วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

อกเกือบหักหลงรักแม่ม่าย

 
 

 
ผมมีอีกความประทับอีกครั้งที่จะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง เรื่องเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2563 ตอนนั้นผมก็ได้ไปติดต่องานตามปกติของผม ที่บริษัทเอกชนแห่ง หนึ่งแถวถนนเพลินจิต เป็นถนนที่สมชื่อจริง ๆ เพราะผมเพลิดเพลินกับการมองสาว ๆ ออฟฟิศมาก (ผมชอบมองสาว ๆ ในชุดทำงานมากกว่าสาว ๆ ที่แต่งตัวไปเที่ยว) สาวบางคนนุ่งกางเกงขายาว บางคนนุ่งกะโปรงสั้นฟิต บางคนนุ่งกะโปรงบาน ๆ เห็นแล้วเพลินจิตเพลินใจดีจริงครับ ยิ่งช่วงพักกลางวันยิ่งคึกคักมากที่สุด พอตกบ่ายผมก็เข้าไปพรีเซ้นท์งานที่นัดกับลูกค้าไว้ ในห้องประชุมผมก็ทำหน้าที่พรีเซ้นท์งานตามขั้นตอนปกติที่ได้ซ่อมมา ก็ลื่นไหลไม่มีติดขัดอะไร แต่สายตาขนาดนำเสนอนั้น ก็เหลือบมองสาวใหญ่คนนึงในห้องประชุมนั้น ที่ว่าใหญ่เพราะดู ๆ เธอน่ามีอายุพอควร จนผมพรีเซ้นท์งานของผมจบก็กลับมานั่งที่โต๊ะ แต่ตาผมก็ยังเหลือบมองเธอคนนั้น เธอไว้ผมสั้น ผิวขาวหมวย ผอมบาง ใส่เชิ้ตด้านในและสูททับกะโปรงยาวถึงเข่า ผมแอบมองเธอในใจก็คิดว่าเธอใส่ชุดชั้นในแบบไหนอยู่นะ เป็นลูกไม้ไหม หรือซีทรู จะใส่จีสตริง (เธอจะแซบหรือเปล่า ผมชอบผู้หญิงลุคนี้จริง ๆ น่าค้นหา) แต่ก็คงไม่หลอก เพราะเธอดูมีอายุพอสมควรคงจะไม่ร้อนแรงอะไรขนาดนั้น หลังจากวันนั้นผมก็เก็บเธอไปฝันบ่อย ๆ เธอตรงสเปคผนนะ คิดอยู่ในใจว่าจะได้พบเธออีกไหม เพราะเธอถูกชะตาผมมาก ๆ จน 3 วันต่อมาทางบริษัททางลูกค้าแจ้งว่าบริษัทผมได้รับงาน ผมแทบจะลิงโลดเลยครับ ไม่ใช่ดีใจที่ได้งาน แต่ดีใจที่จะได้พบเธอคนนั้นอีก และก็ถึงวันเริ่มงานเราก็ประชุมกันเพื่อวางแผนงาน แต่ผมกับไม่เห็นเธอเลย (รู้สึกเศร้าใจนิด ๆ ) แต่ผมก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไป ผ่านไป 1 อาทิตย์หลังจากเริ่มงานผมก็มีปัญหาเรื่องงานในบางส่วนจึงปรึกษากับผู้ว่าจ้างตามปกติ ผู้ว่าจ้างบอกว่าเดี๋ยวจะนัด คุณน้ำทิพย์ มาเพื่อให้ผมคุยปัญหาส่วนนี้ว่าจะแก้ยังไงเพราะ คุณน้ำทิพย์ เธอดูแลเรื่องนี้ ผมก็งงสิครับว่าคุณน้ำทิพย์นี่ใครหว่า เช้าวันต่อมาขณะที่ผมทำงานอยู่ในพื้นที่ ที่กำลังปรับปรุง ผมมองเห็นสาวใหญ่คนนึงเดินลงจากรถ ผมจำได้ทันทีว่าเธอคนนั้นนั่นเอง (ผมแอบยิ้มแก้มปริทันที) เธอมาในชุดกางเกงขายาวด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตสูทคลุมทับ สวมรองเท้าบู๊ทหนังสีดำส้นตึก มองจากชุดที่เธอใส่แล้ว เธอไม่ใช่คนจะมีอะไรให้ลุ้น เพราะแทบจะไม่มีส่วนโค้งเว้าใด ๆ หุ่นเธอผอม บาง สูงประมาณ 170 ซม.