้นสุดแค่นี้ แต่ในตอนนี้ที่น้องฝนเล่าใหม่น้องฝนบอกว่าเธอยังทำอะไรไม่ถูกเลยครูเดชถอดกางเกงวอร์มพละของน้องฝนออกไปได้ ผมว่าที่น้องฝนทำอะไรไม่ถูกเพราะถูกครูเดชปลุกเร้าอารมณ์จนเคลิบเคลิ้มเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว ผมว่าถึงขั้นที่ว่าเวลาผู้หญิงทำอะไรไม่ถูกมักจะเอาคำว่า..ปล่อยเลยตามเลย..มาใช้ ผมว่าตอนนี้น้องฝนโดนครูเดชปลุกเร้าอารมณ์จนปล่อยเลยตามเลยกับครูเดชไปแล้ว เพราะน้องฝนยังเล่าต่อไปอีกมันไม่ได้จบแค่นี้ น้องฝนปล่อยเลยตามเลยกับครูเดชไปถึงใหน น้องฝนปล่อยเลยตามเลยกับครูเดชจนไม่มีเสื้อผ้าติดกายทั้งสองคน น้องฝนปล่อยครูเดชปลุกเร้าอารมณ์ไปทุกที่ทุกส่วนของร่างกายเหมือนที่ผมทำกับน้องฝน น้องฝนปล่อยให้ครูเดชกระทำถึงจุดนี้ใช่ใหม ไม่ครับน้องฝนปล่อยเลยตามเลยให้ครูเดชสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในอวัยวะเพศของน้องฝน แล้วครูเดชทำสำเร็จใหม น้องฝนยอมรับครูเดชเอาลำควยเข้ารูหีน้องฝนจนสำเร็จเข้ามิดทั้งดุ้นครับ ผมได้ยินน้องฝนบอกแบบนี้ใจของเปี๊ยก พุงโล สลายวูบผมเชื่อมั่นว่าผมเป็นชายคนแรกของน้องฝนแน่ๆแต่มันไม่ใช่เสียแล้ว ครูเดชได้เจาะไข่แดงของน้องฝนไปแล้ว น้องฝนบอกต่อว่าในระหว่างที่ครูเดชมีเพศสัมพันธ์กับเธอน้องฝนเจ็บรูหีมากเพราะลำควยครูเดชใหญ่มากใหญ่กว่าลำควยผมเป็นเท่าตัว น้องฝนบอกให้ครูเดชหยุดกลางคันแต่ครูเดชก็คอยปลอบน้องฝนมันเจ็บแค่ทีแรกๆเท่านั้นต่อไปก็จะไม่เจ็บแล้ว แล้วน้องฝนเชื่อใหม น้องฝนแม้จะเจ็บแต่ผมว่าน้องฝนก็คงมีความเสียวด้วยนั่นแหละ น้องฝนยอมเชื่อยอมทนเพื่อครูเดช น้องฝนยอมทนความเจ็บไปถึงใหน น้องฝนยอมทนความเจ็บให้ครูเดชมีเพศสัมพันธ์กับน้องฝนจนครูเดชสำเร็จความใคร่กับน้องฝนแตกในอัดฉีดน้ำควยใส่รูหีน้องฝนไปเต็มๆ เท่ากับว่าครูเดชได้ร่างกายของน้องฝนไปหมดแล้วได้เจาะไข่แดงเอาความสาวของน้องฝนพร้อมกับแตกในใส่น้องฝนเป็นคนแรกไปแล้วอย่างสมบูรณ์ภายในโรงยิมของโรงเรียนโดยไม่มีใครรู้ใครเห็น หรือมีใครเป็นพยาน พอผมรับรู้ความจริงทั้งหมด ใจผมเสียดายน้องฝนเสียเหลือเกินผมไม่ได้เป็นชายคนแรกของน้องฝนแล้ว ในขณะเดียวกันผมก็อิจฉาในความโชคดีของครูเดชมากจริงๆ ทำไมน่ะทำไมไม่เป็นเปี๊ยก พุงโล คนนี้ที่ได้เป็นชายคนแรกของน้องฝน เพราะน้องฝนเป็นสาวมัธยมที่สวยมากสวยจริงๆยิ่งกว่านางฟ้าจำแลงแปลงกายลงมา พอได้น้องฝนแล้วครูเดชก็ย้ำบอกน้องฝนว่าจะให้น้องฝนผ่านการสอบซ่อม แต่เอาเข้าจริงๆครูเดชกลับไม่ทำตามที่พูด วันศุกร์นั้นครูเดชก็มาบอกน้องฝนว่าน้องฝนยังมีบางท่าที่ยังไม่ได้สอบซ่อมในวันนั้น ครูเดชให้น้องฝนมาสอบซ่อมในวันเสาร์อีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายแล้วครูเดชจะให้น้องฝนผ่าน น้องฝนรู้ความคิดของครูเดชว่าจริงๆแล้วครูเดชต้องการอะไรจากน้องฝน วันนั้นน้องฝนสอบไปหมดทุกท่าแล้ว ครูเดชต้องการมีอะไรกับน้องฝนแน่นอน ถ้าผมเป็นครูเดชผมก็จะทำเหมือนครูเดชน้องฝนสวยเสียขนาดนี้ครั้งเดียวมันจะพอได้ยังไง โดยที่น้องฝนเสียตัวให้ครูเดชไปแล้วไอ้เรื่องแบบนี้น้องฝนบอกใครไม่ได้จริงๆ แต่ในขณะเดียวกันน้องฝนก็ไม่ต้องการมีเพศสัมพันธ์กับครูเดชอีก จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจในนาทีสุดท้ายที่ทำให้น้องฝนต้องยอมบอกเรื่องนี้กับผมแต่บอกไม่หมดในครั้งนั้น ผมก็เห็นใจน้องฝนที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
แต่เรื่องของผมกับน้องฝนในนาทีนี้ ผมจะเห็นใจน้องฝนใหมผมจะหยุดใหม ผมคงต้องตอบว่าคงไม่เห็นใจคงไม่หยุดล่ะครับ แก้ผ้ากันหมดทั้งสองคนแล้ว หัวควยผมก็ยัดเข้ารูหีน้องฝนเข้าไปทั้งหัวแล้ว ผมว่าขนาดของหัวควยผมคงไม่ทำให้น้องฝนเจ็บแน่ แต่ที่น้องฝนผวาพูดออกมา มันคงเป็นความเจ็บฝังใจที่โดนควยขนาดใหญ่ของครูเดชทะลวงรูหีเปิดซิงเสียมากกว่า หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากน้องฝนแล้ว ผมก็ปลอบน้องฝน ..ฝนไม่ต้องกลัวเจ็บน่ะ ครูเดชเอาเลือดน้องฝนออกไปแล้ว ( น้องฝนคงเข้าใจคำว่าเลือดนี้หมายถึงเลือดอะไร ) ฝนไม่เจ็บอีกแล้วอย่างแน่นอน ฝนนอนลงน่ะให้ลุงเอาต่อน่ะ... น้องฝนเอนหงายหลังนอนลงไปอย่างง่ายดายตามการประคองเบาๆจากผม ผมว่าน้องฝนมีใจยอมผมมากกว่าครูเดชแน่นอนเพราะพอน้องฝนนอนลงไปแล้วเธอก็หลับตาพริ้มพูดออกมา..ลุงเปี๊ยกทำฝนเบาๆน่ะ.. ผมก็ตอบน้องฝนผมจะทำเบาๆผมตอบน้องฝนด้วยหัวใจที่สั่นด้วยความดีใจเพราะน้องฝนไม่ได้บอกให้ผมหยุด ผมมองเรือนร่างของน้องฝนตั้งแต่หัวมาถึงรูหีของน้องฝนที่อ้าออกพองามรัดเอาหัวควยผมไว้ทั้งหัว พุงโลของผมไม่ได้เป็นอุปสรรคในมองเห็นของผม ผมดึงหัวควยออกมาเบาๆพอเห็นเงี่ยงควยผมก็ดันหัวควยเข้าไป ผมดึงหัวควยออกมาไม่ให้เห็นเงี่ยงควยผมก็ดันลำควยเข้าไป ผมดึงลำควยออกมาดันกลับเข้าไปเบาๆดันเข้าถึงครึ่งลำควยแล้ว ผมก็เด้ารูหีน้องฝนเบาๆ น้องฝนก็เผยอปากกระเส่าเสียวแผ่วๆออกมาเช่นกัน ผมดันเด้าดันซอยเบาๆดันลำควยยาวเกือบเจ็ดนิ้วเข้ารูหีน้องฝนจนติดโคนพุงโลก็แนบติดหน้าท้องที่แบนราบของน้องฝนเช่นกันผมแช่ควยไว้สักนิดให้น้องฝนรับรู้ลำควยของลุงเปี๊ยก พุงโล คนนี้เข้ารูหีไปสุดลำแล้ว น้องฝนรับรู้เผยอเปลือกตามองผมนิดแล้วหลับตาพริ้มตามเดิม เอามือทั้งสองข้างเข้าจับเอวพุงโลของผมไว้เป็นสัญญานให้ผมรู้ว่าเธอพร้อมจะทำมธปฎิในขั้นสุดท้ายกับผมแล้ว ผมก็เอามือจับเอวคอดของน้องฝนไว้เช่นกัน แล้วกระดกก้นเด้ารูหีน้องฝนเบาๆ รูหีน้องฝนคับแน่นฟิตดีเหลือเกิน ควยผมไม่ใหญ่แต่ก็รับรู้ถึงความฟิตนั้น น้องฝนแค่โดนลำควยใหญ่ๆของครูเดชแค่ครั้งเดียวและมันก็ผ่านไปราวๆสองปีแล้ว รูหีน้องฝนจึงเหมือนว่าไม่เคยโดนควยมาก่อน รูหีน้องฝนจึงรัดลำควยขนาดปัดเศษ4"ของผม เหมือนว่าลำควยผมใหญ่โตมโหฬารจึงรัดได้แน่นไปทั้งลำ เนื้อหีที่นุ่มแน่นในเสียดสีใส่ลำควยผม เผยอปากผมให้เหยเกยิงฟันขาวออกมาทั้งแถบเพียงแค่เริ่มต้น ลำควยยาวของผมก็ดันเสียดสีใส่เนื้อหีน้องฝนดันเผยอปากน้องฝนให้เผยออ้า พอๆกับรูหีน้องฝนที่เผยออ้ารัดเอาควยกระทัดรัดปัดเศษ4"ของผม ปากน้องฝนที่อ้าถ้าได้อมลำควยผมก็จะอมได้พอดิบพอดี แต่ผมไม่เอาควยผมให้น้องฝนอม หูราคะของผมอยากฟังเสียงกระเส่าใสๆของน้องฝนที่ครางเสียวออกมามันช่างเป็นเสียงที่ฟังแล้วไพเราะเสนาะหูจริงๆ เสียงครางเสียวของน้องฝนแทรกด้วยเสียงที่น่าฟังอีกเสียง มันก็คือเสียงลำควยของผมดันใส่รูหีเสียดสีใส่เนื้อหีของน้องฝน มันเป็นเสียง...ตับ.บ.บ.บ.บ.บ....ที่โคนควยของผมอัดใส่โคกหีวัยสาวของน้องฝน เมื่อผมถามน้องฝนไปว่า...ลุงทำให้น้องฝนเจ็บใหม ...น้องฝนตอบกลับผมด้วยเสียงกระเส่าอันไพเราะ...ฝนไมเจ็บลุงเปี๊ยกไม่ได้ทำให้ฝนเจ็บลุง..ลุงเปี๊ยกทำ..ทำให้ฝนเสียว... เมื่อตอบผมแล้วใบหน้าที่แดงระเรื่อดวงตาที่ใสแวววาวก็หลับตาพริ้มรับความเสียวจากผมอีกครั้ง ด้วยเสียง...ตับ.บ.บ.บ.บ.บ.บ.บ.... ที่ผมอัดส่งลำควยเข้าไปในรูหีของน้องฝน ลำควยผมไม่มีเลือดสาวของน้องฝนติดอย่างแน่นอน แต่ก็ได้เมือกหีของน้องฝนติดเหนอะหนะไปทั้งลำควย จึงได้เสียง..แจะ.ะ.ะ.แฉะ.ะ.ะ.บ๊วบ.บ.บ...อันไพเราะแทรกเข้ามาอีกสามเสียง พร้อมกับเสียงครางเสียวของน้องฝนที่ดังขึ้น ประกบไปกับเสียงแผดก้องของแรงกระแทก...ตั่บ.บ.บ.บ.บ...ปั่บ.บ.บ.บ.บ... ปากผมที่เหยเกยิงฟันขาว ก็ครางกระเส่า..อ๊า.า.า.า...ซี๊ด.ด.