"อีสาวบ้านนาไอ้หนุ่มบ้านทุ่ง"
แม้จะเข้าปลายเดือนพฤษภาคมแล้วแต่ความอบอ้าวของหมู่บ้านทุ่งขามก็ยังไม่ไม่ลดลงเท่าไหร่ ไอ้เบิดหนุ่มลูกทุ่งวัย 24 ปี แก้เสื้อนอนเปลญวนอย่างสบายอุราใต้ร่มมะขามใหญ่ข้างบ้าน ร่มมะขามใหญ่ต้นนี้ให้ร่มเงาและลดความร้อนแรงของแสงแดดยามบ่ายได้ดีชะงัดนัก
สายตาของไอ้เบิดกำลังมองอีนวลเมียสาววัยกำดัดที่กำลังหาบถังน้ำกินที่ตักมาจากบ่อน้ำท้ายหมู่บ้านซึ่งก็ไม่ไกลจากบ้านมันนัก อีนวลเมียสาววัย 20 ปี ของมันเทน้ำจากถังลงโอ่งน้ำกินก่อนจะหันมาทางไอ้หนุ่มบ้านทุ่งพร้อมกับเอ่ยปาก
"ไหนว่าจะออกไปช่วยพ่อที่โรงเรียนล่ะพี่ทิด?" ไอ้เบิดขยับร่างมองดูเมียสาวก่อนจะเอ่ยตอบ
"พ่อบอกว่าไม่มีอะไรให้ทำเพราะครูใหญ่บอกว่าไม่จัดงานใหญ่อะไร แต่เดี๋ยวสักครู่ก็ว่าจะออกไปหาพ่ออยู่เหมือนกัน เผื่อมีอะไรได้ทำบ้าง เอ็งนี่ไม่ร้อนหรือยังไง? มาตักน้ำเอาอะไรตอนบ่ายๆ แดดเปรี้ยงๆ แบบนี้"
"ก็น้ำกินมันหมดน่ะ เดี๋ยวตอนเย็นจะไปช่วยแม่ที่งานศพอีก ก็เลยต้องรีบหน่อย"
อีนวลพูดพลางเอาผ้าขาวม้าซับเหงื่อ จากนั้นหล่อนก็เอายางมัดขมวดผมที่ยาวสลวยก่อนจะผลัดผ้าแล้วนุ่งผ้าถุงกระโจมอกเพื่อจะอาบน้ำ ไอ้เบิดจ้องมองเมียรักด้วยสายตาชื่นชมก่อนจะลุกออกจากเปลญวนแล้วจับผ้าขาวม้าพาดบ่าแล้วถอดกางเกงออกเหลือแค่กางเกงใน ก่อนที่มันจะเดินไปหาเมียสาว
"จะทำอะไรพี่ทิด?" นวลเอ่ยถามพร้อมสีหน้างงๆ
"ก็ มันร้อน จะอาบน้ำกับเอ็งไง"
"ไม่เอาน่า"
แต่ไอ้เบิดไม่ฟังเสียงทักท้วงใดใด มันดันร่างเมียสาวตรงไปยังโอ่งอาบน้ำที่อยู่ข้างเรือนที่มีเพียงพุ่มกอต้นพลูที่ขี้นบังกันสายตาไว้พอเป็นพิธี
ผ้าถุงเปียกน้ำมันยิ่งแนบเนื้อเมียสาวัยกำดัด มือหยาบกร้านของไอ้เบิดลูบไล้สบู่ไปมาอยู่ที่หลังไหล่ที่พ้นจากกระโจมอก เนื้อเนียนนุ่มของเมียสาวกระตุ้นอารมณ์หงี่เงี่ยนของมันขึ้นมาทันใด ควยใต้กางเกงในค่อยๆ ลุกชันเด้งออกมา มันเอาควายไปบดเบียดสะโพกผายของเมียรักที่พยายามหลบเลี่ยงพร้อมบอกมันอยู่บ่อยครั้งว่าเดี๋ยวคนมาเห็น แต่ไอ้เบิดก็รู้ว่าไม่มีใครฝ่าเปลวแดดเปรี๊ยงๆ ออกมาเดินเพ่นพ่านแน่ๆ ยิ่งบ้านมันอยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นๆ อยู่พอสมควร ก็รับรองว่าปลอดคนแน่นอน
มันถลกปลายผ้าถุงของอีนวลขึ้นจนถึงเอวแล้วมันก็เอามือที่ชุ่มด้วยสบู่ชโลมควยแข็งขนาด 4.5x5 ของมันก่อนที่จะค่อยๆ แทรกร่องหีเมียรักเข้าไป ความลื่นของสบู่ทำให้ควยของไอ้เบิดทะลวงหีอีนวลเข้าจมมิด อีสาวบ้านนาครางอิ๋งๆ แอ่นก้นเกร็งรับท่อนควยของผู้เป็นผัว ขณะที่มือก็จับขอบโอ่งอาบน้ำไว้มั่น ส่วนสายตาก็จ้องมองออกไปข้างหน้าเผื่อว่าจะมีใครเดินมาจะได้เห็นและแก้ไขสถานการณ์ทัน มือไอ้เบิดปลดปมผ้าถุงออกแล้วควานมือเข้าไปขยุ้มนมขนาด 34 นิ้ว ของเมียสาวที่หัวนมแข็งเป็นไตรอรับการบีบบี้
มันขยับเอวสาวควยช้าๆ สร้างอารมณ์รัญจวนให้กับทั้งสองคนอย่างยิ่งยวด อีนวลกัดฟันกรอดๆ พยายามไม่ส่งเสียงเมื่อควยผัวรักวิ่งเข้าออกรูหีของหล่อน ควยแท่งใหญ่นี้แหละที่ทำเอาหล่อนถึงกับเลือดออกในคือวันส่งตัวเข้าหอ หล่อนเกร็งก้นกระดอนสวนคือเมื่อไอ้เบิดเริ่มสาวควยเร็วขึ้น ความเสียวซ่านที่เธอได้รับมันเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงกระแทกของผัวหนุ่ม แต่ทว่า...