ได้ ผมเห็นเธอหันไปคุยเหมือนสอบถามหาใครกับลูกน้องผม ลูกน้องผมก็ชี้มาทางผม เธอเดินตรงรี่เข้ามาหาผมแล้วมาหยุดตรงหน้า ผมเดาว่าเธออายุมากกว่าผมแน่นอน เลยยกมือไหว้เธอก่อน "สวัสดีครับ" ผมกล่าวทักทาย "สวัสดีค่ะ ฉันน้ำทิพย์ เห็นทางบอสแจ้งว่าคุณมีปัญหาหลายจุดมีอะไรให้ฉันช่วยไหมค่ะ (หน้าตาเธอเคร่งขรึมมากจนผมเสียความมั่นใจเลยครับ" เธอกล่าวทักทายเช่นกันพร้อมบอกถึงสาเหตุที่มาหาผม "เอ่อครับก็มีหลายจุดครับ เชิญไปคุยในห้องดีกว่าครับ" ผมตอบรับก่อนเชิญเธอไปที่ห้องทำงานที่ผมทำไว้ชั่วคราวแล้วเราก็นั่งคุยกันเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ผมรู้ว่าเธอเรียนจบ สถาปัตย์ มาประสบการณ์เธอสูงมาก เรานั่งคุยกันหลายชั่วโมง เธอไม่มีทีท่าจะยิ้มเลยมีแต่หน้าตาเคร่งขรึมตลอด จนผมประหม่าเสียอาการเอาเหมือนกัน เวลาผ่านเลยมาจนเที่ยงกว่า เราก็เครียร์งานกันเสร็จผมเลยถือโอกาสเอ่ยปากชวนเธอกินข้าว "คุณน้ำทิพย์ครับเที่ยงกว่าแล้วไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ" ผมชวนเธอ ขณะพูดแบบยิ้ม ๆ "ขอบคุณค่ะ ไม่ดีกว่าค่ะ ดิฉันมีงานต้องไปทำต่อกลัวไม่ทันค่ะ" เธอพูดแบบหน้าตาเคร่งขึมเหมือนเดิม ทำเอาผมหน้าเจื่อนไปเลย และเธอก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองผมเลยมทำเอาผมเซ็งไปเลยครับไม่คิดว่าจะเจอแบบตัดเยื่อใยขนาดนี้ ผมกับคุณ "น้ำทิพย์" เจอกันเรื่องงานอาทิตย์ ละ 2 ครั้ง เราร่วมงานกันมาได้ 2 เดือนเธอก็ยังคงเหมือนเดิม ยังคงเคร่งขรึมเหมือนเดิม ไม่มีรอยยิ้ม และไม่มีท่าทีจะเล่นด้วย จนผมเริ่มถอดใจไปแล้วครับ แต่ผมก็ยังแอบเหล่มองอ่านกินเธอทุกครั้ง เพราะเธอดูบุคลิกดีมาก วางตัวดี แต่งตัวถือว่าเนียบ โดยเฉพาะรองเท้าบู๊ทเธอจะต้องใส่ทุกครั้งที่มาหน้างาน ผมอยากรู้จริง ๆ ว่าบู๊ทหนังที่เธอใส่มันจะยาวถึงไหน (มันอยู่ในขากางเกงนะครับมองไม่เห็น ผมถึงเวลารวมรักกับเธอ แล้วใส่รองเท้าบู๊ทไว้คงจะเซ็กซี่น่าดู) มีสัปดาห์นึกผมมาทำงานวันอาทิตย์ ในออฟฟิศชั่วคราวที่หน้างานผมราว ๆ 10 โมงกว่า ๆ ขณะที่ผมนั่งทำงานอยู่ในห้องก็มีคนเปิดประตูเข้ามา ผมเงยหน้าดูก็ต้องตกใจคุณน้ำทิพย์ เปิดประตูเข้ามาในออฟฟิศ "อ้าว คุณ...