ด... ตามออกมาอย่างไม่ขาดเสียง พุงโลของผมยังแนบติดหน้าท้องของน้องฝนโดยไม่ขยับไปใหน แต่ก้นของผมขยับกระดกเร็วจี๋ซอยลำควยใส่รูหีที่แสนฟิตของน้องฝนเหมือนเครื่องยนต์คูโบต้าที่ไถนาแหวกร่องนาไปเป็นทางยาว มือของน้องฝนที่จับพุงโลของผมไว้ พอรูหีโดนไถเร็วจี๋ เล็บสาวก็กางออกจิกเข้าพุงโลของผมไปทั้งสิบนิ้ว พุงโลของผมแม้จะดูตึงแต่มันก็ไม่แตกแม้จะโดนเล็บน้องฝนจิกใส่ ไอ้ที่จะแตกคือลำควยของผมที่อยู่ในรูหีน้องฝนที่กำลังซอยเนื้อหีน้องฝนอยู่อย่างเร็วจี๋ มันโดนรูหีน้องฝนรัดตอดถี่ยิบมันโดนเนื้อหีน้องฝนเสียดสีด้วยความนุ่มฟิตคับแน่น มันทำให้กรามผมขบกันแน่น มันทำให้เส้นเลือดผมโป่งไปทั้งแขน แต่มันก็ทำให้น้องฝนตัวเกร็งไปทั้งร่าง มือเกร็งเล็บจิกพุงโลผมแน่น หายใจแรงอย่างรวดเร็วร้องออกมาดัง..ลุงเปี๊ยกกกก...ฝน..ฝน..ฝน....อ่าาาาาาาาาาาา...อ๊ายยยยยยยยย... เพียงเสี้ยวนาทีก่อนที่ฝายผมจะพัง น้องฝนก็ชิงเขื่อนพังไปก่อนผม แตกน้ำหีอุ่นๆออกจากโพรงหีอย่างมากมายพุ่งใส่ลำควยผมทั้งลำ ฝายผมหรือจะต้านทานน้ำหีอุ่นๆจากเขื่อนของน้องฝนได้ ผมซอยหีน้องฝนได้อีกเสี้ยววินาทีฝายผมก็พัง น้ำควยแตกออกจากฝายพุ่งเข้าใส่โพรงหีน้องฝนไปจนหมดฝาย เข้ารูหีน้องฝนไปอย่างสุดเสียว ผมไม่ชักแตกนอก ผมมีความเชื่อความคิดของผมว่า...มีอะไรกับผู้หญิงคนใหนครั้งแรกแตกในใส่ผู้หญิงยังไงผู้หญิงก็ไม่ท้อง..... ผมได้พิสูจน์กับลูกเลี้ยงของผมแล้ว ผมเอาสดลูกเลี้ยงนานถึงแปดเก้าเดือนลูกเลี้ยงถึงได้ท้อง
..... สุขใหนจะเท่าสุขในวันนี้ได้เอาหีน้องฝนได้อย่างไม่คาดคิด ได้อัดฉีดน้ำควยใส่รูหีน้องฝนไปจนหมด ดูเหมือนว่าพอได้เอาน้ำควยออกใส่รูหีน้องฝน ท้องพุงโลของผมจะยุบแบนนิดๆติดแน่นกับหน้าท้องที่แบนราบของน้องฝน น้องฝนตัวเกร็งกระตุกแล้วก็ยังหลับตาพริ้มนอนนิ่งอยู่บนที่นอนผม สงสัยคงเพลีย ผมให้น้ำควยผมออกไปหมดแล้วก็ค่อยๆชักลำควยออกจากรูหีน้องฝนโดยมีสายตาผมมองดูโดยไม่มีกระพริบตา ผมจะเก็บภาพเหล่านี้ไว้เป็นความทรงจำควยผมหลุดออกจากรูหีน้องฝนทั้งลำพร้อมด้วยน้ำควยของผมบางส่วนที่ใหลย้อยตามออกมา ลำควยผมเหนอะหนะไปทั้งลำไม่ต่างไปจากรูหีของน้องฝนที่เหนอะหนะไปด้วยน้ำควยของผม พอผมชักควยออกมาแล้วก็ก้มไปหอมแก้มน้องฝนฟอดหนึ่ง น้องฝนปรือตามองแวบก็หลับตาพริ้มเหมือนเดิม ผมก็เลยต้องนอนกอดน้องฝนเป็นเพื่อนน้องฝนในบ้านพักของผมไป ก็กินเวลาเป็นหลักชั่วโมงที่น้องฝนนอนหลับตาพริ้มไปพร้อมกับผม เรียกว่าน้ำควยผมเกือบจะแห้งติดหีน้องฝน ผมกับน้องฝนถึงได้ลุกไปทำความสะอาดร่างกาย น้องฝนเอียงอายให้กับผมไม่ใช่น้อยที่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผม ความเอียงอายมาพร้อมกับคำมั่นสัญญาที่น้องฝนให้ผมสัญญากับเธอว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ระหว่างผมกับเธอให้คนอื่นได้รับรู้และให้ผมสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องของเธอกับครูเดชให้คนอื่นได้รับรู้แม้ว่าครูเดชจะไม่ได้สอนอยู่ที่นี่แล้ว ผมก็ให้คำมั่นสัญญาต่อน้องฝนด้วยเกีรยติของความเป็นเปี๊ยก พุงโล น้องฝนเอียงอายให้กับผมไม่มาช่วยผมทำความสะอาดโรงเรียนหลังเลิกเรียนถึงสองอาทิตย์ พอความเอียงอายเริ่มลดลงน้องฝนก็เข้ามาช่วยผมทำความสะอาดโรงเรียนอีกครั้ง ด้วยพวงแก้มที่แดงระเรื่อเมื่อได้มาเจอหน้าผม ผมเคยคิดถ้าผมเป็นครูเดชผมก็ต้องเอาน้องฝนอีก แต่ผมไม่ใช่ครูเดชผมคือเปี๊นก พุงโล ผมไม่ต้องการให้ไมตรีจิตระหว่างผทกับน้องฝนต้องพังลง ผมเห็นตัวอย่างแล้วจากครูเดชที่ต้องการในตัวน้องฝนอีก ทำให้น้องฝนไม่มีไมตรีจิตให้กับครูเดชอีก ผมไม่พูดกับน้องฝนในเรื่องที่เกิดขึ้น ผมไม่ถือเอาตัวเองเป็นเจ้าของในตัวน้องฝน ผมไม่เอาเรื่องที่เกิดขึ้นมาเป็นข้อต่อรองกับน้ำฝนเพื่อจะขอมีอะไรกับน้องฝนอีก ผมให้บุญวาสนาเป็นตัวนำพา ถ้าผมมีบุญวาสนากับน้องฝนอีก ยังไงน้องฝนกับผมก็ต้องมีบุญวาสนาร่วมกันอีก ถึงผมจะไม่มีบุญวาสนากับน้องฝนอีก ครั้งเดียวที่ผมมีบุญวาสนากับน้องฝนมันก็เป็นโชคอันยิ่งใหญ่ของเปี๊ยก พุงโล แล้ว..
น้องฝนยิ้มคุยกับผมอย่างสบายอกสบายใจเมื่อผมไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีกหรือมีความต้องการในตัวของเธออีก แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันได้ฝังอยู่ในใจน้องฝนไปแล้วคราใดที่สายเราสองคนต้องต้องกัน แก้มน้องฝนจะแดงระเรื่อขึ้นมาทุกคราไป พร้อมกับรอยยิ้มของผมที่เกิดขึ้นที่ใบหน้าและใจของผม
วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมใจหายอีกครั้ง เป็นวันที่นักเรียนสาวๆทุกคนจะมาที่โรงเรียนแห่งนี้เป็นวันสุดท้ายเพื่อมารับสมุดพก เปิดภาคเรียนต่อไปนักเรียนสาวม.1ก็จะขึ้นม.2 นักเรียนสาวม.2ก็จะขึ้นม.3 นักเรียนสาวม.3 ก็จบการศึกษาออกไป จะไปต่อสายอาชีพสายสามัญก็แล้วแต่ละคน นักเรียนสาวม.4ก็จะขึ้นม.5 นักเรียนสาวม.5ก็จะขึ้นม.6 นักเรียนสาวม.6 ก็จบการศึกษาออกไป จะไปต่อในทิศทางใหนก็แล้วแต่ละคน หนึ่งในนักเรียนสาวม.6ที่จบออกไปก็คือน้องฝน ผมใจหายเสียเหลือเกิน แต่ละปีที่ผ่านไปมันช่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน ผมคงไม่ได้เห็นใบหน้างามๆรอยยิ้มสวยๆน้ำเสียงอันไพเราะของน้องฝนอีกแล้ว ผมมองนักเรียนสาวๆทั้งหลายร่ำลาครูที่ให้ความรู้ มองดูนักเรียนสาวๆที่แยกย้ายกันกลับไป ผมใจหายเสียเหลือเกินผมมองหาน้องฝนไม่เจอเพื่อจะได้ร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย น้ำตาของเปี๊ยก พุงโล ปริ่มอยู่ในนัยตาผมไม่รู้ทำไมผมถึงมีอาการแบบนี้เกิดขึ้นได้ เมื่อไม่ได้เจอน้องฝนเป็นครั้งสุดท้าย ผมดูความเรียบร้อยภายในโรงเรียนเสร็จแล้วหลังจากที่นักเรียนสาวๆกลับไปหมดแล้ว ผมก็ข้ามกลับไปยังสวน พอผมเดินมาถึงหน้าบ้านพัก น้ำตาของเปี๊ยก พุงโล ที่ปริ่มอยู่ในนัยตาก็เอ่อล้นออกมา เพราะแคร่ไม้ที่หน้าบ้านพักผม น้องฝนครับ...น้องฝนเธอ..เธอ.นั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้านพักผมรอผมด้วยรอยยิ้ม เธอมารอร่ำลาผมครับ ผมไม่คิดครับว่าผมภารโรงที่ชื่อเปี๊ยก พุงโล จะมีคุณค่าต่อน้องฝนทำให้น้องฝนต้องมารอร่ำลาเปี๊ยก พุงโล ถึงหน้าบ้านพัก มันเป็นการเซอร์ไพร้ส์ที่ทำให้น้ำตาผมมันใหลออกมา น้องฝนก็ถามผมทำไมน้ำตาถึงใหล ผมก็ตอบน้องฝนเพราะผมดีใจที่ได้เจอน้องฝนเป็นครั้งสุดท้าย ผมกับน้องฝนนั่งพูดคุยร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้ายบนแคร่หน้าบ้านพักผม ไปๆมาๆน้ำตาน้องฝนก็ใหลออกมาตามผมเช่นเดียวกัน ผมกับน้องฝนกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อร่ำลากันมันเป็นการกอดเพื่อการร่ำลากันจริงๆ หลังจากกอดกันแล้วน้องฝนก็ลุกขึ้นเพื่อจากผมไป ผมก็พูดออกมาสวนแห่งนี้คงไม่มีน้องฝนมาเดินเที่ยวอีกแล้ว พอผมพูดออกไป น้องฝนก็เปลี่ยนใจยังไม่ไปจากผม ขอเดินเที่ยวในสวนนี้เป็นครั้งสุดท้ายกับผมแล้วถึงจะกลับ มันเป็นการเดินเที่ยวสวนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะและความสุข ต้นใหนผลไม้สุก ผมก็ขึ้นไปเอาให้น้องฝนกิน ใช้เวลาแห่งความสุขจนเดินรอบสวนแล้ว ก็คงได้เวลาที่น้องฝนต้องไปแล้ว น้องฝนในชุดนักเรียนเดินต้องแสงอาทิตย์ยามสายแบบนี้น้องฝนเธอช่างสวยยิ่งนัก วันนี้ก็คงเป็นวันสุดท้ายเช่นกันที่น้องฝนจะได้ใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลาย เสื้อสีขาวกระโปรงสีน้ำเงิน ผมยอมรับว่าผมอดใจไม่ได้จริงๆ ผมบอกน้องฝน...ลุงขอจับมือน้องฝนพาไปส่งที่ประตูสวนได้ใหม...
