วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

อย่าดูถูก

 


ปีที่แล้ว ผมได้รู้จักกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งทาง Facebook เธอชื่อ "ปุ้ย" ก็คุยกันหลายเดือนจนสนิทกันมากขึ้น ทราบว่า อายุ 40 ปี แต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่ดูจากรูปก็เป็นคนที่จัดว่าสวย เธอบอกผมว่าสูงตั้ง 168 ซ.ม. แต่ก็ไม่เคยได้คุยทางโทรศัพท์เลย เพราะเธอคงไม่อยากเปิดเผยตัวมากไปกว่าเพื่อนทาง Facebook

พี่ปุ้ยชมว่า ผมตัวเล็กน่ารักเหมือนเด็กดี แหม่ก็ผมสูงแค่ 165 ซ.ม. ทั้งๆ ที่ผมอายุ 20 ปี แล้ว ผมสีผิวคล้ำ หล่อก็ไม่หล่อ (แต่ขนาดไอ้นั่นผมใหญ่เกินตัวนะ) เจอผู้หญิงสวยๆ ชมแบบนี้ผมก็รู้สึกดี ส่วนมากผมก็คุยกับเธอเรื่องทั่วๆไป เรื่องครอบครัว เรื่องวิธีจีบสาว มีทะลึ่งบ้าง เรื่องที่ผมไปเที่ยวผู้หญิง (จริงๆ ผมไม่เคย แต่จำมาจากหนัง) เธอถามเรื่อยเปื่อยว่า ทำไม เป็นไง อะไรแบบนี้ตามปะสาผู้หญิงฉลาดๆ ผมบอกเธอว่า
"ผมไม่เคยมีแฟนเลย จีบไม่เก่ง หล่อก็ไม่หล่อ ฐานะก็ไม่รวย รถก็ไม่มี"
เธอคงสงสารปนสมเพศกึ่งเอ็นดูผม เหมือนน้องชาย

ส่วนด้านพี่ปุ้ยเอง เท่าที่คุยกัน ผมก็พอจับใจความได้ว่า เธอแต่งงานได้ 6 ปีแล้ว สามีแก่กว่า 5 ปี ทำงานสายการบิน ไม่ค่อยมีเวลา มีลูกกัน 1 คน ให้แม่ของสามีเลี้ยง จะเอามาอยู่ด้วยที่บ้านแค่ช่วงวันหยุด ชีวิตค่อนข้างสมัยใหม่ ทำงานดีๆ กันทั้งคู่ ส่วนเรื่องบนเตียงพี่เค้าก็ไม่ค่อยได้รับจากสามีดีเท่าไหร่ บวกกับหน้าตาทางสังคม การจะไปมีกิ๊ก มีอะไรกับใคร ก็ลำบาก และพี่เค้าก็ซื่อสัตย์กับสามีมาโดยตลอด ผมเองก็คุยแหย่พี่ปุ้ยเรื่องนี้เสมอว่า
"อยากช่วยจังเพราะผม เองก็ไม่มีใคร"
ก็ขำๆ น่ะ ผมก็ไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าการได้มีพี่เค้าเป็นพี่สาว ให้คำปรึกษา พูดคุยทาง Facebook เราคุยกันทาง Facebook บ่อยมาก จนสนิทมากขึ้น จนกระทั้งผมได้มีโอกาสคุยโทรศัพท์กับเธอ (วันนั้นเธอทะเลาะกับผัว) เสียงพี่เค้าไพเราะ อบอุ่นเป็นผู้ใหญ่ เสียงใสนุ่มไม่เหมือนคนอายุ 40 ปี เลย และเรากได้คุยกันอีกหลายครั้ง เพราะเธอยังไม่ดีกับผัว จนกระทั่งเรานัดพบกันจริงๆ พี่ปุ้ยรับนัดเจอผม ที่ร้านกาแฟ ใกล้ๆ ที่อยู่ผม เพราะพี่เค้าคงไม่อยากให้คนใกล้ๆ ตัวที่รู้จักบังเอิญมาเจอ