"อ๊าก..."
ไอ้เบิดระรัวเอวถี่ๆ ก่อนจะหยุดกึกแล้วบดหนอกเข้ากับแก้มก้นขาวๆ ของอีนวล มันคำรามลั่นในลำคอก่อนจะพ่นน้ำกามกระฉูดใส่หีเมียสาวด้วยความสุขสันต์หรรษายิ่งนัก มันซบหน้าลงเกลือกกลิ้งกับไหล่ขาวของอีสาวบ้านนาก่อนจะถอนควยที่ยังแข็งขันออกมาล้างทำความสะอาด มันอาบน้ำโครมๆ แล้วก็เช็ดตัวเดินผิวปากออกไปแต่งตัว
อีนวลฟุบหน้าลงกับหลังมือที่จับอยู่ขอบโอ่งก่อนจะขมวดปมผ้าถุงให้กระโจมอกอีกครั้ง หล่อนล้างหีตัวเองล้างคราบน้ำควยของผัวรักออก มือเจ้ากรรมดันไปสะดิดเข้ากับติ่งแตดจนตัวเองสะดุ้งเสียว กี่ครั้งแล้วที่หล่อนต้องค้างเติ่งอยู่อย่างนี้ ทุกคืนที่ผัวรักได้สร้างความเสียวขึ้นมาให้กับหล่อน แล้วแป๊บๆ มันก็ฉีดน้ำพ่นใส่หี แล้วจากนั้นมันก็หลับไป หล่อนไม่รู้หรอกว่าความสุขสุดยอดมันเป็นยังไงเพราะหลังจากนั้นหล่อนก็หลับไปเหมือนกัน
"พี่ทิด ตอนเย็นไปกินข้าวที่บ้านงานศพนะ" อีนวลร้องบอกผัวเมื่อเห็นไอ้เบิดกำลังจะปั่นจักรยานออกไป
"เออๆ"
ไอ้เบิดเป็นเด็กบ้านทุ่งขาม หมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ ถนนเข้าหมู่บ้านที่เป็นฝุ่นดินแดงหน้าร้อนและเป็นโคลนในหน้าฝน มีรถโดยสารวิ่งเข้าตัวอำเภอที่ห่างออกไป 25 กม.วันละเที่ยว หมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าน้ำประปาใช้ อาชีพส่วนใหญ่ของชาวบ้านคือทำนาซึ่งผืนนาของบ้านทุ่งขามก็แผ่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
ไอ้เบิดเรียนจบชั้น ม.3 จากโรงเรียนมัธยมประจำตำบลที่ห่างจากบ้านมันไปสัก 3-4 กม.ทำให้มันปั่นจักรยานไปเรียนกับเพื่อนๆ ได้ แต่ถ้าจะต่อ ม.ปลาย ต้องไปเรียนที่โรงเรียนในตัวอำเภอ มันเรียนไม่ค่อยเก่งและรักการทำนามากกว่า แม้ว่าพ่อและแม่ของมันไม่มีที่นาแต่ไอ้เบิดก็ไปช่วยงานพี่ๆ ที่ออกเรือนไปแล้ว มันจึงชอบหนีบวิทยุทรานซิสเตอร์ลงทุ่งกับพี่ๆ ทำนามากกว่า
ตาหยอยพ่อของมันเป็นภารโรงอยู่ที่โรงเรียนประถมบ้านมัน มันมีเวลาว่างก็จะไปช่วยพ่อมันทำงานให้โรงเรียนอยู่บ่อยๆ จนพ่อมันคิดจะให้มันรับหน้าที่เป็นภารโรงแทนตอนแกเกษียณแล้ว
ยายแช่มแม่ไอ้เบิดมีฝีมือในการทำอาหาร งานการต่างๆ แกจะเป็นหัวหน้าแม่ครัวในการทำอาหารเลี้ยงแขก เมื่อวันก่อนมีคนในหมู่บ้านเสียชีวิตและตั้งศพสวดอภิธรรมที่บ้าน ป้าแช่มแกก็ไปเป็นหัวหน้าแม่ครัวในงานนั้นด้วย
อีนวล สาวร่างอวบอัดหน้าอกหน้าใจและสะโพกใหญ่โต ผิวไม่ได้ขาวซีดแบบคนกรุงแต่ก็ขาวผ่องในระดับหนึ่ง หล่อนเป็นคนบ้านทุ่งขามกับไอ้เบิดนี่แหละ และด้วยความสวยของอีนวลตอนแตกเนื้อสาวมันเตะตาไอ้เบิดยิ่งนัก มันก็เทียวไล้เทียวขื่อไปมาหาสู่อีนวลอยู่นานแข่งกับหนุ่มๆ ร่วมบ้าน พอเกณฑ์ทหารจับได้ได้ใบดำและมันบวชให้ตาหยอยกับยายแช่ม 1 พรรษา มันก็อ้อนพ่อแม่ไปสู่ขออีนวล ตาหยอยก็เห็นดีเห็นงามด้วยเพราะแกก็เอ็นดูอีนวลเป็นลูกเป็นหลานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เนื่องจากอดีตแกกับแม่อีนวลก็เคยรักกันมาก่อนก่อนที่แม่อีนวลจะไปแต่งานกับหนุ่มในเมือง แล้วพอคลอดอีนวลแม่มันก็ตกเลือดตายทิ้งให้อีนวลกำพร้าอยู่กับตายาย ด้วยความขยันของไอ้เบิดนี่แหละที่ทำให้ตายายอีนวลไม่ขัดข้อง มันทั้งสองคนจึงได้แต่งงานกันเมื่อปีที่แล้ว ตาหยอยให้อีนวลมาอยู่ด้วยเพราะครอบครัวอีนวลมีคนเยอะ ส่วนแกก็เหลือไอ้เบิดคนเดียวเพราะพี่ๆ ของมันก็ออกเรือนมีครอบครัวกันหมดแล้ว
"ไอ้เบิด ข้ามีของดีว่ะ" ไอ้แกะ เพื่อนซี้ไอ้เบิดวางข้องลงพร้อมกับร้องบอก
"ของดีอะไรของเอ็งวะ?"
"ข้าไปขุดปลาไหลได้มาตั้ง 2 ตัว ตัวใหญ่จริงๆ ให้อีนวลเมียเอ็งทำผัดเผ็ดกินแกล้มเหล้าหน่อยสิ"
"นี่ข้าต้องซื้อเหล้าให้เอ็งกินอีกแล้วรึ?"
"เอ๊าไอ้นี่ ข้าออกปลาไหลเอ็งก็ออกเหล้าซิวะ"
"เออๆ"
ไอ้แกะเป็นเพื่อนซี้ไอ้เบิดมาตั้งแต่ชั้นประถมแต่ว่ามันยังไม่มีเมีย มันเรียนจบแค่ชั้น ป.6 เพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอมเรียนมัธยม ไอ้แกะรูปร่างเตี้ยกว่าไอ้เบิดแต่ว่าหุ่นลำสันกำยำกว่าและมีผิวดำคล้ำกว่า มันเรียนร่วมชั้นกับไอ้เบิดมาตั้งแต่ประถม มันเกณฑ์ทหารจับได้ใบดำเหมือนกันและบวชเข้าพรรษาและก็สึกพร้อมกัน มันทั้งสองจึงซี้ย่ำปึกกันเลยทีเดียว
"เอ๊า น้าหยอย ไม่อร่อยหรือไงฝืมือลูกสะใภ้นะนั่น"
ไอ้แกะถามตาหยอยที่ไม่ค่อยได้กินผัดเผ็ดปลาไหลที่อีนวลมันยกมาวางกลางวงเหล้า แต่ทว่าสายตาฉ่ำๆ ของมันนั้นกลับมองอีนวลไม่วางตา
"เออๆ ข้าก็กินของข้าอยู่นี่แหละ" ตาหยอยยกแก้วเป็กเหล้าขาวก่อนจะตักผัดเผ็ดปลาไหลเข้าปากแล้วเคี้ยวหยับๆ
"ผัดเผ็ดปลาไหลของอีนวลนี่เผ็ดได้ใจ ไม่รู้คนทำจะเผ็ดขนาดไหนนะ?"