น้องฝนแอบปีนเข้ามาขาออกผมก็ให้น้องฝนออกประตูหน้าสวนนี่แหละไม่ต้องปีนข้ามไปในโรงเรียนอีก น้องฝนยิ้มเม้มปากใบหน้าแดงเรื่อทั้งหน้าไม่ใช่แดงแค่แก้มแล้ว น้องฝนไม่พูดปฎิเสธออกมาแต่ก็ไม่ได้บอกตอบรับผม ลักษณะแบบนี้ผมก็รู้คำตอบล่ะ...มือขวาผมที่แกว่งไปมาเข้าจับมือซ้ายของน้องฝนไว้ พาน้องฝนไปที่ประตูหน้าสวน พอผ่านตรงหน้าบ้านพักผมก็ตัดสินใจบางอย่าง ผมเอ่ยบอกน้องฝน ....ฝนคงไม่ได้มาที่นี่อีกแล้ว ลุงขอพาฝนไปดูบางสิ่งในบ้านลุงเป็นครั้งสุดท้ายน่ะ..
น้องฝนยอมตอบรับคำขอของผมตามผมเข้าไปในบ้าน ผมพาน้องฝนไปยังที่นอนของผม ผมกับน้องฝนนั่งไปบนที่นอนนั้น พร้อมกับคำพูดของผมที่พูดออกไป......ฝนจำที่นอนผืนนี้ได้ใหม..
แน่นอนว่าน้องฝนคงไม่ลืมที่นอนผืนนี้ ที่นอนที่ผมกับน้องฝนเคยมีอะไรกัน น้องฝนเอียงอายอย่างเห็นได้ชัด ผมไม่ปล่อยให้ความอายของน้องฝนหายไป ความเอียงอายทำให้น้องฝนอยู่ในอาการทำอะไรไม่ถูกเมื่อผมพาเธอมายังที่นอนของผมและได้ถามน้องฝนไปแบบนี้ เมื่อผมถามน้องฝนแล้วผมก็ขอน้องฝนต่อทันทีขอแบบตรงๆอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดน้องฝนจะโกรธก็ให้มันเป็นไปเพราะมันเป็นวันสุดท้ายไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้วผมเอ่ยออกไป.....ฝนจ๊ะ...ลุงกับฝนคงไม่ได้พบกันอีกแล้ววันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ฝนกับลุงจะได้พบกัน........................................................................................ ลุงขอน่ะฝน...
" ตรงจุดไข่ปลายาวๆมันเป็นคำพูดของลุงเปี๊ยกที่พูดกับน้องฝน คำพูดนั้นมันเป็นเหมือนของที่ใช้ตัดเชือกฟางเส้นบางๆที่กั้นระหว่างลุงเปี๊ยกกับน้องฝนให้ขาดสะบั้นไปอีกครั้ง ผมหมอซิงเคยพูดถึงเชือกฟางเส้นบางๆที่กั้นระหว่างผู้ชายผู้หญิงไปบ้างแล้ว อย่างกรณีของพนักงานเวรเปลที่ผมได้ลงเรื่องราวไปแล้วที่รู้วิธีตัดเชือกฟางเส้นบางๆที่กั้นระหว่างพนักงานเวรเปลกับพยาบาลสาว ทำให้พนักงานเวรเปลคนนั้นสามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศกับพยาบาลมากเกือบร้อยคน ซึ่งสิ่งที่จะตัดเชือกฟางเส้นบางๆให้ขาดนั้น เป็นทั้งคำพูดก็ได้ เป็นสิ่งของก็ได้ เป็นเหตุการณ์ที่นำพาไปก็ได้ มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะใช้สิ่งใหนตัดเชือกฟางเส้นบางๆนั้นให้ขาดเพื่อเข้าถึงในสิ่งที่ต้องการ ในตอนนี้ลุงเปี๊ยกได้ใช้คำพูดประโยคหนึ่งกับน้องฝนเพื่อตัดเชือกฟางเส้นบางๆเส้นนั้นให้ขาดจากกัน "
ผมขอน้องฝนตรงๆแต่ไม่โจ่งแจ้ง แต่ก็พอให้น้องฝนรู้ถึงคำขอนี้จากผม น้องฝนนิ่งไม่ตอบ แต่ออกอาการหน้าแดงเอียงอายเป็นอย่างมาก ปากที่เม้มของน้องฝนแฝงไปด้วยรอยยิ้ม น้องฝนพยายามเม้มไม่ให้รอยยิ้มนั้นมันเผยออกมา อาการที่น้องฝนแสดงออกมันจะเหมือนกับใจของน้องฝนที่คิดมีคำตอบอยู่ในนั้นหรือไม่ผมไม่รู้ ในเมื่อน้องฝนไม่พูดอะไรออกมา แต่ร่างกายน้องฝนที่แสดงออกนั้นเธอยังนั่งอยู่บนที่นอนของผมนั่งติดกับผม ไม่ได้ลุกหนีไปแต่อย่างใด ผมจึงต้องหาคำตอบนั้นจากน้องฝนด้วยตัวของผมเอง ผมเชยคางน้องฝนขึ้นมาโน้มริมฝีปากสากๆประทับเข้ากับริมฝีปากนุ่มๆของน้องฝน พร้อมกับร่างของน้องฝนที่โอนอ่อนเอนกายนอนหงายลงไปบนที่นอนของผมตามด้วยร่างพุงโลของผมที่นอนตะแคงคว่ำตามลงไป หัวใจของผมเปี๊ยก พุงโล พองโตยิ่งนักมันพองโตเหมือนพุงของผม ตอนนี้ลืมได้เลยที่ร่างกายของน้องฝนจะไปจากผม ผมปลุกเร้าอารมณ์ของน้องฝน อารมณ์ที่ยอมให้ผม ผมมิอาจรู้ใจน้องฝนได้ว่าทำไมน้องฝนถึงได้ยอมผม หรือว่าน้องฝนเห็นผมดีกว่าครูเดชเป็นร้อยเท่าพันเท่าจึงยอมให้ผมอีกครั้งโดยที่มิได้เสียไมตรีจิตที่มีให้กัน ใจน้องฝนยากที่เปี๊ยก พุงโล จะหยั่งลึกเข้าถึง สิ่งที่หยั่งลึกเข้าถึงในตอนนี้ก็คือลิ้นสากๆของผมที่เข้าหยั่งลึกไปในโพรงปากของน้องฝนสอดลึกเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ให้น้องฝน พร้อมกับมือของผมที่เข้าถอดชุดนักเรียนของน้องฝนออกไปพร้อมกับชุดชั้นในของน้องฝน ให้เหลือแค่กระโปรงนักเรียนสีน้ำเงินของน้องฝนที่ผมไม่ถอดผมรั้งให้มันขึ้นไปกองอยู่ที่หน้าท้องที่เอวของน้องฝน พร้อมกับเสื้อผ้าของผมที่ปลิวออกไปจากร่างกายของผม ผมปลุกเร้าอารมณ์น้องฝนไปที่เต้านมน้องฝนด้วยมือด้วยปากด้วยลิ้นของผม เลยไปถึงร่องหลืบรูหีของน้องฝนที่ถูกลิ้นปากมือของผมปลุกเร้าจนฉ่ำแฉะไปทั่วร่องหลืบรูหีของน้องฝน ผมจับหัวควยที่เหมือนหัวปลาช่อนปลาชะโด ถูไถใส่ร่องหลืบรูหีของน้องฝน พร้อมกับคำพูดของน้องฝนที่เอ่ยบอกผม...ลุงเปี๊ยกทำฝนเบาๆน่ะ..
ดูเหมือนว่าความเจ็บที่ครูเดชฝังไว้ให้กับน้องฝน ยังทำให้น้องฝนไม่หายจากไปจากความเจ็บนั้น ผมก็บอกน้องฝน...ลุงจะทำเบาๆฝนไม่ต้องกลัวน่ะ...... น้องฝนตัวเกร็งไปทั้งร่างเมื่อหัวควยผมพร้อมกับลำควยได้สอดเข้าไปในรูหีของน้องฝน น้องฝนตัวเกร็งแต่ก็ไม่ได้ผวาพูดขึ้นมาเหมือนในครั้งนั้น ผมค่อยๆสอดลำควยเข้าไปช้าๆค่อยๆชักเด้าเนื้อหีของน้องฝนเบาๆ เล็บมือน้องฝนจิกเข้าพุงโลของผมนิดๆ เมื่อลำควยผมสอดลึกเข้าไปเกินครึ่งลำ ผมเริ่มขยับลำควยเร็วขึ้น ลำควยขยายรูหีน้องฝนลึกเข้าไป พร้อมกับขยายให้ปากน้องฝนเผยอออกครางเสียวออกมา แต่กรามของผมขบกันแน่นเมื่อลำควยเสียดสีเนื้อหีน้องฝนเร็วขึ้น ลำควยผมยังเข้าไม่สุดผมซอยรูหีน้องฝนถี่ๆ เรียกเมือกหีน้องฝนออกมาได้เป็นคราบ ถึงได้กดลำควยดัง..บั่บ... ลำควยทั้งลำถึงได้มิดลำติดโคนอยู่ในรูหีของน้องฝน น้องฝนไม่มีร้องโอ้ยยย...มีแต่เสียงอ่า..ซรี๊ดด...กระเส่าออกมา พร้อมกับใบหน้าที่แดงเข้ม พร้อมกับเนื้อตัวขาวๆของน้องฝนได้เปลี่ยนไปเป็นสีชมพูระเรื่อ สีชมพูที่เกิดจากเลือดเสียวที่เริ่มแผ่เสียวไปทั่วร่าง ผมมองร่างสีชมพูระเรื่อของน้องฝนด้วยมธปฎิทั้ง6ประการ กายสัมผัสตรงเอวน้องฝนถูกมือผมจับไว้หน้าท้องที่แบนราบของน้องฝนถูกท้องพุงโลผมประทับตราไว้ มือน้องฝนจับจิกท้องพุงโลผมไว้ ลำควยผมสอดแนบแน่นสนิทกับรูหีน้องฝนไว้ มันเหมือนเป็นเครื่องหมายของหลักมธปฎิ6ประการ หลักมธปฎิถูกขับเคลื่อนด้วยก้นของผมอีกครั้งที่เริ่มกระดกส่งลำควยให้เข้าปฎิเสียดสีใส่รูหีของน้องฝน เนื้อหีกับลำควยที่เสียดสีใส่กัน ทำให้ความเบาของการกระทำได้หายไป ร่างน้องฝนที่นอนหงายอยู่บนที่นอน ถูกแรงเด้าของผมกระแทกร่างสวยอรชรบอบบางโยกใหวไปมา แคมหีน้องฝนถูกแรงอัดแรงกระแทกจนบวมเป่ง แคมหีน้องฝนที่บวมเป่ง ไม่ได้บวมเพราะเกิดจากแรงกระแทกจนอักเสบ แคมหีน้องฝนบวมเป่งเพราะเลือดเสียวเป็นจำนวนมากเข้ามาคั่งให้ความเสียวกับน้องฝน น้องฝนไม่มีห้ามผมกลางคัน น้องฝนไม่มีคำว่าเจ็บน้องฝนเสียว น้องฝนพลิกใบหน้าไปมา เส้นผมปลิวกระเซิงปกใบหน้าแดงๆไปทั่ว ผมโน้มตัวลงไปพุงโลยุบนิดๆติดหน้าท้องน้องฝน เอามือสัมผัสบีบเต้านมน้องฝนทั้งสองเต้า บีบไม่แรงมากนักแต่ก็เรียกเลือดเสียวเข้ามาคั่งในเต้านมน้องฝนจนแดงเหมือนใบหน้าน้องฝน ผมยกก้นขึ้นสูงให้ลำควยถอยออกมายาวๆ แล้วอัดลำควยยาวๆกลับเข้าไปในรูหีน้องฝน...ตับ.บ.บ.บ..บั่บ.บ.บ.บ..ปับ.บ.บ.บ..สวบ.บ.บ.บ...บั่บ.บ.บ.บ...ปับ.บ.บ.บ... หัวควยแหลมพุ่งตัดเนื้อหีน้องฝนเข้าไป....ฉับ.บ.บ.บ.บ.... น้องฝนโดนแหวกตัดเนื้อหีเข้าไป ได้แต่หวีดร้องระงมด้วยความเสียว ไม่สนใจที่จะคิดกลับบ้านในตอนนี้อีกแล้ว สนใจจะอยู่แนบกายกับผม ให้ผมเอาลำควยแหวกตัดเนื้อหีเข้าไป...ฉับ.บ.บ.บ.... ลำควยผมไม่คมมันไม่ได้ทำให้เนื้อหีน้องฝนเลือดออก มันแหวกตัดเนื้อหีน้องฝนให้เมือกหีน้องฝนมันใหลออกมา มันแหวกตัดเนื้อหีน้องฝนให้น้องฝนลืมการกลับบ้านไปเสียสนิท มันแหวกตัดเนื้อหีน้องฝนทำให้เกิดเสียงดังฉับดังตั่บดังก้องไปทั่วห้องนอนของผม วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่น้องฝนจะได้เป็นสาวมัธยม ต่อจากนั้นน้องฝนจะไม่ใช่สาวมัธยมอีกแล้ว ผมมองกระโปรงนักเรียนมัธยมสีน้ำเงินของน้องฝนที่กองอยู่ที่หน้าท้องที่เอวของน้องฝน ผมเอามือกำรวบกระโปรงนักเรียนของน้องฝนไว้ กระดกก้นอย่างรวดเร็ว ส่งลำควยเข้ารูหีน้องฝนถี่ยิบ อัดส่งลำควยอย่างไม่รีรอ อัดส่งไร้ซึ่งความเบา อัดส่งลำควยจนทำให้น้องฝนหวีดร้องเรียกผม..ลุงเปี๊ยก..ออกมาดัง อัดส่งลำควยจนทำให้ร่างกายน้องฝนแดงอุ่นเกร็งเสียวกระตุกไปทั้งร่าง แตกพุ่งน้ำหีวัยสาวมัธยมออกมาเป็นครั้งสุดท้ายอย่างมากมาย ผมอัดส่งลำควยเป็นครั้งสุดท้ายติดหีน้องฝนดัง..ป๊าป !!! อัดฉีดน้ำควยของเปี๊ยก ภารโรงพุงโล เข้าใส่โพรงหีน้องฝนไปอย่างสุขสมมากมายจนหมดพุงโลของผม โดยไม่คิดที่จะชักออกมาแตกนอก ผมต้องการให้น้ำควยผมฝังใส่รูหีน้องฝนให้มันเป็นความทรงจำของผมในวันสุดท้ายของวันนี้ ซึ่งผมคิดว่า คงจะไม่วันแบบนี้ระหว่างผมกับน้องฝนอีกแล้ว มันเป็นการร่ำลาที่เต็มไปด้วยความสุขความเสียวระหว่างผมกับน้องฝน
