14 ปีผ่านไป... ณ อำเภอแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่
เสียงไก่ขันแว่วมาไกลๆ ทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมยอดดอยในยามเช้า ผม... ครูแทน ในวัย 31 ปี ลืมตาตื่นขึ้นมาภายใต้เพดานไม้สีสักทองที่คุ้นเคย กลิ่นสีและกลิ่นไม้ใหม่ยังจางๆ อยู่ในอากาศ แม้เราจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ได้เกือบปีแล้วก็ตาม
ผมขยับตัวเล็กน้อยเพื่อรับไออุ่นจากร่างนุ่มนิ่มที่นอนหนุนแขนผมอยู่ แม่เดือน ในวัย 52 ปี ยังคงหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอของเธอรินรดที่ซอกคอผม
ผมนอนมองเพดานแล้วอดนึกย้อนกลับไปไม่ได้... 14 ปีแล้วสินะ นับตั้งแต่คืนนั้น ตอนที่ผมเป็นแค่เด็กหนุ่มวัย 17 ที่เต็มไปด้วยความสับสนและฮอร์โมนพลุ่งพล่าน ส่วนแม่เดือนในวัย 38 ปี คือผู้หญิงที่สวยที่สุดและเป็นโลกทั้งใบของผม ใครจะคิดว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความผิดบาปในวันนั้น จะนำพาเรามาไกลถึงขนาดนี้... ไกลถึงยอดดอยแห่งนี้
ผมมองไปรอบๆ ห้องนอนกว้างขวางที่เราช่วยกันออกแบบ นี่ไม่ใช่บ้านซอมซ่อในซอยแถวอ่อนนุช และไม่ใช่บ้านพักครูสวัสดิการที่ผนังบางจนได้ยินเสียงข้างห้อง แต่นี่คือ "บ้านของเรา"
บ้านหลังเล็กชั้นเดียวยกพื้นสูงปลูกสร้างบนที่ดินแปลงสวยท้ายหมู่บ้าน ที่ผมกัดฟันกู้เงินจาก สหกรณ์ออมทรัพย์ครู จนเต็มเพดานเงินเดือน ผสมกับเงินกู้สินเชื่อส่วนบุคคล และเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตของแม่เดือนที่เธอยอมทุบกระปุกมาสมทบ เพื่อให้เราได้มีที่ดินและบ้านเป็นของตัวเองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สัญญาแห่งรักใต้ร่มเงาบาป
ตอนที่ 2
ที่นี่... อำเภออมก๋อย...
ดินแดนที่ห่างไกลความเจริญ แต่ใกล้ชิดหัวใจที่สุด
....ผมลุกจากเตียงเดินไปเปิดหน้าต่างบานเลื่อนกระจก ลมหนาวพัดกรูเข้ามาปะทะใบหน้า หมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือยอดไม้ ผมสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดหนี้สินก้อนโตแลกมาด้วยความสบายใจมหาศาล... ที่นี่คืออาณาจักรส่วนตัวที่มีรั้วรอบขอบชิด ด้านหน้าติดถนนซอยเล็กๆ ที่เราเปิดเป็นร้านขายของชำ ส่วนด้านหลังติดสวนลำไยและภูเขา ทำให้ไม่มีใครมารบกวนความเป็นส่วนตัวของเราได้อีก
"อืม... ตื่นเช้าจังลูก... วันนี้มีเวรหน้าประตูเหรอ" แม่เดือนขยับตัวตื่น เสียงงัวเงียของเธอฟังดูเซ็กซี่เสมอในหูของผม แม้อายุจะเข้าเลขห้า แต่ผิวพรรณของแม่ยังคงขาวเนียนละเอียด รูปร่างที่อวบอิ่มขึ้นตามวัยกลับยิ่งทำให้ผมนอนกอดได้เต็มไม้เต็มมือกว่าเดิม
"ครับแม่... วันนี้ต้องรีบไปเปิดห้องคอมฯ ให้เด็กด้วย" ผมตอบพลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น "แม่นอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะ ร้านเปิดสายหน่อยก็ได้นี่นา เป็นเจ้าของร้านเองไม่ต้องกลัวใครไล่ออก"
แม่เดือนหัวเราะเบาๆ ลูบแก้มผมอย่างเอ็นดู "ไม่ได้หรอก เดี๋ยวลูกค้ามาเก้อ... อีกอย่าง แม่ต้องรีบหาเงินมาช่วยลูกผ่อนสหกรณ์นะ"
ผมยิ้มเจื่อนๆ รู้สึกผิดลึกๆ ที่ทำให้แม่ต้องมาลำบากตอนแก่ "ขอโทษนะครับที่พามาเป็นหนี้... แต่ผมอยากให้เรามีบ้านจริงๆ บ้านที่ไม่มีใครมาไล่เราได้ บ้านที่เราจะทำอะไรกันตรงไหนก็ได้..."
แม่เดือนเอานิ้วชี้แตะปากผม "อย่าพูดแบบนั้น... แม่มีความสุขที่สุดที่ได้อยู่ที่นี่กับลูก... บ้านหลังนี้คือความภูมิใจของแม่นะ" สายตาของแม่มองผมด้วยความรักที่ลึกซึ้งเกินกว่าแม่ลูกทั่วไป "เงินทองหาใหม่ได้... แต่ความสุขแบบนี้ หาที่ไหนไม่ได้แล้ว"
ผมอดใจไม่ไหว โน้มหน้าลงไป จูบแม่เดือนอย่างดูดดื่ม เพื่อเป็นการขอบคุณ จูบยามเช้าที่เร่าร้อนบนเตียงนอนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา 100% มันช่างหอมหวานเป็นพิเศษ
"พอแล้วลูก... เดี๋ยวสาย..." แม่เดือนดันอกผมเบาๆ หน้าแดงระเรื่อ แม้จะผ่านมา 14 ปี แต่เธอก็ยังเขินอายเวลาผมรุกหนักๆ ในตอนเช้า
ผมสวมเครื่องแบบข้าราชการสีกากีที่แขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้า กลัดกระดุมอย่างประณีต ภาพลักษณ์ของ "ครูแทน" ข้าราชการหนุ่มวัย 31 ที่สุขุมและเป็นที่รักของชุมชนกำลังถูกสวมทับลงไป
แม่เดือนลุกขึ้นมาช่วยจัดคอเสื้อให้ผมเหมือนทุกวัน "หล่อมากจ้ะ... ครูแทนของแม่"
"ของแม่คนเดียวนะครับ" ผมกระซิบ
"รู้แล้วจ้ะ... ไปทำงานได้แล้ว เย็นนี้แม่จะแกงฮังเลไว้นะ ของโปรดลูก"
ผมเดินออกจากห้องนอน ผ่านโถงกลางบ้านที่ตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูดี ลงมาที่ส่วนหน้าบ้านซึ่งถูกกั้นเป็นร้านขายของชำที่มีสินค้าวางเรียงรายเป็นระเบียบ นี่คือธุรกิจเล็กๆ ที่แม่เดือนรักและภูมิใจ
ผมสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ขี่ออกจากรั้วบ้าน มุ่งหน้าสู่โรงเรียนบนดอย ทิ้ง "วิมานกู้ยืม" ของเราไว้เบื้องหลังชั่วคราว พร้อมกับความลับที่ถูกล็อกเก็บไว้อย่างแน่นหนาภายในรั้วบ้านหลังนั้น
แม่เดือนเปิดประตูร้านชำอย่างไม่เร่งรีบ กลิ่นกาแฟคั่วและขนมปังอบอวลในอากาศ เธอจัดเรียงสินค้าบนชั้นให้ดูเป็นระเบียบตามความเคยชิน แม้จะเป็นวันธรรมดา แต่ร้านเล็กๆ นี้ก็เป็นศูนย์รวมของผู้คนในซอยยามเช้า
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น ป้าสาย ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นลูกค้าขาประจำเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
"อรุณสวัสดิ์แม่เดือน! วันนี้กาแฟซองเดิมนะจ๊ะ" ป้าสายทักทายอย่างอารมณ์ดี
"อรุณสวัสดิ์ค่ะป้าสาย... กาแฟเหมือนเดิมเลยนะคะ" แม่เดือนยื่นกาแฟซองและขนมปบถุงเล็กๆ ให้
ป้าสายยื่นเงินให้พลางเหลือบมองบริเวณบ้านและร้านชำอย่างพิจารณา "บ้านครูแทนนี่สวยจริงๆ นะแม่เดือน ดูอบอุ่นดีจัง"
"ขอบคุณค่ะป้า เราช่วยกันออกแบบเอง" แม่เดือนยิ้มอย่างภาคภูมิ
"นี่ก็ผ่านมาเป็นปีแล้วสินะที่ย้ายมาอยู่นี่" ป้าสายรับของใส่ถุงแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงชวนคุย "ครูแทนก็อายุ 31 แล้วนี่นา เป็นข้าราชการมีบ้านมีช่องเป็นหลักเป็นฐานแล้ว... ไม่คิดจะหาใครมาเป็นแม่บ้านเป็นคุณนายครูแทนบ้างเหรอจ๊ะ?"