วันที่พบพี่เค้าครั้งแรก ผมตื่นเต้นมาก ไม่รู้พี่เค้าจะสวยเหมือนในรูปไหม แล้วเจอผมแล้วพี่เค้าจะรังเกียจผมไหม ผมประหม่าจนวันนั้นทำอะไรไม่ถูกเลย ได้แต่ไปตัดผมแต่งหล่อ (แถมตัดแต่งหมอยด้วย ไม่รู้ทำไปทำไม) เรานัดเจอกันตอน 1 ทุ่มครึ่ง ผมไปถึงก่อนตั้งครึ่ง ช.ม. แทบจะบอกได้เลยว่า มันเป็นนัดแรกในชีวิตเลยครับ พี่ปุ้ยปรากฏตัวตรงเวลาตามที่นัด ผมแทบไม่ต้องสังเกตุเลยว่า พี่ปุ้ยจะเป็นคนไหนที่เดินเข้ามาในร้าน เพราะร่างโดดเด่นสง่าได้สัดส่วน ในชุดทำงานเสื้อสูทสีเทา เสื้อคอกว้าง กระโปรงเข้าชุดเสมอเข่า มือซ้ายถือกระเป๋าสตางค์แนบกับโทรศัพท์มือถือ พี่เค้าดูโดดเด่นมีราศีมาก จนผมไม่กล้าที่จะทักเลย พี่ปุ้ยหันมองซ้ายมองขวา แล้วก็เห็นผมแสดงทีท่าทัก เธอส่งยิ้มให้ผมก่อนเดินไปสั่งกาแฟแล้วเดินมานั่งกับผม

"สวัสดีคะ น้องบอย พี่ปุ้ยนะ"
ผมแทบพูดตะกุกตะกักตอบ
"สวัสดี ดีครับพี่..."
เราคุยกันเหมือนคนรู้จักพบเจอกันมานาน พี่ปุ้ยคุยสนุกมาก เล่าย้อนถึงเรื่องราวที่เราเคยคุยกันทาง Facebook ช่วงเวลาที่นั่งคุยกันอย่างมีความสุขนั้น ผมอดไม่ได้ที่จะ สังเกตุมองใบหน้ารูปไข่ ตาโตเป็นประกาย จมูกแหลมสวย ปากสวย.. ดูภูมิฐานและสวยยิ่งกว่าที่เห็นในรูปเสียอีก พี่เค้าเหมือนดารามากกว่านักธุรกิจ เสื้อสูทสีเทาทับกับเสื้อคอกว้างสีขาว เข้ารับกับผิวพรรณเธอมาก แถมหน้าหน้าอกที่ขนาดไม่ธรรมดา ที่สังเกตุได้จากภายนอก ผมใช้เวลาทั้งหมด สำรวจชื่นชมพี่ปุ้ย ทุกส่วนเท่าที่ปรากฏต่อหน้าผม มือเรียวสวย มีแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้าย เวลาพูดคุยกัน ผมได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงโชยจมูกตลอดเวลา ผมรู้สึกเงี่ยน แต่ก็อดทนไว้  แต่ท่อนเอ็นในกางเกงยีนส์ผม ก็สุดที่จะห้ามไม่ให้ผงาดตุง แทบทะลุออกมาข้างนอกให้ได้ ก็พี่ปุ้ยมีเสน่ห์ขนาดนี้ ถึงอายุจะเยอะกว่าผมหลายปี ตอนนี้ผมคิดกับเธอเกินพี่สาว

