วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568

เรื่องเล่าของผัวเมีย #61

 


 


   "เสก-สัน-ต้อย ครอบครัวก่อสร้าง 1"


   ที่ดินข้างที่ติดกับบ้านผมตรงบริเวณหน้าประตูบ้านกำลังจะมีการก่อสร้างบ้านซึ่งเป็นของผัวหนุ่มเมียสาวคู่หนึ่ง  ในฐานะที่จะเป็นเพื่อนบ้านกันผมก็ได้พูดคุยกับทั้งสองคนบ้างเวลาที่พวกเขามาดูการก่อสร้าง  ผู้เป็นผัวนั้นเป็นครูสอนโรงเรียนมัธยมในตัวอำเภอซึ่งผมก็คุ้นเคยกันดีเพราะเตะฟุตบอล วี.ไอ.พี.ของอำเภอด้วยกัน  ผู้เป็นเมียนั้นเป็นครูระดับประถมสอนอยู่ต่างอำเภอโดยมีโครงการจะย้ายมาสอนที่อำเภอผมเร็วๆ นี้


   คนงานส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ทำงานเช้าไปเย็นกลับแต่มีคนงานจากบริษัทรับเหมาที่ต้องอยู่ประจำมีจำนวนสี่คน  โดยที่ผมก็เข้าไปสอบถามตั้งแต่วันแรกๆ ที่เห็นพวกเขากำลังต่อเติมโครงไม้มุงและล้อมสังกะสีเพื่อทำเป็นที่พักชั่วคราวใต้ต้นมะม่วงติดกับกำแพงรั้วบ้านผมพอดี


   "เสกสรรค์","สันติ","ต้อย"และ"กอล์ฟ"คือชื่อของพวกเขาทั้งสี่คน


   เสก  อายุประมาณ 35 ปีรูปร่างไม่สูงนักแต่ตัวหนาบึก  สัน  เป็นน้องชายของเสก  อายุราว 30 ปี  รูปร่างสูงพอๆ กับพี่ชายแต่ตัวผอมกว่าและดูมีกล้ามเนื้อแบบคนใช้แรงงาน  ต้อย  เป็นเมียของเสก  อายุราว 30 ปี  ตัวสูงกว่าเสกสามีนิดหน่อยรูปร่างค่อนข้างอวบท้วม  ส่วนกอล์ฟเป็นลูกชายของเสกกับต้อย  อายุน่าจะ 4 หรือ 5 ขวบ  เรียกว่ากำลังซนเลยทีเดียว  ทั้งสีคนมีสีผิวที่คล้ำดำแดงตามประสาคนใช้แรงงานมาทั้งชีวิต


   ด้วยความที่ผมค่อนข้างจะรักเด็กเวลาเจอเด็กเล็กก็มักจะเข้าไปหยอกล้อทำให้ผมกับกอล์ฟคุ้นเคยกันอย่างรวดเร็ว  ประกอบกับผมมักจะซื้อขนมหรือของเล่นไปฝากอยู่บ่อยๆ ทำให้กอล์ฟติดผมแจเลยทีเดียว  ตอนบ่ายๆ  ต้อยจะผูกเปลให้กอล์ฟนอนใต้ต้นมะม่วงผมเห็นแล้วก็สงสารเด็ก  หากวันไหนผมว่างและอยู่บ้านก็จะพากอล์ฟมาเล่นและปล่อยให้นอนหลับที่บ้านผมเป็นประจำ  ส่วนทางต้อยเองก็ไว้เนื้อเชื่อใจผมอย่างมากและติดจะเกรงใจผมด้วยซ้ำ


   ต้อยมีหน้าที่ทำกับข้าวเลี้ยงครอบครัวในตอนเช้าและเย็น  ส่วนตอนกลางวันก็จะนำกับข้าวตอนเช้ามากินกับเพื่อนๆ ที่ห่อมากินกลางวัน  ส่วนงานก่อสร้างก็จะทำตามกำลังที่เธอทำได้  ต้อยเป็นผู้หญิงที่มีใบหน้าสะสวยคนหนึ่ง  แม้รูปร่างจะท้วมไปบ้างแต่ในบางครั้งผมก็ยังแอบมองเธออยู่เหมือนกัน  แหม...แค่สีผิวของเธอนี่ผมก็ละลายแล้ว


