ช่วงบ่ายวันเสาร์ อากาศในนิคม 304 ร้อนอบอ้าว ลมจากทุ่งกว้างพัดมาแผ่ว ๆ กลิ่นฝุ่นคลุ้งตามถนนหน้าโครงการหมู่บ้านที่นิ่มดูแล เธอนั่งอยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ แต่งตัวเรียบร้อยในชุดเดรสเข้ารูป ผมม้วนลอนปล่อยเคลียบ่า หน้าเรียวคมแต่งแต้มเครื่องสำอางบาง ๆ แต่แววตากลับเหม่อลอยไม่จดจ่อกับเอกสารตรงหน้า
เมื่อคืนที่ห้องพักโทรม ๆ ของเนาว์...ภาพมันยังติดตา รสลิ้นสากของเขาที่โลมเลียร่องรักจนร่างเธอไหวสะท้านไม่หยุด มันทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเองเลย
นิ่มกัดริมฝีปากล่างเบา ๆ ก่อนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปไลน์ กดหาชื่อ "พี่เนาว์" ซึ่งเธอเซฟไว้เพียงไม่กี่วัน แต่กลับรู้สึกเหมือนสนิทกันมานาน
> นิ่ม : วันนี้พี่ทำงานกะบ่ายหรือเปล่า
เนาว์ : อ้าว คุณนิ่มเองหรอครับ 😏 วันนี้ว่างทั้งวันเลยครับ เป็นวันหยุดผม
นิ่ม : งั้น...เย็นนี้เราเจอกันหน่อยได้ไหมคะ
มือเธอสั่นตอนกดส่ง แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบทะลุอก
>นิ่ม:พี่เทพค่ะ วันนี้นิ่มติดงานน่าจะดึกนะค่ะเลยคิดว่าจะนอนที่ออฟฟิศ
เทพ : งานเยอะเลยหรือครับ ดูแลสุขภาพด้วยละ นอนที่ออฟฟิศก็ดีแล้ว ขับรถตอนดึกง่วงอันตราย
นิ่ม: ค่ะพี่เทพ นิ่มรักพี่นะคะ
เป็นครั้งแรกที่นิ่มโกหกพี่เทพ
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาในซอยเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยตึกห้องเช่าเก่า ๆ ผนังปูนแตกร้าว ราวตากผ้าขึ้นสนิม เสื้อผ้าทำงานสีหม่นแขวนเรียงราย เสียงเด็ก ๆ วิ่งเล่นดังไปทั่ว
นิ่มขับมาจอดริมฟุตบาท หัวใจเต้นแรงเหมือนครั้งก่อน แต่ความรู้สึกประหม่าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นเคย เธอสวมเดรสผ้ายืดสีกรมเข้ารูป กระโปรงยาวแค่เข่า เน้นส่วนโค้งเอวคอดและสะโพกผาย หน้าอกอวบกระเพื่อมเล็กน้อยทุกครั้งที่เธอหายใจ
เธอก้าวขึ้นบันไดเหล็กเก่า มือแตะราวที่ขึ้นสนิมอย่างระมัดระวัง แต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มบาง ๆ
ห้องพักเล็ก ๆ ขนาดสามคูณสามเมตร ตั้งอยู่ชั้นสองของหอพักเก่าในย่านนิคม 304 ปราจีนบุรี ผนังปูนที่เคยทาสีฟ้าอ่อนกลับกลายเป็นหม่นคล้ำเพราะคราบความชื้น บางมุมมีรอยแตก เสียงพัดลมตั้งพื้นเก่า ๆ สั่นครืดคราดอยู่มุมห้อง กลิ่นเหงื่อ กลิ่นฝุ่น และกลิ่นสบู่ราคาถูกปะปนกันจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะที่นิ่มไม่คุ้นชินนัก แต่ในค่ำคืนนี้เธอกลับไม่รู้สึกรังเกียจเหมือนครั้งก่อน
ระเบียงเล็กด้านหลังห้องเปิดเอาไว้ กองเสื้อผ้าชุดทำงานสีซีดของเนาว์ตากอยู่บนราวไม้ พอมีลมเย็นพัดมาก็ทำให้กลิ่นอับโชยเข้ามาแผ่ว ๆ ข้างล่างของหอพัก เสียงยามที่นั่งดื่มเหล้าพากันหัวเราะดังลอดขึ้นมาเป็นระยะ บางครั้งมีเสียงพูดหยาบ ๆ แต่ก็ไม่ชัดเจนมากนัก