ผมกับพี่ปุ้ยคุยกันจนเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง เราคุยกันจนเพลิน มีแต่เสียงหัวเราะ คำพูดบางทีปนทะลึ่งบ้าง พี่ปุ้ยบอกผมว่า
"นี่ถ้าพี่รู้ว่าบอยตัวจริงกะทัดรัดแบบนี้นะ พี่นัดเจอนานแล้ว 555"
ผมเลยตอบว่า
"โห.. พี่ปุ้ย แต่อย่างอื่นไม่กะทัดรัดนะพี่ โชว์ให้ดูไหมล่ะ คนในร้านจะได้ตกใจวิ่งหนีทั้งร้านเลย555"
พี่ปุ้ยถึงกับหน้าแดง แล้วหัวเราะ
ผม : "พี่ปุ้ยครับ ถ้าวันไหนพี่ว่างๆ ผมยืมพี่ควงไปดูหนังได้ไหมครับ"
พี่ปุ้ย : "ได้เลย แต่จะเดินกับคนแก่เหรอ กล้าควงพี่แล้วไม่อายใครเหรอ"
ผม : "กล้าควงสิพี่ เดี๋ยวเดินออกจากร้านพิสูจน์ไหมละ 555"
พี่ปุ้ยทำท่าคิด และพยักหน้า
พี่ปุ้ย : "เอาสิ เดี๋ยวจับมือควงพี่เดินออกเลยนะ"
ได้ยินแล้ว ผมแทบอยากกระโดด ดีใจเสียตอนนั้นเลย แต่ก็ได้แต่ยิ้มพยักหน้ารับจนแกมแทบปริ ผมบอกพี่ปุ้ยว่า
ผม : "ถ้าออกจากที่นี่ไปแล้ว ผมอยากนั่งคุยกับพี่ต่อได้ไหมครับ ดื่มเบียร์คนละแก้วแล้วแยกกันก็ได้ นะครับพี่ นะๆ"
พี่ปุ้ยทำท่าคิด ก่อนตอบ
พี่ปุ้ย : "โอเค เพราะว่าวันนี้ก็คุยสนุกดี
แต่ว่าต้องไม่ดึกนะคะ เพราะพี่ต้องทำงานแต่เช้า อืม.. ให้เวลาถึง 2 ทุ่มนะ ตอนนี้ 6 โมง"
ผมแสดงท่ารับคำ
ผม : "ครับพี่ ที่ไหนดีล่ะ"
พี่ปุ้ยตอบว่า
พี่ปุ้ย ; "แล้วแต่ แต่อย่าไกลมาก จะได้ไม่เสียเวลาเดินทาง"
ผมเลือกที่ เราลุกจากโต๊ะ พร้อมกับผมเอื้อมมือไปจับมือขวาพี่ปุ้ยตามที่พี่ปุ้ยท่าทีเล่นทีจริง
"อุ้ย.. เอาจริงรึเนี่ย เด็กบ้า"
พี่ปุ้ยยิ้มหัวเราะ มองผมแบบผู้ใหญ่มองเด็ก เวลายืนขึ้น ผมรู้สึกอายที่ผมเตี้ยกว่าพี่เค้าเสียอีก มือพี่ปุ้ยนิ่มมาก ตอนสัมผัสมือพี่ปุ้ย ท่อนเอ็นของผมผงาดเต็มที่ จนตุงแทบทะลุออกจากเป้า คงตื่นเต้นที่ได้จับมือผู้หญิงที่สวยขนาดนี้เป็นครั้งแรก

ออกจากร้านกาแฟ พี่ปุ้ยเดินนำผมไปที่รถบีเอ็ม สีดำคันหรู ผมถึงกับตะลึง ตื่นเต้น เพราะไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสนั่งรถดีๆ แบบนี้ แถมมีสาวสวยเป็นคนขับให้อีก ผมแนะนำร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ ซึ่งไม่ไกลจากจุดที่เราอยู่นัก ระหว่างทาง ผมอึดอัดกับเป้ากางเกงที่ภายในมันอยากจะ ผงาดออกมาเสียเหลือเกิน ระหว่างนั่งในรถผมชวนคุยเรื่อยเปื่อย ช่วง 10 นาที ก่อนที่จะไปถึงร้าน ตลอดเวลาผมก็อดห้ามสายตาไม่ให้ไปมองที่ต้นขาเรียวๆ ที่ใส่ถงน่องสีเนื้อของพี่ปุ้บไม่ได้ กระโปรงแม้จะไม่สั้นมาก แต่เวลานั้น มันเลื่อนขึ้นมากว่าคืบ พี่ปุ้ยบ่อยครั้งต้องคอยเอามือซ้ายมาดึงกระโปรงลงไปที่หัวเข่า นี้ขนาดแสงสลัวๆ ในรถผมเห็นแล้วยังปั่นป่วนขนาดนี้เลย ผมเอื้อมหยิบเอาหมอนพิงที่อยู่เบาะหลัง มาวางปิดตรงเป้า มือซ้ายฝั่งประตูก็แอบล้วงไปขยับดุนเอ็นของผม ให้คายความอึดอัด ใจผมช่วงนั้นจินตนาการถึงเรื่องบนเตียงกับพี่ปุ้ยอย่างห้ามไม่ได้ นึกถึงท่าทางต่างๆ ที่อยากจะทำกับเธอ

