หลังค่ำคืนในสวนหอพักที่ทั้งเร่าร้อนและบ้าบิ่น นิ่มกลับบ้านด้วยร่างกายที่ยังสั่นสะท้านทุกครั้งที่นึกถึงสัมผัสของเนาว์ ภาพเธอครางเสียงหลงบนชิงช้าใต้เงาจันทร์ยังตามติดอยู่ในหัวใจ ความรู้สึกผิดที่มีต่อเทพแค่จางหายไปเพียงชั่วครู่ ก่อนถูกแทนด้วยความเร่าร้อนที่อยากสัมผัสอีก
สองสามวันถัดมา นิ่มบอกสามีว่าจะทำโอที เธอขับรถออกจากออฟฟิตด้วยหัวใจที่เต้นแรง ทั้งที่ในกระเป๋ายังมีกุญแจบ้านจัดสรรของเทพ แต่เธอกลับบิดพวงมาลัยตรงไปทางโรงงานที่เนาว์ทำงานอยู่
เนาว์รออยู่ตรงป้อมยามเหมือนเคย เขายกมือโบกแล้วก้าวขึ้นรถเธอทันที ร่างใหญ่กลิ่นเหงื่อและบุหรี่ตลบอบอวลไปทั่วห้องโดยสารแคบ ๆ นิ่มสูดหายใจลึก ปล่อยให้ความร้อนแผ่ซ่านขึ้นมาอีกครั้ง
"คิดถึงนะ..." เขากระซิบ มือสากวางลงบนต้นขาเธอทันที
"พี่เนาว์...อย่าค่ะ ขับรถอยู่นะ..." นิ่มเอียงตัวหนีแต่ขาเรียวกลับสั่นวูบเมื่อปลายนิ้วหยาบไล้วนบนเนื้ออ่อนใต้กระโปรงทำงาน
"ยิ่งขับ ยิ่งมันส์..." เขายิ้มเจ้าเล่ห์ เสียงทุ้มทำเอาหัวใจเธอแทบหลุดออกมา
รถวิ่งออกจากเส้นหลักเข้าสู่ถนนสายรองที่มีเพียงไฟถนนสลัว ๆ สองข้างทางมืดสนิทไร้ผู้คน บ้านจัดสรรเรียงรายแต่ปิดไฟเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์และลมหายใจที่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นทุกขณะ
มือเนาว์เลื่อนสูงขึ้น ลูบผ่านขอบชั้นใน นิ่มสะดุ้ง มือข้างที่จับพวงมาลัยเกร็งแน่น ขณะที่อีกข้างพยายามดันมือเขาออก แต่กลับไร้เรี่ยวแรง
"อื้ออ...พี่...มันอันตราย"
"หยุดรถสิ...แล้วปล่อยให้พี่ทำให้สุด"
คำพูดนั้นเหมือนเวทมนตร์ นิ่มตัดสินใจกระทืบเบรก รถจอดข้างทางมืด ๆ กลางซอยที่ไร้ผู้คน เสียงเครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ แต่ทุกอย่างในร่างกายเธอกลับเหมือนดับลง เหลือเพียงความร้อนแรงที่พร้อมปะทุ
เนาว์ไม่รอช้า เขาโน้มเข้ามาครอบริมฝีปากบดขยี้อย่างหนักหน่วง กลิ่นบุหรี่และเหล้าผสมกับลมหายใจร้อนทำให้เธอแทบขาดใจ มือสากล้วงลึกเข้าไปใต้ชั้นในจนสัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะที่ท่วมร่องรัก
"อ๊ะ...พี่...อย่าทำตรงนี้..." นิ่มครางเสียงสั่น
"ตรงนี้แหละ...จะได้ไม่ลืม"
เขาเอนเบาะฝั่งคนขับลงแล้วกดร่างเธอนอนหงาย ต้นขาขาวถูกแยกออกอย่างง่ายดาย เสียงผ้าลูกไม้ถูไถกับนิ้วหยาบดังชัดในห้องโดยสารเล็ก ๆ เธอสะท้านเฮือกเมื่อเขาโน้มลงเลียช้า ๆ
"อ๊าา...อย่า...ตรงนั้นมัน..."