คำถามที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้รอยยิ้มของแม่เดือนจางลงเล็กน้อย มันเป็นคำถามที่เหมือนเข็มเล็กๆ ทิ่มแทงใจอยู่เสมอ เพราะนี่คือสิ่งเดียวที่ความสัมพันธ์ของเธอกับแทนยังไม่สมบูรณ์ภายใต้สายตาของสังคม—สถานะ
"โอ๊ย... ครูแทนเขายังสนุกกับการทำงานค่ะป้า" แม่เดือนพยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด "อีกอย่าง เดือนเองก็ช่วยดูแลบ้านดูแลร้านให้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงค่ะ"
ป้าสายยิ้มกริ่มอย่างรู้ทันตามประสาคนแก่ที่อยู่มานาน "ก็จริงนะ ดูแลดีขนาดนี้ใครจะอยากให้คนอื่นมายุ่ง แต่... หนุ่มๆ วัยนี้ก็ต้องมีใครสักคนไว้สืบสกุลนะแม่... ดูสิ แม่เดือนก็อายุขนาดนี้แล้ว ยังสวยขนาดนี้ ถ้าน้องสะใภ้หรือใครที่ครูแทนหามาจะอายุกี่ขวบกันเชียว คงต้องเป็นสาวๆ รุ่นลูกไปแล้วมั้ง"
ป้าสายหัวเราะร่วนโดยไม่รู้เลยว่าคำพูดเหล่านั้นบาดลึกแค่ไหน แม่เดือนฝืนยิ้มตอบและหยิบถุงให้ลูกค้า
"ครูแทนเขายังไม่คิดเรื่องนั้นหรอกค่ะป้าสาย"
ป้าสายพยักหน้า ก่อนจะเดินออกจากร้านไปพร้อมกับทิ้งระเบิดลูกเล็กๆ ไว้เบื้องหลัง
แม่เดือนปิดประตูร้านชำอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อประตูร้านปิดลง ความเงียบก็กลับเข้ามาแทนที่ เธอสัมผัสไปที่สร้อยทองคำเส้นเล็ก ๆ ที่ห้อยอยู่ใต้คอเสื้อ 'สาว ๆ รุ่นลูก...' คำพูดของป้าสายวนอยู่ในหัว แม่เดือนอายุ 52 ปีแล้ว ความห่าง 21 ปีเป็นกำแพงที่ไม่มีวันหายไป
เธอเดินไปที่หน้าต่างร้าน มองออกไปยังถนนที่มอเตอร์ไซค์ของแทนเพิ่งขี่ผ่านไป ความรักที่สมบูรณ์แบบนี้ต้องแลกมาด้วยการอยู่ใต้ร่มเงาเสมอไปใช่ไหม?
เสียงเครื่องคิดเลขดังขึ้นเมื่อแม่เดือนเริ่มต้นลงบัญชีร้าน เธอใช้ความวุ่นวายของตัวเลขและยอดขาย เพื่อกลบเสียงความคิดที่ว่า... เธอแก่เกินไปสำหรับเขา
ในเย็นวันนี้ เสียงจิ้งหรีดเริ่มกรีดปีกร้องระงม ร้านค้าในหมู่บ้านเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยทิวต้นมะม่วงและลำไย แม่เดือนกำลังพับผ้าที่ตากไว้ กลิ่นหอมแดดอ่อน ๆ จากเสื้อผ้าทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย แม้เวลาจะล่วงเลยมานานนับสิบกว่าปีตั้งแต่เหตุการณ์คืนนั้น รูปร่างของแม่เองยังคงดูดีสมส่วน ผิวพรรณที่ได้รับการดูแลอย่างดีทำให้เธอยังดูอ่อนกว่าวัย เธอดูแลตัวเองให้ดีที่สุด... เพื่อเขา
เสียงรถมอเตอร์ไซค์แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน เป็นจังหวะที่หัวใจของแม่เดือนเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย เธอระบายยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอวางตะกร้าผ้าลงแล้วเดินไปที่ประตูด้านหน้า
"กลับมาแล้วครับ... ที่รัก" แทนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทันทีที่เขาเห็นแม่เดินออกมา เขาก็ตรงเข้ามา สวมกอดเธอจากด้านหลังทันที จมูกโด่งของเขา ซุกไซ้ลงที่ซอกคอขาวผ่องที่ยังคงหอมกรุ่น กลิ่นเหงื่ออ่อน ๆ ปนกับกลิ่นไอแดดจากเครื่องแบบข้าราชการของเขาเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคยที่สุด
"อื้อ... แทน ลูก...ตัวเหม็นเหงื่อ ไปอาบน้ำก่อนไป" แม่เดือนเอียงคอหลบเล็กน้อยอย่างหยอกล้อ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอ้อมกอดที่แข็งแกร่งนั้น เธอใช้มือเรียวที่แห้งสนิทลูบลงบนท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างรักใคร่
"เหม็นเหรอ? ไหนลองดมดูซิ" แทนหัวเราะในลำคอ แกล้งกดจมูกหนักๆ ลงบนแก้มของแม่ พร้อมกับมือไม้ที่เริ่มไม่อยู่นิ่ง เลื่อนจากเอวขึ้นมาบีบคลึงเบาๆ ที่เนินเนื้อนุ่ม
แม่เดือนตีมือเขาเบาๆ ด้วยความปรามปรามแต่ไม่จริงจัง "นี่มันหน้าบ้านนะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า ชุดกากีของลูกน่ะไม่ได้ช่วยปิดบังอะไรได้หรอกนะ"
"ใครจะมาเห็น เราอยู่กันแค่สองคน... อีกอย่าง ที่นี่ผมเป็นสามีคุณนะเดือน" แทนกระซิบข้างหู คำว่า 'สามี' ที่เขาเน้นย้ำทำให้หัวใจของแม่เดือนเต้นผิดจังหวะเสมอ แม้จะผ่านมากี่ปี เธอก็ยังรู้สึกประหม่าปนกับความวาบหวามทุกครั้งที่เขาแสดงความเป็นเจ้าของ
หลังจากทานมื้อเย็นง่ายๆ ที่แม่เตรียมไว้ ทั้งสองก็นั่งพักผ่อนกันที่ห้องโถงกลางบ้าน แทนนอนหนุนตักของแม่ ขณะที่เธอกำลังดูรายการทีวี มือของแม่ลูบผมสีดำสนิทของแทนเล่นเบาๆ อย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วของเธอวนเวียนอยู่แถวไรผมที่ต้นคอ
"วันนี้เหนื่อยไหม?" แม่เดือนถาม
"เหนื่อยนิดหน่อย... แต่พอกลับมาเห็นหน้าเมียก็หายเหนื่อยแล้ว" แทนตอบพร้อมกับจับมือของแม่มาจูบที่ฝ่ามือ จูบที่ยาวนานกว่าปกติ "แม่ครับ... คืนนี้ขัดตัวให้หน่อยได้ไหม?"