พอจอดรถที่ร้าน ก่อนลงรถ เธอทำใหใจผมปั่นป่วนไปอีก พี่ปุ้ยถอดเสื้อสูทออกแขวนในรถ เหลือเพียงเสื้อผ้ามันๆ สีขาวสายเดี่ยว ยิ่งทำให้ผมตะลึง เพราะเผยให้เห็นต้นคอ แผงไหล่ขาวสะอาด เต้าโตขนาดน่าจะประมาณ 35-36 อูมได้รูปอยู่ภายใต้ วงแขนเรียวขาวสะอาด โอย...จิตใจผมตอนนี้ว้าวุ่น ปั่นป่วนไปหมด

เรานั่งตรงบริเวณคล้ายกับบาร์ พี่ปุ้ยนั่งซ้ายมือข้างๆ ผม เราสั่งเบียร์แก้วยักษ์ขนาดครึ่งลิตร คนละแก้ว บรรยากาศผิดกับที่ร้านกาแฟอย่างสิ้นเชิง แม้ที่นี่จะเล่นดนตรี หลายแนวสลับกับ แต่ผู้คนที่หนาตา และเสียงดนตรีที่ดังกว่าร้านกาแฟ เวลาคุยกัน ทำให้ใบหน้าใกล้กันมาก ผมสังเกตุผู้ชายหลายคนแอบมองพี่ปุ้ย แบบสนใจและอิจฉาในตัวผม หลายช่วงที่พี่ปุ้ยหันไปมองการแสดงบนเวที ผมแอบจ้องมอง ผิวพรรณขาวสะอาด หัวไหล่ ต้นแขน เรียวแขน ไล่ไปถึงเนินหน้าอกอวบอิ่ม ตอนผมคุยเวลาที่พี่ปุ้ยสนใจกับการแสดงบนเวที ผมแอบสูดดมผมสลวยปะไหล่ ด้านข้างของพี่เปิ้ล บรรยากาศเป็นใจ คุยถูกคอ ทำให้ผมและพี่เปิ้ลล่วงเลยมาจนถึงเบียร์แก้วที่ 3 จนสี่ทุ่ม เวลาผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว โชคดีที่ทราบทีหลังว่า วันนี้สามีพี่ปุ้ยไม่อยู่ แล้วก็ยังทะเลาะกันอยู่ เลยทำให้เราได้อยู่คุยกันนานขนาดนี้