มาทำงานด้วยหรือค่ะ วันนี้วันหยุดนะขยันจริง ๆ " เธอกล่าวทักทายผม "ครับสวัสดีครับ คุณน้ำทิพย์ เอ่อ พอดีว่ามีงานสำคัญค้างอยู่นิดหน่อยเลยอยากมาเร่งทำให้เสร็จครับ แล้วเอ่อคุณน้ำทิพย์ มีอะไรหรือเปล่าครับถึงมาที่หน้างานวันหยุดแบบนี้" ผมบอกสาเหตุพร้อมกับถามเธอกลับ "ป่าวค่ะ ไม่มีอะไรเพียงแต่ขับรถผ่านมาเลยแวะมาดู และเห็นไฟในห้องเปิดอยู่ก็เลยลองเปิดเข้ามาดู ดิฉันไม่รบกวนเวลาคุณดีกว่า..เดี๋ยวดิฉันจะไปธุระต่อขอตัวก่อนนะคะ" แล้วเธอก็ไปแต่วันนี้เธอโบกมือบ้าย ๆ ด้วย เธอก็ยิ้มแล้วก็หันหลังปิดประตู ผมดีใจแทบตัวลอยเป็นครั้งแรกที่เธอยิ้มให้ผม ตั้งแต่ร่วมงานกันมามันทำให้หัวใจผมพองโต อีกครั้งหลังจากวันนั้นมาเราร่วมงานกันดีขึ้น เธอยิ้มให้ผมมากขึ้นเราเริ่มจะสนิทมากขึ้น จนทำให้ผมรู้ว่าเธอมีลูกแล้ว 2 คน เป็นลูกสาว คนโตของเธอ อายุ 18 ปี แล้ว คนเล็ก 16 ปี เรียนโรงเรียนประจำ ส่วนตัวเธอนั้น อายุ 46 ปี แล้วไม่น่าเชื่อเธอยังสวยดูดีอยู่เลย เธอห่างกับผมร่วม 10 ปี ผมยังนึกว่าเธอห่างกับผมสัก 3-4 ปี สามีพี่ทิพย์เสียชีวิตไปนานแล้วประมาณ 8-9 ปี จากอุบัติเหตุทางรถยนต์หลัง ๆ เราเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น จนผมเรียกเธอว่า พี่ทิพย์เฉย ๆ เธอก็จะเรียกตัวเองว่า "ทิพย์" เฉย ๆ เราร่วมงานผ่านกันมาได้ 5 เดือน งานผมก็เสร็จส่งมอบงานได้ และมีการเลี้ยงฉลองกันที่ร้านอาหาร ก็กินดื่มตามปกติ จนงานเลิกก็แยกย้ายกันกลับ วันนั้นฝนตกหนักมากน้ำท่วมถนนบางจุดเลย ก่อนกลับผมก็บอกพี่ทิพย์ ด้วยความเป็นห่วงว่า "ให้ขับรถดี ๆ นะครับ" เธอก็ยิ้มให้ผมแล้วบอกว่า "เช่นกันค่ะ" เราก็แยกย้ายกัน ผมขับรถไปได้สัก 15 นาที พี่ทิพย์ก็โทรมาหาผมว่า "รถมีปัญหาเครื่องดับ ช่วยมาดูให้หน่อย" ผมก็กลับรถขับรถไปหา เห็นรถพี่ทิพย์จอดอยู่ริมทางเลยเข้าไปดูให้ ผมเปิดฝากะโปรงหน้ารถพยายามหาสาเหตุ ฝนก็ยังตกหนักเปียกปอนไปทั้งตัว พี่ทิพย์ก็มายืนข้าง ๆ จนเปียกไปหมดทั้งตัวเหมือนกัน ผมเลยบอกว่า "หมดปัญญาสงสัยต้องให้รถลากไปอู่" เธอก็พยักหน้า ผมเลยติดต่อเพื่อนที่ทำอู่อยู่มาลากรถไปให้ แล้วผมก็ไปส่งพี่ทิพย์เอง ขณะขับรถไปต้องปิดแอร์ เพราะเห็นพี่ทิพย์นั่งสั่นเป็นลูกนกตลอดทาง "พี่ทิพย์ พักเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหม ห้องน้องสาวผมอยู่แถวนี้ไม่ไกลเท่าไร กว่าจะถึงบ้านพี่ก็อีกไกลเดี๋ยวจะไม่สบายซะก่อน" ผมบอกเธอ "จะดีหรือ ไปรบกวนเธอเปล่า ๆ " เธอตอบแบบเกรงใจ "กลัวพี่จะป่วยเอานะครับไม่รบกวนอะไรหรอก" ผมบอกให้เธอคลายกังวน เธอหันหน้ามามองผม ขมวดคิ้ว "แน่ใจนะ" เธอถามซ้ำ "พี่ทิพย์เชื่อใจผมเถอะ ผมจะไปทำอะไรพี่ล่ะ ผมเป็นคนแบบนั้นหรือ" ผมบอกแบบขึงขัง เธอนั่งคิดอยู่พักนึง "ก็ได้ แต่อย่าคิดจะทำอะไรไม่ดีนะมีเรื่องแน่" เธอยังเน้นเรื่องเดิม ผมนั่งหัวเราะแล้วหันไปบอก "พี่อ่ะบ้าไปแล้ว คิดมาก" พอถึงห้องพักห้องที่ว่าพี่ทิพย์ดูกลัว ๆ แต่ผมก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรมากเพราะยังไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น ผมก็ส่งผ้าเช็ดตัวให้ พี่ทิพย์ แล้วหาชุดลำลองของกิ๊บให้พี่ทิพย์เปลี่ยนในห้องน้ำ สักพักพี่ทิพย์ก็ออกมาจากห้องน้ำ แล้วผมก็เข้าห้องน้ำอาบน้ำเปลี่ยนชุดผมที่มีอยู่แล้วในห้อง (ขณะที่ผมอาบน้ำอยู่ผมก็คอยเงี่ยหูฟังว่าพี่ทิพย์ทำอะไรอยู่ข้างนอก เสียงเหมือนพี่ทิพย์เดินไปมาแล้วก็มีเสียงเปิดตู้เสื้อผ้า ผมก็ลุ้นอยู่ว่าพี่ทิพย์จะเห็นชุดของน้องกิ๊บไหม เพราะน้องกิ๊บซื้อมาใส่ร่วมรักกับผม) แล้วผมก็ขับรถไปส่งพี่ทิพย์ที่บ้าน ขณะขับรถไปผมก็แอบมองเรียวขาที่ขาวของพี่ทิพย์ในกางเกงขาสั้น เสื้อยืด เผยให้เห็นสัดส่วน ได้ในระดับนึง หน้าอกสัก 34 เอวสัก 25 สะโพกสัก 35 นิ้ว แทบไม่น่าเชื่อว่ามีลูกแล้ว 2 คน พอส่งเธอถึงบ้านเธอก็ขอบคุณผม แล้วยิ้มให้ส่งท้าย แต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่เหมือนเก่าผมบอกไม่ถูกบอกได้ว่าเป็นรอยยิ้มที่ดีมาก ๆ หลังจากนั้นผมก็ได้ร่วมงานกับพี่ทิพย์อีก เพราะผู้ใหญ่ให้งานมาอีก เลยทำให้เราพบกันอีกและยิ่งสนิทกันมากขึ้น มีถูกเนื้อถูกตัวกันบ้างแต่ไม่ได้เกินเลย จนมาวันหนึ่งขณะที่ผมมาที่หน้างานแต่เช้าและทำงานอยู่ในห้อง พี่ทิพย์ก็โทรหาผม "สวัสดีค่ะ นี่คุณวันนี้ว่างไหม.....อยากให้ไปเป็นเพื่อนดูงานที่พัทยาสักหน่อยสะดวกไหม" เธอพูดไม่ให้ผมได้ตั้งตัวเลย "เอ่อ....วันนี้ว่างครับงานไม่ติดอะไรแล้วจะไปกี่โมงครับ......แล้ว" ผมตอบตกลงทันที "จะให้ผมไปเจอที่ไหน" ผมถามต่อ "ดีเลย...นึกแล้วว่าเธอต้องข่วยพี่ได้ ตอนนี้พี่ใกล้จะถึงแล้ว...เอ่อ...ออกมาเจอถัดจากตึกหน้างานไป 3 ตึก ละกัน..อ่อ...เดินเลยมาไกล ๆ หน่อยนะเดี๋ยวจะมีคนเห็นพี่เบื่อคนนินทา" เธอชมผมก่อนนัดแนะที่เจอกัน ผมก็รีบเก็บของเดินออกไปรอพี่ทิพย์ ตามที่นัดหมายสักพักผมก็เห็นรถพี่ทิพย์วิ่งเรียบถนนมาจอด ผมก็ขึ้นไปนั่งด้านหน้า พี่ทิพย์ก็ขับรถออกพอนั่งในรถ สายตาผมเริ่มสแกนทันทีวันนี้พี่ทิพย์ ยังคงแต่งตัวเหมือนเดิมเป็นกางเกงผ้าขายาว ใส่เสื้อสีขาวน่าจะเป็นสายเดี่ยวและมีสูททับอีกที แต่ที่ผิดสังเกตคือวันนี้เธอปลดกะดุมเสื้อสูทเธอออกหมด