แม่เดือนรู้ดีว่าคำว่า 'ขัดตัว' ของแทนหมายถึงอะไร มันไม่ใช่แค่การอาบน้ำ แต่มันคือกิจกรรมที่เขารอคอย ที่จะทำลายเส้นแบ่งระหว่างความเหนื่อยล้ากับความปรารถนา
"ไปรอก่อนสิ เดี๋ยวเตรียมน้ำอุ่นให้"
แทนลุกขึ้นจากตักของแม่เดือน แต่ไม่วายโน้มตัวลงจูบหน้าผากของเธออย่างหนักแน่น จูบที่ส่งผ่านความรู้สึกขอบคุณทั้งหมด ก่อนจะเดินไปที่ห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านหลังห้องนอน
ภายในห้องน้ำกว้างที่ปูด้วยกระเบื้องหินอ่อน แม่เดือนตามไปติดๆ จัดการเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นและเทสมุนไพรขัดผิวที่เธอทำเองลงในขันดินเผา กลิ่นไพล ขมิ้น และน้ำนมข้าวหอมอ่อนๆ ลอยขึ้นมาคลอเคลียในอากาศ
แสงไฟสีส้มอ่อนๆ จากหลอดไฟในห้องน้ำสะท้อนกับผิวกายของแทนที่ยืนอยู่ใต้ฝักบัว ร่างกายกำยำและแกร่งกล้าที่เธอดูแลมาตลอดสิบสี่ปีไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก มีเพียงมัดกล้ามที่คมชัดขึ้นตามวัยและอาชีพที่ต้องใช้แรงงานเบาๆ
"ถอดผ้าให้หมดสิลูก" แม่เดือนสั่งเสียงนุ่ม
แทนยิ้มรับด้วยสายตาแพรวพราว ไม่มีความขัดเขินใดๆ ระหว่างพวกเขา แทนปลดเสื้อผ้าออกจนหมด ในตอนนี้ร่างกายของเขาเผยต่อหน้าเธออย่างเปิดเผยเสมอมา
แม่เดือนหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กๆ ที่เตรียมไว้สำหรับกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ เธอตักน้ำอุ่นราดลงบนแผ่นหลังกว้างของแทนอย่างช้าๆ ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างนวดคลึงไหล่หนาที่บ่ามาด้วยภาระของความเป็นครูและความเป็นหัวหน้าครอบครัว
"เหนื่อยไหมครับเมีย? นวดแรงกว่านี้ได้นะ" แทนเอนตัวพิงฝ่ามือของเธอ
"ไม่เอาหรอก... อยากให้ลูกผ่อนคลาย" แม่เดือนตอบพลางใช้ฝ่ามือที่อุ่นจากน้ำอุ่นและสมุนไพรลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเขาอย่างเนิบนาบ จากต้นคอลงมาถึงบั้นเอวที่กระชับ
สัมผัสที่อ่อนโยนนี้คือบทเริ่มต้นของความรักยามค่ำ ไม่มีการรีบร้อนใดๆ มีเพียงความตั้งใจที่จะมอบความสุขให้แก่กันและกัน แม่เดือนบรรจงใช้สมุนไพรขัดผิวที่ละเอียดอ่อนค่อยๆ ถูไถไปตามผิวหนังทุกส่วนของแทน ขจัดคราบเหงื่อไคลและฝุ่นดินที่ติดมากับเครื่องแบบ
เมื่อมาถึงส่วนหน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและส่วนล่างที่รอคอยการสัมผัส มือของแม่เดือนก็เคลื่อนไหวอย่างบรรจงที่สุด
"วันนี้ป้าสายมาที่ร้านด้วย" แม่เดือนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
แทนลืมตาขึ้นทันที "ป้าสายพูดอะไรไม่ดีอีกแล้วใช่ไหมครับ"
แม่เดือนไม่ตอบ เธอเพียงแค่ก้มหน้าลง ใช้สบู่น้ำผึ้งนวดคลึงส่วนนั้นของเขาอย่างอ่อนโยน แทนรู้ดีว่าเธอไม่ได้ต้องการให้เขาโกรธ แต่ต้องการให้เขารับรู้ถึงความรู้สึกของเธอ
แทนหันตัวกลับมาเผชิญหน้ากับแม่เดือนอย่างช้า ๆ เขาประคองใบหน้าของเธอไว้ด้วยฝ่ามือที่เต็มไปด้วยฟองสบู่
"แม่... ฟังผมนะ" แทนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและทุ้มต่ำ "ผมไม่ได้รักแค่ผู้หญิงวัย 38 คนนั้น... ผมรักผู้หญิงวัย 52 คนนี้ ที่สร้างบ้านหลังนี้กับผม และเธอ....เป็นโลกทั้งใบของผม" แม่เดือนพยักหน้าเล็กน้อย น้ำตาคลอเบ้าอย่างที่ไม่อาจซ่อนได้อีกต่อไป "แม่... แม่แก่แล้วนะแทน... แม่กลัว... กลัวว่าสักวันลูกจะ..." แทนโน้มหน้าลงไป จูบแม่เดือนทันทีโดยไม่ทันฟังคำพูดจากแม่เดือนจนจบประโยค แทนจูบปากของผู้เป็นแม่อย่างดูดดื่มและเร่าร้อนที่สุด เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า ความรักของพวกเขาอยู่เหนือคำตัดสินของสังคมใด ๆ ทั้งสิ้น
.... ในห้วงจูบนั้น แทนใช้ความรู้สึกทั้งหมด ตอกย้ำ กับแม่เดือนว่า เขาคือผัวของแม่ และแม่เองก็คือเมียของเขา พวกเขาได้สร้างความจริงใหม่ขึ้นมาแล้ว แม้ว่าเราสองคนจะไม่มีทางทำให้ถูกต้องตามนิตินัยได้ แต่ตามพฤตินัยของเรามันเป็นเช่นนั้น และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป ความคิดเหล่านี้หลั่งไหลจากแทนสู่แม่เดือนผ่านการจูบที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น
แทนมองสายตาของแม่ แววตาของเขาไม่ได้มีความเหนื่อยล้าหลงเหลืออยู่เลย มีเพียง ประกายไฟแห่งความปรารถนาที่คุโชนอยู่เสมอ เมื่อมองเธอ
"แม่ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะ... ไม่สิ สวยกว่าเดิมอีก" แทนเอื้อมมือที่เปียกชื้นมาจับที่ต้นแขนของแม่ ซึ่งโผล่พ้นจากผ้าถุงกระโจมอก แล้วออกแรงดึงเบา ๆ ให้เธอโน้มตัวลงมาหา