นิ่มนั่งอยู่ปลายเตียงเหล็ก ฟูกบางและผ้าปูสีซีดที่ถูกใช้งานมานานจนขึ้นขุยแทบไม่เหลือความนุ่มสบาย เธอยกมือเสยผมยาวสีดำขลับที่ปรกแก้มออก ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงจัด หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกจากอก ความรู้สึกสับสนทั้งหวาดกลัว ทั้งตื่นเต้น และทั้งยอมจำนนตีกันวุ่นวาย
ชุดเดรสของเธอยังใส่อยู่ กระดุมบนสุดถูกปลดออกตั้งแต่เมื่อสักครู่ เผยให้เห็นร่องอกอวบที่ขาวละมุนตา กระโปรงสีน้ำเงินยังหุ้มสะโพกกลมกลึง แต่ร่นขึ้นมาเล็กน้อยจนต้นขาเรียวขาวเนียนโผล่พ้นออกมา
ตรงหน้าเธอคือเนาว์ ชายวัยกลางคนร่างท้วม ศีรษะล้านเกือบครึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยและหนวดเคราหยาบกร้าน เขาสวมเสื้อยืดซีดเก่าและกางเกงวอร์มย้วย ๆ แต่ดวงตากลับเป็นประกาย จ้องเธอเหมือนนักล่าเจอเหยื่อชั้นเลิศ
"นิ่ม...แน่ใจแล้วนะ ว่าจะอยู่กับพี่คืนนี้" เนาว์เอ่ยเสียงต่ำ มือหยาบยกขึ้นมาลูบที่ต้นขาเธอเบา ๆ ปลายนิ้วหนาสากลากไปมาเหมือนตั้งใจปลุกเร้า
นิ่มสะดุ้งนิดหนึ่ง กัดริมฝีปากแน่นแล้วพยักหน้าเบา ๆ เธอไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น แต่ดวงตาที่ก้มหลบกลับเต็มไปด้วยการยินยอมโดยปริยาย
เนาว์ยกยิ้ม มือนั้นไล่สูงขึ้นไปตามเรียวขาขาวจนเกือบถึงเนินเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรง นิ่มหายใจถี่ขึ้น ยกมือบางคว้าแขนเขาไว้เหมือนจะห้าม แต่แรงนั้นกลับเบาราวกับเชื้อเชิญ
"อย่าทำแรงนะคะ ฉัน...ยังไม่ชิน" เสียงเธอสั่นพร่าหวานหู
"ไม่ต้องห่วง พี่จะค่อย ๆ ทำ...ให้มันเป็นคืนที่นิ่มไม่มีวันลืม" เนาว์กระซิบ มืออีกข้างโอบรอบเอวบางแล้วดึงเข้ามาแนบอก กลิ่นเหงื่อและกลิ่นบุหรี่ติดตัวโชยเข้าจมูกนิ่ม แต่กลับทำให้เธอใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม
ริมฝีปากหนาก้มลงแตะซอกคอขาวเนียน จูบลากช้า ๆ จนนิ่มขนลุกซู่ เธอสะท้านทั้งร่างเผลอหลุดเสียงครางเบา ๆ
"อืมม..."
เสียงนั้นชัดเจนพอที่ใครอยู่ห้องติดกันอาจจะได้ยิน และนั่นยิ่งทำให้เธอใจเต้นแรงกว่าเดิม
เนาว์ไม่หยุด มือหนาคลึงหน้าอกอวบที่ดันเสื้อเชิ้ตขึ้นเป็นเนินสูง ปลดกระดุมเพิ่มทีละเม็ดจนเสื้อเผยอกเต็มตา บราเซียสีขาวโอบรับทรงกลมแน่นเอี้ยด เขาบีบเบา ๆ ผ่านผ้า นิ่มสะดุ้งแล้วเงยหน้าหลับตาแน่น
"พี่...อย่าทำให้ฉัน...รู้สึกมากไปกว่านี้สิ" เธอพร่ำเบา ๆ แต่สะโพกกลับแอ่นรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว
"ก็เพราะนิ่มกำลังชอบมันใช่ไหม" เนาว์หัวเราะแผ่ว ๆ ก่อนจะดึงเสื้อเชิ้ตออกจากตัวเธอ
ผิวกายขาวละมุนเผยออกมาทั้งท่อนบน หน้าอกอวบใหญ่สั่นไหวใต้บราเซียตึงเปรี๊ยะ เนาว์ก้มลงใช้ปากซุกไซ้ บดเบียดตรงยอดอกจนร่างนิ่มเกร็งกระตุก มือบางขยุ้มผ้าปูเตียงแน่น เสียงครางเล็ดลอดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"อ๊ะ...อื้มม..."