น้องฝนหลังจากน้ำแห่งความเสียวแตกออกมาแล้วน้องฝนก็นอนหลับตาพริ้มอยู่บนที่นอนผมเหมือนกับครั้งแรก ผมก็ทำเหมือนกับครั้งแรกให้น้ำควยปลดปล่อยเข้าใส่ในรูหีน้องฝนจนหมดแล้ว ก็ค่อยๆชักลำควยออกสายตาจดจ้องให้กับภาพแห่งความทรงจำนั้น มองกลีบหีวัยสาวของน้องฝนที่รัดลำควยผมตามออกมา มองกลีบหีน้องฝนที่หดหายเข้าไปในรูหีเมื่อหัวควยผมหลุดพ้นออกจากรูหีของน้องฝน มองน้ำควยผมที่ใหลย้อยตามออกมา จับเกอระกรังไปทั่วปากรูหีของน้องฝน แล้วนอนกอดกระชับร่างของน้องฝนเป็นเพื่อนน้องฝน ให้ผมกับน้องฝนได้จดจำมิรู้ลืม ผมมองน้องฝนที่เดินจากผมไปอย่างน่าใจหาย ก่อนที่จะพ้นแนวรั้วของสวนลับตาผมไป น้องฝนได้หยุดหันมามองผมอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย แล้วร่างน้องฝนในชุดนักเรียนสาวมัธยมในวันสุดท้าย ก็ลับหายไปจากสายตาผม มันคงเป็นวาสนาของผมที่ได้มีความสัมพันธ์สวาทกับน้องฝนนักเรียนสาวมัธยมที่ผมกล้าบอกได้เลยว่าน้องฝนคือนักเรียนสาวมัธยมที่สวยที่สุดหนึ่งในห้านักเรียนสาวมัธยมในสายตาผมตลอดระยะเวลาที่ผมเป็นภารโรงอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ แต่ผมก็ยังเสียดายลึกๆที่ผมไม่ใช่ผู้ชายคนแรกของน้องฝน และผมก็อิจฉาครูเดชอยู่ลึกๆที่ได้เป็นผู้ชายคนแรกของน้องฝน หลังจากวันนั้นที่น้องฝนจากผมไปไปตามวิถีทางของชีวิต อีก10ปีต่อมาผมถึงได้พบน้องฝนอีกครั้ง ผมพบน้องฝนอีกครั้งในร.พ.ประจำจังหวัดที่ผมอยู่ น้องฝนเธอทำงานที่นี่เธออยู่ห้องจ่ายยาของร.พ. น้องฝนเรียนจบเภสัชครับ น้องฝนเธอเห็นผมก่อนเธอทักผมก่อน เราสองคนได้ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบความเป็นอยู่ณ.ขณะนั้นของกันและกัน สายตาที่มองกันนั้นทำให้เกิดรอยยิ้มขึ้นทั้งของผมและน้องฝน พร้อมกับแก้มของน้องฝนที่แดงระเรื่อขึ้นมา เมื่อผมพูดกับน้องฝน...จากกันวันนั้นแล้วลุงคิดว่าคงไม่ได้พบน้องฝนอีกแล้ว... วันนั้นผมยังจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างผมกับน้องฝน น้องฝนก็จำได้ไม่ลืมไม่เช่นนั้นแก้มของน้องฝนคงไม่แดงเรื่อขึ้นมาอย่างฉับพลัน ดูเหมือนว่าผมกับน้องฝนกำลังคิดเหมือนๆกัน ก่อนที่ต่างคนต่างแก้ขัดแก้เขิน สอบถามกันเรื่องอื่น น้องฝนเธอย้ายมาประจำอยู่ที่นี่แล้ว ย้ายมาพร้อมกับสามีของเธอน้องฝนแต่งงานแล้ว น้องฝนมีลูกน้อยอายุ2ขวบหนึ่งคน น้องฝนกับสามีจะมาปักหลักสร้างครอบครัวอยู่ที่นี่เป็นการถาวร น้องฝนกับสามีซึ่งก็เป็นเภสัชกรเหมือนกัน ได้มาเปิดร้านขายยาไปด้วย จะผ่านไปเป็นสิบปีน้องฝนแต่งงานมีลูกแล้วสำหรับผมน้องฝนก็ยังเป็นสาวมัธยมที่สวยที่สุดของผมตลอดไป สำหรับผมน้องฝนคือเภสัชกรหญิงเป็นเจ้าของร้านขายยาที่สวยที่สุดของจังหวัดนี้ ผมอาจจะอิจฉาครูเดชที่เป็นชายคนแรกที่ได้เจาะไข่แดงความสาวของน้องฝนไปเป็นคนแรก แต่ผมไม่อิจฉาสามีน้องฝนที่ได้น้องฝนไปครอบครอง เพราะผมได้เจาะสวาทน้องฝนก่อนสามีของเธอถึงจะเพียงแค่สองครั้งก็ตาม มันเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่ของผมแล้ว ไม่มีใครรู้อนาคตครับว่าเมื่อโตแล้วอนาคตจะเป็นเช่นไร เหมือนกับน้องฝนตอนที่ผมมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเธอน้องฝนยังเป็นนักเรียนสาวมัธยมปลายแต่ตอนนี้เธอคือเภสัชกรสาวสวย มันก็เหมือนกับว่าผมได้เจาะสวาทสาวเภสัชกลายๆไปด้วยล่วงหน้านั่นเอง ผมได้พบน้องฝนบ้างเป็นระยะแต่ไม่มีเรื่องราวแบบนั้นเกิดขึ้นระหว่างผมกับน้องฝนอีกแล้ว มันเหลือไว้แต่ความทรงจำของเราสองคน ถึงจะไม่มีเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว แต่คราใดที่ผมกับน้องฝนได้พบกัน เมื่อสายตามองสายตาแก้มน้องฝนจะแดงเรื่อขึ้นมาทันทีทุกคราไป ความทรงจำของน้องฝนคงไม่มีวันลืมเหตุการณ์ทั้งสองครั้งที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเธอ ระหว่างนักเรียนสาวสวยกับภารโรงพุงโล....
......ประตูบานเล็กที่ผมจะเล่าต่อไป สวนที่ผมเฝ้าไม่ใช่เป็นที่ที่นักเรียนสาวๆเข้ามาเพื่อเดินเที่ยวเล่นหรือเข้ามาเพื่อเก็บผลไม้กินด้วยตนเอง บางคนเข้ามาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่นั่งเรียนมาครึ่งวัน มันเหมือนออกจากกรงขังมาสู่อิสระภาพราวๆ1ชั่วโมง บางครั้งบางคราววันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็จะมีนักเรียนสาวบางคนบางกลุ่มมาที่สวนผมด้วยเหตุหลายๆอย่าง ซึ่งนำพาให้เกิดประตูบานใหญ่ขึ้น เรื่องราวที่ผมจะเล่าต่อจากนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่ผมจะมีอะไรกับน้องฝน มันเป็นเรื่องหลังจากที่น้องฝนเล่าเรื่องครูเดชให้ผมฟังแล้ว สวนที่ผมเฝ้ามันก็เหมือนเป็นสวนผมกลายๆ ผมไม้ส่วนใหญ่ผมจะเอาไว้ให้นักเรียนได้กินกัน แต่ก็มีบางส่วนที่มันมีมากเกินไปผมก็เอาไปขาย อย่างเช่นมะละกอซึ่งมีมากออกลูกดก ก็จะมีคนมาติดต่อขอซื้อเพื่อนำไปขาย ปรกติคนที่มาขอซื้อจะมาช่วงเย็นเพื่อนำไปขายเช้า แต่ในวันนั้นคนที่มาซื้อมาช่วงเย็นไม่ได้ก็เลยต้องมาเช้าอีกวัน ในระหว่างที่มีการซื้อขายขนมะละกอกันอยู่นั้น ก็มีนักเรียนสาวมัธยมปลายคนหนึ่งปั่นจักรยานเข้ามาในสวนผม ซึ่งผมกับนักเรียนสาวคนนี้ก็รู้จักกันดี เธอมีชื่อว่า..น้องหญิง...
น้องหญิงเป็นนักบาสของโรงเรียน ตัวค่อนข้างสูง น้องหญิงสูงราว170' หน้าตาก็โอเคน่ารักตามวัย ผมเห็นน้องหญิงตั้งแต่ผมยังไม่ได้เข้ามาเป็นภารโรง น้องหญิงเข้าเรียนโรงเรียนนี้ตั้งแต่ม.1 น้องหญิงก็เป็นนักเรียนสาวคนหนึ่งที่มักจะไปเอาผลไม้ที่ข้างรั้วตอนพักเที่ยงบ่อยๆ ทำให้เห็นหน้ากันบ่อย พอผมเข้ามาเป็นภารโรงน้องหญิงก็เป็นนักเรียนสาวคนหนึ่งที่ปีนข้ามไปในสวนผมหลายครั้ง เพราะเธอกล้าไม่กลัว หลายครั้งเหมือนกันที่ผมเห็นอะไรของเธอวับแวมๆยามที่เธอปีนบันไดข้ามไปข้ามมาหรือยามที่เธอก้มไม่ว่านักเรียนสาวคนใหนข้ามมาผมก็ต้องจับบันไดไว้ให้พวกเธอทุกคน ถึงผมจะไม่เจตนามองแต่ยังไงผมก็ต้องเงยหน้ามองนักเรียนสาวๆเหล่านี้อยู่ ยามที่พวกเธอปีนบันไดขึ้นลงมันก็เพื่อความปลอดภัยของพวกเธอนั่นแหละ ช่วงแรกน้องหญิงเวลาปีนขึ้นลงก็จะเอามือกดกระโปรงนักเรียนไม่ให้เปิดโล่งมากเกินไปพูดแบบน้องฝนพูดแบบนักเรียนสาวคนอื่นๆที่ปีนข้ามไปมาในช่วงแรกๆ...ลุงเปี๊ยกอย่าเงยหน้ามองน่ะ.. พวกเธอจะมีอายหน้าแดงไปด้วย พอหลายครั้งคุ้นชินกันไป และผมก็ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับพวกเธอ นักเรียนสาวเหล่านั้นรวมถึงน้องหญิงก็ไม่ได้พูดบอกห้ามผมอีก พวกเธอจะปีนข้ามไปข้ามมากดกระโปรงบ้างไม่กดบ้าง ชายกระโปรงนักเรียนของพวกเธอจะเปิดกว้างไปถึงใหนนักเรียนสาวๆเหล่านั้นก็ให้มันเปิดไป ผมจะเงยหน้ามองก็มองไป ความอายของพวกเธอแทบจะไม่เหลืออยู่บนใบหน้า แล้วผมเห็นถึงใหน ถึงผมจะไม่ได้เจตนามองด้วยกายใจของผมทั้ง100% ผมก็มองเห็นขาอ่อนเลยหัวเข่าของพวกเธอนั่นแหละ แต่ก็มีบ้างที่ผมเห็นถึงกางเกงในของพวกเธอ เพราะนักเรียนสาวบางคนจงใจให้ผมเห็น ผมจะค่อยๆอธิบายเหตุเหล่านี้ไปเรื่อยๆครับ ไอ้สิ่งเหล่านี้แหละเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดมธปฎิในตัวผม น้องหญิงกับผมถือว่าคุ้นเคยกันในระดับหนึ่ง วันนี้น้องหญิงอยู่ในชุดซ้อมบาส กางเกงขาสั้นรองเท้าผ้าใบ เสื้อยืดติดหมายเลข34 ที่ตัวเสื้อ วันหยุดผมก็เคยเห็นน้องหญิงมาซ้อมบาสที่โรงเรียนในตอนเช้าพร้อมกับเพื่อนๆร่วมทีมของเธอ ผมถามน้องหญิงซ้อมบาสเสร็จแล้วเหรอ น้องหญิงตอบผมวันนี้เธอไม่มีอารมณ์ซ้อม ผมก็ถามต่อทำไมถึงไม่มีอารมณ์ซ้อมล่ะ น้องหญิงไม่ตอบจูงจักรยานไปนั่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้านพักผม พอผมจัดการเกี่ยวกับการขายมะละกอแล้ว ผมก็เดินมาหาน้องหญิง น้องหญิงวันนี้ดูแปลกดูเหม่อลอยไม่ค่อยร่าเริงไม่ค่อยพูดมากนัก ผมก็ถามน้องหญิงมีเรื่องอะไรหรือเปล่าดูไม่ร่าเริงไม่ค่อยพูดค่อยจาเลย น้องหญิงตอบผม..มันเบื่อน่ะลุง วันนี้หญิงขออยู่ที่สวนลุงทั้งวันน่ะ ลุงไปซื้อน้ำแข็งให้หญิงหน่อยสิ ซื้อกับข้าวกลางวันให้หญิงด้วยน่ะอะไรก็ได้ ....