"ปากหวาน... อยากได้อะไรอีกล่ะฮึ?" แม่ยิ้มอย่างรู้ทัน ริมฝีปากของเธออยู่ห่างจากริมฝีปากของแทนเพียงคืบ
"รู้แล้วยังจะถาม..." แทนยิ้มมุมปาก ก่อนจะรั้งร่างของแม่ให้เสียหลักล้มตัวลงมาในอ้อมกอดของเขา เสียงหัวเราะคิกคักของแม่เดือนที่ถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากของแทนประกบเข้าหาอย่างดุดันและเร่าร้อน
แทนก้มไปจูบที่ริมฝีปากของแม่และผละจูบออกช้าๆ เค้ามองลงไปยังร่างกายส่วนล่างของตัวเองที่ยังไม่ตื่นตัวเต็มที่
แม่เดือนยิ้มอย่างรู้ใจ เธอใช้มือที่นุ่มนวลและเปียกชื้น ลูบไล้ ไปตามความยาวของลำเนื้อที่อ่อนปวกเปียกของแทน "อ่อนขนาดนี้... มันทำไม่ได้หรอกนะ..." แม่เดือนหยอกล้ออย่างแผ่วเบา ก่อนจะออกแรงบีบกระชับลำเนื้อนั้นราวกับจะ "เคี้ยว" เพื่อปลุกความกระหายให้ตื่นขึ้น
"แม่ครับ..." แทนกระซิบเสียงพร่า "แม่... อมควย... ให้ผมได้หน่อยนะ..."
แม้ว่าแม่จะอมให้แทนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแม่ก็ยังรู้สึกอายเหมือนครั้งแรกที่อมทุกๆครั้ง แทนใช้คำพูดอย่างตรงไปตรง แม่อายุขนาดนี้ก็ยังคงอายเหมือนกัน
การหยอกเย้านั้นสร้างความตื่นเต้นอย่างรุนแรงให้กับแทน แม่เดือนโน้มตัวลง ประทับจูบลงบนส่วนที่อ่อนไหวนั้น เธอใช้ปากครอบครองส่วนที่ยังอ่อนนุ่มอย่างบรรจง ลิ้นที่ร้อนผ่าวและเปียกชื้นของเธอสร้างความรู้สึกที่เหนือกว่าทุกสัมผัส
ขณะที่แม่เดือนกำลังดูดดึงและใช้ลิ้นตวัดอย่างเชี่ยวชาญ แทนใช้ความรู้สึกทั้งหมด ตอกย้ำ กับแม่เดือนว่า ผมคือลูกของแม่ ผมคือคู่แท้ของแม่ ผมคือผัวของแม่ แทนรักเมียของผมมากๆ
การกระทำของแม่เดือนคือการ มอบความมั่นใจ และ ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ให้กับลูกชายอย่างแท้จริง ลำควยของแทนที่แข็งขืนขึ้นเต็มปากของแม่ มันโคตรแข็งเป็นอย่างมากในตอนนี้ แม่เดือนผละปากออกด้วยรอยยิ้มที่เร่าร้อน เธอใช้มือที่ชำนาญ รูดกระชับส่วนที่แข็งขืนนั้น
ในโลกใบเล็กๆ แห่งนี้ ไม่มีแม่ ไม่มีลูก มีเพียงผู้ชายและผู้หญิงที่ผูกพันกันด้วยความลับและความรักที่ไม่มีใครเข้าใจ... และค่ำคืนนี้ในสวนแห่งความลับเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
แทนกระชับอ้อมกอดที่เปียกชุ่มแน่น ไออุ่นจากน้ำร้อนปะทะเข้ากับความหนาวเย็นของอากาศบนดอยในยามค่ำคืน สร้างหมอกบางๆ ปกคลุมรอบกายพวกเขา ราวกับเป็นม่านบังตาจากโลกภายนอก กลิ่นสบู่มะลิและกลิ่นไออุ่นของร่างกายผสมปนเปกันจนห้องน้ำอบอวลด้วยไอกามารมณ์
ผ้าถุงกระโจมอกสีหวานที่เปียกชุ่มแนบสนิทไปกับเรือนร่าง เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าที่ยังคงเย้ายวน แทนไม่รอช้า มือหนาได้ปลดปมผ้าถุงที่หน้าอกของแม่ออกอย่างรวดเร็ว ผ้าผืนบางร่วงลงสู่พื้นกระเบื้อง เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่ยังคงตั้งชูชันท้าสายตา
"ผม... จะอาบน้ำให้แม่นะครับ จะอาบให้สะอาดทุกซอกทุกมุมเลย..." แทนกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดต้นคอที่เปียกชื้นของแม่เดือน แม่เดือนหลับตาลงรับสัมผัสร้อนผ่าวที่โอบล้อมกายเธอ
แทนหยิบฟองน้ำที่ชุ่มไปด้วยสบู่เหลวกลิ่นมะลิขึ้นมา เขาไม่ได้ถูมันแรงๆ แต่ค่อยๆ บีบฟองนุ่มสีขาวให้ไหลย้อยลงบนเนินอกของแม่เดือน มือหนาบีบเคล้นคลึงก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นนั้นอย่างมันมือ สลับกับการใช้ฟองน้ำไล้ไปตามซอกคอและแผ่นหลัง การนวดด้วยสบู่นี้คือบทเร้าอารมณ์ที่ยาวนานและอ่อนโยนที่สุด
แทนเลื่อนใบหน้าลงมา ดูดดึงยอดอกสีเข้มที่โผล่พ้นฟองสบู่ ลิ้นร้อนตวัดเลียอย่างหิวกระหายสลับกับการขบเม้มเบาๆ จนแม่เดือนต้อง แอ่นอกรับสัมผัส เธอปล่อยเสียงครางต่ำๆ ออกมา... "....แทน...ลูก...ของแม่....อื้อ..." เสียงที่แผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความไว้วางใจ
ขณะที่แทนกำลังดูดดึงยอดอกสีเข้ม เขาใช้ลิ้นร้อนตวัดเลียอย่างหิวกระหายสลับกับการขบเม้มเบาๆ เขาตอกย้ำความรู้สึกของเขา ให้แม่เดือนรับรู้ว่า ผมคือลูกของแม่ ผมคือคู่แท้ของแม่ ผมคือผัวของแม่ แทนรักเมียของผมมากๆ ความรู้สึกทั้งหมดนี้หลั่งไหลสู่แม่เดือนผ่านสัมผัสทางกาย ทำให้ความกลัวและความไม่มั่นคงของเธอถูกปัดเป่าไปชั่วขณะ
แม่เดือนต้อง แอ่นอกรับสัมผัส เธอปล่อยเสียงครางต่ำๆ ออกมา... "อื้อ... แทน... เบาๆ สิลูก" เสียงที่แผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความไว้วางใจ