ผมเริ่มตึงๆ จากฤทธิ์ของเบียร์ ความกล้าฮึกเหิมมากขึ้น พี่ปุ้ยเองก็ดูตึงๆ ไม่ต่างจากผม ผมบอกพี่ปุ้ยว่า
"ผมใฝ่ฝันจะมีวันดีแบบนี้มานานแล้ว พี่ปุ้ยแม้จะแก่กว่าผมมาก แต่ผมกลับเป็นฝ่ายรู้สึกอยากเกิดเร็วกว่านี้ จะได้เป็นแฟนพี่"
ดูพี่ปุ้ยจะมีความสุขกับการชมของผม และบอกผมว่า
"คบเป็นพี่เป็นน้องแหล่ะดีแล้ว"
และเธอก็บอกไม่ต้องคิดมากเรื่องมีแฟน ตอนนี้พี่ปุ้ยตาเยิ้ม ช่างดูเซ็กซี่เสียจริง ตอนนี้ผมกล้าคิดการใหญ่ไปถึงการได้จับท่อนเอ็นที่ตุ้งอยู่ในกางเกง กระทุ้งใส่โคกโหนกพี่ปุ้ย ที่รัดแน่นในกระโปรงเช่นกัน สาวสวยผู้ดีคืนนี้เสียเลย จึงเซ้าซี้ให้พี่ปุ้ยดื่มเบียร์เพิ่มอีก

จนเวลาประมาณเที่ยงคืน พี่ปุ้ยและผมจึงสั่งเก็บเงิน ซึ่งพี่ปุ้ยเลี้ยงผม อย่างปฏิเสธไม่ได้ ผมติดรถเธอไปลงใกล้ๆ ใจผมตอนนี้ ก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยระหว่างที่พี่ปุ้ยขับรถ ไปตามถนนเส้นเกษตรนวมิน เธอเอื้อมมือไปกุมมือขวาของผม ตอนนี้ผมเริ่มงงๆ  ผมเลยเอามือซ้ายมาจับประสานมือเธอไว้อย่างนั้น เหมือนว่าพี่เขาอาจจะต้องการกำลังใจ พี่ปุ้ยถามผมว่า
พี่ปุ้ย : "น้องพักอยู่แถวไหน"
พอผมบอก พี่ปุ้ยเลยบอกกับผมว่า
พี่ปุ้ย : "เดี๋ยวพี่จะไปส่งเลยละกัน เพราะมันก็ไม่อ้อมเท่าไหร่"
ความปราณนาดีของพี่ปุ้ย ทำให้ผมยิ่งยิ่งซาบซึ่ง.. มือผมลูบไล้มือพี่ปุ้ยอย่างไม่รู้ตัว พี่ปุ้ยเฉย ผมก็ยิ่งซนลูบขึ้นท่อนแขน ปากก็ชมว่า

ผม : "พี่ปุ้ยครับ ผิวพี่ไม่เหมือนคนอายุ 40 เลยนะพี่"
พี่ปุ้ยยิ้ม บอกว่า
พี่ปุ้ย : "ปากหวานจังเลยนะ กลัวไม่พามาเลี้ยงอีกเหรอคะ"
ผมแหย่พี่ปุ้ยกลับไปว่า
ผม : "รู้ได้ไงพี่ ว่าผมปากหวาน ยังไม่ได้ชิมเลยนะพี่ เอออ.. หรือพี่จะชิมไหมล่ะ 555"
เธอสลัดมือที่ผมจับเล่นอยู่ มาตีแขนผม แล้วเอ็ดผม ทีเล่นว่า
พี่ปุ้ย : "คิดทะลึ่งกะพี่สาวไม่ได้นะ เดี๋ยวไม่แนะนำสาวๆ ให้เลย"
ผมแกล้งโอ๋พี่ปุ้ยเป็นการขอโทษ หันไปบีบนวดต้นแขนสวย แบบน้องชายกะพี่สาว แต่ในใจ ผมกลับคิดไปไหนต่อไหนกับพี่ปุ้ยแล้ว
"พี่ปุ้ยครับ อย่าโกรธดิ ไม่ให้พี่ชิมก็ได้ แต่ขอผมชิมปากพี่ได้ไหมครับ"
ความเมาทำให้ผมกล้า ทำอะไรโง่ๆ ออกไป พี่ปุ้ยสลัดเอามือมาบิดหู จนผมต้องร้อง