ผมก็ไม่ถามอะไรให้มากความ ผมตามใจน้องหญิงคว้ากระติกน้ำแข็งได้ก็ถามน้องหญิง..เอาน้ำหวานด้วยใหม
...ก็ได้ลุงเอาโค้กหรือเป๊บซี่ก็ได้ ..... น้องหญิงเอาเงินให้ผมแต่ผมไม่รับผมบอกน้องหญิง...วันนี้ลุงขายมะละกอได้เงินมาพอสมควรลุงจะเลี้ยงหญิงเอง ..... ผมก็จัดแจงไปซื้อของตามนั้น มื้อเที่ยงผมซื้อก๊วยเตี๋ยวมาให้น้องหญิงพร้อมกับของผม หลังจากได้ของมาแล้ว ผมบอกน้องหญิง....ลุงจะไปดูโรงเรียนก่อนน่ะตอนเที่ยงลุงจะกลับมากินมื้อเที่ยงด้วย...
........ ค่ะลุง หญิงอยู่คนเดียวได้
ผมดูความเรียบร้อยของโรงเรียนทำนู่นทำนี่แล้วก็เลยเที่ยงวันแล้ว พุงโลของผมก็ร้อง..จ๊อก.ก.ก.ก.... ผมก็ข้ามกลับไปสวนเพื่อกินข้าวเที่ยง มองไปรอบๆสวนพอที่สายตาจะเห็นได้เพราะสวนมันกว้างก็ไม่เห็นน้องหญิงเดินเที่ยวเล่น ที่แคร่หน้าหน้าบ้านก็ไม่เห็นน้องหญิงนั่งเล่นอยู่ พอเดินมาถึงบ้านก็เห็นรองเท้าผ้าใบของน้องหญิงถอดไว้อยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงของน้องหญิงที่เล็ดลอดออกมาจากในตัวบ้านผม ซึ่งผมจับใจความคำพูดของน้องหญิงได้ไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก พอผมเข้าไปในบ้านก็ต้องตกใจให้กับสภาพของน้องหญิง น้องหญิงนั่งอยู่บนที่นอนของผม ตัวบ้านผมเข้าไปมันก็เป็นห้องโล่งๆทั้งห้อง ผมก็จัดที่นอนไว้มุมหนึ่งของห้อง ห้องน้ำอยู่ติดกับตัวบ้านแต่ต้องเปิดประตูหลังออกไป ข้างๆที่นอนผมน้องหญิงได้เอาเสื่อมาปู มีกระติกน้ำแข็ง มีกับข้าวก๊วยเตี๋ยวอยู่ในถ้วยในชาม มีเครื่องดื่มแต่ไม่ได้เป็นน้ำอัดลมที่ผมซื้อมา แต่มันเป็นเหล้ายี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งที่ทำปฎิทินแจกแต่ละปีฮือฮาไปทั้งประเทศ วางอยู่บนเสื่ออยู่หนึ่งกลม ซึ่งน้องหญิงกินไปแล้วค่อนกลม น้องหญิงคงแอบเอาไว้ในเป้ของเธอ ที่ผมตกใจมากกว่าเหล้าหนึ่งกลม ก็คือตัวน้องหญิงที่ดูจะเริ่มเมาและร่างกายของน้องหญิงนั้น น้องหญิงได้ถอดเสื้อยืดของตัวเองออกไปแล้วสิ่งที่ปิดท่อนบนปิดเต้านมขาวๆเนียนๆของน้องหญิงก็คือยกทรงที่อัดแน่นไปด้วยเต้านมของน้องหญิง เต้านมของน้องหญิงเท่ากับเบอร์34ที่ติดอยู่ที่เสื้อยืดของเธอแน่นอน ผมเห็นน้องหญิงอยู่ในสภาพนี้ผมไม่ได้มีมธปฎิกับน้องหญิงเลย ผมเชื่อว่าน้องหญิงต้องมีเรื่องที่หนักหนาสาหัสอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่กินเหล้าแบบนี้ ผมก็เข้าไปหาน้องหญิงหยิบเสื้อของน้องหญิงขึ้นมา น้องหญิงก็เอียงตัวเอาหน้าซบไปที่ไหล่ผมปล่อยโฮ...ฮือ.อ.อ.อ....ออกมา เป็นแบบน้ำตาแห้ง ผมก็บอกน้องหญิงใส่เสื้อก่อน มีอะไรก็พูดระบายบอกผมได้ ผมก็ช่วยใส่เสื้อให้น้องหญิง หลังจากนั้นน้องหญิงก็ระบายคร่ำครวญพูดบอกผมในสิ่งที่ทำให้เธอต้องมากินเหล้าแบบนี้ จับใจความสำคัญได้ว่าสิ่งที่ทำให้น้องหญิงต้องมาเสียใจกินเหล้าแบบนี้เป็นเพราะแฟนของน้องหญิงทิ้งเธอไปมีแฟนใหม่เพียงเพราะว่าแฟนน้องหญิงขอมีอะไรกับน้องหญิงแล้วน้องหญิงไม่ให้.... นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้น้องหญิงต้องมากินเหล้าดับความเสียใจ น้องหญิงเมาคร่ำครวญเสียใจพูดสับสนวกไปวนมา พร้อมกับชวนผมให้กินเหล้าเป็นเพื่อนเธอ ผมยั้งอบายมุกต่างๆมาหลายปีแล้วตั้งแต่ได้หลวงพ่อคอยสั่งสอน แต่ตอนนี้จำใจต้องมากินเหล้าเป็นเพื่อนน้องหญิงเสียแล้ว ผมกินเพื่อตามใจน้องหญิงเป็นเพื่อนน้องหญิงเผื่อว่าเธอจะคลายความเสียใจได้บ้าง
น้องหญิงก็ยังพูดสับสนวกวนไปมาบอกผมต่อไปเรื่อยๆ ทำไมคนรักกันต้องขอมีอะไรกันด้วย รอไปก่อนไม่ได้หรือ ผู้ชายเป็นกันทุกคนใช่ใหมจ้องจะเอาอย่างเดียว เราก็อุตส่ารักก็มาทิ้งไป
......หญิงไม่สวยตรงใหนลุงเปี๊ยกบอกหญิงหน่อยสิทำไมแฟนหญิงถึงทิ้งหญิงไป หญิงไม่ดีไม่สวยตรงใหนหญิงก็มีนมมี..ห...เหมือนกับผู้หญิงคนนั้น
ผมก็คอยปลอบน้องหญิง น้องหญิงก็เอาหน้าซบไปที่ไหล่ผมก็หลายครั้งสลับกับกินเหล้าพูดคร่ำครวญสับสนวกวนไปมา ตอนนี้เหล้าก็เหลือก้นกลมแล้ว..
....หญิงไม่สวยตรงใหนแฟนถึงได้ทิ้งหญิงไป ลุงเปี๊ยกดูสิหญิงไม่สวยตรงใหน
น้องหญิงพูดให้ผมดูพร้อมกับรูดเอาเสื้อยืดออกไปอีก ผมก็ไม่ทันห้ามเพราะเหล้ามันจุกคอมือก็ไม่ทันเข้าไปรั้งเสื้อยืดของน้องหญิงไว้เพราะมือมันถือแก้วเหล้าไว้ มืออีกข้างก็กำลังถือช้อนตักลูกชิ้นอยู่ในชามก๊วยเตี๋ยว ส่วนใจผมมันไม่ได้จุกไม่ได้จับไม่ได้ถืออะไรมันประสานไปกับสายตาผม มันอุทานออกมา....โอยยยยยย....ไอ้เปี๊ยกเอ้ยยยยยย... .
ใจผมมันอุทานออกมาพร้อมกับสายตาผมที่มองเห็น นิ้วมือของน้องหญิงที่รูดเอาเสื้อยืดออกไป ได้เกี่ยวเอาขอบยกทรงด้านล่างรั้งขึ้นมาด้วยจนพ้นหัวนมทั้งสองหัวของน้องหญิง ทำให้สายตาของผมเห็นโคนหัวนมสีน้ำตาลอ่อนแซมด้วยสีแดงระเรื่อตรงยอดหัวนมทั้งสองหัวของน้องหญิง มือผมชะงักลูกชิ้นที่อยู่ในช้อนกลิ้งหล่นจากช้อนไปอยู่ในชามก๊วยเตี๋ยวเหมือนเดิม ลูกกระเดือกขยับเฮือกเอาเหล้าที่จุกคอลงไปอยู่ในท้องพุงโลจนหมด มือที่ถือแก้วเหล้าก็เอียงแก้วเหล้าเกือบทำให้น้ำเหล้าหกใส่ที่นอน เพราะตอนนี้ผมมันสั่นจริงสั่นทั้งมือสั่นทั้งใจหัวใจก็เต้นแรง นี่เป็นครั้งแรกที่นักเรียนสาวมัธยมทำแบบนี้กับผม น้องหญิงเป็นสาวมัธยมคนแรกที่ทำให้ผมเกิดมธปฎิขึ้นเต็มกายเต็มใจเต็มจิต ผมไม่สามารถหลบหลีกมธปฎิได้อีกแล้วข้อ1-2-3 มันตามกันมาติดๆ น้องหญิงไม่มีทีท่าว่าจะตกใจที่ทำให้หัวนมตัวเองโผล่ออกมาให้ผมเห็น อีกทั้งยังพูดบอกผมต่อ...ลุงเปี๊ยกดูสิของหญิงไม่สวยใช่ใหมแฟนหญิงถึงได้ทิ้งหญิงไป
น้องหญิงพูดไปมีหัวเราะปนความเสียใจออกมาเป็นระยะ น้องหญิงไม่บอกให้ผมดูตาผมมันก็เห็นอยู่แล้ว น้องหญิงบอกผมให้ดูแล้ว ก็เอื้อมมือไปด้านหลังพยายามปลดตะขอยกทรง แต่เพราะความเมาด้วยน้องหญิงก็ปลดไม่ได้ น้องหญิงก็เลยปลดสายยกทรงออกจากไหล่จากมือ กระตุกยกทรงลงไปกองไว้ที่เอวเสียเลย ผมบอกห้ามปลอบประโลมน้องหญิงไม่ถูกแล้ว ไอ้กระเปี๊ยกของผมขักเริ่มตื่นตัวแล้วเช่นกัน เมื่อผมได้เห็นเต้านมเปลือยของน้องหญิงทั้งสองเต้าห่างแค่เอื้อม
( เต้านมน้องหญิงเบอร์34เหมือนเบอร์เสื้อของน้องหญิง )
พอปลดยกทรงลงแล้วน้องหญิงก็เอาหน้ามาซบไหล่ผม คร่ำครวญต่อ..ไอ้แฟนเลวมึงทิ้งกูไปเอาแฟนใหม่ อีผู้หญิงก็เลวแย่งแฟนกู มึงมีแฟนใหม่กูก็มีได้ มึงรู้ใหมตอนนี้กูอยู่กับใครไอ้ชาติ ( ชาติเป็นชื่อแฟนน้องหญิง) กูอยู่กับผู้ชายคนใหม่โว้ยยย...หล่อกว่ามึงไอ้ชาติ...