ไอ้แกะมองอีนวลที่นั่งปักชุนผ้าข้างๆ ยายแช่มด้วยสายตาที่หยาดเยิ้ม ไอ้เบิดมองเพื่อนแล้วยิ้มๆ มันก็รู้แหละว่าไอ้แกะคิดกับอีนวลเมียสาวของมันยังไง เพราะมันกับไอ้แกะก็เป็นคู่แข่งที่แย่งกันจีบอีนวลมาด้วยกันพร้อมๆ กับหนุ่มๆ ร่วมหมู่บ้าน ไอ้แกะมันมากินเหล้ากับมันตอนเย็นก็พูดแทะโลมเมียมันอยู่ตลอดแต่มันก็ไม่ถือสาอะไรเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนรักกัน อีกอย่างอีนวลก็เป็นเมียมันโดยสมบูรณ์แล้วคงไม่ต้องมาหึงหวงอะไรกันมากนัก และอีกใจลึกๆ ของไอ้เบิดมันก็ภูมิใจในความสาวความสวยของเมียมันอีกด้วย พอเห็นเพื่อนเอ่ยชมเมียรักมันก็พลอยยินดีและมีความสุขตามไปด้วย แม้จะแอบหึงหวงบ้างบางอารมณ์ก็ตามที
"ข้าบอกเอ็งเลยว่า อีนวลมันเผ็ดมาก" มันยังมีแก่ใจพูดเล่นกับไอ้แกะอยู่จนอีนวลต้องมองค้อน
"เออๆ ข้าเชื่อ ข้าเชื่อ" ไอ้แกะมองอีนวลตาเยิ้มด้วยพิษเหล้า
"ข้าชอบเผ็ดๆ ว่ะ" ไอ้แกะพูดส่งท้ายและก็ไม่วายมองอีนวลด้วยสายตาหยาดเยิ้ม
"ป้าแช่ม แม่ให้เอาแกงขี้เหล็กมาฝากจ้า"
อีจันทร์สี เด็กวัย 12 ขวบ ถือตะกร้าที่มีแกงขี้เหล็กอยู่ในถ้วยเดินเข้ามาพร้อมกับพูดขึ้นเจื้อยแจ้ว บ้านของมันถัดจากบ้านของไอ้เบิดไปไม่ไกลนัก อีจันทร์สีเรียนอยู่ชั้น ป.6 มันเป็นเด็กที่ตัวใหญ่เกินวัยและดูจะเป็นสาวเกินตัว อีกทั้งกิริยาวาจาก็ค่อนข้างแก่แดดเกินไปด้วย
"อ้อ พอดีเลย เดี๋ยวจะตักแกงฟักทองไปให้ด้วย" ยายแช่มตอบก่อนจะบอกให้อีนวลจัดสำรับข้าวออกมา
"อีจันทร์สี ถ้าเอ็งเรียนจบ ป.6 แล้วจะเรียนต่อ ม.1 ไหมวะ?" ไอ้แกะถาม
"ไม่เรียนหรอกทิดแกะ เรียนไปก็งั้นๆ แหละ" อีจันทร์สีตอบก่อนจะนั่งลงที่แคร่ข้างๆ ตาหยอย
"เออ ข้าก็ว่างั้นแหละ อย่างเอ็งน่ะจบ ป.6 แล้วก็รีบเอาผัวเหอะ"
"ก็คิดอยู่เหมือนกันแหละ เอาผัวดีกว่าเนาะพี่ทิด"
อีจันทร์สีรับเอาตะกร้าที่มีแกงฟักทองอยู่เต็มถ้วยก่อนจะเดินบิดตูดกลับบ้านไป ไอ้แกะมองตามพร้อมกับส่ายหน้า
"ข้าหวั่นๆ ว่ามันจะเรียนไม่จบ ป.6 หรอกนะซี้ มันจะได้ผัวซะก่อนล่ะ" ไอ้เบิดพูดแล้วก็หัวเราะหึหึ
แสงตะเกียงจากบ้านทุ่งขามลอดออกมาจากบ้านเรือนวับแวม บ้างก็ล้อมวงกินข้าว บ้างก็ล้อมวงเหล้าแก้เหนื่อย บ้างก็ล้อมวงฟังละครจากวิทยุทรานซิสเตอร์ ก่อนที่ทุกชีวิตจะเข้านอนหลับพักผ่อนเพื่อชาวบ้านบ้านทุ่งขามจะได้เอาแรงเพื่อต่อสู้ดิ้นรนกันต่อไปในวันรุ่งขึ้น
วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569
บ้านทุ่งสะท้านบ้านนาสะเทือน 1
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น