เย็นวันพฤหัสบดี ฉันรีบกลับบ้านด้วยความตื่นเต้น เพราะวันรุ่งขึ้นตั้งใจจะกลับลำปางไปหาพ่อกับแม่ ลางานไว้ตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว และก็บอกท่านไว้ล่วงหน้า แต่ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน ใจฉันก็หล่นวูบลงไปกองตรงพื้นเมื่อพี่เทพบอกว่า...เขาไปไม่ได้แล้ว งานด่วนเรื่องย้ายเครื่องจักรทำให้ลางานไม่ได้
ฉันอึ้ง...ผิดหวัง...และเสียใจ เพราะนัดพ่อแม่ไว้แล้ว ใจหนึ่งก็คิดว่าไม่อยากขับรถไปคนเดียวไกลขนาดนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจยิ่งกว่าก็คือ พี่เทพพูดเสียงเรียบว่า เขาโทรไปขอร้อง "พี่เนาว์" ให้ไปส่งฉันแทนแล้ว
หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้เหตุผล ...พี่เนาว์น่ะหรือ?
---
เช้าวันศุกร์
แสงแดดอุ่นส่องลอดม่านในห้อง ฉันลุกขึ้นด้วยใจที่สั่นระรัว มือเก็บกระเป๋าไปมาอย่างไร้สมาธิ ความร้อนอบอ้าวทำให้เหงื่อเกาะต้นคอและแผ่นหลัง จนยิ่งรู้สึกกระสับกระส่ายมากกว่าเดิม
พี่เทพยิ้มบาง ๆ ให้ฉัน "นิ่ม พี่ขอโทษจริง ๆ ... พี่ไปไม่ได้ แต่พี่ให้เนาว์ไปส่งแล้ว"
ฉันพยักหน้า แต่ในอกกลับเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะกลัวการเดินทางไกล...แต่เป็นเพราะต้องนั่งรถไปกับเขา คนที่ทำให้ฉันค้นพบตัวตนอีกด้านของตัวเอง แบบนี้มาก่อน
พี่เนาว์ยืนรออยู่หน้าบ้าน แววตาอ่อนโยน รอยยิ้มของเขาทำให้ฉันใจสั่นจนเผลอก้มหน้าหลบ เขาเปิดประตูรถให้ ฉันก้าวขึ้นไปนั่งข้างคนขับ รถค่อย ๆ แล่นออกจากนิคม 304 เป้าหมายคือบ้านฉันที่ลำปาง
---
บนรถ
ตอนแรกฉันเผลอหลับไป เพราะปักหมุด GPS ไว้แล้ว แต่เมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมา สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีคือมืออุ่น ๆ ของเขาที่แตะเบา ๆ บนต้นขาฉัน ...ผ่านเนื้อผ้ากระโปรงที่บางเกินจะกั้นความรู้สึกนั้นได้
หัวใจฉันเต้นแรงราวจะหลุดออกมา ร่างกายร้อนผ่าวขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ร่องลึกภายในตอบสนองจนรู้สึกชื้นแฉะ น้ำอุ่น ๆ ซึมเลอะต้นขา ฉันกัดริมฝีปากแน่น แต่กลับรู้สึกชอบ...ใช่ ฉันชอบที่เขาสัมผัส
พี่เนาว์ถามเสียงทุ้ม "น้องนิ่ม หลับสบายไหม"
ฉันตอบเสียงเบาแทบเป็นกระซิบ "ค่ะ...หลับสนิทเลย"
เขาหัวเราะเบา ๆ ทำเอาฉันยิ่งใจเต้น มือใหญ่ของเขาเริ่มลูบจากสะโพกขึ้นมาหน้าท้อง ฉันต้องกลั้นเสียงครางในลำคอไว้สุดแรง
---
แวะปั๊ม
ตอนลงไปซื้อของ ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่มองมา ร่างกายร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ร่องเสียวเต้นตุบ ๆ อย่างไม่รู้จักพอ พอกลับขึ้นรถ เขาก็กระซิบใกล้หู