ทำให้ผมมองเนินเนื้อที่หน้าอกดันเสื้อยืดออกมาตรงยอดแหลมเชียว ผมนึกในใจว่าพี่ทิพย์แกไม่ใส่บรามาหรือเปล่า เลยพยายามมองรอดคอเสื้อสูทก็มองเห็นสายบราสีม่วงเล็ก ๆ (ผมชอบจริงสีม่วง) ตัดกับเนินใหล่ที่ขาวของพี่ทิพย์ ตอนนั้นผมคิดว่าบราสีม่วงต้องเป็นแบบซีทรูแน่ ๆ เพราะยอดอกพี่ทิพย์นั้นดันเสื้อยืดขึ้นมาชัด ทิพย์ : มองอะไรหรือคุณเห็นมองอยู่ได้ ไม่พูดไม่จา อะไรเลยตั้งแต่ขึ้นรถ ผม : เอ่อ....มองคนสวยครับพี่...วันนี้พี่ทิพย์ดูสวยเป็นพิเศษ (ผมแกล้งพูดยอแก้หน้าไปก่อน) ทิพย์ : อะไรกันมาชมคนแก่ ไม่ไปชมเด็ก ๆ โน่น แห้ง ๆ อย่างพี่นี่นะสวยอย่ามาปากหวานเลย (เธอพูดไปหน้าแดงไป) ผม : แหมพี่ ผมพูดจริง ๆ ตอนเจอพี่ครั้งแรกผมว่าพี่น่าจะสัก 30 กลาง ๆ เลยนะ ทิพย์ : ปากหวานเป็นด้วยหรือ ตั้งแต่รู้จักมาเห็นทำแต่หน้าขรึม ผม : โหพี่...ผมว่าพี่นั่นแหล่ะ...ขรึมตลอด เล่นจนผมเกร็งเลยตอนเจอพี่แรก ๆ ทิพย์ : 555...อ้าวหรือสงสัยจะชินมั้ง หลายปีมานี่พี่เจอแต่คนมาทำตัวหัวงูแทะเล็มตลอดทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่ก็มีลูกเมียแล้ว มันเลยทำให้พี่ต้องวางตัวแบบนี้มั้งบางคนนี่มาแบบว่าจีบเลย พี่ไม่ชอบถึงพี่จะอยู่คนเดียวก็จริง แต่ถ้าพี่ต้องเจอผู้ชายเจ้าชู้ประตูดินแบบนั้นล่ะก็ขอไม่เอาดีกว่า พี่เกียจจริง ๆ (เธอพูดซะผมตัวเกร็งเลยครับเพราะถ้าพี่ทิพย์รู้ว่าผมก็แอบเลี้ยงเด็กเหมือนกัน เธอคงรังเกียจผมแน่) ผม : เจ้าประคุณขออย่าให้ผมโดนพี่เกียจเลยยยยยย (ผมแกล้งทำเป็นยกมือไหว้) ทิพย์ : 555 คุณก็เยอะไป คุณก็ไม่ได้มีทีท่าจะลามกบ้ากามสักหน่อย เห็นทำแต่งาน อย่างงี้อ่ะดีแล้วล่ะ พี่ชอบคนแบบนี้นะ (ผมยิ้มขึ้นในใจทันทีเหมือนจะมีแสงสว่างนิด ๆ ) พี่ทิพย์ขับรถไปก็ชวนผมคุยไปตลอดทางดูแล้วไม่เหมือนหลายเดือนก่อนตอนที่เจอแรก ๆ ดูเธอสนุกสนานคุยเก่งเราคุยกันไปตลอดทางจนถึงที่หมาย พี่ทิพย์ก็ลงไปทำงานเครียร์งานตามปกติส่วนผมก็เดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้น พอเที่ยงพี่ทิพย์ ก็เคลียร์งานเสร็จ ก็หาข้าวกินกันปกติ ช่วงบ่ายก็ขับรถกลับ กรุงเทพ โดยผมเป็นคนขับพี่ทิพย์ก็นั่งข้างหน้าปรับเบาะเอนนอนเล็กน้อย ตอนขับกลับเลยบางปะกงมานิดนึงพี่ทิพย์ ก็เอ่ยถามผมแปลก ๆ ทิพย์ : น้องสาวเธอนี่คงเซ็กซี่น่าดูนะ ผม : เอ่อ..ยังไงหรือครับพี่ทิพย์ (ผม งง ๆ กับคำพูดเธอผมมีน้องสาวตอนไหนหว่า) ทิพย์ : ก็วันนั้นที่รถเสียแล้วไปเปลี่ยนชุดที่ห้องน้องเธอไง พอดีอย่าว่าพี่นะ พี่เห็นชุดในตู้.....