"โอยพี่ เจ็บ เออ...พี่ปุ้ย รบกวนจอดริมทางได้ไม่พี่ ขอผมลงไปฉี่แปปไม่ไหวแล้ว"
พูดเสร็จ เธอก็เปิดไฟเลี้ยวจอดข้างทางให้ พอรถจอดสนิท ผมลงไปฉี่กลับขึ้นมา พี่ปุ้ยโน้มตัวมาหอมแก้มผม จนตกใจไม่ทันตั้งตัว หน้าแดง ยังไม่ทันจะพูดอะไรออกมา พี่ปุ้ยลุกขยับตัวใช้มือสองข้างจับหน้าของผมประกบปาก ผมเบือนหน้าหลบ พร้อมๆ กับพยามปิดปาก ไม่ให้ลิ้นของเธอเข้ามาข้างใน ผมงงมาก แถมยังไม่เคย คิดว่าฝันไป แต่มันเรื่องจริงนิ ตอนนั้นผมตั้งสติ ความเงี่ยนก็พุ่งพรวด สุดจะควบคุมอารมณ์ได้ เธอยังบดริมฝีปาก ผมรีบอาป้าก ลิ้นพี่ปุ้ยแทรก มาในช่องปากของผมอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองข้างของผมทำงานประสาน ข้างซ้ายโอบกอดแผ่นหลังพี่ปุ้ย มือข้างขวาของผมก็ฉกเข้าไปตรงหว่างขาของเธอ พี่ปุ้ยจิกหลังผมแน่น นิ้วมือผมชำแหละเข้าไปข้างกางเกงในตัวน้อย ขนไม่มากโหนกสมส่วน ปลายนิ้วกลางสัมผัสถึงความอุ่นภายในของพี่ปุ้ย ที่มีน้ำหล่อลื่น นิ้วกลางของผม สอดเข้าไปจนสุดโคนนิ้ว รู้สึกถึงแรงดูดตอดภายในพี่ปุ้ย ลิ้นผมกับลิ้นเธอเวลานี้ พันกันนัวเนียภายใต้ช่องปากของกันและกัน มือข้างที่ผมโอบแผ่นหลัง เลื่อนขึ้นปลดขอยกทรงราคาแพง ให้หลุดแยกออกจากกัน ผมทำได้ปลดตะขอด้วยมือเดียว แล้วบีบนวดเคล้นเต้างาม พี่ปุ้ยละจูบ กระซิบบอกให้ผมเอนเบาะนอนลง ผมเชื่องเหมือนต้องมนต์สะกด.. นิ้วกลางผม ยังคงไซร้ชอนชักเข้าชักออก จนผมเพิ่มเป็นสองนิ้ว คับแน่นพอดี พอเบาะคนขับถูกปรับเอนลงจนสุด เธอลากผมไปที่เบาะหลัง

ผมดึงเสื้อพี่ปุ้ยถอดออก แล้วปลดเข็มขัดตัวเอง ถลกกางเกงยีนส์และกางเกงในที่รัดท่อนเอ็นไว้ หัวมันผงาดขึ้น อย่างอิสระ และถอดเสือยืดออก พี่ปุ้ยนอนหงาย เซ็กซี่มาก นักธุรกิจสาวไฮโซ ผู้สง่างาม มือทั้งสองข้างจับขย้ำหัวผม อย่างไม่รู้ตัว ผมรูดกางเกงในตัวน้อยกับถุงน่องพี่ปุ้ยออก ผ่านขาเรียวขาว จนหลุดปลายเท้า มือก็เอื้อมไปปลดตะขอกระโปรง แล้วดึงออกจน พี่ปุ้ยไม่เหลืออะไรติดตัว เช่นเดียวกับผม