   ทุกเย็นหากผมว่างผมก็จะไปนั่งคุยกับเสกและสันพร้อมเหล้าขาวที่รินแจกจ่ายกันวันละขวดสองขวดพอคลายกล้ามเนื้อหายปวดเมื่อยจึงทำให้ผมเริ่มสนิทกับครอบครัวนี้กันมากขึ้น  และวันไหนกลอยว่างเธอก็ไปกับผมด้วยโดยมีกอล์ฟนั่งตักไม่ห่าง  วันไหนมีกับข้าวเธอก็จะนำไปฝากด้วย  เรียกว่าครอบครัวของเราเริ่มที่จะคุ้นเคยกันมากขึ้นแล้ว


    จะด้วยความคุ้นชินที่มากขึ้นด้วยหรือเปล่าที่ทำให้เราเริ่มที่จะกล้าพูดเรื่องใต้สะดือมากขึ้น  เย็นวันหนึ่งผมถามเสกว่า หุ่นเสกบึกๆ อย่างนี้คงจะจัดหนักกับเมียสวยๆ ทุกคืนแน่เลย  เสกได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไรแต่ได้ยินเสียงต้อยร้องมาจากทางครัวว่า ไม่มีหรอกพี่เพราะควยพี่เสกตายด้านแล้ว  ผมก็ได้แต่หัวเราะไม่พูดอะไรเพราะคิดว่าเป็นการแซวกันของสองผัวเมียเท่านั้น


   "แหม..
พี่ดาบก็ใช่ย่อยนะ  เห็นหุ่นพี่กลอยแบบนั้นก็คงจะจัดหนักทุกคืนแน่ๆ"     


   เสียงสันพูดออกมาแล้วมองไปที่กลอยตาเป็นมัน  กลอยหัวเราะคิกๆ บอกว่า โห...เดือนละครั้งยังยากเลย  พี่เขาไม่มาสนใจคนแก่แล้วแหละ  สันร้องบอกว่า แก่อะไรพี่  ถ้าไม่รู้อายุพี่นี่ผมว่าพี่กลอยอายุไม่เกิน 25 ปีแน่ๆ  คนสวยๆ อย่างพี่ไม่มีใครเขาเมินหรอก  กลอยยิ้มแก้มปริเมื่อโดนชมซึ่งๆ หน้า  เธอทำเป็นชี้มือมาทางผมพร้อมบอกว่า คนนั้นไง  ทำเอาวงเหล้าเราหัวเราะกันครึกครื้น


   บ่ายวันหนึ่งผมว่างก็เลยไปนำกอล์ฟมาเล่นที่บ้านโดยเปิดโทรทัศน์ให้กอล์ฟดูไปพร้อมกับกินขนมขบเคี้ยวไปด้วย  ผมได้ยินต้อยเรียกผมที่ประตูบ้าน  เธอบอกว่า มารับกอล์ฟไปนอนไม่อยากให้มารบกวนผม  ผมชวนเธอเข้ามาในบ้านพร้อมหาน้ำเย็นให้  กอล์ฟเองก็งอแงไม่อยากกลับเมื่อแม่มาชวนผมจึงบอกว่าไม่เป็นไรเพราะกอล์ฟก็ไม่ได้กวนผมแต่อย่างใด