อื้อหือ...ทั้งชุดทำงานและยังมีชุดแปลก ๆ อีกแถมชุดชั้นในแต่ละตัวที่อยู่ในตู้ เอ็กส์ ๆ ทั้งนั้นเลย !!!!! ผม : อ๋อ.....อ๋อน้องสาวผมเค้าเป็นนางแบบคอสเพลย์นะครับ (ผมเกือบหลุดพูดไปแล้วว่าผมเอาไว้ให้เด็กใส่ตอนเย็ดกัน) พี่ทิพย์....ชอบไหมละครับ เดียวยืมน้องให้ ทิพย์ : บ้า...พี่ไม่เอาหรอกชุดแบบนั้นอายเขาตายเลย..555....ทำไมผู้ชายชอบให้ผู้หญิงใส่ชุดแบบนี้หรือ...หรือว่าเธอก็ชอบหือ....พี่ทิพย์พูดจบก็เงยหน้ามามองผมจ้องตาไม่กระพริบ ผม : พี่จะจ้องหน้าผมทำไมผมอายนะพี่.. ทิพย์ : แล้วไงล่ะ...จะบอกได้ยังว่าทำไมผู้ชายชอบหรือที่ให้ผู้หญิงใส่ชุดแบบนั้น ผม : อืมๆ ๆ ๆ ผมว่าผู้ชายคนไหนก็คงชอบมั้ง แต่ถ้าความรู้สึกผม อืม ๆ ๆ ผมว่าผู้หญิงแต่งภายนอกไม่ต้องเซ็กซี่ แต่ให้ดูดีก็สวยแล้วครับแบบเอ่อ.....แบบ แต่งตัวแบบพี่ทิพย์ก็สวยดีครับ (ผมหยอดลูกหวานไปนิดนึง) ทิพย์ : บ้าแต่งตัวแบบพี่นี่นะ (ผมเหลือบไปมองดูเธอเห็นเธอหน้าแดงขึ้นมาเลย) พี่อ่ะแก่ก็แก่แต่งตัวแบบเชย ๆ อย่างพี่นะสวย ผม : ไม่นะพี่ ผมว่าพี่ดูดีออก ดูแล้วบุคลิกดี ไม่เชยหรอกครับ ทิพย์ : พี่ไม่เข้าใจอ่ะว่าสวยด้านในผมว่ามันเป็นศิลปะบนเรือนร่างที่มีแต่ ผู้หญิงเท่านั้นที่ทำได้นะครับ ทิพย์ : จ้า ๆ ....คิลปะก็ศิลปะ....แหม แต่กับพี่คงไม่มีอะไรให้ดูเป็นศิลปะหรอก แก่แล้ว แถมยังไม่มี ทรวดทรง องเอว หน้าอกหน้าใจ ไปอวดใครเขาหรอกนะ เธอพูดแล้วทำหน้าเบือนหนีคงเพราะหน้าอกเธอเล็กมั้ง ผม : โถพี่...ผมว่าแบบพี่นี่แหล่ะดีแล้วหุ่นแบบพี่นี่สเป็คผมเลยนะ พี่เห็นพวกนางแบบระดับโลไหม ไม่มีหรอกอวบ ๆ อกใหญ่ ๆ มีแต่หุ่นแบบพี่ทั้งนั้น สวยสง่าดี ทิพย์ : ไม่ต้องมายอกันหรอกจ้า...พี่ไม่ใช้เด็กอมมือนะ (ดูเธอยิ้มหน้าแดงขึ้นมาเลย)....อย่างงี้แปลว่าแฟนเธอก็ต้องเซ็กส์ซี่ล่ะสิท่า 555 ใช่ม่ะคงต้องแต่งตัวใส่ชุดชั้นในแบบที่เธอชอบแน่ ๆ 555 ผม : ไม่เลยครับพี่......แฟนผมเขาธรรมดาไม่มีเซ็กส์ซี่อะไรมากมายเท่าไรหรอกครับ ทิพย์ : อ้าวแล้วกัน....เก็บกดเลยล่ะสิ 5555(ผมยิ้ม ๆ คิดในใจ อย่าให้ได้จับแก้ผ้านะ) แล้วอย่างงี้เธอทำไงล่ะ หือ... ผม : ก็ไม่ต้องทำอะไรนี่ครับ ก็พี่ถามว่าผมชอบแบบไหน ก็บอกให้ฟังเฉย ๆ ถึงไม่ได้อย่างที่ชอบก็ไม่เป็นไร ว่าแต่ผมแล้วพี่ล่ะไม่เก็บกดบ้างหรือ 555 ที่ต้องอยู่คนเดียว (ผมพูดแบบเย้ย ๆ เธอไป) ทิพย์ : บอกตรง ๆ นะ ว่าหลายปีมานี่ตั้งแต่สามีพี่เสียไปก็เหงา ๆ เหมือนกัน แต่ยังดีที่มีงานเยอะเลยทำให้เลิกคิดไปได้บ้าง