"นิ่ม...ลองถอดชุดออกดีไหม มืดแล้ว พี่จะได้ไม่ง่วง"
หัวใจฉันเต้นแรงเหมือนจะระเบิด มือเขาลูบลงที่ไหล่ ลากผ่านสะโพก น้ำรักฉันไหลชุ่มต้นขา ฉันเผลอครางเบา ๆ ออกมา ความตื่นเต้นปนกลัวว่าจะมีใครเห็นกลับยิ่งทำให้ฉันร้อนแรงขึ้น ทุกจังหวะถนน ทุกแสงไฟที่ส่องเข้ามา คือแรงกระตุ้นที่ทำให้เราไม่ง่วงแม้แต่นิดเดียว
ก่อนถึงบ้าน ฉันค่อย ๆ สวมชุดกลับคืน ...แต่ไฟในร่างกายยังลุกโชนไม่มอดลง
---
ถึงบ้านลำปาง
บ้านไม้สองชั้นกลางสวนมะม่วงและไผ่ พ่อแม่ต้อนรับอย่างอบอุ่น ฉันแนะนำเขาเพียงสั้น ๆ ว่าเป็น "เพื่อนของพี่เทพ"
ฉันจัดที่นอนให้พี่เนาว์อยู่ชั้นล่าง ส่วนตัวเองขึ้นไปนอนชั้นบนกับพ่อแม่ แต่หัวใจฉันไม่เคยหยุดเต้นแรงเลยสักนาที ความปรารถนาที่ก่อตัวมาตลอดทางยิ่งรุนแรงขึ้น
คืนนั้น เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของพ่อแม่ ฉันค่อย ๆ ลุกออกจากเตียง พื้นไม้ดังเอี๊ยดทุกก้าว หัวใจแทบจะหล่นจากอก
เมื่อมาถึงชั้นล่าง ฉันเห็นเขานอนอยู่บนเสื่อ ร่างกายแข็งแรงของเขาอยู่ใต้แสงไฟสลัว ฉันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก...คืนนี้ฉันไม่อยากรอให้เขาเป็นฝ่ายเริ่มอีกแล้ว
ฉันคุกเข่าลงใกล้ ลูบไหล่ ลูบแผงอกอุ่น แล้วโน้มตัวเข้าไปสัมผัส ร่องลึกของฉันชื้นฉ่ำจนแทบจะล้นออกมา ติ่งเสียวสั่นไหวทันทีที่กดแนบกับร่างเขา
เสียงครางเบาหลุดจากปากฉัน ขณะที่มือเขาโอบสะโพกและหลังอย่างนุ่มนวล ...ฉันรู้สึกได้ว่าเขาตอบสนองทุกแรงสัมผัสของฉันด้วยความใจเย็น แต่หนักแน่น
เมื่อกลัวว่าเสียงเราจะดังเกินไป เขาค่อย ๆ อุ้มฉันออกไปยังแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะขาม กลางสวนที่ลมเย็นพัดผ่าน กลิ่นดินและใบไม้ชื้นโอบล้อมรอบตัวเรา
ตรงนั้น...ฉันปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ ปล่อยให้ร่างกายตอบสนองทุกสัมผัส ทุกแรงจังหวะ ความเสียวซ่านแล่นไปทั่วทั้งร่าง ฉันครางออกมาอย่างลืมตัว แต่กลับรู้สึกทั้งปลอดภัย ทั้งเต็มใจ และที่สำคัญ...ฉันควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง
ในที่สุด ความตึงเครียดก็คลายลง ฉันซุกตัวหลับไปในอ้อมกอดเขา ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีด เสียงใบไม้ และแสงจันทร์อาบร่างเราสองคน
ก่อนที่พี่เนาว์จะค่อย ๆ อุ้มฉันกลับเข้าบ้านอย่างแผ่วเบา
วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
นิ่ม Ntr 18
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น