น้องหญิงหัวเราะปนคำพูดเข้าไป ตัวผมชักใจไม่ค่อยดี มีนักเรียนสาวม.ปลายเปลือยอกซบอยู่ที่ไหล่แบบนี้ น้องหญิงหัวเราะคร่ำครวญไปเรื่อยๆต่อแล้วพูดออกมา..ลุงเปี๊ยกอยากจับนมของหญิงใหมล่ะ ..ฮ่า.า.า.า....หญิงรู้ลุงเป็นคนดีลุงคงไม่จับนมของหญิงแน่...
ผมรู้ว่าน้องหญิงพูดออกมาแบบนี้มันเกิดจากความเมาผสมกับความเสียใจด้วยนั่นแหละ แต่ใจผมมันก็คิด....กูเป็นคนดีตามที่น้องหญิงบอกจริงหรือเปล่าว่ะ กูเล่นลูกเลี้ยงจนท้องกูเป็นคนดีใช่ใหม นักเรียนสาวมัธยมเรียกกูลุงเปี๊ยก ผู้ใจดี กูใจดีกับนักเรียนสาวมัธยมจริงๆหรือว่ะ..
คิดแล้วสายตาผมก็มองเต้านมเปลือยขาวอะล่องฉ่องของน้องหญิงที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม มองต่ำลงไปที่หน้าท้องไปที่กางเกงซ้อมบาสขาสั้นของน้องหญิงมองขาขาวๆที่พ้นเลยขอบกางเกงขาสั้นของน้องหญิงมองไปถึงปลายเท้าของน้องหญิง ( ไอ้เปี๊ยกมึงเป็นต้นไม้ที่ยืนตายซากหรือเปล่าว่ะ....) แน่นอนว่าผมเป็นคนเป็นเปี๊ยก พุงโล ที่มีเลือดเนื้อชีวิตมีลมหายใจ ผมไม่ใช่ต้นไม้ทียืนตายซากไม่รับรู้ร้อนหนาวลมฝนเหมือนที่ใจผมมันถามผม เมื่อมันได้เห็นสภาพของน้องหญิงแบบนี้ น้องหญิงคร่ำครวญต่อเอาหน้าซบไหล่ผมแล้วพูดออกมา...หญิงร้อนจังเลยลุงเปี๊ยก..
ใจผม....ลุงก็ร้อนไม่น้อยกว่าเอ็งเหมือนกันว่ะหญิง ลุงร้อนกายร้อนใจร้อนตาไปหมดแล้ววว.....
ผมแสดงให้ใจผมเห็นว่าผมไม่ใช่ต้นไม้ที่ยืนตายซาก มธปฎิข้อที่5มาแล้ว ผมเอามือซ้ายโอบไหล่น้องหญิง เอามือขวาจับแก้วเหล้าของน้องหญิงที่มีน้ำแข็งให้ความเย็นอยู่ในแก้วป้อนใส่ปากน้องหญิง....เอ้าาา..น้องหญิงอีกแก้วจะได้หายร้อน....( ผมช่วยให้น้องหญิงหายร้อนด้วยวิธีนี้ผมเป็นคนดีใช่ใหม ) คนที่ให้คำตอบผมได้ดีก็คือน้องหญิง พอน้องหญิงกินหมดแก้วแล้วน้องหญิงก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ออกอาการว่าเมาแต่ลิ้นยังไม่พันกันหน้าก็ซบอยู่ที่ไหล่ผม ...ลุงเปี๊ยกใจดีมากเลยไม่มีใครใจดีเท่ากับลุงเปี๊ยกอีกแล้ว
แล้วก็คร่ำครวญด่าแฟนของเธอต่อ สลับถามผม..หญิงสวยใหมลุงเปี๊ยก สลับท้าทายผม..ลุงเปี๊ยกกล้าจับของหญิงใหมล่ะ.. สลับกับการหัวเราะไป
ใจผม....มึงเป็นเสาไฟฟ้าหรือเปล่าว่ะไอ้เปี๊ยก
แน่นอนว่าผมไม่ใช่เสาไฟฟ้าที่ยืนแข็งตั้งตรง พอถูกน้องหญิงท้าทายเรื่อยๆ ซึ่งผมก็รู้ว่าเป็นเพราะความเมาและความเสียใจของน้องหญิงทำให้เธอเป็นแบบนี้พูดออกมาแบบนี้ ในเมื่อผมสลัดมธปฎิออกจากตัวไม่ได้ ใครจะว่าผมฉวยโอกาศกับน้องหญิงผมก็ยอมรับคำพูดนี้ ในเมื่อผมไม่ใช่เสาไฟ ผมก็โน้มหน้าลงเอาปากเข้าประกบบดจูบกับปากของน้องหญิง...จ๊วบ.บ.บ.บ... เมื่อมันถึงจุดที่คุกรุ่นไม่สามารถหยุดมธปฎิได้แล้ว น้องหญิงเธอเองก็เมาด้วยแหละจึงได้แต่ส่งเสียง...อือ.อ.อ.อ....อยู่ในลำคอ ให้ผมบดจูบ..จ๊วบ.บ.บ....ไปเรื่อย ๆ น้องหญิงถึงจะเมาแต่ก็ยังรู้ตัว พอผมเอาปากออกน้องหญิงก็พูดปนหัวเราะออก..หญิงไม่เอาแบบนี้น่ะลุงเปี๊ยก หญิงจะกินเหล้าให้ลืมแฟนเหี้........ ฮ่า.า.า.า......
ผมก็ตามใจผสมเหล้าแก้วสุดท้ายให้น้องหญิงเทเหล้าที่เหลือจนหมดกลม สีเข้มเดี๊ยะ เอาให้น้องหญิงกินจนหมดแก้ว น้องหญิงกินจนหมดแก้วก็บอกผม...หญิงสบายมากหญิงใหว ฮ่า.า.า.า....
ตัวน้องหญิงที่สูง170' ที่ซบกับไหล่ผมเอนอ่อนลงไปนอนหงายบนที่นอนผมอย่างง่ายดาย ด้วยมือของผมพร้อมกับร่างพุงโลปัดเศษสูง150' ของผมที่นอนทาบเคียงข้างตามไปพร้อมกับริมฝีปากสากๆที่ประกบบดขยี้ใส่ริมฝีปากนุ่มๆของน้องหญิง พร้อมกับลิ้นของผมที่สอดเข้าไปในโพรงปากของน้องหญิงควานใส่โพรงปากที่เต็มไปด้วยรสกลิ่นส่าเหล้าเกี่ยวเข้ากับลิ้นของน้องหญิงที่นุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำลายและกลิ่นส่าเหล้า ความสูงที่ห่างกันค่อน20เซน ไม่เป็นอุปสรรคใดๆต่อตัวผมและตัวของน้องหญิง ไม่เป็นอุปสรรคที่ผมจะนอนประกบกอดเข้าไป น้องหญิงได้แต่ครางเสียง...อือ.อ.อ.อ.อ...อยู่ในลำคอ บางครั้งมือของน้องหญิงเลื่อนมายันที่ไหล่ผม เหมือนจะผลักผมแต่ก็ไม่ผลัก มีแต่มือผมที่ผลักที่ไสใส่เต้านมน้องหญิงร่วมด้วยแรงบีบที่แรงพอดีพอดี พร้อมกับริมฝีปากผมที่ซุกไซร้ไปตามหน้าอกของน้องหญิง พอปากน้องหญิงเป็นอิสระน้องหญิงก็บอกผม..ลุงเปี๊ยกหญิงไม่เอาแบบนี้ หญิง หญิงจะนอน.. แล้วก็คราง...อือ.อ.อ.อ.อ.อ....ออกมา เมื่อผมไม่ยอมให้น้องหญิงได้นอน ริมฝีปากผมไซร้ไปที่เต้านมของน้องหญิง ไซร้เลียไปที่หัวนมของน้องหญิง มือที่ได้ตะปบลูกบาสบ่อยๆได้เลื่อนเข้าตะปบหลังตะปบท้ายทอยผมไว้เมื่อได้รับความเสียวจากปากผมที่ไซร้เลียเข้าใส่หัวนม หัวนมน้องหญิงกลมเต่งเหมือนลูกบาสที่ถูกชู๊ตเข้าลงห่วง ปากของผมเหมือนเป็นห่วงที่หัวนมน้องหญิงได้เข้าไปอยู่แล้ว มันเป็นห่วงที่หัวนมน้องหญิงทะลุไปใหนไม่ได้ มันคาอยู่ในปากของผม มันถูกปากของผมเม้มไว้ดูดไว้ ดูด.ด.ด.ด.ด....ดูดจนหน้าอกน้องหญิงยกลอยขึ้นมา น้องหญิงไม่คร่ำครวญถึงแฟนแต่คร่ำครวญถึงผม...ลุงเปี๊ยก..อือ.อ.อ...ลุงเปี๊ยกทำอะไรหญิง ทำอะไรหญิง อือ.อ.อ.อ...ทำไมหญิงถึงได้เสียวที่นมของหญิง...
น้องหญิงคร่ำครวญทำเป็นเหมือนไม่รู้ว่าผมกำลังทำอะไร ใจผมตอบน้องหญิงแทนผม....ลุงกำลังดูดหัวนมน้องหญิงอยู่สิจ๊ะ.... เพราะผมพูดไม่ได้ปากผมกำลังง่วนคาบดูดหัวนมน้องหญิงอย่างไม่ละปาก ผมดูดหัวนมเลียเต้านมน้องหญิงจนมันเลื่อมด้วยน้ำลายของผมแล้ว กางเกงซ้อมบาสขาสั้นพร้อมกับกางเกงในน้องหญิงก็ถูกผมถอดออกไป ร่างสูงราว170'ของน้องหญิงก็เปลือยอะล่างฉ่างอยู่บนที่นอนของผม น้องหญิงคร่ำครวญถามผม...ลุงเปี๊ยกถอดกางเกงของหญิงออกไปทำไม..
ผมไม่ตอบ ใจผมมันบอกแทน....น้องหญิงไม่รู้จริงๆเหรอลุงถอดกางเกงน้องหญิงออกไปทำไม ลุงไม่ได้แค่ถอดของน้องหญิงน่ะ ลุงก็จะถอดเสื้อผ้าของลุงเช่นกัน..
พอใจผมมันบอกน้องหญิงแล้ว ตัวผมก็ไม่รีรอที่จะถอดเสื้อผ้าของตัวเอง ชั่วพริบตาเดียวร่างสูงปัดเศษ150' ของผมก็เปลือยอะล่างฉ่าง ไปพร้อมกับน้องหญิง น้องหญิงเผยให้ผมเห็นโคกหีที่อวบนูนตามวัย ที่มีหญ้าสีดำปกคลุมเป็นรูปสามเหลี่ยมที่หัวเนิน พร้อมด้วยไรขนสีดำอ่อนๆที่ขึ้นอยู่ตามแนวรอยผ่าหี ที่ดูเหมือนจะชื้นแฉะไปบ้างแล้ว ส่วนผมก็เผยพุงโลที่เป็นปมด้อย พร้อมกับแท่งควยอยู่ใต้พุงโลที่แข็งยาวเหยียดพุ่งตรงออกไป ให้น้องหญิงได้เห็น น้องหญิงเห็นแล้วก็คร่ำครวญถามผม.....ลุงเปี๊ยกแก้ผ้าทำไม..
น้องหญิงถามผมแบบนี้ผมจะตอบอย่างไรดี ใจผมมันตอบแทนผม...ลุงแก้ผ้าก็เพราะลุงจะ........ฮื้ออออ...ให้น้องหญิงสิจ๊ะ....
พอผมแก้ผ้าแล้วก็ง้างขาน้องหญิงให้แหกออก แล้วก้มหน้าลงไป น้องหญิงก็คร่ำครวญออกมา....ลุงเปี๊ยกหญิงไม่เอาแบบนี้น่ะ.... น้องหญิงทำเป็นคร่ำครวญถามผมถามโน่นถามนี่พูดโน่นพูดนี่ ทั้งที่ใจจริงถึงน้องหญิงจะเมาแต่ก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ใจผมมันบอกน้องหญิง...เอาเถอะน่าน้องหญิงแบบนี้แหละดี..