   พวกเรานั่งคุยและนั่งดูโทรทัศน์บนโชฟา  ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้ผมนั่งเอนหลับไป  มารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นกอล์ฟนอนหลับอยู่บนโชฟาขณะที่ต้อยก็นั่งเอนหลับไปเหมือนกัน  เธอคงจะเหนื่อยจากงานที่ทำเมื่อมาเจอแอร์เย็นๆเ ข้าถึงกลับหลับไปเลย  ผมมองร่างอวบที่อยู่ใต้ชุดกางเกงวอร์มขายาวเสื้อยืดแขนยาวสีดำใบหน้างามที่เปิดผ้าคลุมหัวออกดูหลับตาพริ้มหายใจสม่ำเสมอร่างอวบผิวสีคล้ำดูน่าหลงใหลเหมือนกัน  ผมขยับตัวเบาๆ เพื่อเปลี่ยนท่าแต่ก็ทำให้ต้อยสะดุ้งตื่น  เธอหันหน้ามามองทางผมก็เห็นผมจ้องมองเธออยู่แล้ว  ผมยิ้มให้ก่อนที่เธอจะหลบสายตาด้วยความเอียงอายแล้วขอตัวอุ้มลูกเดินจะกลับที่ทำงาน  ผมเปิดประตูบ้านให้เธอพร้อมเอื้อมมือไปลูบหัวกอล์ฟที่พาดอยู่บนบ่าแบบคนเอ็นดูเด็กแต่ผมใช้โอกาสทำทีโอบกอดเธอด้วยอีกทีแบบหมาหยอกไก่  เธอมองหน้าผมยิ้มๆ ไม่พูดอะไรออกมา


   เย็นวันหนึ่งเกือบหกโมงเย็น  ผมเห็นเสกขับรถมอเตอร์ไซด์พาลูกไปตลาด  ปกติถ้ายังไม่ค่ำผมก็จะยังไม่ไปที่พักของเสกแต่เผอิญว่าก๊อกน้ำหลังบ้านผมมันรั่วซึมจึงอยากจะให้สันมาช่วยดูให้หน่อย  ผมเดินเข้าไปบริเวณห้องพักก็มองไม่เห็นใคร  สันกับต้อยอยู่ไหนผมก็ไม่ทราบกำลังจะเอ่ยปากเรียกก็เห็นเพิงพักไหวสั่นพร้อมเสียงสังกะสีดังเบาๆ  เอาแล้ว  ผมคิด  เมื่อเสกออกไปตลาดก็เหลือแต่สันกับต้อยเท่านั้น  เร็วเท่าความคิดผมค่อยๆ ย่องเข้าไปแอบดูที่ทางเข้าห้องพักทันที


   ภาพที่เห็นคือสันคุกเข่าประกบด้านหลังของต้อยที่คลานอยู่ที่พื้นห้อง  สันสวมเสื้อแต่ถอดกางเกงกำลังส่งควยเข้าออกปะทะแก้มก้นของต้อยเสียงดังผับๆ  ต้อยเปลือยท่อนล่างส่วนท่อนบนเสื้อยืดของเธอและชั้นในถูกร่นไปติดที่คอปล่อยนมอวบใหญ่ส่ายไปมาตามแรงที่สันกระแทก  สองตาของต้อยหลับพริ้มอย่างคนเสียวกระสันขณะเดียวกันก็เกร็งสะโพกรับการกระแทกไปพร้อมๆ กัน


   สักครู่สันก็หยุดเอวแล้วนอนลงพร้อมจับต้อยนั่งทับควยของมันอยู่ด้านบน  สองมือต้อยโน้มจับขาของสันแล้วก็บดเอวเร็วๆ  ทั้งสองกัดฟันกรอดๆ ดูไม่พยายามส่งเสียงใดๆ มีแต่เสียงออดแอดของเพิงพักที่ส่งเสียงดังตามแรงโยกของคนทั้งคู่  นมอวบใหญ่สองเต้าที่ฟัดกระเตงกับร่างอวบๆ ผิวคล้ำของต้อยที่สั่นไหวกระทบจิตใจผมจนเจ้างูเขียวของผมมันแข็งโป๊กใต้กางเกงยีนส์  แต่ก็ไม่สามารถควักออกมาข้างนอกได้เพราะเกรงว่าจะมีใครมาพบเห็น


   ต้อยบดเอวอยู่นานจนเมื่อยและสันก็ดูจะทนไม่ไหวแล้ว  สันกับต้อยกลับมาอยู่ในท่าหมาอีกครั้ง  ตอนนี้ต้อยฟุบหน้าลงกับแขนบนพื้นเด้งก้นรับการกระทั้นของสันอย่างหนัก  สันก็ดูจะระรัวเอวเร็วและแรงขึ้น  ผมได้ยินเสียงครางของคนที้งสองออกมาบ้างก่อนจะได้ยินต้อยร้องบอกเบาๆ ว่า ใกล้แล้วๆ  สันตอบกลับเบาๆ ว่า พร้อมกันๆ แล้วก็กระแทกเอวหนักๆ ใส่ต้อยไม่ยั้งแล้วคนทั้งสองก็ร้องครางอู้อี้อยู่ในลำคอเมื่อสันกระแทกเอวบดแช่นิ่งกับตูดของต้อย  ทั้งสองนอนหมอบลงกอดกันกลมพร้อมลมหายใจที่หอบแข่งกัน