มือหนาล้วงลึกลงไปใต้กระโปรง สัมผัสผ่านกางเกงในผ้าลื่นตรงร่องรักที่เริ่มเปียกชื้น นิ่มสะดุ้งสุดตัว กัดริมฝีปากจนแดงช้ำ แต่ไม่ผลักออก ตรงกันข้ามเธอขยับสะโพกเล็กน้อยราวกับเรียกร้อง
"ตรงนี้มันตอบพี่เองแล้วนะ" เนาว์กระซิบแหบพร่า นิ้วกดคลึงติ่งเสียวที่ซ่อนอยู่จนร่างเธอสั่นไหว
นิ่มหลับตาแน่น ร่างกายบิดเกร็ง น้ำรักไหลซึมออกมาจนผ้าบางเปียกชื้น
"ทำไม...มันถึง...ดีขนาดนี้" เธอเผลอหลุดเสียงออกมาท่ามกลางหอบหายใจ
เนาว์ไม่รอช้า เขาถอดกางเกงวอร์มออก เผยให้เห็นมังกรใหญ่โตที่แข็งขืนเต็มที่ ภาพนั้นทำเอานิ่มเบิกตากว้าง หน้าแดงจัดจนถึงใบหู
"ไม่...มันใหญ่ไปหรือเปล่า" เธอพูดเสียงสั่น
"นิ่มจะรู้...ก็ต่อเมื่อได้ลอง" เขากระซิบ ก่อนจะดึงกางเกงในผ้าลื่นสีขาวออกจากเรียวขาของเธอ
ร่องรักขาวนวลเปียกชุ่มน้ำรักสะท้อนแสงไฟนีออน เนาว์ใช้ปลายนิ้วแหวกเบา ๆ จนนิ่มสะท้าน ครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"อ๊ะ...อย่าแกล้งสิ"
"พี่อยากให้นิ่มจำทุกสัมผัสคืนนี้" เขากดริมฝีปากลงอีกครั้ง ก่อนจะจับมังกรจ่อเข้ากับร่องรักชุ่มฉ่ำอย่างเชื่องช้า
นิ่มหอบหายใจแรง มือสองข้างกำผ้าปูเตียงแน่น เมื่อปลายมังกรแทรกเข้ามาในร่องรักที่ตอดรัดอุ่นแน่น เธอร้องเสียงสั่น
"อ๊ะ...อื้มมม...!"
เนาว์กดลึกขึ้นทีละน้อย เสียงเนื้อเสียดสีกันชัดเจนในห้องเงียบ ๆ จนหัวใจเธอเต้นรัวเหมือนจะขาดใจ ร่องรักบีบรัดแน่นราวกับไม่อยากปล่อยให้หลุดออก
"อื้ม...แน่นจริง ๆ นิ่ม...พี่แทบขาดใจ"
เขาค่อย ๆ ขยับจังหวะ จากช้าเป็นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เตียงเหล็กเก่า ๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังสนั่น กลืนหายไปกับเสียงครางหวานสั่นของนิ่มที่พยายามกดไม่ให้ดังเกินไปแต่สุดท้ายก็ห้ามไม่อยู่
"อ๊าาา...เนาว์...พอแล้ว...ฉันไม่ไหวแล้ว!"
แต่ในสายตาของเทพ สามีผู้เฝ้าดูอยู่จากกล้องที่ซ่อนอยู่ตรงมุมห้อง ภาพตรงหน้ากลับเป็นสิ่งที่เขาปรารถนาและฝันถึงมาตลอด ใบหน้าของนิ่มที่เต็มไปด้วยความเสียวซ่าน ร่างขาวสะท้านไหวใต้ชายร่างท้วม มังกรของเนาว์ที่จมหายเข้าออกในร่องรักของเมียรักเขา
เทพนั่งอยู่ในบ้านที่หรูหรากว่าหอพักนั้นหลายเท่า แต่ดวงตาไม่ละจากหน้าจอแม้แต่วินาทีเดียว หัวใจเขาเต้นแรง ความรู้สึกทั้งหวงแหน ทั้งปลาบปลื้ม และทั้งเร่าร้อนรวมกันจนแทบระเบิด
นิ่มนอนหอบหายใจบนเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าแดงซ่าน ความผ่อนคลายที่เริ่มจากความใกล้ชิดแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่เธอไม่กล้าปฏิเสธอีกต่อไป
เธอรู้แล้วว่า...ทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาที่หอพักโทรม ๆ แห่งนี้ มันไม่ใช่เพียงเพื่อพักผ่อน แต่เป็นเพื่อปล่อยใจให้ไหลไปตามแรงปรารถนา ที่ยากจะหวนกลับ
วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
นิ่ม Ntr 12
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น