นี่เป็นเธอนะพี่ถึงบอกเพราะปกติพี่ก็ไม่คุยกับใครแบบนี้หรอก (ผมยิ้มในใจแบบมีลุ้นนิด ๆ ) ผม : แล้วพี่ไม่คิดที่จะมีรักใหม่หรือครับ หรือสนใจใครอื่นบ้าง ทิพย์ : ไม่รู้สิ พี่กลัวลูก ๆ จะรับไม่ได้ แต่ก็มีคนเข้ามานะ มาจีบบ้าง มาแทะโลมบ้าง แต่ก็มีแต่พวกเจ้าชู้ไก่แจ้ พี่ไม่ชอบเท่าไร อีกอย่างพี่ก็อายุมากแล้ว จะให้ไปเริ่มต้นใหม่คงไม่ไหว ก็ทำแต่งานนี่แหล่ะสนุกดีแล้วล่ะ แล้วเธอล่ะได้แอบไปกิ๊กกับใครบ้างไหมล่ะ ผม : จะไปกิ๊กก่ะใครล่ะครับ วัน ๆ ทำแต่งาน กลับบ้านก็เล่นกลับลูก ถ้าจะกิ๊กก็คงกิ๊กกับพี่นั่นแหล่ะ 555 ทิพย์ : ทะลึ่ง...!!!(แล้วเธอก็ทุบไหล่ผม) แล้วเราก็ขับรถกลับถึง กรุงเทพฯ แล้วก็แยกจากกัน ผมจะลงจากรถเพื่อสลับที่นั่งกับเธอให้เธอมาขับ เธอหันมาบอกผมว่าอาทิตย์หน้าไปเป็นเพื่อนเธออีกนะ เธอไม่อยากขับรถทางไกลคนเดียว ผมก็พยักหน้ารับ เธอทิ้งท้ายก่อนขับรถออกไปว่า สักวันคงได้กิ๊กกันนะ 555 แล้วเธอก็ขับรถไปทำให้ผมงงนิด ๆ กับคำพูดเธอมาก ๆแต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักอาทิตย์ต่อมาก็เหมือนเดิมเธอขับรถมารับผมไปเป็นเพื่อนเหมือนเดิม แต่วันนั้นกว่าเธอจะเคลียร์ก็เย็นมาก ทำให้ถึงกรุงเทพก็มืด เธอเลยชวนผมกินข้าวผมก็ตกลงโอเค เธอชวนผมไปแถวทองหล่อเป็นร้านไม่ใหญ่ไม่พลุกพล่าน และเป็นมุมส่วนตัวดี เพราะเธอกลัวคนที่ทำงานจะเห็นเลยหาร้านแบบเงียบ ๆเราสองคนนั่งกินข้าวตามปกติเธอก็สั่งไวน์มาดื่มซึ่งเป็นผิดปกติขเธอชวนผมคุยสารพัดสนุกสนานจนเวลาเลยมาได้เกือบห้าทุ่ม พี่ทิพย์เธอมีอาการมึน ๆ แล้วแน่ ๆ เธอพูดผิด ๆ ถูก ๆ แก้มแดงเป็นลูกตำลึงเลย ผมเลยชวนผมกลับ พี่ทิพย์ยื่นกุญแจรถให้ผมขับให้และพาเธอไปส่งที่บ้าน ผมขับรถพาเธอมาส่งถึงบ้านระหว่างทางพี่ทิพย์ก็ปรับเบาะรถเอนนอนหลับมาตลอดทางเพราะความเมา สายตาผมก็เหลือบมองสำรวจเรือนร่างพี่ทิพย์ไปตลอดทางพี่ทิพย์มีเรือนร่างที่ผมชอบมากคือผอมสูงหน้ามีหน้าอกนิด ๆ เธออยู่ในชุดกางเกงผ้าขายาวเสื้อสายเดี่ยวสีขาวมีสูทคลุมทับแต่ไม่ได้ปิดกะดุม ทำให้ผมได้มองเห็นความขาวเหนือเนินอก ที่ดันเสื้อขึ้นมาเล็กน้อย พอถึงบ้านผมก็ปลุกเธอเธอก็สะลึมสะลือขึ้นมามอง แล้วเปิดกะเป๋าหยิบกุญแจให้ผมช่วยเปิดบ้านให้ บ้านพี่ทิพย์เป็นบ้านเดี่ยวหลังไม่ใหญ่มากเธออยู่บ้านคนเดียว ลูกเธออยู่ ร.