ผม : "พี่ปุ้ยจ๋า...พี่ต้องการจริงๆ ใช่ไหม..."
แล้วผมลุกขึ้นจับควยจ่อหน้าพี่ปุ้ย

เธอเอื้อมมือมากุม ตกใจจ้องควยขนาดเกินตัว 7×5 นิ้ว ของผม แถมหัวบานเป็นดอกเห็ด (ผมขลิบ เพราะปลายไม่เปิดตั้งแต่เด็ก) ผมดันเข้าปากพี่ปุ้ย เธออ้าปากอมจนแก้มตุง มือขวาเธอก็กำโคนของมันไว้ ผมก้มมองภาพขณะที่พี่ปุ้ย ตั้งหน้าตั้งตาอมกลืนหัวมังกรเข้าไป ช่างเป็นภาพที่เหมือนความฝัน ผู้หญิงที่สูงส่ง สวยราวกับนางงาม กำลังอมควยของผม (ขอนุญาติใช้ภาษาตรงๆ นะ)
ผมใช้มือซ้ายล้วงบีบนมเธอ ส่วนมือขวาก็ลูบหัว ลูบผมยาวสลวยของพี่เค้าเล่น ผมพยายามตั้งใจจดจำทุกวินาทีที่มีค่านี้ ผู้หญิงสวยที่ผมเพิ่งได้พบตัวจริงเมื่อไม่อีกชั่วโมงที่ผ่านมา เธอต้องมาอมควยดำๆ หัวบานๆ ขนาดของผม

"พี่ปุ้ยจ๋า.. โอย......ผมมีความสุขจังครับพี่ ดูดแรงๆ เลย.. นั่นแหล่ะ อย่างนั้นละครับพี่ เสียวจังเลยครับพ"
พอได้ที่ ผมก็จับควยออกจะปากเธอ พี่ปุ้ยบอกผม
"น้องขา...ใส่เถอะคะ ใส่ควยใหญ่ๆ เข้าหีพี่"
ใบหน้าพี่ปุ้ยโหยหา อารมณ์ตัวผมเองก็มากด้วยเช่นกัน โชคดี ผมพกถุงยางมาด้วยอันหนึ่ง จึงเอื้อมมือไปหยิบออกมาใส่จากกางเกงยีนส์

ผมสวมถุงยางเสร็จ ก็จับขาเธอแยกถ่างออก เธอหลบหน้า ไม่กล้ามอง
"พี่ปุ้ยจ๋า...ผมใส่นะ "
ผมถูหัวควย ลากปาดขึ้น ปาดลงกับร่องสาว
เธอครางหลับตาปี๋ มือข้างหนึ่งก็ขย้ำหน้าอกตัวเอง อีกข้างก็บีบข้อมือข้างที่ผมจับควยกับร่องอยู่
" โอย.. น้องขา.....เสียวมาก เสียวว..โอย"
ขณะผมดันกดหัว จมเข้าไปในรู
"พี่ปุ้ยจ๋า เดี๋ยวผมทำให้พี่มีความสุขนะครับ..."
ผมค่อยๆ ดันเข้าๆ จนสุดด้าม รู้สึกปลายชนกับมดลูก และความคับแน่นที่บีบรัด เธอน้ำตาไหล
"โอย.. ซี๊ด....เจ็บค่ะ น้องขา......พี่เจ็บเบาๆ ก่อนนะ โอย..."
ผมค่อยๆ ขยับ กระเด้าเข้าๆ ออกๆ ช้าๆ ช่วงสั้นๆ เธอถึงกับหน้าบิดหน้าเบี้ยว
"พี่ปุ้ยจ๋า ผมเสียวจังเลย ของพี่โคตรแน่นเลย"
ผมค่อยๆ ดึงควยออกมาเกือบสุดลำ แล้วก้มไปประกบปากพี่ปุ้ย ก่อนกระแทกพรวดเดียวมิดด้าม 7×5 นิ้ว พี่ปุ้ยผวาเกร็ง น้ำตาไหล อ้าปากร้องเสียงดังลั่น
" โอย...น้อง! ซี๊ดดดด....สุดยอดเลยคะ"
ผมมองหน้าพี่ปุ้ย แบบสะใจอย่างบอกไม่ถูก มือเธอบีบไหล่ผมแน่น เกร็งไปหมด ผมเริ่มกระดกก้นซอย ตามจังหวะกระบอกสูบ เธอส่งเสียงโอดคราญทรมาน สะบัดใบหน้า ไปๆ มาๆ ผมลืมรสชาติ สาวๆ ที่ผมเคยไปเอา อย่างสิ้นเชิง ผมเร่งจังหวะกระเด้าซอยไม่ยั่ง พี่ปุ้ยถึงกับต้องถ่วงขากว้าง ชี้ยันกับเพดานรถบีเอ็ม คันหรูของเธอ ผมซอยไป มองหน้าอกพี่ปุ้ยไป เวลากระเพื่อมตามจังหวะกระเด้า ยิ่งเห็นยิ่งทำให้ผมมีอารมณ์มากขึ้นไปอีก ความเงี่ยนกระหือ ระหว่างกระเด้าสาวสวยวัย 40 ปี สุดจะห้ามตัวเองให้ทำในสิ่งที่ฝันไว้ตลอด ผมชักควยออก เพื่อจับพี่ปุ้ยพลิกในท่าโก้งโค้ง เธอในสภาพอ่อนปวกเปียก พลิกร่างตามที่ผมจัดวางอย่างเชื่อง