เสียงครางสะท้านสะท้อนก้องในรถที่ปิดกระจกมิดชิด ความชื้นอุ่นร้อนจากปลายลิ้นทำให้เธอสั่นระริกทั้งตัว ร่องรักพลั่งพลูจนไหลเปื้อนเบาะผ้า กลิ่นกายผสมไออับในรถทำให้ทุกอย่างยิ่งเร่าร้อนจนแทบขาดอากาศหายใจ
เนาว์ยกหน้าขึ้น เลียริมฝีปากแล้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ "นิ่ม...หวานที่สุด"
เธอปิดหน้าด้วยความอายแต่กลับแอ่นสะโพกรับทุกสัมผัส มือบางสอดเข้าขยุ้มผมเขาแน่นอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดที่มีต่อเทพถูกกลบหายด้วยความกระหายร้อนแรงในร่างกายที่ไม่มีวันอิ่ม
เวลาผ่านไปเหมือนหลุดเข้าอีกโลก รถคันเล็ก ๆ กลายเป็นสนามแห่งตัณหา เสียงครางผสมกับเสียงเครื่องยนต์ที่ยังเดินเบาทำให้บรรยากาศเข้มข้นจนแทบระเบิด
และในบ้านจัดสรร เทพนั่งดูภาพจากกล้องเล็กที่เขาแอบติดเอาไว้บนคอนโซลรถ ภาพสั่นไหวจากไฟถนนลอดกระจกเผยให้เห็นภรรยาที่เรียบร้อยของเขากำลังเปิดเผยเรือนร่างอย่างหมดจดในรถของตัวเอง ร้องครางให้ชายอื่นอย่างไร้การควบคุม
แก้วเบียร์ในมือเทพสั่นเล็กน้อย เขายกขึ้นดื่มจนหมด ก่อนหัวเราะเบา ๆ อย่างบ้าคลั่ง "นิ่ม...เธอช่างเกินกว่าที่ฉันคิดไว้จริง ๆ"
เสียงเครื่องยนต์ดับลงหน้าหอพักโทรม ๆ ที่คุ้นตา นิ่มยังนั่งหอบหายใจบนเบาะคนขับ แก้มแดงจัด ร่างกายเปียกชื้นไปทั้งตัวเพราะความร้อนแรงบนรถเมื่อครู่ เธอกัดริมฝีปากแน่น สายตาหลบเลี่ยงไม่กล้าสบกับเนาว์ที่นั่งยิ้มกวนข้าง ๆ
"ขึ้นไปพักหน่อยสิ..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียบง่าย แต่แฝงแรงดึงดูดที่เธอต้านไม่ไหว
"เนาว์...มันดึกแล้วนะ ถ้าใครเห็นเข้า..."
"ก็แค่ขึ้นไปดื่มน้ำ กินข้าวต้ม...แล้วก็...อยู่กับพี่"
ประโยคสุดท้ายกระซิบใกล้จนหูเธอร้อนวาบ นิ่มกลืนน้ำลายฝืดคอ รู้ทั้งรู้ว่าผิด แต่ร่างกายกลับขับเคลื่อนไปเอง มือหมุนกุญแจ ดับไฟหน้ารถ ก่อนผลักประตูออก
หอพักสามชั้นเก่า ๆ เงียบสงัด แต่เสียงหัวเราะโหวกเหวกดังแว่วจากลานชั้นล่าง พวกยามหลายคนกำลังตั้งวงเหล้า เสียงแก้วชนดัง "กริ๊ง" เป็นระยะ กลิ่นบุหรี่คละคลุ้งไปทั่ว
นิ่มก้าวตามเนาว์ขึ้นบันไดแคบ ๆ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งได้ยินเสียงพวกข้างล่างหัวเราะคิกคัก เธอยิ่งรู้สึกเหมือนมีใครจับตามอง
ห้อง 3×3 เมตรเปิดประตูรับเธออีกครั้ง กลิ่นบุหรี่เจืออับตีกับกลิ่นเหงื่อผู้ชาย แต่คราวนี้นิ่มกลับไม่ได้รังเกียจ ร่างกายกลับสั่นสะท้านเหมือนกำลังกลับสู่รังแห่งความลับ
"นั่งพักก่อน" เนาว์ว่าพร้อมเปิดประตูระเบียงด้านหลัง
แสงไฟสลัวจากเสาไฟข้างหอทอดเข้ามาในห้อง ผ้าม่านผืนบางปลิวไปตามแรงลมเย็น ระเบียงเล็ก ๆ กว้างพอแค่ตากผ้า มองออกไปเห็นตึกแถวและไฟถนนที่ยังคงมีรถวิ่งประปราย