   ผมเดินกลับบ้านเงียบๆ พร้อมสมองก็คิดอยู่สามตลบ  สันเป็นชู้กับต้อยแล้วเสกรู้ไหม?  ถ้ารู้ทำไมสันกับต้อยไม่รอตอนกลางคืนเพื่อจะทำต่อหน้าเสก?  หรือเสกรู้จึงพยายามเปิดโอกาสให้น้องชายกับเมีย?  หรือไม่รู้เพราะทั้งคู่ลักลอบเย็ดกันตอนเสกไม่อยู่?  ผมเก็บความคิดนี้เอามาคิดอยู่หลายวันทีเดียวกว่ามันจะค่อยๆ เลือนหายไป


   เย็นวันเสาร์วันหนึ่ง  ผมเดินถือเหล้าขาวขวดใหญ่ไปที่ห้องพักของเสกก็เห็นเสกกับสันนั่งโจ้เหล้าขาวรออยู่ก่อนแล้วผมจึงได้เข้าไปผสมโรงด้วย  โดยที่ทั้งสองจะได้หยุดวันอาทิตย์ทำให้วันนี้สามารถนั่งดื่มด้วยกันได้ค่อนข้างดึกจนเราทั้งสามคนต่างก็เมามายไปตามๆ กัน  สันขอตัวเข้านอนก่อนส่วนผมกับเสกนั่งคุยกันอยู่เพื่อจะดื่มเหล้าให้หมด  ส่วนต้อยกับลูกพากันเข้านอนแต่หัวค่ำแล้ว แล้วเรื่องราววันนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้งว่าจะถามเสกตรงๆ ก็ไม่กล้า  เผอิญว่าตอนนั้นที่เพิงพักนอนเริ่มสั่นและมีเสียงดังออกมาจากภายในห้อง  แน่เลยต้องเป็นสันกับต้อยแน่ๆ ที่ทำให้เกิดเสียงขึ้น  ผมมองหน้าเสกด้วยสีหน้าสงสัย


   "อ๋อ...ต้อยกับสันน่ะพี่ดาบ"


   เหมือนเสกรู้ว่าผมสงสัยอะไร  มันบอกผมยิ้มๆ พร้อมเอามือประกบกันแล้วขยับเข้าออกบอกเป็นสัญลักษณ์ว่าคนกำลังเย็ดกันเหมือนไม่ต้องการปิดบังอะไรผมเลย  ผมขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย  เสกจึงเปิดใจเล่าเรื่องราวของมันให้ผมฟัง


   เสกประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ชนรถกระบะ  หน้าท้องและควยไปชนกับแฮนด์รถทำให้ควยอ่อนไม่สามารถใช้งานได้ปกติ  นานๆ ทีจึงจะใช้งานได้แต่ก็ต้องให้ต้อยปั่นกันจนเหนื่อยกว่าจะแข็งได้  มันเลยคุยกันกับต้อยว่าอยากจะให้สันมาช่วยเพราะสันมันก็เป็นโสดอยู่ด้วยว่ามันสงสารเธอ  แรกๆ ต้อยก็ไม่ยอมแต่พอโดนคะยั้นคะยอเข้าและเสกก็ให้ความสุขกับเธอไม่ได้บ่อยเท่าที่เธอต้องการเธอจึงยอมตกลงตามที่เสกเสนอ