เมื่อความอดทนขาดผึง แทนสอดแขนโอบรอบเอวแม่เดือนไว้มั่นคง แล้วออกแรงยกบั้นท้ายของเธอให้ลอยขึ้นเล็กน้อย แม่เดือนรับรู้ถึงแท่งเอ็นที่แข็งขืนอยู่ด้านหลัง เธอย่อตัวลงช้าๆ... ให้ความเป็นชายที่คุ้นเคย ค่อยๆแทรกผ่านกลีบเนื้อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในกายของแม่เดือน "อ๊าส์...ลูกแม่"
"ซี๊ดดด... แน่น... แน่นเหมือนเดิมเลยเมียของผม" แทนครางต่ำ เขาซุกหน้าเข้าที่ซอกคอของแม่เดือนที่หอมกรุ่น แรงเสียดทานที่รุนแรงของผิวเนื้อต่อผิวเนื้อ ทำให้ร่างกายของทั้งคู่สั่นสะท้าน
"อ่าาา... แทน... ลึก... มันลึก...แม่เสียวจัง" แม่เดือนกอดแขนของแทนที่โอบเอวเธอไว้แน่น เธอรับรู้ถึงแรงตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่ถูกยืดออก แต่ความสุขก็ท่วมท้นจนเอาชนะความเจ็บปวดไปหมดสิ้น
น้ำที่ไหลจากฝักบัวยังคงอาบชโลมร่างของพวกเขา มันช่วยหล่อลื่นและทำให้เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกังวานไปทั่วห้องน้ำ แทนเริ่ม ขยับสะโพกกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงและเร้าใจ จังหวะรักเริ่มจากเนิบนาบ ตึ้บ... ตึ้บ... ก่อนจะค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นตามแรงอารมณ์
"ตับ... ตับ... ตับ..." เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังประสานกับเสียงน้ำที่ไหลลงพื้น แทนบีบเฟ้นสะโพกผายของแม่เดือนแน่น บังคับจังหวะให้เธอกระเด้งรับการกระแทกของเขาอย่างถึงพริกถึงขิง แม่เดือนเองก็โยกเอวตอบสนองอย่างรู้ใจ
"แม่จ๋า... แทนรักแม่... รักเมียจ๋า..." แทนพร่ำบอกรักสลับกับคำหยาบโลน เขาเงยหน้ามองเงาของตัวเองและแม่เดือนที่สะท้อนอยู่บนกระจกเงา ใบหน้าของเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อและความสุข
"แทน...มะ... แม่ไม่ไหว... แม่จะเสร็จ... อ๊าาา!" แม่เกร็งตัว จิกเล็บลงบนท่อนแขนของแทนจนเป็นรอยแดง ช่องทางรักบีบรัดตัวตนของเขาถี่รัวอย่างบ้าคลั่ง
แทนคำรามลั่นในลำคอ เขาเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วง ร่างกายของแม่เดือนสั่นสะท้าน เธอแทบจะยืนด้วยปลายเท้าทั้งสอง แทนสัมผัสได้ถึงรูหีที่กำลังดูดดึงลำควยที่บ้าคลั่งนั้น เขาควบคุมตัวเองไว้ได้ และชะลอจังหวะลงทันที ร่างกายนิ่งลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของคนสองคนที่หัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
ครูแทนจูบหน้าผากของแม่เดือนเบา ๆ "เป็นยังไงบ้างครับ... หายกังวลเรื่องป้าสายแล้วใช่ไหม"
แม่เดือนซบหน้าลงกับแผงอกของลูกชาย "ความกังวลมันไม่เคยหายไปหรอกแทน... มันแค่ถูกความสุขของลูกกลบไว้
ความสุขสมครั้งนี้ได้กลายเป็นเชื้อเพลิงที่ผลักดันให้ครูแทนต้องตัดสินใจหาทางออกเพื่อปกป้อง "ความลับ" และ "ผู้หญิง" ที่เป็นโลกทั้งใบของเขาในตอนต่อไป
แทนจูบซับเหงื่อที่ไรผมของแม่เดือนอย่างอ่อนโยน "คืนนี้... เราไปต่อที่เตียงนะครับ"
แม่เดือนที่หมดแรงซบหน้าลงกับอกเขา ยิ้มรับอย่างสุขสม
"ตามใจผัวสิ...
ผัวว่าไง เมียก็ว่างั้น"
แทนไม่รอช้าที่จะช่วยประคองร่างเปลือยเปล่าของแม่เดือนออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ความเร่าร้อนที่เพิ่งบรรลุจุดสูงสุดไม่ได้จางหายไปไหน แต่มันถูกแทนที่ด้วยความใคร่ครั้งใหม่ที่ร้อนรนกว่าเดิม แม่เดือนเองก็ใช้แขนเรียวที่ยังสั่นเทาโอบรอบคอเขาไว้แน่น พยุงตัวเองให้ก้าวเดินไปพร้อมกับลูกชาย กายที่เปลือยเปล่าและเปียกชื้นของทั้งคู่สัมผัสกันตลอดทางเดินสั้นๆ จากห้องน้ำเข้าสู่ห้องนอนที่อบอุ่น
พวกเขาใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เพียงผืนเดียวมาห่อหุ้มร่างกายที่เปียกชื้นไว้ด้วยกัน แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่นุ่มนวลอย่างอ่อนเพลีย แต่แทนไม่ยอมให้ความเหนื่อยล้ามาขัดขวางความปรารถนาของเขา
แทนพลิกร่างของแม่เดือนให้นอนราบกับเตียง เขาคลั่งไคล้ในร่างกายวัย 52 ปีของเธออย่างบ้าคลั่ง แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทำให้รอยริ้วรอยเล็กๆ ที่หางตาของแม่เดือนดูเป็นเส้นสายแห่งความงดงาม เส้นสายที่บอกเล่าเรื่องราวความรัก 14 ปีที่พวกเขาต่อสู้และสร้างมาด้วยกัน เขาใช้สายตาคมกริบโลมเลียไปทั่วร่างของแม่เดือนที่เริ่มมีริ้วรอยตามวัย แต่ในสายตาของเขา ร่องรอยเหล่านั้นกลับเป็นเครื่องหมายของประสบการณ์และความเร่าร้อนที่เขาได้เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว
"ตรงนั้น... ที่ป้าสายพูด... มันยังอยู่ในใจแม่ใช่ไหมครับ" แทนถามเสียงแผ่วเบา ขณะที่เขาลูบไล้ไปตามหน้าท้องของเธอเบาๆ
แม่เดือนลืมตาขึ้นมา มองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความรักและความเข้าใจ "มันก็เป็นความจริงนะแทน... แม่แก่แล้ว แม่ไม่สามารถให้... สิ่งนั้น กับลูกได้"
แทนส่ายหน้าอย่างช้าๆ เขาขยับตัวขึ้นมาคร่อมร่างของเธอไว้ แล้วจูบไปที่ริมฝีปากของแม่เดือนอีกครั้ง จูบนี้ต่างจากในอ่างอาบน้ำ มันไม่ใช่จูบของความเร่าร้อน แต่เป็นจูบที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและให้เกียรติ
เขาใช้ปลายนิ้วไล่ไปตามเรือนร่างของเธออย่างช้าๆ ตั้งแต่เนินอกลงมาถึงหน้าท้องที่แทนเคยอยู่ในนั้นเมื่อ 31 ปีที่ผ่านมา "ผมอยากให้แม่รู้ว่า... สิ่งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง... มันคือการยืนยันว่าเราคือคนคนเดียวกัน"
แทนโน้มตัวลงไป ดูดซับความหอมจากซอกคอและหน้าอกของแม่เดือนอีกครั้ง จังหวะรักครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้นอย่างช้าๆ เนิบนาบ และเต็มไปด้วยความหมาย ทุกการเคลื่อนไหวเป็นการสื่อสารว่าเขายืนยันในตัวเธอ ยืนยันในความงามที่เพิ่มขึ้นตามวัย และยืนยันในความผูกพันที่ไม่มีใครเข้าใจ
"เราจะไม่ไปไหนแล้วนะ... เราจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่... ด้วยกันจนแก่เฒ่า" แทนพร่ำบอกระหว่างการขยับสะโพกอย่างหนักแน่นแต่ไม่รุนแรง
แม่เดือนกอดรัดเขาแน่น เสียงครางของเธอไม่ได้ดังเพราะความเสียวซ่านเพียงอย่างเดียว แต่ดังเพราะความรู้สึกปลอดภัยและได้รับการเติมเต็ม
ในห้องนอนบนยอดดอยแห่งนี้ ท่ามกลางหมอกบางๆ และความเงียบงัน... พวกเขาได้ทำลายกำแพงของอายุ สังคม และความเหงาลงได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยความรักที่บริสุทธิ์และเร่าร้อนที่สุด
แทนจัดการเช็ดผมและผิวที่เปียกชื้นของแม่เดือนอย่างละเอียดอ่อนที่สุด ราวกับเธอเป็นสมบัติที่เปราะบาง แต่ในทุกสัมผัสของผ้าเช็ดตัว ก็แฝงด้วยความต้องการที่จะปลุกเร้าเธออีกครั้ง
เมื่อเช็ดตัวเสร็จแล้ว ผมล้มตัวลงนอนข้างๆ ดึงผ้าห่มมาคลุมกายของเราทั้งสองไว้ ร่างกายของเราแนบชิดกันอย่างสมบูรณ์ภายใต้ความอบอุ่นของผ้าห่ม แม่เดือนซบหน้าลงกับแผงอกของผมอย่างอ่อนเพลีย แต่แทนกลับรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าของแม่คือความท้าทายที่ต้องเอาชนะ
แทนไม่รอช้า ผมใช้ร่างกายของตัวเองทาบทับลงบนร่างของแม่เดือนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักลำควยที่แข็งขืนและกลับมาตื่นตัวอีกครั้งให้เข้าสู่ช่องทางที่อุ่นร้อนและชุ่มฉ่ำของแม่เดือน
ปั่ก!
"อ๊าส์!" แม่เดือนกรีดร้องออกมาสั้นๆ ด้วยความประหลาดใจระคนสุขสม การสอดใส่ที่ลึกและรุนแรงบนพื้นผิวที่นุ่มนวลของเตียงนอนทำให้ความรู้สึกแตกต่างจากในอ่างน้ำอย่างสิ้นเชิง
.............
ผมมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแม่เดือนที่เต็มไปด้วยความหลงใหล จากนั้นผมก็เริ่ม กระแทกกระทั้นอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง โดยไม่คำนึงถึงความเหนื่อยล้าที่แม่เดือนเพิ่งได้รับมา การกระทำของแทนราวกับแม่ยังเป็นของใหม่และสดอยู่เสมอ
ปึ้ก! ปั่ก! ปั่ก! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นในความมืด ผมบีบคลึงเต้านมของแม่เดือนอย่างเมามัน สลับกับการโน้มตัวลงไปดูดดึงยอดอกของเธอ
ผมใช้มือที่แข็งแรงจับขาเรียวของแม่เดือนข้างหนึ่ง แล้ว ยกมันขึ้นพาดไว้บนไหล่ของผมทันที ท่าที่เปิดกว้างนี้เผยให้เห็นจุดกำเนิดของความรักต้องห้ามอย่างหมดจด ช่องทางรักที่บีบรัดตัวตนของผมถูกเปิดออกจนสุด ทำให้ผมสามารถเข้าถึงความลึกได้มากขึ้น และผมก็ใช้ประโยชน์จากท่าทางนี้อย่างเต็มที่
"แม่จ๋า... มองผม! ผมรักแม่! แม่เป็นของผมคนเดียว!" ผมคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ที่คลั่งไคล้ในเหยื่อ
ผมกระหน่ำสะโพกใส่แม่เดือนอย่างบ้าคลั่ง จังหวะที่โหดร้ายและเร็วจัด ทำให้เตียงนอนสั่นสะเทือนไปหมด
แม่เดือนหายใจหอบถี่ ร่างกายของเธอแอ่นโค้งขึ้นรับแรงกระแทกจากลูกชาย ช่องทางรักที่เคยอ่อนโยนและชุ่มฉ่ำ บัดนี้ถูกรุกรานด้วยความเร่งรีบที่เกือบจะโหดร้าย แต่เธอกลับไม่คิดต่อต้าน
"ใช่... ใช่สิ... ลูกต้องทำอย่างนี้!" แม่เดือนคำรามตอบกลับ เสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความยินยอม "ทำให้แม่รู้ว่าแม่ยังไม่แก่! ลูกต้องการแม่!"