นิ่มยืนนิ่งอยู่กลางห้อง หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าครั้งไหน เสียงหัวเราะจากชั้นล่างดังลอดขึ้นมาเป็นระยะ ทำให้รู้ว่ากำแพงห้องบางเกินกว่าจะเก็บเสียงใด ๆ ได้
"เนาว์...ไม่เอาแล้วนะ ถ้าคนอื่นได้ยิน..." เสียงเธอสั่นเครือ
เนาว์ก้าวเข้ามากอดจากด้านหลัง มือหยาบสอดเข้าที่เอว ลมหายใจร้อนเป่ารดซอกคอจนเธอขนลุกเกรียว
"นั่นแหละ...ยิ่งเสียว"
คำพูดนั้นเหมือนคมไฟลุกโชน เธอสะดุ้งแล้วหันมามองตาเขา แววตาคมเข้มเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ไม่อาจต้าน
ริมฝีปากหนากดลงมาบดขยี้อีกครั้ง คราวนี้นิ่มไม่หันหนีอีกแล้ว เธอกลับตอบสนองอย่างลืมตัว มือบางโอบรอบลำคอเนาว์แน่น ร่างกายร้อนวูบวาบเหมือนถูกไฟเผา
เสื้อทำงานถูกถอดออกทีละชิ้น ตกลงพื้นอย่างไม่แยแส ความชื้นระหว่างขาเพิ่มขึ้นทุกทีที่เขาสัมผัส นิ่มครางเบา ๆ พยายามกดเสียงไว้ แต่ยิ่งพยายามยิ่งหลุดออกมาดัง
เนาว์จับข้อมือเธอพาไปยังระเบียงหลังห้องที่เอาไว้ตากผ้ร ลมเย็นปะทะร่างกายเปลือยเปล่า เสียงรถบรรทุกวิ่งผ่านถนนใหญ่ดังแว่วมา ทุกสิ่งรอบตัวทำให้เธอเหมือนจะขาดใจ
"ตรงนี้...เนาว์ มันโล่งไป..." นิ่มกระซิบ ร่างกายสั่นเทา
"ก็เพราะมันโล่ง...ถึงน่าลอง" เขาตอบด้วยเสียงกระซิบเจ้าเล่ห์ มือสากยกต้นขาเธอขึ้นพาดกับราวเหล็กสนิมขึ้นสีแดง
นิ่มสะดุ้ง "อ๊ะ...อย่า...มันสูง"
"ไม่ต้องกลัว...พี่จับไว้"
เสียงครางเธอดังขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายแอ่นรับทุกแรงกระแทก ลมกลางคืนพัดปลิวไปทั่วร่าง เธอแทบลืมหายใจเมื่อคิดว่าด้านล่างคือกลุ่มยามที่ยังนั่งดื่มอยู่ หากใครเงยหน้าขึ้นมาก็อาจเห็นภาพทั้งหมด
หัวใจเต้นโครมครามราวจะหลุดออกจากอก ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้น ทั้งร้อนแรงที่สุดในชีวิต
"พี่...โอ๊ย...พอเถอะ...นิ่มไม่ไหวแล้ว"
"แต่พี่ยังไม่อยากหยุด"
เสียงกระแทกเน้นหนักทำให้ร่างบางสั่นไหวไปทั้งตัว เธอร้องเสียงหลง ลืมแล้วว่าต้องเก็บเสียง เสียงครางก้องสะท้อนออกไปกลางคืนราวกับประกาศให้โลกได้ยิน
ภายในบ้านจัดสรร เทพนั่งตัวเกร็งตาแดงก่ำอยู่หน้าจอ ภาพจากกล้องที่เนาว์แอบติดไว้ตรงระเบียงเผยชัดทุกองศา ภรรยาที่เคยเรียบร้อยของเขากำลังยกขาเกาะราวเหล็กอย่างไม่อายใคร ร่างโยกไปตามแรงเนาว์โดยไม่มีทีท่าจะปฏิเสธ
แก้วเบียร์ในมือเทพร่วงลงพื้นแตกดัง "เพล้ง" แต่เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย แค่จ้องจอเหมือนต้องมนต์
"นิ่ม...เธอกำลังกลายเป็นของเขาไปทุกวัน..."
วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นิ่ม Ntr 16
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น