น้องหญิงถึงจะคร่ำครวญบอกผมไม่เอาแบบนี้แต่ก็ไม่ได้ดิ้นขัดขืนผม ผมง้างขาน้องหญิงน้องหญิงก็ง้างขาค้างให้ผม พอหน้าผมฟุบติดโคกหีน้องหญิง ลิ้นผมปาดใส่รอยผ่าหีของน้องหญิง...แผล็บ......น้องหญิงก็คร่ำครวญออกมา....อรูยยยยย..ลุงเปี๊ยก อรูยยย...ลุงเปี๊ยก ขาน้องหญิงเกร็งกระตุกเหยียดถีบใส่ขวดเหล้าเปล่าล้มกับพื้น ผมก็คิดว่าขวดเหล้าคงแตก แต่ขวดเหล้าไม่แตก มันกลิ้งหลุนหลุนหลุน ไปติดอยู่ข้างฝา ไอ้ที่แตกแทนก็คือรอยผ่าหีของน้องหญิงที่ถูกลิ้นของผม...ปาดเลียแซะปาดปาดปาดแซะแซะเลียเลียเลียตวัดตวัดปาดปาดปาดเลียเลียแซะแซะปาดปาดแซะแซะ...จนแตกอ้า น้องหญิงคร่ำครวญถามผม...ลุงเปี๊ยกทำอะไรหญิง ทำอะไรหญิง ทำไมหญิงถึงได้เสียวแบบนี้ โอยยยย......ลุงเปี๊ยกหญิงเสียวหญิงเสียว หญิงร้อน ร้อนเสียวไปหมดทั้งตัวแล้ว ลุงเปี๊ยกทำอะไรหญิง ทำอะไรหญิง...
ผมตอบน้องหญิงไม่ได้เพราะปากผมกำลังง่วนอยู่ที่หีของน้องหญิง ใจผมมันเลยตอบน้องหญิงแทนผม.... น้องหญิงไม่รู้จริงๆเหรอว่าลุงกำลังทำอะไรน้องหญิงถ้าน้องหญิงไม่รู้จริงๆลุงก็จะบอกน้องหญิงให้รู้ว่าลุงกำลังเลียหีของน้องหญิงอยู่สิจ๊ะ......
น้องหญิงเกร็งบิดร่างไปมาด้วยความเสียว เมื่อนิ้วผมได้ช่วยเข้าไปแหกรอยผ่าหีของน้องหญิงให้แหกออกจนเห็นเนื้อหีสีชมพูใสที่อยู่ด้านในพร้อมกับเยื่อแผ่นสีขาวบางๆที่ขึงปิดรูหีน้องหญิง ใจผมมันบอกผม...ไอ้เปี๊ยกเอ้ยยย..น้องหญิงยังสาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง บุญของมึงแท้ๆที่ได้มาเป็นภารโรง... ผมก็ตื่นเต้นไปกับใจของผม มือที่แหกรอยผ่าหีของน้องหญิงสั่นระริกระริก ปากที่สั่นของผมนั้นได้แผ่แผ่นลิ้นออกมาปาดใส่เนื้อหีของน้องหญิง ..แผล็บ.บ.บ....รอยผ่าหีแคมหีเนื้อหีของน้องหญิงนั้นมีรสเค็มนิดๆผสมกับรสกลิ่นส่าเหล้า มันคงเป็นเพราะน้องหญิงไปเยี่ยวแล้วไม่เช็ดไม่ล้าง เหตุจากความเมา มันจึงมีกลิ่นรสแบบนี้ติดอยู่ แต่กลิ่นรสแบบนี้พอลิ้นผมได้สัมผัสจมูกได้รับกลิ่น มันกลับสร้างอารมณ์ทางเพศให้กับผมเป็นอย่างมาก ผมปาดลิ้นผมไม่มีหยุดปาดใส่แคมหีเนื้อหีของน้องหญิงไม่มียั้ง ปาดปาดปาดเลียเลียเลีย เลียปาดเลียปาด ดูดดูดดุนดุน ดุนเลียดุนปาด ปาดเนื้อดุนแคม เลียแคมดุนเนื้อ ดูดเนื้อเลียแคม ดูดแคมเลียเนื้อ ปาดเนื้อแคมซ้ายวนไปปาดเนื้อแคมขวา วนขวาวนซ้ายปาดบนปาดล่าง เกร็งลิ้นแยงรูปาดรูปาดรูแยงลิ้นแยงลิ้น กดแผ่นลิ้นขยี้กดแคมหี ขยี้แคมซ้ายแคมขวา กดขยี้ใส่เนื้อหีขยี้ใส่ติ่งแตด กดทับใส่เม็ดสาวขยี้ใส่ติ่งแตด อมดูดติ่งแตดขยี้ใส่หัวแตด ปาดลิ้นลงซ้ายลงขวา ขึ้นขวาขึ้นซ้าย ปาดบนลงล่าง ปาดล่างลากขึ้นบน ขยี้ลิ้นใส่เนื้อแคมซ้ายลากไล้ใส่เนื้อแคมขวา สะกิดปลายลิ้นใส่เม็ดสาวลากลิ้นยาวๆบนบนล่างล่าง ปาดแผ่นลิ้นเต็มรูหีกดขยี้ใส่จนเมือกน้องหญิงเนืองนอง น้องหญิงได้แต่คร่ำครวญด้วยความเสียว ผมมองเมือกเสียวน้องหญิงที่ขาวฟอดเต็มโคกหี มองที่นอนผมที่แฉะไปด้วยเมือกหีของน้องหญิง มองหัวควยที่ถูกมือผมจับถูจับไถใส่ร่องหีของหญิง น้องหญิงคร่ำครวญออกมา..ลุงเปี๊ยกจะทำอะไรหญิง ลุงเปี๊ยกจะทำอะไรหญิง...
ผมไม่ตอบใจผมมันตอบแทนตอบแบบสุกงอมเต็มที่..ลุงก็จะเย็ดน้องหญิงแล้วน่ะสิจ๊ะ..
หัวควยผมชุ่มลื่นด้วยเมือกหีน้องหญิงแล้ว มันก็ค่อยๆมุดเข้าไปในรูหีน้องหญิง ผมเชื่อมั่นล้าน%ควยผมเป็นควยดุ้นแรกที่ได้เบิกรูหีน้องหญิงเข้าไป หัวควยผมปัดเศษ4"มันไม่ใหญ่มันจึงไม่ได้ทำให้น้องหญิงเจ็บในทีแรกที่ดันแหวกรูหีน้องหญิงเข้าไป หัวควยผมไม่ใหญ่แต่รูหีน้องหญิงรัดหัวควยผมแน่นฟิตมาก เงี่ยงควยผมจมมิดเข้าไปในรูหีน้องหญิง น้องหญิงคร่ำครวญออกมา...ลุงเปี๊ยกเอาอะไรดันของหญิง..โอยยยยยยยยย...ซรี๊ดดดดดด..... น้องหญิงคร่ำครวญพร้อมกับมือกางตะปบพุงโลของผมไว้เหมือนตะปบลูกบาส ผมไม่ตอบใจผมมันตอบแทน.....ลุงเอาควยดันหีน้องหญิงจ๊ะ...
หัวควยผมเข้ารูหีน้องหญิงไปแล้ว ผมก็ดันลำควยตามเข้าไปอีกเล็กน้อยค่อยๆชักเด้าเบาๆช้าๆ ไม่รีบเร่งค่อยๆให้ลำควยมันทะลุทะลวงเนื้อหีน้องหญิงเข้าไป น้องหญิงก็เกร็งบิดเอวไปมาเล็กน้อย ปากสวยๆอ้าปล่อยลมเสียวออกมา ลำควยผมสอดลึกเข้าไปอีกนิดพร้อมกับเสียงครวญของน้องหญิง...โอ้ยยยย...ลุงเปี๊ยกทำอะไรหญิงทำไมหญิงเจ็บข้างใน โอ้ยยย..ลุงเปี๊ยก โอ้ยยย..ลุงเปี๊ยก... โอ้วววว......หัวควยหัวปลาชะโดของผมดันใส่เยื่อสาวน้องหญิงแล้ว.... ครั้งนี้ผมตอบน้องหญิงให้น้องหญิงทนเจ็บนิดเดียวนิดเดียวเท่านั้นแล้วน้องหญิงจะไม่เจ็บอีกอย่างแน่นอน ผมบอกน้องหญิงให้จิกพุงโลผมไว้แน่นๆ พอผมรู้สึกถึงเล็บน้องหญิงจิกเข้าพุงโล ผมก็กระดกก้นส่งหัวควยปลาชะโดทะลวงเยื่อสาวน้องหญิงให้ขาดในทีเดียว แล้วดันลำควยตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว ให้น้องหญิงร้องครวญเจ็บออกมาอีกครั้งพร้อมกับลำควยผมที่แหวกความสาวของน้องหญิงเข้ารูหีน้องหญิงไปจนสุดความยาวโคนควยแนบชิดติดโคกหีของน้องหญิงแนบสนิท แนบสนิทไปกับท้องพุงโลของผมที่กดแนบติดท้องของน้องหญิง น้ำผมไม่แตกแต่ก้นและหำก็หดตอบยวบ.บ.บ.บ...ด้วยความเสียว พร้อมกับลมหายใจของน้องหญิงที่พ่นออกจากปาก..ฮือฮ่า.ฮือฮ่า.ฮือฮ่า.. ผมต้องขอบใจแฟนน้องหญิงที่มีส่วนทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ น้องหญิงไม่ใช่หนึ่งในห้านักเรียนสาวที่สวยที่สุดของผมในสายตาผมในมธปฎิของผม แต่น้องหญิงคือนักเรียนสาวมัธยมคนแรกที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผม ผมมองร่างเปลือยสูงราว170' ของน้องหญิงที่ถูกร่างเปลือยพุงโลสูงปัดเศษ150'ของผมทาบทับไปบนร่าง ผมตื่นเต้นหัวใจเต้นแรงให้กับเรื่องเหลือเชื่อนี้ ผมไม่เคยคิดมันจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวผมได้ มันเหมือนฝัน ฝันที่เป็นความจริง ผมค่อยๆชักลำควยเด้าใส่รูหีน้องหญิงผมเสียวควยเสียวหัวใจมันไม่ใช่ฝัน ผมชักลำควยเด้ารูหีน้องหญิงเร็วขึ้น ผมไม่ใช่ต้นไม้ที่ยืนตายซาก ผมมีความรู้สึก ผมเสียวผมกำหนัดผมเห็นทุกอย่าง ผมมีลมหายใจ ลมหายใจที่กระเส่าแรง ลมหายใจที่ขาดไปเป็นห้วงๆด้วยความเสียว ผมเห็นใบหน้าน้องหญิงที่แดงก่ำทั้งใบหน้า ผมเห็นใบหน้าน้องหญิงที่ออกอาการเสียวไร้ซึ่งความเจ็บ ผมเห็นร่างเปลือยน้องหญิงไหวผมเห็นเต้านมน้องหญิงกระเพื่อม เมื่อโคนควยของผมมันได้อัดใส่โคกหีน้องหญิง.....ตับ.บ.บ.บ.บ.บ.บ...... ผมซอยหีน้องหญิงซอยรูหีน้องหญิงซอยเนื้อหีน้องหญิง ซอยเปิดปากน้องหญิง ทำให้น้องหญิงร้องคร่ำครวญออกมา...ลุงเปี๊ยกทำอะไรหญิง ทำไมหญิงถึงได้เสียวแบบนี้ หญิงเสียวเหลือเกินลุงเปี๊ยก .....
ผมไม่ตอบน้องหญิงเพราะผมกดฟันกรอดๆๆๆซอยหีน้องหญิง..ตับ.บ.บ.บ...ด้วยความเสียว ใจผมมันตอบน้องหญิงแทนผมด้วยน้ำเสียงที่กระท่อนกระแท่น...ลุง.ลุง..ก..ก..ก็กำลัง..ดะ.ดะ..ดัน..หี.หี..ของงงเอ็งอยู่...อูยหญิงเอ้ยย..หีเอ็งมันแน่นฟิตจริงๆ ลุง.ลุง..ก็เสียว เสียวควยของลุงจริงๆ..
