แวะมาเล่าเรื่องราวกันต่ออีกนิดนึงครับ จากที่ผมเคยเล่าว่าผมได้รับการอภิเษกจากสิทธาให้ผมเป็นตันตันตระโดยสมบูรณ์และหลังจากนั้นไม่นานสิทธาก็ได้อภิเษกให้ภรรยาผมด้วยเช่นกัน เราจึงมีโอกาสได้เข้าร่วมพิธีกรรมตันตระ(วามวาสี) ซึ่งมีเรื่องของน้ำเมรัยและเมถุนประกอบในพิธีกรรม
เราได้รู้จักคนที่มีความเชื่อแบบตรรกะหลายคู่และหลายคน ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าความเชื่อแบบตันตระ มันมีหลายแบบและวิธีปฏิบัติของแต่ละความเชื่อมันไม่เหมือนกันเช่นเดียวกับพุทธกับแบบพุทธธรรมยุต ทั้งสองสิ่งเป็นพุทธเหมือนกันแต่การปฏิบัติ ข้อปฏิบัติมีส่วนมีบางส่วนที่ต่างกัน
ในส่วนพิธีกรรมผมเล่าได้แค่บางส่วนเท่านั้นและถ้าถามในส่วนที่ผมคิดว่าหลายๆคนอยากรู้คือความเชื่อตันตระมีการเสพเมถุนจริงหรือไม่ "มันคือส่วนหนึ่งของพิธีกรรมครับ" อย่างครั้งหนึ่งในงานพิธีกรรม ผมกับภรรยาก็ไปเข้าร่วม เล่าในที่นี้ผมขอโฟกัสไปที่เมรัยและเมถุนนะครับ ถ้าอ่านเรื่องก่อนๆของผมจะทราบว่าผมมีความสัมพันธ์กันระหว่างเมรัยและเมถุน คือผมใช้เมรัยตัดเมถุน ถ้าผมเสพเมรัยเกินกว่าปกติของผม (ซึ่งน้อย) ผมจะตัดขาดจากการเสพเมถุนได้ (หลับไม่รู้เรื่อง บางครั้งแกล้งเมาดิบเพื่อตัดการเสพเมถุนในบางสถานการณ์ก็มี) ซึ่งความเชื่อตันตระมีมานานแล้วและมันถูกยืนยันโดยรูปแกะสลักหินที่อินเดีย ใครสนใจก็ค้นคว้าต่อได้ครับ
พิธีกรรมของเมถุนจะเริ่มหลังเที่ยงคืน ผมเสพเมรัยไปพอสมควรแล้วคิดว่าถ้ามากกว่านี้คงเสียงาน ถึงบอกทุกคนว่าผมกับภรรยาจะขึ้นไป รอพิธีกรรมหลังเที่ยงคืน เมื่อขึ้นไปชั้นบนที่เป็นห้องโล่งๆ ก็เจอกับคนสามคน ผู้หญิง 2 ผู้ชาย 1 เราทักทายพูดคุยกัน ผู้หญิงทั้งคู่เขาเป็นพี่น้องกัน ส่วนผู้ชายเป็นสามีของผู้หญิงคนพี่ นานๆจะมาร่วมพิธีกรรมสักครั้งหนึ่ง จึงยังไม่คุ้นเคยกับคนอื่นมากนัก เขาบอกว่า "ปกติจะทำพิธีกันเอง" ผมรู้ความหมายโดยนัยที่เขาสื่อ พี่น้องทั้งคู่ขาวมาก คนน้องอวบอัด ยิ้มน่ารัก ทั้งหมดเดินทางมาจากภาคเหนือ เพราะอยู่ไกลจึงไม่ค่อยได้มาร่วมพิธี
เราคุยกันรู้สึกถูกคอ ภรรยาผมจึงชวนพวกเขาไปลงไปคุยกันข้างล่างเพื่อจะได้รู้จักคนอื่น เธอสองคนไม่ลงไป ส่วนสามีเขากับภรรยาผมจึงลงไปข้างล่าง ผมเป็นนักเอนเตอร์เทนในวงเหล้าเก่าอยู่แล้ว จึงคุยแบบสร้างความเฮฮาให้พวกเขาทั้งสองคนได้หัวเราะตลอด จนถึงใกล้เวลาเที่ยงคืน หลายคนก็ทยอยขึ้น มาบนห้องชั้นบน ดูๆแล้วผู้หญิงจะมากกว่าผู้ชาย ถ้านับเป็นคู่ก็น่าจะสัก5คู่ เมื่อเริ่มพิธีเสียงและจังหวะการสวดทำให้เคลิ้ม สวดจบบทแรกก็มี2คู่กับผู้หญิงอีก3คน แยกออกไปอีกห้องที่เป็นห้องเล็ก ส่วนบทสวดหลังจากนี้ สิทธาผู้ช่วยก็สวดในขณะที่ผู้รับความเชื่อตันตระทุกคนร่างกายว่างเปล่า ได้สัมผัสสรีระกันและกัน ภรรยาผมนั่งข้างๆกับคนที่เธอชวนลงไปคุยข้างล่าง ส่วนอีกคู่หนึ่งมีน้องผู้หญิงที่ไม่มีคู่2คนนั่งประกบข้าง ผมเห็นผู้หญิงที่เป็นภรรยาจับมือน้องผู้หญิง ให้สัมผัสและกุมมือเธอให้รูดขึ้นลงให้สามีเธอเบาๆส่วนผู้ชายเอี้ยวตัวไปประกบปากแลกลิ้นอีกคน มือก็กุมป่ายสัมผัสเนินเนื้อ
ผมตื่นเต้นที่เห็นภรรยาถูกลิ้นสัมผัสหน้าอกแล้วเธอเสียวซ่านในท่านั่งคร่อมหน้าขาของชายอื่น จึงโอบกอดสาวคนน้องไว้ สาวคนพี่จึงขยับไปหาสามีของเธอ เธอโอบกอดสามีที่อยู่ในในท่านั่งเหยียดขาที่มีภรรยาผมนั่งคร่อมทับอยู่ เอาขาคร่อมเอวสามีไว้จากด้านหลัง เนินเนื้อถูกับก้นกบสามี เป็นท่าสองหญิงประกบชายไว้ตรงกลางในท่านั่ง ผมเห็นเธอแตะบ่าภรรยาผมให้ก้มลงไปที่ท่อนลึงค์ที่แข็ง ภรรยาผมเอามือกำไว้รูดขึ้นลงเบาๆแล้วอ้าปากงับ ค่อยๆกดริมฝีปากลงจนมันหายไปในปากภรรยาผมจนหมด จนทนไม่ไหวเอามือกดหัวภรรยาผมไว้จนจมูกเธอชนกับหน้าท้องเขา ยังพยายามยกเอวกดขยี้เข้าไปอีกทั้งที่ของตัวเองมีแค่นั้น เส้นผมสยายคลุมหน้าท้องจนมองไม่เห็นอะไร ยาวแค่ไหนเธอก็ทำได้สุด ก่อนภรรยาผมสุดลมกลั้นหายใจจึงถอนปากใช้ลิ้นวนที่ปลาย มันเห็นชัดจนได้ยินเสียงลมหายใจแรงๆของเขา เขาเอื้อมมือมาเสยผมภรรยาผมทีลงมาบังก่อนเลี้อยมือไปกุมปทุมถันภรรยาผมไว้ ผมติ่นเต้นจนบีบมือผู้น้องที่ผมกุมไว้แน่น เธอบีบตอบและเอามือมาจับท่อนลึงค์ของผมที่แข็ง รูดขึ้นลงเบาๆ ก่อนเอาลิ้นวนปลายและอม ผมผลักไหล่เธอเบาๆบอกเธอว่าผมขอดูภรรยากับพี่เขยเธอก่อน จากท่าที่ผมนั่งบนพื้นเหยียดขาเธอคว่ำหน้าคร่อมหน้าขาอมของผม เธอจึงพลิกตัวมานอนหงายกลางหว่างขาของผมเอาหัวชนหน้าท้องผม ท่อนลึงค์ของผมแนบแก้มของเธอ นอนมองพีเขย พี่สาว กับภรรยาผมที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่ ผมเอาฝ่ามือกดท่อนลึงค์ของผมขยี้กลิ้งไปบนแก้มของเธอ เธอจึงพลิกตัวนอนตะแคงนอนหนุนท่อนขาข้างหนึ่งของผม แล้วอมดูดเป็นจังหวะเหมือนจะให้น้ำมันออกมาเหมือนเด็กดูดนม ผมจึงเอามือไปจับเนินเนื้อ กดนิ้วชิ้เข้าไป มันชุ่มแฉะ ผมกดจนสุดนิ้วและค้างไว้ ผมรู้สึกถึงความที่มันตอดรัดเป็นระยะตามจังหวะที่ผมขยับจนเธอเสียว ผมควานจนเจอจุดG-spot มันไม่ลึกมากแบบนี้กดให้ทรมานจนน้ำพุ่งออกมาได้ กดไว้และขยับนิ้วเบาๆ เจออย่างนี้เธอตัวงอหนีบขาจนผมต้องอ้าขาให้กว้างขึ้น เสียวแต่ไม่ยอมคายสิ่งที่อมไว้ ได้แต่หายใจแรงครางในคอ อืออๆๆๆ
ราตรีนี้ยังอีกยาว
วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ไม่เคยรักใครเท่าติ๋ม
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น