พี่ปุ้ยอยู่ในท่าคุกเข่าบนเบาะรถหันหลังให้กับผม ผมกระตุกดึงถุงยางออก เพื่ออยากให้ควยสัมผัสกับเนื้อช่องคลอดของคนสวยอย่างไม่มีอะไรขวางกั้น ดันเข้าจนมิดด้าม ผมจับสะโพกแน่นแล้วตะบันซอยอย่างถี่ยิบ เสียงพี่ปุ้ยครางสนั่น ไม่เป็นภาษา
"น้องโอย.....นัองขาๆ ๆ ๆ โอยๆ ๆ ๆ"
ครางเสียงหลงเป็นชื่อผมแบบนี้ ยิ่งทำให้ผมยิ่งมีอารมณ์พลุ่นพล่า จับซอยอย่างสุดแรงเกิด ถี่ยิบจนได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ป้าบๆๆๆๆๆๆๆๆ ผมก้มไปบีบนมใหญ่ของพี่ปุ้ย ผมรู้สึกใกล้จะระเบิดน้ำกาม อีกในไม่ช้านี้
"พี่ปุ้ยๆ ๆ ๆ ๆ......อูยยยย.........ชอบควยผมไหม พี่ปุ้ยจ๋า เสียวควยจังเลย อูยๆ ๆ เป็นบุญของผมจริงๆ พี่ปุ้ยจ๋า"
ผมจับพี่ปุ้ยหมุนหันหน้าเข้าหา ในท่าเดิม ยกขาพาดบ่า โดยที่ไม่เอาควยหลุดออกมา แล้วกระเด้าซอยต่อ จน.. "พี่ปุ้ย  ผมจะ..จะแตกแล้วพี่"
พี่ปุ้ยเวลานี้ครางร้องโดยไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว น้ำกามของผมระเบิดฉีดอย่างแรงพุ่งเข้าเต็มรู ช่องสวาทตอดรัดลำควยอย่างรุนแรง ตาพี่ปุ้ยเบิกกว้างจ้องหน้าผม ผมกระตุกตัวปล่อยน้ำกามฉีดเข้าไปจนทะลักล้นออกมาข้างนอก

ผมซบพี่ปุ้ย หอมแก้ม ที่เปียกคราบน้ำตา ของพี่ปุ้ย เธอกอดผม ในรถมีเพียงเสียงหายใจหอบของเราทั้งสองคน...
"น้องพี่ขอโทษนะ แต่พี่เมาแล้วชอบเงี่ยน พี่พี่ไม่น่ายั่วน้องเลย
พี่ปุ้ยเสียงสั่น กระซิบที่ข้างหูผม...
"แอบถอดถุงยางออกทำไม "
พี่ปุ้ยยังคงกระซิบรำพึง
"ผมอยากเป็นผัวพี่ครับ"
ผมสารภาพ สักครู่พี่ปุ้ยดันผมที่ทับเธออยู่ เพื่อลุกขึ้น จัดแจงตัวเอง และสำรวจความเสียหายของตัวเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น