เสียงร้องของเธอปลุกความคลั่งไคล้ในตัวแทนให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ เขาไม่ได้ทำรักกับเธอในฐานะลูกชาย แต่ในฐานะคนรักที่กำลังพิสูจน์ความปรารถนา
ปึ้ก! ปั่ก! ปึ้ก! จังหวะที่หนักหน่วงทำลายทุกความคิดที่กังวลเกี่ยวกับวัยและสังคมของแม่เดือนให้หายไป เธอจับไหล่ที่เปียกชื้นของแทนไว้แน่น เล็บของเธอจิกลงไปอย่างไม่ตั้งใจ
"แม่เป็นของผม... ตั้งแต่ข้างใน... จนถึงข้างนอก" แทนกระซิบชิดใบหูของแม่เดือน ก่อนจะดึงขาของเธอให้เปิดกว้างขึ้นไปอีก เขาเร่งจังหวะให้เร็วและลึกที่สุดเท่าที่แรงกายจะทำได้
แม่เดือนหอบหายใจถี่รัว เธอรู้สึกถึงแรงกระแทกที่รุนแรงจน ซี่โครงของเธอแทบจะหัก เธอรู้ดีว่า แทนกำลังเสพติดร่างกายของเธออย่างสมบูรณ์ การกระทำของเขาไม่ใช่เพียงความรัก แต่เป็นความต้องการครอบครองที่ไม่อาจยับยั้ง
ผม ชะลอจังหวะลงอย่างรวดเร็ว แล้ว พลิกร่างกายลงมา โน้มตัวลงไป ก้มหน้าซุกไซ้ตรงหว่างขาของแม่เดือน
"ผมอยากชิม... อยากชิมตรงนั้นอีกครั้งในที่ของเรา" แทนกระซิบด้วยน้ำเสียงหิวกระหาย
แทน ใช้ลิ้นตวัดเลีย ส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของแม่เดือนอย่างรุนแรง แรงดูดดึงที่บ้าคลั่ง ทำให้แม่เดือนกรีดร้องออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้
"อ๊า! แทน! ซี้ดดดด!" แม่เดือน จิกเล็บเข้าที่ศีรษะของลูกชาย ด้วยความสุขที่รุนแรงจนน่ากลัว
ผมผละปากออกมาแล้ว พลิกตัวกลับขึ้นไปทับร่างกายของแม่เดือน ลำควยของผมสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักของแม่ที่กำลังฉ่ำเยิ้มอีกครั้ง ผมเริ่ม กระแทกเข้าออกอย่างรุนแรงโดยไม่มีความปรานี
"แม่... อ๊าส์!! ผมรักแม่... ผมรักแม่...ผมรักแม่...ครับ...อ๊าส์!!" ผมคำรามออกมาด้วยความรู้สึกที่ดี ผมกระแทกเข้าออกอย่างรุนแรงและถี่รัว ราวกับต้องการทำให้แม่เดือนสลบไปด้วยความสุขสมของค่ำคืนนี้
ร่างกายของแม่เดือน กระดอนขึ้นลงตามแรงกระแทกของผมอย่างไม่เป็นจังหวะ น้ำรักของแม่เดือนที่หล่อเลี้ยงช่องทางอยู่แล้ว เริ่มกลายเป็นของเหลวที่ไหลปนเปื้อนลงบนผ้าปูที่นอน
"โอววว! ลูก! แทน! แรง... แรงอีก! อื้อออ!..." แม่เดือนครางรับอย่างสุดเสียง แต่เสียงของเธอดูทรมานมากกว่าสุขสม เธอพยายามยกมือขึ้นผลักอกผมออกอย่างอ่อนแรง
"พลั่ก! พลั่ก!" ...
"อ๊ะ!..อ๊า...อ๊ะ!..อ๊า...อ๊ะ!..อ๊ะ!.."
"พลั่ก! พลั่ก!"...
"อ๊ะ!..อ๊า...อ๊ะ!..อ๊ะ!..อ๊ะ!..อ๊า..."
"เสียงเนื้อกระทบกัน ที่ดุดัน
แรงกระแทก ที่ปลุกเร้า...
จังหวะที่ หนักหน่วง"
...เสียงร้องสั้นๆ ที่ไม่อาจควบคุมของเมียรักของครูหนุ่ม ขาดห้วง จากความเสียวซ่าน แทนคือผู้ควบคุมความเร็วและจังหวะทั้งหมด คือความมุ่งมั่น แทนบดขยี้ร่างกายของแม่เดือนให้ราบคาบด้วยความสุขสม การที่แม่เดือนส่งเสียงครางและแสดงความอ่อนแอ ยิ่งกระตุ้นความดิบเถื่อนในใจของผมให้สูงขึ้นไปอีก ราวกับว่าเธอเป็นของใหม่และสดอยู่เสมอ
"เมียจ๋า... ทนอีกนิดนะ... ทนให้ผมรัก..จนกว่าจะหมดใจ!"
แทนคำรามลั่นในลำคอ
แม่เดือนพยายามร้องขอในจังหวะที่ผมกระหน่ำไม่ยั้ง "ช้า... ช้าลงหน่อยลูก... แม่... อ๊า! ซี้ดดดด! แม่เสียวจนไม่ไหวแล้ว!"
แต่ผมไม่สนใจคำพูดนั้นอีกแล้ว ผมเร่งจังหวะให้เร็วและลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมพุ่งชนจุดสูงสุดด้วยแรงกระแทกสุดท้ายที่รุนแรงและป่าเถื่อน
""ซี้ดดดดส์ .... แทน! ไม่ไหวแล้ว! แม่...ถึงแล้วลูก....ซี้ดดดดส์"" เสียงกรีดร้องของแม่เดือนขาดหายไปเมื่อความสุขสมเข้าจู่โจมอย่างรุนแรงจนร่างกายไร้การควบคุม
"อ๊าสส์....แม่ครับ....ออกแล้ว .... จะออกมาแล้ว"
"พลั่ก! พลั่ก!" "พลั่ก! พลั่ก!" "พลั่ก! พลั่ก!"