....อรูยยยยย..หญิงเสียวไปทั้งตัวแล้ว โอยยย..ซรี๊ดดด...โอยยย..ซรี๊ดดดด... โอยย..ลุงเปี๊ยกหญิงง..หญิงจะตกเหวแล้ว ลุงเปี๊ยกช่วย..ช่วยโอยยยย...เสียว ช่วย..ช่วยดึงหญิงขึ้นไป หญิงจะตกเหวแล้ว ช่วยดึงหญิงขึ้นไปลุงเปี๊ยก ช่วยหญิง ช่วยหญิงด้วย อรูยยยย....เสรววววว..จะไม่ใหวอยู่แล้วลุงเปี๊ยก ช่วยหญิงช่วยหญิงขึ้นไป ช่วยหญิงด้วยลุงเปี๊ยกกก... โอยยย...เสรวววว ทำไมมันถึงได้เสียวแบบนี้ หญิงจะตกเหวแล้ว จะตกเหวแล้วลุงเปี๊ยกกก.....
ความเสียวของน้องหญิงนั้นมันมาพร้อมกับความเมามันทำให้น้องหญิงคิดว่าตัวเองกำลังจะตกเหว อาการตกเหวนั้นมันเป็นการตกในความรู้สึกนึกคิดของน้องหญิง ในความเป็นจริงน้องหญิงน้ำหีกำลังจะแตก น้องหญิงครวญให้ผมช่วยดึงเธอขึ้นมา ผมไม่มีวันที่จะช่วยดึงน้องหญิงขึ้นมา ซ้ำจะช่วยทำให้น้องหญิงตกลงไปในเหวลึกนั้นอีกด้วย ผมกระแทกลำควยใส่รูหีน้องหญิง...ปับ.บ.บ.บ....ช่วยส่งน้องหญิงให้ตกเหวเร็วขึ้น ผมกัดฟันกรอดๆๆๆๆซอยลำควยยาวเกือบ7"ถี่ยิบใส่รูหีน้องหญิงอย่างรวดเร็ว ร่างกายน้องหญิงเกร็งละลิ่วตกจากหน้าผาลงสู่ก้นเหวลึกด้วยความเสียว ร่างน้องหญิงกระแทกใส่ก้นเหวลึกแอ่นเกร็งทั้งร่างพร้อมกับร่างกายที่กระตุกอย่างแรงพร้อมกับเสียงร้องด้วยความเสียวที่แผดดังก้องในห้องของผม พร้อมกับน้ำหีอุ่นๆที่แตกกระจายไปทั่วโพรงหีกระจายใส่ลำควยผมทั้งลำ ผมไม่รั้งรอสิ่งใดขอตามน้องหญิงไปสู่ก้นเหวลึกนั้น ผมซอยลำควยถี่ยิบอัดใส่รูหีที่บีบรัดอย่างแรงกระแทกใส่ร่างกายน้องหญิงที่ยังเกร็งกระตุกไม่หยุด ฟันที่ขบกันกรอดๆๆๆๆอ้าออกจากกัน พร้อมกับเสียงร้อง..อ๊า.า.า.า...อ๊าสสสสสสส์ส์....ที่แผดร้องออกมาดังจากปากของผม พร้อมกับลำควยที่อัดแนบแน่นกับรูหีน้องหญิงพร้อมกับยิงน้ำควยเข้าใส่รูหีส่วนลึกสุดก้นบึ้งของน้องหญิงตามน้ำหีน้องหญิงที่แตกออกมาไปอย่างสุดเสียว ร่างพุงโลของผมเกร็งกระตุกไปบนร่างของน้องหญิงอย่างสุขสม น้องหญิงมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผมจนสำเร็จด้วยกันแล้ว น้องหญิงก็หลับสนิทไปด้วยความเสียวด้วยความเพลียและความเมา ผมเองก็เผลอหลับไปกับน้องหญิงเช่นเดียวกัน ผมมาสะดุ้งตื่นก็เกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว แต่น้องหญิงยังหลับอยู่ ผมก็ปล่อยให้น้องหญิงหลับไปบนที่นอนของผม ผมมองคราบแห่งความสุขความภาคภูมิใจที่ปรากฎอยู่บนร่างกายของผมกับน้องหญิง ลำควยผมมีคราบสีชมพูเหนอะหนะติดทั้งลำควยและที่หน้าท้องของผม ส่วนความเป็นหญิงของน้องหญิงก็ออกบวมแดงนิดๆ พร้อมกับคราบสีชมพูเหนอะหนะที่ติดตามร่องหีแคมหีของน้องหญิง ผสมไปกับน้ำควยของผมที่เกาะตามแคมหีร่องหีแถวต้นขาหว่างขาแถวก้นของน้องหญิง มันเริ่มมีกลิ่นคาวคลุ้งแต่มันกลิ่นคาวคลุ้งที่ทำให้ผมเปี๊ยก พุงโล มีความภาคภูมิใจยิ่งนัก ดีใจจนหาอะไรมาเปรียบเทียบกับความดีใจนี้ได้ กับความสัมพันธ์ทางเพศกับน้องหญิงนักเรียนสาวมัธยม นักเรียนสาวมัธยมคนแรกที่ผมได้เจาะไข่แดงความสาวของเธอไปด้วยโดยที่ได้คาดฝันมาก่อน ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับผมได้ เรื่องราวระหว่างผมกับนักเรียนมัธยมวัยสาว ทั้งที่ผมเป็นแค่ภารโรงพุงโลสูงปัดเศษ150' ของโรงเรียนแห่งนี้เท่านั้นมิได้เป็นชายหนุ่มรูปหล่อฐานะหน้าที่การงานดีแต่ประการใด
ผมตื่นแล้วแต่ก็ไม่ได้ปลุกน้องหญิงคงปล่อยให้น้องหญิงนอนเปลือยหลับอยู่บนที่นอนของผมต่อไป จนเกือบจะสองทุ่มน้องหญิงถึงได้ตื่นขึ้นมา น้องหญิงได้นอนหลับไปหลายชั่วโมง น้องหญิงพอจะสร่างเมาบ้าง ก่อนหน้านั้นน้องหญิงถึงจะเมาแต่น้องหญิงก็รู้ตัวว่าได้ทำอะไรไปกับตัวของผม น้องหญิงตื่นขึ้นมาเห็นสภาพตัวของตัวเองก็มิได้มีปฎิกิริยาใดๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือต่อตัวของผม น้องหญิงรับเอาผ้าเช็ดตัวของผมไปเข้าชำระร่างกายในห้องน้ำ ผมจะเข้าช่วยประคองตัวน้องหญิงไป แต่เธอบอกผมเธอใหว หลังจากชำระร่างกายใส่เสื้อผ้าแล้วน้องหญิงถึงได้เอ่ยกับผมขอให้ผมเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่าได้บอกใคร ผมก็สัญญากับน้องหญิงจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับตลอดไป ผมก็ถามน้องหญิงจะกลับหอใหวใหม น้องหญิงเธอเป็นเด็กหอครับ เธอตอบว่าใหว แล้วน้องหญิงก็ปั่นจักรยานกลับหอไป ถ้าน้องหญิงไม่ใช่เด็กหอผมคงกังวลให้กับตัวเองไม่น้อยพ่อแม่เธอคงตามหากันวุ่นแน่ลูกสาวหายไปเป็นวันๆแบบนี้กว่าที่น้องหญิงจะทำอะไรเสร็จก็สองทุ่มกว่าแล้ว
( น้องหญิงไม่ใช่นักเรียนสาวมัธยมที่สวยที่สุดติดหนึ่งในห้าของผมแต่น้องหญิงคือนักเรียนสาวมัธยมคนแรกที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผม )
น้องหญิงไม่กล้าสู้หน้าผมอยู่ราวสามอาทิตย์เพราะเธออาย ที่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผม พอความอายเริ่มลดน้อยลงและผมก็ปิดปากเงียบไม่เอ่ยถึงในเรื่องที่เกิดขึ้น น้องหญิงถึงได้ทำตัวกับผมเหมือนเดิม แต่พอสายตาสบสายตาลึกถึงข้างในทีไร ใบหน้าน้องหญิงจะแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีโดยมิเสื่อมคลาย ผมทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับน้องหญิงไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกเลยจนน้องหญิงจบม.6 จบการศึกษาระดับม.ปลายออกไป ผมกับน้องหญิงจึงมีความสัมพันธ์ทางเพศต่อกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และมันก็เป็นความสัมพันธ์ทางเพศที่ผมไม่เคยลืม น้องหญิงจบม.6 ออกไปแล้วอีกหกปีต่อมาผมถึงได้พบกับกับน้องหญิงอีกครั้ง ในตลาดสดเทศบาลของจังหวัด น้องหญิงเธออยู่ในชุดยูนิฟอร์มของธนาคารธนาคารหนึ่ง น้องหญิงเธอเป็นสาวแบงค์ครับ พอน้องหญิงเป็นสาวเต็มตัวแบบนี้ เธอเป็นสาวที่สวยไม่น้อยเลยทีเดียวน้องหญิงน่าจะเป็นนักเรียนสาวมัธยมที่สวยที่สุดคนที่6ของผมได้เลย ปมด้อยของผมเป็นจุดเด่นที่ทำให้น้องหญิงไม่เคยลืมเปี๊ยก พุงโล คนนี้ เราสองคนทักกันด้วยรอยยิ้ม สอบถามความเป็นอยู่ของกันและกัน จนสายตาสอดประสานกันลึกถึงข้างใน ผมเป็นคนทำลายสายตาที่สอดประสานกันลึกนั้นให้หายไป พร้อมกับเอามือทุบหัวตัวเอง พร้อมกับโพล่งปากออกไป...ลุงนี่ไม่ดีจริงๆเลยมาคิดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้... พอผมโพล่งคำพูดนี้ออกไปใบหน้าน้องหญิงก็แดงเพรื่อทั้งใบหน้าพร้อมอาการยิ้มเขินอายเล็กน้อยให้กับผม หรือว่าน้องหญิงก็คิดถึงเรื่องนั้นเหมือนกับผมเมื่อสายตาเราสองคนประสานสอดลึกถึงข้างใน น้องหญิงก็คงยังไม่ลืมเรื่องราวนั้นเหมือนกับผมอย่างแน่นอน ผมรีบเปลี่ยนไปคุยกับน้องหญิงในเรื่องอื่นผมคุยกับน้องหญิงอยู่ราวๆ10นาทีก็แยกกันไป อนาคตไม่มีใครรู้ในตอนนั้นน้องหญิงเป็นนักเรียนสาวมัธยมตอนนี้น้องหญิงเป้นสาวแบงค์เท่ากับว่าผมได้เอาหีสาวแบงค์กลายๆไปด้วยไปก่อนล่วงหน้านั่นเอง ผมได้พบน้องหญิงอีกสี่ห้าครั้งถ้าระยะเวลาก็ราวๆ2ปี ผมก็ไม่ได้เจอน้องหญิงอีก ผ่านไปอีกห้าปีผมถึงได้เจอน้องหญิงอีกครั้ง เธอได้ลาออกจากการเป็นสาวแบงค์แล้ว และน้องหญิงก็ได้แต่งงานมีครอบครัวแล้วและน้องหญิงกำลังท้องลูกคนที่สอง น้องหญิงกับสามีได้ทำธุระกิจส่วนตัวร่วมกันที่จังหวัดนี้จนถึงปัจจุบันนี้ครับ
( คำว่าปัจจุบันนี้ของลุงเปี๊ยกก็คือวันที่ลุงเปี๊ยก ขวัญใจนักเรียนสาวมัธยม ได้เล่าเรื่องราวนี้ให้กับผมหมอซิงได้รับรู้ซึ่งก็ผ่านมาหลายปีแล้ว )
ผมไม่อิจฉาสามีน้องหญิงที่ได้น้องหญิงไปครอง เพราะผมกับน้องหญิงมีความลับต่อกันตั้งแต่เธอเป็นนักเรียนสาวมัธยมแล้ว นี่คือเรื่องราวในสามปีแรกที่ผมเปี๊ยก พุงโล ได้เข้ามาเป็นภารโรงในโรงเรียนมัธยมหญิงล้วนแห่งนี้ สามปีแรกกับนักเรียนสาวมัธยมสองคน น้องฝนนักเรียนสาวมัธยมที่สวยที่สุดหนึ่งในห้าของผมปัจจุบันเธอเป็นเภสัชกรหญิงเปิดร้านขายยากับสามี น้องหญิงนักบาสสาวของโรงเรียนปัจจุบันทำธุระกิจส่วนตัวกับสามี ก่อนหน้านั้นน้องหญิงเป็นสาวแบงค์
ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับนักเรียนสาวมัธยมแห่งนี้ โรงเรียนที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเปี๊ยก พุงโล ไปตลอดการ .....
วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564
เปี๊ยก พุงโล ยอดภารโรง..
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น