   ครั้งแรกของต้อยกับสัน  เสกนั่งดูอยู่ด้วยปรากฏว่าควยมันแข็งขึ้นทันทีเมื่อเห็นเมียกับน้องเย็ดกัน  มันจึงต้องให้น้องมาร่วมกับเมียทุกครั้งที่มันต้องการ  และเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ อาจจะด้วยความเคยชินและจำเจหรือว่ามันบ่อยเกินไปก็ไม่ทราบ  ระยะหลังๆ มาควยมันก็ไม่แข็งอีกมันจึงปล่อยให้สันกับต้อยร่วมกันตามลำพัง  แต่ครั้งใดที่ไปทำงานก่อสร้างตามที่ต่างๆ เสกก็จะให้เมียเลือกชายหนุ่มที่ทำงานด้วยกันมาสร้างอารมณ์ให้มันพอได้คึกคักขึ้นมาบ้าง  แต่ก็ต้องเป็นชายโสดจริงๆ เพราะถ้าไม่โสดส่วนมากก็จะมีเมียตามไปด้วยมันเกรงจะมีปัญหาในแคมป์งานจึงตัดปัญหาด้วยการหาคนหนุ่มให้เมียดีกว่าซึ่งหลังจากก่อสร้างเสร็จต่างคนก็ต่างแยกย้ายไม่มีพันธะต่อกันใดๆ


   เสียงในห้องพักสงบลงแล้ว  เสกมองหน้าผมยิ้มๆ บอกว่า ควยไอ้สันมันใหญ่กว่าของผมอีกทำให้ต้อยติดใจ  ยิ่งมันเมาๆ นะมันทนทายาดเลยแหละ  ผมได้ทีแล้วก็แย็ปเสกไปว่า แล้วถ้าผมกับต้อยนี่จะทำให้เอ็งควยแข็งขึ้นมาไหม?  มันมองหน้าผมยิ้มๆ บอกว่า ก็น่าลองดูเหมือนกันนะ  แต่ผมว่าผมอยากดูพี่ดาบกับกลอยมากกว่า  ผมคงควยแข็งสุดๆ แน่  มันยิ้มตาเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์  ทำไมล่ะ? ผมถามมันกลับ  เสกบอกว่า แหม...ก็กลอยทั้งสวยทั้งขาวแบบนั้นคนตายด้านอย่างผมตอนนั่งใกล้ๆ ได้กลิ่นน้ำหอมยังควยลุกเลยครับประสาอะไรกับได้เห็นควยผมคงแข็งจนระเบิดแน่  ผมหัวเราะเบาๆ พูดว่า ขนาดนั้นเชียว  เสกพูดต่อว่า ขนาดไอ้สันมันยังพูดเลยว่าถ้าได้กลอยสักครั้งมันคงตายตาหลับแน่ๆ เลย  ผมหัวเราะกับคำพูดที่เปิดหมดเปลือกของเสก  นี่ถ้าไม่ได้น้ำเมามันคงไม่กล้าเปิดปากอย่างนี้แน่ๆ  ผมเลยทิ้งท้ายก่อนจะกลับว่า ไหนๆ แล้วก็พูดกับต้อยให้หน่อยแล้วกันนะ


   ถัดจากวันนั้นผมก็หาทางคิดว่าจะทำยังไงที่จะไปถึงจุดนั้น  ผมพูดเข้าหูกลอยเกี่ยวกับการชมเธอของสองพี่น้อง  พูดว่า อยากเห็นคนชั้นแรงงานส่งสายตาเล้าโลมและได้ลูบไล้ผิวขาวเนียนของเธอและกลิ่นกายกรรมกรมันจะเป็นยังไง  กลอยฟังก็ได้แต่ยิ้มๆ ไม่พูดอะไร  ผมก็พูดกรอกหูเธอทุกครั้งที่มีโอกาสซึ่งลึกๆ แล้วมนุษย์เราก็ปราถนาในสิ่งที่ตัวเองไม่มีและไม่เคยเจอ  กลอยเจอชายสะอาดสะอ้านมาเยอะแล้วแต่ถ้ามาเจอชายใช้แรงงานบ้างจะเป็นยังไง  ผมพูดให้ได้ยินอยู่ตลอดเวลาที่มีโอกาสคิดว่าใจเธอน่าจะไขว้เขวบ้างและอยากจะลองอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาบ้างเหมือนกันล่ะ


   เอาละครับ  เรื่องราวของผมกับกลอยและครอบครัวของเสกกำลังเริ่มเข้าเรื่องเข้าราว  เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร  ผมจะมีความเสียวมาฝากไหมโปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ 





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น