ร. ประจำอาทิตย์นึง จะกลับมาสักครั้งบางอาทิตย์ก็ไม่กลับมาผมเอารถจอดเข้าที่แล้วก็เปิดปะตูบ้านปะคองพี่ทิพย์เข้าบ้านโดยที่ไฟในบ้านยังปิดอยู่ (เพราะผมหาสวิทส์ไฟไม่เจอ) ผมปะคองพี่ทิพย์ ไปนั่งบนโซฟาดูเธอยังมึน ๆ เมา ๆ อยู่ ผมเดินไปปิดล็อคประตูไม่ให้ยุงเข้า แล้วลงมานั่งข้าง ๆ เธอ ผม : พี่ทิพย์เอาอะไรร้อน ๆ ไหม เดี๋ยวผมไปหามาให้ แล้วเอ่อห้องครัวไปทางไหนครับ พี่ทิพย์ : ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวพี่จัดการเองได้ แต่เอ่อ เธอ พี่มีอะไรจะถามเธอหน่อยสิ ผม : ครับพี่ทิพย์ ว่าไงครับ ทิพย์ เธอว่าพี่แก่เกินจะมีใครสักคนไหม แล้ว...เอ่อ.....เธอคิดยังไงกับพี่บ้างเธอลุกขึ้นมามองหน้าผมหน้าแทบจะชนกันสายตาเธอจดจ้องเข้ามาในตาผมเหมือนจะหาคำตอบจากผมให้ได้ มันทำให้ผมประหม่า เธอเอามือมาวางบนมือผมเธอบีบมือผมแล้วเขย่า แล้วย้ำคำถามเดิม ผม : เอ่อ....ผมว่าพี่ยังไม่แก่เกินที่จะมีใครหรอกครับ (เธอยิ้มที่มุมปาก)แล้วเธอคิดยังไงกับพี่ล่ะ......ผมเอ่อ......ผมยื่นมือขวาไปลูบที่แก้มพี่ทิพย์ แล้วค่อย ๆ ก้มหน้าเข้าหาเธอ เธอเงยหน้าเผยอริมฝีปากเรียวบางที่ทาลิปสีชมพู ผมก้มปะทับริมฝีปากผมกับริมฝีปากเธอเบา ๆ แล้วถอนริมฝีปากออก ...นี่คือคำตอบครับพี่ทิพย์...(เธอยิ้ม) มือซ้ายเธออ้อมมาโอบคอผมโน้มหน้าเขาหาเธอริมฝีปากเราปะกบกันอีกครั้งแต่คราวนี้ดูรุนแรงเธอบดริมฝีปากกับปากผม...ผมรู้สึกถึงความอ่อนละมุนจากริมฝีปากเรียวบางของเธอลิ้นผมเริ่มทำงานสอดเข้าไปในปากเธอควานหาลิ้นของเธอ แล้วลิ้นของผมก็ควานหาปลายเรียวลิ้นของเธอ..ด้วยความชำนาญของผม ลิ้นผมก็ตวัดเกี่ยวพันลิ้นเธอเพียงแค่ลิ้นผมตวัดเจอลิ้นเธอ พี่ทิพย์มีอาการสะดุ้งเกร็งมือขวาที่จับมือผมอยู่ก็บีบแน่นขึ้น มือซ้ายที่โน้มคอผมก็รัดแน่นขึ้นเหมือไม่อยากให้ผมถอดถอนริมฝีปากจากรสจูบครั้งนี้ ....มีเสียงครางในลำคอเธอตลอด...อืมมม...อือออ...ผมไม่รู้ว่าเราบดจูบแลกลิ้นกันนานเท่าไรรู้ได้แต่ว่าน้ำในปากพี่ทิพย์นั้นหอมหวานมาก ดูพี่ทิพย์อารมณ์ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ น้ำลายผมกับเธอผสมผสานกันเราต่างดูดกลืนของกันและกันอย่างไม่รู้สึกรังเกียจมีบางส่วนก็ไหลย้อยจากริมฝีปากเราทั้งคู่ลงมาที่คาง....มือขวาผมที่จับแก้มอยู่ผมเริ่มลูบไล้ไปที่ใบหูผ่านลงมาตามต้นคอพี่ทิพย์มีอาการสะดุ้ง เหมือนขนลุก แล้วผมก็ลูบไล้มือสอดมือไปในชุดสูทลงมาวางบนหัวไหล่แล้วบีบนวดให้เธอเบา ๆ ดูเธอเริ่มผ่อนคลายลงผมค่อย ๆ สอดนิ้วเข้าใต้สายเดี่ยวบนใหล่เธอนิ้มผมเริ่มเซาะผ่านใต้สายบราสีดำมือผมยังคงลูบไล้อยู่อย่างนั้น






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น