ในที่สุดลำควยของผมได้ปล่อยน้ำรักทั้งหมดเข้าสู่ช่องทางที่บีบรัดของแม่เดือนอย่างรวดเร็วและมิดด้าม ผมล้มตัวลงทับร่างของแม่เดือนอย่างหมดเรี่ยวแรง หายใจหอบถี่อยู่ข้างใบหูของเธอ
"อื๊อออ... ซี้ด... แทน...โอวววว... แทน! แทน! อ๊า! ซี้ดดดด! อื้อออ!" แม่ใช้มือ จิกเข้าที่แผ่นหลังของผมอย่างรุนแรง แม่กรีดร้องอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเธอเกร็งตัวและ กระตุกถี่รัว การร่วมรักดำเนินไปจนถึงจุดสูงสุดของทั้งสองคน สายธารรักหลั่งไหลออกมาพร้อมกับแรงบีบรัดสุดท้าย ที่ผูกมัดทั้งคู่ไว้ด้วยกันอย่างถาวรบนเตียงนอนใหม่หลังนี้
แทนยังคงฝังตัวตนไว้ในกายของแม่เดือน ไม่ยอมถอนออก แม้กระทั่งเมื่อร่างกายที่สั่นสะท้านของเขาสงบลงแล้ว ความอุ่นร้อนที่หลงเหลืออยู่ภายในช่องทางรักของแม่เดือนเป็นเครื่องยืนยันความเป็นเจ้าของ
แม่เดือนหอบหายใจรวยรินอยู่ใต้ร่างของเขา เธอไม่เหลือเรี่ยวแรงจะผลักไสหรือแม้แต่ขยับตัวได้อีกแล้ว
มันไม่ใช่แค่เสียงหายใจ แต่เป็น เสียงกรีดร้องที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ภายในลำคอ เสียงที่พยายามตักตวงอากาศเข้าสู่ปอดที่ล้าเต็มที เสียงหอบแฮ่ก นั้นดังรัวเร็วและหนักหน่วงยิ่งกว่าพายุฝน เสียงของมัน ร้อนผ่าว ปะทะเข้าที่ผิวหนังของกันและกัน สลับกับ เสียงกลืนน้ำลายที่ฝืดคอ และ เสียงครืดคราด ของลมที่ผ่านหลอดลมอย่างทุลักทุเล มือของเธอที่เคยจิกหลังเขาไว้แน่น บัดนี้คลายออกอย่างอ่อนแรงและตกลงข้างลำตัว ร่างของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่ด้วยความสุขสมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความอ่อนล้าถึงขีดสุด ใบหน้าของเธอซีดเผือด เธอยังคงเกร็งค้าง มือที่เคยจิกหลังผมไว้ ค่อยๆ คลายออกอย่างช้าๆ
"แม่ครับ... แม่เป็นอะไรไป... สบายดีไหมครับ?" ผมกระซิบถามด้วยความรักและความตื่นตระหนก
แม่เดือนใช้เวลาหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง น้ำตาที่ออกมาคราวนี้ไม่ใช่เพียงน้ำตาแห่งความใคร่ แต่เป็น น้ำตาแห่งความอ่อนแอและความหวาดกลัว
"ลูกรัก... ลูก... ลูกทำแม่โคตรรู้สึกดีมากๆ เลยเสียวมากๆ เลยลูก" แม่เดือนพูดด้วยเสียงที่แหบพร่าที่สุด "แต่ความสุขแบบนี้... แม่รับไม่ไหวแล้วจริงๆ... ร่างกายแม่ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ แทน"
แทนรีบถอนตัวออกจากร่างกายแม่ทันที เขามองเห็นความเจ็บปวดที่ฉายชัดในดวงตาของแม่เดือน ความกลัวสูญเสียทำลายความใคร่ของเขาจนหมดสิ้น
"แม่... ผมขอโทษ ผมจะไม่ทำแรงแบบนี้อีกแล้ว ผมสาบาน!" ผมพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
แม่เดือนมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เธอยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของผมอย่างอ่อนโยน แต่กลับดึงผมเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม จูบนั้นเต็มไปด้วยความโหยหาและแรงกระตุ้นสุดท้าย
"ไม่... อย่าพูดว่าขอโทษ... แม่ชอบมัน... แม่ชอบที่ลูกรุนแรง... มันทำให้แม่รู้สึกเหมือนสาวๆ อีกครั้ง... แม่ชอบที่ลูกยังรักในร่างกายของแม่... แม่รู้สึกดีและมีความสุขทุกๆ ครั้งที่เราสองคนเอากัน" แม่เดือนพูดเสียงกระเส่า
เธอปล่อยมือจากผมแล้วหันหน้าไปทางอื่น น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลอาบแก้ม แต่เธอตระหนักว่าความรักและความต้องการของลูกชายนั้นรุนแรงเกินกว่าสังขารวัย 52 ปีจะแบกรับไว้ได้อีกต่อไป
"แม่รักลูกที่สุด และเพราะรักนี่แหละ... แม่ถึงต้องให้ลูกไปหาคนที่เหมาะสมมาดูแลร่างกายที่แข็งแรงของลูกต่อจากแม่"
"ลูกต้องมีใครสักคนที่เหมาะสมมาอยู่เคียงข้างในเวลานี้... ผู้หญิงที่จะมารับหน้าที่ต่อจากแม่ ร่างกายของเขาพร้อมจะมอบความสุขและทายาทให้กับลูก" แม่เดือนกระชับมือผมแน่น "ลูกต้องมีลูกมีครอบครัวนะแทน... ลูกต้องมีเพื่อดูแลลูกในวันที่ลูกแก่ตัวลงไป... เพื่อให้โลกภายนอกเชื่อว่าลูกมีความสุขในแบบที่ถูกต้อง และเพื่อให้เราได้มีคนมาดูแลความลับของเรา"
"ผมไม่สนสังคม! ผมไม่ต้องใคร! ผมต้องการแค่แม่คนเดียว!" ผมโต้กลับอย่างรุนแรง
"แต่แม่สนอนาคตของลูก!" แม่เดือนขึ้นเสียง แต่แล้วเธอก็กอดผมไว้แน่นอีกครั้ง "ทำเพื่อแม่ได้ไหม... แม่ไม่อยากให้ใครมาสงสัยในความสัมพันธ์ของเราอีกแล้ว... แม่จะช่วยลูกหาเอง... คนที่จะมาช่วยดูแลแทนช่วยดูแลแม่และคนที่จะสร้างหลานตัวเล็กๆ ให้กับแม่"
"แต่จำไว้ให้ดีนะ... ไม่ว่าจะนานแค่ไหน... ไม่ว่าลูกจะผ่านผู้หญิงมากี่คนต่อกี่คน..."
"ตราบใดที่แม่ยังมีลมหายใจอยู่..."
"...แม่จะอยู่ตรงนี้ เป็นผู้หญิงของลูก...
เป็นเมียอีกคนของลูก"
"รูที่ให้กำเนิดลูก รูนั้นของแม่จะยังรอต้อนรับการปลดปล่อยของลูก... นับจากนี้แล้วตลอดไป"
ในอ้อมกอดของความรักและความเจ็บปวดนั้น... แผนการที่บิดเบี้ยวที่สุดก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ผมตระหนักได้ว่าผมไม่มีทางเลือกอื่น สักวันแม่เดือนอาจจะตายทิ้งผมไปจริงๆ เพราะความชราหรือโรคของผู้สูงอายุ ผมยอมจำนนต่อการตัดสินใจของแม่เดือนอย่างเงียบๆ เราทั้งคู่ไม่พูดถึงเรื่องความรักต้องห้ามอีกเลย เราคุยกันเรื่องทั่วไป ราวกับต้องการชะล้างความหนักอึ้งเมื่อครู่ด้วยความปกติ แม่เดือนเป็นห่วงแทนเป็นอย่างมาก ผมรู้สึกถึง น้ำตาที่ไหลซึมออกมาจากหางตาของแม่เดือน นี่คือน้ำตาแห่งการยอมรับชะตากรรมที่ไม่อาจย้อนคืน และเป็นความรักที่บิดเบี้ยวที่สุดที่ผมเคยได้รับ
ผมซบหน้าลงกับไหล่ของแม่เดือนอย่างสำนึกในบุญคุณและความผิดบาป ผมรู้ว่าผมได้เป็นเจ้าของเธออย่างถาวรแล้ว
"พรุ่งนี้แม่จะทำข้าวต้มหมูใส่ไข่ให้... นะลูก" แม่เดือนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ครับแม่... ผมจะตั้งใจทำงานให้หนักที่สุด เพื่อจะได้ปิดหนี้หมดเร็วๆ" ผมตอบกลับ
เราคุยกันเรื่องงาน เรื่องบ้าน เรื่องลูกค้าที่ร้านชำ... เรื่องราวทั้งหมดที่อยู่บนพื้นฐานความจริง ยกเว้นความจริงที่ใหญ่ที่สุด จนกระทั่งความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ เราก็กอดกันแน่นและผล็อยหลับไปในที่สุด เป็นการกอดที่เต็มไปด้วยความรัก แต่ก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการยอมจำนนต่อโชคชะตา
วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สัญญาแห่ง...รักใต้ร่มเงาบาป
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น